Smile4_unit4

					                                    แผนการจัดการเรียนรู้
                                      Unit 4 Wild animals
รหัสวิชา/ชื่อรายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน            กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4                            เวลาเรียน 13 ชั่วโมง ภาคเรียนที่____________
ผู้สอน _______________________________            โรงเรียน___________________________________

                            ้
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชีวัด
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
                อย่างมีเหตุผล
         ตัวชี้วัด 2. อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่านกลุ่มคา ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูด
                        เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน
                            3. เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย
                            ตรงตามความหมายของประโยคและ
                               ข้อความสั้นๆ ที่ฟังหรืออ่าน
                    4. ตอบคาถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่ายๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ
                   ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
         ตัวชี้วัด 4. พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและ
                   การเขียน
         ตัวชี้วัด 1. พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้
                   อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
         ตัวชี้วัด 3. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน
                   ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
         ตัวชี้วัด 1. ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนาเสนอด้วยการพูด/

                                                  167
                      การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
         ตัวชี้วัด 1. ฟังและพูด/อ่าน ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
                   การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก
         ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ

2. สาระสาคัญ/ ความคิดรวบยอด

       การเรียนรู้คาศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัย โครงสร้างประโยค Present Simple Tense
คาถามแบบ Wh-questions ทาให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการพูดขอและให้ข้อมูล เขียน e-mail
และเขียนบรรยายสั้นๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ ซึ่งเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน
และยังนาไปบูรณาการร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น

3. สาระการเรียนรู้
     3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
               - Pronunciation: long vowel /ea/
               - กลุ่มคา ประโยคเดี่ยว และความหมาย เกี่ยวกับสัตว์ป่า
               - ประโยค บทสนทนา เนื้อเรื่องสั้นๆ ที่มีภาพประกอบ
               - คาศัพท์ สานวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใกล้ตัว
                        เช่น What does it eat?         It eats meat.
                                Where do they live? They live in the mountains.
                                When do they sleep? They sleep during the day.
               - ประโยคและข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์
               - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
               - การรวบรวมและการนาเสนอคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
                 (วิทยาศาสตร์)
               - การใช้ภาษาในการฟังและพูด/อ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
               - การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ
                 แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
               - การเปรียบเทียบขั้นกว่า

                                                 168
               - Present Simple Tense
     3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
               -

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

     4.1 ความสามารถในการคิด
              - การคิดอย่างสร้างสรรค์
     4.2 ความสามารถในการสื่อสาร

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

               - มุ่งมั่นในการทางาน
               - ซื่อสัตย์สุจริต

6. ชิ้นงาน/ ภาระงาน

         - การทารูปสัตว์จากกระดาษและพูดนาเสนอ
         - การอ่านเนื้อเรื่องและตอบคาถาม
         - งานเขียน e-mail ถึงเพื่อนและพูดนาเสนอ
         - งานเขียนเกี่ยวกับสถานที่ที่ชอบ
         - การทาแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ที่ชอบ
         - การรวบรวมคาศัพท์ใน My word book

7. การวัดและการประเมินผล
     7.1 การประเมินก่อนเรียน
         - ประเมินการทาแบบทดสอบ
     7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
         - ประเมินการทาแบบฝึกหัด
         - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
     7.3 การประเมินหลังการเรียน
         - ประเมินการทาแบบทดสอบ

                                              169
          - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
      7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
          - ประเมินการทารูปสัตว์จากกระดาษและพูดนาเสนอ
          - ประเมินการอ่านเนื้อเรื่องและตอบคาถาม
          - ประเมินงานเขียน e-mail ถึงเพื่อนและพูดนาเสนอ
          - ประเมินงานเขียนเกี่ยวกับสถานที่ที่ชอบ
          - ประเมินการทาแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ที่ชอบ
          - ประเมินการรวบรวมคาศัพท์ใน My word book

8. กิจกรรมการเรียนรู้

       - กิจกรรมนาสู่การเรียน
       -                               กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ดังแนบมาพร้อมนี้
       - กิจกรรมรวบยอด

9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

          1. หนังสือเรียน Smile ป. 4
          2. แบบฝึกหัด Smile ป. 4
          3. Audio CD Smile ป. 4
          4. บัตรภาพ บัตรคา




                                              170
                                     แผนการจัดการเรียนรู้
                               Unit 4 Wild animals (Lesson 1)

1. สาระสาคัญ

       การเรียนรู้คาศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ป่า โครงสร้างประโยค Present Simple Tense คาถามแบบ
Wh-questions ทาให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการพูดขอและให้ข้อมูล เขียนบรรยายสั้นๆ
และเปรียบเทียบเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ ซึ่งเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน
และยังนาไปบูรณาการร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น

2. ตัวชี้วัด/ จุดประสงค์การเรียนรู้
                  - อ่านออกเสียง สะกดคา และบอกความหมายคาศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ป่าได้
                  - ออกเสียงคาศัพท์ที่มีเสียง /ea/ ได้
                  - ฟังและอ่านจับใจความได้
                  - พูดและเขียนเปรียบเทียบขั้นกว่าได้
                  - เขียนบรรยายง่ายๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าได้
                  - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้
                  - ใช้ Present Simple Tense ได้ถูกต้อง

3. สาระการเรียนรู้
      3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
                - Pronunciation: long vowel /ea/
                - กลุ่มคา ประโยคเดี่ยว และความหมาย เกี่ยวกับสัตว์ป่า
                - ประโยค บทสนทนา เนื้อเรื่องสั้นๆ ที่มีภาพประกอบ
                - คาศัพท์ สานวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใกล้ตัว
                                 เช่น What does it eat?        It eats meat.
                - ประโยคและข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์
                - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม
                - การรวบรวมและการนาเสนอคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น

                                                171
                 (วิทยาศาสตร์)
               - การใช้ภาษาในการฟังและพูด/อ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
               - การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ
                 แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
               - การเปรียบเทียบขั้นกว่า
               - Present Simple Tense
     3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
               -

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
     4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
     4.2 ความสามารถในการคิด
              - การคิดอย่างสร้างสรรค์

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

                 - ใฝ่เรียนรู้
                 - ซื่อสัตย์สุจริต

6. กิจกรรมการเรียนรู้

   6.1 ชั่วโมงที่ 1-2

กิจกรรมนำสู่กำรเรียน
  1. ครูถามนักเรียนเป็นภาษาไทยว่านักเรียนรู้จัก ‚สัตว์ป่า‛ หรือไม่ จากนั้นครูอธิบายคาว่า ‚สัตว์ป่า‛
      กับ ‚สัตว์เลี้ยง‛ ให้นักเรียนฟัง
  2. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกชื่อสัตว์ป่าที่นักเรียนรู้จักเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้
                        Teacher:       Can you tell me the names of wild animals?
                        Student:       Tiger, snake, giraffe, elephant, lion, zebra…
  3. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 46 ข้อ 1 What can you see? ครูชูบัตรภาพรูปสัตว์ป่าแต่ละชนิด
      แล้วให้นักเรียนชี้ภาพในหนังสือเรียนที่ตรงกับบัตรภาพนั้นๆ แล้วครูถามนักเรียนว่า
                        Teacher :      What’s this? (ชูบัตรภาพ)

                                                172
                    Students:        (ชี้ภาพในหนังสือเรียน) It’s a/an ________.
4. ครูนาบัตรภาพติดไว้บนกระดาน และวางบัตรคาไว้ตามมุมต่างๆ ของห้อง
   จากนั้นให้นักเรียนเล่นเกมจับคู่บัตรภาพและบัตรคา โดยแบ่งนักเรียนในห้องเป็น 2 ทีม
   แล้วส่งตัวแทนมาทีมละ 1 คน ช่วยกันหาบัตรคาที่ตรงกับบัตรภาพที่ครูติดไว้บนกระดานให้ถูกต้อง
   ตัวแทนทีมใดที่หาเจอแล้ว
   ให้รีบวิ่งออกมาหน้าห้อง พร้อมกับแสดงบัตรคาให้ครูดู และตอบคาถาม ดังนี้
                    Teacher:         What’s this?
                    Students:        It’s a/an _______.
                    Teacher:         Can you spell that, please?
                    Students:        (ให้นักเรียนสะกดตัวอักษร)
   ครูติดบัตรภาพสัตว์ชนิดอื่นอีก 4-5 ชนิด และให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนคนใหม่ออกมาทากิจกรรม
5. นักเรียนอ่านคาศัพท์ 5 คาที่กาหนดให้ในหนังสือเรียน หน้ำ 46 ข้อ 2 Read, look and find. พร้อมๆ
   กัน แล้วช่วยกันหาภาพของคาศัพท์เหล่านี้ในภาพ ข้อ 1 จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 5 คน ให้ลุกขึ้น
   ทีละคน แล้วชี้ภาพให้เพื่อนๆ คนอื่นดู
6. นักเรียนดูภาพสัตว์ต่างๆ ในแบบฝึกหัด หน้ำ 34 ข้อ 1 Look and label.
   แล้วอ่านออกเสียงคาศัพท์ในกรอบตามครู จากนั้นครูให้เวลานักเรียน 2 นาที
   ในการนาคาศัพท์เหล่านี้ เติมลงในรูปภาพที่สัมพันธ์กัน จากนั้นครูเฉลยคาตอบ
   โดยชี้ไปที่สัตว์แต่ละตัวในรูปภาพและถามคาถามนักเรียน ดังนี้
                     Teacher:        What is this?
                     Students:       It’s a/an (ชื่อสัตว์).
                     Teacher:        Student A, how do you spell it?
                     Student A: (สะกดคาศัพท์)

                    1   bat                 5   snake
                    2   rhino               6   crocodile
                    3   dolphin             7   tiger
                    4   bear                8   elephant

7. ครูเปิด CD/track 50 ให้นักเรียนฟังคาถาม 2 ครั้ง
   จากนั้นให้นักเรียนวงกลมเลือกคาตอบที่ถูกต้องในแบบฝึกหัด หน้ำ 34 ข้อ 2 Look at the picture.
   Listen and circle the answers. เมื่อนักเรียนทาเสร็จแล้ว ครูเปิด CD โดยหยุด CD

                                            173
        เมื่อจบคาถามแต่ละข้อ แล้วถามนักเรียนในห้องว่าใครตอบข้อ a และใครตอบข้อ b บ้าง
        (ให้ยกมือขึ้น) จากนั้นครูจึงเฉลยคาตอบ ครูทากิจกรรมเช่นนี้กับคาถามข้อที่เหลือ



                                 1   Is there a dog?
                                 2   Is there a tiger?
                                 3   Is there an elephant?
                                 4   Is there a ladybird?
                                 5   Is there a monkey?
                                 6   Is there a dolphin?


                                 1   b No, there isn’t.
                                 2   a Yes, there is.
                                 3   a Yes, there is.
                                 4   b No, there isn’t.
                                 5   a No, there isn’t.
                                 6   a Yes, there is.

