Docstoc

แบบทดสอบวิทย์ ม 1

Document Sample
แบบทดสอบวิทย์ ม 1 Powered By Docstoc
					ข้อม. 1 ต่อ
31. ถ้าสาร X เป็นสารเนื้อเดียวแล้ว สาร X มีสมบัติตรงกับข้อใด
         ก. มีสถานะเดียวไม่มีสี                          ข. ประกอบด้วยสารอย่างเดียว
         ค. เนื้อของสาร X มีลักษณะโปร่งใส                ง. เนื้อสารทุกสัดส่วนมีสมบัติเหมือนกัน
32. ข้อใดกล่าวถึงสารเนื้อผสมได้ถูกต้องที่สุด
         ก. มีหลายสถานะลักษณะใสไม่มีสี                   ข. ทุกสัดส่วนมีสมบัติไม่เหมือนกัน
         ค. เป็นไปได้ทั้งสารบริสุทธิ์และสารละลาย         ง. มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดที่จุดเดียวกัน
33. ข้อใดกล่าวถึงการระเหิดถูกต้องที่สุด
         ก. กระบวนการที่ทาให้ของแข็งกลายเป็นของเหลว
         ข. กระบวนการที่ทาให้ของเหลวกลายเป็นของแข็งแล้วกลายเป็นไอ
         ค. กระบวนการทาให้ของแข็งกลายเป็นไอโดยไม่เปลี่ยนเป็นของเหลวก่อน
         ง. กระบวนการควบแน่นสารที่เป็นไอให้กลายเป็นของแข็งโดยไม่ต้องเป็นของเหลวก่อน
34. หลักการสาคัญของวิธีโครมาโทกราฟีคืออะไร
         ก. สารต่างชนิดกันซึมผ่านตัวดูดซับได้ต่างกัน
         ข. สารชนิดเดียวกันมีสมบัติเป็นตัวดูดซับต่างกัน
         ค. สารต่างชนิดกันมีสมบัติเป็นตัวดูดซับต่างกัน
         ง. สารชนิดเดียวกันสามารถซึมผ่านตัวดูดซับได้ต่างกัน
35. นาของเหลว A จานวน 20 cm3 ผสมกับของเหลว B 20 cm3
ในหลอดทดลองเขย่าแล้วทิ้งไว้สักครู่พบว่ามีของเหลว B แยกชั้นอยู่ด้านบน 10 cm3 ข้อใดกล่าวถูกต้อง
         ก. สารละลายที่เกิดขึ้นมีปริมาตร 25 cm3
         ข. ของเหลว A และ B ไม่ละลายซึ่งกันและกัน
         ค. สารละลายที่เกิดขึ้นจัดเป็นสารละลายไม่อิ่มตัว
         ง. ของเหลว A เป็นตัวทาละลาย ของเหลว B เป็นตัวถูกละลาย
36. นาสีผสมอาหารสีเขียวไปจุดบนกระดาษโครมาโทกราฟีแล้วนากระดาษไปจุ่มในตัวทาละลายใน
 ภาชนะทิ้งไว้สักครู่ได้ผลดังรูป ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง
         ก. สารสีเหลืองดูดซับได้ดีที่สุด
         ข. สารสีฟ้าละลายในตัวทาละลายได้ดี
         ค. สีผสมอาหารสีเขียวมีสารองค์ประกอบ 2 ชนิด
         ง. สีผสมอาหารสีเขียวจัดเป็นสารไม่บริสุทธิ์
37. นักวิทยาศาสตร์ใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าสารใดเป็นตัวทาละลายในสารละลาย
         ก. มีปริมาณสารอยู่มากและมีสถานะเดียวกับสารละลาย
         ข. มีปริมาณสารอยู่มาก และมีสถานะต่างจากสารละลาย
         ค. มีปริมาณสารอยู่น้อย และมีสถานะเดียวกับสารละลาย
         ง. มีปริมาณสารอยู่น้อย และมีสถานะต่างจากสารละลาย
38. นักเรียนคิดว่าจะใช้วิธีใดในการแยกสารบริสุทธิ์ออกจากสารละลาย
         ก. ตกผลึก
         ข. ระเหยแห้ง
         ค. หาจุดเดือด
         ง. หาจุดหลอมเหลว
39. ถ้าต้องการแยกเกลือโซเดียมคลอไรด์ ออกจากน้าทะเล ควรใช้วิธีใด
         ก. การกลั่น
         ข. การตกผลึก
         ค. การกรอง
         ง. การควบแน่น
40. สารในข้อใดต่อไปนี้แยกออกจากกันได้โดยอาศัยสมบัติของแม่เหล็ก
         ก. พิมเสน + เกลือแกง
         ข. ลูกเหม็น + ผงถ่าน
         ค. เกลือแกง + น้าตาลทราย
