______________________ _Geographic Information System_ GIS

Document Sample
______________________ _Geographic Information System_ GIS Powered By Docstoc
					               ิ
ระบบสารสนเทศภูมศาสตร์ (Geographic Information System) GIS

         คือกระบวนการทางานเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงพื้นที่ดวยระบบคอมพิวเตอร์ ที่ใช้กาหนดข้อมูล และสารสนเทศ
                                                          ้
                      ั                                                  ั
ที่มีความสัมพันธ์กบตาแหน่งในเชิงพื้นที่ เช่น ที่อยู่ บ้านเลขที่ สัมพันธ์กบ ตาแหน่งในแผนที่ ตาแหน่ง เส้นรุ ้ง
                                                                      ่
เส้นแวง ข้อมูลและแผนที่ใน GIS เป็ นระบบ ข้อมูล สารสนเทศที่อยูในรู ปของตารางข้อมูล
                                   ั
และฐานข้อมูลที่มีส่วนสัมพันธ์กบข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data)
                                                 ั
ซึ่งรู ปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพื้นที่ท้ งหลาย จะสามารถนามา วิเคราะห์ดวย GIS ้
                                                        ั       ั
และทาให้สื่อความหมาย ในเรื่ องการเปลี่ยนแปลง ที่สมพันธ์กบเวลาได้ เช่น การแพร่ ขยายของโรคระบาด
การเคลื่อนย้าย ถิ่นฐาน การบุกรุ ก ทาลาย การเปลี่ยนแปลง ของการใช้พ้ืนที่ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้
เมื่อปรากฏบนแผนที่ทาให้สามารถแปลและสื่ อความหมาย ใช้งานได้ง่าย GIS
เป็ นระบบข้อมูลข่าวสารที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ แต่สามารถแปลความหมาย เชื่อมโยงกับสภาพภูมิศาสตร์อื่นๆ
                                                   ั
สภาพท้องที่ สภาพการทางานของระบบสัมพันธ์กบสัด ส่วนระยะทางและพื้นที่จริ งบนแผนที่ ข้อแตกต่างระหว่าง
GIS กับ MIS นั้นสามารถพิจารณา ได้จากลักษณะของข้อมูล คือ ข้อมูลที่จดเก็บใน GIS  ั
     ั
มีลกษณะเป็ นข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) ที่แสดงในรู ปของภาพ (graphic) แผนที่ (map)
ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data) หรื อฐานข้อมูล
(Database)การเชื่อมโยงข้อมูลทั้งสองประเภทเข้าด้วยกัน
             ู้
จะทาให้ผใช้สามารถที่จะแสดงข้อมูลทั้งสองประเภทได้พร้อมๆ กัน เช่น สามารถจะค้นหา
ตาแหน่งของจุดตรวจวัดควันดา - ควันขาวได้โดยการระบุชื่อจุดตรวจ หรื อในทางตรงกันข้าม
สามารถที่จะสอบถามรายละเอียดของ จุดตรวจจากตาแหน่งที่เลือกขึ้นมา ซึ่งจะต่างจาก MIS ที่แสดง
ภาพเพียงอย่างเดียว โดยจะขาดการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับรู ปภาพนั้น เช่นใน CAD (Computer
Aid Design) จะเป็ นภาพเพียงอย่างเดียว แต่แผนที่ใน GIS
                          ั                                        ั
จะมีความสัมพันธ์กบตาแหน่งในเชิงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ คือค่าพิกดที่แน่นอน ข้อมูลใน GIS
                                                                           ่
ทั้งข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงบรรยาย สามารถอ้างอิงถึงตาแหน่งที่มี อยูจริ งบนพื้นโลกได้
                        ั                                                    ั
โดยอาศัยระบบพิกดทางภูมิศาสตร์ (Geocode) ซึ่งจะสามารถอ้างอิงได้ท้ งทางตรงและทางอ้อม ข้อมูลใน GIS
                                                            ั
ที่อางอิงกับพื้นผิวโลกโดยตรง หมายถึง ข้อมูลที่มีค่าพิกดหรื อ มีตาแหน่งจริ ง บนพื้นโลกหรื อในแผนที่ เช่น
       ้
ตาแหน่งอาคาร ถนน ฯลฯ สาหรับข้อมูล GIS ที่จะอ้างอิงกับข้อมูล บนพื้นโลกได้โดยทางอ้อมได้แก่
ข้อมูลของบ้าน(รวมถึงบ้านเลขที่ ซอย เขต แขวง จังหวัด และ รหัสไปรษณี ย)์ โดยจากข้อมูลที่อยู่
                            ่                                                                 ่
เราสามารถทราบได้วาบ้านหลังนี้มีตาแหน่งอยู่ ณ ที่ใดบน พื้นโลก เนื่องจากบ้านทุกหลังจะมีที่อยูไม่ซ้ ากัน
การสารวจข้ อมูลจากระยะไกล (Remote Sensing)

