BCS433 Data Communication & Networking(3)

Document Sample
BCS433 Data Communication & Networking(3) Powered By Docstoc
					               ICT+
       Introduction to Networks

                  ั         ิ
          ดร. สุรศกดิ์ ม ังสงห์
         E-mail: surasak.mu@spu.ac.th
          mungsing@gmail.com
URL:   http://www.spu.ac.th/~surasak.mu




                                          1
ICT+ Agenda
Internetworking Devices




                      3
Internetworking Devices
        ่        ่                                    ้    ื่
     เมือเครืองคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มากกว่าสองตัวขึนไป เชอมต่อกัน
             ่                     ื่                ้
     เพือวัตถุประสงค์ในการติดต่อสอสารข ้อมูลหรือ ใชทรัพยากรณ์
     ร่วมกัน เราเรียกว่า เครือข่าย
          ่                            ื่         ่
     เมือเครือข่ายมากกว่าสองเครือข่าย เชอมต่อกันเพือวัตถุประสงค์ใน
                    ื่                ้      ่
     การติดต่อสอสารข ้อมูลหรือ ใชทรัพยากรณ์รวมกัน เราเรียกว่า
     internetwork หรือ internet
              ื่                              ้               ้
     การเชอมต่อเครือข่ายมากกว่าสองเครือข่ายขึนไป จะต ้องใชอุปกรณ์
       ่               ื่
     ชวยในการสอสารตัวอย่างของอุปกรณ์ประเภทนี้ คือ Repeater,
     Bridges, Switches, Routers, Gateway เป็ นต ้น




                                                                4
OSI VS Internetworking Devices
             ื่
    อุปกรณ์สอสารระหว่างเครือข่ายแต่ละประเภท ติดต่อสอสารกับ ื่
          ั้
    ระดับชนต่างๆใน OSI
                   ั้                ้               ่ ี่
    สามระดับชนล่างของ OSI ใชอธิบายขอบเขตหน ้าทีทสาคัญแก่
                 ื่                     ื่
    อุปกรณ์สอสาร ประเภทอุปกรณ์สอสารระหว่างเครือข่าย จาแนกตาม
          ั ้ ื่
    ระดับชนสอสารของ OSI
          ั้          ิ ์ ั      ่
    ระดับชนฟิ สกสคล เชน รีพรีเตอร์(repeater) /โมเดม(MODEM) /
     ั
    ฮบ (Hub) / ตู ้สลับสาย(PBX)
          ั้                       ่
    ระดับชนดาต ้าลิงค์ เชน บริดจ์(Bridge) / สวิตซ ์ (Switch)
          ั้             ์   ่
    ระดับชนเน็ตเวิรค เชน เร ้าเตอร์ (Router)
                           ั   ่
    ระดับแอพลิเคชน เชน เกตเวต์(Gateway)


                                                            5
Internetworking Devices and the OSI Model




                                        6
MODEM : MOdulation and DEModulation




          ่                      ั
    หน ้าทีหลักของโมเดมคือการแปลงสญญาณจากอนาลอก ไปเป็ น
      ั                 ิ
    สญญาณในระบบดิจตอล หรือในทานองกลับกัน(ให ้ความสาคัญ
                  ั
    กับการจัดการสญญาณ)
                   ั      ้ ั
    ในเครือข่ายโทรศพท์ใชสญญาณในระบบอนาลอกเป็ นหลัก แต่
                      ้   ้ ั         ิ
    ระบบคอมพิวเตอร์นันใชสญญาณในระบบดิจตอลเป็ นหลัก


                                                          7
   Dial-up line and a Dedicated line

      Dial-up line is temporary connection using telephone line
       for communications

      Dedicated line is line always connected between two
       communications devices

Advantages of dial-up line              Advantages of dedicated line
1. Costs no more than making regular    1. Quality and consistency of
call                                    connection are better
2. Computers at any two locations can   2. Computer locations are
establish a connection using modems     fixed
and telephone network                   3. Can be digital or analog

                                                                    8
    HUB
                ื่   ่                     ั           ่
    เป็ นอุปกรณ์สอสารชวยในด ้านการกระจายสญญาณ โดยทัวไปมักใชกับงาน้
      ่                                ั       ้
    ทีต ้องการขยายระบบเครือข่าย ปั จจุบนมีการใชงาน Hub กันมากกับรูปแบบ
            ื่
    การเชอมต่อเครือข่ายในแบบ Tree structure บนมาตรฐาน 10Base-T

          ่                           ั               ั
    หน ้าทีหลักของ Hub คือการกระจายสญญาณหรือ ผ่านสญญาณภายใน
                   ้                           ่
    เครือข่าย ดังนันจึงรองรับกับมาตรฐาน OSI อยูในระดับแรก โดยให ้
                                ั
    ความสาคัญด ้านการจัดการสญญาณเป็ นหลัก

          ั                                                   ่
    ปั จจุบนได ้พัฒนาความสามารถของ Hub ในด ้านการจัดการพอร์ต (ชอง
                 ั          ่          ั
    ทางผ่านสญญาณ) แทนทีจะเป็ นตัวผ่านสญญาณเพียงอย่างเดียว เรียก Hub
             ้ ่                             ่ ี่   ั้
    ชนิดนีวา Switched Hub รองรับการทางานอยูทระดับชนที่ 2 และ 3




                                                                    9
Switched Hub


                      N x 10Mbps

      10 Mbps                           10 Mbps


                    10 Mbps   10 Mbps

  A             B                C                D




                                                      10
Repeater

                                               ั้
    เป็ นอุปกรณ์อเลคทรอนิคส ์ ทีทางานอยูบนระดับชน
                 ิ              ่       ่
    Physical ของ OSI Model เท่านัน ้

