Docstoc

ch2_108

Document Sample
ch2_108 Powered By Docstoc
					          บทที่ 2
      ระบบคอมพิวเตอร์
                            ่
รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพือการเรียนรู้
           รหัสวิชา 4000108
                                          1
             ความหมายของคอมพิวเตอร์
                             ี่
 อุปกรณ์ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ทมนุษย์ ใช้ เป็ นเครื่ องมือในการ
                      ่
  จัดการกับข้ อมูล เพือทาการคานวณและแสดงผลลัพธ์ ออกทาง
  อุปกรณ์ แสดงผล




                                                                2
                 ยุคของคอมพิวเตอร์
 ยุคที่ 1 (ค.ศ. 1940 - 1953)   ใช้ หลอดสู ญญากาศเป็ น
                       ่
  อุปกรณ์ สาคัญ สื่ อทีใช้ บันทึกข้ อมูลสารองคือ บัตรเจาะรู
  ได้ แก่ เครื่อง Mark I ENIAC UNIVAC




                                                              3
        MARK I




                 UNIVAC

ENIAC     ENIAC           4
 ยุคที่ 2 (ค.ศ. 1953 - 1963) ใช้ ทรานซิสเตอร์ แทนหลอด
  สุ ญญากาศ




                         หลอดทรานซิสเตอร์



                                                         5
 ยุคที่ 3 (ค.ศ. 1963 – 1972)

   ใช้ แผงวงจรรวม (Integrated Circuits หรือ IC) ซึ่งสามารถ
  ทางานเทียบเท่ ากับทรานซิสเตอร์ หลายร้ อยตัวรวมกัน ทาให้
                ี
  คอมพิวเตอร์ มขนาดเล็กลงกว่ าเดิม ใช้ พลังงานน้ อยลงและมี
                        ี          ่       ้
  ความร้ อนน้ อยลง แต่ มความเร็วเพิมมากขึนและมีราคาถูกลง




                                                       6
IC : Integrated Circuit
                          7
 ยุคที่ 4 (ค.ศ.1972 – 1984)
พัฒนาแผงวงจรรวมมาเป็ นแผงวงจรขนาดใหญ่ ทาให้ เกิดไมโคร
โพรเซสเซอร์ หรือชิป (Chip) ตัวแรกของโลก คือ Intel 4004




                                                  8
    Microprocessor – VLSI
(Very Large Scale Integration)


                             9
 ยุคที่ 5 (ค.ศ.1984 - 1990)
 มีการพัฒนารู ปแบบการโต้ ตอบและ แสดงผลทางหน้ าจอ
    ่            ้
 เพือให้ ดูง่ายขึน มีการพัฒนาเครือข่ ายคอมพิวเตอร์
 ความเร็วสู ง




                                                     10
Intranet
Extranet
Internet
           11
 ยุคที่ 6 (ค.ศ.1900 - อนาคต)
ทาให้ คอมพิวเตอร์ มเี ชาว์ ปัญญาคล้ ายมนุษย์ สามารถ
ตัดสิ นใจเลียนแบบการใช้ เหตุผลของมนุษย์ เรียกว่ า
“ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence หรือ AI)”




                                                      12
13
     ประเภทของคอมพิวเตอร์
1. แบ่ งตามลักษณะของข้ อมูล
2. แบ่ งตามสมรรถนะ ขนาดและราคา




                                 14
แบ่ งตามลักษณะของข้ อมูล
1. อนาลอกคอมพิวเตอร์
        ั
2. ดิจิทลคอมพิวเตอร์
3. ไฮบริดคอมพิวเตอร์




                           15
1. อนาลอกคอมพิวเตอร์
 ทางานโดยใช้ หลักในการวัด มีความละเอียดและสามารถ
 คานวณได้ น้อยกว่ าดิจิทัลคอมพิวเตอร์ ไม่ สามารถเก็บ
                                       ั
 ข้ อมูลได้ เป็ นจานวนมากเหมือนกับดิจิทลคอมพิวเตอร์




                                                       16
            ่ ั
    เครื่องทีใช้ วดปริมาณทางฟิ สิ กส์
   เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ตรวจสภาพอากาศ
   ใช้ ในวงการแพทย์ เช่ น เครื่องตรวจวัดสายตา ตรวจวัด
         ่
    คลืนสมองและการเต้ นของหัวใจ เป็ นต้ น




                                                    17
2. ดิจิทัลคอมพิวเตอร์
    ใช้ หลักในการคานวณแบบลูกคิด หรือหลักการนับ และ
  ทางานกับข้ อมูลแบบไม่ ต่อเนื่อง ลักษณะการคานวณจะ
  แปลงเลขเลขฐานสิ บก่ อน แล้ วจึงประมวลผลด้ วยระบบ
  เลขฐานสอง
     มีความสามารถในการคานวณและมีความแม่ นยา
  มากกว่ าอนาลอกคอมพิวเตอร์ สามารถเก็บข้ อมูลได้ เป็ น
  จานวนมากจึงต้ องใช้ สื่อในการบันทึกข้ อมูล
                                                    18
  3. ไฮบริดคอมพิวเตอร์
อนาลอกคอมพิวเตอร์ + ดิจิทัลคอมพิวเตอร์
เช่น การส่งยานอวกาศขององค์การนาซา จะใช้เทคนิค
ของอนาลอกคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการหมุนของ
ตัวยานอวกาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกดดันอากาศ
                                       ั
อุณหภูมิ ความเร็ ว และใช้เทคนิคของดิจิทลคอมพิวเตอร์
ในการคานวณระยะทางจากพื้นผิวโลก

