Docstoc

การถือศีลอดในทัศนะทางการแพทย์

Document Sample
การถือศีลอดในทัศนะทางการแพทย์ Powered By Docstoc
					                          การถือศีลอดในทัศนะทางการแพทย์
                                            ุ ั
                             โดย นายแพทย์มหมมัดดาวูด อับดุลลอฮฺ
                                    คลีนิกอัช-ชิฟาอ์ ยะลา



                                                1428 / 2007


อธิ บายทัศนะทางการแพทย์เกี่ ยวกับการถื อศีลอดว่ามีผลดีผลเสียและวิทยปั ญญาอย่างไรบ้ าง
  ้                  ั                ู
ทังนี ้ได้ นาผลการวิจยทางการแพทย์พิสจน์ถึงความสอดคล้ องของบทบัญญัติอิ สลามในด้ านการถือ
                              ่               ่
ศีลอดกับปฏิกิริยาทางร่างกายซึงก่อให้ เกิดผลดีตอผู้ถือศีลอดมากกว่าให้ ผลเสีย


         อัลลอฮฺได้ ตรัสไว้ ในสูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 183 ว่า

            ‫ك‬                  َّ           ُ       ‫َ كن ِّ م‬               ‫ٌ ك‬           َّ ‫َي‬
          ِ‫«يَا أُّهَا الرِييَ آهَُىا ُتِبَ عَليِ ُ ُ الصِيَا ُ كَوَا كتِبَ عَلَى الرِييَ هِيِ قَبِلِ ُن‬
                                                                       ‫َلك تَّق‬
                                                      )381/‫َلع َّ ُنِ َت ُىىَ» (البقسة‬
          มี ใ จ ค ว า ม ว่ า “โ อ้ บ ร ร ด า ผู้ ศ รั ท ธ า เ อ๋ ย
          ก า ร ถื อ ศี ล อ ด ไ ด้ ถู ก บั ญ ญั ติ แ ก่ พ ว ก เ จ้ า
          ดั ง เ ช่ น ไ ด้ ถู ก บั ญ ญั ติ แ ก่ ป ร ะ ช า ช า ติ ก่ อ น เ จ้ า
          เพื่อว่ าพวกเจ้ าจะได้ ยาเกรง” ( 2/381 )

          การถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน เป็ นอิบาดะฮฺเฉพาะอย่างหนึ่ง ได้ ถูกบัญญัติลงมาใน
เ ดื อ น ช ะ อฺ บ า น ปี ที่ 2 แ ห่ ง ฮิ จ ญ์ เ ร า ะ ฮฺ ศั ก ร า ช
เป็ นอิ บ าดะฮฺ ที่ เ น้ นการงานทางด้ านจิ ต วิ ญ ญาณเป็ นส าคั ญ คื อ ให้ คนรู้ จั ก ความอดทน
อ ด ก ลั ้น ห รื อ ล ะ เ ว้ น จ า ก ก า ร กิ น ก า ร ดื่ ม ก า ร ร่ ว ม ร ส ร ะ ห ว่ า ง ส า มี ภ ร ร ย า
                                                                  ้
รวมถึง การกระทาในสิ่ งที่ ไร้ สาระหรื อขัดต่อคุณธรรม เริ่ ม ตังแต่รุ่ง อรุ ณจนถึง ตะวันลับขอบฟ า       ้
                                    ั
ด้ วยเจตนา(เนียต)เพื่อพระองค์อลลอฮฺเท่านัน     ้
          ก า ร ถื อ ศี ล อ ด                                    มิ ใ ช่ ค ว า ม อ ด อ ย า ก
เ พ ร า ะ ก า ร ถื อ ศี ล อ ด มี จุ ด ม่ ง ห ม า ย แ ล ะ ห ลั ก ป ฏิ บั ติ อ ย่ า ง ชั ด เ จ น
มุ อ์ มิ น ผู้ ศ รั ท ธ า เ ชื่ อ ว่ า จ ะ ต้ อ ง มี หิ ก ม ะ ฮฺ ( เ ค ล็ ด ลั บ ) อ ย่ า ง แ น่ น อ น เ ช่ น
ส านัก การแพทย์ ธ รรมชาติ บ าบัด ที่ เ น้ นการบ าบัด รั ก ษาโรคด้ ว ยวิ ธี ก ารอดอาหารเป็ นหลัก
ใ น โ อ ก า ส นี ้ จ ะ ข อ อ ธิ บ า ย ถึ ง ห ลั ก ก า ร บ า ง อ ย่ า ง ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ถื อ ศี ล อ ด ว่ า
มีความสอดคล้ องหรือขัดต่ อหลักวิชาการแพทย์ อย่ างไรหรือไม่ เป็ นพอสังเขป ดังนี ้