การสารวจข้อมูลจากระยะไกล เป็ นวิทยาศาสตร์และศิลปะของการได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุ
พื้นที่หรื อปรากฏการณ์จากเครื่ องมือบันทึกข้อมูลโดยปราศจากการเข้าไปสัมผัสวัตถุเป้ าหมาย
ทั้งนี้อาศัยคุณสมบัติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ าเป็ นสื่ อในการได้มาของข้อมูลใน 3 ลักษณะ คือ ช่วงคลื่น (Spectral)
รู ปทรงสัณฐานของวัตถุบนพื้นผิวโลก (Spatial) และการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา (Temporal)

องค์ประกอบที่สาคัญของการสารวจข้อมูลระยะไกล คือ คลื่นแสงที่เป็ นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ า
                              ่
ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่วาจะเป็ นพลังงานที่ได้จากดวงอาทิตย์ หรื อพลังงานจากตัวเอง
ซึ่งระบบการสารวจข้อมูลระยะไกลโดยอาศัยพลังงานแสงธรรมชาติ เรี ยกว่า Passive Remote Sensing
ส่วนระบบบันทึกที่มีแหล่งพลังงานที่สร้างขึ้นและส่งไปยังวัตถุเป้ าหมาย เช่น ระบบเรดาร์ เรี ยกว่า Active
Remote Sensing


การสารวจข้อมูลจากระยะไกลประกอบด้วย 2 กระบวนการ คือ

1.การได้รับข้อมูล (Data Acquisition) โดยอาศัย

ก) แหล่งพลังงานคือ ดวงอาทิตย์

ข) การเคลื่อนที่ของพลังงาน

       ั
ค) ปฏิสมพันธ์ของพลังงานกับพื้นผิวโลก

ง) ระบบการบันทึกข้อมูล

จ) ข้อมูลที่ได้รับทั้งในแบบข้อมูลเชิงตัวเลขและรู ปภาพ


                ้
2. การวิเคราะห์ขอมูล (Data Analysis) ประกอบด้วย

               ้
- การวิเคราะห์ขอมูลด้วยสายตา (Visal Interpretation)

    -                 ้
         การวิเคราะห์ขอมูลด้วยคอมพิวเตอร์ (Digital Analysis)
                         ้
ระบบกาหนดตาแหน่ งบนพืนโลก Global Position System (GPS)
คือ ระบบการส่งคลื่นวิทยุให้ครอบคลุมทัวโลก โดยใช้ดาวเทียมจานวน 24 ดวง
                                     ่
       ่             ้
โคจรอยูในระดับสูงที่พนจากคลื่นวิทยุรบกวนในลักษณะที่สานกันคล้ายลูกตะกร้อ
โดยมีสถานีควบคุมภาคพื้นดิน 5 สถานีคอยติดต่อสื่ อสารกับดาวเทียม

