Docstoc

(FDI)

Document Sample
(FDI) Powered By Docstoc
					จีนกับสงครามแย่งเงินลงทุนต่างชาติ (Foreign Direct Investment: FDI)

                                                                                                     ชาญ สิริมนตาภรณ์
                                                                                                      ึ
                                                                                    ผู้อานวยการศูนย์ศกษาธุรกิจไทย-จีน
                                                                                             มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย



                                การไหลเข้าของเงินลงทุนต่างชาติ (FDI)
                                                                                               พัน ล้าน USD
                                                                                                          80

                                                                                                          70
                                                                                     จีน                  60

                                                                                                          50
                                                                              เอเชีย                      40
                                                                            ตะวันออก
                                                                                                          30
                                                                             เฉียงใต้
                                                                                                          20
                                                                                           อินเดีย
                                                                                                          10

                                                                                                       0
           1990                         1995                         2000                         2005 ปี




                                           ่
            การที่จีนมีบรรยากาศการลงทุนทีสดใส แรงงานราคาถูกมากมาย
พร้อมทั้งสิทธิพิเศษที่รัฐบาลจีนเสนอให้นักลงทุนต่างชาติ เช่น ระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้
            ิ                                                 ้
การให้ที่ดนราคาถูกในนิคมอุตสาหกรรม หรือกระทั่งการให้เงินกูดอกเบี้ยต่่ามากๆในช่วงสองปีแรกของการลงทุน
ท่าให้เงินลงทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้าจีนตลอดทุกปีในระยะกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
          ั                       ้
แต่ปัจจุบนรัศมีของจีนเริ่มจะมีผู้กาวขึ้นมาบดบังแล้ว
ประเทศในกลุ่มอาเซียนต่างพยายามอย่างหนักที่จะดึงเงินลงทุนแข่งกับจีนมาตลอดในช่วงที่ผ่านมาแต่พระเอกที่มาแรงในช่วง2ปีนี้
ในกลุ่มอาเซียนคือ เวียตนาม อีกประเทศหนึ่งที่เข้ามาเป็นตัวเลือกคืออินเดียที่มีประชากรมากเป็นรองเพียงจีนเท่านั้น
                                                                      ั
สงครามการแย่งเงินลงทุนต่างชาติและการเสนอตัวเป็นฐานการผลิตให้บริษทตะวันตกก็ระอุขึ้น
โดยปัจจัยในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนที่ส่าคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
หลายๆบริษัทเริ่มเห็นว่าการลงทุนในจีนมากๆทีเ่ ดียวอาจจะไม่ปลอดภัยนัก จึงต้องเริ่มมองหาฐานอื่นๆเพื่อกระจายความเสี่ยงด้วย

อย่าวางไข่ไก่ทั้งหมดที่มีลงในตะกร้าใบเดียว (Do not               put all eggs in one basket)

             การที่จีนโดยเฉพาะบุคคลากรและกลุ่มซับพลายเออร์ในการผลิตต่อเนื่องของจีนมีความสามารถรองรับเทคโนโลยีได้ดีแล
ะมีการพลิกแพลงวิธีการผลิตได้รวดเร็วท่าให้กระบวนการผลิตทั้งสายด่าเนินไปได้อย่างราบรื่น
ซึ่งจุดนีเ้ ป็นที่ประทับใจแก่ผู้ลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง
จากการรวบรวมสถิติในสหรัฐฯและยุโรปชี้ให้เห็นว่าเหตุผลของการปิดโรงงานในประเทศพัฒนาแล้วเหล่านั้นส่วนใหญ่ระบุในเอ
กสารการยื่นขอปิดโรงงานว่าเป็นการย้ายฐานการผลิต และฐานที่ว่านี้ส่วนใหญ่ก็คือประเทศจีน
เมื่อสถานการณ์นี้เกิดขึ้นมากๆในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ก็ถึงเวลาที่ผู้ผลิตตะวันตกต้องเริ่มมองแล้วว่าการใส่เงินลงในทีเ่ ดียวติดต่อกันเป็นระยะอาจเป็นการเสี่ยงต่อเงินลงทุนเหมือนการวา
งไข่ไก่ทั้งหมดที่มีลงในตะกร้าใบเดียว ถ้าเกิดเหตุการณ์ใดๆท่าให้ตะกร้าใบนั้นตกลงสู่พื้นก็จะท่าให้ไข่ไก่แตกทั้งหมด
หลายๆบริษัทจึงเรี่มพิจารณาลงทุนในประเทศใกล้เคียงเพื่อลดความเสี่ยงจากจีน

ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
          อีกเหตุผลหนึ่งที่บริษัทยักษ์ใหญ่ตะวันตกเริ่มกังวลกับจีนก็คือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการผลิตในประเทศจีน
ในระยะ2 ปีที่ผ่านมา
                             ้                              ่
การท่าธุรกิจในจีนเริ่มมีตนทุนที่แพงขึ้นจากอัตราค่าแรงทีปรับขึ้นตลอดหลายครั้งตามนโยบายของรัฐฯที่ต้องการให้แรงงานมีควา
         ่ ี
มเป็นอยูที่ดขึ้น อีกทั้งเมื่อมีเงินลงทุนจากนอกประเทศเข้าไปมากๆในเวลาไล่เลี่ยกัน เรื่องค่าแรง สวัสดิการ
และอื่นๆก็จะต้องเสนอให้พนักงานมากขึ้นเพื่อแย่งตัวบุคลากรดีๆมาอยู่ในสังกัดให้ได้
                                                ้
ฐานการผลิตของต่างชาติในแถบชายฝั่งทะเลตังแต่เซี่ยงไฮ้จนถึงมณฑลกวางตุ้ง โดยเฉพาะย่านสามเหลี่ยมปากแม่น้่าจูเจียง
                                                              ้
(pearl river delta) ต่างก็ประสบปัญหาเรื่องการเพิ่มขึนของค่าบริหารและจัดการ การย้ายงานของพนักงานที่มความสามารถ    ี
รวมถึงการขึ้นของค่าสาธารณูปโภคที่จ่าเป็นในการผลิตเช่น ไฟฟ้า และเชิ้อเพลิงอื่นๆ
แต่ที่หนักที่สุดก็คื่อเรื่องค่าแรงส่าหรับช่างเทคนิคมีฝีมือ ที่ต้องจ่ายในอัตราเพิ่มถึงตัวเลขสองหลักในช่วงเพียง 2-3 ปีที่ผ่านมา
                                                                     ้
ความส่าเร็จของจีนในการดึงเงินลงทุนจากต่างชาติเป็นสิ่งที่น่าปลืมใจแต่ในความส่าเร็จนั้นย่อมมีผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการและต้องการ
การแก้ไข
เรื่องบุคคลกรเป็นเรื่องใหญ่ที่ต่างชาติให้ความส่าคัญเพราะกระทบโดยตรงต่อกระบวนการผลิตและจะท่าให้คุณภาพและต้นทุนขอ
งสินค้าเปลี่ยนไปจากที่วางแผนไว้

          ส่าหรับค่าแรงในจีนแล้วจะไม่ใช่เพียงแค่ค่าแรงรายวันอย่างเช่นเมืองไทยแต่จะต้องรวมค่าประกันสังคม
ค่าสวัสดิการอื่นๆนอกเหนือจากค่าแรงซึ่งในกิจการร่วมทุนต่างประเทศจะมีลักษณะพิเศษกว่า
ท่าให้ค่าแรงเมื่อรวมค่าอื่นๆแล้วมีอัตราที่สูงเช่นปี 2005 ตัวเลขอัตราค่าจ้าง
                                                                                                             ้
ในเซี่ยงไฮ้ส่าหรับช่างฝีมือปานกลางรวมค่าสวัสดิการอื่นๆแล้ว อยู่ที่ประมาณ 350 เหรียญสหรัฐฯต่อเดือน ที่เสิ่นเจินอยู่ที่ 250
เหรียญสหรัฐฯ เมื่อน่าค่าจ้างนี้เทียบกับค่าจ้างในประเทศอย่างไทยแล้ว ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5,200 – 5,400 บาทต่อเดือน
(ตามอัตราค่าแรงขั้นต่่าและมีค่าโอทีบ้างเป็นบางวัน) คิดเป็นประมาณ 150 เหรียญสหรัฐฯต่อเดือน เท่านั้น
ซึ่งเทียบแล้วจะถูกกว่าในจีน

