; 5158 (DOC)
Documents
Resources
Learning Center
Upload
Plans & pricing Sign in
Sign Out
Your Federal Quarterly Tax Payments are due April 15th Get Help Now >>

5158 (DOC)

VIEWS: 20 PAGES: 20

  • pg 1
									                                       บทที่ 4
กฎหมายเกี่ยวกับมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าตามความหมาย
    ของความตกลง TBT (Agreement on Technical Barriers to Trade)
                   ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO)

                        กฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน

          กฎหมายของสาธารณรั ฐ ประชาชนจี น ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ มาตรฐานสิ น ค้ า อุ ต สาหกรรม
ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade) มีอยู่ 2 รูปแบบคือ
มาตรการสมัครใจ (voluntary product certificate) และมาตรการบังคับ (compulsory product
certificate) โดยมาตรฐานที่เป็นมาตรการสมัครใจระบุไว้ใน Law of People’s Republic of China
on Product Quality ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 1993 และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดย
Decision of the Standing Committee of the Ninth National People’s Congress on Revision
of the Law of the People’s Republic of China on Product Quality เมื่อการประชุมครั้งที่ 16
วันที่ 8 กรกฎาคม 2000
          ส่ ว นมาตรการบั ง คั บ นั้ น สาธารณรั ฐ ประชาชนจี น ได้ อ อกกฎเกณฑ์ เ ฉพาะมา 36
ฉบับเพื่อบังคับใช้กับสินค้าบางประเภทที่มีลักษณะเป็น TBT โดยให้มีผลใช้บังคับพร้อมกันในวันที่
1 พฤษภาคม 2002
          โดยมีรายละเอียดดังนี้

เรื่องที่ 1     มาตรการสมัครใจ

       มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 ฉบับคือ Law of People’s Republic of China on Product
Quality และ Regulations of the People’s Republic of China on Certification and
Accreditation
                                                  4-2

         1.       Law of People’s Republic of China on Product Quality

            กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมดูแล (supervision
and                                        control)                         คุ ณ ภ า พ สิ น ค้ า 1
พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อมิให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของมนุษย์ 2
( ย ก เ ว้ น ก ร ณี สิ น ค้ า ท า ง ท ห า ร             (Military       industrial        products)
ซึ่งการควบคุมดูแลคุณภาพสินค้านี้จะอยู่ภายใต้อานาจของ State Council และ Central Military
Commission)
            ผู้ ผ ลิ ต ที่ ต้ อ งการจะท าให้ สิ น ค้ า ของตนมี คุ ณ ภาพตามที่ ก ฎหมายก าหนดไ ว้
ให้ยื่นขอให้มีการรับรองคุณภาพสินค้าของตนต่อองค์กรรับรองคุณภาพ (authentication body)
ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นหน่วยงานที่มีอานาจในการรับรองคุณภาพสินค้าจาก Department for
Supervision over Product Quality หรือหน่วยงานอื่นใดที่ได้รับการมอบหมายจาก Department
for                        Supervision                 over             Product               Quality
เมื่ อ มี ก ารประเมิ น คุ ณ ภาพจากองค์ ก รรั บ รองคุ ณ ภาพแล้ ว ว่ า มี คุ ณ ภาพตามม าตรฐาน
ผู้ ผ ลิ ต หรื อ ผู้ ข ายจะได้ รั บ ใบรั บ รอง (authentication certificate) ส าหรั บ สิ น ค้ า series
นั้ น และมี สิ ท ธิ ใ ช้ เ ครื่ อ งหมายคุ ณ ภาพ (product quality authentication mark)
บนสินค้านั้นหรือบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้านั้น 3
            แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังคงจะดาเนินการสุ่มตั วอย่างเพื่อตรวจ (random checking)
สิ              น               ค้        า         ต่         า      ง         ๆ       อ           ยู่
โดยการสุ่มตัวอย่างสิ นค้าเพื่อตรวจสอบจะต้องมีปริมาณไม่ เกินกว่าที่จาเป็นในการตรวจสอบ
โ ด ย ไ ม่ มี ก า ร เ ก็ บ ค่ า ธ ร ร ม เ นี ย ม ใ น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ต่ อ ย่ า ง ใ ด
หากผู้ผลิตหรือผู้ขายรายใดต้องการคัดค้านผลการตรวจสอบ จะต้องยื่นคาร้องต่อ Department
for Supervision over Product Quality ที่ทาการสุ่มตรวจหรือหน่วยงานที่สูงกว่า Department for
Supervision over Product Quality นั้น (its superior) เพื่อขอให้มีการตรวจสอบใหม่ (re-
inspection) ภายใน 15 วันนับ แต่วันที่ไ ด้รับผลการตรวจสอบ และให้ Department for
Supervision over Product Quality ทาการตรวจสอบใหม่อีกครั้งและออกคาตัดสินหลังจากนั้น 4


1
                 ่
  สินค้าหมายถึงสิงที่ผลิตมาเพื่อขาย (one which is processed or manufactured for sale): Article 2
2
  Article 1
3
  Article 14
4
  Article 15
                                                    4-3

           ในกรณีที่มีการสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบและพบว่า สินค้าไม่ได้มาตรฐานตามที่กาหนดไว้
ให้ Department                   for        Supervision            over            Product           Quality
สั่งให้ผู้ผลิตและ/หรือผู้ขายสินค้านั้นปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานภายในระยะเว
ล          า       ห         นึ่     ง        ที่      ก       า         ห         น        ด      ไ       ว้
หากผู้ ผ ลิ ตและ/หรือ ผู้ ข ายสิ น ค้า นั้น ละเลยที่ จ ะปฏิบั ติต ามภายในระยะเวลาที่ กาหนดนั้ น ให้
Department for Supervision over Product Quality ประกาศเรื่องนี้ให้ทราบทั่วกัน
และหากหลั ง การประกาศดั ง กล่ า ว สิ น ค้ า นั้ น ยั ง ไม่ ผ่ า นการตรวจสอบใหม่ (re-inspection)
อาจมีการสั่ง ให้หยุด (discontinue) การผลิตและ/หรือหยุดการประกอบการธุ รกิจ (business
operation)             เพื่ อ ปรั บ ปรุ ง การผลิ ต และ /หรื อ การประกอบการธุ ร กิ จ (overhaul)
ภายในเวลาที่กาหนด และหากยังไม่สามารถผ่านการตรวจสอบใหม่อีกครั้งหนึ่ง (another re-
inspection) ภายในเวลาที่กาหนดอีก ให้ยกเลิก (revoked) ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ
(business license) ของผู้ผ ลิตและ/หรือผู้ขายนั้น นอกจากนั้น หากผลการสุ่ม ตรวจพบว่า
สิ น ค้ า ใดมี ปั ญ หาด้ า นคุ ณ ภาพอย่ า งร้ า ยแรง (serious                   quality          problems)
ให้กาหนดบทลงโทษสาหรับกรณีดังกล่าวตามที่ระบุไว้ในกฎหมายนี้ด้วย (Chapter V) 5
           โดยกฎหมายระบุไว้ว่า ห้ามมิให้กระทาการ 6
           (1) ใช้เครื่องหมายคุณภาพสินค้า (product quality marks) ที่มีการปลอมแปลง
(forge) หรือที่มีการหลอกลวง (fraudulently)
           (2) ปลอมแปลงแหล่งกาเนิดสินค้า
           (3) ปลอมแปลงหรือหลอกลวงเพื่อใช้ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตรายอื่น
           (4) ผ ส ม สิ่ ง เ จื อ ป น (impurities)                  ห รื อ ข อ ง เ ลี ย น แ บ บ (imitations)
ลงไปในสินค้าที่ผลิตหรือขาย
           (5) นาเสนอสินค้าปลอม (fake) แต่บอกว่าเป็นของแท้ (genuine)
           (6) นาเสนอสิ นค้าที่ช ารุดบกพร่ อง (defective) แต่ บอกว่ าเป็ นสิ นค้ าที่มี คุณภาพ
(quality)