                                                  19
20
แบ่ งตามสมรรถนะ ขนาดและราคา
1.   ซูเปอร์ คอมพิวเตอร์
2.   เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
3.   มินิคอมพิวเตอร์
4.   เวิร์คสเตชันคอมพิวเตอร์
5.   ไมโครคอมพิวเตอร์          21
1. ซู เปอร์ คอมพิวเตอร์ (Super Compuer)




                                          22
2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe
Computer)




                                   23
3. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicompuer)




                                   24
4. เวิร์คสเตชันคอมพิวเตอร์ (Workstation
    Computer)
                    LAN




                                          25
5. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)




                                      26
                          มีรูปร่ างต่ างๆ
ไมโครคอมพิวเตอร์              กันไป

          Desktop Computer / PC

          Notebook Computer
                   Plam
          PDA
  Pocker PC                                  27
  องค์ ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

Hardware                 Software

          People ware

Documentation/           Data/
  Procedure           Information
                                     28
ระบบการทางานของคอมพิวเตอร์
            Processing
          Central Processing
  Input          Unit          Output
              Memory




             Secondary
              storage




                                        29
ระบบการทางานของคอมพิวเตอร์




                             30
ระบบการทางานของคอมพิวเตอร์
 ความสั มพันธ์
ระหว่ าง
Hardware,
Software และ
Users
                 Hardware

                 Operating
                 Software
                 Application
        Users     Software

                               31
รูปแบบการประมวลผล
ของคอมพิวเตอร์

                    32
1.   การประมวลผลส่ วนบุคคล
     (Personal Computing)




                             33
2. การประมวลผลแบบรวมศูนย์
   (Centralized Computing)




                             34
1) การประมวลผลแบบแบทช์
   (Batch Processing หรื อ Off-line
   System)
         ี                          ั
จะไม่ มการโต้ ตอบระหว่ างผู้ใช้ กบเครื่อง
คอมพิวเตอร์
ข้ อดี คือ ช่ วยประหยัดค่ าใช้ จ่ายในการใช้ อปกรณ์
                                             ุ
                            ั
ข้ อเสี ย คือ ข้ อมูลจะไม่ ทนสมัย
                                                 35
2) การประมวลผลแบบออนไลน์
(On-line Processing หรือ Transaction
Processing หรือ Real-Time Processing )
           ี่
 เป็ นวิธีทผู้ใช้ สามารถใช้ งาน
 พร้ อมกันได้ หลายคน (Multi-user)
                         ่
 จะประมวลผลทันทีเมือรับข้ อมูลเข้ ามา

                                         36
3.การประมวลผลแบบกระจาย
   (Distributed Computing)
 Client                      Client




 Client




          Server   Server
 Client



                                      37
คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์
ความจา (Storage)
ความเร็ว (Speed)
การปฏิบัติงานอัตโนมัติ (Self Action)
ความน่ าเชื่อถือ (Sure)
                                    38
 ความจา (Storage)
เป็ นความสามารถในการ
    เก็บข้ อมูลจานวนมาก

                          39
   ความเร็ว (Speed)
  ความสามารถในการประมวลผลข้ อมูล
                              ่ ่
(Processing Speed) ภายในเวลาทีส้ั นทีสุด

        ความถี่ (Frequency)
        Hz (Hertz = Cycle/Second)
                                           40
เช่ น คอมพิวเตอร์ ร่ ุน Pentium 4
มีความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz
หมายความว่ า ประมวลผลได้ 2,500
ล้ านคาสั่ งใน 1 วินาที

                                41
การปฏิบัติงานอัตโนมัติ
 (Self Action)
เป็ นความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์
ในการประมวลผลข้ อมูลตามลาดับคาสั่ ง
ได้ อย่ างถูกต้ องและต่ อเนื่อง โดยอัตโนมัติ
ตามขั้นตอนที่นักคอมพิวเตอร์ ได้ กาหนดไว้

                                               42
   ความน่ าเชื่อถือ (Sure)
              ่                     ี่
 การประมวลผลทีส่งผลให้ เกิดผลลัพธ์ ทถูกต้ อง
  GIGO - Garbage In Garbage Out
ใช้ แทนความน่ าเชื่อถือของคอมพิวเตอร์


                                               43
ข้ อจากัดของคอมพิวเตอร์
1.   การวางระบบคอมพิวเตอร์ ต้องใช้
     เวลานานมาก
2.   การรวบกวนระบบงานปกติ
3.             ้     ั
     การทางานขึนอยู่กบมนุษย์
                                     44
45
 ฮาร์ดแวร์
     หมายถึง อ ุปกรณ์ต่างๆที่
          ็
ประกอบเปนเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่เราสามารถมองเห็นสัมผัสได้

                           46
                     Case

                    Disk drive
          Monitor



Speaker
     Keyboard
                     Mouse   47
48
Input        Communication




        Process


Memory            Output
                             49
50
Keyboard
           51
Serial port
              52
PS/2 port
            53
USB port
           54
Mouse   55
Track ball   56
Optical Mouse
            57
Wireless
 Mouse

       58
No Hands Mouse
             59
Optical Character Reader
                      60
Optical Mark Reader
                 61
Digitizer


        62
Sheet -fed Scanner
                 63
Flatbed Scanner
              64
Hand -held
  Scanner65
Light Pen   66
Joy stick   67
Touch Screen
           68
Point of Sale
            69
Touch Pad   70
Digital Camera
             71
Microphone


             72
73
                 ็
   ฮาร์ดแวร์ที่เปนอ ุปกรณ์ประมวลผล
เรียกว่า Central Processing Unit
ประกอบด้วยส่วนสาคัญ 2 ส่วน

