Docstoc

Acute toxicity and sublethal effects of ammonia and nitrite for

Document Sample
Acute toxicity and sublethal effects of ammonia and nitrite for Powered By Docstoc
					   พิษเฉียบพลันและกึ่งเฉียบพลันของแอมโมเนียและไนไตรท์ต่อปลาช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์
                   Acute toxicity and sublethal effects of ammonia and nitrite
                            for juvenile cobia Rachycentron canadum
       Ricardo V. Rodrigues, Michael H. Schwarz, Brendan C. Delbos and Luis A. Sampaio,

                                                 บทคัดย่อ

          สารประกอบไนโตรเจนสามารถก่อให้เกิดพิษกับสัตว์น้า โดยเฉพาะเมื่อเลี้ยงในความหนาแน่นสูง
ปลาช่อนทะเลเป็นปลาที่เจริญเติบโตเร็ว                                      ในปัจจุบันมีการเลี้ยงในกระชัง
แต่ก็ได้ผลผลิตมากจากการเลี้ยงแบบพัฒนาในระบบน้้าหมุนเวียน
เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจึงได้มีการศึกษาหาค่าความเป็นพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียและไนไตรท์ต่อปลา
ช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์                                                              (ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์)
โดยศึกษาค่าความเป็นพิษของแอมโมเนียจากปลาช่อนทะเลขนาด                1.74         +        0.11          กรัม
และไนไตรท์จากขนาดปลา 0.88 + 0.06 กรัม ซึ่งทดลองภายใต้สภาวะของอุณหภูมิ 26 ๐C และความเค็ม 22
ppt และความเป็นพิษเฉียบพลันของแอมโมเนีย (0.25-1.30 ppm NH3-N) และไนไตรท์ (30-210 ppm NO2-N)
ที่ความหนาแน่น         0.2      ตัวต่อลิตร           ทดลองในน้้า       50     ลิตรซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของถัง
ในการทดลองจะเติมน้้าใหม่ทุกวัน
และการทดลองความเข้มข้นทั้งหมดรวมทั้งกลุ่มควบคุมจะสังเกตพฤติกรรมสามอย่างด้วยกัน คือ การตาย
การกินอาหารและการว่ายน้้า                  โดยจะสังเกตไปถึงระยะเวลาที่             96               ชั่วโมง
ดูความเข้มข้นที่เป็นพิษที่มีผลต่อประชากร(ปลา)ที่ 50 เปอร์เซ็นต์หรือครึ่งหนึ่ง และมีค่าความเชื่อมั่นที่ 95
เปอร์เซ็นต์ซึ่งยอมรับได้ เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของพฤติกรรมทั้งสามจะศึกษาตามวิธีของ Trimmed Spearman
Karber โดยปลาช่อนทะเลหยุดการกินอาหารที่ 0.62(0.56-0.70) ppm NH3-N และ 76.1(73.2-79.0) ppm NO2-
N มีผลต่อพฤติกรรมการว่ายน้้าที่ความเข้มข้นสูง คือ 0.80 (0.74-0.85) ppm NH3-N และ 88.8 (82.6-95.5)
ppm NO2-N ความเข้มข้นที่ท้าให้ปลาตายและมีค่า LC50-96 ชั่วโมงของแอมโมเนียประมาณ 1.13(1.06-1.19)
ppm NH3-N แต่ความความเข้มข้นของไนไตรท์ช่วงเดียวกันนี้ไม่มีผลกับปลา ที่ค่า LC50-96 ชั่วโมง (210
ppm NO2-N) ซึ่งเป็นความเข้มข้นสูงสุดของไนไตรท์มีปลาตายเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละถัง
จากผลการทดลองแสดงว่าแอมโมเนียท้าให้เกิดปัญหา
เปรียบเทียบกับการเลี้ยงปลาช่อนทะเลในความหนาแน่นต่้า
อย่างไรก็ตามความเข้มข้นสูงของไนไตรท์ไม่น่าจะท้าอันตรายแก่ปลาช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์ที่เลี้ยงในระบ
บน้้าหมุนเวียนที่มีการออกแบบและการจัดการที่ดี
คาสาคัญ : ปลาช่อนทะเล แอมโมเนีย ไนไตรท์ ความเป็นพิษ การว่ายน้้า การกินอาหาร