      ้            ั                       ื่
    ใชสาหรับทวนสญญาณ หรือ ทาให ้สามารถเชอมต่อ
                             ้    ่     ่              ่
    เครือข่ายได ้ระยะทางไกลขึน เนืองจากชวยขจัดปั ญหาเรือง
    Attenuation

                       ่             ั
    Repeater ไม่ได ้เปลียนแปลงตัวสญญาณ เพียงแต่ทาซา     ้
          ่        ้       ้               ่   ่ ื่
    และสงต่อเท่านั น ดังนั น เครือข่ายสองสวนทีเชอมต่อกัน
    ด ้วย Repeater จึงเป็ นเสมือนเครือข่ายเดียวกัน

                                                            11
A Repeater in the OSI Model




                              12
Repeater
                                    ั
 Repeater ไม่ได ้เปลียนแปลงตัวสญญาณ เพียงแต่ทาซ้าและ
                      ่
 ่         ้      ้               ่   ่ ื่
สงต่อเท่านัน ดังนัน เครือข่ายสองสวนทีเชอมต่อกันด ้วย
Repeater จึงเป็ นเสมือนเครือข่ายเดียวกัน




                                                        13
    Bridge
                    ื่
    เป็ นอุปกรณ์เชอมโยงระหว่างเครือข่าย Bridge ได ้รับการออกแบบมา
           ้                                ่
    ให ้ใชกับเครือข่ายประเภทเดียวกันเชน Ethernet กับ Ethernet หรือ
    Token Ring กับ Token Ring
                                       ้     ั           ่
    การติดต่อภายในเครือข่ายเดียวกันนันมีลกษณะการสงข ้อมูล แบบ
                 ่                        ้
    กระจายไปทัว (broadcasting) ดังนันจึงกระจายไปเฉพาะเครือข่าย
                   ้        ่
    เดียวกันเท่านัน การรับสงภายในเครือข่ายมีข ้อกาหนดให ้ Packet ที่
      ่
    สงกระจายไปยังตัวรับได ้ทุกตัว
            ี          ่ ่                     ่           ่
    ถ ้าแต่มแอดเดรสทีสงมาเป็ นแอดเดรสอยูบนเครือข่ายอืน Bridge จะ
                              ้ ่
    นาข ้อมูลเฉพาะ Packet นันสงให ้ Bridge ต่างเครือข่าย จึงเสมือน
                                                     ื่
    เป็ นตัวแบ่งแยกข ้อมูลระหว่างเครือข่ายให ้มีการสอสารภายใน
                                                   ่    ่
    เครือข่ายของตนไม่ปะปนไปยังอีกเครือข่ายหนึง เพือลดปั ญหา
                                  ื่
    ปริมาณข ้อมูลกระจายในสายสอสารมากเกินไป


                                                                       14
A Bridge in the OSI Model




                            15
A Bridge




           16
Switch
•                                               ่
    อุปกรณ์ Switch มีหลายแบบ หากแบ่งกลุมข ้อมูลเป็ น Packet เล็ก ๆ
                   ่                                     ่
    และเรียกใหม่วา “Cell” กลายเป็ น “Cell Switch” หรือทีรู ้จักกันในนาม
                                ์
    "ATM Switch" ถ ้าสวิตชข ้อมูลในระดับ Frame ของ Ethernet ก็
                                                  ์
    เรียกว่า " Ethernet Switch" และถ ้าสวิตชตามมาตรฐานเฟรมข ้อมูลที่
                              ่
    เป็ นกลาง และนาข ้อมูลอืนมาประกอบภายในได ้ก็เรียกว่า "Frame
    Relay"
•                                        ี่ ้
    อุปกรณ์ Switching จึงเป็ นอุปกรณ์ทใชเทคโนโลยีใหม่ และมีแนวโน ้ม
       ่              ้                       ่
    ทีจะพัฒนาให ้ใชกับความเร็วของการรับสงข ้อมูลจานวนมาก เชน      ่
                                                    ์
    Frame Relay และATM Switch สามารถสวิตชข ้อมูลขนาดหลายร ้อย
                                    ี้ ึ              ี่
    ล ้านบิตต่อวินาทีได ้ เทคโนโลยีนจงเป็ นเทคโนโลยีทกาลังได ้รับความ
    นิยม


                                                                    17
Router

 •                        ื่
     อุปกรณ์ทาหน ้าเชอมโยงการติดต่อระหว่างเครือข่าย เชน  ่
     เครือข่าย Ethernet กับ Frame Relay (LAN-to-WAN) โดยต ้อง
                             ่ ้
     กาหนดโปรโตคอลทีใชงานร่วมกันบน Router เสยก่อน      ี
 •   Router จะรับข ้อมูลเป็ น Packet เข ้ามาตรวจสอบแอดเดรส
                        ้                            ้
     ปลายทาง จากนันนามาเปรียบเทียบกับตารางเสนทาง (routing
               ่                  ่      ้     ่ ่
     table ) ทีได ้โปรแกรมไว ้ เพือหาเสนทางทีสงต่อไป
 •           ้      ่ ่                            ่
     หากเสนทางทีสงต่อมีมาตรฐานทางเครือข่ายทีแตกต่างออกไป ก็
     จะแปลงให ้เข ้ากับมาตรฐานใหม่