         ง. กามะถัน + ผงตะไบเหล็ก
41. ปริมาณสเกลาร์มีลักษณะอย่างไร(จา)
        ก.มีเฉพาะขนาด
        ข.มีเฉพาะทิศทาง
        ค.ไม่มีขนาดและทิศทาง
        ง.มีทั้งขนาดและทิศทาง
42. เมื่อกลิ้งวัตถุไปบนพื้น ทาไมวัตถุจึงหยุดเคลื่อนที่(ข้าใจ)
        ก.วัตถุไม่มีความเร็ว
        ข. แรงที่กลิ้งเป็นศูนย์
        ค.วัตถุสัมผัสและถ่ายเทพลังงานให้พื้น
        ง.มีแรงเสียดทานบนพื้นต้านการเคลื่อนที่
43. ถ้าพื้นไม่มีแรงเสียดทาน จะเป็นอย่างไร(นาไปใช้)
        ก.คนจะเดินไม่ได้
        ข.วัตถุจะไม่หยุดนิ่ง
        ค.วัตถุจะเคลื่อนที่ได้ดีกว่าเดิม
        ง. รถจะวิ่งได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องยนต์
44. ถ้าล้อรถยนต์ไม่มีดอกยาง เวลาฝนตกจะเป็นอย่างไรเมื่อรถแล่น
        ก.ลื่นมาก
        ข.เกาะถนนดี
        ค.รถแล่นไม่ได้
        ง.รถแล่นเร็วมาก
45 .รถคันหนึ่งมีความเร็วเริ่มต้นถึงความเร็วสุดท้ายแตกต่างกัน 8 เมตร/วินาที ใช้เวลาต่างกัน 4 นาที
จงหาความเร่งของรถคันนี้
        ก. 1 เมตร/วินาที2
        ข. 2 เมตร/วินาที2
        ค. 3 เมตร/วินาที2
        ง. 4 เมตร/วินาที2
46.เมื่อพิงบันไดกับกาแพงสูงที่ตีนบันไดมักมียางหุ้ม เกี่ยวข้องกับแรงเสียดทานอย่างไร
        ก. เพิ่มแรงเสียดทานให้เลื่อนยาก
        ข. ลดแรงเสียดทานเพื่อให้เลื่อนง่าย
        ค. ลดแรงเสียดทานเพื่อให้ยกบันไดง่าย
        ง. เพิ่มแรงเสียดทานเพื่อให้ยกบันไดยาก
47.วัตถุที่ตกอย่างอิสระในแนวดิ่ง จะมีความเร็วมากที่สุดที่ตาแหน่งใด
        ก.จุดเริ่มต้น
        ข. ก่อนถึงพื้นโลก
        ค. ตกกระทบพื้นโลก
        ง. ช่วงกึ่งกลางของความสูง
48.ข้อใดไม่ใช่การเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติ
        ก. การเคลื่อนที่แนวดิ่ง
        ข. การเคลื่อนที่แนวราบ
        ค. การเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้ง
        ง. การเคลื่อนที่แนวเส้นตรง
49. รถยนต์คันหนึ่งแล่นด้วยความเร็วค่าหนึ่งได้ระยะทาง 36 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที เขาขับรถ
    ด้วยอัตราเร็วเฉลี่ยเท่าไร
        ก. 5 เมตร / วินาที
        ข. 10 เมตร / วินาที
        ค. 15 เมตร / วินาที
        ง. 20 เมตร / วินาที


50. การเคลื่อนที่ของชิงช้าสวรรค์เป็นการเคลื่อนที่แบบใด
    ก. การเคลื่อนที่ในแนวตรง
    ข. การเคลื่อนที่เป็นวงกลม
    ค. การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
    ง. การเคลื่อนที่กลับไปกลับมา
51. ข้อใดที่เป็นปริมาณเวกเตอร์ทั้งหมด
        ก. แรง งาน พลังงาน
        ข. ความเร็ว ความเร่ง แรง
        ค. กระแสไฟฟ้า ความถี่ มวล
        ง. การกระจัด ความเร็ว ความดัน
ข้อความต่อไปนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 52-53 จากปัญหาที่ว่า”
กระดาษที่ขยาเป็นก้อนกับกระดาษที่เป็นแผ่นอย่างไหนจะตกถึงพื้นได้เร็วกว่ากัน”
52. ควรตรวจสอบสมมติฐานใด
        ก. รูปร่างของกระดาษมีผลต่อการตกถึงพื้นหรือไม่
        ข. ขนาดของกระดาษมีผลต่อการตกถึงพื้นหรือไม่
        ค. ความสูงของการปล่อยมีผลต่อการตกถึงพื้นหรือไม่
        ง. ชนิดและขนาดของกระดาษมีผลต่อการตกถึงพื้นหรือไม่