         ในการบังคับใช้กฎหมายนี้ จะมี Department for Supervision over Product Quality
ซึ่ ง เ ป็ น ห น่ ว ย ง า น ภ า ย ใ ต้ State                                    Council
ทาหน้าที่ในการควบคุมดูแลเรื่องคุณภาพสินค้าทั้งประเทศ โดยจะมีหน่วยงานระดับท้องถิ่น (local


5
  Article 17 and Article 30
6
  Article 5
                                                    4-4

department) มาช่วยทาหน้าที่กากับดูแลและควบคุมเรื่องคุณภาพสินค้าในท้องถิ่นของตนด้วย 7
นอกจากนั้ น กฎหมายยั ง ก าหนดสิ ท ธิ ข องบุ ค คลหรื อ เอกชน (units and individuals)
ในการแจ้ ง ข้ อ มู ล ต่ อ Department for Supervision over Product Quality
หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (relevant departments) ถึงการกระทาที่เป็นการละเมิดต่อกฎหมายนี้
และเมื่ อได้รับข้อมู ล ดัง กล่ าว Department for Supervision over Product Quality
หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเก็บความลับเกี่ยวกับผู้ให้ข้อมูลและให้ค่าตอบแทนตามที่กาหนดไ
ว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 8
           เมื่ อ     Department               for   Supervision         over      Product          Quality
ห รื อ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ไ ด้ รั บ ข้ อ มู ล ห รื อ ห ลั ก ฐ า น ที่ เ ชื่ อ ไ ด้ ว่ า
มีการกระทาที่เป็นการละเมิดกฎหมายนี้ ให้ Department for Supervision over Product Quality
และ Administrative Departments for Industry and Commerce ดาเนินการดังนี้ 9
           (1) ตรวจสอบ ณ สถานที่ผลิตหรือขายสินค้า (on-the-spot inspection) ที่สงสัยว่า
จะมีการผลิตหรือขายสินค้าที่เป็นการละเมิดกฎหมายนี้
           (2) ตรวจสอบร่ ว มกั บ ตั ว แทนตามกฎหมาย (legal                               representative)
ของฝ่ า ยผู้ ผ ลิ ต หรื อ ผู้ ข ายที่ รั บ ผิ ด ชอบในระดั บ หั ว หน้ า (chiefly       in           charge)
ห รื อ บุ ค ค ล อื่ น ใ ด ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
เกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการขายที่สงสัยว่าจะเป็นการกระทาที่เป็นการละเมิดกฎ
หมายนี้
           (3) ตรวจสอบและถ่ า ยส าเนาสั ญ ญา (contracts) ใบเรี ย กเก็ บ เงิ น (invoices)
แ ล ะ ส มุ ด บั ญ ชี (account                                                                       books)
ที่เกี่ยวข้องกับการกระทาละเมิดของผู้ผลิตหรือผู้ขายนั้นและเอกสารหรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
           (4) ปิดผนึก (seal up) และยึด (seize) สินค้ารวมทั้งวัตถุดิบหรือสิ่งใดๆ ที่ใช้โดยตรง
(directly) ในการผลิตหรือขายสินค้านั้น ที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่า ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแห่งชาติ
(national                         standard)                        ห รื อ ม า ต ร ฐ า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
เพื่อสร้างหลักประกันในความปลอดภัยต่อสุขภาพของมนุษย์
           น            อ                 ก          จ            า           ก             นั้            น
ผู้บริโภคยังมีสิทธิในการร้องขอไปยังผู้ผลิตหรือผู้ขายสินค้าเพื่อสอบถามเกี่ยวกับคุณภาพสินค้าที่ผ
ลิตหรือขาย หากคาร้องขอนั้นได้ส่งไปยัง Department for Supervision over Product Quality

7
  Article 8
8
  Article 10
9
  Article 18
                                                    4-5

หรื อ Administrative             Departments             for   Industry      and       Commerce
ห รื อ ส่ ง ไ ป ยั ง ห น่ ว ย ง า น อื่ น ใ ด ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
ให้ ห น่ ว ยงานที่ รั บ ค าร้ อ งดั ง กล่ า วรั บ ผิ ด ชอบในการด าเนิ น การตามค าร้ อ ง (handling)
และกฎหมายยังกาหนดห้ามมิให้ Department for Supervision over Product Quality
ห รื อ อ ง ค์ ก า ร อื่ น ใ ด ข อ ง รั ฐ ( State                                           organ)
หรือสถาบันที่ทาหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพสินค้าแนะนาผู้ผลิตต่อสาธารณะหรือเข้าร่วมในการประ
กอบธุรกิจที่ดูแลเกี่ยวกับการผลิตหรือการขายสินค้า
           Chapter                              III                  Section                     1
ของกฎหมายนี้ ก าหนดหน้ า ที่ แ ละความรั บ ผิ ด ต่ า งๆของผู้ ผ ลิ ต สิ น ค้ า (Producer) ไว้ ว่ า
ผู้ผลิตจะต้องรับผิดชอบในคุณภาพของสินค้าที่ตนผลิต โดยต้องมั่นใจว่า สินค้านั้น 10

        (1) จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของมนุษย์ และ
        (2) มีคุณภาพตามมาตรฐานแห่งชาติหรือมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และ
        (3) มี คุ ณ ส ม บั ติ ต่ า ง ๆ (properties)                        ต า ม ที่ ร ะ บุ ไ ว้
เว้นแต่จะระบุไว้ชัดเจนถึงข้อบกพร่องของสินค้า (stating their functional defects)