    1. บทนา

         ปลาช่อนทะเล
พบว่ามีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางทั้งในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในมหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก
และมหาสมุทรอินเดีย                เป็นปลาที่เจริญเติบโตรวดเร็ว                 โดยในระยะเวลา              1
ปีไข่ปลาสามารถเจริญเติบโตได้จนมีน้าหนักมากกว่า 6 กก. และในโรงเพาะฟักมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี
ด้านการเลี้ยงที่นิยมกว้างขวางในแถบเอเชีย           การเลี้ยงปลาช่อนทะเลในกระชังเป็นปริมาณ               80
เปอร์เซ็นต์ของการเลี้ยงปลาทะเลในกระชังของไต้หวัน             ที่ซึ่งมีข้อจ้ากัดของพื้นดินและทรัพยากรน้้าจืด
อย่างไรก็ตามในสหรัฐอเมริกาก็มีข้อจ้ากัดด้านสภาวะแวดล้อมของการเลี้ยงปลาทะเลในกระชัง
และในระบบน้้าหมุนเวียนก็เป็นทางเลือกหนึ่ง           ปลาช่อนทะเลเป็นปลากินเนื้อมีความต้องการโปรตีนสูง
และสามารถใช้กากถั่วเหลืองแทนการใช้ปลาป่นในปริมาณเพียง                            17             เปอร์เซ็นต์
เมื่อปริมาณโปรตีนสูงท้าให้มีการปล่อยแอมโมเนียจากการขับถ่ายสูงด้วย
เป็นเหตุให้มีสารประกอบไนโตรเจนในระบบน้้าหมุนเวียน
ซึ่งทราบกันอยู่แล้วว่าทั้งแอมโมเนียและไนไตรท์เป็นพิษต่อปลา              มีมากในระบบการเลี้ยงแบบหนาแน่น
ปลาช่อนทะเลต้องอดทนต่อความเป็นพิษของไนไตรท์
ปลาระยะจูเวนไนล์สามารถรอดตายในระดับความเข้มข้นที่มากถึง                      32          ppm       NO2-N
แต่เราก็ยังไม่ทราบถึงความเป็นพิษของแอมโมเนียต่อสัตว์น้าหลายชนิด
โดยการศึกษาส่วนใหญ่แสดงให้เห็นเกี่ยวกับพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียและไนไตรท์ที่มีต่อปลา
เช่นเดียวกับการประมาณค่าผลกระทบระยะยาวต่อการเจริญเติบโตของลูกปลาช่วงวัยอ่อนและช่วงปลานิ้ว
อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดสิ่งส้าคัญของการเพาะพันธุ์สัตว์น้าต้องค้านึงถึงพฤติกรรมของปลา             การว่ายน้้า
การกินอาหารซึ่งจ้าเป็นต่อการเลี้ยง
ผลกระทบทางลบที่มีต่อการเจริญเติบโตและมีการจัดการแก้ไขอย่างทันท่วงที
จุดประสงค์ของการทดลองนี้เพื่อประเมินค่าระดับความเป็นพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียและไนไตรท์ต่อป
ลาช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์
และสังเกตผลของความเป็นพิษที่มีต่อการว่ายน้้าและพฤติกรรมการกินอาหารของปลาช่อนทะเล