องค์ประกอบ

1. ส่วนอวกาศ ได้แก่ ดาวเทียม NAVSTAR ของประเทศสหรัฐอเมริ กา

2. ส่วนควบคุม ได้แก่ สถานีหลัก และสถานีตาม ที่อเมริ กา

         ้                                         ั                  ่
3. ส่วนผูใช้งาน ได้แก่ เครื่ องรับสัญญาณการหาค่าพิกด บนพื้นโลกที่มีอยูหลายขนาด
องค์ ประกอบของ GIS ( Components of GIS )

องค์ประกอบหลักของระบบ GIS จัดแบ่งออกเป็ น 5 ส่วนใหญ่ ๆ คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)
โปรแกรม (Software) ขั้นตอนการทางาน (Methods) ข้อมูล (Data) และบุคลากร (People)
โดยมีรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบดังต่อไปนี้

1. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คือ เครื่ องคอมพิวเตอร์รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ เช่น Digitizer, Scanner,
                                ่
Plotter, Printer หรื ออื่น ๆ เพือใช้ในการนาเข้าข้อมูล ประมวลผล แสดงผล และผลิตผลลัพธ์
ของการทางาน

                                                                                             ั่
2. โปรแกรม คือชุดของคาสังสาเร็ จรู ป เช่น โปรแกรม Arc/Info, MapInfo ฯลฯ ซึ่ งประกอบด้วยฟังก์ชน
                        ่
การทางานและเครื่ องมือที่จาเป็ นต่าง ๆ สาหรับนาเข้าและปรับแต่งข้อมูล , จัดการระบบฐานข้อมูล , เรี ยกค้น ,
วิเคราะห์ และ จาลองภาพ

3. ข้อมูล คือข้อมูลต่าง ๆ ที่จะใช้ในระบบ GIS และถูกจัดเก็บในรู ปแบบของฐานข้อมูล
โดยได้รับการดูแลจากระบบจัดการฐานข้อมูลหรื อ DBMS ข้อมูลจะเป็ นองค์ประกอบที่สาคัญ
รองลงมาจากบุคลากร

4. บุคลากร คือ ผูปฏิบติงานซึ่ งเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เช่น ผูนาเข้าข้อมูล ช่างเทคนิ ค
                 ้ ั                                                      ้
  ้                                              ้      ้                  ้
ผูดูแลระบบฐานข้อมูล ผูเ้ ชี่ยวชาญสาหรับวิเคราะห์ขอมูลผูบริ หาร ซึ่งต้องใช้ขอมูล
ในการตัดสิ นใจ บุคลากรจะเป็ นองค์ประกอบที่สาคัญที่สุดในระบบ GIS เนื่องจากถ้าขาดบุคลากร
              ่                                                                                        ่
ข้อมูลที่มีอยูมากมายมหาศาลนั้น ก็จะเป็ นเพียงขยะไม่มีคุณค่าใดเลยเพราะไม่ได้ถูกนาไปใช้งาน อาจจะกล่าวได้วา
ถ้าขาดบุคลากรก็จะไม่มีระบบ GIS

5. วิธีการหรื อขั้นตอนการทางาน คือวิธีการที่องค์กรนั้น ๆ นาเอาระบบ GIS ไปใช้งานโดยแต่ละ
                                                   ้ ั
ระบบแต่ละองค์กรย่อมีความแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นผูปฏิบติงานต้องเลือกวิธีการในการจัดการ
กับปั ญหาที่เหมาะสมที่สุดสาหรับของหน่วยงานนั้น ๆ เอง
                                                ั                 ิ
                          หลักสู ตรวิทยาศาสตร์ บณฑิต สาขาวิชาภูมสารสนเทศศาสตร์
                                          (หลักสู ตรใหม่ พ.ศ. 2550)