53. ตัวแปรต้นในการทดลองนี้คืออะไร
        ก.   ผู้ทาการทดลอง
        ข.   เวลาปล่อยกระดาษ
        ค.   รูปทรงของกระดาษ
        ง.   ระยะที่ปล่อยกระดาษ
54. การเคลื่อนที่ในข้อใดที่แตกต่างจากข้ออื่น ๆ
        ก. การหล่นของผลไม้จากต้น
        ข. การปาลูกบอลไปในสนาม
        ค. การโยนลูกบาสเกตบอลลงห่วง
        ง. การโยนลูกมะพร้าวขึ้นรถบรรทุก
55. เด็กชายกบโยนลูกบอลขึ้นในแนวดิ่งลูกบอลลอยขึ้นไปได้สูง 4
เมตรแล้วตกกลับลงมายังมือการกระจัดทั้งหมดเป็นเท่าใด
        ก. 0 เมตร
        ข. 4 เมตร
        ค. 8 เมตร
        ง. 12 เมตร
56. นักเรียนคนหนึ่งเดินทางไปทิศตะวันออก 200 เมตรแล้วเดินกลับทางเดิม 50
เมตรไปทางทิศตะวันตกระยะทางทั้งหมดที่นักเรียนคนนี้เดินได้เป็นเท่าใด
        ก. 50 เมตร
        ข. 150 เมตร
        ค. 200 เมตร
        ง. 250 เมตร
57. ยายมาเดินไปทางทิศใต้ 10 เมตรแล้วเดินต่อไปในทิศเดิมอีก 6 เมตร จงหาการกระจัดจากจุดเริ่มต้น
        ก. 4 เมตร
        ข. 8 เมตร
        ค. 10 เมตร
        ง. 12 เมตร
58. ข้อใดการกระจัดเป็นศูนย์
        ก. ทิ้งลูกบอลขึ้นไปในแนวดิ่ง ลูกบอลตกกลับสู่มือ
        ข. โยนลูกบอลขึ้นไปในแนวดิ่ง ลูกบอลตกกลับลงสู่มือ
        ค. ปาลูกบอลออกไปในแนววิถีโค้ง ลูกบอลตกห่างจากจุดเริ่มต้น 10 เมตร
        ค. ยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารโยนลูกบอลขึ้นไปในอากาศ ลูกบอลตกลงสู่พื้นดิน
59. ความเร็วกับอัตราเร็วต่างกันอย่างไร
        ก. มีหน่วยต่างกัน
        ข. มีค่าไม่เท่ากัน
        ค. ความเร็วมีทิศทาง อัตราเร็วไม่มีทิศทาง
        ง. ความเร็วเป็นปริมาณสเกลาร์ อัตราเร็วเป็นปริมาณเวกเตอร์
60. รถยนต์มีอัตราเร็ว 81 km / s มีอัตราเร็วกี่เมตรต่อวินาที
        ก. 2.25
        ข. 22.5
        ค. 135.04
        ง. 1,350.0
71. ออกแรง 20.0 นิวตัน ดึงวัตถุให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว บนพื้นเรียบได้กระกระจัด 3.0 เมตร
จงหางานที่ทาได้
    ก. 17 จูล                                     ข. 23 จูล
    ค. 60 จูล                                       ง. 120 จูล
62. พลังงานที่มีอยู่ในวัตถุอันเนื่องมาจากตาแหน่งของวัตถุ มีความหมายตรงกับข้อใด
    ก. พลังงาน                                   ข. กาลัง
    ค. พลังงานจลน์                                  ง. พลังงานศักย์
63. ข้อความใดกล่าวไม่ถูกต้อง
    ก. การเคลื่อนที่แบบเสรีของวัตถุในโลกพลังงานกลรวมย่อมมีค่าคงที่
    ข. พลังงานรวมของวัตถุจะไม่สูญหายไปไหนแต่อาจเปลี่ยนรูปได้
    ค. ผลรวมของพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ของวัตถุเรียกว่าพลังงานกลรวม
    ง. ขณะวัตถุกาลังเคลื่อนที่จะทาให้เกิดพลังงานศักย์โน้มถ่วงขึ้น
64. จากการที่เรารับประทานอาหารเข้าไป ทาให้มีพลังงานในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
    แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงพลังงานตามข้อใด
       ก. พลังงานกล พลังงานความร้อน                 ข. พลังงานเคมี พลังงานกล
        ค. พลังงานแสงสว่าง                                    ง. พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