                                                   ้
            เพื่อเป็นการลดต้นทุนจากค่าแรงที่เพิ่มขึนในเขตชายฝั่งตะวันออก
             ั
หลายบริษทร่วมทุนต่างชาติเคยพิจารณาขยายโรงงานไปย่านตะวันตกของประเทศ
ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาตะวันตกให้เจริญตามเขตชายฝั่งตะวันออก (Go west)
ซึ่งเขตตะวันตกมีข้อดีหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องค่าแรงที่ต่ากว่าชายฝั่งมาก
                                                                 ่
และสิทธิประโยชน์มากมายที่รัฐบาลท้องถิ่นเสนอให้นักลงทุนเพือเป็นส่งเสริมการลงทุน เช่น Intel
ผู้ผลิตไมโครชิพอันดับหนึ่งของโลก ได้ขยายการลงทุนไปตะวันตกที่ เฉินตู มณฑล เสฉวน ในปี 2004
เพื่อลดต้นทุนการผลิตที่สูงในตะวันออกซึ่งมีข้อดีมากในเรื่องต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าตะวันออกมาก
                                                                   ่
แต่ก็ต้องเผชิญกับค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นเนื่องจากห่างจากท่าเรือฝังตะวันออกมากและเรื่องคุณสมบัติของบุคคลากรท้องถิ่นที่ความ
สามารถยังด้อยกว่าเขตตะวันออก
อีกทั้งยังต้องหว่านล้อมให้ผู้บริหารชาวต่างชาติหรือช่างเทคนิคต่างชาติให้ตัดสินใจไปประจ่าการที่เฉินตู
ซึ่งยังไม่เจริญเท่าตะวันออกและต้องปรับตัวมากกว่าการใช้ชีวิตกับครอบครัวอยู่ในแถบตะวันออก
พิจารณาฐานการผลิตอื่นๆนอกจากจีน
                     ั                                                                          ่
           การที่บริษทต่างชาติพิจาณาขยายโรงงานจากเดิมในจีนไปยังประเทศอื่นๆมีเหตุผลนอกเหนือจากเรืองต้นทุนการผลิตในจี
         ้
นที่สูงขึน เหตุผลอื่นๆเช่น:

    1. การต่อต้านสินค้าที่ผลิตในจีนของกลุ่มประเทศอย่างอียู หรือสหรัฐฯที่ขาดดุลให้กับสินค้าจีนมากมายในแต่ละปี
       การใช้จีนเป็นโรงงานเพื่อส่งสินค้าไปขายในประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ง่ายอย่างเมื่อก่อน
                                                                      ้
       การปกป้องและกีดกันสินค้าจีนมีมากขึ้นเรื่อยๆในประเทศเหล่านัน เมื่อใดสินค้ามีป้าย “เมด อิน ไชน่า”
       ก็จะถูกใช้มาตราการที่ไม่ใช่ภาษี Non tariff barrier (NTB) มาสกัดกั้นเสมอ
                                            ่                                                          ู
       การพิจารณาย้ายฐานไปประเทศอืนในอาเซียนหรืออินเดียเป็นทางแก้ไขอย่างหนึ่งที่ได้ผลดีและไม่ถกกีดกันมากนักจากป
       ระเทศนั้นๆ
    2. เรื่องกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ได้บังคับใช้มากนักในจีน
                         ่                                                                ี
       เป็นสาเหตุหนึ่งทีนักลงทุนต่างระวังที่จะขยายการผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงไปที่จน
       การผลิตชิ้นส่วนบางอย่างที่ต้องรักษาเทคนิคการผลิตไว้เป็นความลับจากคู่แข่ง จ่าเป็นต้องใช้โรงงานนอกประเทศจีน
       ซึ่งปลอดภัยจากเรื่องการถูกขโมยความลับและน่าไปผลิตลอกเลียนแบบมากกว่า
    3. การต้องการเจาะตลาดในประเทศที่ไปลงทุน เมื่อการแข่งขันในประเทศจีนมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
                                                                             ั
       จากการที่ผู้ผลิตท้องถิ่นในจีนท่าตลาดได้รวดเร็วกว่าและได้เปรียบการบริษทต่างชาติ
                                          ่                     ู้
       ท่าให้หลายๆบริษัทต่างประเทศทีผลิตสินค้าเพื่อจ่าหน่ายให้ผบริโภคโดยตรง
       ต้องมองหาตลาดใหม่ที่สดกว่าเช่นอินเดียซึ่งมีประชากรมาก แม้ว่าก่าลังซื้อจะยังต่่ากว่าที่จีนมากก็ตาม
                                        ้                 ์                                              ้
    4. ค่าเงินหยวนที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึนเรื่อยๆท่าให้เสน่หในการน่าเงินเข้าไปลงทุนลดลงบ้าง แม้ว่าจะแข็งขึนเพียง 4%
       นับจากครั้งแรกที่รัฐบาลปรับค่าเงินหยวน 2.1 % ในช่วงกลางปี 2005
                                                            ่
       แต่นักลงทุนหลายคนก็คาดว่าค่าเงินหยวนจะแข็งค่าขึ้นเรือยๆในปีนี้ ตามกระแสค่าเงินที่แข็งขึ้นทั้งภูมิภาคเอเชีย