  ๐ หน่วยคานวณและตรรกะ
      ๐ หน่วยควบค ุม
                               74
๐   หน่วยคานวณและตรรกะ
     ทาหน้าที่คานวณค่าทางคณิตศาสตร์
เช่น + - x / และมีความสามารถใน
เชิงตรรกศาสตร์ คือ สามารถ
เปรียบเทียบตามเงื่อนไข เพื่อให้ได้
                  ้ ็
คาตอบว่าเงื่อนไขนันเปนจริง หรือ เท็จ
, มากกว่า หรือ น้อยกว่า ได้      75
 ๐ หน่วยควบค ุม
    ทาหน้าที่ควบค ุมลาดับ
  ้
ขันตอนการประมวลผลและการ
ทางานของอ ุปกรณ์ต่างๆ
ภายใน
                            76
CPU   77
              Celeron
            Intel
          Pentium 4

Pentium M (Centrino)
                   78
 AMD
Athlon

 AMD
 Dulon   79
Cyrix   80
Main board   81
82
83
84
Cathode Ray Tube
               85
Liquid Crystal Display
                    86
Dot Matrix   87
Ink Jet   88
Laser Jet   89
Plotter   90
Speaker   91
Sound card   92
93
  หน่วยความจาของคอมพิวเตอร์
สามารถจาแนกตามลักษณะ       การ
     ทางานได้ 2 ประเภท คือ

    ๐ หน่วยความจาหลัก
    ๐ หน่วยความจารอง
                           94
      ๐ หน่วยความจาหลัก
หรืออาจเรียกว่า หน่วยความจาภายใน
         มีหน้าที่สาคัญ คือ
๐ เก็บข้อมูลและส่งไปยังหน่วยประมวลผล
  ๐ เก็บช ุดคาสังต่างๆที่ใช้ประมวลผล
                ่
   ๐ เก็บผลลัพธ์ที่ได้ขณะประมวลผล95
หน่วยความจาภายใน มี 2 ประเภท
๐ ROM (Read Only Memory)
        ็
      เปนหน่วยความจาที่นามา
  ต่อกับไมโครโปรเซสเซอร์โดยตรง
สามารถเรียกออกมาใช้งานได้แต่จะไม่
สามารถเขียนเพิ่มเติมได้ และแม้ว่าจะ
                 ้
 ไม่มีกระแสไฟฟาไปเลี้ยงให้แก่ระบบ
                      ู
          ข้อมูลก็ไม่สญหายไป      96
๐ RAM (Random Access Memory)
  ็
เปนหน่วยความจาที่ทาจากสารกึ่งตัวนา
 สามารถเก็บข้อมูลได้เมื่อมีกระแสไฟฟา   ้
                      ้
      หล่อเลี้ยงเท่านัน เมื่อใดไม่มี
               ้
    กระแสไฟฟามาเลี้ยงข้อมูลที่อยูใน  ่
    หน่วยความจาชนิดนี้จะหายไปทันที
                                      97
RAM   98
99
   ๐ หน่วยความจารอง
           หรืออาจเรียกว่า
       หน่วยความจาภายนอก
  ็                    ้
เปนหน่วยความจาที่ตองอาศัยสื่อ
                            ั
    บันทึกข้อมูลและอ ุปกรณ์รบ-ส่ง
        ข้อมูลชนิดต่างๆ ได้แก่
                                    100
Hard disk   101
ความจุของ Hard disk
ในปัจจุบันส่ วนใหญ่ เป็ น
Megabyte – MB
Gigabyte – GB
Terabyte – TB
Petobyte – PB
                            102
Floppy Disk   103
CD-Recordable
            104
CD-ReWritable
            105
106
CD-ROM Drive
   (Internal)   107
(External)
 CD-ROM Drive108
CD-ROM Drive 1x
สามารถอ่ านข้ อมูลได้
150 kbps
กิโลไบต์ ต่อวินาที)
                        109
Removable Drive
             110
Zip Drive   111
Magneto Optical Drive
                   112
Tape Backup   113
Memory Card   114
         ี่
อุปกรณ์ ทใช้ Memory Card
                       115
116
Internal Modem
            117
External Modem
            118
(Wireless)
External Modem
             119
LAN Card   120
การเลือกซื้อและใช้ งานคอมพิวเตอร์


                                121
             ควรคานึงถึง
                   ็
      งานที่ทาจาเปนต้องใช้เครือง ่
          คอมพิวเตอร์หรือไม่ ?
                       ็
เนื่องจากคอมพิวเตอร์เปนอ ุปกรณ์และ
ล้าสมัยเร็ว หากพิจารณาแล้วว่าจาเปน   ็
                 ้             ่
  ก็ควรซื้อ แต่ตองเลือกซื้อเครืองที่มี
       ค ุณสมบัติเหมาะสมกับงาน      122
             ควรคานึงถึง
   ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทางานอะไร?
ซึ่งต้องพิจารณาวัตถ ุประสงค์ในการ
ใช้งาน เช่น นามาใช้ในงานสานักงาน
                              ็
    นามาใช้เพื่อความบันเทิง เปนต้น
                                 123
             ควรคานึงถึง
         มีงบประมาณเท่าไร ?
 ที่จะสามารถจัดซื้อคอมพิวเตอร์ได้
ตรงกับความต้องการและการใช้งาน
     ก็จะเกิดประโยชน์อย่างสูงส ุด
                                124
 ควรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ แบบไหนดี?
                    ี่
   คอมพิวเตอร์ มียห้อ
  เครื่องประกอบเองโดยทางร้ าน
  คอมพิวเตอร์ ทเี่ ลือกซื้ออุปกรณ์ มาประกอบ
เอง