2. วัตถุประสงค์และวิธีการทดลอง
          การย้ายไข่ปลาช่อนทะเลที่ได้รับการผสมแล้วจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลเท็กซัสฯ
(University of Texas Marine Science Institute's Fisheries and Mariculture Laboratory (FAML) in Port
Aransas, Texas to Virginia Tech's Virginia Seafood Agricultural Research and Extension Center located
(VSAREC)in            Hampton,          Virginia      (USA))         ไปเวอร์จิเนีย        สหรัฐอเมริกา
ตัวอ่อนและจูเวนไนล์ผลิตที่ห้องทดลอง VSAREC ในอนาคตเป็นที่ซึ่งเหมาะในการผลิตลูกปลาช่อนทะเล
ท้าการพักปลาที่จะใช้ในการทดลองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ปริมาตรน้้าในถัง 300 ลิตร ให้อาหารส้าเร็จรูป 6
ครั้งต่อวัน ให้แสงสว่างต่อเนื่องส่องที่ผิวน้้า 350 ลักซ์      อุณหภูมิน้า 27+1 ๐C, pH 7.7+0.2
,ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้้าต่้าสุด 5.5 มิลลิกรัมต่อลิตร แอมโมเนียไนโตรเจนรวม(TA-N) สูงสุด 0.3
ppm             ไนไตรท์ไนโตรเจน(NO2-N)สูงสุด 0.18 ppm และความเค็มให้อยู่ที่ 22+1ppt
น้าปลาช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์ขนาด (1.74+0.11กรัม;76.6+1.5มม. ส้าหรับแอมโมเนีย และ 0.88+0.06
กรัม; 61.3+1.4 มม.ส้าหรับไนไตรท์; n=30) มาทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียที่ความเข้มข้น
7 ระดับ (0.25 – 1.30 ppm NH3-N)หรือไนไตรท์(30 – 210 ppm NO2-N) ระหว่าง 96 ชั่วโมง
การทดลองแยกปลาที่มาจากการเลี้ยงแหล่งเดียวกัน                                       ออกเป็นกลุ่มใส่ในถัง
ทั้งสองการทดลองมีกลุ่มควบคุมไม่มีการเติมสารพิษ          การทดลองความเข้มข้นและกลุ่มควบคุมมีสามซ้้า
ความเข้มข้นที่ต้องการมาจากสารละลายที่ท้าสต็อกไว้จากสารละลายเกรดแอมโมเนียมคลอไรด์และโซเดียม
ไนเตรท

 ตารางที่ 1 ค่าเฉลี่ย(+SD) ความเข้มข้นและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานส้าหรับแอมโมเนียรวม(ppm NH3+NH4-
            N) แก๊สแอมโมเนีย (ppm NH3 - N) และไนไตรท์ (ppm NO2-N) ในช่วงเวลา 96 ชั่วโมง

สารประ                                                 ความเข้มข้น
กอบไนโต
รเจน
แอมโมเนียร ค่าที่ก้าห   0     6          12            18            24            30            36            42
วม         นด

            ค่าที่วัดไ 0.25 6.9 ± 0.16   13.5 ± 0.20   19.1 ± 0.12   26.9 ± 0.21   33.7 ± 0.17   38.5 ± 0.14   43.9 ± 0.21
            ด้จริง     ± 0.0

Gaseous     ค่าที่ก้าห 0      0.20       0.40          0.60          0.80          1.00          1.20          1.40
ammonia     นด
สารประ                                                 ความเข้มข้น
กอบไนโต
รเจน

            ค่าที่วัดไ 0.01 0.26 ± 0.01 0.44 ± 0.01 0.72 ± 0.01 0.92 ± 0.02 1.03 ± 0.03 1.16 ± 0.03 1.31 ± 0.02
            ด้จริง     ± 0.0

ไนไตรท์     ค่าที่ก้าห 0      30          60           90           120           150           180           210
            นด

            ค่าที่วัดไ 0.7 ± 31.5 ± 1.3   59.7 ± 1.6   89.7 ± 2.2   115.7 ± 2.2   146.3 ± 2.4   174.4 ± 2.3   210.3 ± 2.0
            ด้จริง     0.4