1. ระยะเวลาการถือศีลอด
          ก า ร ถื อ ศี ล อ ด เ ร า ะ ม ะ ฎ อ น ห รื อ ถื อ ศี ล อ ด สุ นั ต ก็ ดี
จะใช้ ระยะเวลาในการละเว้ นจากสิ่ ง ต้ องห้ ามโดยเฉลี่ ย ประมาณ 13 ชั่ ว โมงต่ อ วั น
ซึ่ ง โ ด ย ป ก ติ เ ร า ทุ ก ค น มี ก า ร อ ด อ า ห า ร อ ยู่ แ ล้ ว ค รั ้ ง ล ะ 1 0 -1 2 ชั่ ว โ ม ง
คือหลังอาหารเย็น (ค่า)จนถึงการกิ นอาหารในวันเช้ าใหม่และในการตรวจวินิจ ฉัยโรคบาอย่าง
เช่ น กา รเ จา ะเ ลื อ ดผู้ ป่ ว ยก็ ต้ อ ง อ ดอ าห าร เป็ นร ะย ะเ วล า 10 -12 ชั่ ว โ มง เช่ น กั น
       ้                                             ั                            ั
ดังนันจะเห็นว่าระยะเวลาของการถือศีลอดไม่ขดต่อหลักการตามธรรมชาติที่อลลอฮฺกาหนด(สุนนะ
ตุ ล ล อ ฮฺ ) ห รื อ ห ลั ก ท า ง ก า ร แ พ ท ย์ แ ต่ อ ย่ า ง ใ ด
แ ต่ จ ะ มี ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง กั น อ ยู่ ที่ ช่ ว ง เ ว ล า ก ล า ง วั น ห รื อ ก ล า ง คื น
ซึ่ ง ก า ร ถื อ ศี ล อ ด ยึ ด เ อ า ช่ ว ง เ ว ล า ก ล า ง วั น เ ป็ น ห ลั ก
            ุ
ก็เพราะมีจดประสงค์ที่มากกว่าการอดอาหารทัวไปนันอง   ่     ้