                                        125
 คอมพิวเตอร์ Brand Name
             ข้ อดี                        ข้ อเสี ย
1.   มีการประกอบและ            1.   เครื่องมีราคาแพง
     ปรับแต่ งมาอย่ างดี ไม่   2.   ไม่ สามารถเลือก
     ค่ อยมีปัญหา                   อุปกรณ์ แต่ ละชิ้นที่
2.   มีการบริการหลังการ             ต้ องได้
     ขาย
                                                            126
 คอมพิวเตอร์ ประกอบเองโดยทางร้ าน
            ข้ อดี                         ข้ อเสี ย
1.   ราคาถูกกว่ าในสเป็ กที่     1.   ไม่ ได้ ผ่านการ
     เท่ ากัน                         ตรวจสอบ อาจมีปัญหา
2.           ่
     สั่ งเพิมอุปกรณ์ /ต่ อรอง        ได้ ง่าย
     ราคาได้                     2.   หากเครื่องมีปัญหาอาจ
3.        ่
     เพิมการติดตั้ง                   ต้ องยกไปซ่ อมกับทาง
     โปรแกรมได้                       ร้ าน                  127
 คอมพิวเตอร์ ทเี่ ลือกซื้ออุปกรณ์ มาประกอบเอง
           ข้ อดี                          ข้ อเสี ย
1.   เลือกอุปกรณ์ ได้ ตาม   1.   หากไม่ ชานาญพอ เสี่ ยงต่ อการ
                ่
     สเป็ กและยีห้อที่           เลือกซื้ออุปกรณ์ ไม่ เข้ าชุดกัน
     ต้ องการ               2.   หากอุปกรณ์ เสี ยต้ องตรวจสอบ
2.   สามารถเลือกซื้อจาก          เองและติดต่ อการเคลมประกัน
            ่
     ร้ านทีราคาถูกกว่ า/        กับทางร้ านเอง
     ต่ อรองราคาได้
                                                                    128
 ข้อควรคานึงในการเลือกซื้ออุปกรณ์
                ื้          ่
    มีความรู้พนฐานเกียวกับคอมพิวเตอร์ และ
อุปกรณ์
   ตรวจสอบราคาจากร้ านต่ าง ๆ ก่อนเลือกซื้อ
                          ่
   เลือกซื้อจากร้ านทีน่าเชื่อถือ
                        ี
   เลือกซื้อสิ้นค้ าที่มใบรับประกัน
                                              129
ข้ อควรพิจารณาในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์

Main board             Floppy disk
Memory                  Monitor
Vga Card                Speaker
Hard disk               Keyboard
Cd-Rom                  Mouse
Sound                   CASE
                        LAN CARD
                                          130
ซอฟต์ แวร์ (Software)


                        131
      ซอฟต์ แวร์
คือ โปรแกรมคาสั่ ง
ที่สั่งให้ คอมพิวเตอร์ ทางาน
                           132
                   ซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์ระบบ                ซอฟต์แวร์ประย ุกต์

  ระบบปฏิบติการ
          ั               ซอฟต์แวร์สาเร็จร ูป

   ตัวแปลภาษา           ซอฟต์แวร์ใช้เฉพาะงาน

      ยูทิลิต้ ี
                                                133
ซอฟต์ แวร์ ระบบ (System Software)

               ่      ่
คือ โปรแกรมทีทาหน้ าทีควบคุมการ
ทางานของฮาร์ ดแวร์ ให้ ทางานได้
อย่ างมีประสิ ทธิภาพ

                                    134
      ประเภทของซอฟต์ แวร์ ระบบ
1. ระบบปฏิบัติการ (Operating Software )
2. โปรแกรมภาษา (Language Software)

             ิิ
3. โปรแกรมยูทลตี้ (Utility Software)

                                          135
 1. ?




2. ?
        136
      ระบบปฏิบัติการ ?
      (Operating System)
คือ โปรแกรมที่เป็ นส่ วนเชื่อมโยง
                              ั
ระหว่ างเครื่องคอมพิวเตอร์ กบผู้ใช้
                                  137
 หน้ าที่ของระบบปฏิบัติการ
1. ควบคุมการทางานของโปรแกรม
   และอปกรณ์ ต่างๆ
       ุ
2. จัดสรรการใช้ ทรัพยากร
   คอมพิวเตอร์ ร่วมกัน
                             138
ประเภทของระบบปฏิบัติการ
    1. Dos
    2. Windows
    3. Mac OS
    4. Unix
    5. Linux
                          139
1. DOS




         140
                      ่ ั
เป็ นระบบปฏิบัติการทีใช้ กบเครื่อง
 IBM PC ในระยะแรกๆ ทีเ่ ริ่มใช้
 คอมพิวเตอร์
          ั
DOS มีลกษณะการทางานแบบ
 Single tasking

                                      141
                ่
ทดสอบความรู้ เกียวกับ DOS
  C:\> dir A:          (1. ?)

  A:\> copy *.doc C:      (2.?)

