Docstoc

วันสำคัญทางพุทธศาสนา

Document Sample
วันสำคัญทางพุทธศาสนา Powered By Docstoc
					           ออกแบบและพัฒนาโดย
ชื่อ นางสาววิภาลัย ใจก๋ อง รหัส 52181100142
                                              กลุ่มสาระการเรียนรู้...สังคมศึกษา ศาสนา
            สาขาวิชาสังคมศึกษา
                                                        และวัฒนธรรม
         มหาวิทยาลัยราชภัฏลาปาง
                                                              ้
                                              สาหรับนักเรียนชัน...มัธยมศึกษาปี ที่2
                      คานา

                          ั
          หนังสื อเล่มนี้จดทาขึ้นมาเพื่อต้องการให้ผู้
ที่มาศึกษาได้รับความรู้ เกี่ยวกับวันสาคัญทาง
พระพุทธศาสนา ซึ่ งจะประกอบด้วย วันมาฆบูชา
วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันอัฐมีบูชา วัน
เข้าพรรษา วันออกพรรษา และวันโกน-วันพระ จะ
ได้รู้ถึงความสาคัญและความเป็ นมาของวันสาคัญ
เหล่านี้ และสามารถนาเอาไปปฏิบติได้  ั
          ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่น้ ี
ด้วย


                                        จัดทาโดย

  นางสาววิภาลัย ใจก๋ อง รหัส 52181100142
  สาขาวิชาสังคมศึกษา
              บรรรานุกรม                                 สารบัญ

                                        ลาดับ                      หน้ า
http://www.kk.ru.ac.th/library/day/
okpansa.htm                           1.วันมาฆบูชา                  4-5