           การทดลองเกี่ยวกับความเป็นพิษดังกล่าวท้าในระบบน้้ากึ่งหมุนเวียน
มีการเติมน้้าและสารพิษทดแทนทุกวัน ปริมาตรน้้าในถัง 50 ลิตรที่ความหนาแน่นเท่ากับ 10 ตัวต่อถัง
มีการให้อากาศผ่านหัวทราย รักษาอุณหภูมิที่ระดับ 26 ๐C                                 ความเค็ม 22 ppt
ให้แสงสว่างต่อเนื่องที่บริเวณผิวน้้าช่วง 200 ถึง 300 ลักซ์ ระหว่างการทดลอง ให้อาหารปลา 2 ครั้งต่อวัน
ซึ่งเป็นอาหารแห้ง           ประมาณ            30          นาทีหลังจากปลาได้รับอาหารแล้วจะขับถ่ายออกมา
แล้วใช้ท่อดูดของเสียออกมา          สังเกตหรือตรวจสอบการตาย การกินอาหารและการว่ายน้้าของปลา 2
ครั้งต่อวัน ปลาตายแล้วตกก้นถัง ไม่มีการเปิดของแผ่นเปิดเหงือก ไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
ความเป็นพิษส่งผลต่อพฤติกรรมการกินอาหารและการว่ายน้้า
ในขณะที่ให้อาหารปลาสังเกตจ้านวนปลาที่กินอาหาร                                      จ้านวนปลาที่ว่ายน้้าผิดปกติ
(ว่ายควงสว่านหรือการสูญเสียสมดุล) ค่า LC50 ยอมรับที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์
เมื่อเพิ่มความเข้มข้นอีก            50            เปอร์เซ็นต์หรือครึ่งหนึ่งซึ่งท้าให้ปลาหยุดกินอาหาร(FC50)
การว่ายน้้าผิดปกติ(SC50) หลังจากที่เริ่มได้รับทั้งแอมโมเนียและไนไตรท์ในช่วงเวลา 24, 48, 72 และ96
ชั่วโมง         ค้านวณโดยการใช้ซอพแวร์             Trimmed           Spearman           Karber         Method
เปรียบเทียบระหว่างค่าเฉลี่ยของความเข้มข้นส้าหรับแอมโมเนียและไนไตรท์ในแต่ละพารามิเตอร์ตามการวิเ
คราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (one-way ANOVA) ตามการทดสอบ Tukey with significance
ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ซอพแวร์ Statistical 6.0
           อุณหภูมิ     ความเค็ม        พีเอช      ออกซิเจนที่ละลายในน้้า          แอมโมเนีย-ไนโตรเจนรวม
ไนไตรท์และไนเตรทในแต่ละการทดลองในถังวัดทุกวัน ช่วงเวลา 9.00 และ 21.00 น.
เก็บน้้าหนึ่งตัวอย่างในแต่ละวันจากถังพักก่อนที่จะใช้ในถังทดลอง วัดค่าอัลคาไลน์ แคลเซี่ยมและคลอไรด์
พารามิเตอร์ดังกล่าวใช้ Hach digital titration method อุณหภูมิและความเค็มวัดด้วยเครื่อง YSI รุ่น 30 m
ออกซิเจนที่ละลายในน้้าวัดด้วยเครื่อง YSI รุ่น 550 A meter ค่าพีเอชวัดด้วย YSI รุ่น pH 100 mete, TA-N,
NO2-N และ NO3-N วัดค่าด้วย via colorimetric assays method 10031, 8153 และ 8039 using a D/R 2010
spectrophotometer (Hach, USA) NH3-N levels were determined according TA-N อุณหภูมิ ความเค็ม
และค่าพีเอช using the equations of Ostrensky et al. (1992) ปรับจาก Whitfield (1974) และ Bower and
Bidwell (1978) คุณภาพน้้าระหว่างทดลองแสดงในตารางที่ 2




ตารางที่ 2 ค่าเฉลี่ย (± SD) คุณภาพน้้าระหว่างทดลองแอมโมเนียและไนไตรท์ในปลาช่อนทะเลระยะ
          จูเวนไนล์


                               พารามิเตอร์                     ชนิดสาร


                                                       แอมโมเนีย ไนไตรท์


                     อุณหภูมิ (°C)                     25.9 ± 0.0 25.9 ± 0.0

                     ความเค็ม (ppt)                    22.2 ± 0.0 22.1 ± 0.1

                     ออกซิเจนที่ละลายในน้้า (mg L− 1) 6.5 ± 0.0      6.6 ± 0.0

                     พีเอช                             7.80 ± 0.01 7.92 ± 0.01
                               พารามิเตอร์                    ชนิดสาร