2. การเปลี่ยนแปลงในร่ างกาย
          การถือศีลอดจะทาให้ ร่างกายต้ องขาดพลังงานจากสารอาหารและต้ องสูญเสียน ้าจากการ
                                                  ้                         ้
ขับถ่ายออกจากร่ างกาย การสูญเสียนามากกว่า 2% ของนาหนักตัวจะทาให้ ร้ ู สึกกระหายนา                                ้
                           ้
และเมื่ อระดั บ ในน า ตาลกลู โ คสในกระแสเลื อดและเซลล์ ล ดลง ก็ จะท าให้ รู้ สึ ก หิ ว
  ่                                                                   ่
ซึงจะเกิดอาการหลังจากการอดไปแล้ วประมาน 6 - 12 ชัวโมง ซึงเรี ยกนี ้ว่าระยะหิวโหย่
          ระดับน ้าตาลกลลูโคสและน ้าลดที่ลดลงจะกระตุ้นเซลล์ประสาท(นิวรอน)บริ เวณฮัยโปทาล
ามัส (Hypothalamus)ซึ่ง จะท าหน้ า ที่ เ ป็ นศู น ย์ ค วบคุม ความหิ ว ศูน ย์ อิ่ ม และศูน ย์ ก ระหายน า        ้
                                                                              ่
สาหรับคนที่มีร่างกายปกติมีเจตนาอย่างแน่วแน่และมีความเชื่อมันต่อบทบัญญัติของอัลลอฮฺแน่น
อ น จ ะ ไ ม่ ท า ใ ห้ เ ข า ถึ ง ขั ้น มี อ า ก า ร ห น้ า มื ด ห รื อ ห ม ด ส ติ ไ ป เ พ ร า ะ ร ะ บ บ ต่ า ง ๆ
ในร่างกายจะช่วยประสานงานกันโดยอัตโนมัตเิ พื่อที่จะรักษาสมดุลให้ เกิดขึ ้นในร่างกาย
          ในระยะแรกร่างกายจะเริ่มมีการสลายพลังงานในรูปของไกลโคเจนที่เก็บสะสมไว้ ในตับแล
ะ               ก                ล้                 า              ม                เ            นื ้          อ
โดยมีฮอร์ โมนกลูกากอนจากตับอ่อนมาช่วยในปฏิกิริยาเคมีนี ้จะได้ น ้าตาลกลูโคสเพื่อนาไปใช้ เป็ น
พ ลั ง ง า น ต่ อ ไ ป ส่ ว น ต่ อ ม ห ม ว ก ไ ต (Adrenal                          Gland)ใ น ส่ ว น ใ น (Medulla)
ก็ จ ะ ถู ก ก ร ะ ตุ้ น ใ ห้ ห ลั่ ง เ อ พิ เ น ฟ ริ น (            Epinephrine       )เ พิ่ ม ม า ก ขึ ้น
และมีผลทาให้ เซลล์อื่นๆใช้ พลังงานลดน้ อยลงด้ วย
           ถ้ า พ ลั ง ง า น ที่ ไ ด้ รั บ จ า ก ก า ร ส ล า ย ไ ก ล โ ค เ จ น ไ ม่ เ พี ย ง พ อ
ก็ จ ะ ส ล า ย พ ลั ง ง า น ส า ร อ ง ใ น รู ป ข อ ง ไ ข มั น
  ่
ซึงกรดไขมันอิสระออกมาสู่กระแสเลือดและจะถูกเปลี่ยนไปเป็ นกลูโคสเพื่อนาไปใช้ เป็ นพลังงานต่
อ ไ ป ส่ ว น ก า ร รั ก ษ า ดุ ล น ้า แ ล ะ เ ก ลื อ แ ร่ ก็ เ ป็ น ห น้ า ที่ ข อ ง  Hypothalamus
เช่ น กั น ที่ จ ะกระตุ้ นให้ ต่ อ มใต้ สมองได้ หลั่ ง ฮอรโมน Vasopressin            หรื อ         ADH
จะมีผลทาให้ ไตมีการดูดซึมน ้ากลับมาใช้ เพิ่มมากขึ ้นจึงทาให้ ปัสสาวะน้ อยลงและมีสีเข้ มมากกว่า
               ้
           ทังหมดนี ้แสดงให้ เห็นว่าอัลลอฮฺทรงรอบรู้ยิ่งเกี่ยวกับการทางานของระบบต่างๆในร่างกาย
ของมนุษย์และพระองค์ก็ได้ กาชับให้ เราศึกษาเกี่ยวกับตัวของเราเอง ดังคาตรัสของอัลลอฮฺ
                                        ‫تِ س‬            ُ ُ
                      )23/‫«وَفِي أًَِفسِكنِ أَفَال ُبصِ ُوىَ» (الرازيات‬
           ความว่า : "และในตัว ของพวกเจ้ า พวกเจ้ า ไม่ เ ห็ น อะไรดอกหรื อ ?” (อัซ -
           ซารี ยาต 51 : 21)

