โครงการเรียนฟรี 15 ปี

Document Sample
โครงการเรียนฟรี 15 ปี Powered By Docstoc
					รายงาน
เรื่อง...
๑.โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี ๒. ลักษณะของครูที่ดี ๓. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ อย่างสมดุล

นาเสนอ...
อาจารย์ณัฐเสฐ โพธิ์สีทอง

จัดทาโดย...
นายบุญเหลือ สุวรรณเขตร์ (รหัสนักศึกษา : ๕๑๕๒๒๘๑๖๑๘๑๒๐)

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา...หลักการศึกษาและหลักวิชาชีพครู , รหัสวิชา ๑๐๑๕๑๓๒ , หลักสูตร : ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู , มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

โครงการเรียนฟรี
ความเป็นมาของโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๙ ได้บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๐ วรรค ๑ บัญญัติว่า“การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้ อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” ซึ่งเป็นข้อกาหนดที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบกับคาแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ได้กาหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดาเนินการตามเจตนารมณ์ ดังกล่าวในปีแรก โดยกาหนดไว้ใน ข้อ ๑.๓ การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ข้อ ๑.๓.๑ ว่า “ให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี ๑๕ ปี โดยสนับสนุนตาราในวิชาหลักให้แก่ทุกสถานศึกษา จัดให้มีชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนฟรีให้ทันปีการศึกษา ๒๕๕๒ และสนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อชดเชยรายการต่าง ๆ ที่สถานศึกษาเรียกเก็บจากผู้ปกครอง” อีกทั้งนโยบายของรัฐด้านการศึกษา ข้อ ๓.๑.๔ กาหนดว่า “จัดให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี ๑๕ ปี ตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เกิดความเสมอภาคและความเป็นธรรมในโอกาสทางการ ศึกษาแก่ประชาชนในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ทั้งผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพผู้อยู่ในสภาวะยากลาบาก ผู้บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา และชนต่างวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชน”

ที่มา : http://www.moe.go.th/moe/th/freestudy/index.php?Key=background

ที่มาของโครงการ "โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพให้มากกว่าที่รัฐธรรมนูญกาหนด" เป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงเป็นคามั่นไว้ต่อรัฐสภา
คาว่า ฟรี ๑๕ ปี คือ ฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงขั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

ให้กับทั้งโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลค่าเล่าเรียนฟรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนโรงเรียนเอกชนรัฐ จะจ่ายเงินช่วยเหลือมากขึ้นโดยผู้ปกครองจ่ายลดลงจากร้อยละ ๔๐ เหลือเพียงร้อยละ ๓๐ ถ้าเด็กคนไหนสละสิทธิ์จะมีใบประกาศเกียรติคุณให้ โดยเงินจานวนนี้จะนาไปพัฒนาโรงเรียนที่ด้อยโอกาสพัฒนาถึง ๖๐๐ โรงเรียนทั่วประเทศ

โดยในส่วนของงบประมาณที่รัฐช่วยเหลือนั้นมี ๕ ส่วนด้วยกัน คือ
„ ค่าเล่าเรียน „ แบบเรียน „ เสื้อผ้า „ ค่าอุปกรณ์การเรียน „ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

โดยจะได้รับเงินสดไปจัดซื้อเอง ๒ ส่วน คือ ค่าเสื้อผ้าและค่าอุปกรณ์การเรียน
ทั้งนี้ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ จึงเป็นโครงการที่นอกจากสะท้อนให้เห็นความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการส่งเสริมสนับสนุนด้านการศึกษ าและการลงทุนด้านปัญญา ยังเป็นโครงการที่ช่วยลดภาระของผู้ ปกครอง และเปิดโอกาสให้เด็กไทยทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุภาพอย่างทั่วถึงเท่าเทียม โดยมีกาหนดการเปิดใช้คือ เมื่อเปิดภาคเรียนที่ ๑/๒๕๕๒

วัตถุประสงค์ของโครงการ
เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สาหรับรายการหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน

สาระสาคัญของนโยบาย
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจาปีงบประมาณ พ .ศ. ๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียน (เพิ่มเติมสาหรับการศึกษาของเอกชน) หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามแผนงานเสริมสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม โครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ๑๕ ปี

สาหรับสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีดังนี้…
„ ค่าหนังสือเรียน ๕,๒๐๓,๓๗๐,๘๐๐ บาท „ ค่าอุปกรณ์การเรียน ๑,๕๓๑,๙๘๓,๘๐๐ บาท „ ค่าเครื่องแบบนักเรียน ๓,๑๕๘,๖๗๘,๑๐๐ บาท „ ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ๒,๑๑๗,๕๐๖,๔๐๐ บาท „ รวมทั้งสิ้น ๑๑,๐๑๑,๕๓๙,๑๐๐ บาท ซึ่งในแต่ละรายการมีรายละเอียด ดังนี้

หนังสือเรียน หนังสือเรียนมีรายละเอียดดังนี้
๑. ระดับก่อนประถมศึกษา ใช้หนังสือเสริมประสบการณ์สาหรับเด็กปฐมวัย ๒. ระดับประถมศึกษา และระดับมั ธยมศึกษา ใช้หนังสือเรียนทั้ง ๘ กลุ่มสาระทุกระดับชั้น โดยมีอัตราค่าหนังสือดังนี้ . . .

„ ก่อนประถมศึกษา ๒๐๐.๐๐ บาท/คน „ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๔๘๓.๒๐ บาท/คน „ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ๓๔๗.๒๐ บาท/คน „ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ๓๖๕.๖๐ บาท/คน „ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ๕๘๐.๐๐ บาท/คน „ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๔๒๔.๐๐ บาท/คน „ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๔๙๖.๐๐ บาท/คน „ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๗๓๙.๒๐ บาท/คน „ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๕๖๔.๘๐ บาท/คน „ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๕๖๐.๐๐ บาท/คน „ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑,๑๖๐.๘๐ บาท/คน „ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๘๕๐.๖๐ บาท/คน „ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๗ ๗๖๓.๒๐ บาท/คน

อุปกรณ์การเรียน
อุปกรณ์การเรียนที่จาเป็นสาหรับนักเรียน ประกอบด้วย แบบฝึกหัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ระดับประถมศึกษา ประกอบด้วย คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด เครื่องมือเรขาคณิต วัสดุฝึก ICT (CD) สาหรับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และกระดาษ A๔ สีเทียน ดินน้ามันไร้สารพิษ

สาหรับผู้เรียนระดับก่อนประถมศึกษาในอัตรา ดังนี้ „ ก่อนประถมศึกษา ๑๐๐ บาท/ภาคเรียน „ ประถมศึกษา ๑๙๕ บาท/ภาคเรียน „ มัธยมศึกษาตอนต้น ๒๑๐ บาท/ภาคเรียน „ มัธยมศึกษาตอนปลาย ๒๓๐ บาท/ภาคเรียน

เครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักเรียน ประกอบด้วย เสื้อ, กางเกง และกระโปรง คนละ ๒ ชุด/ปี ในอัตรา
„ ก่อนประถมศึกษา ๓๐๐ บาท/คน „ ประถมศึกษา ๓๖๐ บาท/คน „ มัธยมศึกษาตอนต้น ๔๕๐ บาท/คน „ มัธยมศึกษาตอนปลาย ๕๐๐ บาท/คน „ อาชีวะศึกษา ๑,๐๐๐ บาท/คน กรณีนักเรียนมีชุดนักเรียนเพียงพอแล้ว สามารถซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ชุดกีฬาได้ กรณีการจัดซื้อชุดนักเรียนที่ต่างไปจากชุดนักเรียนปกติและราคาสูงกว่าที่กาหนด วงเงินดังกล่าวอาจซื้อได้เพียง ๑ ชุด

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองมีสิทธิจะเลือกซื้อชุดนักเรียนของร้านค้าใดก็ได้ หรือจะรวมกลุ่มกันจ้างกลุ่มแม่บ้านในชุมชนตัดเย็บให้ก็ได้ เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์การเรียน

ผู้ปกครองจะเลือกซื้ออุปกรณ์ประเภทใดก็ได้ ไม่มีการบังคับ กระทรวงแค่ให้แนวทาง โดยจัดทารายการแนะนาอุปกรณ์ที่ควรซื้อ โดยจะแบ่งจ่าย ๒ ครั้ง