          (                                                                                             4)
          มีมาตรฐานตามเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้าหรือบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าและมีคุณภา
พตามที่มีการแนะนาหรือให้ทดลองสินค้าตัวอย่าง (samples)
          (5) มี เ ค รื่ อ ง ห ม า ย ม า ต ร ฐ า น                                                (mark)
ที่แท้จริงติดอยู่บนสินค้าหรือบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าโดยมี 11
          (5.1) ใ บ รั บ ร อ ง (certificate)                                     ที่ แ ส ด ง ไ ด้ ว่ า
สินค้านั้นได้ผ่านการตรวจสอบในเรื่องคุณภาพแล้ว
          (5.2) ชื่ อสิ นค้าและชื่ อที่อ ยู่ของผู้ผลิตซึ่ ง ต้อ งระบุเป็นภาษาจี น (All Marked in
Chinese)
          (5.3) ร า ย ล ะ เ อี ย ด ที่ จ า เ ป็ น (necessary                                indications)
ในภาษาจีน เกี่ยวกับชนิดของสินค้า (specification and grade) ส่วนประกอบหลัก (main
ingredients)             และ ปริ ม า ณ (quantities)                ส่ ว นป ระกอ บที่ อ ยู่ ในสิ น ค้ า นั้ น
และในกรณี ที่ ก ฎหมายก าหนดให้ มี ก ารระบุ ลั ก ษณะ (characteristics) หรื อ วิ ธี ก ารใช้
10
   Article 26
11
   Article 27
                                                      4-6

(instructions                 for                   use)                   ข อ ง สิ น ค้ า เ ป็ น ก า ร เ ฉ พ า ะ
จะต้องระบุข้อ มู ล ดัง กล่ าวไว้ บนบรรจุ ภัณฑ์ เพื่อให้ ผู้บริโภคได้ทราบล่วงหน้า (in advance)
หรือให้เอกสารที่มีข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้บริโภคเพื่อจะได้ทราบล่วงหน้า
          (5.4) หากเป็นสินค้าที่ต้องใช้ภายในระยะเวลากาหนด (time limit) ให้ระบุวันผลิต
(production date) ระยะเวลาที่จะใช้ได้อย่างปลอดภัย (safe-use period) หรือวันหมดอายุ
(expiry date) ไว้ในจุดที่เห็นได้โดยง่าย (easily spotted areas)
          (5.5) ห า ก เ ป็ น สิ น ค้ า ที่ ถ้ า มี ก า ร ใ ช้ อ ย่ า ง ไ ม่ เ ห ม า ะ ส ม (improperly)
อาจก่ อ ให้ เ กิ ด อั น ตรายแก่ ตั ว สิ น ค้ า หรื อ อาจห่ อ ให้ เ กิ ด อั น ตรายแก่ บุ ค คลหรื อ ทรั พ ย์ สิ น
ต้ อ งระบุ เ ครื่ อ งหมายเตื อ น (warning                mark)               หรื อ ค าบรรยาย (statement)
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นภาษาจีน
          แ ต่ อ า จ จ ะ ไ ม่ ต้ อ ง ติ ด เ ค รื่ อ ง ห ม า ย (product                                     mark)
บนสินค้าอาหารที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าอื่นที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ (non-packed) ซึ่งมีความยุ่งยาก
(difficult) ในการติดเครื่องหมายเนื่องจากลักษณะพิเศษของสินค้านั้น (special nature) ก็ได้
          (6) ในกรณีที่สินค้าใดๆอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ (dangerous) เช่น ของแตกง่าย
(fragile) ติดไฟได้ (inflammable) ระเบิดได้ (explosive) เป็นพิษ (poisonous) กัดกร่อนได้
(corrosive)                                           ห รื อ มี กั ม มั น ต รั ง สี (radioactive)
จะต้องมีคาเตือนหรือคาบรรยายเป็นภาษาจีนเกี่ยวกับคาแนะนาในการเก็บรักษาและการขนส่งที่ถู
กต้องตามที่กาหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยต้องระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ของสินค้านั้น 12
          น อ ก จ า ก นั้ น Chapter                         III                     Section                     2
ของกฎหมายนี้ ยั ง ก าหนดหน้ า ที่ แ ละความรั บ ผิ ด ต่ า งๆของผู้ ข าย (seller) ไว้ ด้ ว ยเช่ น กั น
โดยกาหนดให้ผู้ขายต้อง
          (1) จั ด ท าและใช้ ระบบตรวจสอบ (a check for acceptance system)
เพื่อตรวจสอบค้าที่ผลิตขึ้นมาใหม่และตรวจสอบคุณภาพสิ นค้าตามใบรับรองหรือเครื่องหมายอื่น
13
    และ
          (2) ต้ อ ง ก า ห น ด ม า ต ร ก า ร                                                         (measure)
ขึ้นมาเพื่อช่วยในการคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดีของสินค้า 14
          (3) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องเครื่องหมายเช่นเดียวกับผู้ผลิต (ข้อ (5))
          (4) ไม่ปลอมแปลงแหล่งกาเนิดสินค้า

12
   Article 28
13
   Article 33
14
   Article 34
                                                 4-7

         (5) ไ ม่ ป ลอมแป ลง หรื อ หล อกลวง เพื่ อใช้ ชื่ อ และ ที่ อ ยู่ ข อง ผู้ ผลิ ต รายอื่ น
หรือใช้เครื่องหมายคุณภาพของผู้อื่น
         (6) ไ ม่ ผ ส มสิ่ ง เจื อ ป น (impurities)    ห รื อ ข อง เลี ยนแ บบ (imitations)
ลงไปในสินค้าที่ผลิตหรือขาย
         (7) นาสินค้าปลอม (fake) มาแทนที่สินค้าที่เป็นของแท้ (genuine)
         (8) นาเสนอสินค้าที่ชารุดบกพร่อง (defective) แต่บอกว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง
(high-quality)
         (9) น า เ ส น อ สิ น ค้ า ที่ ต่ า ก ว่ า ม า ต ร ฐ า น (substandard)
แต่กล่าวว่าเป็นของที่ได้มาตรฐาน (up-to-standard)



       2.     Regulations of the People’s Republic of China on Certification and
Accreditation

         สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกกฎหมาย Regulations of the People’s Republic of
China on Certification and Accreditation ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2003 15
เพื่อกาหนดวิธีการในการออกใบรับรองให้แก่สินค้าที่ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กฎหมายกาหน
ดไว้ แต่กฎหมายนี้ไม่ใช้บังคับกับ

      -     การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยา (pharmaceutical products inspection) เรื่อง
GMP (Good Manufacturing Practice) และ