         ่
      เมือทากิจกรรมเสร็จแล้ว ครูทบทวนเกี่ยวกับการใช้ there is/there are
      และยกตัวอย่างประโยคให้นักเรียนเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น
  8. ครูบอกนักเรียนว่าใน Unit 4 นี้ นักเรียนจะได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ป่า (Wild animals)
      คานามพหูพจน์ (plural), article (a, an), การใช้ประโยคเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative degree)
กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. นักเรียนดูภาพและคาศัพท์ใน Word box ในหนังสือเรียน หน้ำ 47 ข้อ 1 Listen, point and repeat.
      แล้วอ่านออกเสียงคาศัพท์ทีละคาตามครู ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกคาศัพท์เหล่านี้ในภาษาไทย
      จากนั้นครูเปิด CD/track 48 ให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง ครั้งแรกให้นักเรียนฟังและชี้นิ้วที่ภาพตามไปด้วย
      ครั้งที่ 2 ให้นักเรียนฟังและอ่านออกเสียงคาศัพท์ตาม CD


                        eagle, bear, bat, crocodile, snake, tiger, zebra, rhino, elephant, ants,
                        dolphin, leaves
                                                    174
2. นักเรียนดูภาพ A-H ในหนังสือเรียน หน้ำ 47 ข้อ 2 Listen and number. แล้วครูถามว่าเป็นสัตว์ชนิดใด

                    Teacher:        What animals do you see in picture A?
                    Students:       Bats.                                  etc.
   จากนั้นครูให้นักเรียนเขียนตัวอักษร A-H ลงในสมุด ครูอธิบายว่า นักเรียนจะได้ฟังประโยค 8
   ประโยค ซึ่งบรรยายสัตว์แต่ละตัวในภาพ A-H รอบแรกให้นักเรียนฟังจับใจความเพียงอย่างเดียว
   รอบที่สอง ให้นักเรียนเรียงลาดับรูปภาพ A-H ตามที่ได้ยินจาก CD
   โดยให้เขียนหมายเลขหลังตัวอักษร A-H ในสมุด เมื่อนักเรียนเข้าใจวิธีการแล้ว ครูเปิด CD/track 49
   ให้นักเรียนฟัง

                              1   An elephant is very big.
                              2   An eagle can fly.
                              3   A snake hasn’t got any legs.
                              4   Tigers eat other animals.
                              5   Dolphins can swim.
                              6   Bats eat insects.
                              7   Zebras eat grass.
                              8   Crocodiles have got a big mouth.


                     A6                 C2              E5                G3
                     B8                 D1              F7                H4


                               Background Information
            รู้หรือไม่ โลมาไม่ใช่ปลา แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
         โลมามีหัวใจ 4 ห้อง                       ปลามีหัวใจ 2 ห้อง
         โลมาหายใจด้วยปอด                         ปลาส่วนใหญ่หายใจด้วยเหงือก
                             ่
         โลมาเป็นสัตว์เลือดอุน                    ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น
         โลมาออกลูกเป็นตัว                        ปลาออกลูกเป็นไข่
         โลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม             ปลาตัวอ่อนจะกินไข่แดงจากไข่เป็นอาหาร

                                                175
         โลมาไม่มีเกล็ดไม่มีเมือก               ปลาส่วนใหญ่มีเกล็ดและมีเมือก
         โลมาหางจะโบกขึ้นโบกลงในการว่าย         ปลาหางจะโบกซ้ายและขวา

                                     ที่มำ: http://www.oasisseaworld.net/aboutdolphins.html
3. ครูอธิบายการใช้ Articles (a, an) ว่า ‘a’ และ ‘an’ มีความหมายว่า ‚หนึ่ง‛
   ใช้นาหน้าคานามเอกพจน์ ซึ่ง a (อ่านว่า อะ) จะใช้นาหน้าคานามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ
   เช่น
                    A boy                      A cat
                    A tree                     A van                       etc.
   ส่วน an (อ่านว่า แอ็น) จะใช้นาหน้าคานามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ (a, e, i, o, u) เช่น
                    An elephant                An ant
                    An orange                  An umbrella                 etc.
   เมื่ออธิบายหลักการใช้ a/an แล้ว ครูเลือกคานามจากในหนังสือเรียน หน้า 47 ประมาณ 8 คา
   แล้วเขียนลงบนกระดาน และให้นักเรียนช่วยกันบอกว่า คานามดังกล่าวใช้ a หรือ an นาหน้า
   เมื่อเฉลยเสร็จแล้วให้นักเรียนจดวิธีการใช้ a และ an สั้นๆ
   พร้อมคาศัพท์บนกระดานลงสมุดของตนเอง
                    (an) eagle                 (an) elephant
                    (a) bat                    (a) crocodile
                    (an) ant                   (a) dolphin
                    (a) snake                  (a) zebra
   ครูอาจสุ่มเรียกนักเรียนในห้องลุกขึ้นยืนทีละคน และบอกคานามที่ใช้ a และ an นาหน้าอย่างละ
   หนึ่งคา เพื่อตรวจสอบว่านักเรียนเข้าใจวิธีการใช้ a และ an
4. ครูเขียนประโยคเปรียบเทียบขั้นกว่าให้นักเรียนดูบนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันสรุปกฎเกณฑ์

           โครงสร้าง                 คานาม 1 + v. to be + adj. เติม er + than + คานาม 2

           เช่น                     A bear is bigger than a monkey.
                                    My sister is shorter than me.
                                    Those girls are older than these girl.
   จากนั้นครูให้นักเรียนลองฝึกแต่งประโยคเปรียบเทียบมาคนละ 2 ประโยค
   โดยให้นักเรียนเปรียบเทียบเกี่ยวกับเพื่อนๆ ของนักเรียน หรือสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในห้องเรียน
   โดยครูกาหนด adjectives ให้บนกระดาน ดังนี้ tall, short, slow, fast, fat, thin, old, young, big,

                                               176
   small, long           ครูอธิบายความหมายของคาศัพท์ที่นักเรียนไม่เข้าใจ
   แล้วให้นักเรียนแต่งประโยคลงในสมุด                เมื่อนักเรียนทางานเสร็จแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน
   4-5 คน ให้อ่านประโยคของตนเองให้เพื่อนๆ ฟัง จากนั้นให้รวบรวมสมุดมาส่งครู
   เพื่อให้ครูนาไปตรวจในเวลาว่าง
            เช่น Noi is older than Din.              Kim is taller than Pang.
                   Jan is fatter than Nid.           A ruler is longer than a pencil.
                   A book is bigger than an eraser.

                                        Background Information
            กฎการเติม er หลัง adjectives ในการเปรียบเทียบขั้นกว่า (ในบทเรียนนี้)
           คาคุณศัพท์ (adjectives)โดยทั่วไป เติม er ท้ายคาได้เลย
            เช่น short  shorter
                       cheap  cheaper
            A blue shirt is cheaper than a red shirt.
            เสื้อเชิ้ตสีฟ้าถูกกว่าเสื้อเชิ้ตสีแดง
           คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม r ท้าย e ได้เลย
            เช่น wide  wider
           คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย y และ y อยู่หลังพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม er
            เช่น busy  busier
                       easy  easier
           คาคุณศัพท์ที่ออกเสียงสั้น พยางค์เดียว มีสระและตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะ
            ตัวสุดท้าย 1 ตัว แล้วจึงเติม er
            เช่น hot  hotter (สระ 1 ตัว คือ o และตัวสะกด 1 ตัว คือ t)
                       big  bigger (สระ 1 ตัว คือ i และตัวสะกด 1 ตัว คือ g)

5. นักเรียนอ่านประโยค 1-5 ในหนังสือเรียน หน้ำ 47 ข้อ 3 Listen and write. แล้วครูเปิด CD/track 51
   ให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง เพื่อให้นักเรียนเติมคาศัพท์ในช่องว่างให้ถูกต้อง โดยทาลงในสมุด
   เสร็จแล้วครูเปิด CD อีกครั้ง โดยหยุด CD เมื่อจบแต่ละประโยค เพื่อเฉลยคาตอบ



                    1 An eagle is bigger than a bat.

                                              177
                      2   A snake is smaller than a crocodile.
                      3   A bear is bigger than a monkey.
                      4   A zebra is shorter than a giraffe.
                      5   An elephant is slower than a zebra.




กิจกรรมรวบยอด
  1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ช่วยกันคิดชื่อสัตว์ชนิดต่างๆ ตามลาดับตัวอักษร A-Z
      โดยครูอนุญาตให้นักเรียนใช้พจนานุกรมได้ ครูเขียนเฉพาะอักษรนา A-Z บนกระดาน
      แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกคาศัพท์ ครูเขียนคาศัพท์ที่นักเรียนบอกบนกระดาน
      ถ้าเป็นคาศัพท์ที่เรียนมาแล้วให้นักเรียนสะกดคาศัพท์ด้วย

               A - ant, ass (ลา)                                 N - nightingale (นกไนติงเกล)
               B - bird, bear, bat, bee, butterfly               O - owl, ox (วัวตัวผู้), oyster (หอย)
                   buffalo                                           ostrich (นกกระจอกเทศ)
               C - cat, crab, crocodile, chicken                 P - pig, panda, parrot
               D - duck, dog, donkey, dolphin,                   Q - quail (นกกระทา)
                   deer                                          R - rat, rabbit, rhino (แรด)
               E - elephant, eagle                               S - sheep, snake, spider, shark,
               F - fish, frog, fox (หมาป่า)                          skunk, seal (แมวน้า), seahorse
               G - giraffe, goat, gorilla, goose                 T - toad, tortoise (เต่า), tiger, turkey
               H - hippopotamus, hen, hamster, horse             U - unicorn (ม้ามีเขาในเทพนิยาย)
               I - insect, iguana (อิกัวน่า)                     V - viper (งูพิษ), vulture (แร้ง)
               J - jaguar (เสือจากัวร์),                         W - whale (ปลาวาฬ), wolf
                   jellyfish (แมงกะพรุน)                              (หมาป่า), worm (หนอน)
               K - koala, kangaroo (จิงโจ้)                      X -
               L - lion, lamb (แกะ), lobster (กุ้งมังกร)         Y - yak (ตัวจามรี)
               M - mouse, monkey, mosquito (ยุง)                 Z - zebra (ม้าลาย)




                                                  178
   นักเรียนบันทึกคาศัพท์เหล่านี้ลงในสมุดของตนเอง
   จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกันคิดว่าคาศัพท์เกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้
   คาศัพท์ในหมวดตัวอักษรใดบ้างที่เมื่อเป็นคานามเอกพจน์ แล้วต้องใช้ an นาหน้า
   เมื่อนักเรียนตอบว่า หมวด a, e, i, o, u ครูอ่านออกเสียงคาศัพท์ให้นักเรียนฟัง
   แล้วให้นักเรียนอ่านตาม โดยมี an นาหน้า เช่น
                     Teacher:         ant
                     Students:        an ant
                     Teacher:         ass
                     Students:        an ass
                     Teacher:         elephant
                     Students:        an elephant
   เมื่อถึงตัวอักษร U ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า Unicorn อ่านออกเสียงว่า ยู-นิ-คอน ตัว U
   ออกเสียงเหมือนเสียงพยัญชนะ จึงใช้ a นาหน้า เช่น a unicorn แต่คาว่า Umbrella ตัวอักษร U
   ออกเสียงเป็นสระ จะใช้ an นาหน้าตามปกติ เช่น an umbrella

                               Background Information
           ‘mouse’ และ ‘rat’ แตกต่ำงกันอย่ำงไร
           ‘mouse’ กับ ‘rat’ ในความหมายว่า ‘หนู’ มีความหมายไม่แตกต่างกันมากนัก
           แต่จะต่างกันในแง่ของความรู้สึกมากกว่า คือ mouse จะเป็นหนูตัวเล็ก น่ารัก แต่ rat
                                                                          ้
           จะเป็นหนูตัวใหญ่ สกปรก ถ้าเป็นเชิงสานวน rat จะใช้เรียกคนขีโกง จอมโกหก
           คนทรยศ
                                   ที่มำ: http://www.andrewbiggs.com/columns/column-257.htm

2. นักเรียนเล่นเกม Who am I? โดยฟังคาใบ้ ซึ่งบอกลักษณะของสัตว์แต่ละชนิด
   แล้วช่วยกันทายว่าเป็นสัตว์ชนิดใด

           1) I have a long body. I haven’t got any legs. I haven’t got any hands.
              But I can move very fast. Who am I?                                 (Snake)
           2) I live in the caves/mountains. I sleep during the day. I look like a rat
              but I have 2 wings. I can fly. I eat fruits. Who am I?             (Bat)



                                              179
            3) I have 4 legs. I have 2 big ears. I have small eyes. I have a long tail.
               I have a long nose. I am big. Who am I?                             (Elephant)
            4) I have 4 legs. I have small ears and eyes. I live in the mountains.
               I eat honey but sometimes I eat fish. Who am I?                     (Bear)

