Docstoc

2553 - DOC

Document Sample
2553 - DOC Powered By Docstoc
					อ.ทรงชัย                                                                   1
                                                             สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
                                                                    วิทยาเขตสุรินทร์
                                               การสอบระบบไหลเวียนเลือด เลือด และระบบหายใจ
                                                 --------------------------------------------------------
                                                           ทุจริตไม่พิจารณาผลการสอบ
                                           -------------------------------------------------------------------------------------
 1. หลอดเลือดชนิดใดที่มีผนังหนาที่สุด
   ก. capillary          ข. artery ค. vein               ง. arteriole
2. ถุงหุ้มหัวใจชั้นนอกคือข้อใด
   ก. visceral pericardium                  ข. ชั้นกล้ามเนื้อหัวใจ
   ค. parietal pericardium                   ง. endothelium
3. หลอดเลือดในข้อใดมีคุณสมบัติเป็น selectively permeable
   (ใช้คาตอบจากข้อ 2)
4. ในข้อใดผนังบางที่สุด
   ก. artery         ข. vein              ค. หลอดน้าเหลือง ง. aorta
5. ข้อใดใมีการแลกเปลี่ยนสารได้เร็วที่สุด
   ก. capillary         ข. Vein        ค. artery        ง. Fenestrate capillary
6. ข้อใดคือกลุ่มเซลล์ที่เริ่มต้นการทางานของหัวใจ
   ก. A-V node           ข. S-A node           ค. A-V bundle        ง. Purkinje fiber
7. ชั้นในสุดของผนังของหลอดเลือดคือข้อใด
   ก. กล้ามเนื้อเรียบ ข. เนื้อเยื่อประสานเส้นใย            ค. เอนโดทีเลียม ง. เส้นใยยืดหยุ่น
8. โครงสร้างที่ทาหน้าที่ยึดลิ้นเพื่อกันลิ้นพลิกขึ้นด้านบนของลิ้น A-V คือข้อใด
9. ข้อใดลิ้นของหัวใจที่ควบคุมการไหลของเลือดจากห้องบนขวาให้ไปที่ห้องล่างขวา
   ก. aortic valve       ข. tricuspid valve ค. bicuspid valve             ง. pulmonary valve
   ก. chordi tendinae           ข. papillary muscle ค. endothelial cell               ง. pericardium
10. ข้อใดคือจุดสิ้นสุดของ pulmonary circulation
   ก. ห้องล่างขวา         ข. ห้องบนขวา            ค. ห้องล่างซ้าย        ง. ห้องบนซ้าย
11. ข้อใดไม่เกี่ยวกับ pulmonary circulation
   ก. aortic valve         ข. pulmonary valve ค. tricuspid                  ง. pulmonary artery
12. ห้องที่ส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายคือข้อใด
   (ใช้คาตอบจากข้อ 11)
13. ข้อใดคือปลายสุดของ aorta
   ก. celiac artery       ข. brachial artery ค. external และ internal iliac               ง. lumbar artery
14. แขนงที่ 1 ของ aorta คือข้อใด
  ก. Coronary artery ข. common carotid artery ค. brachial artery ง. brachio cephalic trunk
คาตอบต่อไปนี้ใช้ตอบคาถามข้อ 15-18
   ก. utero ovarian artery          ข. testicular artery         ค. gastric artery          ง. intercostal artery
15. ข้อใดคือหลอดเลือดเลี้ยงกระเพาะอาหาร
16. ข้อใดคือหลอดเลือดเลี้ยงอัณฑะ
17. ข้อใดคือหลอดเลือดเลี้ยงรังไข่
18. ข้อใดคือหลอดเลือดเลี้ยงบริเวณซี่โครง
19. หลอดเลือดที่รวบรวมเลือดจากด้านหน้าของลาตัวกลับหัวใจคือข้อใด
   ก. cranial vena cava                     ข. cuadal vena cava
   ค. jugular vein                           ง. hepatic vein
20. ข้อใดไม่เกี่ยวกับ hepatic portal system
   ก. gastric vein                      ข. splenic vein
   ค. portal vein                       ง. jugular vein
21. สัตว์ในข้อใดมี ranal portal circulation
   ก. โค             ข. ม้า             ค. สัตว์ปีก          ง. สุกร
22. ข้อใดไม่ใช่เนื้อเยื่อน้าเหลือง (lymphoid tissue)
   ก. ต่อมน้าเหลือง        ข. ม้าม              ค. ต่อมทอนซิล          ง. ตับอ่อน
23. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของม้าม
   ก. สะสมเลือด                            ข. สลายเม็ดเลือดแดงออกเป็นสารอื่น ๆ
   ค. สร้างน้าดี                          ง. ข้อ ค. และ ก. ถูก
24. ข้อใดไม่มี portal circulation
   ก. hypophyseal circulation                 ข. renal circulation ของสัตว์ปีก
   ค. hepatic circulation                     ง. circulation of frontlimb
25. ข้อใดไม่ใช่อวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด
   ก. หลอดเลือดเวน          ข. ตับอ่อน             ค. ม้าม            ง. หลอดน้าเหลือง
26. ฮีโมโกลบินที่รวมกับคาร์บอนไดออกไซด์เรียกว่าอะไร ?
    ก. คาร์บอนฮีโมโกลบิน               ข. คาร์บามิโนฮีโมโกลบิน
    ค. คาร์บอกซีฮีโมโกลบิน           ง. คาร์บามิโน คาร์บอนไดออกไซด์
27. ข้อใดหมายถึง higher brain center ของการหายใจ
    ก. cerebrum          ข. cerebellum          ค. pons            ง. medulla
28. ระยะ isometric contraction ลิ้นหัวใจเป็นอย่างไร ?
    ก. เปิดทุกลิ้น    ข. ปิดทุกลิ้น          ค. เปิด 2 ลิ้น ปิด 2 ลิ้น     ง. เปิด 1 ลิ้น ปิด 3 ลิ้น
29. ระยะ isometric relaxation ลิ้นหัวใจเป็นอย่างไร ?
    (ใช้คาตอบจากข้อ 28)
30. เสียงจากการปิดของลิ้นเซมิลูนาร์ คือข้อใด
    ก. เสียงที่ 1           ข. เสียงที่ 2         ค. เสียงผิดปกติ         ง. เสียงจาก S-A node
31. การควบคุมการทางานโดยรีเฟล็กซ์ของหัวใจคือข้อใด
    ก. extrinsic regulation                ข. endo regulation
    ค. intrinsic autoregulation              ง. external regulation
32. pace maker ของหัวใจคือข้อใด
    ก. S-A node          ข. A-V node           ค. A-V bundle        ง. Perkinje fiber
33. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
    ก. ประสาทพาราซิมพาเธติกเป็นประสาทยับยั้ง ข. ประสาทซิมพาเธติกเป็นประสาทยับยั้ง
    ค. ประสาทพาราซิมพาเธติกเป็นประสาทเร่ง ง. ประสาทซิมพาเธติกเป็นประสาททั้งเร่งและยับยั้ง