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่สถานศึกษา จัดขึ้น ประกอบไปด้วย
๑. กิจกรรมวิชาการ ๒. กิจกรรมคุณธรรม/ลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด ๓. ทัศนศึกษา ๔. การบริการสารสนเทศ/ICT ทั้งนี้ ในการพิจารณากาหนดกิจกรรมทั้ง ๔ กิจกรรม ต้องให้ภาคี ๔ ฝ่าย (ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน และผู้แทนกรรมการนักเรียน) และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีส่วนร่วมในการพิจารณา โดยที่ผลการพิจารณาต้องไม่เป็นการรอนสิทธิ์ของเด็กยากจนและด้อยโอกาสที่พึงจะได้รับ สาหรับงบประมาณกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ต่อนักเรียน ๑ คน มีดังนี้ „ ก่อนประถมศึกษา ๒๑๕ บาท/ภาคเรียน „ ประถมศึกษา ๒๔๐ บาท/ภาคเรียน „ มัธยมศึกษาตอนต้น ๔๔๐ บาท/ภาคเรียน „ มัธยมศึกษาตอนปลาย ๔๗๕ บาท/ภาคเรียน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

๑. นักเรียนสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการสนับสนุนรายการหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ๒. นักเรียนมีความพร้อมที่จะเรียน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนหนังสืออุปกรณ์การเรี ยน และเครื่องแบบนักเรียนครบทุกคน ๓. สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ๔. ผู้ปกครองนักเรียนได้รับการบรรเทาภาระค่าครองชีพ เนื่องจากลดค่าใช้จ่ายในเรื่องหนังสือแบบเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สามารถนาเงินส่วนนี้ไปใช้ในชีวิตประจาวันในเรื่องอื่นๆ ได้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ได้มอบให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ไปคิดระบบป้องกันเรื่องนี้ โดยอาจกาหนดให้ผู้ปกครองต้องนาใบเสร็จ หรือชุดนักเรียนที่ซื้อมายืนยันกับโรงเรียน รวมทั้งให้คิดระบบติดตามตรวจสอบด้วย โดยอาศัยกลไกของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนั้นจะให้มีการรณรงค์ให้นักเรียนที่สามารถช่วยตัวเองได้สละสิทธิ์ในการรับเงินค่าชุดนั กเรียนและอุปกรณ์การเรียน โดยมีเป้าหมายว่า จะนาเงินที่เหลือจากการสละสิทธิ์ไปใช้พัฒนาโรงเรียนด้อยโอกาส และยากจนทั่วประเทศ แหล่งที่มา : http://hilight.kapook.com/view/35236

ในความคิดเห็นของผู้จัดทารายงาน โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี
ถือว่าเป็นโครงการที่ดีโครงการหนึ่ง เมื่อพิจารณาจากประโยชน์ที่ได้รับ ที่คืนสู่ประชาชน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน ทาให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายของตนเองลงบางส่วน ซึ่งหากมองในด้านดีแล้ว คิดว่าประชาชนจะมีเงินเก็บเพื่อนาไปใช้ในด้านอื่นเพิ่มขึ้น หากประชาชนรู้จักใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ รู้จักใช้ รู้จักจ่าย และรู้จักเก็บ ถึงแม้บางคนอาจมองว่าเป็นการสร้างนิสัยการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย

หรือเป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีเพราะเป็นเงินที่ได้เปล่า หรืออาจมองว่ารัฐบาลพยายามใช้เงินส่วนนี้เรียกความนิยมจากประชาชน แต่ในมุมมองส่วนตัวของผู้จัดทารายงานเอง คิดว่า ประชาชนได้เงินมา จะใช้จ่ายอย่างไรก็ตาม ก็คงมีประชาชนส่วนหนึ่งที่เดือดร้อนจริงๆ และได้รับความช่วยเหลือจากเงินส่วนนี้จริงๆ ซึ่งคิดว่าไม่เป็นการสูญเปล่า ดีกว่ารัฐบาลจะนาเงินส่วนนี้ไปแบ่ง ปันผลประโยชน์กันเองโดยไม่ตกลงปากท้องของประชาชนเลย ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นการสูญเปล่ามากกว่า นี่เหละ!... เมืองไทย