                                          ่                                                   ้
           อาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นคูแข่งของจีนทั้งในแง่การผลิตสินค้าที่คล้ายๆกับจีนอีกทังยังเป็นคู่แข่งที่ดึงเงินลงทุนจากต่
างประเทศแข่งกับจีนด้วย
      ั
บริษทผู้ผลิตสินค้าอิเลคโทรนิคและผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นต่างก็กระจายความเสี่ยงโดยลงทุนทั้งในอาเซียอยู่แล้วโดยผลิตจากหนึง        ่
ประเทศแล้วโยกย้ายอะไหล่เพื่อไปประกอบชิ้นส่วนต่อๆไปในประเทศทีเ่ ป็นสมาชิกอาเซียนภายใต้พิกัดอัตราภาษีที่ต่าภายในกลุ่ม
                                                    ่
อาเซียนกันเอง จึงไม่เป็นที่น่าห่วงส่าหรับนักลงทุนญีปุ่นที่รวมจีนเป็นหนึ่งในการวางกลยุทธ์การลงทุนในภูมิภาคนี้
                                                      ้
แต่ที่ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนน่าจะเป็นกลุ่มผูผลิตจากยุโรปและสหรัฐฯมากกว่า จะเห็นได้อย่างกรณี Intel
ก็ยังกระจายการลงทุนไปยัง เวียตนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย นอกเหนือจากจีน

                                                                         ่
          กลุ่มธุรกิจสิ่งทอและเสื้อผ้าเป็นกลุ่มแรกๆที่ตัดสินใจย้ายฐานไปทีอื่นนอกเหนือจากจีน
                                  ้
เนื่องมาจากลักษณะของธุรกิจที่ตองหาแหล่งผลิตที่ถูกที่สุดเสมอเพื่อให้ได้สินค้าที่ราคาต่่า
                                    ้
จึงเห็นได้ว่าการผลิตสิ่งทอและเสือผ้าเริ่มเข้าไปใน เวียตนาม และอินโดนิเซีย ซึ่งค่าแรงงานถูกกว่าประเทศจีนถึง 35%
อย่างไรก็ดีอาเซียนก็ยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆของนักลงทุนตะวันตกที่จะกระจายความเสี่ยงจากจีน ด้วยประชากรกว่า 560
ล้านคนของกลุ่มอาเซียนและแนวโน้มการรวมกันเป็นตลาดเดียวภายใต้อัตราภาษีต่ากว่า 5% ภายในกลุ่ม