                                      2. วันวิสาขบูชา              6-11

                                      3. วันอาสาฬหบูชา            12-13

                                      4.วันอัฐมีบูชา              14-15

                                      5.วันเข้าพรรษา              16-17

                                      6.วันออกพรรษา               18-19

                                      7.วันโกน-วันพระ             20-21

                                      8. บรรณานุกรม                 22
                         วันมาฆบูชา
 ตรงกับวันขึ้น๑๕ค่าเดือน ๓
"มาฆะ" เป็ นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชานั้น ย่อมาจากคา
ว่า"มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญ เดือน ๓ วัน
                                              ้
มาฆบูชาจึงตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่า เดือน ๓ แต่ถาปี ใดมีเดือน
อธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็ น
วันขึ้น ๑๕ ค่า เดือน ๔ เป็ นวันสาคัญวันหนึ่ง ในวันพุทธ
                     ี
ศาสนา คือวันที่มการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธ
ศาสนา ที่เรี ยกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และเป็ นวันที่พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปฎิโมกข์ แก่พระสงฆ์
                             ั
สาวกเป็ นครั้งแรก ณ เวฬุวนวิหารกรุ งราชคฤห์เพื่อให้
                               ั
พระสงฆ์นาไปประพฤติปฏิบติ เพื่อจะยังพระพุทธศาสนาให้
เจริ ญรุ่ งเรื องต่อไป
               ั                           ็
 การปฏิบติตนสาหรับพุทธศาสนาในวันนี้กคือ การทาบุญ
                                 ั
ตักบาตรในตอนเช้า หรื อไม่ก็จดหาอาหารคาวหวานไป
                       ั
ทาบุญฟังเทศน์ที่วด ตอนบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา
ในตอนกลางคืน จะพากันนาดอกไม้ ธูปเทียน ไปที่วดเพื่อ  ั
ชุมนุมกันทาพิธีเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ พร้อมกับ
พระภิกษุสงฆ์โดยเจ้าอาวาสจะนาว่า นะโม ๓ จบ จากนั้น
                        วันโกน -วันพระ                      กล่าวคา ถวาย ดอกไม้ธูปเทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดิน
          คือ วันขึ้น ๗ ค่า กับ ๑๔ ค่า และแรม ๗ ค่า กับ     เวียนขวา ตลอดเวลาให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระ
แรม ๑๔ ค่า ของทุก เดือน ( หรื อ แรม ๑๓ ค่า หากตรง กับ       ธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ ๓ รอบ แล้วนาดอกไม้ ธูป
เดือนขาด ) ซึ่งเป็ นวันก่อนวันพระ ๑ วัน                     เทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัด เตรี ยมไว้ เป็ นอันเสร็ จพิธี
          วันพระ หรื อ วันธรรมสวนะ คือ วันขึ้น ๘ ค่า กับ                                      ิ
                                                                     กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัตในวันมาฆบูชา
๑๕ ค่า และ แรม ๘ ค่า กับ แรม ๑๕ ค่า ของทุกเดือน (หาก             ๑. ทาบุญใส่บาตร
ตรงกับเดือนขาด อาจเป็ น แรม ๑๔ ค่า )                                              ั
                                                                 ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบติธรรม และฟังพระธรรมเทศนา
ประวัติความเป็ นมา ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร ได้                                ั
                                                                 ๓. ไปเวียนเทียนที่วด
เข้าเฝ้ าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่า นักบวช                ๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรื อนและสถานที่
                 ั
ศาสนาอื่นมีวนประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรม คาสัง         ่
สอนในศาสนาของเขา แต่ว่าศาสนาพุทธยังไม่มี พระพุทธ
องค์จึงทรงอนุญาติให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและ แสดง
ธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวัน ๘ ค่า ๑๔ ค่า และ๑๕ค่า
พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็ นวัน ธรรมสาวนะ
๑. ทาบุญใส่บาตร
                      ั
๒. ไปวัดเพื่อปฏิบติธรรม และฟังพระธรรมเทศนา
๓. ไปเวียนเทียนที่วด     ั
๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรื อนและสถานที่ราชการ
                      วันวิสาขบูชา                                                           ิ
                                                                    กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัตในวันออกพรรษา
                                                                                                      ู้
                                                               ๑. ทาบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผล่วงลับ
          วันวิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน                             ั
                                                               ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
วิสาขะ คือวันขึ้น ๑๕ ค่า เดือน ๖ (ถ้าเป็ นปี ที่มีอธิกมาส ก็   ๓. ร่ วมกุศลธรรม "ตักบาตรเทโว"
เลื่อนออกไปเป็ นวันขึ้น ๑๕ ค่า เดือน ๗) ในวันนี้ได้มี          ๔. ปัดกวาดบ้านเรื อนให้สะอาด ประดับธงชาติตาม
เหตุการณ์ที่สาคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ๓ ประการ คือ             อาคารบ้านเรื อนและสถานที่ราชการและ ประดับธงชาติ
๑. เป็ นวันประสูติ                                             และธงธรรมจักรตามวัดและสถานที่สาคัญทาง
๒. เป็ นวันตรัสรู้                                             พระพุทธศาสนา
๓. เป็ นวันปริ นิพพาน                                                                                    ั
                                                               ๕. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วด ควรจัด
ด้วยเหตุตามที่กล่าวมา วันวิสาขบูชาจึงถือว่าเป็ นวันสาคัญ       ให้มีนิทรรศการ การบรรยาย หรื อ บรรยายธรรม
ทางพระพุทธศาสนาเมื่อถึงวันเช่นนี้ พุทธศาสนิกชนถ้วน
                              ้
หน้าทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตผูมีจิตศรัทธาเลื่อมใส จึง
พร้อมใจกันน้อมราลึกถึงพระพุทธเจ้า ประกอบพิธีบูชา
                        ั
ด้วยอามิสบูชาและปฏิบติบูชาด้วยความเคารพเป็ นอย่างยิง       ่
การบูชาอันเนื่องด้วยวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา
ดังกล่าวมาก็ควรที่จะกล่าวประวัติไว้เพื่อเป็ นการเจริ ญ
ศรัทธา ความเชื่อและปสาทะความเลื่อมใสต่อไป