ลักษณะของครูที่ดี
ครูที่ดีนั้น ควรมีคุณลักษณะอย่างไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ครูอาวุโส ประจาปี
พ.ศ.2522 เมื่อวันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2523 มีข้อความตอนหนึ่ง ที่แสดงลักษณะของครูที่ดีไว้ดังนี้ " ครูที่ดีนั้นจะต้องทาแต่ความดี คือ ต้องหมั่นขยัน และอุตสาหะพากเพียร ต้องเอื้อเฟือเผื่อแผ่และเสียสละ ต้องหนักแน่นอดกลั้นและอดทน ต้องรักษาวินัย สารวมระวัง ้ ความประพฤติของตนให้อยู่ในระเบียบแบบแผนอันดีงาม ต้องปลีกตัวปลีกใจจากความสะดวกสบายและความสนุกรื่นเริงที่ไม่สมควรแก่เกียรติภูมิของตน ต้องตั้งใจมั่นคงและแน่วแน่ ต้องซื่อสัตย์ รักษาความจริงใจ ต้องเมตตาหวังดี ต้องวางใจเป็นกลาง ไม่ปล่อยไปตามอานาจอคติ ต้องอบรมปัญญาให้เพิ่มพูนสมบูรณ์ขึ้น ทั้งในด้านวิทยาการ และความฉลาดรอบรู้ในเหตุและผล"

สาหรับลักษณะของครูที่ดีตามแนวพระพุทธศาสนา ได้กล่าวถึง
ครูหรือภาระหน้าที่ของครู การสอน และลักษณะของครูไว้ หลายแห่งหลายหมวดด้วยกัน แต่ส่วนที่กล่าวถึงลักษณะของครูที่ดีนั้น คือคาสอนเรื่อง กัลยาณมิตรธรรม 7 ซึ่งครูมิได้กล่าวเอาไว้แล้วในบันทึก นี่แหละครู ค่ะ ซึ่งมีอยู่ 7 ข้อ ประกอบด้วย 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. น่ารัก เป็นที่สบายใจและสนิทสนม ชวนให้อยากเข้าไปปรึกษาไต่ถาม น่าเคารพ ประพฤติตนสมควรแก่ฐานะ ให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งและรู้สึกปลอดภัย น่ายกย่อง มีความรู้ และภูมิปัญญาแท้จริง เป็นผู้ฝึกอบรม และปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จัดชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าเมื่อไรควรพูดอะไร อย่างไร คอยให้คาแนะนาว่ากล่าว ตักเตือน เป็นที่ปรึกษาที่ดี อดทนต่อถ้อยคา พร้อมที่จะรับฟังคาปรึกษาซักถาม คาเสนอแนะวิพากษ์ วิจารณ์ อดทนฟังได้ไม่เบื่อ ไม่แสดงอารมณ์ฉุนเฉียว สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อนให้เข้าใจได้ ไม่แนะนาเรื่องเหลวไหลหรือชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย
พระราชวรมุนี ประยุทธ์ ปยุต โต

หากจะกล่าวถึงครูดีตามแนวคิดนักการศึกษาตะวันตก
ลักษณะของครูที่ดีในทัศนะของนักกาศึกษาตะวันตกนั้น เฮสซอง และวีคส์ (Hessong and Weeks 1987) ได้สรุปแนวความคิดเกี่ยวกับลักษณะครูที่ดีไว้ดังนี้ 1. เป็นผู้มีความรอบรู้ (Being Knowledge able) 2. เป็นผู้มีอารมณ์ขัน (Being Humorous) 3. เป็นผู้มีความยืดหยุ่นผ่อนปรน (Being Flexble) 4. เป็นผู้ที่มีความตั้งใจทางานให้ถึงขีดสุด (Being Upbeat) 5. เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ (Being Honest) 6. เป็นผู้มีความชัดเจน ( Being Clear and Concise)