3. นักเรียนเล่นเกม Body language (ใบ้คาจากภาษากาย) โดยครูนาบัตรคาหรือบัตรภาพมา 7-8 ใบ
   ให้ตัวแทนนักเรียนมาเลือกบัตรคาหรือบัตรภาพคนละ 1 ใบ ตัวแทนคนไหนได้คาหรือภาพอะไร
   ให้พยายามใบ้คาศัพท์ด้วยมือหรือร่างกาย ห้ามใช้คาพูดเด็ดขาด เมื่อแต่ละคนใบ้คาเสร็จ
   ครูถามนักเรียนทุกคนว่า
                     Teacher:        What’s this? (ตัวแทนนักเรียนทาท่าทางของหมี)
                     Students:       It’s a monkey.
                     Teacher:        Yes or no?
                     ตัวแทนนักเรียน: No.
   ถ้าเพื่อนๆ ยังทายไม่ถูก
   ให้ตัวแทนนักเรียนทาท่าของลักษณะสัตว์ตัวนั้นขั้นต่อไปหรือจะหาท่าทางภาษามือใหม่ๆ ก็ได้
4. ครูชี้ที่ภาพสัตว์ในแบบฝึกหัด หน้ำ 35 ข้อ 1 Look and unscramble the words.
   แล้วให้นักเรียนตอบเป็นภาษาไทยว่าภาพแต่ละภาพคือสัตว์ชนิดใด
   จากนั้นครูให้นักเรียนเรียงตัวอักษรใต้ภาพให้เป็นคาศัพท์ที่ถูกต้อง

                    1 snake                    4 elephant
                    2 monkey                   5 dolphin
                    3 eagle                    6 zebra

5. นักเรียนจับคู่ อ่านคาบรรยายลักษณะของสัตว์ในแบบฝึกหัด หน้ำ 35 ข้อ 2 What animal is it? Read
   and guess. แล้วให้นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันเดาว่าคือสัตว์ชนิดใด นักเรียนคู่ใดทาเสร็จก่อน
   ให้ยกมือขึ้น เพื่อให้ครูเดินไปตรวจ ถ้าถูกต้องทุกข้อ ครูมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆให้

                    1 monkey         3 zebra           5 giraffe
                    2 snake          4 tiger




                                               180
   6. นักเรียนอ่านประโยคที่กาหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้ำ 35 ข้อ 3 Read and complete.
      แล้วให้นักเรียนนาคาศัพท์ในกรอบที่อยู่ทางด้านขวามือมาเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

                         1 bigger          3 taller          5 shorter
                         2 smaller         4 slower

   7. นักเรียนเล่นเกม My favourite animal โดยครูเขียนชื่อสัตว์ต่างๆ ใส่กระดาษแข็งจานวน 8 แผ่น
      แผ่นละ 1 ชื่อ แล้วแจกนักเรียน 8 คน โดยไม่ให้นักเรียนคนอื่นๆ ทราบ บัตรคาศัพท์เหล่านี้ ได้แก่

          butterfly             elephant               giraffe                koala         panda

                       rabbit                dolphin                     zebra
       เมื่อครูให้สัญญาณ (เป่านกหวีด) นักเรียนทั้ง 8 คน ชูบัตรคาขึ้น นักเรียนในห้องคนอื่นๆ
       เลือกสัตว์ที่ตนชอบ 1 ชนิด แล้ววิ่งไปเข้ากลุ่มตามบัตรคานั้น แล้วนั่งลงเพื่อแสดงว่าได้กลุ่มแล้ว
       นักเรียน       แต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งประโยคอย่างน้อย 4 ประโยค
       จากนั้นตัวแทนของกลุ่มลุกขึ้นยืนเพื่อนาเสนอ
                 e.g.            A dolphin is in the water. It is not a fish.
                                 It is grey. It is smart.
                                 It is smaller than a whale.                  หรือ
                                 An elephant is a big animal.
                                 It is grey. It has got 4 legs. It has got a long nose.
                                 It has got big ears. It is very strong.


  6.2 ชั่วโมงที่ 3-4

กิจกรรมนำสู่กำรเรียน
  1. ครูทบทวนคาศัพท์ที่ผ่านมาด้วยบัตรภาพ และบัตรคา
  2. นักเรียนเขียนคาตามคาบอก (Dictation) คาศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วใน Unit 4
      โดยครูย้าให้นักเรียนทางานด้วยตนเอง และมีความซื่อสัตย์ ไม่ลอกผู้อื่น
  3. ครูบอกนักเรียนว่าในชั่วโมงต่อไปนี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า
      และการเปลี่ยนคานามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์
กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
                                                      181
1. ครูแนะนาคาศัพท์ใหม่ในหนังสือเรียน หน้ำ 48 ข้อ 4 Listen and say what the animals eat.
   จากนั้นครูเปิด CD/track 52 ให้นักเรียนฟังบทสนทนา 2 ครั้ง
   แล้วตอบคาถามบนกระดานให้ถูกต้อง
                   Question 1: Who eats fish?
                                    (Dolphins, eagles, crocodiles and bears.)
                   Question 2: Who eats meat?
                                    (Tigers and crocodiles.)
                   Question 3: Who eats leaves?
                                    (Elephants, rhinos and bears.)
                   Question 4: Who eats honey?
                                    (Bears.)



                   A:        Can you tell us what these animals eat? Who eats all these fish?
                   B:        The fish is for different animals. The dolphins, the bears and the eagles
                             all eat fish. Oh, and the crocodiles.
                   A:        Is this meat for the tigers?
                   B:        Yes, for the tigers and the crocodiles too.
                   A:        The leaves are for the little animals, right?
                   B:        Oh, no – they are for the elephants, rhinos and bears.
                   A:        And the honey!
                   B:        It’s for the bears.

    จากนั้นครูให้นักเรียนกาเครื่องหมาย หน้าข้อที่ถูกต้อง และกา  หน้าข้อที่ไม่ถูกต้อง
    จากประโยคที่ครูให้ ต่อไปนี้

                   1.   The tigers eat honey.
                   2.   The bears eat fish.
                   3.   The rhinos eat meat.
                   4.   The crocodiles eat leaves.
                   5.   The rhinos and bears eat leaves.

                                              182
                   6.   The dolphins, crocodiles and eagles eat fish.
                   7.   The dolphins eat meat.
                   8.   The bears eat honey.
                   9.   The eagles eat fish.
                  10.   The tigers eat fish.

2. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 48 ข้อ 5 Point, ask and answer. แล้วอ่านออกเสียงคาศัพท์ตามครู
   2 รอบ จากนั้นครูชี้ไปที่รูปทีละรูป แล้วถามคาถาม ให้นักเรียนช่วยกันตอบ
                   Teacher:          What’s this?
                   Students:         It’s a tiger.

                      Teacher:       What does it eat?
                      Students:      It eats meat.
   เมื่อครูถามนักเรียนครบทุกภาพแล้ว ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนและผลัดกันถาม-ตอบเหมือน
   ดังตัวอย่าง เสร็จแล้วให้นักเรียนบันทึกบทสนทนาลงสมุด และนามาส่งครูท้ายชั่วโมง
   ครูสุ่มเรียกนักเรียน 6 คน ให้ตอบคาถามครู ดังนี้
                      Teacher:       What’s this? (รูปโลมา)
                      Student 1:     It’s a dolphin.
                      Teacher:       What does it eat?
                      Student 1:     It eats fish.

                   Teacher:         What’s this? (รูปช้าง)
                   Student 2:       It’s an elephant.
                   Teacher:         What does it eat?
                   Student 2:       It eats leaves.

                   Teacher:         What’s this? (รูปนกอินทรี)
                   Student 3:       It’s an eagle.
                   Teacher:         What does it eat?
                   Student 3:       It eats fish.


                                             183
                   Teacher:         What’s this? (รูปแรด)
                   Student 4:       It’s a rhino.
                   Teacher:         What does it eat?
                   Student 4:       It eats leaves.

                   Teacher:         What’s this? (รูปจระเข้)
                   Student 5:       It’s a crocodile.
                   Teacher:         What does it eat?
                   Student 5:       It eats meat and fish.

                    Teacher:        What’s this? (รูปหมี)
                    Student 6:      It’s a bear.
                    Teacher:        What does it eat?
                    Student 6:      It eats fish, honey and leaves.
   ครูอาจถามคาถามเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนได้นาความรู้รอบตัวมาใช้
   โดยครูอนุญาตให้นักเรียนพูดภาษาไทยได้ ในกรณีที่จาเป็น ดังนี้
                    Teacher:        What do elephants in Thailand eat?
                    Students:       Bananas, pineapples (สับปะรด), corns (ข้าวโพด), sugar cane
                                    (อ้อย), …etc.
                    Teacher:        What do crocodiles in Thailand eat?
                    Students:       Chickens, fish, …etc.
3. ครูอธิบายเรื่องคานามเอกพจน์ (Singular) และพหูพจน์ (Plural)
           Singular noun คือ คานามเอกพจน์ เป็นคานามที่มีจานวนเพียงหนึ่ง โดยปกติจะมี a
           หรือ an นาหน้า เช่น
                    a boat          an elephant a snake
           Plural Noun คือ คานามพหูพจน์ ซึ่งเป็นคานามที่มีจานวนมากกว่าหนึ่งขึ้นไป
           โดยมีตั้งแต่ 2 จานวนเป็นต้นไป คานามพหูพจน์จะเติม -s หรือ -es ท้ายคานามนั้นๆ
           และจะไม่มี a หรือ an นาหน้าคานาม เช่น
                    tigers          snakes            crocodiles
   จากนั้นครูเขียนคานามทั้งในรูปเอกพจน์ และพหูพจน์บนกระดาน
   แล้วให้นักเรียนช่วยกันสรุปกฎในการเปลี่ยนคานามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์


                                            184
เสร็จแล้วครูเขียนคานามเอกพจน์บนกระดาน 7-10 คา
ให้นักเรียนเปลี่ยนคานามเอกพจน์เหล่านี้ให้เป็นพหูพจน์ เช่น
                        a watch          watches
                        a woman          women
                        a fish           fish
                        a bear           bears
                        a crocodile  crocodiles
                        a tomato         tomatoes
                        a dolphin        dolphins
                        a monkey         monkeys
                        a lady           ladies
                        an elephant  elephants



                             Background Information

       หลักในการเปลี่ยนคานามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ ที่จาเป็นต้องใช้ในบทเรียน มีดังนี้
              1) โดยทั่วไปแล้ว คานามสามารถเติม -s ท้ายคานามนั้นๆ ได้เลย
                       เช่น a book              books
                              a car             cars
              2) คานามคาใดที่ลงท้ายด้วย s, sh, ss, ch, x, z ให้เติม es
                       เช่น a glass             glasses
                              a fox             foxes
              3) คานามที่ลงท้ายด้วย o ให้เติม es
                       เช่น a mango             mangoes
                              a buffalo         buffaloes
                 ยกเว้นหน้า o เป็นสระ (a, e, i, o, u) ให้เติม s
                       เช่น a radio             radios
                              a piano           pianos
              4) คานามที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es
                       เช่น a baby              babies

                                        185
                                       a family        families
                        แต่ถ้าหน้า y เป็นสระ (a, e, i, o, u) ให้เติม s
                              เช่น a boy               boys
                                       a day           days
                     5) คานามคาใดที่ลงท้ายด้วย f หรือ fe ให้เปลี่ยน f หรือ fe เป็น v
                        ก่อนแล้วจึงเติม es
                              เช่น a leaf              leaves
                     6) คานามบางคาเปลี่ยนรูปคาไปจากเดิม
                              เช่น a man               men
                     7) คานามบางคาไม่เปลี่ยนรูป
                              เช่น a fish              fish



4. นักเรียนฝึกทักษะการอ่าน โดยอ่านเนื้อเรื่องที่กาหนดให้ในหนังสือเรียน หน้ำ 49 ข้อ 6 Read and
   answer the questions. โดยก่อนอ่านครูให้นักเรียนดูรูปภาพและชื่อเรื่อง
   แล้วลองเดาว่าเนื้อเรื่องที่จะอ่านเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เมื่อได้คาตอบว่าเกี่ยวกับยีราฟ (giraffe) แล้ว
   ครูให้นักเรียนอ่านคาถาม            5 ข้อ ที่ให้มาพร้อมๆ กัน จากนั้นให้เวลานักเรียน 3
   นาทีในการอ่านและตอบคาถามดังกล่าวลงในสมุด (Individual work) เมื่อครบกาหนดเวลาแล้ว
   ครูให้นักเรียนสลับสมุดกันตรวจ จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันเฉลยคาตอบ พร้อมทั้งระบุด้วยว่า
   เจอคาตอบจากส่วนใดของบทอ่าน เสร็จแล้วครูให้นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องตามครูทีละประโยค

                          1   It is brown and has got dark brown spots.
                          2   It eats leaves from tree and drink water every two days.
                          3   It has got short hair.
                          4   It’s got four stomachs.
                          5   It has got seven bones.