65. ข้อใดเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
        ก. ไอน้ากลายเป็นน้า
        ข. เกลือละลายในน้า
        ค. โซเดียมคาร์บอเนตรรวมตัวกับแคลเซียมคลอไรด์
       ง. แคลเซียมคาร์ไบด์รวมตัวกับน้า
66. ค่าความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของน้าเดือดมีค่าเท่าใด
        ก. 80 cal/kg                                ข. 80 cal/g
        ค. 540 cal/kg                                   ง. 540 cal/g
67. ผลกระทบที่เกิดจากการนาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้คืออะไร
       ก. ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสูง                     ข. ผลิตกระแสไฟฟ้าได้น้อย
        ค. กากรังสีเป็นอันตรายต่อมนุษย์                 ง. ขาดวิศวกรที่มีความชานาญ
68. ในปัจจุบันเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้ากาลังขาดแคลน
นักเรียนคิดว่าประเทศไทยจะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานชนิดใดถึงจะเหมาะสมที่สุด
        ก. พลังงานแสงอาทิตย์                         ข. พลังงานลม
        ค. พลังงานจากปฏิกิริยาเคมี                      ง. พลังงานความร้อนจากใต้พิภพ
69. ข้อใดให้หลักการไม่เหมือนกับข้ออื่น
        ก. การเล่นบั้งไฟ                                ข. การเคลื่อนที่ของจรวด
        ค. การลอยของบอลลูน                              ง. การปล่อยลมออกจากลูกโป่ง
70. เมื่อแคลเซียมคาร์ไบด์ทาปฏิกิริยากับน้าจะเกิดสิ่งใดบ้าง
         ก. ก๊าชออกซิเจนกับพลังงานความร้อน ข. ก๊าชออกซิเจนกับพลังงานกล
        ค. ก๊าชอะเซทิลีนกับพลังงานความร้อน ง. ก๊าชอะเซทิลีนกับพลังงานกล
71.การทดลองที่เกิดปฏิกิริยาดูดความร้อนสังเกตได้อย่างไร
       ก. มีเปลวไฟเกิดขึ้น                     ข. เมื่อจับภาชนะจะรู้สึกเย็น
        ค. เกิดสิ่งใหม่ต่างไปจากเดิม            ง. มีการขยายตัวของภาชนะที่รองรับ
72. ข้อใดใช้อธิบายการถ่ายเทความร้อนโดยการพาได้ดีที่สุด
        ก. เอามืออังพวยกาขณะที่นากาลังเดือดแล้วรู้สึกร้อน
        ข. ขณะรีดผ้า เอามือไปโดนเตารีดจะรู้สึกร้อน
        ค. ยืนกลางแดดแล้วรู้สึกร้อน
        ง. ใช้ช้อนโลหะจุ่มลงในน้าแกงแล้วรู้สึกร้อน
73. เด็กชายแดงยกเก้าอี้จากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบนจะมีการเปลี่ยนรูปพลังงานอย่างไร
        ก. พลังงานกลเป็นพลังงานเคมี             ข. พลังงานเคมีเป็นพลังงานความร้อน
        ค. พลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล         ง. พลังงานเคมีเป็นพลังงานกล
74. ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
        ก. ผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในขดลวด           ข. กระดาษไหม้ไฟ
        ค. น้าแข็งละลาย                          ง. เกลือละลายน้า
75. พลังงานที่อยู่ในลวดสปริง เมื่อเราดึงสปริงหรืออัดลวดสปริงเรียกว่าอะไร
    ก. พลังงานจลน์เคลื่อนที่                      ข. พลังงานศักย์ยืดหยุ่น
    ค. พลังงานศักย์โน้มถ่วง                      ง. พลังงานแอบแฝง



76. ข้อความใดกล่าวไม่ถูกต้อง