      -       การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยาในเรื่องการผลิตที่ดี (good supply practice for
pharmaceutical products inspection) และ

        -      ใบรั บ รองคุ ณ ภาพส าหรั บ ห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารสั ต ว์ (quality   certification   for
laboratory animals)
 -              ใบรับรองสาหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทางทหาร (certification of products for military use)
 -              การแต่งตั้งห้องปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ของห้องปฏิบัติการนั้น (accreditation
for       laboratories       as        well      as         their        staff       members)

15
 Adopted at the 18th Executive Meeting of the State Council on August 20, 2003, promulgated by
Decree No. 390 of the State Council of the People’s Republic of China on September 3, 2003
                                                    4-8

ในการดาเนินการเกี่ยวกับการกาหนดมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ใช้ทางท
หาร (calibration or testing for military industrial products)
          นอกจากนั้ น เมื่ อ องค์ ก รซึ่ ง ได้ รั บ อนุ ญ าตตามกฎหมายนี้ ใ ห้ มี อ านาจออกใบรั บ รอง
(Certification Body) จะดาเนินการเพื่อให้ใบรับรองในระบบการจัดการ (management system
certification) แก่โรงงาน (mines) หรือผู้ผลิต (manufacturers) หรือผู้ประกอบการ (operators)
สารเคมี ห รื อ ดอกไม้ เ พลิ ง ที่ เ ป็ น อั น ตราย (hazardous chemicals or fireworks)
ให้กรมความปลอดภัยในการทางาน (work safety regulatory department) ที่อยู่ภายใต้ State
Council
เป็นผู้ออกใบรับรองดังกล่าวโดยต้องคานึงถึงหลักเกณฑ์พิเศษในเรื่องความปลอดภัยในการทางาน
(special requirements of work safety) ด้วย และองค์กรใดองค์กรหนึ่งจะมีอานาจประเมิน
( comprehensive                  assessment) ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ท า ง า น ข อ ง โ ร ง ง า น
ผู้ ผ ลิ ต ห รื อ ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส า ร เ ค มี ห รื อ ด อ ก ไ ม้ เ พ ลิ ง ที่ เ ป็ น อั น ต ร า ย ไ ด้
ต่อเมื่อกรมความปลอดภัยในการทางานมอบอานาจในการดาเนินการดังกล่าวให้แก่องค์กรนั้นแล้
วเท่านั้น

           โดยกฎหมายดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

           1.       หลักทั่วไป 16

         กฎหมายฉบับนี้บัญญัติขึ้นมาเพื่อกาหนดหลักเกณฑ์ในการออกใบรับรองและการอนุญาต
ให้ มี อานาจออกใบรั บ รอง เพื่ อ พัฒ นาคุณ ภาพผลิ ต ภัณ ฑ์ บริ ก ารและระบบการจั ด การต่ า งๆ
(product, service or management system) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
         โดยจะออกใบรับรองให้ต่อเมื่อองค์กรที่มีอานาจออกใบรับรองได้ทาการตรวจสอบผลิตภั
ณฑ์ บริการและระบบการจัดการ และประเมิ นแล้วว่าผลิตภัณฑ์ บริการและระบบการจั ดการ
นั้นได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางเทคนิค (technical regulations) หรือมาตรฐาน (standards)
ที่กาหนดไว้
         องค์ ก รหรื อ บุ ค คลใดจะมี อ านาจในการออกใบรั บ รองต่ อ เมื่ อ ได้ รั บ อนุ ญ าตจาก
Accreditation Body โดย Accreditation Body จะท าการประเมิ น เพื่ อ พิ จ ารณาว่ า
องค์ ก รนั้ น หรื อ บุ ค คลนั้ น มี ค วามสามารถ (competence) หรื อ มี คุ ณ สมบั ติ (qualification)
เพีย งพอที่ จ ะทาหน้ าที่ เ ป็ นองค์ก รออกใบรับ รอง หรื อองค์ก รตรวจสอบ (Inspection Body)

16
     Chapter I: General Provisions
                                               4-9

ห รื อ ห้ อ ง ป ฏิ บั ติ ก า ร                                                       (Laboratory)
หรือเป็นบุคคลที่ทาหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบหรือการประเมินนั้นหรือไม่
           โดยรัฐ (the State) จะเป็นผู้มีอานาจในการกาหนดหลักเกณฑ์ทั้งหมดเกี่ยวกับใบรับรอง
แ ล ะ ก า ร ใ ห้ อ า น า จ ใ น ก า ร อ อ ก ใ บ รั บ ร อ ง น อ ก จ า ก นั้ น the              State
จะสนั บ สนุ น การยอมรั บ ซึ่ ง กั น และกั น ในระดั บ ระหว่ า งประเทศ (international mutual
recognition)          เกี่ ย วกั บ การออกใบรั บ รอง (Certification         and      Accreditation)
บนพื้นฐานผลประโยชน์ซึ่งกันและกันและเท่าเทียมกัน (basis of equality and mutual benefit)
แต่การยอมรับซึ่งกันและกันดังกล่าวจะต้องไม่เป็นภัยต่อ ความมั่นคงแห่งรัฐ (State security)
หรื อ ต่ อ ผลประโยชน์ ข องสั ง คมหรื อ สาธารณะ (social             and       public     interests)
นอกจากนั้นองค์กรหรือหน่วยงานที่ทาหน้าที่เกี่ยวกับการออกใบรับรองและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงา
นนั้นจะต้องตกอยู่ภายใต้ข้อบังคับในเรื่องการคุ้มครองความลับของรัฐและความลับทางการพาณิช
ย์ (State                   secrets            and              commercial               secrets)
ที่ตนได้มาในระหว่างการดาเนินการต่างๆเกี่ยวกับการออกใบรับรอง

          2.        องค์กรที่มีอานาจออกใบรับรอง (Certification Bodies) 17

           อ ง ค์ ก ร ห รื อ บุ ค ค ล ใ ด ๆ
จะมี อ านาจในการออกใบรั บ รองตามกฎหมาย นี้ ไ ด้ ต่ อ เมื่ อ ได้ รั บ อนุ ญ าตให้ ก ระท าได้
โดยได้รับอนุญาตจาก Certification and accreditation regulatory department ที่อยู่ภายใต้ the
State                                                                                   Council
และองค์กรหรือบุคคลที่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับใบรับรองภายในขอบเขตอาน
า จ ที่ ไ ด้ รั บ อ นุ ญ า ต เ ท่ า นั้ น ( the            approved       scope) น อ ก จ า ก นั้ น
องค์กรหรือบุคคลที่จะทาหน้าที่ดัง กล่ าวจะต้องมี สถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย (the legal
person’s status) ตามที่กาหนดไว้ในกฎหมายด้วย
          โดยองค์กรที่จะมีอานาจในการออกใบรับรองจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
          (1)          มี ส ถ า น ที่ ตั้ ง เ ป็ น ห ลั ก แ ห ล่ ง (fixed            premises)
และสิ่งอานวยความสะดวกที่จาเป็น (necessary facilities)
          (2)
           มีระบบการจัดการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้สาหรับองค์กรที่มีอานาจออกใบรับ