หลักการและเหตุผล

เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีการสารวจข้อมูลจากระยะไกล (Remote Sensing :
RS) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS)
และระบบกาหนดตาแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม
(Global Positioning System : GPS) มีความสาคัญยิงในการพัฒนาประเทศ
                                                      ่
                          ั
ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายที่ชดเจนในการส่งเสริ ม
                        ้                                                  ้
และสนับสนุนการใช้ขอมูลสารสนเทศทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อที่จะได้ขอมูลที่ถูกต้องและมีความทันสมัย
สามารถ
ที่จะนาไปใช้ ประกอบการตัดสิ นใจในการบริ หารหรื อจัดการพื้นที่ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ ว
แต่บุคลากรที่มีความรู ้ความ
                   ้
สามารถในด้านนี้มีนอย รัฐบาลได้เห็นความสาคัญต่อการพัฒนาประเทศ
จึงได้สนับสนุนงบประมาณพัฒนาบุคลากรให้มีความรู ้
ความสามารถ ด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศขึ้น
                                                                     ้ั
โดยให้สานักงานคณะกรรมการการอุดม(เดิมเป็ นทบวงมหาวิทยาลัย) เป็ นผูจดสรรทุนเหล่านี้ตามประกาศที่ ทม
0202.3/ว 379 ลงวันที่ 23 เมษายน 2549

การสารวจข้อมูลจากระยะไกล (RS) เป็ นเทคโนโลยีการสารวจทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม
พื้นที่ห่างไกล
หรื อเข้าถึงได้ยาก เช่นพื้นที่ภูเขา พื้นที่ป่าไม้ เป็ นต้น ก็สามารถบันทึกข้อมูลสภาพพื้นที่น้ ีได้ง่าย
              ั
นอกจากนี้ยงสามารถบันทึก
                                  ้
ข้อมูล ซ้ าบริ เวณเดียวกันได้ดวย ซึ่งเหมาะต่อการนาข้อมูลมาเฝ้ าติดตามการเปลี่ยนแปลงทรัพยากร
หรื อป้ องกันภัยพิบต ั
ิิจากธรรมชาติได้เป็ นอย่างดี เช่น เฝ้ าติดตามพื้นที่ประสบอุทกภัย หรื อพื้นที่ได้รับผลกระทบจากคลื่น
TSUNAMI เป็ นต้น
ส่วน GIS เป็ นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถทางานในด้านการจัดเก็บ จัดการ วิเคราะห์
และแสดงผลข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กับพื้นที่หรื อข้อมูลเชิงพื้นที่ และสามารถจัดเก็บข้อมูลได้เป็ นปริ มาณมาก เรี ยกค้นหรื อสื บค้นข้อมูลได้ง่าย GIS
ถือได้วา ่
                                           ้
เป็ นระบบการจัดการฐานข้อมูลชนิดหนึ่ง ผูใช้สามารถนาข้อมูลต่างๆ
             ้
มาวิเคราะห์ดวยการสร้างแบบจาลองการเกิดปั ญหา เพื่อให้ได้แนวทาง
                                                                                   ั
หรื อคาตอบที่เหมาะสมต่อการแก้ไขปั ญหานี้ สาหรับ GPS เป็ นเทคโนโลยีของการหาพิกดตาแหน่งวัตถุ
หรื อเหตุการณ์ที่สนใจบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม โดยสามารถบันทึกข้อมูลไว้ในลักษณะของจุดตาแหน่ง
ตาแหน่งเส้นทาง หรื อตาแหน่งเส้นรอบรู ปปิ ดของวัตถุหรื อเหตุการณ์ที่สนใจ เช่น ตาแหน่งที่เกิดไข้หวัดนก
ตาแหน่งที่เกิดอุบติเหตุ เป็ นต้น ข้อมูลของ RS, GIS และ GPS สามารถนามาใช้ร่วมกันได้
                  ั