                                                                18
A Router in the OSI Model




                            19
Routers in an internet




                         20
Gateway

                                     ่ ื่
    เป็ นอุปกรณ์หรือซอฟท์แวร์ทาหน ้าทีเชอมโยงการทางานระหว่าง
    เครือข่าย ชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดก็ได ้ ถ ้าเป็ นเครือข่ายทีใช ้
                                                                 ่
    โปรโตคอลต่างกัน ตัว Gateway ทาการแปลงโปรโตคอลให ้เป็ น
                 ่
    โปรโตคอลทีตรงกัน (protocol converter)

                     ้         ั้       ั
    สนับสนุนการทางานตังแต่ระดับชนแอพลิเคชนลงไป

      ้                         ้        ั
    เอืออานวยความสะดวกต่อการติดตังแอพลิเคชนในแบบกระจาย




                                                                        21
A Gateway in the OSI Model




                             22
A Gateway




            23
          ื่
ซอฟท์แวร์สอสาร




                 24
          ื่
ซอฟต์แวร์สอสาร
                               ี่      ่ ื่
    หมายถึงโปรแกรมซอฟท์แวร์ททาหน ้าทีเชอมโยงการ
                                     ่
    ทางานและสร ้างกระบวนการแลกเปลียนข ้อมูลระหว่าง
          ่                  ื่
    ระบบทีต ้องการทางาน หรือสอสารข ้อมูลร่วมกัน
      ่
    เชน
      Telnet,
      FTP (File Transfer Protocol),
      Web Browser (IE/Netscape…),
      E-Mail,
      Instant Messaging
      Internet Telephony


                                                     25
โปรแกรม Telnet
                                   ่            ่
    ประกอบด ้วยข ้อกาหนดรูปแบบทีให ้บริการเกียวกับการ
    ควบคุมการติดต่อระยะทางไกล (Remote Login)
                  ้                         ั ิ
    เราสามารถใชงาน telnet ได ้บนระบบปฏิบตการวินโดว์ โดย
            ้
    เรียกใชโปรแกรมนีได ้ที่ เมนู Run แล ้วพิมพ์คาสง
                     ้                             ั่
                                  ่
        telnet <ip address > เชน telnet 202.44.68.3
               ้ ี       ื่           ่                 ่
    หรืออาจใชวิธการระบุชอของระบบทีต ้องการติดต่อด ้วย เชน
        telnet spu.ac.th




                                                        26
                   ั้       ้
           ภาพแสดงขนตอนการใชโปรแกรม Telnet
                         ่
           ติดต่อก ับเครืองบริการอินเตอร์เน็ ตของ ม.ศรีปทุม




พิมพ์คาสั่ง telnet 202.44.68.3




                                   ่ ื่    ้
                                 ใสชอผู ้ใชและ
                                 รหัสผ่าน

                                                                ่       ่
                                                  ข ้อความแรกทีแสดงเมือสามารถ
                                                              ่
                                                 ติดต่อกับเครือง spu.ac.th ได ้แล ้ว
                                                                                   27
ประโยชน์ของโปรแกรม Telnet

               ้                         ่   ่ ่
    การเข ้าไปใชทรัพยากรของคอมพิวเตอร์เครืองอืนทีอยู่
    ห่างไกล

   การค ้นและโอนข ้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ แม ้จะต่างระบบ

                                    ่       ี่      ้ ่
    การตรวจเมล์ (E-Mail) หรือบริการอืนๆ กรณีทต ้องใชเครือง
      ่
    อืน โดยเฉพาะในระบบ Text Mode




                                                            28
โปรแกรม FTP (File Transfer Protocol)

           ี
    เป็ นวิธการในการกาหนดรูปแบบในการบริการถ่ายโอน
                            ่
    ไฟล์ ข ้อมูลระหว่างเครืองคอมพิวเตอร์
     ึ่         ่
    ซงอาจจะอยูบนเครือข่ายเดียวกันหรือต่างเครือข่ายกันก็
              ่
    ได ้ เครืองชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดกันก็ได ้
        ึ่          ่ ้
    ซงโปรแกรมทีใชงานในการถ่ายโอนไฟล์นเรียกว่า FTPี้
                      ่                ้       ่
    program มีอยูหลายโปรแกรม มีทังแบบทีเป็ นแบบ Text
                   ้                         ่
    mode คือใชการพิมพ์โต ้ตอบ และ แบบทีเป็ นแบบ
                         ึ่          ้
    Graphic mode ซงง่ายต่อการใชงานมากกว่า


                                                          29
Instant Messaging : ICQ, MSN

1: Login to the IM
server                    Step 1       Step 2

2: Server checks if any
established friends,
family, or co-workers,
                                      IM server
called buddies, are
online
3: Send instant
messages to online                                 Step 3
buddy                              messaging
                                    server
4: Instant message
travels through
messaging server and
then to online buddy
                                          Step 4        30
The Internet




               31
    The Network Layer in the Internet

•   The IP Protocol
•   IP Addresses
•   Internet Control Protocols
•   OSPF – The Interior Gateway Routing Protocol
•   BGP – The Exterior Gateway Routing Protocol




                                                   32
Collection of Subnetworks




                                            ่
  ระบบอินเตอร์เนตสามารถเปรียบเทียบได ้กับทีรวมของระบบเครือข่ายย่อย
        ่                                            ่ ื่
  หรือทีเรียกว่าระบบอัตโนมัต ิ (Autonomous System) ทีเชอมต่อเข ้าด ้วยกัน
                                                                            33
The IP Protocol