17
     Chapter II: Certification bodies
                                                    4-10

รองและองค์กรที่มีอานาจในการอนุญาตให้ออกใบรับรองได้ (the requirements for certification
and accreditation)
          (3)        มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 3,000,000 หยวน และ
          (4)        มีบุคลากรที่ทาหน้าที่เกี่ยวกับการออกใบรับรองที่ทางานเต็มเวลาไม่น้อยกว่า 10
คนในแต่ละเรื่อง (in relevant fields)
          หากใบรับรองที่องค์กรที่มีอานาจในการออกใบรับรองเป็นใบรับรองที่ออกให้แก่ผลิตภัณฑ์
(product                                                                                     certification)
องค์ ก รนั้ น จะต้ อ งมี ค วามสามารถทางเทคนิ ค ในการทดสอบหรื อ การตรวจสอบ (technical
competence in testing or inspection) ที่ เ พี ย งพอต่ อ การ (commensurate)
ดาเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น
          ในกรณี อ งค์ ก รที่ มี อ านาจในการออกใบรั บ รองเป็ น องค์ ก รที่ ไ ด้ รั บ ทุ น จากต่ า งชาติ (A
foreign-funded certification body) นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติข้างต้นแล้ว จะต้องเป็นดังนี้ด้วย
          (1)        ผู้ ล งทุ น ต่ า งประเทศ (foreign investor) จะต้ อ งได้ รั บ อนุ ญ าตให้ เ ป็ น
Accreditation Body ในประเทศของตน (Home country) หรือภูมิภาคตน (region)
          (2)
            ผู้ลงทุนต่างประเทศนั้นจะต้องเคยดาเนินการเป็นผู้มีอานาจในการอกใบรับรองมาแล้วไม่น้
อยกว่า 3 ปี
            โ ด ย ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ต่ า ง ๆ ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น ก า ร อ นุ ญ า ต
การจดทะเบี ย นองค์ ก รที่ มี อ านาจในการออกใบรั บรองซึ่ ง เป็ น องค์ก รที่ ไ ด้ รับ ทุ น จากต่ า งชาติ
ให้ เ ป็ น ไปตามกฎหมาย กฎระเบี ย บและบทบั ญ ญั ติ ใ ดๆ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งของ the                     State
ในเรื่องการลงทุนต่างชาติ (Foreign investment)
            ในการยื่ น เรื่ อ งเพื่ อ ขอเป็ น องค์ ก รผู้ มี อ านาจในการออกใบรั บ รอง ให้ ผู้ ยื่ น ค าร้ อ ง
ยื่นคาร้องเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ Certification and accreditation regulatory department
และยื่นเอกสารต่ างๆที่จ ะพิสู จน์ไ ด้ถึง คุณสมบัติดัง ที่กล่าวมาข้างต้น โดย Certification and
accreditation                          regulatory                  department จ ะ ต้ อ ง พิ จ า ร ณ า ว่ า
จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อคาร้องดังกล่าวภายใน 90 วันนับแต่ได้รับคาร้องนั้น ในกรณีอนุญาต
ให้ Certification and accreditation regulatory department ออกเอกสารอนุญาต (approval
document) ให้แก่ผู้ ยื่ นคาร้อง แต่หากไม่ อนุญ าต ให้ Certification and accreditation
regulatory department แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ร้องพร้อมเหตุผลในการไม่อนุญาต
                                              4-11

           เ มื่ อ ไ ด้ รั บ ค า อ นุ ญ า ต
ให้ผู้ยื่นคาร้องนาเอกสารอนุญาตไปดาเนินการขึ้นทะเบียนตามกระบวนการที่กฎหมายกาหนด
(registration formalities) ได้

        3.      วิธีการออกใบรับรอง

         Certification        and           accreditation       regulatory         department
จะเป็นผู้กาหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการในการออกใบรับรองซึ่งองค์กรที่มีอานาจออกใบรับรอ
งจะต้องปฏิบัติตาม แต่หากไม่มีการกาหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการในเรื่องใดๆ ไว้ มาตรา 18
ไ           ด้           ก           า          ห         น           ด            ว่          า
องค์กรที่มีอานาจออกใบรับรองอาจพัฒนาหลักเกณฑ์และกระบวนการของตนเองเป็นการเฉพาะขึ้
นมาได้ โ ดยต้ อ งเสนอต่ อ Certification and accreditation regulatory department
เพื่อเก็บบันทึกไว้เป็นหลักฐาน (records)
         องค์กรที่มีอานาจออกใบรับรองจะปฏิเสธที่จะพิจารณาเพื่อออกใบรับรองให้แก่ผู้ยื่นคาร้อง
โดยอ้างว่า ผู้ยื่นคาร้องไม่มาขอคาปรึกษา (certification consultancy) หรือไม่เข้าร่วมฝึกอบรม
(attended                     certification                 training)                   ไ ม่ ไ ด้
หรือกาหนดเงื่อนไขหรือข้อจากัดต่างๆเพิ่มเติมจากหลักเกณฑ์และกระบวนการในการออกใบรับรอ
งที่กาหนดไว้ไม่ได้เช่นกัน (มาตรา 20)
         มาตรา 22 กาหนดว่า องค์กรที่มี อานาจออกใบรับรอง องค์กรตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง
(Certification-related       inspection         body)      และห้ อ งปฏิ บั ติ ก าร (laboratory)
จะต้องเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการออกใบรับรอง (Process of certification)
การตรวจสอบ (Inspection) หรือการทดสอบ (Testing) ไว้ในรูป File




เรื่องที่ 2     มาตรการบังคับ

      สาธารณรัฐประชาชนจีนกาหนดให้มีการขอใบรับรองและขอใช้เครื่องหมายสาหรับสินค้าอุ
ตสาหกรรมบางประเภทที่นาเข้ามายังสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือขายในตลาดของสาธารณรัฐปร
ะ ช า ช น จี น ไ ว้ (Compulsory                                     Certification)
                                                  4-12

โดยผู้ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งสามารถค้ น หาสิ่ ง พิ ม พ์ ต่ า งๆที่ เ ป็ น ภาษาอั ง กฤษได้ ด้ ว ยการสั่ ง จาก
http://www.wellkang.com/shop/ (Product Lists, Guidelines, MR Agreements, List of
Certification Bodies)