        ั
ปั จจุบน หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ
มาใช้เป็ นเครื่ องมือสนับสนุนการทางานประจาให้เกิดประสิ ทธิภาพมากยิงขึ้น เช่น
                                                                  ่
กรมส่งเสริ มคุณภาพสิ่ งแวดล้อม สานักงานนโยบายและแผนสิ่ งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรธรณี กรมโยธาธิการ กรมวิชาการการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า แลพันธุ์พืช กรมชลประทาน มหาวิทยาลัยต่างๆ สานักงานจังหวัด การไฟฟ้ าฝ่ ายผลิต
การไฟฟ้ าส่ วนภูมิภาค การประปา การโทรศัพท์ รวมทั้งสานักงานจังหวัด เป็ นต้น
                                                                                         ั
ส่วนในภาคเอกชนที่ได้มีการนาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ ได้แก่ ธนาคารพาณิ ชย์ บริ ษทน้ ามัน
      ั
บริ ษทที่ปรึ กษาด้านการทาแผนที่และสิ่ งแวดล้อม การประเมินโครงการ วิศวกรรม
การประเมินผลกระทบจากสิ่ งแวดล้อม เป็ นต้น
แต่การใช้งานยังคงเป็ นงานในลักษณะของเทคนิคเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมหรื องานจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานเป็ นหลัก
                         ั
โดยแปลงข้อมูลเดิมที่จดเก็บไว้ในรู ปแบบ Analog ให้เป็ นข้อมูลดิจิตอล
บุคคลากรยังคงจาเป็ นยังที่จะต้องเพิ่มเติม
องค์ความรู ้ ทางด้านนี้อีกมาก


มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีการนาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
             ่
ซึ่งถือได้วาเป็ นมหาวิทยาลัยรุ่ นบุกเบิกในด้านนี้
และได้ผลิตบุคคลากรในระดับบัณฑิตศึกษาหรื อระดับนักศึกษาปริ ญญาโท
เป็ นหลัก โดยได้เปิ ดการเรี ยนการสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการรับรู ้จากระยะไกลและ
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็ นต้นมา และได้ผลิตบัณฑิตไปแล้วจานวน 8
รุ่ น ซึ่งบัณฑิตได้ไปปฏิบติงาน
                            ั
ในหน่วยราชการ และเอกชน แต่ก็มีจานวนน้อย ไม่พอกับความต้องการในระดับประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงจาเป็ นที่จะต้องเปิ ดการเรี ยนการสอน หลักสูตรวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์ ระดับปริ ญญาตรี ข้ ึนมา
เพราะความต้องการ
ด้านนี้มีมาก และไม่มีการเปิ ดการเรี ยนการสอนมาก่อน

หลักสูตรวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์น้ ี สามารถตอบสนองแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10
พ.ศ.2550-2554 ในด้านยุทธศาสตร์การบริ หารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์การพัฒนาความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีได้เป็ นอย่างดี กอปรกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)
      ั
ได้จดระดับความสาเร็ จของการปรับปรุ ง
การบริ หารจัดการเพื่อสนับสนุนงานของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้มีการใช้ระบบ GIS
ที่สามารถแสดงหรื อ
          ้                                      ้                                  ่ ั
เรี ยกใช้ขอมูลลงไปถึงระดับตาบลได้อย่างชัดเจนไม่นอยกว่าร้อยละ 50 ของจานวนตาบลที่มีอยูท้ งหมดในจังหวัด
                     ั
เป็ นส่วนหนึ่งตัวชี้วดระดับความสาเร็ จของการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศของจังหวัด

ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้เสนอขอเปิ ดการเรี ยนการสอน
หลักสูตรวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์น้ ี ด้วยเหตุที่มีความมุ่งมันที่จะผลิตบัณฑิตให้มีความรู ้ความสามารถในด้าน
                                                          ่
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศให้มากและมีคุณภาพ นอกจากนี้ภาควิชาฯ มีความพร้อมมากในการที่จะผลิตบัณฑิต
เนื่องจากมีจานวนอาจารย์ประจาภาควิชาประมาณ 20 คน และกาลังเรี ยนในระดับปริ ญญาโทและเอกประมาณ
13 คน
                                                       ิั
ซึ่งจะทยอยกลับมาในปี 2551 และภาควิชาฯ ยังมีศูนย์วจย 2 แห่ง
ได้แก่ ศูนย์ภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ และศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสาร
สนเทศ
                                                        ั       ่
ภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ ที่สามารถใช้เป็ นแหล่งฝึ กปฏิบติงาน เพือสร้างเสริ มประสบการณ์
                         ั
และพัฒนาองค์ความรู ้ ให้กบ
นักศึกษาได้เป็ นอย่างดี