                                   Background Information
             ทาไม stomach เมื่อเป็นพหูพจน์จึงเติม –s ไม่ใช่ es
             โดยทั่วไปถ้าคานามที่มีตัวสะกดลงท้ายด้วย s, ss, sh, ch, x และ z เมื่อเปลี่ยนเป็น

                                                 186
                พหูพจน์ให้เติม es ที่ท้ายคานั้น เช่น
                          church -        churches            =      โบสถ์
                          dish -          dishes              =      จาน
                          fox -           foxes               =      สุนัขจิ้งจอก
                          glass -         glasses             =      แก้ว
                          match -         matches             =      ไม้ขีดไฟ
                ข้อยกเว้น
                คาว่า stomach ถึงแม้จะลงท้ายด้วย ch แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นพหูพจน์ ให้เติม –s หลังคา
                ไม่ใช่ –es เนื่องจากอยู่ในข้อยกเว้นที่ว่า ถ้าคานามมีตัวสะกดลงท้ายด้วย ch
                แต่ ch นั้นออกเสียงเป็น k ให้เติม s ได้เลย เช่น
                          stomach -       stomachs            =      ท้อง กระเพาะ
                          epoch -         epochs              =      ยุค
                          monarch -       monarchs            =      พระมหากษัตริย์
                ที่มำ: http://www.konmun.com/Article/3-Regular-Verbs-id7393.aspx
   5. นักเรียนอ่านคาสั่ง ในหนังสือเรียน หน้ำ 49 ข้อ 7 Draw and write about your favourite animal.
      พร้อมๆ กัน ครูให้เวลานักเรียนในการวาดรูปและเขียนบรรยายเกี่ยวกับสัตว์ที่ตนเองชอบ 1 ชนิด
      ลงในสมุด อย่างน้อย 5 ประโยค (งานเดี่ยว)
   6. ครูเขียนตัวอักษร ‘ea’ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนลองเดาว่า น่าจะออกเสียงว่าอะไร
      เมื่อได้คาตอบว่า ‘อี’ แล้ว ครูเขียนคาว่า tea, sea, read, และ meat บนกระดาน
      จากนั้นครูอ่านออกเสียงคาศัพท์ แล้วให้นักเรียนออกเสียงตาม เพื่อฝึกการออกเสียง /ea/
   7. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 49 ข้อ 8 Listen and say. แล้วอ่านประโยคที่กาหนดให้พร้อมๆ กัน
      จากนั้นครูเปิด CD/track 53 ให้นักเรียนฟังและอ่านประโยคในหนังสือเรียนตาม 5-6 ครั้ง
      จนนักเรียนสามารถอ่านได้คล่อง จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 7-8 คน
      ให้ลุกขึ้นยืนแล้วอ่านประโยคนี้ให้ครูฟังทีละคน

                              He reads and eats meat in the room.

กิจกรรมรวบยอด
  1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็นกลุ่มละ 3-4 คน ครูแจกกระดาษสี 4 สี ได้แก่ สีแดง เหลือง น้าเงิน
      และขาว กลุ่มละ 4 แผ่น (สีละ 1 แผ่น) พร้อมทั้งแจกกระดาษชาร์ตแข็ง 1 แผ่น เพื่อรองรูปภาพ



                                               187
   ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันฉีก ติด ปะ กระดาษสีทั้ง 4 สี ให้เป็นรูปสัตว์ 1 ชนิด เมื่อเสร็จแล้ว
   ให้นักเรียนโชว์รูปภาพที่ประดิษฐ์พร้อมกับพูดแนะนาตามประโยคต่อไปนี้
            Good morning. This is our wild animal. It’s a (สัตว์). It eats (อาหารที่กิน).
            It’s a big / small animal. A / An (สัตว์) is bigger / small than (สัตว์อีกหนึ่งชนิด).
2. นักเรียนดูรูปภาพที่กาหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้ำ 36 ข้อ 4 Match the animals with the food and
   say. แล้วครูถามคาถามนักเรียนทีละข้อ ดังนี้
                    Teacher:         What does a dolphin eat?
                    Students:        It eats fish.
                    Teacher:         What does an elephant eat?
                    Students:        It eats leaves from trees.
                    Teacher:         What does an eagle eat?
                    Students:        It eats fish.
                    Teacher:         What does a bear eat?
                    Students:        It eats fish.
                    Teacher:         What does a bat eat?
                    Students:        It eats insects.
                    Teacher:         What does a snake eat?
                    Students:        It eats frogs.
   จากนั้นนักเรียนจับคู่กันแล้วฝึกพูดถาม-ตอบ ครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คู่ ให้ยืนขึ้นและพูดถาม-
   ตอบให้เพื่อนๆ ดู

                    1A        2B        3A          4A      5C         6D

3. ครูให้นักเรียนทางานเดี่ยว (Individual work) เขียนตอบคาถามที่กาหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้ำ 36
   ข้อ 5 Answer the questions.

                    1 They eat meat.                 4 They eat fish and honey.
                    2 They eat leaves from trees.    5 Bats eat insects.
                    3 They eat fish.

4. ครูเขียนคาศัพท์ 4 คา ได้แก่ insects, mammals, birds และ reptiles บนกระดาน และสอนการ

                                              188
   ออกเสียง จากนั้นให้นักเรียนดูคาศัพท์เหล่านี้ในแบบฝึกหัด หน้ำ 37 ข้อ 6 Look at the pictures and
   classify the animals. และอธิบายว่าคาศัพท์เหล่านี้คือประเภทของสัตว์
   ให้นักเรียนลองเดาความหมายของคาศัพท์เหล่านี้จากรูปเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ คาศัพท์
   โดยครูอาจใช้ภาษาไทยในการอธิบาย เช่น ถามนักเรียนว่า เต่าทอง แมว และงู เป็นสัตว์ชนิดใด
   ครูให้เวลานักเรียนในการดูรูปสัตว์ที่กาหนดให้
   แล้วเขียนชื่อสัตว์ลงในช่องประเภทของสัตว์ที่ถูกต้อง เสร็จแล้วครูสุ่มถามคาถามนักเรียน 8 คน
   ว่าสัตว์ที่นักเรียนเห็นในรูป คือสัตว์อะไร และเป็นสัตว์ประเภทใด
   ถ้านักเรียนตอบผิดครูให้นักเรียนตอบใหม่จนกว่าจะถูกต้อง เช่น
                       Teacher:        What animal is it?         (ภาพแรด)
                       Students:       It is a rhino.
                       Teacher:        What type of animal is it?
                       Students:       It is an insect.
                       Teacher:        Sorry, that’s not correct. Try again.
                       Students:       It is a mammal.
                       Teacher:        That’s correct.



                     Insects     =   ant, butterfly
                     Mammals     =   rhino, bear
                     Birds       =   eagle, ostrich
                     Reptiles    =    snake, crocodile

5. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องใน แบบฝึกหัด หน้ำ 37 ข้อ 7 Read and complete.
   แล้วนาคาศัพท์ที่กาหนดให้ในกรอบไปเติมคาลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
   โดยก่อนทาครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า
   เนื้อเรื่องที่จะอ่านเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระหว่างช้างกับยีราฟ เมื่อนักเรียนทาเสร็จแล้ว
   ครูอ่านเนื้อเรื่องทีละ
   ประโยค โดยเมื่อถึงช่องว่างที่จะให้เติมคา ครูให้นักเรียนแข่งขันกันยกมือขึ้น เพื่อเติมคาในช่องว่าง
   เสร็จแล้วครูให้นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องตามครูทีละประโยค

                     1 bigger        3 big            5 brown

                                              189
                           2 grey        4 taller         6 long


    6. ครูทบทวนการออกเสียง ea และอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกเสียง it ว่า เสียง it
       จะออกเสียงสั้นกว่าเสียง ea จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านคาศัพท์ที่กาหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้ำ 37
       ข้อ 8 Listen: eat, it. Listen, circle and say. ตามครูทีละคา เมื่อนักเรียนเข้าใจความแตกต่างของทั้ง
       2 เสียงแล้ว ครูเปิด CD/track 54 ให้นักเรียนฟัง 2 รอบ และให้นักเรียนวงกลมคาศัพท์ที่ได้ยินจาก
       CD


                           rid             hit            meal


7. การวัดและประเมินผล

      7.1 การประเมินก่อนเรียน
          - ประเมินการทาแบบทดสอบ
      7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
          - ประเมินการทาแบบฝึกหัด
          - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม

      7.3 การประเมินหลังการเรียน
          - ประเมินการทาแบบทดสอบ
          - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
      7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
          - ประเมินการทารูปสัตว์จากกระดาษและพูดนาเสนอ

8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

          1. หนังสือเรียน Smile ป. 4
          2. แบบฝึกหัด Smile ป. 4
          3. Audio CD Smile ป. 4
          4. บัตรภาพ บัตรคา


                                                    190
                                     แผนการจัดการเรียนรู้
                                 Unit 4 Wild animals (Lesson 2)

1. สาระสาคัญ

     การเรียนรู้คาศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัย โครงสร้างประโยค Present Simple Tense
คาถามแบบ Wh-questions ทาให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการพูดขอและให้ข้อมูล เขียน e-mail
และเขียนบรรยายสั้นๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ ซึ่งเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน
และยังนาไปบูรณาการร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น

2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
                 - อ่านออกเสียง สะกดคา และบอกความหมายคาศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยได้
                                                 191
                - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่า โดยใช้ Wh-questions ได้
                - ฟังและอ่านจับใจความได้
                - พูดและเขียนบรรยายสั้นๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าได้
                - อ่านและเขียน e-mail ถึงเพื่อนได้

3. สาระการเรียนรู้
     3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
               - กลุ่มคา ประโยคเดี่ยว และความหมาย เกี่ยวกับแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์
               - ประโยค บทสนทนา เนื้อเรื่องสั้นๆ ที่มีภาพประกอบ
               - คาศัพท์ สานวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใกล้ตัว
                                 เช่น What do they eat?       They eat meat.
                                       Where do they live? They live in the mountains.
                                       When do they sleep? They sleep during the day.
               - ประโยคและข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์
               - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
               - การรวบรวมและการนาเสนอคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
                 (วิทยาศาสตร์)
               - การใช้ภาษาในการฟังและพูด/อ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
               - การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ
                 แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
               - Present Simple Tense
     3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
               -

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

     4.1 ความสามารถในการคิด
              - การคิดอย่างสร้างสรรค์
     4.2 ความสามารถในการสื่อสาร

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์


                                                 192
                   - ซื่อสัตย์สุจริต
                   - มุ่งมั่นในการทางาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้

   6.1 ชั่วโมงที่ 5-6

กิจกรรมนำสู่กำรเรียน
  1. นักเรียนเล่นเกม Memory game เพื่อทบทวนคาศัพท์ใน Unit 4 Lesson 1
      โดยให้ครูเรียงบัตรภาพบนกระดานแถว A และบัตรคาบนกระดานแถว B ดังตัวอย่าง
      แล้วให้เวลานักเรียนในการจาประมาณ 30 วินาที จากนั้นครูคว่าบัตรภาพบนกระดาน
      แล้วให้นักเรียนจับคู่บัตรภาพกับบัตรคาให้ตรงกัน

                      1               2               3              4            5
        A          ภาพช้าง         ภาพงู          ภาพนกอินท
                                                                  ภาพลิง        ภาพหมี         (บัตรภาพ)
                                                  รี


        B          monkey          eagle          elephant          bear         snake         (บัตรคา)

                   ตัวอย่าง          Student 1:           A3 ภาพนกอินทรี คู่กับ B2 eagle



    2. ครูแสดงบัตรภาพเกี่ยวกับสัตว์ ประมาณ 2-3 ภาพ แล้วถามนักเรียนเกี่ยวกับสัตว์ในภาพว่า คืออะไร
       และกินอะไรเป็นอาหาร เช่น
                       Teacher:         What’s this?
                       Students:        It’s a/an ( สัตว์ ).
                       Teacher:         What does it eat?
                       Students:        It eats _________.
    3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน
       ให้นักเรียนช่วยกันเรียงบัตรคาให้เป็นประโยคให้ถูกต้อง เช่น

              is               a turtle           than             a rabbit           slower        .
                              = A turtle is slower than a rabbit.