      สินค้าที่จะมีสิทธิใช้เครื่องหมาย CCC (China Compulsory Certification) หรือ 3C-mark
ในลักษณะดังนี้




      ได้จะต้องปฏิบัติดังนี้ มิฉะนั้น เจ้าหน้าที่ศุลกากร (Chinese Customs) อาจกักสินค้าไว้ ณ
พรมแดน (border) และอาจตกอยู่ภายใต้บทกาหนดโทษตามกฎหมายได้ (penalties)

         1.       หลักเกณฑ์ทั่วไป

         กฎหมายได้กาหนดหลักเกณฑ์ทั่วไปในการดาเนินการ และสิ่งที่ผู้ยื่นคาร้องต้องปฏิบัติไว้
ดังนี้

            (1) ขั้นตอนในการดาเนินการอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 60-90 วันหรือมากกว่า
            (2) จะต้องทดสอบสินค้า ณ ห้องปฏิบัติที่ได้รับการรับรอง (accredited laboratory)
ในประเทศจีน
            (3) โดยทั่ ว ไปแล้ ว จะไม่ อ นุ ญ าตให้ มี ก ารรั บ รองตนเอง (self certification)
หรือจะไม่รับผลการทดสอบของบุคคลภายนอก (third-party testing results)
            (4) จะต้องยื่นเอกสารทางเทคนิคเป็นจานวนมาก (numerous technical documents)
            (5) จ ะ ต้ อ ง ยื่ น ตั ว อ ย่ า ง สิ น ค้ า (product                   sample)
ให้แก่ห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าของจีน (Chinese testing laboratory)
            (6) จะต้ อง มี ก าร ตร วจ สอ บโร ง ง าน ( a                factory   inspection)
โ ด ย เ จ้ า ห น้ า ที่ ข อ ง ส า ธ า ร ณ รั ฐ ป ร ะ ช า ช น จี น (Chinese           officials)
ซึ่งผู้ยื่นคาร้องต้องรับผิดชอบในการค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น
                                                        4-13

       (7) จะต้องมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง (follow-up) ทุกๆ 16 ถึง 18 เดือน
       (8) ต้นทุนในการดาเนินการดังกล่าวจะมีจานวนหลายพันเหรียญสหรัฐ ฯ (several
thousand dollars)

          2.        ขั้นตอนที่ 1

           เป็ น กรณี ที่ ผู้ ส่ ง ออกต้ อ งตรวจสอบว่ า สิ น ค้ า หรื อ ส่ ว นประกอบของสิ น ค้ า ส าเร็ จ รู ป
(component                          parts                 within                finished                   products)
ของตนที่จะส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นเป็นสินค้าที่ต้องได้รับเครื่องหมาย CCC หรือ
3C-mark หรือไม่ โดยตรวจสอบได้จาก http://www.cqc.cn/ccc/catalogueeng.pdf
           หากรายละเอียดในรายการสินค้า (short descriptions in the product catalogue)
ที่ ป ร า ก ฏ ใ น website                        ดั ง ก ล่ า ว มี ไ ม่ เ พี ย ง พ อ ที่ จ ะ ท า ใ ห้ ท ร า บ ไ ด้ ว่ า
สินค้าหรือส่วนประกอบของสินค้าสาเร็จรูปของผู้ ส่งออกนั้นจะต้องได้รับเครื่องหมาย CCC หรือ
3C-mark หรือไม่ ให้ดาเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
           (1) ตรวจสอบจากหนังสือ (booklets) เรื่อง “Implementation Rules” ของ CNCA
ต า ม ที่ ป ร า ก ฏ ใ น ข้ อ 3                               (ขั้ น ต อ น ที่ 2)                     ซึ่ ง มี อ ยู่ 47
เล่มที่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องได้รับเครื่องหมาย CCC หรือ 3C-mark หรือ
           (2) ตรวจสอบจาก “Announcement” ของ CNCA ซึ่งมีตาราง (table) ที่เชื่อมโยงกับ
HS codes ของสิ น ค้ า ที่ ต้ อ งได้ รั บ เครื่ อ งหมาย CCC หรื อ 3C-mark ซึ่ ง ค้ น หาได้ จ าก
http://www.cnca.gov.cn/board/bianmablao.htm
           อย่างไรก็ตาม เอกสารทั้งหมดข้างต้นจะเป็น ภาษาจีนทั้งสิ้น ซึ่ งผู้ส่งออกจะต้องนา HS
codes ดั งกล่ าวไปจ้ างผู้ แปล (translator) เพื่ อแปลเอกสารนั้ น โดยผู้ ส่ งออกต้ องทราบว่ า
ส่วนประกอบของสินค้าสาเร็จรูปอาจเป็นส่วนประกอบที่ต้องได้รับเครื่องหมาย CCC หรือ 3C-mark
ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ผลิตส่วนประกอบนั้นยื่นคาร้องเพื่อขอรับเครื่องหมาย CCC หรือ 3C-mark
หรื อ ในบางกรณี อ ะไหล่ (spare                    parts)           หรื อ ของทดแทน (replacement                  parts)
ของสิ น ค้ า อาจเป็ น อะไหล่ ห รื อ ของทดแทนที่ ต้ อ งได้ รั บ เครื่ อ งหมาย CCC หรื อ 3C-mark
เช่ น กั น หรื อ เป็ น กรณี ที่ ผู้ ส่ ง ออกจะต้ อ งยื่ น ค าร้ อ งเพื่ อ ขอการยกเว้ น (exemption) ดั ง นั้ น
ผู้ส่งออกจะต้องดาเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว
           3.         ขั้นตอนที่ 2
                                            4-14

       เป็นการดาเนินการเพื่อได้มาซึ่งกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติ (Implementing Regulations)
โดย CNCA ได้จัดทาและเผยแพร่ “Implementation Rules for Compulsory Certification” ขึ้นมา
47 ฉบับกาหนดรายละเอียดของหลักเกณฑ์ทางเทคนิค (technical application requirements)
สาหรับสินค้า 132 ชนิด ซึ่งค้นหาได้จาก http://www.cnca.gov.on/english.html
       โดย CNCA’s Implementation Rules ดัง กล่าวได้อ้างถึง “GB Standards”
หลายมาตรฐานซึ่งเป็นมาตรการบังคับ และอาจค้นหามาตรฐานเหล่านี้ได้จาก China’s WTO/TBT
National Enquiry Point เช่นกัน คือ
       WTO/TBT National Enquiry Point
       Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine
       The People Republic of China
       Telephone: 0088-10-858-22885
       Fax: 0088-10-858-22884
       E-mail: TBT@AQSIQ.GOV.CN