3. การละศีลอด
                        ุ ั
            ท่านนบีมหมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ แนะนาวิธีการละศีลอดไว้ อย่างไร?
            เ       มื่     อ        เ     ว      ล       า         ล       ะ      ศี          ล      อ      ด
อิสลามให้ เรารี บละศีลอดก่อนที่จะดารงการละหมาดและแนะนาให้ ละศีลอดด้ วยลูกอินทผลัมหรื อ
        ้
ด้ วยนา มีรายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า “ปรากฏว่ าท่ านนบี
ศ็อลลั ล ลอฮฺ อะลั ย ฮิ วะสั ลลั ม ละศี ลอดด้ ว ยอิ นทผลั ม ที่สุ ก งอมก่ อนที่ จ ะไปละหมาด
ถ้ า ไ ม่ มี อิ น ท ผ ลั ม ที่ สุ ก ง อ ม ก็ จ ะ แ ก้ ด้ ว ย อิ น ท ผ ลั ม ที่ แ ห้ ง
ถ้ าหากไม่ มีอินทผลัมที่แห้ งก็จะจิบนาหลายจิบ ” (บันทึกโดย อะหมัด, อบู ดาวูด, อิบนุ
                                               ้
    ั
คุซยมะฮฺ และอัต-ติรมิซีย์)
            ในลู ก อิ น ทผลั ม มี อ ะไรหรื อ ? จากการวิ จัย ทางด้ านโภชนาการท าให้ เราทราบว่ า
                                       ้                   ้                     ้
ในลู ก อิ น ทผลั ม ที่ สุ ก งอมนั น ประกอบด้ วย น า ตาลฟรุ กโตส น า วิ ต ามิ น และแร่ ธาตุ
                    ้
โดยเฉพาะน า ตาลฟ รุ กโตสจั ด เป็ นสารอาหารที่ ให้ พลั ง ง านแก่ ร ร่ าง กายชนิ ด หนึ่ ง
มี ก ารดู ด ซึ ม บริ เวณล าไส้ เล็ ก โดยวิ ธี Facilitate                diffusion ซึ่ ง ไม่ ต้ องใช้ พลั ง งาน
          ้                                          ้
ส่ ว น น า ต า ล ก ลู โ ค ส แ ล ะ ก า แ ล ก โ ต ส นั น จ ะ ดู ด ซึ ม แ บ บ Secondary                    Active
  ่               ้
ซึงต้ องอาศัยทังตัวพาและพลังงาน
                   ้
           ดั ง นั น ใ น ส ภ า ว ะ ที่ ร่ า ง ก า ย ก า ลั ง อ่ อ น เ พ ลี ย จ า ก ก า ร ข า ด พ ลั ง ง า น แ ล ะ น า ้
ลู ก อิ น ทผลั ม น่ า จะเป็ นผลไม้ ที่ ดี ช นิ ด หนึ่ ง ส าหรั บ ผู้ ที่ ถื อศี ล อด ส่ ว นผลไ ม้ ชนิ ด อื่ น ๆ
ที่มีรสหวานก็สามารถทานได้ (แต่ไม่ใช่ซุนนะฮฺ)
           ในทางตรงกันข้ ามถ้ าละศีลอดด้ วยน ้าเย็นหรื ออาหารหนักและอิ่มมากจนเกินไปก่อนจะไป
ล ะ ห ม า ด แ ท น ที่ เ ร า จ ะ ไ ด้ พ ลั ง ง า น ก ลั บ คื น ม า อ ย่ า ง เ ร็ ว
เรากลับต้ องเสียพลังงานไปเนื่องจากเลือดจะถูกส่งไปยังกระเพาะอาหารและลาไส้ เพิ่มมากขึน                                ้
                       ้
ทาให้ เ ลื อดไปเลี ยงสมองน้ อยลง(สมองต้ องการนาตาลกลูโคสประมาณ 40 % จากทัง หมด)                               ้
จึ ง ท า ใ ห้ มี อ า ก า ร มึ น ง ง เ วี ย น ศ รี ษ ะ อ่ อ น เ พ ลี ย แ น่ น ห น้ า อ ก แ ล ะ ง่ ว ง ซึ ม ไ ด้
      ้
ดังนันในขณะที่แก้ ศีลอดท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ กล่าวคาดุอาอ์วา                   ่
                       ‫ذهب الظوأ وابتلت العسوق وثبت األجس إى شاء اهلل‬
            ค ว า ม ว่ า " ค ว า ม ก ร ะ ห า ย น ้ า ไ ด้ สู ญ ห า ย แ ล้ ว
            เส้ นโลหิ ต ได้ ชุ่ มชื่ นและจะ ได้ รั บการตอบแทนอย่ างแน่ นอน
            อินชาอัลลอฮฺ” (อบู ดาวูด, อัล-บัยฮะกีย์ และอัล-หากิม)