                                                          193
   4. ครูบอกนักเรียนว่าใน Unit 4 Lesson 2 นี้ นักเรียนจะได้เรียนเกี่ยวกับสัตว์ป่าเพิ่มเติม และการใช้
      Nouns (Singular/Plural), Verb to do และ Wh-questions

กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. ครูนาบัตรภาพ อูฐ หญ้า แม่น้า ป่า ทะเล ภูเขา ทะเลทราย มาติดบนกระดานทีละภาพ
      จากนั้นให้นักเรียนเล่นเกม Hangman โดยผู้เล่นจะต้องเดาตัวอักษรทีละตัวให้ถูกต้อง ถ้าเดาผิด
      ครูจะลากเส้นคนถูกแขวนคอทีละเส้น ทีมใดที่ถูกแขวนคอก่อน จะถือว่าแพ้
  2. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 50 ข้อ 1 Listen, point and repeat. แล้วครูชี้ที่ภาพทีละภาพ
      และให้นักเรียนบอกเป็นภาษาไทยว่าคือรูปอะไร จากนั้นครูอ่านออกเสียงคาศัพท์ทีละคา
      และให้นักเรียนชี้รูปภาพในหนังสือเรียน พร้อมออกเสียงตามครู จากนั้นครูเปิด CD/track 55
      ให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง และออกเสียงตาม CD ไปด้วย

                       camel              grass            river               jungle
                       sea                desert           mountain

   3. นักเรียนเขียนตัวอักษร A-G ลงในสมุด จากนั้นครูให้นักเรียนดูภาพ A-G ในหนังสือเรียน หน้ำ 50
      ข้อ 2 Listen and number. โดยครูชี้ที่ภาพทีละภาพ แล้วถามนักเรียนว่าคือภาพอะไร
      ครูอธิบายว่าให้นักเรียนเรียงลาดับภาพเหล่านี้ตามที่ได้ยินจาก CD เมื่อนักเรียนเข้าใจแล้ว ครูเปิด
      CD/track 56 ให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง โดยให้นักเรียนเขียนคาตอบหลังตัวอักษร A-G
      ในสมุดของตนเอง จากนั้นครูเปิด CD อีกครั้ง โดยหยุด CD หลังจบแต่ละประโยค
      แล้วให้นักเรียนระบุว่าตรงกับภาพใด

                                1   Snakes live in the desert.
                                2   Zebras eat grass.
                                3   Fish are in the river.
                                4   Bears live in the mountains.
                                5   Dolphins are in the sea.
                                6   Thousands of animals live in the jungle.
                                7   I like camels.



                                1E                 4F              7A

                                                   194
                          2B              5G
                          3C              6D

4. นักเรียนเล่นเกมจับคู่คาศัพท์ โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม
   ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันจับคู่บัตรคาภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ
   กลุ่มใดจับคู่ได้ถูกต้องและเร็วที่สุด ถือว่าเป็นผู้ชนะ
            desert = ทะเลทราย                    river = แม่น้า
            mountain = ภูเขา                     jungle = ป่า
            sea        = ทะเล                    grass = หญ้า
            camel = อูฐ                          bear     = หมี
            eagle = นกอินทรี                     elephant = ช้าง
            ant        = มด                      bat      = ค้างคาว
            snake = งู                           dolphin = โลมา
5. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 50 ข้อ 3 Where do animals live? Listen and say.
   ครูทบทวนคาศัพท์ให้นักเรียน จากนั้นให้นักเรียนฟังบทสนทนาใน CD/track 58 จานวน 2 รอบ
   พร้อมตอบคาถามว่าสัตว์ที่นักเรียนเห็นในภาพอาศัยอยู่ที่ใด โดยเขียนตอบลงในสมุดของตนเอง
   จากนั้นครูเปิด CD อีก 1 รอบ พร้อมเฉลยคาตอบ




                A: Can you tell me about Africa?
                B: Africa has got deserts, jungles, the sea, rivers, and mountains.
                   In the deserts there are thousands of snakes and camels.
                A: What about the mountains?
                B: In the mountains there are bears, eagles, butterflies, bats and
                   thousands of ants. Oh, and snakes, too.
                A: And what about the rivers and the jungles?
                B: Hmmm ….., there are crocodiles in the river. In the jungle you can see
                   rhinos, elephants, tigers, monkeys and snakes.

                                          195
                 A: Yes, thank you. And, Mr. Whites, what is your favourite habitat?
                 B: The sea. I love the sea! I love dolphins.
                 A: Thank you, Mr. Whites.



                   A - Bears live in the mountains.
                   B - Eagles live in the mountains.
                   C - Elephants live in the jungles.
                   D - Ants live in the mountains.
                   E - Snakes live in the desert and in the mountains.
                   F - Dolphins live in the sea.
                   G - Bats live in the mountains.

   ครูถามคาถามนักเรียน แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบ เช่น
                 Teacher:         Where do the bears live?
                 Students:        They live in the mountains.
                 Teacher:         Where do the eagles live?
                 Students:        They live in the mountains.              etc.



6. ครูชูบัตรภาพที่เป็นตอนกลางวัน และกลางคืนพร้อมออกเสียงคาศัพท์
                     day = กลางวัน                   night = กลางคืน
   ครูหยิบบัตรภาพคนและนกฮูก แล้วถามคาถามเป็นภาษาอังกฤษ ให้นักเรียนช่วยกันตอบ
                    Teacher:        When do people sleep?
                    Students:       Night.
                    Teacher:        That’s correct. We sleep at night.
   ครูเขียนคาว่า at night บนกระดาน
                    Teacher:        When do owls sleep?
                    Students:       Day.
                    Teacher:        The owls sleep during the day.
   ครูเขียนคาว่า during the day (ระหว่างวัน) บนกระดาน
                                             196
จากนั้นให้นักเรียนลองเดาว่าสัตว์ในภาพ A-G ในหนังสือเรียน หน้ำ 51 ข้อ 4 When do animals
sleep? Listen and say. นอนหลับในช่วงเวลาใด กลางคืน หรือ กลางวัน
เมื่อนักเรียนเดาคาตอบเรียบร้อยแล้ว ครูเปิด CD/track 59 ให้นักเรียนฟัง 2 รอบ



        A: Look at these animals. They live in different places. Some live in the jungle
           and some in the mountains. But when do they sleep?
        B: Elephants sleep at night. They sleep for around 4 hours a day.
        A: Yes, but some animals find something to eat at night. They sleep during the
           day. These animals are tigers and lions. They sleep 18-20 hours a day.
        B: Bears and bats sleep during the day too. How about zebras and eagles?
           When do they sleep, at night or during the day?
        A: Zebra and eagles sleep at night.



เมื่อฟัง CD จบแล้ว ครูให้นักเรียนแก้ไขคาตอบที่ตนเองเดาไว้ ให้ถูกต้องตามที่ได้ยินจาก CD
จากนั้นครูถามคาถาม เพื่อให้นักเรียนตอบ ดังนี้
               Teacher:          What do animals sleep at night?
               Students:         Elephants, zebras and eagles.

               Teacher:         Very good. Elephants, zebras and eagles sleep at night.
                                And what do animals sleep during the day?
               Students:        Tigers, lions, bears and bats.
               Teacher:         Good. Tigers, lions, bears and bats sleep during the day.


                   A      Elephants     – at night
                   B      Bears         – during the day
                   C      Lions         – during the day
                   D      Zebras        – at night
                   E      Bats          – during the day

                                         197
                         F     Tigers           – during the day
                         G     Eagles           – at night

7. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 51 ข้อ 5 Look and say. Then write in your notebook.
   โดยให้นักเรียนดูรูปและแต่งประโยคตามโครงสร้างที่กาหนดให้ลงในสมุด
   ครูเขียนประโยคตัวอย่างให้นักเรียนดูบนกระดาน เช่น It’s a bear. It lives in the mountain. It eats
   honey. It sleeps during the day.

                     It’s a bear. It lives in the mountain. It eats honey. It sleeps during the day.
                     It’s an eagle. It lives in the mountain. It eats fish. It sleeps at night.
                     It’s a zebra. It lives in the jungle. It eats grass. It sleeps at night.
                     It’s a bat. It lives in the mountain. It eats insects. It sleeps during the day.

8. ครูสอนการใช้ Verb to do ร่วมกับคากริยาและคาสรรพนาม ในโครงสร้างของ Present Simple
   Tense ดังนี้

                       V. to do                             Pronouns
                                                       I
                                                       You
                         Do                            We
                                                       They
                                                        คานามเป็นพหูพจน์
                                                       He
                                                       She
                       Does                            It
                                                       คานามเป็นเอกพจน์

    ถ้า Verb to do เป็นคากริยาแท้ จะมีความหมายว่า ‚ทา‛ แต่ถ้าเป็นคากริยาช่วย Verb to do
    จะไม่มีความหมาย แต่จะเข้ามาช่วยทาให้ประโยคบอกเล่าเป็นประโยคปฏิเสธหรือคาถาม
    ในกรณีที่ประโยคนั้นไม่มีกริยาช่วยตัวอื่น
            ตัวอย่ำง       Does he go to school? Yes, he does./ No, he doesn’t.
                           (Does เป็นกริยาช่วย เมื่อใช้ does แล้ว กริยาแท้ไม่ต้องเติม s/es)


                                                 198
              โครงสร้ำงประโยค ในกรณีที่ Verb to do เป็นคากริยาช่วย

              ปฏิเสธ         โครงสร้าง       ประธาน + do / does + not + กริยาแท้ไม่เติม s/es
                                             + กรรม หรือส่วนขยาย.
                             เช่น            She does not go to school.
                                             They do not go to school.


              คำถำม          โครงสร้าง       Do/Does + ประธาน + กริยาแท้ที่ไม่เติม s/es
                                             + กรรมหรือส่วนขยาย ?
                             เช่น            Does she go to school?
                                             Do they go to school?

      ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม และแจกบัตรคาให้กลุ่มละ 1 ชุด
      ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเรียงบัตรคาที่ได้รับให้เป็นประโยค
      โดยครูอธิบายว่าแต่ละกลุ่มจะได้ประโยคที่ไม่ซ้ากัน เมื่อกลุ่มใดเรียงบัตรคาเสร็จ
      ให้เชิญครูมาตรวจเพื่อให้คะแนน เสร็จแล้วครูให้แต่ละกลุ่มเวียนบัตรคาให้กลุ่มถัดไป
      (เวียนไปทางขวาหรือตามลาดับหมายเลขกลุ่ม) ซึ่งแต่ละกลุ่มจะได้เรียงบัตรคา 5 ครั้ง
      โดยมีรูปประโยคที่จะให้นักเรียนเรียง ดังต่อไปนี้
               1) What does it eat?                       4) They do not live in the sea.
               2) When do animals sleep?                  5) It does not sleep at night.
               3) Where do bears live?
      ครูค้นคว้าหาแบบฝึกหัด Present Simple Tense ในรูปประโยคคาถาม
      และปฏิเสธที่เหมาะสมกับนักเรียน แล้วจัดพิมพ์เป็นใบงานเสริมเพิ่มเติมให้กับนักเรียน
      และมอบหมายให้นักเรียนไปทามาเป็นการบ้าน
กิจกรรมรวบยอด
  1. ครูเขียนคาศัพท์ 7 คา พร้อมหมายเลขบนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านพร้อมๆ กัน
      จากนั้นให้นักเรียนในห้องนับเลข 1-7 ต่อๆ กันไปเรื่อยๆ จนนักเรียนทุกคนได้หมายเลข
      ครูให้นักเรียนที่ได้หมายเลขตรงกับคาศัพท์คาใด ให้นาคาศัพท์คานั้นมาแต่งประโยค 1 ประโยค

                  day     night     jungle mountain    eat     sleep     live
                   1        2         3       4         5        6         7

                                             199
           ตัวอย่ำง นักเรียนที่ได้หมายเลข 3 จะต้องแต่งประโยคที่มีคาว่า jungle เช่น
                     Elephants live in the jungle.
2. นักเรียนดูรูปภาพในแบบฝึกหัด หน้ำ 38 ข้อ 1 Write the words. แล้วเขียนคาศัพท์ให้ตรงกับรูปภาพ

                     1 camel         3 jungle         5 desert
                     2 grass         4 river          6 mountain

3. นักเรียนอ่านประโยคที่กาหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้ำ 38 ข้อ 2 Listen and write. ในใจ
   จากนั้นครูติดบัตรคาต่อไปนี้บนกระดาน mountains, camel, desert, jungle, river, sea
   แล้วให้นักเรียนอ่านคาศัพท์พร้อมๆ กันตามครู เสร็จแล้วครูเปิด CD/track 57
   ให้นักเรียนฟังและเติมคาลงในช่องว่างให้ถูกต้อง โดยใช้คาศัพท์ในบัตรคา

                 1   There are snakes in the desert.
                 2   Crocodiles and fish live in the river.
                 3   Some animals live in the mountains.
                 4   Dolphins live in the sea.
                 5   Thousands of animals live in the jungle.
                 6   A camel has got long legs.

4. นักเรียนดูภาพในแบบฝึกหัด หน้ำ 39 ข้อ 3 Look and answer. แล้วตอบคาถาม Where do they live?
   (สัตว์พวกนั้นอาศัยอยู่ที่ไหน) ลงในสมุดของตนเอง

                       1 Tigers live in the jungle.
                       2 Elephants live in the jungle.
                       3 Crocodiles live in the river.
                       4 Eagles live in the mountains.
                       5 Bats live in the mountains.
                       6 Camels live in the desert.

5. นักเรียนดูรูปภาพในแบบฝึกหัด หน้ำ 39 ข้อ 4 Look and answer. แล้วตอบคาถามว่า When do they
   sleep? (สัตว์ชนิดนั้นนอนเมื่อไร) ลงในสมุดของตนเอง


                                                200
                        1   Bears sleep during the day.
                        2   Bats sleep during the day.
                        3   Elephants sleep at night.
                        4   Tigers sleep during the day.
                        5   Eagles sleep at night.


   6.2 ชั่วโมงที่ 7-8
กิจกรรมนำสู่กำรเรียน
  1. ครูทดสอบคาศัพท์ของนักเรียน โดยพูดบอกข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ง่ายๆ และให้นักเรียนช่วยกันตอบ
      ดังนี้
      1) ____ ____ b ____ ____ t (ครูพูดว่า ‚It likes carrots.‛)                              rabbit
      2) ____ ____ m ____ ____                  (ครูพูดว่า ‚It lives in the desert.‛)         camel
      3) ____ ____ ____ ____ e                  (ครูพูดว่า ‚It flies very high. It eats fish.‛) eagle
      4) ____ ____ ____ r                       (ครูพูดว่า ‚It eats honey.‛)                  bear
      5) ___ ___ e ___ ___ ___ ___ t (ครูพูดว่า ‚It is the biggest animal on land.‛) elephant
      6) ____ n ____ ____ ____                  (ครูพูดว่า ‚It has got a long body. It has no legs.‛)
                                                                                              snake
      7) ____ ____ b ____ ____                  (ครูพูดว่า ‚It has got black and white stripes.‛) zebra
      8) ____ a ____                            (ครูพูดว่า ‚It can fly. It sleeps during the day.‛) bat
  2. ครูบอกนักเรียนว่า ในบทต่อไปนี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตของสัตว์ต่อ การใช้ Present
      Simple Tense และคาถามแบบ Wh-questions ซึ่งเป็นคาถามเพื่อถามเกี่ยวกับรายละเอียด เช่น อะไร
      ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. ครูทบทวนโครงสร้างประโยคบอกเล่าของ Present Simple Tense และให้ทาแบบฝึกหัดง่ายๆ
      เพื่อทบทวนร่วมกัน ดังนี้
               ประโยคบอกเล่า Present Simple Tense
               ประธานเอกพจน์ + กริยาช่องที่ 1 เติม s/es           เช่น A monkey eats bananas.
               ประธานพหูพจน์ และ I/You + กริยาช่องที่ 1           เช่น Tigers live in the jungle.
      ครูเขียนคาถามบนกระดาน และให้นักเรียนช่วยกันทา
               จงเปลี่ยนคำกริยำในวงเล็บต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

                                                  201
            1) I (read) _________ a book.                                       (read)
            2) They (speak) _________ very fast.                                (speak)
            3) My father (go) _________ to the hospital.                        (goes)
            4) Mary (buy) _________ the pencils.                                (buys)
            5) He (watch) _________ television.                                 (watches)
            6) You (come) _________ to school everyday.                         (come)
            7) The girls (wear) ________ skirts.                                (wear)
            8) Somdej (speak) ________ English very well.                       (speaks)
2. ครูทบทวนเกี่ยวกับการใช้ Verb to do ในประโยคปฏิเสธและคาถาม (Present Simple Tense)
   จากนั้นครูอธิบายให้นักเรียนฟังเพิ่มเติมว่า เมื่อใช้ Verb to do
   เข้ามาช่วยในการทาให้เป็นประโยคปฏิเสธและคาถามแล้ว แม้ประธานของประโยคจะเป็นเอกพจน์
   กริยาก็ไม่ต้องเติม s/es เช่น
                      บอกเล่ำ          A bear eats honey.
                      ปฏิเสธ           A bear does not eat honey.      (กริยาไม่เติม s)
                      คำถำม            Does a bear eat honey?          (กริยาไม่เติม s)
   โดยคาถามที่ขึ้นต้นด้วย Verb to do นั้นเป็นคาถามที่เรียกว่า Yes-No questions
   คือเมื่อตอบคาถามเหล่านี้ จะต้องตอบว่า Yes หรือ No เท่านั้น
3. ครูอ่านประโยคคาถามและให้นักเรียนอ่านประโยคคาตอบในหนังสือเรียน หน้ำ 52 ข้อ 6 Point, ask
   and answer. แล้วถามนักเรียนว่าคาถามทั้ง 3 ประโยคที่ครูอ่านมีอะไรที่เหมือนกัน
   จากนั้นครูอธิบายว่าทั้ง 3 ประโยค ขึ้นต้นประโยคด้วย Wh-words คาถามเหล่านี้จึงเรียกว่า
   Wh-questions ซึ่งนักเรียนไม่สามารถตอบคาถามเหล่านี้ว่า Yes หรือ No ได้ แต่จะต้องตอบเกี่ยวกับ
   รายละเอียดตามแต่ว่าประโยคคาถามนั้นขึ้นต้นด้วย Wh-word คาใด เช่น
             What (อะไร) จะใช้ถามเกี่ยวกับสัตว์และสิงของ เช่น What do bears eat?
                                                           ่
            When (เมื่อไร) จะใช้ถามเกี่ยวกับเวลา                 เช่น When do bears sleep?
            Where (ที่ไหน) จะใช้ถามเกี่ยวกับสถานที่              เช่น Where do bears live?
   ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า Wh-words มีอีกหลายตัว แต่ในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้เรียนเกี่ยวกับ What,
   When และ Where เป็นหลัก
   จากนั้นครูชี้ไปที่รูปหมี (Bears) เสือ (Tigers) นกอินทรี (Eagles) และช้าง (Elephants)
   และให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน ฝึกพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับสัตว์ทั้ง 4 ชนิด โดยใช้คาถามที่ขึ้นต้นด้วย
   What, When และ Where เมื่อนักเรียนฝึกพูดเสร็จแล้ว

                                            202
   ครูให้นักเรียนแต่ละคู่บันทึกบทสนทนาของตนเองใส่กระดาษ 1 แผ่น
   และเขียนชื่อของคู่ตนเองลงไป และนาไปส่งครู ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คู่
   ให้ฝึกพูดถามและตอบให้เพื่อนๆ ดู

                   A:   Where do tigers live?          B:   They live in the jungle.
                   A:   What do they eat?              B:   They eat meat.
                   A:   When do they sleep?            B:   They sleep during the day.
                   A:   Where do eagles live?          B:   They live in the mountains.
                   A:   What do they eat?              B:   They eat fish.
                   A:   When do they sleep?            B:   They sleep at night.
                   A:   Where do elephants live?       B:   They live in the jungle.
                   A:   What do they eat?              B:   They eat leaves from trees.
                   A:   When do they sleep?            B:   They sleep at night.

4. นักเรียนดูรูปภาพในหนังสือเรียน หน้ำ 53 ข้อ 7 Read and match the questions with the answers.
   แล้วครูถามนักเรียนว่าเนื้อเรื่องน่าจะเกี่ยวกับอะไร เมื่อได้คาตอบว่า ‚Tigers‛ แล้ว
   ครูให้เวลานักเรียนในการอ่านเนื้อเรื่อง และจับคู่คาถาม (1-4) กับคาตอบ (a-d) ให้ถูกต้อง
   โดยทาลงในสมุดเสร็จแล้วครูอ่านคาถามทีละข้อ และถามนักเรียนในห้องว่าใครตอบข้อ a, b, c หรือ
   d ด้วยการให้นักเรียนยกมือ จากนั้นครูจึงเฉลยคาตอบ

                    1d                2c               3b         4a
   เสร็จแล้วครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มเล็กๆ
   ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสียงเนื้อเรื่องพร้อมๆ กัน
   โดยให้นักเรียนที่เรียนเก่งช่วยเหลือนักเรียนที่อ่านไม่คล่อง
   ครูเดินสังเกตขณะนักเรียนทากิจกรรมและให้ความช่วยเหลือเมื่อจาเป็น
5. นักเรียนทากิจกรรมในหนังสือเรียน หน้ำ 53 ข้อ 8 Draw and write about an animal.
   โดยวาดรูปและเขียนเกี่ยวกับสัตว์ 1 ชนิด ลงในสมุดของตนเอง เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4
   คน             ให้ออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

                    (Suggested answers)
                    This is a bear. It lives in the mountains.

                                              203
                         It eats honey and fish. It sleeps during the day.

  6. นักเรียนเล่นเกม Music chair (เก้าอี้ดนตรี) โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน
      (นักเรียนมีจานวนมาก หากเล่นเป็นวงใหญ่จะฝึกได้ไม่ทั่วถึง) วิธีการเล่น มีดังนี้
               1) ผู้เล่น 10 คน ยืนเป็นวงกลมรอบเก้าอี้ 9 ตัว
               2) เมื่อได้ยินเสียงเพลง ให้นักเรียนเดินรอบเก้าอี้ และทาท่าประกอบเพลง
               3) เมื่อเพลงหยุด ให้ผู้เล่นเข้านั่งเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด
               4) ผู้ที่ยืน (แย่งเก้าอี้ไม่ได้) บอกว่าตนเองเป็นสัตว์อะไร และบอกลักษณะของสัตว์นั้น
                   มา 1 ประโยค เช่น I am an elephant. I have a long nose.
     จากนั้นจึงเดินออกจากวงไปพักผ่อน พร้อมนาเก้าอี้ไป 1 ตัว ครูทากิจกรรมเช่นเดิมไปอีกเรื่อยๆ
                   ้
     จนเหลือเก้าอีผู้เล่นคนสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ชนะ และต้องพูดประโยคเช่นกัน
กิจกรรมรวบยอด
  1. นักเรียนจับคู่คาถาม (1-6) และคาตอบ (a-f) ในแบบฝึกหัด หน้ำ 40 ข้อ 5 Match the questions with
      the answers. ให้ถูกต้อง

                       1c      2e       3a       4f       5d       6b

   2. นักเรียนดูรูปภาพในแบบฝึกหัด หน้ำ 40 ข้อ 6 Animal interviews. Ask your partner questions.
      แล้วครูถามคาถาม 3 ข้อ กับนักเรียน 3 คน ตามโครงสร้างที่กาหนดให้
      เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียน จากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่กัน แล้วฝึกพูดถาม-
      ตอบเหมือนในหนังสือเรียน



                                                 dolphins
                  What                           snakes            live
                  Where + do +                   bears      +      eat ?
                  When                           elephants         sleep
                                                 crocodiles


                       Teacher:         What do dolphins live?