  A:\> md mywork        (3. ?)
                                  142
      2. Windows
Microsoft

Bill Gate

                   143
Graphic User Interface (GUI)
            ั
Windows มีลกษณะการทางานแบบ
 Multi tasking คือ สามารถงานหลายๆ
 อย่ างได้ ในเวลาเดียวกัน


                                144
145
146
147
148
149
150
151
3. Mac OS




            152
เป็ นระบบปฏิบัติการสาหรับเครื่อง
 แมคอินทอช (Macintosh)
          ั
นิยมใช้ กบงานด้ าน Graphic




                                    153
4. Unix




          154
เป็ นระบบปฏิบัติการสาหรับเครือข่ าย
 ขนาดใหญ่
    ั
มีลกษณะเป็ น Multi-user คือ ผู้ใช้ หลายๆ
 คนสามารถเข้ าไปใช้ ระบบได้ พร้ อมกันได้


                                            155
5. Linux




           156
                      ่        ่ ้
เป็ นระบบปฏิบัติการทีนิยมมากยิงขึนใน
 ปัจจุบัน
    ั                              ั
มีลกษณะเป็ น Open Source คือ ผู้พฒนา
 ซอฟต์ แวร์ สามารถแก้ ไข ต้ นฉบับของ
 โปรแกรม (Source code) ได้


                                        157
    ระบบปฏิบัติการใด
             ่
มีคนใช้ มากทีสุดในปัจจุบัน ?


                         158
                            Windows XP

                           Windows 98

                           Windows 2000

                            Linux


ที่มา : www.truehits.net
                                        159
ระบบปฏิบัติการ
ของคนไทย ?
                 160
161
 2. โปรแกรมภาษา
 (Language Software)
                ่       ้
เป็ นโปรแกรมทีถูกเขียนขึนด้ วยภาษา
เรียกว่ า “ภาษาคอมพิวเตอร์ ” โดยมีผู้เขียน
โปรแกรม (Programmer) เป็ นคนเขียนขึน     ้

                                             162
 ประเภทของโปรแกรมภาษา
1. ภาษาเครื่อง (Machine Language)
          ่
2. ภาษาทีใช้ สัญลักษณ์ (Symbolic Language)
3. ภาษาระดับสู ง (High – level Language)
     - คอมไพเลอร์ (Compiler)
     - อินเทอร์ พรีเตอร์ (Interpreter)
                                       163
        ั
การรู ้จกข้อมูลของคอมพิวเตอร์
                              ั
                     ไม่ รู้ จก “A”
  พิมพ์ “A”


              “A” = 01000001

                                      164
1.ภาษาเครื่ อง (Machine Language)
             ่                 ั
 เป็ นภาษาทีคอมพิวเตอร์ ร้ ู จก และ
  สามารถประมวลผลได้ เลย
 เป็ นรู ปแบบของตัวเลขฐานสองที่
  คอมพิวเตอร์ สามารถทางานได้ ทันที
  เช่ น 10010011 11100010
                                       165
ไม่ ต้องอาศัยตัวแปลภาษา
เขียนโปรแกรมยาก เนื่องจากต้ องทราบ
 รหัสเลขฐานสอง และต้ องมีความรู้ เรื่อง
 ของฮาร์ ดแวร์ เป็ นอย่ างดี



                                          166
 ภาษาเครื่อง
10010010 11100010
10001000 11110000



                    167
             ั
2.ภาษาที่ใช้สญลักษณ์
    (Symbolic Language)
                       ่
มีการใช้ สัญลักษณ์ เพือแทนกลุ่ม
  เลขฐานสอง เช่ น
   ADD ใช้ แทน การบวก = 11110000
   MUL ใช้ แทน การคูณ = 00001111
                                   168
                          ่
ต้ องมีโปรแกรมแปลภาษา เพือแปล
 ให้ เป็ นภาษาเครื่อง
เช่ น ภาษา Assembly
ตัวแปลภาษาสั ญลักษณ์ ให้ เป็ น
 ภาษาเครื่อง คือ Assembler
                                  169
ภาษาสัญลักษณ์
  ADD A         Assembler
  MUL C




                            170
3. ภาษาระดับสูง (High – level Language)

             ่                  ่
 เป็ นภาษาทีใกล้ เคียงกับภาษาทีมนุษย์ ใช้
       ้
  มากขึน เช่ น
        PRINT
           WRITE
           IF ... THEN…ELSE
 อาจเรียกว่ า Human Oriented Language
                                             171
ต้ องมีโปรแกรมแปลภาษา ให้ เป็ น
 ภาษาเครื่อง คือ Interpreter และ
 Compiler
เช่ น Visual Basic Visual C++ Java




                                      172
173
ภาษาระดับสู ง
A = 10
B = 20

If A > B Then   Interpreter
   C = A+B
   PRINT C
                Compiler
Else
   C = A-B
PRINT C
End IF

                              174
3. โปรแกรมยูทิลิต้ ี
(Utility Program)
เป็ นโปรแกรมที่ทาหน้ าที่อานวยความ
                 ั
สะดวกต่ างๆ ให้ กบผ้ ูใช้ อาจเรียกว่ า
โปรแกรมอรรถประโยชน์ เช่ น
                                         175
   การตรวจความผิดปกติของ Hard disk
    เช่ น Scan Disk
 การทาความสะอาด Hard disk
 เช่ น Disk Clean Up
 การจัดเรียงข้ อมูลใน Hard disk
    เช่ น Disk Defragmenter
                                   176
177
การใช้ Disk Clean Up



                       178
การใช้ Disk Defragmenter




                           179
ซอฟต์ แวร์   ซอฟต์ แวร์
สาเร็จรู ป   เฉพาะงาน
                          180
         ซอฟต์ แวร์ สาเร็จรูป
                               ั
      เป็ นซอฟต์ แวร์ ที่บริษทพัฒนาขึน    ้
            แล้ วนาออกมาจาหน่ าย
          ่
     เพือให้ ผ้ ูใช้ งานซื้อไปใช้ ได้ โดยตรง
ไม่ ต้องเสี ยเวลาในการพัฒนาซอฟต์ แวร์ อก     ี
                                           181
      ซอฟต์ แวร์ สาเร็จรูป
ที่มีจาหน่ ายในท้ องตลาดทั่วไป
            ่
และเป็ นทีนิยมของผ้ ูใช้ ได้ แก่