                                                                                 การตักบาตรเทโว
                                                              ประสู ติ
                        วันออกพรรษา
                                                          พระพุทธเจ้า ผูเ้ ป็ นพระศาสดาเอกของโลก เมื่อครั้งที่
           คือวันสิ้นสุดระยะการจาพรรษา หรื อออกจากการ
                                                                   ั                ั
                                                          พระองค์ยงเป็ นพระโพธิสตว์ได้ทรงกระทาบุญญาธิการไว้
   ่
อยูประจาที่ในฤดูฝนซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่า เดือน ๑๑ วัน
                                                          ในสานักของพระพุทธเจ้า ๒๔ พระองค์ มีพระพุทธเจ้าทรง
ออกพรรษานี้ เรี ยกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คา
                                                          พระนาม ทีปังกรเป็ นต้นมาถึง ๔ อสงไขย ยิงด้วยแสนกัลป์
                                                                                                  ่
ว่า"ปวารณา"แปลว่า "อนุญาต" หรื อ "ยอมให้" คือ เป็ น
                                                          จนได้รับพยากรณ์จากสานักของพระพุทธเจ้าทั้ง ๒๔
                                  ้
วันที่เปิ ดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ดวยกัน ว่ากล่าวตักเตือน
                                                                     ั
                                                          พระองค์น้ นว่า "จะได้เป็ นพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโค
                   ิ
กันได้ ในข้อที่ผดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จาพรรษาอยู่
                                                          ดม
ด้วยกัน ในวันออกพรรษานี้กิจที่ชาวบ้านมักจะกระทาก็คือ
                                                          พระพุทธองค์ได้ทรงกระทาอภินิหารแทบเบื้องยุคลบาท
การบาเพ็ญกุศล เช่น ทาบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน
                                                          ของพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า ทีปังกร ด้วยความวิริยะ
                 ั
ไปบูชาพระที่วด และฟังพระธรรมเทศนา ของที่ชาวพุทธ
                                                          อุตสาหะ ได้บาเพ็ญบารมีและพิจารณาถึงพุทธการกธรรม
                              ็
นิยมนาไปใส่บาตรในวันนี้กคือ ข้าวต้ม มัดไต้ และข้าวต้ม
                                                          มาโดยลาดับตราบจนถึงอัตภาพเป็ นพระเวสสันดรอันเป็ น
ลูกโยน และการร่ วมกุศลกรรมการ "ตักบาตรเทโว" คาว่า
                                                          พระชาติสุดท้ายที่พระองค์ได้ทรงบาเพ็ญทานบารมี
"เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน" แปลว่าการเสด็จจากเท
วโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็ นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธ
องค์เสด็จกลับจากการโปรด พระพุทธมารดาในเทวโลก
ประเพณี การทาบุญกุศล เนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัด
ในประเทศไทย ก็มีพิธีเหมือนกันหมด จะผิดกันก็เพียงแต่
                                ั
สถานที่ ที่สมมติว่าเป็ นสวรรค์ช้นดาวดึงส์ เท่านั้น
     ตรัสรู้                                                เดือน ๘ ไปจนถึงกลางเดือน ๑๑ ห้ามมิให้เที่ยวสัญจรไปมา
พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้ทรงตรัสรู้สจจธรรม ๔
                                           ั                นับว่าวันเข้าพรรษาเป็ นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชน จะได้
ประการ หรื อที่เรี ยกว่า "อริ ยสัจ ๔ ประการ" ซึ่งเป็ นของ                 ั
                                                            ประพฤติปฏิบติตนในกรอบของพระพุทธศาสนาได้เข้มข้น
จริ งอย่างประเสริ ฐที่สุด ที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ชอบได้     ยิงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
                                                              ่
โดยพระองค์เองที่โคนต้นโพธิ์อสสัตถพฤกษ์ ณ ตาบลอุรุ
                                   ั                                ๑. ทาบุญใส่บาตร
เวลาเสนานิคม แขวงเมืองพาราณสี โดยไม่มีใครเป็ นครู                                    ั
                                                                    ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบติธรรม และฟังพระธรรมเทศนา
อาจารย์สงสอนมาก่อนเลย
          ั่                                                                           ั