                                                      แอมโมเนีย ไนไตรท์


                    แคลเซียม (mg L− 1)                262.6 ± 3.6 252.8 ± 4.1

                    คลอไรด์ (g L− 1)                  14.8 ± 0.2 14.9 ± 0.2

                    อัลคาไลน์นิตี้ (mg L− 1 as CaCO3) 126.7 ± 6.7 126.7 ± 6.7


3. วิจารณ์ผลการทดลอง

           ความเข้มข้นของแอมโมเนียและไนไตรท์ที่วัดทุกวันไม่มีความแตกต่างจากค่าความเข้มข้นก้าหนดไ
ว้ (ตารางที่1) เนื่องมาจากความหนาแน่นที่ใช้ในการทดลองต่้า ประมาณ 0.18 กรัมต่อลิตร และ 0.34
กรัมต่อลิตร                             ส้าหรับแอมโมเนียและไนไตรท์                       ตามล้าดับ
ในช่วงความเข้มข้นของแอมโมเนียและไนไตรท์ที่ทดลองไม่มีผลกระทบที่เกิดขึ้นกับปลาช่อนทะเลระยะวัยรุ่
นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ค่ากลางความเข้มข้นที่เป็นอันตราย จะพบหลังจาก 96 ชั่วโมง แต่ปลาหยุดกินอาหาร
(FC50) และว่ายน้้าผิดปกติ (SC50) หลังจาก 48, 72 และ96 ชั่วโมง ผลกระทบของแอมโมเนียและไนไตรท์
ที่เกิดขึ้นต่อการกินอาหารของปลาพบที่เวลาหลัง                             48                 ชั่วโมง
ในขณะที่ผลกระทบของไนไตรท์ต่อพฤติกรรมการว่ายน้้าของปลาช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์ที่                    96
ชั่วโมงมากกว่าที่ 72 ชั่วโมง อย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (P<0.05) (ตารางที่3)

ตารางที่ 3 ค่ากลางความเข้มข้นและช่วงความเชื่อมั่นที่ยอมรับได้ของแก๊สแอมโมเนีย (ppm NH3-N) และ
ไนไตรท์         (ppm      NO2-N)      พิจารณาจากการกินอาหารและพฤติกรรมการว่ายน้้าช่วง         96
ชั่วโมงหลังจากแสดงความเป็นพิษ


                           แก๊สแอมโมเนีย                              ไนไตรท์
                 FC50              SC50              FC50                 SC50


24 h             –                 –                 –                    –

48 h             0.81(0.73–0.89)a 0.98(0.93–1.04)a 142.6(137.8–147.5)a –

72 h             0.62(0.56–0.69)b 0.88(0.81–0.94)ab 80.8(76.3–85.6)b      142.3(128.4–157.7)a

96 h             0.62(0.57–0.70)b 0.80(0.74–0.85)b 76.1(73.2–79.0)b       88.8(82.6–95.5)b

ค่าของ                           FC50                          และ                           SC50
ตัวอักษรที่แตกต่างกันในช่องเดียวกันแสดงความแตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ           (P < 0.05)
หลังวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวตามการทดสอบของ Tukey

          ค่าความเข้มข้นของแอมโมเนียและไนไตรท์ที่เกิดผลกระทบของความเป็นพิษ                    50
เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่สังเกต แตกต่างอย่างมีนัยส้าคัญ ในการกินอาหาร การว่ายน้้าและการตาย
(p<0.05) (ภาพที่ 1และภาพที่ 2) สังเกตจากการกินอาหารจะพบเป็นอย่างแรกในทั้งแอมโมเนียและไนไตรท์
ต่อมาท้าให้ปลาสูญเสียสมดุลและการว่ายน้้าผิดปกติ
ท้ายที่สุดในความเข้มข้นสูงแอมโมเนียสามารถฆ่าปลาช่อนทะเลได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ค่า LC 50 ที่ 96
ชั่วโมงของไนไตรท์ไม่มีผลต่อปลาช่อนทะเล มีปลาตายเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ที่ความเข้มข้น 210 ppm NO2-N
ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่สูงสุดที่ทดลอง (ภาพที่ 2)




ภาพที่ 1 ค่ากลางความเข้มข้นและช่วงความเชื่อมั่นที่ยอมรับได้ของแก๊สแอมโมเนีย (ppm NH3-N)
ที่มีผลต่อการกินอาหาร (FC50–96 h), การว่ายน้้า (SC50–96 h), และการตายเฉียบพลัน (LC50–96 h) หลัง
96 ชั่วโมง ตัวอักษรที่แตกต่างกันในช่องเดียวกันแสดงความแตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (P < 0.05)
หลังวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวตามการทดสอบของ Tukey