    ก. การเคลื่อนที่แบบเสรีของวัตถุในโลกพลังงานกลรวมย่อมมีค่าคงที่
    ข. พลังงานรวมของวัตถุจะไม่สูญหายไปไหนแต่อาจเปลี่ยนรูปได้
    ค. ผลรวมของพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ของวัตถุเรียกว่าพลังงานกลรวม
    ง. ขณะวัตถุกาลังเคลื่อนที่จะทาให้เกิดพลังงานศักย์โน้มถ่วงขึ้น
77. เซลล์สุริยะมีการเปลี่ยนรูปพลังงานอย่างไร
       ก. พลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้า
        ข. พลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า
        ค. พลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า
        ง. พลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า
78. ข้อใดเกิดจากสิ่งเหลือใช้จากการเกษตรแล้วนากลับไปใช้ใหม่
        ก. ถ่านหิน                            ข. น้ามัน
        ค. ก๊าชธรรมชาติ                          ง. ก๊าชชีวภาพ
79. ข้อใดใช้อธิบายการถ่ายเทความร้อนโดยการพาได้ดีที่สุด
        ก. เอามืออังพวยกาขณะที่นากาลังเดือดแล้วรู้สึกร้อน
        ข. ขณะรีดผ้า เอามือไปโดนเตารีดจะรู้สึกร้อน
        ค. ยืนกลางแดดแล้วรู้สึกร้อน
        ง. ใช้ช้อนโลหะจุ่มลงในน้าแกงแล้วรู้สึกร้อน
80. พลังงานกลรวม มีความหมายถึงอะไร
        ก. ผลรวมของพลังงานศักย์และพลังงานกล
        ข. ผลรวมของพลังงานทั้งหมดในระบบ
        ค. ผลรวมของแรงต่างๆ ที่ใช้ในระบบ
       ง. ผลรวมของกาลังที่ใช้ในการทางาน
81. ข้อใดเป็นความหมายของบรรยากาศ
        ก. อากาศที่อยู่บริเวณจุดใดจุดหนึ่ง
        ข. อากาศที่ล้อมรอบตัวเราและของโลก
        ค. อากาศที่บริสุทธิ์ไม่มีสารพิษเจือปน
        ง. อากาศที่อยู่ในระดับความสูง 50 กม.ขึ้นไป



82.ถ้าโลกเราไม่มีอากาศห่อหุ้ม อุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนจะเป็นอย่างไร
         ก. อุณหภูมิช่วงกลางวันสูงมาก ช่วงกลางคืนต่ามาก
         ข. อุณหภูมิช่วงกลางวันและช่วงกลางคืนเท่ากัน
         ค. อุณหภูมิช่วงกลางวันต่ามาก ช่วงกลางคืนสูงมาก
         ง. อุณหภูมิช่วงกลางวันและช่วงกลางคืนคงที่
83.อากาศที่อยู่รอบตัวเราโดยปกติจัดเป็นอากาศแบบใด
         ก. อากาศแห้ง
         ข. อากาศชื้น
         ค. อากาศที่มีแก๊สไฮโดรเจนมากที่สุด
         ง. อากาศที่มีแก๊สออกซิเจนมาก
84.รังสีอัลตราไวโอเลตมีผลต่อร่างกายมนุษย์อย่างไร
         ก. ทาให้ผิวหนังแข็งแรง
         ข. ผิวหนังจะมีสีซีดลง
         ค. ผิวหนังจะเหี่ยวย่น
         ง. เป็นมะเร็งที่ผิวหนัง
85.การทานายสภาพของบรรยากาศล่วงหน้าคืออะไร
         ก. การตรวจสอบอากาศ
         ข. การพยากรณ์อากาศ
         ค. การวัดทัศนวิสัย
         ง. การวัดอุณหภูมิของอากาศ
86.บรรยากาศชั้นใดมีการเปลี่ยนแปลงของอากาศมากที่สุด
         ก. สตราโตสเฟียร์
         ข. โทรโพสเฟียร์
         ค. เทอร์โมสเฟียร์
           ง. มีโซสเฟียร์
87.   ชั้นโอโซนเป็นชั้นที่มีระยะความสูงของพื้นโลกประมาณเท่าไร
           ก. 10-50 กิโลเมตร
           ข. 50-100 กิโลเมตร
           ค. 80-600 กิโลเมตร
           ง. 600 กิโลเมตรขึ้นไป
88.   แก๊สโอโซนมีประโยชน์อย่างไร
           ก. ช่วยลดปริมาณสารพิษในอากาศ