                                   182
1) ซอฟต์ แวร์ ประมวลผลคา
  ใช้ สาหรับการพิมพ์เอกสาร
                 ่
 สามารถแก้ ไข เพิม แทรก ลบ
และจัดรูปแบบเอกสารได้ อย่ างดี


                                 183
     มีโปรแกรมใด
เป็ นโปรแกรมสาหรับ
  ประมวลผลคาบ้ าง

                     184
          Notepad

WordPad
               185
2) ซอฟต์ แวร์ สาหรับคานวณ
ใช้ สาหรับสร้ างตารางการคานวณ
         และสร้ างกราฟ



                                186
      มีโปรแกรมใด
 เป็ นโปรแกรมสาหรับ
สร้ างตารางการคานวณ

                      187
MS-Excel   188
3) ซอฟต์ แวร์ จัดการฐานข้ อมูล
      ใช้ สาหรับช่ วยในการเก็บ
การเรียกค้ นมาใช้ งาน การทารายงาน
       การสรุปผลจากข้ อมูล


                                    189
     มีโปรแกรมใด
เป็ นโปรแกรมสาหรับ
   จัดการฐานข้ อมูล

                      190
Informix
 dBase

           FoxPro
           Paradox
                     191
 4) ซอฟต์ แวร์ นาเสนองาน
      ใช้ สาหรับนาเสนอข้ อมูล
สร้ างแผนภูมิ กราฟ และรูปภาพได้



                                  192
     มีโปรแกรมใด
เป็ นโปรแกรมสาหรับ
     นาเสนองาน

                     193
194
        ซอฟต์ แวร์ เฉพาะ
  มีการพัฒนาซอฟต์ แวร์ ใช้ งานเฉพาะ
สาหรับงานแต่ ละประเภทให้ ตรงกับความ
       ต้ องการของผู้ใช้ แต่ ละราย


                                 195
                  ี่
เช่ น ซอฟต์ แวร์ ทใช้ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
 ระบบสารสนเทศงานทะเบียนและวัดผล
   http://pmis.pcru.ac.th/mis/webservice/




                                                   196
ระบบสารสนเทศสื บค้ นข้ อมูลหนังสื อ-วารสาร
    http://opac.pcru.ac.th/vtls/thai/




                                        197
ระบบสารสนเทศแผนผังอาคารเรียน
  http://203.113.118.5/bu/




                               198
เช่ น ซอฟต์ แวร์ ที่ใช้ ในโรงพยาบาล
    ระบบเวชสารสนเทศ
      (Hospital 2000)

                                 199
ถ้ านักศึกษาใช้ internet จะมีเว็บไซต์
   ที่ให้ บริการ download โปรแกรม
ที่เป็ นทั้ง Freeware และ Shareware



                                        200
                ้
การโอนย้ ายแฟมข้ อมูลจากเครื่องของ
ผู้ให้ บริการมายังเครื่องของผู้ใช้ บริการ


                                        201
               ้
การโอนย้ ายแฟมข้ อมูลจากเครื่องของ
 ผู้ใช้ บริการไปยังเครื่องผู้ให้ บริการ


                                      202
download มาใช้ งานได้ โดยไม่ เสี ยเงิน
        ตลอดการใช้ งาน


                                         203
download มาทดลองใช้ ได้ โดยไม่ เสี ยเงิน
              ในระยะเวลาหนึ่ง
แต่ เมื่อต้ องการใช้ งานจริงต้ องเสี ยเงินซื้อ

                                            204
 www.download.com
www.thaiware.com
www.shareware.com

                     205
Download
Accelerator

              206
โปรแกรมประยุกต์ประเภทต่างๆ
 Graphic & Multimedia
 Web Design
 Web Browser
 Antivirus
                         207
Music & Audio
Chat
รับส่ ง E-mail
FTP
                  208
209
210
211
212
213
214
215
216
217
218
219
      ไวรัส คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มี
ความสามารถในการสาเนาตัวเองเข้ าไปติด
อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ได้ และถ้ ามีโอกาส
  ก็สามารถแทรกเข้ าไประบาดในระบบ
                          ื่
             คอมพิวเตอร์ อน ๆ
                                     220
LOVE Bug
LOVELETTER
W32.Sasser.Worm
กาลังระบาดอยู่ในสวนดุสิต
                           221
 ใช้ เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรม
     ้
  ขึนมาทางาน
 ขนาดของโปรแกรมใหญ่ ขน      ึ้
 ข้ อความทีปกติไม่ ค่อยได้ เห็นกลับถูกแสดง
            ่
       ้
  ขึนมาบ่ อย ๆ
                                        222
 เกิดอักษรหรือข้ อความประหลาดบน
  หน้ าจอ
 เครื่องส่ งเสี ยงออกทางลาโพงโดยไม่ ได้ เกิด
                    ่
  จากโปรแกรมทีใช้ อยู่
 แป้ นพิมพ์ทางานผิดปกติหรือไม่ ทางานเลย


                                          223
 ขนาดของหน่ วยความจาที่เหลือลดน้ อย
  กว่ าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ ได้
 ไฟล์ ข้อมูลหรือโปรแกรมทีเ่ คยใช้ อยู่ ๆ ก็
  หายไป
 เครื่องทางานช้ าลง