                                                  204
                   Student 1:        They live in the sea.
                   Teacher:          Where do dolphins eat?
                   Student 2:        They eat fish.
                   Teacher:          When do dolphins sleep?
                   Student 3:        They sleep during the day and at night.
   ให้นักเรียนผลัดกันถาม-ตอบเกี่ยวกับสัตว์ 2 ชนิด พร้อมกับออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียนนเ


                                  Background Information
           โลมานอนอย่างไร
           การนอนของโลมา ไม่มีระยะเวลาในการนอนที่ยาวนานเหมือนกับสัตว์โดยทั่วไป
           เป็นเพียงแต่การพักผ่อนกล้ามเนื้อในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อโลมานอนหลับจะใช้
           สมองในบางส่วนเพื่อพักผ่อน และอีกส่วนหนึ่งจะใช้ในกระบวนการหายใจให้เป็นปกติ
           การนอนของโลมาจึงเป็นการพักผ่อนในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน
           ประมาณวันละ 8 ชั่วโมง
           ที่มำ: http://www.oasisseaworld.net/aboutdolphins.html
                http://www.dolphinconnection.com/index.php?option=com_content&task=view&id=35&Itemid=53


3. นักเรียนอ่านข้อความที่กาหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้ำ 41 ข้อ 7 Read and match. แล้วจับคู่ข้อความ
   ที่อ่านกับภาพ (a-c) ด้านล่างให้ถูกต้อง

                   1 b               2 c               3 a


4. นักเรียนจินตนาการว่าตนเองเป็นสัตว์ 1 ชนิด แล้วเขียนบรรยายเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนั้น
   โดยใช้คาถามที่กาหนดให้ในกรอบในแบบฝึกหัด หน้ำ 41 ข้อ 8 Imagine you are an animal. Write
   about yourself and draw. เป็นตัวช่วยในการเขียน ซึ่งได้แก่ นักเรียนเป็นสัตว์อะไร
   กินอะไรเป็นอาหาร อาศัยอยู่ที่ไหน นอนหลับตอนไหน และมีความสุขหรือไม่
   เมื่อนักเรียนเขียนเสร็จแล้ว ให้นักเรียนวาดรูปสัตว์ดังกล่าวลงในกรอบที่กาหนดให้
   หรือครูอาจให้นักเรียนวาดรูปและเขียนบรรยายลงในกระดาษวาดเขียน แล้วตกแต่งให้สวยงาม
   ครูอธิบายว่าเมื่อตรวจผลงานเสร็จแล้ว จะนาผลงานของนักเรียนไปติดแสดงที่บอร์ดหลังห้อง
   เพื่อให้นักเรียนมุ่งมั่นในการทางานมากขึ้น เพราะต้องนาผลงานไปแสดงให้เพื่อนๆ ดู

                                              205
                        (Suggested answer)
                        I am a bear. I live in the mountains. I eat fish and honey.
                        I sleep during the day. I am happy.


   5. นักเรียนรวบรวมคาศัพท์ที่นักเรียนเรียนใน Unit 4 นี้ ลงใน My word book
      โดยให้นักเรียนวาดรูปและเขียนคาศัพท์ด้วยตัวบรรจง


  6.3 ชั่วโมงที่ 9-10

กิจกรรมนำสู่กำรเรียน
  1. นักเรียนเล่นเกม Bingo โดยครูจดคาศัพท์ 16 คา บนกระดาน ดังนี้
                grass       river      mountain desert            jungle    day
                night       camel eagle             dolphin bear            crocodile
                insects leaves snake                elephant
      จากนั้นครูแจกกระดาษที่เป็นช่องตารางให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น ในตาราง
      1 แผ่น มีช่อง 16 ช่อง ให้นักเรียนเขียนคาศัพท์ทั้ง 16 คา ลงในช่อง ช่องละ
                                                                                  X              X
      1 ค า จนครบ 16 ช่ อ ง (ต าแหน่ ง ใดก็ ไ ด้ )         ครู ท าสลากค าศั พ ท์
                                                                                  X       X
      แล้ ว จั บ สลาก ขึ้ น มาที ล ะ 1       ใบ แล้ ว อ่ า นค าศั พ ท์ ในฉลาก
                                                                                      X
      ถ้ า ต า ร า ง ข อ ง นั ก เ รี ย น มี ค า ศั พ ท์ ต ร ง กั บ ค า ไ ห น
                                                                                  X
      ให้นักเรียนทาเครื่องหมายทับลงไปในช่องดังกล่าว จนกว่าจะมีคนชนะ
      (ทาเครื่องหมาย  ติดกัน 4 ช่องในแนวใดก็ได้)
      ผู้ชนะจะต้องพูดว่า Bingo

  2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ในชั่วโมงนี้ ให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะได้ทบทวนและฝึกซ้าใน
      สิ่งที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วใน Unit 4
กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 54 ข้อ 1 Ask and answer about your favourite animal.
      แล้วให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน ถามและตอบเกี่ยวกับสัตว์ที่นักเรียนชื่นชอบ
      ดังตัวอย่างในหนังสือเรียน เช่น
                          A:      What’s your favourite animal?

                                                   206
                      B:      My favourite animal is tiger.
                      A:      Where does it live?
                      B:      It lives in the jungle.
                      A:      When does it sleep?
                      B:      It sleeps during the day.
                      A:      What does it look like?
                      B:      It looks like a big cat.
                      A:      What does it eat?
                      B:      It eats meat.
                      A:      Can it fly?
                      B:      No, it can’t.
                      A:      Can it run?
                      B:      Yes, it can.
                      A:      Does it eat honey?
                      B:      No, it doesn’t.
   ครูเดินสังเกตขณะนักเรียนทากิจกรรม และให้ความช่วยเหลือเมื่อจาเป็น จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน
   5-6 คู่ ให้ออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน
2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนนาคาตอบของคาถามในหนังสือเรียน หน้า 54 ข้อ 1 มาเขียนบรรยายสั้นๆ
   ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ 1 ชนิด ลงในสมุด โดยไม่ระบุชื่อสัตว์ เหมือนดังตัวอย่างในหนังสือเรียน หน้ำ
   54 ข้อ 2 Ask and answer. What animal is it? จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนคนอื่น
   ที่ไม่ใช่คนที่ตนเองถาม-ตอบด้วยในกิจกรรมข้อ 1 แล้วอ่านคาบรรยายสัตว์ของตนเอง ให้เพื่อนฟัง
   แล้วถามเพื่อนว่า What animal is it? เมื่อทายถูกแล้ว
   ให้ผู้ตอบเป็นผู้อ่านคาบรรยายสัตว์ของตนเองบ้าง
3. ครูชูตุ๊กตาหมีแพนด้าเพื่อเรียกความสนใจ และถามนักเรียนว่าคือสัตว์อะไร เมื่อนักเรียนตอบว่า
   หมีแพนด้า ครูอธิบายว่า หมีแพนด้า มีชื่อภาษาอังกฤษว่า giant panda ซึ่งแปลตรงตัวว่า แพนด้ายักษ์
   แต่คนไทยเรียกว่า หมีแพนด้า จากนั้นครูบอกว่าจะให้นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องเกี่ยวกับหมีแพนด้า
   ในหนังสือเรียน หน้ำ 55 ข้อ 3 Read, and then answer the questions.
   โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันอ่าน และตอบคาถามที่กาหนดให้ในสมุด
   โดยเปิดพจนานุกรมเพื่อหาคาศัพท์ที่ไม่รู้ได้
   จากนั้นให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาอ่านคาตอบของกลุ่มตนเอง พร้อมทั้งอธิบายคาศัพท์



                                             207
                     1   In the mountains in China.
                     2   Bamboo.
                     3   Black and white.
                     4   One thousand giant pandas.
                     5   Yes, they can.

  4. นักเรียนอ่าน e-mail ในหนังสือเรียน หน้ำ 56 ข้อ 4 Write to a friend. ตามครูทีละประโยค
     ครูช่วยแก้ไขสาหรับนักเรียนที่ออกเสียงไม่ชัดเจน
     จากนั้นให้นักเรียนเขียนประโยคบรรยายเกี่ยวกับสัตว์         ที่นักเรียนชอบมา 1 ชนิด
     ลงในสมุดของตนเอง ครูแจกกระดาษขนาดโปสการ์ดให้นักเรียนคนละ 1 ใบ เพื่อให้นักเรียนเขียน
     e-mail ถึงเพื่อนในห้องเหมือนดังตัวอย่างในหนังสือเรียน
     โดยให้นักเรียนนาประโยคที่นักเรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับสัตว์มาเขียนใน e-mail ของนักเรียนด้วย
     โดยครูเขียนโครงสร้างของ e-mail ให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่างบนกระดาน ดังนี้
                       To : ถึงใคร
                       From : จากใคร (ให้เขียนชื่อของตัวเอง)
                       ทักทาย, ชื่อเพื่อน
                       เนื้อหา _______________________________
                       _____________________________________
                       _____________________________________
                       ลงท้าย
                       (ชื่อของตนเอง)
     เมื่อนักเรียนเขียน e-mail เสร็จแล้ว ให้ตกแต่งผลงานของตนเองให้สวยงาม
     จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-6 คน
     ให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มผลัดกันพูดนาเสนอผลงานในกลุ่มของตนเอง และให้เพื่อนๆ
     ในกลุ่มเป็นผู้ประเมิน ครูให้คนที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละกลุ่ม
     ออกมาพูดนาเสนออีกครั้งให้เพื่อนๆ ดูหน้าชั้นเรียน



 กิจกรรมรวบยอด
  1. นักเรียนจับคู่กัน ผลัดกันพูดถาม-ตอบ โดยใช้คาถามในแบบฝึกหัด หน้ำ 42 ข้อ 1 Answer the
     questions. เสร็จแล้วให้นักเรียนเขียนคาตอบลงในแบบฝึกหัดของตนเอง

                                               208
                    A:       What’s your favourite animal?
                    B:       My favourite animal is the giraffe.
                    A:       What does it look like?
                    B:       It has got a long neck. It’s brown with dark spots.
                    A:       Where does it live?
                    B:       It lives in the field/grassland.
                    A:       What does it eat?
                    B:       It eats leaves from trees.
                    A:       When does it sleep?
                    B:       It sleeps at night.
2. ครูเปิด CD/track 61 แล้วให้นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องในแบบฝึกหัด หน้ำ 42 ข้อ 2 Listen, read and say
   true or false. ตามไปด้วย จากนั้นครูเปิด CD อีกครั้ง แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงตาม CD
   เสร็จแล้วครูอ่านประโยค 1-5 ทีละประโยค แล้วให้นักเรียนที่คิดว่าประโยคดังกล่าวถูกต้อง (true)
   ยกมือขึ้น ถ้าใครคิดว่าผิด (false) ไม่ต้องยกมือ จากนั้นครูจึงเฉลยคาตอบ

                    1 true         2 false       3 false        4 true       5 false

3. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่อง ‚My favourite place‛ ในแบบฝึกหัด หน้ำ 43 ข้อ 3 Read, answer and
   write. แล้วตอบคาถามที่กาหนดให้

                     1   Her favourite place is the mountains.
                     2   I can find birds, butterflies, eagles, bears and bats.
                     3   They eat fish.
                     4   They sleep during the day.