                   The IPv4 (Internet Protocol) header.
           ่ ้      ่                                        ่         ่
  รูปแบบทีใชในการสงข ้อมูลเรียกว่า datagram ประกอบด ้วย 2 สวน คือ สวนห ัว
       ้                       ึ่
  ใชในการบอกข ้อกาหนดต่างๆ ซงมีความยาวไม่เกิน 60 ไบต์ (20 ไบต์แรกใช ้
               ่      ่               ่     ้     ่        ่
  บอกข ้กาหนดทีเป็ นสวนบังคับ 40 ไบต์ตอมาใชเป็ นสวนขยายทีบอกข ้อกาหนด
     ่                       ่          ่ ่                    ่
  เพิมเติมตามความต ้องการ) สวนหางคือสวนทีเป็ นข ้อมูลข่าวสารทีต ้องการ
                                                                        34
     เขตข้อมูลใน IPv4
                        ่
    Version: หมายเลขรุนของ datagram (4 bits)
   IHL: ความยาวของ datagram (20 – 60 bytes)
   Type of services: บอกชนิดของการบริการ (1 byte)
                                                ้
    Total length: ระบุความยาวของ gatagram ทังหมด (2 bytes)
                      ้                           ู
    Identification: ใชเก็บหมายเลขข่าวสารกรณีถกแบ่งออกเป็ นหลาย datagram (2 bytes)
   DF: Do not fragment (1 bit)
                                   ี ่                  ่
    MF: More fragment (1 bit) ปกติมคาเป็ น 1 ถ ้ามีคา 0 หมายถึง datagram ตัวสุดท ้าย
                            ้           ้     ่             ่
    Fragment offset: ใชบอกว่าแพ็กเกตนีเป็ นสวนประกอบทีเท่าใดของ datagram (13
    bytes)
                                     ้
    Time to live: ตัวเลขจานวนเต็ม ใชนับจานวนแม่ขาย (1 byte)่
                          ่     ่         ้           ่
    Protocol: กฎการรับสงข ้อมูลทีจะนามาใชในการสง datagram ต่อไป (1 byte)
                              ้
    Header checksum: ใชในการตรวจสอบความถูกต ้องของข ้อมูล (2 bytes)
                                                    ้           ่ ่     ่
    Source address, Destination address: ใชในการกาหนดทีอยูของผู ้สงและผู ้รับ (4
    bytes)
                  ่                         ่
    Options: เป็ นสวนขยายสาหรับ datagram รุนใหม่ (4 bytes)


                                                                               35
The IP Protocol (2)
         Some of the IP options.




                                   36
IP Addresses




                              IP address formats

   ่ ่                        ้
 ทีอยูบนอินเตอร์เนตกาหนดโดยใชเลขฐานสอง ความยาว 4 ไบต์หรือ 32 บิต

  ึ่
 ซงจะไม่มทอยูทมหมายเลขซ้ากันเลย ประกอบด ้วยตัวเลข 3 ประเภทคือ
         ี ี่ ่ ี่ ี
     •   เลขบอกพวก(class)
     •   เลขบอกเครือข่าย (network)
     •             ่      ่
         เลขบอกเครืองแม่ขาย (Host)
                                                                   37
            ่ ่
  การกาหนดทีอยูแบ่งออกเป็ น 5 Class คือ A, B, C, D, และ E
รายละเอียดของ Class
   Class A: บิตแรกเป็ น “0” เลขบอกเครือข่ายยาว 7 บิต ประกอบด ้วย126 เครือข่าย
                                 ่     ่
    แต่ละเครือข่ายมี 16 ล ้านเครืองแม่ขายบอกด ้วยตังเลข 24 บิต ขอบเขตหมายเลข
       ่
    อยูท ี่ 1.0.0.0 ถึง 127.255.255.255

   Class B: สองบิตแรกเป็ น “10” เลขบอกเครือข่ายยาว 14 บิตประกอบด ้วย 16,382
                                          ่     ่
    เครือข่าย แต่ละเครือข่ายมี 65,536 เครืองแม่ขายบอกด ้วยเลข 16 บิต ขอบเขต
               ่ ่ ื
    หมายเลขทีอยูคอ 128.0.0.0 ถึง 191.255.255.255

   Class C: สามบิตแรกเป็ น “110” เลขบอกเครือข่ายยาว 21 บิตประกอบด ้วย
                                                 ่     ่
    2,097,152 เครือข่าย แต่ละเครือข่ายมี 254 เครืองแม่ขายบอกด ้วยเลข 8 บิต
                      ่ ่ ื
    ขอบเขตหมายเลขทีอยูคอ 192.0.0.0 ถึง 223.255.255.255

             ี่ ิ                ้
    Class D: สบตแรกเป็ น “1110” ใชสาหรับการกระจายข ้อมูลข่าวสารแบบหลายจุด
                    ่ ่ ื
    ขอบเขตหมายเลขทีอยูคอ 224.0.0.0 ถึง 239.255.255.255

                                               ้                      ่
    Class E: ห ้าบิตแรกเป็ น “11110” สารองไว ้ใชในอนาคต ขอบเขตหมายเลขทีอยู่
    คือ 240.0.0.0 ถึง 247.255.255.255
                                                                              38
    Special IP addresses