                                                                                                     ่
          อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีเงินทุนไหลเข้าแม้ว่าจะไม่มากเหมือนจีนและอาเซียนแต่ก็เป็นอีกทีหนึ่งที่มีความน่าสนใจจ
ากบุคคลกรที่พร้อมด้านเทคนิคและวิศวกรรมและประชากรเป็นตลาดที่ใหญ่ ถ้าดูปริมาณเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้าจีนมีมากถึง
7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เที่ยบกับอินเดียซึ่งมีเพียง 7 พันล้านเหรียญ ต่างกันถึงเกือบ 10 เท่า
นักลงทุนยังต่างยังคงลังเลกับอินเดียจากปัญหาการขาดสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุน
                                                ่              ่
แต่ส่าหรับธุรกิจยานยนต์แล้วอินเดียเป็นประเทศทีน่าลงทุนอย่างยิง จากการที่อินเดียผลิตวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ได้ถึงปีละ
7แสนคน
                                                                                     ื
พร้อมความสามารถในเชิงภาษาอังกฤษที่สามารถประยุกต์กับเทคนิคชั้นสูงและต่าราคู่มอการเทรนนิ่งเชิงเทคนิคของฝรั่งได้อย่างร
                 ่
วดเร็ว ในขณะทีตลาดรถยนต์ในจีนซึ่ง
บูมอย่างมากใสช่วง3-4 ก่อนหน้านี้และก่าลังผลิตที่มีล้นแล้วในระยะสั้น
              ่
จึงเป็นเวลาทีต้องเริ่มมองหาแหล่งผลิตและตลาดใหม่ๆส่าหรับธุรกิจยานยนต์
อย่างไรก็ดีรัฐบาลอินเดียก็ด่าเนินนโยบายดึงเงินลงทุนต่างชาติอย่างเต็มที่โดยใช้เรื่องภาษีเป็นหัวหอก
                                             ่
แต่ในสายตาตะวันตกแล้วอินเดียเป็นตัวเลือกทีต้องรอเล็กน้อยจากความไม่พร้อมในปัจจุบันแต่ด้วยขนาดตลาดของประเทศ
ก็ดึงดูดความน่าสนใจได้ไม่นอย  ้

                                                                    ี
           กระแสการพัดของเงินลงทุนต่างชาตินั้นจะพัดไปยังแหล่งที่มความน่าดึงดูดใจอยูเ่ สมอ ประเทศในอาเซียน ประเทศจีน
และประเทศอินเดีย ต่างก็แข่งกันดึงเงินลงทุนจากต่างชาติ
                                                                                                  ่
การแข่งขันกันในการดักจับเงินทุนเหล่านีเ้ ป็นหน้าที่ของรัฐบาลแต่ละประเทศที่จะสร้างบรรยากาศให้เป็นทีน่ามาลงทุน
แม้ว่าจะต้องมีกฎเกณฑ์ในการป้องกันให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับเจ้าของประเทศให้มากที่สุด แต่เรื่องบรรยากาศความน่าลงทุน
                   ่            ี
ก็ยังคงเป็นเรื่องทีต้องสร้างให้มความน่าสนใจให้ต่างชาติเข้ามาอยู่เสมอ
แต่เรื่องการปฎิบัติให้ประโยชน์ตกอยู่ภายในประเทศเป็นเรื่องทางเทคนิคที่สามารถน่ามาปฎิบัติได้
ซึ่งกรณีประเทศจีนเป็นตัวอย่างของการต้อนรับนักลงทุนเข้าประเทศด้วยนโยบายมากมายที่รัฐบาลหรือมณฑลเสนอให้
                 ั
แต่ในทางปฎิบติแล้ว จีน
มีกฎเกณฑ์บางอย่างมาควบคุมไม่ให้ประเทศเสียประโยชน์จนเกินไปหรือให้ต่างชาติมาใช้ช่องใหว่ให้เป็นประโยชน์มากเกินไป
ในขณะที่บรรยากาศการชักชวนให้มาลงทุนมีอยูตลอด  ่
                                                                                           ่
จึงเป็นการร่วมมือและได้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างเจ้าของประเทศและนักลงทุนเจ้าของเงินทุน ทีจะได้ประโยชน์ร่วมกัน


                                   _____________________________

				
DOCUMENT INFO
Lingjuan Ma Lingjuan Ma
About