ภาพที่ 2 ค่ากลางความเข้มข้นและช่วงความเชื่อมั่นที่ยอมรับได้ของแกสไนไตรท์ (ppm NH3-N)
ที่มีผลต่อการกินอาหาร (FC50–96 h), การว่ายน้้า (SC50–96 h), และการตายเฉียบพลัน (LC50–96 h) หลัง
96 ชั่วโมง ตัวอักษรที่แตกต่างกันในช่องเดียวกันแสดงความแตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (P < 0.05)
หลังวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวตามการทดสอบของ Tukey

         ช่วงความเป็นพิษของแอมโมเนียที่มีต่อปลาช่อนทะเลอยู่ในช่วงเดียวกันกับที่พบในปลาทะเลชนิดอื่
น                                       อย่างไรก็ตามปลาทะเลหลายชนิดจะมีความต้านทานต่อไนไตรท์
ซึ่งพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียต่อปลาทะเลอยู่ในช่วง 0.54 ppm NH3-N ส้าหรับ Centropristis striata 1.77
ppm NH3-N Menidia beryllina เปรียบเทียบกับแอมโมเนียแล้วไนไตรท์ให้ความเป็นพิษน้อยต่อปลา
ความเป็นพิษเฉียบพลันของไนไตรท์ ต่อปลาทะเลมีค่าระหว่าง 30 ppm NO2-N ส้าหรับ Paralichthys
orbignyanus และ 675 ppm NO2-N ส้าหรับ Chanos chanos ส่วนปลาทะเลชนิดอื่นๆ
แสดงค่ากลางของความเป็นพิษ 85 ppm NO2-N ส้าหรับ Sciaenops ocellatus และ 199 ppm NO2-N ส้าหรับ
Odontesthes             argentinensis                           มีเอกสารรายงานในปี             2004
ว่าปลาช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์สามารถรอดตายในน้้าความเค็มต่้ามากกว่าน้้าความเค็มที่สูงมาก              ๆ
แต่จะตายเมื่อความเค็มลดถึง         8        ppm            ต่อจากนั้นมีเอกสารรายงานในปี        2006
ว่าสามารถเลี้ยงปลาช่อนทะเลระยะจูเวนไนล์ที่ความเค็มต่้ากว่า                    5                   ppt
ซึ่งเป็นไปได้ว่าปลาช่อนทะเลเจริญเติบโตได้ในน้้าความเค็มต่้าในระบบน้้าหมุนเวียน          อย่างไรก็ตาม
มีการศึกษาอย่างละเอียดของความสัมพันธ์ระหว่างน้้าความเค็มต่้ากับความเป็นพิษของไนโตรเจนที่พบได้บ่อ
ยในน้้าจืด การศึกษานี้ได้มีการศึกษาแล้วกับปลากระบอก Mugil platanus (Sampaio et al., 2002) and C.
striata                  (Weirich                 and              Riche,                 2006b)
ความทนทานต่อสารประกอบไนโตรเจนในระดับที่สูงของปลาช่อนทะเลเป็นผลดีต่อการเลี้ยงแบบหนาแน่น
ในระบบน้้า
ความเข้มข้นของแอมโมเนียและไนไตรท์ในการทดลองครั้งนี้พบว่าไนไตรท์แทบจะไม่มีความเป็นพิษต่อปล
าช่อนทะเล                      ถึงแม้ว่าปลาช่อนทะเลจะมีความทนทานต่อความเข้มข้นที่สูงของแอมโมเนีย
แต่ก็ยังมีความเป็นพิษเกิดผลกระทบต่อการว่ายน้้าและการกินอาหารของปลา
ซึ่งต้องมีการติดตามแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด เช่น ลดการให้อาหาร แม้ว่าท้าให้อัตราการเจริญเติบโตต่้า
แต่สามารถเพิ่มอัตราการแลกเนื้อและปลามีความทนทานต่อการเกิดโรค




ที่มา : Aquaculture 27 : 553-557
ชื่อผู้แปล : นายธีรวัฒน์ จริตงาม ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต

				
DOCUMENT INFO
pptfiles pptfiles
About