      ่         ่ ่ ี่ ้
มีบางสวนของเลขทีอยูทใชในความหมายพิเศษ
•        ่ ่ ็         ั้        ้         ่ ่    ่ ่      ่             ์
    เลขทีอยูเปน 0 ทงหมด ใชสาหร ับเครืองแม่ขายใดๆทีเพิงจะเริมต้นเปิ ดสวิทชการทางาน
    ของเครือง  ่
•           ่ ่ ึ้                             ่      ่      ้
    เลขทีอยูขนต้นด้วย 0 แล้วตามด้วยหมายเลขเครืองแม่ขาย ใชภายในเครือข่ายของตนเอง
      ็
    เปนการละเลยการเขียนหมายเลขเครือข่าย
•         ่ ่ ็           ั้   ็                                 ่   ่     ่ ่
    เลขทีอยูเปน 1 ทงหมด เปนการแพร่กระจายข่าวสารไปย ังทุกเครืองแม่ขายทีอยูภายใน
    เครือข่ายเดียวก ัน
•            ่ ่ ี่ ึ้                                  ั้         ็
    เลขทีอยูทขนต้นด้วยหมายเลขเครือข่ายตามด้วยเลข 1 ทงหมด เปนการแพร่กระจาย
                             ่     ่ ่ ่                       ่
    ข่าวสารไปย ังทุกเครืองแม่ขายทีอยูภายในหมายเลขเครือข่ายทีระบุ
•          ่ ่                           ็         ้
    เลขทีอยูในล ักษณะ 127.xx.yy.zz เปนเลขสารอง ใชสาหร ับการทดสอบโปรแกรม
    โดยเฉพาะ                                                                   39
Subnets- เครือข่ายย่อย




                  ึ
ระบบเครือข่ายสถานศกษาประกอบด้วยระบบเครือข่ายเฉพาะบริเวณของคณะวิชาต่างๆ


             ่ ่                               ้
 โฮสทุกตัวทีอยูในระบบเครือข่ายเดียวกันจะต ้องใชหมายเลขเครือข่ายเป็ นเลข
           ้                                      ่             ้
 เดียวกันทังหมด เครือข่ายสามารถแบ่งออกเป็ นหลายสวนสารับการใชงานภายใน
         ึ่ ่
 องค์กรซงเมือมองจากภายนอกแล ้วก็ยังคงเป็ นระบบเครือข่ายเดียวกัน ในมุมมอง
                 ่
 ของอินเตอร์เนตสวนประกอบของเครือข่ายเรียกว่าระบบเครือข่ายย่อยหรือ
 subnet
                                                                           40
Subnets (2)




              A class B network subnetted into 64 subnets.

               ่                        ่                  ่        ่ ่
 จากรูป แทนทีจะมีเครือข่าย class B อยูเพียงเครือข่ายเดียวทีหมายเลขทีอยูระบบ
 เครือข่ายขนาด 14 บิต และหมายเลขโฮสอีก 16 บิต ข ้อมูลบางบิตจากหมายเลข
                    ้                                    ่
 โฮสจะถูกนาไปใชในการสร ้างหมายเลขเครือข่ายย่อย เชนสร ้างเครือข่ายย่อย
                                              ้
 จากข ้อมูล 6 บิต เหลือไว ้อีก 10 บิตสาหรับใชเป็ นหมายเลขโฮส จะทาให ้มี
 เครือข่ายย่อยได ้มากถึง 64 ระบบ แต่ละระบบจะมีจานวนโฮสได ้1022 โฮส
                            ้      ้                   ้     ่
 (หมายเลข “0” และ “1” นันไม่ใชงาน การแบ่งลักษณะนีอาจเปลียนแปลงได ้
            ่
 ภายหลังเมือพบว่าไม่เหมาะสม

                                                                          41
Subnets (3)



              A class B network subnetted into 64 subnets.

                      ้      ้                                      ึ่
 สร ้างเครือข่ายย่อยขึนมาใชงาน เราเตอร์หลักจะต ้องมี “subnet mask” ซงเป็ นตัว
        ่
 เลขทีบอกให ้ทราบถึงการแบ่งแยกระหว่างหมายเลขเครือข่ายกับหมายเลข
 เครือข่ายย่อยและหมายเลขโฮส Subnet mask ในรูปเขียนแบ dotted decimal
                                                               ่
 notation ดังนี้ 255.255.252.0 หรือเขียนในลักษณะ “/22” เพือบอกให ้ทราบ
                          ั้
 ว่า subnet mask นนมีความยาว 22 บิต จากตัวอย่างนี้ ระบบเครือข่ายย่อยที่ 1
 อาจมีหมายเลขเป็ น 130.50.4.1 ระบบเครือข่ายย่อยที่ 2 มีหมายเลขเป็ น
 130.50.8.1 ระบบเครือข่ายย่อยที่ 3 มีหมายเลขเป็ น 130.50.12.1 เป็ นต ้น หรือ
                        ั
 เขียนเป็ นเลขไบนารีดงนี้
        Subnet 1: 10000010 00110010 000001|00 0000001
      Subnet 2: 10000010 00110010 000010|00 0000001
      Subnet 3: 10000010 00110010 000011|00 0000001                         42
CIDR – Classless InterDomain Routing