ชื่อหลักสูตร

........ภาษาไทย วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์
........ภาษาอังกฤษ Bachelor of Science Program in Geo-informatics

ชื่อปริ ญญา

........ภาษาไทย วิทยาศาสตรบัณฑิต (ภูมิสารสนเทศศาสตร์ )
........ชื่อย่อ วท.บ. (ภูมิสารสนเทศศาสตร์ )
........ภาษาอังกฤษ Bachelor of Science (Geo-informatics)
........ชื่อย่อ B.Sc.( Geo-informatics)

ปรัชญา

........ประยุกต์ความรู ้ภูมิสารสนเทศศาสตร์ ของหลักสู ตรนี้ อย่างผสมผสานให้สมบูรณ์แบบ
เพื่อเสริ มสร้างองค์ความรู ้ดานนี้ และนาเทคโนโลยีมาใช้ก่อเกิดประโยชน์แก่สงคมและชุมชน
                             ้                                           ั
ตอบสนองแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ

วัตถุประสงค์
                                                               ั
........หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์ มีวตถุประสงค์เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีคุณสมบัติ
ดังนี้
                                                           ู
1. มีความรู ้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพด้านเทคโนโลยีภมิสารสนเทศ
2. มีความคิดริ เริ่ ม สร้างสรรค์
และสามารถค้นคว้าหาความรู ้เพิมเติมเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง
                                 ่
3. มีความสานึกในหน้าที่รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
และวิขาชีพสามารถทางานเป็ นกลุ่มได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ
4. มีทศนคติและจรรยาบรรณที่ดีต่อวิชาชีพ
       ั

ความสามารถหลังสาเร็ จการศึกษา

                                                   ั
........ความสามารถของนักศึกษาที่สาเร็ จการศึกษา มีดงนี้
1. สามารถตีความและวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อสนับสนุนงานด้านทรัพยากร
สิ่ งแวดล้อม
                              ิ         ิ
แผนที่ วิศวกรรมสารวจ ธรณี วทยา ปฐพีวทยา การเกษตร การใช้ที่ดิน เป็ นต้น
2. สามารถสร้างแบบจาลองพื้นที่เชิงบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการตัดสิ นใจในระดับประเทศ จังหวัด อาเภอ ตาบล
ในด้านต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้ว ด้วยระบบคอมพิวเตอร์
3. สร้างระบบฐานข้อมูล ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ ที่เป็ นมาตรฐานสากลด้วยระบบคอมพิวเตอร์

แหล่งงานหลังสาเร็ จการศึกษา

........หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน
........สานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กรมส่ งเสริ มคุณภาพสิ่ งแวดล้อม
กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรธรณี กรมโยธาธิการ กรมวิชาการการเกษตร
กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยต่างๆ การไฟฟ้ า
การประปา การโทรศัพท์ สานักงานจังหวัด องค์การบริ หารส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. เป็ นต้น
........หน่วยงานเอกชน
             ั                                                ั
........บริ ษทที่ปรึ กษาด้าน GIS Software ธนาคารพาณิ ชย์ บริ ษทน้ ามัน
      ั
บริ ษทที่ปรึ กษาด้านการทาแผนที่และสิ่ งแวดล้อม การประเมินโครงการวิศวกรรม
การประเมินผลกระทบจากสิ่ งแวดล้อม เป็ นต้น