                                                                    ๓. ไปเวียนเทียนที่วด
การตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระสัมมาสัม                       ๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรื อนและสถานที่
พุทธเจ้า ที่โคนต้นโพธิ์อสสัตถพฤกษ์ ณ ตาบลอุรุเวลา
                        ั                                   ราชการ
เสนานิคม แขวงเมืองพาราณสี ในวันเพ็ญเดือน ๖ นั้น เป็ น
                                                     ั
วันที่ชาวโลกได้บุคคลที่สาคัญที่สุดของโลก เพราะเหตุน้ น
วันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าจึงนับว่าเป็ นวันสาคัญทาง
พระพุทธศาสนา
                     วันเข้ าพรรษา
         จากที่เกิดวันเข้าพรรษา เนื่องจากพระพุทธองค์
                                 ่
ทรงอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์อยูจาพรรษา เหตุเพราะ
สมัยก่อนฝนตกชุก การเดินทางสัญจรไปมาก็ไม่สะดวก
อีกทั้งไปเหยียบต้นข้าวของชาวบ้าน ในสมัยที่พระพุทธ
องค์ได้ตรัสรู้แล้ว และได้ให้พระภิกษุสงฆ์ออกไปตาม
                                          ู้
เขตต่าง ๆ เพื่อประกาศพระศาสนา จนมีผขออุปสมบท
มากขึ้น จึงทาให้มีพระภิกษุสงฆ์ออกไปเผยแพร่ พระ
ศาสนากันมากขึ้น แม้ในฤดูฝนก็มิได้หยุดพัก การ
เดินทางก็ไม่สะดวก ทั้งยังเหยียบข้าวกล้าให้เกิดความ
                 ั
เสียหาย ทาให้สตว์เล็กน้อยตาย ประชาชนจึงพากันติ
เตียนว่า "ไฉนเล่า พระสมณศากยบุตรจึงเที่ยวไปมาอยู่
ทุกฤดูกาล เหยียบข้าวกล้าและติณชาติให้ได้รับความ
                   ั                         ์
เสียหาย ทาให้สตว์เล็กน้อยตาย พวกเดียรถียและปริ พ
พาชกเสียอีกยังพากันหยุดพักในฤดูฝน ถึงนกยังรู้จกทาั
รังที่กาบังฝนของตน" พระพุทธองค์ได้ทรงสดับคานั้น
แล้ว จึงทรงบัญญัติเป็ นธรรมเนียมให้พระสงฆ์อยูจา่
                                        ั
พรรษาตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน ตั้งแต่วนแรม ๑ ค่า
                                                       พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู ้
     ปรินิพพาน                                                  ิ
                                                       การปฏิบัตในวันอัฐมีบูชา
         การเสด็จดับขันธปริ นิพพานของพระพุทธเจ้า ผู้
เป็ นเอกอัครมหาบุรุษที่สาคัญที่สุดของโลก ก็เป็ น         ๑.ทาบุญใส่บาตร
ความสาคัญอย่างยิง เพราะเป็ นการสูญเสียครั้งยิงใหญ่
                   ่                          ่                           ั
                                                         ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบติธรรม และฟังพระธรรม
เป็ นการดับสลายไปแห่งดวงตาของโลกชัวนิจนิรันดร์           เทศนา
                                         ่
เป็ นเหตุให้หมู่ประชาต้องโศกเศร้าอาลัยถึงด้วยความ                           ั
                                                         ๓. ไปเวียนเทียนที่วด
เสียดายในพระพุทธองค์ผเู้ ป็ นดวงตาอันยิงใหญ่ของ          ๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรื อนและ
                                       ่
ชาวโลก ในวันวิสาขบูชา อันเป็ นวันสาคัญในทาง              สถานที่ราชการ
พระพุทธศาสนาซึ่งเวียนมาบรรจบครบรอบปี ก็จกไม่    ั
ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์ และได้ชื่อว่ากระทาการ
สักการะบูชาพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์ ด้วยการบูชาอย่างยิง คือ บูชาด้วยการ
                            ่
              ั
ประพฤติปฏิบติตามธรรมสมควรแก่ธรรม
                ั
       การปฏิบติตามพระพุทธประสงค์อย่างแท้จริ ง
๑. ทาบุญใส่บาตร
                     ั
๒. ไปวัดเพื่อปฏิบติธรรม และฟังพระธรรมเทศนา
๓. ไปเวียนเทียนที่วด   ั
๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรื อน
                       วันอัฐมีบูชา
ความหมาย
เนื่องด้วยอัฐมีคือวันแรม ๘ ค่า แห่งเดือนวิสาขะ (เดือน ๖)
เป็ นวันที่ถือกันว่าตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรี ระ
                                             ้ี
เมื่อถึงวันนี้แล้ว พุทธศาสนิกชนบางส่วน ผูมความเคารพ
อย่างแรงกล้าในพระพุทธองค์ มักนิยมประกอบพิธีบูชา ณ
ปูชนียสถานนั้นๆ วันนี้จึงเรี ยกว่า “วันอัฐมีบูชา” เป็ นวันที่
มีเหตุการณ์สาคัญทางพระพุทธศาสนา ถือเป็ นวันที่ตรงกับ
วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรี ระ เป็ นวันที่ชาวพุทธต้อง
วิปโยคและสูญเสียพระบรมสรี ระแห่งองค์พระบรม
ศาสดา ซึ่งเป็ นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิง และเป็ นวันควร
                                          ่
แสดงธรรมสังเวช และระลึกถึงพระพุทธคุณให้สาเร็ จเป็ น
พุทธานุสสติภาวนามัยกุศล