7. เป็นคนเปิดเผย (Being Open) 8. เป็นผู้ที่มีความอดทน ( Being Patient) 9. เป็นแบบอย่างที่ดี ( Being a Role Model) 10. เป็นผู้สามารถประยุกต์ทฤษฏีไปปฏิบัติได้ (Being Able to Relate Theory to Practice) 11. เป็นผู้มีความเชื่อมั่นในตนเอง (Being Self Confident) 12.เป็นผู้มีความสามารถในศิลปะวิทยาการหลายๆ ด้าน (Being Diversified) 13. เป็นผู้แต่งกายเหมาะสมและมีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี (Being Well Groomed and Having Personal Hygiene)

ส่วนลักษณะครูดีของคณะกรรมการข้าราชการครู ได้กาหนดลักษณะครูดี ไว้ 10
ประการ คือ 1. มีความรู้ดีหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ 2. มีความสามารถดีในการปฏิบัติงาน 3. มีความประพฤติดี ปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมศาสนา 4. รักษาวินัยดี ปฏิบัติตามวินัยโดยครบถ้วน 5. กระทาตนเป็นตัวอย่างที่ดีของศิษย์ 6. สอนและอบรมศิษย์โดยใช้หลักวิชาการศึก ษามีความรู้และเมตตาต่อศิษย์ทุกคน ติดต่อ ส่งเสริม แก้ไขการเรียนและความประพฤติของศิษย์ 7. ละเว้นอบายมุขได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะสุรา การพนัน และบุหรี่ 8. มีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษา ท้องถิ่น และสังคม 9. ดารงชีวิตอย่างเรียบง่ายและประหยัด

10. แต่งกายสุภาพเรียบร้อยทุกโอกาส

กรมการฝึกหัดครู กาหนดว่า ครูที่มีสมรรถภาพสูงนั้นควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. ทาการสอนได้เป็นอย่างดี 2. สามารถทาการอบรมแนะแนวและปกครองได้เป็นอย่างดี 3. ทากิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี 4. สร้างสัมพันธภาพอันดีและร่วมกับชุมชน 5. เป็นครูชั้นอาชีพโดยรู้จัก 5.1 เพิ่มพูนหาความรู้ให้แก่อาชีพครูอยู่เสมอ 5.2 เป็นสมาชิกที่ดีของสมาคมทางวิชาชีพ 5.3 ยึดถือแบบธรรมเนียมของผู้เป็นครู 5.4 ช่วยเหลือแนะนาครูใหม่

ลักษณะครูที่ดีตามเกณฑ์มาตรฐานของคุรุสภา ได้สรุปว่าครูดีควรมีลักษณะ 4
ประการ ดังนี้ 1. รอบรู้ คือ รอบรู้ในวิชาชีพของตน 2. สอนดี คือ สอนมีประสิทธิภาพ มีการพัฒนา

3. มีคุณธรรมและจรรยาบรรณ คือ ครูต้องมีศรัทธาในวิชาชีพครู ใช้ความรู้ความสามารถให้เป็นประโยชน์แก่นักเรียนและสังคม 4. มุ่งมั่นพัฒนา คือ ต้องรู้จักสารวจปรับปรุงตนเอง ในใจใฝ่รู้

ตามที่ได้กล่าวถึงลักษณะครูดีตามทัศนะต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีทัศนะที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งครู พอจะสรุปลักษณะของครูที่ดี ซึ่งเป็นลักษณะสาคัญๆ ได้ 3 ประการ ดังนี้
ประการแรก : ภูมิรู้ ลักษณะของของครูที่ดีในด้านนี้ ได้แก่ คุณสมบัติส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับความรู้ความสามารถทางวิชาการที่จะสอนตลอดจนเป็นผู้ที่มีสติปัญญาดี เฉลียวฉลาด เชื่อมั่นในตนเอง มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแสวงหาความรู้ใหม่ ประการที่สอง : ภูมิธรรม ลักษณะของครูที่ดีในด้านนี้ก็ได้แก่ การประพฤติดี เว้นจากอบายมุขทั้งปวง กระทาแต่สิ่งที่ดีที่สุจริต ทั้งกาย วาจา และใจ นอกจากนี้ ครูต้องมีจรรยาบรรณและคุณธรรมสูง ซื่อสัตย์ เสียสละ มีเมตตากรุณา ยุติธรรมและมานะอดทน ประการที่สาม : ภูมิฐาน ลักษณะของครูที่ดีในด้านนี้ก็ได้แก่ บุคลิกภาพดี รูปร่างท่าทางดี แต่งกายสะอาด เรียบร้อย พูดจาไพเราะนุ่มนวล น้าเสียงชัดเจน มีลักษณะเป็นผู้นา