                        ตารางกาหนดหมายเลข IP

              ่ ่               ่ ่                           ี
 การกาหนดทีอยูแบบ class ทาให ้ทีอยูหลายล ้านหมายเลขต ้องสูญเสยไปโดยไม่ม ี
           ้                            ิ
 ผู ้นาไปใชงาน Class A มีจานวนสมาชกได้มากกว่า 16 ล้านหมายเลข ซงมาก  ึ่
                                  ่ ่                     ่ ่
 เกินไปต่อระบบเครือข่ายย่อยแห่งหนึง สวน Class C มีจานวนทีอยูได้ 256
               ึ่                                      ิ
 หมายเลข ซงก็น ้อยเกินไป สาหรับ Class B มีจานวนสมาชกได้ 65,536
                  ึ่       ่        ่ ุ                         ้
 หมายเลข ซงเป็ นจานวนทีเหมาะสมทีสด (class D และ E สงวนไว ้ใชต่างหาก)
                     ่ ้ ั
 สถานะการณ์เชนนีในสงคมอินเตอร์เนตเรียกว่า “Three bears problems”
    ่           ิ           ี                    ้
 เพือให้เกิดประสทธิภาพ ได้มการนาแนวคิด”การเลือกเสนทางเดินข้อมูล
        ้                        ั้
 โดยใชโดเมนสากลแบบไม่กาหนดชน (CIDR: Classless InterDomain
 Routing)” มาใช ้ ซงเปนการรวมทีอยูใน class C ทงหมดเข้าด้วยก ันซงมี
                    ึ่ ็        ่ ่           ั้               ึ่
                                      ็  ่ ่
 มากกว่า 2 ล้านเครือข่ายแล้วกาหนดให้เปนทีอยูแบบขนาดไม่คงที่            43
ปัญหาการขาดแคลนหมายเลข IP
    มีปญหาเนืองจากมีการใช ้ ADSL มากขึน
        ั     ่                        ้
         ้ ้                   ็
        ผูใชได้ร ับเลขหมาย IP เปนการถาวร
           ้ ้    ้   ี           ื่          ั้ ่ ้
       ผูใชไม่ตองเสยค่าบริการเชอมต่อในแต่ละครงทีใชงาน
           ั
     การแก้ปญหา
                                                            ้
          ผล ักด ันให้ระบบอินเตอร์เนตเปลียนไปใช ้ IPv6 ซงจะใชหมายเลขทีอยูขนาด 128 บิต
                                         ่              ึ่            ่ ่
             ่ ่
     การแปลงทีอยูเครือข่าย
       ็   ี      ั        ่ั
     เปนวิธการแก้ปญหาชวคราว โดยมีแนวคิดในการกาหนดหมายเลข IP ให้ประจาแต่ละ
                                       ี           ่                  ่         ่
     องค์กรเพียงหมายเลขเดียวหรือให้มจานวนน้อยทีสุดภายในองค์กร เครืองแต่ละเครืองจะมี
                    ่  ้       ่   ่ ็               ึ่       ้               ้
     หมายเลข IP ทีไม่ซาก ับเครืองอืนเปนของตนเองซงเตรียมไว้ใชสาหร ับการค้นหาเสนทาง
                ่                        ่
     และการจ ัดสงแพ็ กเกตภายในองค์กร เมือแพ็ กเกตจะเดินทางออกจากองค์กรไปย ัง ISP
                         ่ ่               ้            ้
     กระบวนการแปลงทีอยูเครือข่ายจะเกิดขึน กระบวนการนีจะกาหนดให้หมายเลข IP จานวน
          ่ ็                                                     ่ ้     ้
     3 กลุมเปนหมายเลขเฉพาะ องค์กรสามารถนาหมายเลข IP ใน 3 กลุมนีไปใชได้โดยอิสระ
                                             ่ ้ ้          ่   ่       ่
     โดยมีกฎว่าจะไม่นาหมายเลขใดใน 3 กลุมนีไปใชก ับแพ็ กเกตทีจะสงเข้าสูระบบอินเตอร์เนต
     จริง
           10.0.0.0          - 10.255.255.255/8          (16,777,216 โฮส)
           172.16.0.0        - 172.31.255.255/12 (1,048,576 โฮส)
           192.168.0.0       - 192.168.255.255/16 (165,536 โฮส)
                                                                                   44
NAT – Network Address Translation
         Placement and operation of a NAT box.




                                                 45
Number of
Internet Hosts

   Number of hosts
    today is in hundreds
    of millions
   Number of users in
    billions
   Number of
    participating
    countries nearing
    200
                           46
Switching Techniques
   Circuit switching
       Dedicated path transmission
       Minimal delay through network after connection established
   Message switching
       Transmission channels are only used when needed
       Messages frequently stored on slow peripheral processor (e.g.,disk,
        magnetic drum)
       Delays due transmission depends on length of message and number
        of hops
   Packet switching
       Transmission unit is packet with limited size
       Packets stored in high-speed random access memory (RAM)
       Delay is much sorter than message switching
       E.g. APARNET used 50-kbps links. Thus for a path with 5 or less hops
        and packet length less than 1000 bytes, the transmission time is less
        than 1000x8/50,000 = 0.16 seconds.
                                                                              47
Circuit switching




   Circuit switching holds all channels
                                          48
Message Switching



    First transmission   Second transmission




   Third transmission     Fourth transmission


 Message switching holds one channel at         49
Internet History
   Evolved from ARPANET (Defense Department’s
    Advanced Research Projects Agency Network)
   ARPANET was developed in 1969, and was the first
    packet-switching network
   Initially, included only four nodes: University of
    California, Los Angelis (UCLA), University of
    California, Santa Babara (UCSB), University of Utah,
    and SRI(Stanford Research Institute )

    For more information visit http://www.walthowe.com/navnet/history.html


                                                                             50
Switching Methods
   Circuit Switching: Requires a dedicated
    communication path for duration of transmission;
    wastes bandwidth, but minimizes delays
   Message Switching: Entire path is not dedicated,
    but long delays result from intermediate storage and
    repetition of message
   Packet Switching: Specialized message switching,
    with very little delay



                                                           51
Early Applications & Protocols
 Telnet/FTP (1972/73)
 Distributed Email (1972)
 TCP/IP (1982-83)
 DNS (1984)




                                 52
Internet Components




                      53
The World Wide Web
   Concept proposed by Tim Berners-Lee in 1989, prototype
    WWW developed at CERN (the European Laboratory for
    Particle Physics) in 1991

   First graphical browser (Mosaic) developed by Mark
    Andreessen at NCSA (National Center for Supercomputing
    Applications) in 1993

   Client-server system with browsers as clients, and a variety
    of media types stored on servers