                                               224
 เครื่องบูตตัวเองโดยไม่ ได้ สั่ง
 ระบบหยุดทางานโดยไม่ ทราบสาเหตุ
 เปิ ดเครื่องไม่ ได้ หรือขณะทางานอยู่เครื่อง
      ั
  ก็ดบไปเอง



                                           225
226
 สารองไฟล์ ข้อมูลทีสาคัญ
                     ่
ป้ องกันการเขียนให้ กบ Diskette 
                       ั
 Write Protect


                                     227
 ติดตั้งโปรแกรมตรวจหาไวรัส
เรียกใช้ โปรแกรมตรวจหาไวรัสเป็ นประจา
คอย update โปรแกรมตรวจหาไวรัสอยู่เสมอ
พยายามอย่ าเปิ ดเมล์ ทมีชื่อแปลกๆ
                       ี่



                                  228
      ลิขสิ ทธิ์ซอฟต์ แวร์
ลิขสิ ทธิ์ คือ การแสดงออกซึ่งความคิด
(expression of idea) ในรู ปของ “งาน
สร้ างสรรค์ ” ประเภทต่ างๆ เช่ น
หนังสื อ ดนตรี เพลง ภาพวาด รู ปปั้น
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
                                       229
การพิจารณาซอฟต์แวร์ตามหลักการของลิขสิ ทธิ์
   พิจารณาซอฟต์แวร์ในด้านของลิขสิ ทธิ์ มองได้เป็ น 3 กลุ่ม
      ซอฟต์แวร์ ที่มีลิขสิ ทธิ์ : ผูผลิตจะอนุ ญาตให้เฉพาะผูที่ซ้ื อผลิตภัณฑ์เท่านั้นที่มีสิทธิ ใช้งานได้
                                     ้                         ้
      ซอฟต์แวร์แชร์แวร์ (Share Ware) : อนุญาตให้ใช้งานได้แต่จะมีขอจากัด หากจะใช้งาน  ้
         ต่อก็จะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ในภายหลัง
                                                                              ู้
      ซอฟต์แวร์ฟรี แวร์ (Free Ware) : มีเป้ าหมายเพื่อเผยแพร่ ให้ผใช้นาไปใช้ได้โดยไม่ตองเสี ย         ้
         ค่าใช้จ่าย
             ซอฟต์แวร์ ฟรี แวร์ ที่ไม่เปิ ดเผยวิธีในการผลิต

             ซอฟต์แวร์ ที่เปิ ดเผยวิธีการผลิต เรี ยกว่า ซอฟต์แวร์ โอเพนซอร์ ส (Open Source
              Software) หรื อ ซอฟต์แวร์รหัสเปิ ด สามารถนาไปใช้งาน ทาซ้ า เรี ยนรู ้ ปรับปรุ ง
              แก้ไขเพิ่มเติม และเผยแพร่ ได้


                                                                                                   230
ตัวอย่างของ freeware




                       231
3 บุคลากร (Peopleware)

            ่
บุคคลทีเ่ กียวข้ องกับการจัดการและควบคุมระบบ
  คอมพิวเตอร์ รวมถึงผู้ใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์
  บุคลากรคอมพิวเตอร์ แบ่ งออกเป็ น



                                                232
     3 บุคลากร (Peopleware)
1) หัวหน้ าหน่ วยงานคอมพิวเตอร์ (Electronic Data
   Processing Manager)
2) นักวิเคราะห์ ระบบ (System Analyst :SA)
3) นักออกแบบระบบ (System Designer)
4) โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
5) ผู้บริหารและควบคุมฐานข้ อมูล (Database Administrator)
6) ผู้ควบคุมเครื่อง(Computer Operator)
7) ผู้ใช้ (Users)
                                                     233
หัวหน้ าหน่ วยงานคอมพิวเตอร์ (Electronic Data Processing
    Manager)
               ่
คือ บุคคลากรทีอยู่ในตาแหน่ งทางงานบริหาร เป็ นผู้วางแผนงาน กาหนด
      นโยบายของหน่ วยงาน กาหนดมาตรฐานในการทางานของหน่ วยงาน
      คอมพิวเตอร์ ดังนั้นผู้ทเี่ ป็ นหัวหน้ าหน่ วยงานคอมพิวเตอร์ จะต้ องเป็ นผู้
        ่                                         ื้
      ทีความรับผิดชอบสู ง และต้ องมีความรู้พนฐานทางด้ านคอมพิวเตอร์ และ
      ความสามารถในการบริหารควบคู่กนไป        ั



                                                                            234
นักวิเคราะห์ ระบบ (System Analyst :SA)
                ่          ่
คือ บุคลากรทีจะทาหน้ าทีวเิ คราะห์ และออกแบบระบบ โดยศึกษารวบรวม
                                                                         ่
   ข้ อมูล ขั้นตอนการทางานของฝ่ ายต่ างๆ และความต้ องการของผู้ใช้ เพือนามา
   วิเคราะห์ และออกแบบระบบงานใหม่ หรือปรับปรุงแก้ไขระบบงานเดิมทีมี          ่
                             ึ้                                        ่
   อยู่ ให้ มีประสิ ทธิภาพดีขน ลักษณะงานของนักวิเคราะห์ ระบบจะเกียวข้ อง
   กับคนหลายระดับ ตั้งแต่ ผู้ใช้ โปรแกรมเมอร์ จนถึงผู้บริหาร ดังนั้น
   นักวิเคราะห์ ระบบจะต้ องมีมนุษยสั มพันธ์ ดี มีความคิดริเริ่มสร้ างสรรค์ และ
   มีความรู้ทางด้ านการเขียนโปรแกรม


