Documents
Resources
Learning Center
Upload
Plans & pricing Sign in
Sign Out

นิทาน เรื่อง สามัคคีสยบสิงห์

VIEWS: 2,140 PAGES: 15

สิงห์โตวัยหนุ่มตัวที่น้องๆ เห็นอยู่นี้ เป็นสิงห์โตที่เกเรมาก มันมีเพื่อนคู่ใจที่มีนิสัยพอๆ กัน คือ เจ้านกกาทั้งสองจะไปไหนด้วยกันเสมอส่วนเจ้านกกานั้นก็ชอบยุแหย่เจ้าสิงห์โตให้ระรานไปทั่วฝ่ายเจ้าสิงห์โต พอโดนเจ้านกกายกย่องยุแหย่ก็บ้าลูกยอ ฮึกเหิมลำพองใจ" นี่เจ้าสิงห์ ในป่านี้ หรือในโลกนี้ก็ว่าได้ เจ้านะทั้งเก่ง ทั้งเท่ห์ ที่สุดเลยสมกับเป็นเจ้าป่าจริงๆ ข้านะคิดถูกแล้วที่มาคบกับเจ้าเนี่ย!.." เจ้ากาพูดอะ ฮ้า..แน่น๊อน แม้แต่ช้างตัวโตที่สุดบนผืนแผ่นดินนี้ ยังไม่กล้ามายุ่งกะข้าเลยหรือว่าไม่จริง ฮ่าๆๆ..ๆๆ..เอิ๊ก" เจ้าสิงห์คุยซะใหญ่โตด้วยความที่ไม่มีใครมายุ่งและไม่กลัวใคร ก็เลยระรานเขาไปทั่ว ทั้งสองเดินเที่ยวกันอย่างเพลิดเพลิน จนไปเจอเข้ากับมดแดงรังหนึ่งเจ้ากาพูดยุแหย่ "เอ้ย..ดูนั่นสิเจ้าสิงห์ เจ้าเห็นรังมดแดงนั่นไหม ช่างใหญ่น่าเตะเสียนี่กระไร ขยี้มันเลยดีกว่าเจ้าพวกตัวกระจ้อยร่อยหมั่นไส้ ดูสิทำเป็นขยัน มันทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอกเจ้าสิงห์ตัวมันเล็กนิดเดียวเอง ขนาดช้างยังกลัวเจ้าเลย เอาเลย"ว่าแล้วเจ้าสิงห์โตผู้ทรนงก็เข้าไปลุยเตะรังมดกะว่าให้บ้านมดพังกระจุยไปเลย พลางบ่นว่า " แก้เซ็งดีกว่าอยู่เฉยๆ เน๊าะฝ่ายเจ้ามดแดงเมื่อรู้ว่าโดนทำร้าย ก็เฮโลเรียกพวกมาช่วยกันต่อต้านเจ้าสิงห์ด้วยการกัดไปตามจุดอ่อน เช่น เข้าไปกัดในรูหู กัดตา กัดในรู จมูก