    จากนั้นให้นักเรียนเขียนเกี่ยวกับสถานที่ที่ตนเองชอบ โดยใช้รูปแบบการเขียนแบบเดียวกับ
    My favourite place ครูแจกกระดาษ A4 ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนเขียนอย่างน้อย
    8 ประโยค พร้อมกับติดรูปภาพประกอบ ครูมอบหมายให้นักเรียนไปทาชิ้นงานนี้เป็นการบ้าน
    โดยเน้นให้นักเรียนทาชิ้นงานโดยใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
                     (Suggested answers)




                                                 209
                         My name is………….. . My favourite place is Khao-yai National
                Park. Lots of animals live in the forest. You can see tigers, elephants,
                lions, snakes and birds. At night, you can see deer and red bulls.
                They wake up at night.
                         Birds fly everywhere. There are a lot of flowers and butterflies.
                There are a lot of tourists, too. I love Khao-yai National Park.

       ครูรวบรวมชิ้นงานของนักเรียน แล้วนาไปตรวจเพื่อเป็นคะแนนเก็บปลายภาคเรียน (คะแนนเต็ม
       10) เมื่อตรวจเสร็จแล้ว ครูนาผลงานของนักเรียนที่เขียนได้ถูกต้องและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
       ไม่ลอกงานผู้อื่น ติดบนกระดานหน้าห้องเรียน

  6.4 ชั่วโมงที่ 11-13

 กิจกรรมนำสู่กำรเรียน
  1. ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปสิ่งที่เรียนมาแล้วใน Unit 4
  2. ครูแบ่งนักเรียนในห้องออกเป็น 2 ทีม แล้วให้นักเรียนเล่นเกม Spelling Bee (แข่งขันสะกดคา)
      โดยให้แต่ละทีมผลัดกันส่งตัวแทนออกมาสะกดคาศัพท์ที่ครูบอก
      ทีมใดสะกดคาศัพท์ได้ถูกต้องมากที่สุด เป็นทีมที่ชนะ
 กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. นักเรียนอ่านขั้นตอนการทาแผ่นพับ (ใบปลิว) ในหนังสือเรียน หน้ำ 57 Make a leaflet. หัวข้อ
      Project time ตามครู โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนถามเกี่ยวกับคาศัพท์ที่นักเรียนไม่รู้ ในระหว่าง
      การอ่าน ครูอาจสาธิตวิธีการทาให้นักเรียนดูไปพร้อมๆ กัน
  2. นักเรียนหยิบอุปกรณ์ที่ครูให้เตรียมมา วางบนโต๊ะ
  3. นักเรียนทาแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ที่นักเรียนชื่นชอบ ตามขั้นตอนที่ได้ระบุไว้ในหนังสือเรียน ดังนี้
               1) แบ่งกระดาษออกเป็น 3 สวน
               2) เขียนสถานที่ที่ชอบในด้านซ้ายมือ (The jungle, mountains, sea)
               3) วาดหรือติดรูปสัตว์ในส่วนตรงกลาง (ตามตัวอย่าง) และตกแต่งให้สวยงาม
               4) เขียนเกี่ยวกับสถานที่ที่ชอบและสัตว์ในด้านขวามือ
               5) พับกระดาษตามรอยประ
               6) เขียนสถานที่บนแผ่นพับด้านหน้า และตกแต่งให้สวยงาม
      ครูนาแผ่นพับที่นักเรียนทาเสร็จแล้วมาตรวจแก้ไข ในเรื่องของการสะกดคาและไวยากรณ์
      จากนั้นนาผลงานของนักเรียนไปติดแสดงที่บอร์ดหลังห้องเรียน
                                                  210
 กิจกรรมรวบยอด
  1. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้ำ 58 ข้อ 1 Sing along. แล้วอ่านเนื้อเพลงทีละบรรทัดตามครู
      แล้วให้นักเรียนฝึกร้องเพลง Animal fair ตาม CD/track 60 จนคล่อง จากนั้นให้นักเรียนทุกคนยืนขึ้น
      โดยครูเปิด CD อีกครั้ง และทาท่าตามเนื้อเพลง

                                         Animal fair
                                I am at the Animal fair
                                I see rhinos, zebras and bears
                                The big baboon by the big tree
                                Is combing his long auburn hair.

                                A small naughty monkey I see
                                Sitting on the elephant’s trunk
                                The elephant falls on his knees
                                And what becomes of the monkey?

   2. นักเรียนดูรูปภาพสัตว์ชนิดต่างๆ ในหนังสือเรียน หน้ำ 58 ข้อ 2 Look, write and sing.
      จากนั้นให้นาคาศัพท์ชื่อสัตว์ที่สัมพันธ์กับรูปเติมลงในช่องว่างที่กาหนดให้
      โดยให้นักเรียนทาลงในสมุด เสร็จแล้วครูให้นักเรียนร้องเพลงที่ดัดแปลงเนื้อเพลงใหม่นี้พร้อมๆ กัน

                       tigers, giraffes, lion, (giant) panda, (giant) panda

   3. นักเรียนเล่นเกม Bingo โดยครูแจกกระดาษที่มีตาราง 16 ช่อง ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น
      แล้วให้นักเรียนเขียนคาศัพท์ชื่อสัตว์ที่อยู่ในหนังสือเรียน หน้ำ 59 ข้อ 3 Play ‘Animal Bingo’.
      ลงในตารางแต่ละช่อง จนครบทั้ง 16 ช่อง เสร็จแล้วครูพูดชื่อสัตว์ทีละตัว (โดยวิธีจับฉลาก)
      นักเรียนคนใดกากบาท ทับชื่อสัตว์ได้ครบ 4 ช่อง ติดกันแนวใดก็ได้ก่อนเป็นคนแรก
      จะเป็นผู้ชนะ ครูควรตรวจตารางบิงโกของนักเรียนที่ชนะว่ากากบาท
      ทับคาศัพท์ตามที่ครูบอกจริงๆ



                                 bat    butterfly elephant         rhino

                                                   211
                               snake     bear       zebra    eagle

                                tiger    frog     crocodile monkey

                                lion    camel         ant   dolphin

   4. นักเรียนเล่นเกม Who am I? (ฉันคือใคร) โดยครูพูดลักษณะของสัตว์แต่ละชนิดว่าอาศัยอยู่ที่ไหน
      กินอะไรเป็นอาหาร ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ เป็นต้น ถ้าใครเดาถูกว่าเป็นสัตว์ชนิดใด จะได้ 1 คะแนน
      คนที่ตอบถูกต้องครบ 3 คะแนน ถือว่าเป็นผู้ชนะ
                      Teacher:       Guess what? I’m big. I have a long nose.
                                     I have a long tail. I live in the jungle.
                                     Who am I?
                      Somsak:        Elephant.
                      Teacher:       Yes. Very good.

7. การวัดและประเมินผล
       7.1 การประเมินก่อนเรียน
           - ประเมินการทาแบบทดสอบ
       7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
           - ประเมินการทาแบบฝึกหัด
           - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
       7.3 การประเมินหลังการเรียน
           - ประเมินการทาแบบทดสอบ
           - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
       7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
           - ประเมินการอ่านเนื้อเรื่องและตอบคาถาม
           - ประเมินงานเขียน e-mail ถึงเพื่อนและพูดนาเสนอ
           - ประเมินงานเขียนเกี่ยวกับสถานที่ที่ชอบ
           - ประเมินการทาแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ที่ชอบ
           - ประเมินการรวบรวมคาศัพท์ใน My word book
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้


                                                212
1. หนังสือเรียน Smile ป. 4
2. แบบฝึกหัด Smile ป. 4
3. Audio CD Smile ป. 4
4. บัตรภาพ บัตรคา




                             แบบประเมินทักษะทางภาษา

                                      213
วิชา ภาษาอังกฤษ                                     ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
Lesson …………………………………..                              กิจกรรม…………………………………..
คาชี้แจง ให้ครูผู้สอน สังเกตการใช้ทักษะทางภาษาในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนนลงใน
         ตาราง ให้ตรงกับความสามารถของผู้เรียน
เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดีมาก              3 = ดี      2 = พอใช้       1 = ควรปรับปรุง
                                                                                                                                                                                                   สรุปผล




                                                                    และบอกความหมายคาศัพท์ที่เรียนไ
                                                                                                                                                                                                 การประเมิน




                                                                    และการเปรียบเทียบขั้นกว่าได้
                                   พูดสนทนาเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้




                                                                                                                                                            ออกเสียง long vowel /ea/ ได้
                                                                                                     เกี่ยวกับสัตว์และสถานที่ได้
                                                                                                                                   ฟังและอ่านจับใจความได้
                                                                    ใช้ Present Simple Tense
                                                                    อ่านออกเสียง สะกดคา
เลขที่           ชื่อ-สกุล                                                                                                                                                                 รวมคะ




                                                                                                     เขียนบรรยายสั้นๆ
                                                                                                                                                                                            แนน ผ่าน   ไม่ผ่
                                                                                                                                                                                                       าน
                                                                    ด้




                                                                               ลงชื่อ…………….……………………..ผู้ประเมิน

การประเมิน: นักเรียนที่ได้คะแนน 10 คะแนนขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน (คะแนนเต็ม 20)

                                                                  แบบประเมินชิ้นงาน


                                                                          214
    คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอน ตรวจชิ้นงานของนักเรียน โดยเขียนระดับคะแนนลงในตาราง
               ให้ตรงกับความสามารถของผู้เรียน
    เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดีมาก                             3 = ดี                      2 = พอใช้                                     1 = ต้องปรับปรุง

                                                                                                                                                                                    สรุปผล




                                                                การเตรียมความพร้อมก่อนนาเสนอ
                                                                                                                                                                                  การประเมิน



                                    การนาเสนอผลงาน (ในภาพรวม)



                                                                (หรือความสามัคคีในการทางาน)




                                                                                                                                             ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
                                                                                               ความถูกต้องของชิ้นงาน


                                                                                                                       ความเรียบร้อยสวยงาม
เลขที่           ชื่อ-สกุล                                                                                                                                              รวมคะแน
                                                                                                                                                                           น    ผ่าน    ไม่ผ่า
                                                                                                                                                                                        น




                                                                                               ลงชื่อ…………….……………………..ผู้ประเมิน

การประเมิน: นักเรียนที่ได้คะแนน 10 คะแนนขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน (คะแนนเต็ม 20)




                             ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน

                                                                     215
 คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงในช่องว่าง
           ให้ตรงกับระดับคะแนน และตามความเป็นจริง โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
                      4 = พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนมาก และบ่อยครั้ง สม่าเสมอ
                      3 = พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่าเสมอ
                      2 = พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง
                      1 = พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง

 คุณลักษณะอัน                                                                       ระดับคะแนน
                                         รายการประเมิน
 พึงประสงค์ด้าน                                                                   4   3 2      1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ
   กษัตริย์        1.2 ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา
                   1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
2. ซื่อสัตย์สุจริต 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน
                   2.2 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง
                   2.3 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น
3. มีวินัย         3.1 เข้าเรียนตรงเวลา
                   3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ
                   3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้อง
4. ใฝ่เรียนรู้     4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
                   4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ
                   4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล
5.                 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด
   อยู่อย่างพอเพี 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า
   ยง              5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน
6.                 6.1 มีความตั้งใจ และพยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมาย
   มุ่งมั่นในการ 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรค เพื่อให้งานสาเร็จ
   ทางาน
7.                 7.1 มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
   รักความเป็นไ 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
   ทย
8. มีจตสาธารณะ 8.1 รู้จักการให้เพื่อส่วนรวม และเพื่อผู้อื่น
       ิ
                   8.2 แสดงออกถึงการมีน้าใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
                   8.3 เข้าร่วมกิจกรรมบาเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส



                                               216
217

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:3405
posted:6/4/2011
language:Thai
pages:51