   Uses HTTP (hypertext transfer protocol) for retrieving files


                                                                   54
     Internet Terminology

                              ิ้                     ึ่ ื่
    Central Office (CO):จุดสนสุดของสายของลูกค ้าซงเชอมต่อกับสวิทช ์
        ่    ื่              ่
    เพือเชอมต่อกับเครือข่ายอืน
   Customer Premises Equipment (CPE): อุปกรณ์สอสาร        ื่
                   ่
    โทรคมนาคมทีเป็ นของฝ่ ายลูกค ้า
   Internet Service Provider (ISP): ผู ้ให ้บริการอินเตอร์เนต
                                      ื่               ึ่ ื่
    Network Access Point (NAP): จุดเชอมต่อหลักซงเชอมต่อ ISP ต่างๆ
    เข ้าด ้วยกัน
                                                                  ่
    Network Service Provider (NSP): ผู ้ให ้บริการเครือข่ายทีเป็ น back
    bone ให ้กับ ISP
                                                             ่ ื่
    Point of Presence (POP): จุดขอบนอกของเครือข่ายทีเชอมต่อเข ้ากับ
    อินเตอร์เนต



                                                                   55
Simplified View of Portion of Internet




                                     56
Connecting to the Internet
   End users get connectivity from an ISP (internet
    service provider)
      Home users use dial-up, ADSL, cable modems,
       satellite
      Businesses use dedicated circuits connected to
       LANs
   ISPs use “wholesalers” called network service
    providers and high speed (T-3, i.e. 44.736 Mbps, or
    higher) connections



                                                          57
Commercial Internet Use
 ARPANet and NSF limited use to research
  and development
 Early commercial use primarily information
  dissemination
 EDI transactions gradually moved to the
  Internet
 WWW growth in 1990s has led to increased
  direct sales


                                               58
Internet Addressing
 32-bit global internet address
 Includes network and host identifiers
 Dotted decimal notation
     11000000  11100100 00010001 00111001 (binary)
     192.228.17.57 (decimal)




                                                  59
Domain Name System (DNS)
   32-bit IP addresses have two drawbacks
     Routers can’t keep track of every network path
     Users can’t remember dotted decimals easily
   Domain names address these problems by
    providing a name for each network domain (hosts
    under the control of a given entity)




                                                       60
Portion of Internet Domain Tree




                                  61
DNS Components
   Domain name space
     Tree-structured   name space to identify all internet
      resources
   DNS database
     Stored   in a distributed database
   Name servers
     Server  programs that hold information about a specific
      portion of the domain name tree
   Resolvers
     Programs that extract information from name servers
      based on client requests

                                                                62
Internet Control Protocols

                  ื่                                        ่ ี
    โปรโตคอลการสอสารข ้อมูลบนอินเตอร์เนตหมายถึงกฎระเบียบทีมไว ้
        ้               ื่
    ใชในการควบคุมการสอสารข ้อมูลรวมถึงการแก ้ไขข ้อผิดพลาดต่างๆที่
          ้
    เกิดขึน
   โปรโตคอล 4 แบบ
      ICMP - Internet Control Message Protocol
      ARP – Address Resolution Protocol
      RARP – Reversed Address Resolution Protocol
      DHCP – Dynamic Host Configuration Protocol




                                                                63
ICMP - Internet Control Message Protocol
                  ่ ้
    เป็ นโปรโตคอลทีใชตรวจสอบและรายงานสถานภาพของ datagram
   มีการรายงาน 9 แบบ




                                                           64
ARP – The Address Resolution Protocol
                                   ่ ้            ่ ่
    ARP เป็ นโปรโตคอลหรือกฎระเบียบทีใชในการแปลงทีอยูจากแบบ
       ่         ่ ่ ี      ่   ่       ่ ่                ่ ่
    หนึงไปเป็ นทีอยูอกแบบหนึง เชน แปลงทีอยูแบบ IP ไปเป็ นทีอยูแบบ
    ethernet




         ื่
    การเชอมต่อระบบเครือข่าย 3 ระบบคือ ethernet 2 ระบบ และ FDDI 1 ระบบ
                                                                        65
RARP – Reversed Address Resolution Protocol
            ี         ื่                                      ่   ่ ่
    เป็ นวิธควบคุมการสอสารแบบ ARP ย ้อนกลับ นั่นคือเมือทราบทีอยูเป็ น
    แบบอินเตอร์เนตแล ้วต ้องการแปลงทีอยูเป็ น IP ่ ่
        ่                    ี่ ึ่    ่                 ่
    เครืองคอมพิวเตอร์ทพงจะเริมทางาน(หรือเครืองใดก็แล ้วแต่)จะสง       ่
                                      ่ ่
    คาถามออกไปในทานอง “ทีอยูขนาด 48 บิตแบบ ethernet ของฉัน
                                                  ่              ่
    คือ 14.04.05.18.01.25 มีใครทราบทีอยู่ IP ของฉันบ ้าง” เครืองที่
    ให ้บริการ RARP จะตรวจดูข ้อมูลในตารางข ้อมูลของตนเองแล ้วจึงสง     ่
    หมายเลข IP กลับไปให ้
     ่                                        ิ           ้
    ชวยให ้เกิดความอ่อนตัวและประสทธิภาพการใชหมายเลข IP เนืองจาก     ่
           ี
    ไม่มหมายเลข IP เป็ นของตนเอง ผู ้ควบคุมระบบสามารถกาหนด
                          ่         ี    ้             ้     ้
    หมายเลข IP ใดๆทีไม่มผู ้ใชงานในขณะนันให ้ใชได ้ หมายเลข IP ในทีนี้    ่
                            ิ ่
    จึงเป็ นเสมือนสมบัตสวนกลางทีทกคนใชร่วมกัน
                                           ่ ุ       ้