           ข. ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลต
           ค. ช่วยเพิ่มปริมาณแก๊สออกซิเจน
           ง. ช่วยให้อากาศสดชื่น
89.   สาร CFC ประกอบด้วยธาตุใดตามลาดับ
           ก. คลอรีน ฟลูออรีน คาร์บอน
           ข. คลอรีน ฟอสฟอรัส แคดเมียม
           ค. คาร์บอน ฟลูออรีน คลอรีน
           ง. คาร์บอน ฟอสฟอรัส แคดเมียม
90.   ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
           ก. ตรวจวัดระดับเมฆและติดตามลักษณะของเมฆ
           ข. ตรวจการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์
           ค. บอกข้อมูลอุณหภูมิต่างๆ บนพื้นโลก
           ง. หาอุณหภูมิของชั้นบรรยากาศ
91.   ดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกส่วนใหญ่โคจรด้วยความเร็วตรงกับข้อใด
           ก. เท่ากับความเร็วโคจรรอบโลก
           ข. น้อยกว่าความเร็วโคจรรอบโลก
           ค. มากกว่าความเร็วโคจรรอบโลก
           ง. ความเร็วเท่าใดก็ได้แล้วแต่ผู้ออกแบบ
92.   จากรูปที่เป็นเส้นคดไปคดมาในแผนที่อากาศคือข้อใด
           ก. เส้นแสดงแม่น้า
           ข. เส้นแบ่งเขตอุณหภูมิ
           ค. เส้นแสดงความกดอากาศ
           ง. เส้นแสดงทิศทางที่ลมพัด
93. ข้อใดมีความสัมพันธ์กัน
        ก. ไฮโดรมิเตอร์– วัดอุณหภูมิ
        ข. แอลติมิเตอร์– บอกความสูง
        ค. ศรลม – วัดความเร็วลม
        ง. อะมิโนมิเตอร์– วัดความกดอากาศ

94. ห้องประชุมแห่งหนึ่งกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร สูง 2 เมตร มีมวลอากาศบรรจุอยู่ 200 กิโลกรัม
ความหนาแน่นของอากาศในห้องนี้มีค่าเท่าใด
                       2
          ก. 0.40 kg/m
                       3
          ข. 0.96 kg/m
                       3
          ค. 1.04 kg/m
                       3
           ง. 2.02 kg/m
95.   ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับแรงดันอากาศ
           ก. การติดสติ๊กเกอร์รูปนกที่กระจกรถยนต์
           ข. การสูบหมึกของปากกาหมึกซึม
           ค. การถ่ายเทน้าโดยวิธีกาลักน้า
           ง. การดูดน้าในแก้วโดยใช้หลอดกาแฟ
96.   ข้อใด ไม่ใช่การทดลองที่แสดงว่ามีไอน้าอยู่ในอากาศ
           ก. เอาน้าแข็งใส่แก้วตั้งทิ้งไว้สักครู่จะมีหยดน้ามาเกาะรอบๆ แก้ว
           ข. เอาครอบแก้วครอบต้นไม้แล้วมีไอน้าเกาะที่ผิวแก้วด้านใน
           ค. นาเกลือใส่ถ้วยทิ้งไว้ 1 คืน เกลือจะชื้น
           ง. นาจุนสีสะตุตั้งทิ้งไว้ในอากาศ สีขาวจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
97.   แก๊สที่มีมากที่สุดในอากาศคือข้อใด
           ก. ออกซิเจน
           ข. คาร์บอนไดออกไซด์
           ค. อาร์กอน
           ง. ไนโตรเจน
98.   เครื่องมือวัดความกดอากาศคือข้อใด
          ก. ไฮโดรมิเตอร์
          ข. บารอมิเตอร์
        ค. เทอร์มอมิเตอร์
        ง. แอลติมิเตอร์



99. ณ อุณหภูมิหนึ่งอากาศอิ่มตัวด้วยไอน้ามีค่าเท่ากับ 150 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่มีไอน้าอยู่จริง 60
กรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยากทราบว่าอากาศขณะนั้นมีค่าความชื้นสัมพัทธ์เท่าใด