สรุปสั้นๆ คือ “ครูต้องเป็นคนดี”
ที่มา: http://gotoknow.org/blog/mim949/182845?class=yuimenuitemlabel

การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการอย่างสมดุล
„ เหตุผลในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (สาหรับหลักสูตรแบบรายวิชา)
1. สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจาวันนั้น จะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับศาสตร์ในสาขาต่างๆผสมผสานกัน ทาให้ผู้เรียนที่เรียนรู้ศาสตร์เดี่ยวๆ มาไม่สามารถนาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหาได้

ดังนั้นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจะช่วยให้สามารถนาความรู้ ทักษะจากหลายๆ ศาสตร์มาแก้ปัญหาได้กับชีวิตจริง 2. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการทาให้เกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงความคิดรวบยอดของศาสตร์ต่ างๆ เข้าด้วยกัน ทาให้เกิดการถ่ายโอนการเรียนรู้ (Transfer of learning) ของศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทาให้ผู้เรียนมองเห็นประโยชน์ของสิ่งที่เรียนและนาไปใช้จริงได้ 3. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการช่วยลดความซ้าซ้อนของเนื้อหาของรายวิชาต่างๆ ในหลักสูตรจึงทาให้ลดเวลาในการเรียนรู้เนื้อหาบางอย่างลงได้ แล้วไปเพิ่มเวลาให้เนื้อหาใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 4. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจะตอบสนองต่อความสามารถในหลายๆ ด้านของผู้เรียนช่วยสร้างความรู้ ทักษะและเจตคติ “แบบพหุปัญญา” (Multiple Intelligence) 5. การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการจะสอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน Const ructivism) ที่กาลังแพร่หลายในปัจจุบัน

„ ลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
นักการศึกษาหลายท่านได้กล่าวถึงลักษณะของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการไว้ว่า เป็นการเชื่อมโยงวิชาหรือศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง มีลักษณะใกล้เคียงกับชีวิตจริง มากขึ้น ได้แก่

1. บูรณาการระหว่างความรู้และกระบวนการเรียนรู้
ปัจจุบันเนื้อหาความรู้มีมากมายที่จะต้องเรียนรู้ หากไม่นาวิธีการเรียนรู้ที่ทันสมัยมาใช้จะทาให้เรียนรู้ไม่ทันตามเวลาที่กาหนดได้ จึงต้องมีการนาวิธีการจัดการเรียนรู้ใหม่ๆ มาใช้ การสอนโดยวิธีการบอกเล่า ท่องจา จะทาให้ได้ปริมาณความรู้หรือเนื้อหาสาระไม่เพียงพอกับสิ่งที่ต้องเรียนรู้ จึงต้องเลือกใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม

2. บูรณาการระหว่างพัฒนาการความรู้และทางจิตใจ
การเรียนรู้ที่ดีนั้นผู้เรียนต้องมีความอยากรู้อยากเรียนด้วย ดังนั้นการให้ความสาคัญแก่เจตคติ ค่านิยม ความสนใจและสุนทรียภาพแก่ผู้เรียนในการแสวงหาความรู้ ก่อให้เกิดความซาบซึ้งก่อนลงมือศึกษาซึ่งเป็นการจูงใจให้เกิดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

3. บูรณาการระหว่างความรู้และการกระทา
การเรียนรู้ที่สามารถนาความรู้สู่การปฏิบัติได้นั้นถือเป็นการดีมาก ดังนั้นควรให้ความสาคัญ

ระหว่างองค์ความรู้ที่ศึกษากับการนาไปปฏิบัติจริง โดยนาความรู้ไปแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง

4. บูรณาการระหว่างสิ่งที่เรียนรู้ในโรงเรียนและชีวิตประจาวัน
การตระหนักถึงความสาคัญแห่งคุณภาพชีวิตเมื่อผ่านการเรียนรู้แล้วต้องมีความหมายและ คุณค่าต่อชีวิตของผู้เรียนอย่างแท้จริง

5. บูรณาการระหว่างวิชาต่างๆ
เพื่อให้เกิดความรู้ เจตคติและการกระทาที่เหมาะสมกับความต้องการ ความสนใจของผู้เรียน อย่างแท้จริง ตอบสนองต่อคุณค่าในการดารงชีวิตของผู้เรียน

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ „ แนวคิดในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
แนวคิดในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญมีแนวคิดมาจากปรัชญา Constructivism ที่เชื่อว่าการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในผู้เรียน ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้จากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่พบเห็นกับความรู้เดิมที่มีอยู่ เป็นปรัชญาที่มีข้อสันนิษฐานว่าความรู้ไม่สามารถแยกจากความอยากรู้ ความรู้ได้มาจากการสร้างเพื่ออธิบาย (Martin etal., 1994 : 44) แนวคิด Constructivism เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้โดยผ่านกระบวนการคิดด้วยตนเอง โดยผู้สอนไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา (Cognitive structure) ของผู้เรียนได้ แต่ผู้สอนสามารถช่วยผู้เรียนปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญาได้ โดยจัดสภาพการณ์ให้ผู้เรียนเกิดความขัดแย้งทางปัญญาหรือเกิดภาวะไม่สมดุลขึ้น (Unequilibrium) ซึ่งเป็นสภาวะที่ประสบการณ์ใหม่ไม่สอดคล้องกับประสบการณ์เดิม ผู้เรียนพยายามปรับข้อมูลใหม่กับประสบการณ์ที่อยู่เดิมแล้วสร้างเป็นความรู้ใหม่ นักการศึกษาได้นาแนวคิด Constructivism มาใช้เป็นหลักฐานและพัฒนารูปแบบการสอนดังนี้ Explore ขั้นที่ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสังเกต สนับสนุน และร่วมมือกันสารวจเพื่อให้เห็น ปัญหา Explain ขั้นที่ผู้สอนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน เช่น แนะนา ถามให้คิด เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบหรือ สร้างความรู้ด้วยตัวเอง ความรู้ที่ได้เป็นความรู้เชิงประจักษ์ Expand ขั้นที่ผู้สอนช่วยพัฒนาผู้เรียนให้คิดค้นต่อๆ ไป พัฒนาทักษะกระบวนการและพัฒนา การทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม และพัฒนาให้มีประสบการณ์กว้างไกล ทั้งเรื่องธรรมชาติ และเทคโนโลยี Evaluate ขั้นที่ผู้สอนประเมินมโนทัศน์ของผู้เรียน โดยตรวจสอบความคิดที่เปลี่ยนไป และ ตรวจสอบทักษะกระบวนการ การปฏิบัติ การแก้ปัญหา การถาม คาตอบ ตลอดจน พัฒนาให้ผู้เรียนสนใจและเคารพความคิดและเหตุผลของคนอื่นๆ ด้วย

„ แนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ

แนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เป็นการจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนใช้ กระบวนการสร้างความรู้ด้วยตนเอง และฝึกฝนให้ใช้กระบวนการคิดและกระบวนการกลุ่มอย่างชานาญ 1. กระบวนการคิด เป็นการคิดได้ครบถ้วนตามขั้นตอน โดยเริ่มต้นจาก 1.1 ระดับการคิดขั้นพื้นฐานหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การจาแนก การสื่อความหมาย การคาดคะเน การรวบรวมข้อมูล การสรุปผล เป็นต้น 1.2 ระดับของลักษณะการคิด ได้แก่ การคิดกว้าง คิดลึกซึ้ง คิดไกล คิดคล่อง คิด หลากหลาย คิดอย่างมีเหตุผล เป็นต้น 1.3 ระดับกระบวนการคิด ได้แก่ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการ แก้ปัญหา กระบวนการคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการวิจัย เป็นต้น สาหรับวิธีการสอนที่ใช้เพื่อให้ผู้เรียนใช้กระบวนการคิดในการสร้างความรู้ เช่น วิธีสืบสอบแบบ แนะนา (Guided Inquiry) และแบบไม่มีการแนะนา (Unguided Inquiry) วิธีการค้นพบ วิธีแบบเน้นปัญหาวิธีใช้ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น กรณีศึกษา สถานการณ์จาลอง วิธีอริยสัจสี่ วิธีการเชื่อมโยงมโนทัศน์โดยใช้แผนที่ความคิด (Mind Map) การใช้ผังมโนทัศน์ (Concept Map) 2. กระบวนการกลุ่ม เป็นแนวทางให้ผู้เรียนได้ใช้กลุ่มเพื่อร่วมกันสร้างความรู้โดยประสานความ ร่วมมือ ประสานความคิด ทางานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกันจนสามารถบรรลุเป้าหมาย การทางานกลุ่มควรต้องเป็นการทางานอย่างมีประสิทธิภาพ คือ หัวหน้าดี สมาชิกดี และกระบวนกาu3619 .ทางานดี วิธีสอนที่ใช้เพื่อให้ผู้เรียนใช้ทั้งกระบวนการคิดและกระบวนการกลุ่มก็คือวิธีการสอนที่กล่าวมาแล้วข้างต้ น แต่เป็นการเรียนรู้แบบเป็นกลุ่ม หรือใช้วิธีสอนกลุ่มสัมพันธ์ วิธีการอภิปราย วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เป็นต้น

ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ขั้นตอนที่ 1
กาหนดงานอาชีพ กลุ่มวิชาชีพและสรรถนะสาขาวิชา

ขั้นตอนที่ 2
จัดแผนการเรียน

ขั้นตอนที่ 3
เลือกหัวข้อ (Theme) /งาน/โครงการ (Project)

ขั้นตอนที่ 5
จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ

ขั้นตอนที่ 6 จัดการเรียนรู้และประเมินผล

- ศึกษา พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ - นโยบาย สอศ. - ศึกษาหลักการและจุดหมายของหลักสูตร - ศึกษาจุดประสงค์สาขาวิชาและมาตรฐานวิชาชีพ - ศึกษาโครงสร้างของสาขาวิชา - ระบุชื่องานและรายวิชา - เขียนสมรรถนะงานรายปี /รายภาค - จัดตามโครงสร้างของหลักสูตร - สอดคล้องกับสมรรถนะสาขาวิชา/สาขางาน - สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน และทรัพยากรของสถานศึกษา - เขียนแผนการเรียนตลอดหลักสูตร - สอดคล้องกับรูปแบบการบูรณาการและกลุ่มวิชาตามแผนการเรียน - สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม สังคม ท้องถิ่น และตลาดแรงงาน - สอดคล้องกับนโยบาย สอศ. และสถานศึกษา - ระบุชื่อหัวข้อ/งาน/โครงการ - กาหนดหัวข้อการสอน หัวข้อย่อย และเวลาที่ใช้ - กาหนดจุดประสงค์ทั่วไปและเชิงพฤติกรรม - กาหนดเนื้อหาการเรียน - กาหนดกิจกรรมการเรียนการสอน - กาหนดสื่อการเรียนรู้ - กาหนดเครื่องมือวัดประเมินผล - จัดทาแผนการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้ที่เหลือ

ขั้นตอนที่ 4 กาหนดสมรรถนะของหัวข้อ(Theme)/งาน/โครงการ (Project)
- วิเคราะห์งาน (Job Analysis) ของหัวข้อ/งาน/โครงการ - วิเคราะห์งานเฉพาะ (Task Analysis) - เขียนสมรรถนะของหัวข้อ/งาน/โครงการ - กาหนดเกณฑ์การประเมิน

ที่มา: http://bsq.vec.go.th/document/co_project/co_project_2.pdf


				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:14291
posted:7/2/2009
language:Thai
pages:17
Description: 1.โครงการเรียนฟรี 15 ปี 2.ลักษณะของครูที่ดี 3.การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการอย่างสมบูรณ์