More Info
									นิทาน เรื่อง สามัคคีสยบสิงห์
           สิงโตวัยหนุ่มตัวที่น้องๆ เห็นอยู่นี้ เป็นสิงโตที่เกเรมาก
มันมีเพื่อนคู่ใจที่มีนิสัยพอๆ กัน คือ เจ้านกกาทั้งสองจะไปไหนด้วยกันเสมอ
ส่วนเจ้านกกานั้นก็ชอบยุแหย่เจ้าสิงโตให้ระรานไปทั่ว
ฝ่ายเจ้าสิงโต พอโดนเจ้านกกายกย่องยุแหย่ก็บ้าลูกยอ ฮึกเหิมลาพองใจ
" นี่เจ้าสิงห์ ในป่านี้ หรือในโลกนี้ก็ว่าได้ เจ้านะทั้งเก่ง ทั้งเท่ห์ ที่สุดเลย
สมกับเป็นเจ้า ป่าจริงๆ ข้านะคิดถูกแล้วที่มาคบกับเจ้าเนี่ย !.." เจ้ากาพูด
" อะ ฮ้า..แน่น๊อน แม้แต่ช้างตัวโตที่สุดบนผืนแผ่นดินนี้ ยังไม่กล้ามายุ่งกะข้าเลย
             หรือว่าไม่จริง ฮ่าๆๆ..ๆๆ..เอิ๊ก" เจ้าสิงห์คุยซะใหญ่โต
    ด้วยความที่ไม่มีใครมายุ่งและไม่กลัวใคร ก็เลยระรานเขาไปทั่ว
ทั้งสองเดินเที่ยวกันอย่างเพลิดเพลิน จนไปเจอเข้ากับมดแดงรังหนึ่ง
    ด้วยความที่ไม่มีใครมายุ่งและไม่กลัวใคร ก็เลยระรานเขาไปทั่ว
ทั้งสองเดินเที่ยวกันอย่างเพลิดเพลิน จนไปเจอเข้ากับมดแดงรังหนึ่ง
  เจ้ากาพูดยุแหย่ "เอ้ย..ดูนั่นสิเจ้าสิงห์ เจ้าเห็นรังมดแดงนั่นไหม
ช่างใหญ่น่าเตะเสียนี่กระไร ขยี้มันเลยดีกว่าเจ้าพวกตัวกระจ้อยร่อย
         หมั่นไส้ ดูสิทาเป็นขยัน มันทาอะไรเจ้าไม่ได้หรอก
  เจ้าสิงห์ตัวมันเล็กนิดเดีย วเอง ขนาดช้างยังกลัวเจ้าเลย เอาเลย"
         ว่าแล้วเจ้าสิงโตผู้ทระนงก็เข้าไปลุยเตะรังมดกะว่า
ให้บ้านมดพังกระจุยไปเลย พลางบ่นว่า " แก้เซ็งดีกว่าอยู่เฉยๆ เน๊าะ "
ฝ่ายเจ้ามดแดงเมื่อรู้ว่าโดนทาร้าย ก็เฮโลเรียกพวกมาช่วยกันต่อต้านเจ้าสิงห์
     ด้วยการกัดไปตามจุดอ่อน เช่น เข้าไปกัดในรูหู กัดตา กัดในรู จมูก
เจ้าสิงห์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันไม่สามารถทาอะไรได้เลย
                 เมื่อพวกมดพากันเข้าไปกัดในรูหู
เจ้าสิงห์ถึงกับวิ่งหนีแบบไม่มีทิศทาง ช่างเจ็บปวดยิ่งนัก
        ฝ่ายเจ้ามดก็พากันดีใจที่สามารถเอาชนะปราบปรามเจ้าสิงห์ได้หัวหน้ามดจึงพูดว่า
" นี่คือผลจากความสามัคคีของพวกเราพี่น้องทุกคน สามารถทาให้เจ้าสิงโตเกเรตัวใหญ่หนีไปได้
แม้ว่าเราตัวเล็กแต่ถ้าเราร่วมมือสามัคคีกัน ศัตรูก็ทาอะไรเราได้ยาก เข้าใจไหมพี่น้องทุกคน เฮๆ "
      ฝ่ายเจ้าสิงห์จอมเกเรต้องมานั่งช้าใจ ต้องเจ็บตัว และเกิดความสานึก
     ที่มองข้าม ดูถูกสัตว์ตัวเล็กๆ นึกว่าจะรังแกได้ง่าย ยิ่งปวดใจเข้าไปอีก
            เมื่อเจ้านกกาจอมยุแหย่บินหนีไปไม่ช่วย เรื่องเลยยิ่งเศร้า
                   สิงโตคอตกคิดได้ และคงต้องเลิกเกเรอีกต่อไป
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า                                               " สามัคคี
           คือพลัง ร่วมด้วยช่วยกันกระทาการใดก็สาเร็จไปด้วยดี "

								
To top