                                                                         235
นักออกแบบระบบ (System Designer)
             ่        ่
คือ บุคลากรทีทาหน้ าทีในการออกแบบระบบงาน ทั้งในด้ านโครงสร้ างข้ อมูล
                                ่
   และฐานข้ อมูล โดยออกแบบตามทีนักวิเคราะระบบได้ วเิ คราะห์ ไว้
โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
      ้
คือ ผูที่ทาหน้าที่ในการเขียนคาสังและพัฒนาโปรแกรมเพื่อสามารถทางานได้
                                ่
                           ั
   ตามความต้องการ ที่นกออกแบบระบบได้ออกแบบไว้ โปรแกรมเมอร์
   จะต้องมีความรู ้เกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์เป็ นอย่างดี และต้องมีความอดทน
   สูงเพราะระหว่างที่เขียนจะพบข้อผิดพลาดของโปรแกรม นอกจากนั้น ยัง
   ต้องเป็ นบุคคลที่มีความสามารถในการใช้เทคนิคที่เหมาะสมในการพัฒนา
   โปรแกรม
                                                                     236
ผู้บริหารและควบคุมฐานข้ อมูล (Database Administrator)
             ่          ่
คือ บุคลากรทีทาหน้ าทีออกแบบ สร้ างควบคุม ปรับปรุงแก้ไขฐานข้ อมูล
                                                              ั
   ออกแบบระบบความปลอดภัยของข้ อมูลโดยการกาหนดสิ ทธิให้ กบบุคคลใน
   องค์ กร ในการเข้ าใช้ ฐานข้ อมูล
ผู้ควบคุมเครื่อง(Computer Operator)
               ่                        ั ิ
คือ บุคลากรทีทาหน้ าที่ ควบคุมการปฏิบตงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ
   อุปกรณ์ ต่างๆ เมื่อเกิดปัญหาผู้ควบคุมเครื่องสามารถแก้ไขปัญหาต่ างๆ ที่
         ้         ้
   เกิดขึนได้ ในเบืองต้ น

                                                                        237
ผู้ใช้ (Users)
                ่
คือ บุคคลากรทีมีความสาคัญต่ อการออกแบบและพัฒนาระบบ ผู้ใช้ จะเป็ น
           ่
   บุคคลทีระบุความต้ องการลงไปว่ าต้ องการให้ ระบบคอมพิวเตอร์ ทางานใด
        ั                     ่                                     ้
   ให้ กบนักวิเคราะห์ ระบบ เพือที่จะพัฒนาระบบให้ มีประสิ ทธิภาพมากขึน




                                                                   238
    4 ข้อมูลและสารสนเทศ
    (Data/Information)

ข้ อมูล
คือ ข้อเท็จจริ งที่เกิดขึ้น โดยอาจเป็ นตัวเลขเช่น ความสูง
ระยะทาง
สารสนเทศ
คือ ผลลัพธ์ที่ได้จาการประมวลผลและสามารถนาไป
ใช้ประโยชน์ได้ตรงกับความต้องการของผูใช้       ้
                                                            239
4 ข้อมูลและสารสนเทศ
(Data/Information)
ลักษณะของสารสนเทศที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติ คือ
Accuracy (ความแน่ นอน)
Completeness (ความสมบูรณ์ )
Reliability (ความเชื่อถือได้ )
Preciseness (กระทัดรัด)
Currency (เป็ นปัจจุบัน)
Timeliness (ทันต่ อเวลา)

                                              240
4 ข้อมูลและสารสนเทศ
(Data/Information)
การประมวลผลข้ อมูล แบ่ งออกเป็ น 3 ขั้นตอน คือ
1. ขั้นตอนการรับข้ อมูล (Input)
2. ขั้นตอนการประมวลผลข้ อมูล (Processing)
3. ขั้นตอนการแสดงผล (Output)

 Input          Process         Output

                                                 241
5 กระบวนการทางาน (Procedure)

องค์ ประกอบด้ านกระบวนการทางาน คือ ขั้นตอน
                         ้
  กระบวนการทางานพืนฐานของคอมพิวเตอร์ ทผ้ ูใช้  ี่
                                ่
  คอมพิวเตอร์ ทุกคนต้ องรู้ เพือสามารถใช้ งานได้ อย่ าง
  ถูกต้ อง เช่ น คู่มอสาหรับผู้ใช้ (User Manual)
                     ื
      ื
  คู่มอสาหรับผู้ควบคุมเครื่อง (Operation
  Manual)

                                                      242
5 กระบวนการทางาน (Procedure)
ขั้นตอนกระบวนการเข้ าสู่ ระบบลงทะเบียน ระบบสารสนเทศนักศึกษา
    มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
                                                     ่
1. นักศึกษาทาการระบุรหัสประจาตัวของนักศึกษา ทีช่อง user
                                    ่
2. นักศึกษาทาการระบุรหัสผ่ าน ทีช่อง password
                            ่
3. กดปุ่ ม “submit” เพือเข้ าสู่ ระบบ
                 ่
4. ถ้ ามีบุคคลอืนใช้ รหัสประจาตัวและรหัสผ่ านเดียวกันเข้ าสู่ ระบบและใช้
                                  ่
    งานอยู่ เมื่อนักศึกษาพยายามทีจะเข้ าสู่ ระบบ จะมีข้อความเตือนให้
    นักศึกษาทราบ


                                                                           243
5 กระบวนการทางาน (Procedure)




                               244

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:14
posted:8/21/2011
language:Thai
pages:244