                                                                การเสด็จดับขันธปริ นิพพานของพระพุทธเจ้า
                      วันอาสาฬหบูชา                                           ิ
                                                                   การปฏิบัตในวันอาสาฬหบูชา
         เป็ นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้       ๑. ทาบุญใส่บาตร
แสดง พระปฐมเทศนา หรื อการแสดง พระธรรมครั้งแรก                                   ั
                                                             ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบติธรรม และฟังพระธรรมเทศนา
หลังจากที่ตรัสรู้ได้ ๒ เดือน เป็ นวันที่เริ่ มประดิษฐาน      ๓. ไปเวียนเทียนที่วด ั
พระพุทธศาสนาเนื่องจากมีองค์ประกอบของ พระรัตนตรัย             ๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรื อนและสถานที่ราชการ
ครบถ้วนคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เหตุการณ์น้ ี
เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี ในวันเพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่า)
เดือน ๘ ดวงจันทร์ เสวยมาฆฤกษ์
การแสดงพระปฐมเทศนา ได้ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย ์ ณ ป่ า
อิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบนคือสาร    ั
นาถ เมืองพาราณสี พระธรรมที่แสดงคือ ธัมมจักกัปปวัต
ตนสูตร เมื่อเทศนาจบ พระโกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย ์
   ้
ผูประกอบด้วย พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ
พระมหานาม และพระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม มี
ความเห็นแจ้งชัดว่า
ย กิํฺจิ สมุทยธมฺม สพฺพนฺ ต นิโรธธมฺมนฺ ติ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็ นธรรมดา สิ่งใดสิ่งนั้นย่อมดับไป
เป็ นธรรมดา

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:94
posted:2/10/2011
language:Thai
pages:12