        4.      ขั้นตอนที่ 3

           เป็นกรณีที่ผู้ส่ ง ออกจะต้องพิจ ารณาว่า จะใช้วิธี ใดในการยื่นขอใบรับรองเครื่องหมาย
โดยผู้ส่งออกสามารถยื่นขอใบรับรองได้หลายวิธีคือ
           (1) ยื่นด้วยตนเอง
           (2) ดาเนินการผ่านตัวแทน (agents) หรือที่ปรึกษา (consultants)
           (3) ให้ผู้นาเข้าหรือผู้จัดจาหน่าย (distributors) ดาเนินการให้
           (4) หรื อ วิ ธี ก ารใดๆที่ หุ้ น ส่ ว นในสาธารณรั ฐ ประชาชนจี น (Chinese partners)
หรือผู้ จั ดจ าหน่ายในสาธารณรัฐ ประชาชนจี น (Chinese distributors) หรื อผู้จั ด การส่ ง ออก
(export managers) ของผู้ส่งออกนั้นแนะนา

        5.      ขั้นตอนที่ 4

         เป็นขั้นตอนในการยื่นคาร้องเพื่อขอใบรับรองในการใช้เครื่องหมาย CCC หรือ 3C-mark
โดยผู้ส่งออกจะต้องค้ นหากระบวนการในการยื่นคาร้องจาก http://www.cqc.com.cn ซึ่งเป็น
website           ของ China         Quality       Certification      Center      (CQC)
                                                      4-15

ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการในเรื่องการยื่นคาร้องเพื่อขอใบรับรองในการใช้เครื่องหมาย CCC
หรือ 3C-mark โดยกระบวนการในการยื่นคาร้องดังกล่าวมีดังนี้
          (1) ยื่นคาร้องและเอกสารต่างๆที่สนับสนุนคาร้องนั้น (supporting materials) รวมถึง
user guides / CB reports / EMC reports / ฉลากที่จะใช้ระบุเครื่องหมายดังกล่าว (regulatory
labels) และข้อมูลอื่นใด
          (2) ยื่นตัวอย่างสินค้าเพื่อทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ CNCA กาหนด (designated)
          (3) CQC จะส่งผู้แทน (Representatives) ไปตรวจสอบโรงงานที่ผลิตสินค้านั้น
( manufacturing                                                                                        facilities)
โ ด ย ห า ก สิ น ค้ า ที่ ส่ ง ไ ป ยั ง ส า ธ า ร ณ รั ฐ ป ร ะ ช า ช น จี น นั้ น ผ ลิ ต จ า ก ห ล า ย โ ร ง ง า น
ก็ จ ะ ต ร ว จ ส อ บ แ ต่ ล ะ โ ร ง ง า น นั้ น ด้ ว ย เ ช่ น สิ น ค้ า เ อ
ที่ส่งไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนผลิตในห้าโรงงาน ก็จะต้องตรวจสอบทั้งห้าโรงงานนั้น
          (4) จะมีการประเมินว่า จะให้ใบรับรองให้ใช้เครื่องหมาย CCC หรือ 3C-mark หรือไม่
          (5) จะมีการตรวจสอบโรงงานผลิตอีกครั้ง (re-inspected) ทุกๆ 16 ถึง 18 เดือน

         6.        ขั้นตอนที่ 5

           ในกรณี ที่ สิ น ค้ า นั้ น จะต้ อ งได้ รั บ ใบรั บ รองหรื อ ด าเนิ น การตามหลั ก เกณฑ์ อื่ น ใดอี ก
ผู้ ส่ ง ออกจะต้ อ งด าเนิ น การดั ง กล่ า วให้ แ ล้ ว สิ้ น เช่ น กระทรวงอุ ต สาหกรรม (Ministry of
information industry) ระบุว่า ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมและอินเตอร์เน็ต (telecom and
internet equipment) จะต้องได้รับ “Network Access license” และ “Network Access
Identifier                                                                                             Mark”
และสิ น ค้ า ดั ง กล่ า วจะต้ อ งผ่ า นการทดสอบในห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารของสาธารณรั ฐ ประชาชนจี น
หรือในกรณีอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical devices) China’s State Drug Administration
                        ้
ได้กาหนดให้มีการขึนทะเบียนอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าว

       โดยสินค้าที่กฎหมายกาหนดให้ต้อง (compulsory) ขอใบรับรองเพื่อใช้เครื่องหมาย CCC
(China Compulsory Certification) หรือ 3C-mark มีดังนี้

     (1) ใบรับรองสาหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคส์ (IMPLEMENTATION
RULES FOR COMPULSORY CERTIFICATION OF ELECTRICAL AND ELECTRONIC
PRODUCTS)
                                         4-16

         กฎหมายได้กาหนดวิธีการในการได้มาซึ่งใบรับรองของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ไว้ใน “Implementation Rules for Compulsory Certification” 21 ฉบับ ดังนี้

       -      Cord sets 18

        -       Electric Wire and Cable Categories, Electric wires & cables (CABL)
Electric wires & cables (CABL) 19

       -      Switches for Circuit, Installation Protective and Connection Devices,
Plugs and Socket-outlets for Household and Similar General Purpose 20
       -       Switches for Circuits, Installation Protective and Connection Devices
Switches for Household and Similar Fixed- Electrical Installations 21

       -      Switches for Circuit, Installation Protective and Connection Devices,
Plugs and Socket-outlets for Industrial Purpose 22
       -        Appliance Couplers for Household and Similar General Purpose 23
       -        Switches for Circuit, Installation Protective and Connection Devices,
Thermal-links 24
       -        Switches for Circuits, Installation Protective and Connection Devices,
Enclosures for Accessories for Household and Similar Fixed Electric Installations 25
       -        Cartridge fuse-links of miniature fuses 26
       -        Low-voltage switchgear assembly 27
       -        Low-voltage Electrical Apparatus---switch and control Equipment 28

18
   File No.: CNCA—01C—001:2001
19
   Ref . No. CNCA-01C-002:2001
20
   File No.: CNCA—01C—003:2001
21
   File No.: CNCA—01C—004:2001
22
   File No.: CNCA—01C—005:2001
23
   File No.: CNCA—01C—006:2001
24
   File No.: CNCA—01C—007:2001
25
   File No.: CNCA—01C—008:2001
26
   File No.: CNCA—01C—009:2001
27
   Ref . No. CNCA-01C-010:2001
                                         4-17

      -      Installation Protective Equipment 29
      -      Small-Power Motor 30
      -      Electric welding machines 31
      -      Household and Similar Use Appliances 32

      -      Audio & Video products 33

        -       Audio and Video Apparatus, Equipment and Components for Cable
Distribution Systems of Sound and Television Signals (EMC) 34
      -      Audio and Video Apparatus, Satellite Television Receivers (EMC) 35