                                                                       66
Dynamic Host Configuration Protocol
            ี ี่       ่                           ้             ิ
 เป็ นวิธทสามารถใสหมายเลข IP ของโอสให ้ได ้ทังแบบอัตโนมัตและให ้ผู ้ดูแลระบบเป็ น
ผู ้ป้ อนข ้อมูล
                     ั    ่                   ่      ่ ่
 วิธ ี DHCP ต ้องอาศยเครือง server พิเศษเครืองหนึงทีจะเป็ นผู ้มอบหมายเลข IP ให ้แก่
         ่         ่          ้                  ่
โฮสทีร ้องขอ เครือง server นีไม่จาเป็ นจะต ้องอยูภายในระบบเครือข่ายเดียวกันกับโฮสที่
                                                         ่         ่
ร ้องขอ โดยจะมี DHCP relay agent ประจาในแต่ละวงเพือทาหน ้าทีเป็ นผู ้ถ่ายทอดข่าว




                                 การทางานของ DHCP                                67
OSPF (Open Shortest Path First)
             ่
    ในระยะเริมแรก โปรโตคอลสาหรับเกตเวย์ในเครือข่ายคือโปรโตคอล
            ้
    เลือกเสนทางแบบตารางระยะทาง (RIP-Routing Information
                ึ่ ้                         ่
    Protocol) ซงใชงานได ้ดีในระบบขนาดเล็ก เมือระบมีขนาดใหญ่จะมี
                     ้
    ปั ญหาความล่าชาในการค ้นหาคาตอบ
                      ้
    OSPF ถูกพัฒนาขึนโดย คณะทางาน IETF ในปี 1988 และได ้กลาย
    มาเป็ นมาตรฐานในปี 1990
   OSPF สนับสนุนการติดต่อและเครือข่ายได ้ 3 แบบ
                         ึ่
        แบบจุด-ต่อ-จุด ซงเป็ นการติดต่อกันระหว่างเราเตอร์สองตัว
                 ื่                  ่                        ่
        แบบการสอสารข ้อมูลหลายจุดทีสนับสนุนการกระจายข่าวสวนใหญ่เป็ น
        เครือข่ายเฉพาะที่
                    ื่                 ่                        ่
        แบบการสอสารข ้อมูลหลายจุดทีไม่สนับสนุนการกระจายข่าว เชนระบแพ็กเกต
        สวิทช ์


                                                                            68
ประเภทของเราเตอร์

OSPF แบ่งประเภทของเราต์เตอร์ออกเป็ น   4ประเภทคือ
1.                                             ่ ่
     Internal Router – เราเตอร์ภายในเขตย่อยทีอยูภายใน
     เขตย่อยเดียวกัน
2.                                        ่ ื่
     Area Border Router- เราเตอร์ชายแดนทีเชอมต่อกับเขต
           ้             ้
     ย่อยตังแต่สองเขตขึนไป
3.                                         ื่
     Backbone Router - เราเตอร์ในเขตระบบสอสารหลัก
4.                               ี่ ื่
     AS Border Router - เราเตอร์ทเชอมต่อระหว่างระบบ
     เครือข่ายอัตโนมัต ิ


                                                     69
OSPF
         ุ                                ั ่
เราเตอร์ทกตัวสามารถทราบข่าวสารของเราเตอร์ตวอืนได ้โดยการร ้อง
                                    ื่       ้         ี่
ขอข ้อมูลผ่านแพ็กเกต บอกสถานะการเชอมต่อ ดังนันเราเตอร์ทอยู่
                       ่        ่ ั
ติดกันจะสามารถแลกเปลียนข่าวสารทีทนสมัยระหว่างกันได ้เสมอ




               The five types of OSPF messages.


                                                            70
    โปรโตคอลเลือกเครือข่ายแบบ BGP
                      ่      ้    ้
    BGP เป็ นโปรโตคอลทีพัฒนาขึนมาใชสาหรับเลือกทางเดินข ้อมูล
    ระหว่างเครือข่ายอัตโนมัต ิ
                                        ้
    การเลือกทางเดินภายในจะคานึงถึงค่าใชจ่ายเป็ นหลัก แต่การเลือก
    ทางเดินระหว่างเครือข่ายจะต ้องนานโยบายของแต่ละระบบมาร่วม
    พิจารณาด ้วย
            ่ ้     ่                          ิ   ่
    นโยบายทีใชกันทัวไปในระบบเครือข่ายอัตโนมัตจะเกียวข ้องกับ
    การเมือง การรักษาความปลอดภัย และการพาณิชย์ เชน    ่
                                        ้
       ไม่อนุญาตให ้ฝากข ้อมูลผ่านบางพืนที่
            ่
      ไม่สงข ้อมูลของ IBM® ผ่านระบบของ Microsoft®
              ่                                           ื่
      ไม่สงข ้อมูลออกนอกเขตประเทศไทยยกเว ้นเป็ นการสอสารระหว่างประเทศ
                ่                                             ี่ ี       ่
      ไม่สงข ้อมูลผ่านระบบทหารเครือข่ายทหาร ยกเว ้นในกรณีทไม่มทางเลือกอืน
                                       ้     ่ ่
      ไม่เลือกระบบ นนทรีเน็ ท ไว ้ในเสนทางทีเริมต ้นจาก NECTEC
      ฯลฯ
     นโยบายของแต่ละแห่งจะถูกบันทึกไว ้ในเราเตอร์ BGP แต่ละตัวในลักษณะของ
       ข ้อมูล
                                                                             71
72

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:29
posted:7/24/2011
language:Dutch
pages:72
pptfiles pptfiles
About