4. จุดประสงค์ ของการถือศีลอด
           ม นุ ษ ย์ อ า จ จ ะ มี ฐ า น ะ ที่ สู ง ส่ ง ห รื อ ต่ า ต้ อ ย ก ว่ า สั ต ว์ เ ด รั จ ฉ า น ก็ ไ ด้
ขึ ้นอยู่กับความศรัทธาและอิบาดะฮฺของเขาต่ออัลลอฮฺประกอบกับความสามารถในการใช้ สติปัญ
ญ า แ ล ะ จิ ต ส า นึ ก เ พื่ อ เ อ า ช น ะ อ า ร ม ณ์ ใ ฝ่ ต่ า ห รื อ กิ เ ล ส ไ ด้
จะต้ องผ่านการฝึ กอบรมเป็ นการพิเศษอย่ างต่อเนื่องกับปั จจัยที่มีความสาคัญสาหรับชีวิตโดยมีเป                   ้
             ั
าหมายที่ชดเจน เช่นการถือศีลอดเราะมะฎอน
                                                 ้
           ทาไมเราจะต้ องอดน ้าอดอาหารทังๆ ที่ร้ ู ว่าเป็ นสิ่งจาเป็ นต่อการดารงชีวิต โดยปกติแล้ ว
เ ป็ น สิ่ ง ที่ ไ ด้ อ นุ มั ติ ( ห ะ ล า ล ) ส า ห รั บ ม นุ ษ ย์
รวมถึงการหลับนอนร่วมรสระหว่างสามีภรรยาในเวลากลางวันต้ องกลับมาเป็ นสิ่งที่ต้องห้ ามในเดือ
นเราะมะฎอน
           ค า ต อ บ ก็ คื อ เ พื่ อ พิ สู จ น์ ค ว า ม เ ป็ น ผู้ ศ รั ท ธ า ที่ แ ท้ จ ริ ง
เ พื่ อ แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ว่ า ค ว า ม รู้ สึ ก หิ ว โ ห ย ห รื อ อ า ร ม ณ์
ใฝ่ ต่าเขาสามารถควบคุมได้ ซึ่งต่างกับสัตว์เดรฉานที่พร้ อมจะสนองตอบอารมณ์อยากใคร่ของมันไ
     ุ          ้
ด้ ทกเมื่อดังนันเมื่อเดือนเราะมะฎอนสิ ้นสุดแล้ วจะมีการเฉลิมฉลองความสาเร็ จที่เรี ยกว่าอี ดลฟิ ฏร์      ุ
คื อ เ ฉ ลิ ม ฉ ล อ ง ก า ร มี ใ จ ที่ บ ริ สุ ท ธิ์ เ ข้ ม แ ข็ ง
หลุดพ้ นจากการครอกงาของของฮาวานัฟสูหรื อชัยฏอนนันเอง            ่
         ดั ง นั ้ น ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต ข อ ง มุ อฺ มิ น ทุ ก ค น ห ลั ง จ า ก เ ร า ะ ม ะ ฎ อ น แ ล้ ว
จะเปรี ยบเสมื อ นชี วิ ต ของคนที่ ใ นส ภาวะการถื อ ศี ล อดตลอดไป เขาจะต้ องอดกลั น                       ้
                                                                 ่
ละเว้ นจากการกระทาในสิ่งที่เป็ นหะรอม(ทุจริ ต คอรัปชัน คดโกง รับสินบน รับส่วย กินดอกเบี ้ย
เป็ นต้ น) และต้ องห่ า งไกลจากการกระท าซิ น า ได้ อย่ า งง่ า ยดายด้ วยความภาคภู มิ ใ จ
เ พ ร า ะ เ ข า ไ ด้ บ ร ร ลุ ถึ ง ขั ้ น อั ล -มุ ต ต ะ กี น ( ผู้ ย า เ ก ร ง ผู้ ส า ร ว ม ) นั่ น เ อ ง
  ่                      ่
ซึงอัลลออฮฺได้ ให้ คามันสัญญาว่า
                                                 َّ‫و‬         ‫ًِ َ َبل َّه‬
                              )22/‫«إَّوَا َيتقَّ ُ الل ُ هِيَ الْ ُتقِنيَ» (املائدة‬
                                                                   ั              ้
            ความว่า “แท้ จริ งอัลลอฮฺจะทรงรับงานของผู้ตกวาเท่านัน ” (อัล -มาอิดะฮฺ 5
            :27)