      -      Information Technology Equipments, Finance and Trade Settlement
Equipments (EMC) 36

      -      Information Technology Equipments 37
      -      Lighting Electrical Appliances 38


       (2) ใบรับรองสาหรับอุปกรณ์โทรคมนาคม (IMPLEMENTATION RULES FOR
COMPULSORY CERTIFICATION OF TELECOMMUNICATION EQUIPMENTS:
Telecommunication Terminal Equipments) 39

28
   Ref . No. CNCA-01C-010:2001
29
   Ref . No. CNCA-01C-004:2001
30
   File No.: CNCA—01C—013:2001
31
   Ref . No. CNCA-01C-015:2001
32
   Ref . No. CNCA-01C-016:2001
33
   Ref. No. CNCA—01C—017:2001
34
   Ref . No. CNCA-01C-018:2001
35
   Ref . No. CNCA-01C-019:2001
36
   Ref . No. CNCA-01C-021:2001
37
   Ref. No. CNCA-01C-020: 2001
38
   Ref . No. CNCA-01C-004:2001
39
   Ref. No.:CNCA—08C—031:2001
                                                4-18

      (                                                                   3)
      ใบรับรองสาหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิก ส์และอุปกรณ์ไฟฟ้า
(IMPLEMENTATION RULES FOR COMPULSORY CERTIFICATION OF ELECTRICAL
AND ELECTRONIC PRODUCTS, ELECTRIC TOOLS) 40


     (4) ใบรับรองสาหรับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ (IMPLEMENTATION RULES
FOR COMPULSORY CERTIFICATION OF POWER-DRIVEN VEHICLES)

          โดยแบ่งเป็น
          -       เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ (Motorcycle Engine) 41
          -       มอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) 42
          -       เข็มขัดนิรภัย (Safety Belts) 43


      (5) ใบรับรองสาหรับหมวกนิรภัยที่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ใช้ (IMPLEMENTATION
RULES FOR COMPULSORY CERTIFICATION OF HELMETS: Helmets for Motorcycle Users)


     (6) ใบรั บรองส าหรั บยางรถยนต์ (IMPLEMENTATION RULES FOR
COMPULSORY CERTIFICATION OF MOTOR VEHICLE TYRES: TYRES PRODUCTS) 44

        (7) ใบรับรองสาหรับผลิตภัณฑ์กระจกนิรภัยที่ใช้สาหรับรถยนต์ อาคาร และ
railway rolling stock (IMPLEMENTATION RULE FOR COMPULSORY CERTIFICATION
OF SAFETY GLASS PRODUCTS: Safety glass products used in automobiles, buildings
and railway rolling stock) 45

40
     Ref. No. CNCA—01C—014:2001
41
     Ref. No.: CNCA-02C-025: 2001
42
     Ref . No. CNCA-02C-024:2001
43
     Ref . No. CNCA-02C-026:2001
44
     Ref . No. CNCA-03C-027:2001
45
     Ref .No. CNCA-04C-028:2001
                                              4-19

      (8)                      เครื่องจักรกลการเกษตร: อุปกรณ์ในการปกป้องพืชผล
(IMPLEMENTATION RULIES FOR COMPULSORY CERTIFICATION OF
AGRICULTURAL MACHINERY: Equipment for crop protection (Knapsack Motorized
(Manual) Liquid and Powder Sprayer) 46


      (9)            ผลิตภัณฑ์ยาง: ถุ งยางอนามั ย (IMPLEMENTATION
RULES FOR COMPULSORY CERTIFICATION OF LATEX PRODUCTS; Rubber
Condom) 47


     (10)              อุปกรณ์ทางการแพทย์ (IMPLEMENTATION RULES
FOR COMPULSORY CERTIFICATION OF MEDICAL DEVICES)

          โดยแบ่งเป็น
          -       Electrocardiographs 48
          -       Hemodialysis Equipment 49
          -       Extracorporeal Blood Circuit For Blood Purification Equipment 50
          -       Hollow Fiber Dialyzer 51
          -       Implantable Cardiac Pacemakers 52
          -       เครื่องเอกซเรย์ทางการแพทย์ (Medical X-ray Diagnostic Equipment) 53
          -       Artificial Heart-Lung Machine: Roller Pump 54

46
     Ref. No:CNCA—05C—029:2001
47
     Ref . No. CNCA-06C-030:2001
48
     Ref. No. CNCA-08C-032:2001
49
     Ref. No.CNCA-08C-033:2001
50
     Ref. No.CNCA-08C-034:2001
51
     Ref. No.CNCA-08C-035:2001
52
     Ref. No. CNCA-08C-036:2001
53
     Ref . No. CNCA-08C-037:2001
                                             4-20

          -       Artificial Heart-Lung Machine: Pulsatile Roller Pump 55
          -       Artificial Heart-Lung Machine: Bubble Oxygenator 56
          -       Artificial Heart-Lung Machine: Heat Exchanger 57
          -       Artificial Heart-Lung Machine: Water Heating/Cooling System 58

      (11) ใบรับ รองสาหรับ ผลิตภั ณฑ์ดั บ เพลิง             (Implementation     Rules    for
Compulsory Certification of Fire Fighting Product)
          โดยแบ่งเป็น
          -       ผลิตภัณฑ์สัญญาณเตือนไฟไหม้ (Fire Alarm Products) 59
          -       ผลิตภัณฑ์ฉีดน้าอัตโนมัติ (Automatic Sprinkler System Products) 60


        (12) ใบรับรองสาหรับผลิตภัณฑ์ดับเพลิง ผลิตภัณฑ์ผจญเพลิง (Implementation
Rules for Compulsory Certification of Fire Fighting Product, Fire Hose Products) 61


         (13) ใบรั บ รองส าหรั บ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ เ กี่ ย วกั บ ความปลอดภั ย และการป้ อ งกั น :
เครื่ อ งตรวจตราเพื่ อ เตื อ นเมื่ อ มี ผู้ บุ ก รุ ก (IMPLEMENTATION     RULES       FOR
COMPULSORY CERTIFICATION OF SECURITY & PROTECTION PRODUCTS:
Detectors for Intruder Alarm Systems) 62


54
     Ref. No.CNCA-08C-038:2001
55
     Ref. No.CNCA-08C-039:2001
56
     Ref. No.CNCA-08C-040:2001
57
     Ref. No.CNCA-08C-041:2001
58
     Ref. No.CNCA-08C-042:2001
59
     Ref. No: CNCA—09C—044:2001
60
     Ref. No: CNCA—09C—046:2001
61
     Ref. No: CNCA—09C—045:2001
62
     Ref. No: CNCA-10C-047: 2001

								
To top