        ก. ร้อยละ 10
        ข. ร้อยละ 25
        ค. ร้อยละ 40
        ง. ร้อยละ 90
100. ในประเทศไทยพายุฝนฟ้าคะนองก่อตัวได้มากในช่วงใด
        ก. ธันวาคม-กุมภาพันธ์
        ข. มีนาคม-พฤษภาคม
        ค. พฤษภาคม-กรกฎาคม
        ง. กรกฎาคม-กันยายน
        เฉลยแบบทดสอบสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

1. ง                23. ง                    44. ก                     65. ค
2. ค                24. ง                    45. ข                     66. ง
3. ข                25. ข                    46. ก                     67. ค
4. ก                                         47. ค                     68. ก
5. ก                26. ก                    48. ค                     69. ค
6. ง                27. ก                    49. ง                     70. ค
7. ก                28. ข                    50. ข                     71. ข
8. ข                29. ง                                              72. ก
9. ค                30. ง                    51. ข                     73. ก
10. ง               31. ง                    52. ก                     74. ข
11. ค               32. ข                    53. ค                     75. ง
12. ค               33. ค                    54. ก
13. ง               34. ค                    55. ก
14. ข               35. ข                    56. ง                     76. ง
15. ง               36. ง                    57. ข                     77. ข
16. ข               37. ก                    58. ข                     78. ง
17. ข               38. ก                    59. ค                     79. ก
18. ค               39. ข                    60. ข                     80. ก
19. ข               40. ง                    61. ค                     81. ข
20. ง               41. ก                    62. ง                     82. ก
21. ข               42. ง                    63. ง                     83. ค
22. ค               43. ก                    64. ง                     84. ง
                                                                       85. ข
86. ข
87. ก
88. ข
89. ค
90. ข
91. ก
92. ก
93. ข
94. ค
95. ก
96. ข
97. ง
98. ข
99. ค
100.ข

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Tags: test, exam, chemical
Stats:
views:3591
posted:3/10/2011
language:Thai
pages:15
Description: ข้อม. 1 ต่อ 31. ถ้าสาร X เป็นสารเนื้อเดียวแล้ว สาร X มีสมบัติตรงกับข้อใด ก. มีสถานะเดียวไม่มีสี ข. ประกอบด้วยสารอย่างเดียว ค. เนื้อของสาร X มีลักษณะโปร่งใส ง. เนื้อสารทุกสัดส่วนมีสมบัติเหมือนกัน 32. ข้อใดกล่าวถึงสารเนื้อผสมได้ถูกต้องที่สุด ก. มีหลายสถานะลักษณะใสไม่มีสี ข. ทุกสัดส่วนมีสมบัติไม่เหมือนกัน ค. เป็นไปได้ทั้งสารบริสุทธิ์และสารละลาย ง. มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดที่จุดเดียวกัน