5. บทสรุป
                                                                                                                       ้
             จ า ก ค า อ ธิ บ า ย โ ด ย ย่ อ ๆ ข้ า ง ต้ น พ อ จ ะ ส รุ ป ไ ด้ ว่ า แ ท้ จ ริ ง ก า ร ถื อ ศี ล อ ด นั น
ไม่ขัดต่อหลักการแพทย์ แต่อย่างใด เพราะคุณสมบัติบางประการของผู้ที่ถือ ศีลอดนันต้ องเป็ น                     ้
มุ อ์ มิ น ที่ มี สุ ข ภาพ ดี และมิ ใ ช่ ผ้ ู ที่ มี อุ ป สรร คบาง อย่ า ง (ดู ร ายละเอี ยดในวิ ช าฟิ กฮฺ )
ส่ ว น บุ ค ค ล ที่ มี อุ ป ส ร ร ค จ ริ ง ๆ
จะได้ รับการผ่อนผันหรื อยกเว้ นจากการถือศีลอดโดยบุคคลกลุ่มหนึ่งจะต้ องถือศีลอดใช้ และกลุ่มห
                                    ่
นึ่งต้ องจ่ายฟิ ดยะฮฺแทน นันก็เป็ นเพราะความเมตตาและรอบรู้ของอัลลลอฮฺเกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี
กลไกการทางานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมนุษย์นนเอง                 ั้
                                                                               ั้
             แน่นอนมิใช่ความประสงค์ของอัลลลอฮฺหากว่าอิบาดะฮฺนนจะนาไปสู่ความสูญเสีย(ทาให้ เ
กิ ด โรค)แก่ บ่า วของพระองค์ มี นัก วิ ช าการอเมริ ก าคนหนึ่ง ชื่ อ นายแพทย์ Allan                                 Cott
ได้ เขี ย นหนั ง สื อ เล่ ม หนึ่ ง ชื่ อ ว่ า            “ Why       Fast?”              (ท าไม่ ต้ องถื อ ศี ล อด)
   ่                        ั
ซึงเป็ นผลจากการวิจยของเขาจากหลายๆ ประเทศ เขาได้ สรุปถึงเคล็ดลับของการถือ ศีลอดไว้ 10
ข้ อ ดังนี ้
             1.         to feel better physically and mentally
                                      ึ      ุ
                        = ทาให้ ร้ ูสกว่ามีสขภาพและจิตใจที่ดีขึ ้น
             2.         to look and feel younger
                                                   ึ
                        = ทาให้ มองเห็นและรู้สกอ่อนเยาว์ขึ ้น
             3.         to clean out the body
                        = ทาให้ ร่างกายสะอาดสะอ้ าน
             4.         to lower blood pressure and cholesterol levels
                        = ช่วยลดความดันโลหิตสูง และระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
        5.         to get more out of sex
                                         ึ
                   = ช่วยลดความรู้สกอารมณ์ใคร่ (เซ็กส์)
            6.     to let the body health itself
                   = ช่วยให้ ร่างกายบาบัดตนเอง
            7.     to relieve the tension
                   = ช่วยลดความตรึงเครี ยด
            8.     to sharp the sense
                   = ช่วยให้ สติปัญญาเฉียบแหลม
            9.     to again control of ourselves
                   = ทาให้ สามารถควบคุมตนเองได้
            10. to slow the aging process
                   = ช่วยชะลอความชรา
                                 ั                 ุ ั
            นอกจากหิกมะฮฺดงกล่าวแล้ ว ท่านนบีมหมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ยังกล่าวไว้
มี ใ จ ค ว า ม “แ ด่ ผู้ ถื อ ศี ล อ ด นั ้ น เ ข า จ ะ ไ ด้ รั บ ค ว า ม สุ ข ส อ ง ป ร ะ ก า ร คื อ
ค ว า ม สุ ข เ มื่ อ ถึ ง ย า ม ล ะ ศี ล อ ด
แ ล ะ จ ะ มี ค ว า ม สุ ข เ มื่ อ ไ ด้ พ บ กั บ ผู้ อ ภิ บ า ล ข อ ง เ ข า ( ใ น วั น กี ย า มั ต ) ”
พ ร้ อมกั บ ราง วั ล ที่ สู ง สุ ด คื อ สวนสวรรค์ ซึ่ ง เขาจะเดิ น เข้ าทาง ประตู อั ร -ร็ อยยา น
                                                                            ้
ที่ได้ สร้ างเฉพาะแก่บรรดาผู้ที่ถือศีลอดด้ วยความสุจริตใจต่ออัลลอฮฺเท่านัน ...

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:75
posted:3/6/2011
language:Thai
pages:6
Description: อธิบายทัศนะทางการแพทย์เกี่ยวกับการถือศีลอดว่ามีผลดีผลเสียและวิทยปัญญาอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ได้นำผลการวิจัยทางการแพทย์พิสูจน์ถึงความสอดคล้องของบทบัญญัติอิสลามในด้านการถือศีลอดกับปฏิกิริยาทางร่างกายซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อผู้ถือศีลอดมากกว่าให้ผลเสีย