34. ในข้อใดอัตราการเต้นของหัวใจน่าจะเร็วที่สุด
    ก. สัตว์คลอดใหม่        ข. สัตว์แก่      ค. สัตว์วัยเจริญพันธุ์  ง. สัตว์ให้นม
35. สัตว์ในข้อใดอัตราการเต้นของหัวใจต่าที่สุด
    ก. ม้า         ข. สุนัข           ค. แมว            ง. ไก่
36. Y = strokevolume X heart rate ; Y คืออะไร ?
    ก. cardiae output         ข. circulation per minute
    ค. stroke volume perminute ง. heart volume
37. 120/80 mm.Hg คืออะไร
    ก. ความดันเลือด diastolic / systolic ข. ความดันเลือดในหัวใจห้องบน / ห้องล่าง
    ค. ความดันเลือด systolic / diastolic ง. ความดันเลือดในห้องล่าง / ห้องบน
อ.ทรงชัย                                                                 2
38. ความดันเลือดในข้อใดน้อยที่สุด
    ก. artery        ข. arteriole     ค. vein         ง. capillaries
39. สิ่งที่ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้าเหลืองกลับสู่หัวใจมากที่สุดคือข้อใด
    ก. แรงดันของเลือด                 ข. แรงโน้มถ่วงของโลก
    ค. การหดตัวของกล้ามเนื้อ             ง. ข้อ ข. และ ค.
40. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
    ก. ความต้านทานการไหลของเลือดเป็นสัดส่วนผกผันกับความยาวของหลอดเลือด
    ข. ความต้านทานการไหลของเลือดเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความยาวของหลอดเลือด
    ค. ความต้านทานการไหลของเลือดเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความหนืดของเลือด
    ง. ความต้านทานการไหลของเลือดเป็นสัดส่วนผกผันกับรัศมีของหลอดเลือด
41. รีเฟล็กซ์ที่ยอมรับเกี่ยวกับการทางานของหัวใจคือข้อใด
    ก. Mary's law of heart               ข. bainbridge reflex
    ค. Starling's law of heart           ง. carotid sinus reflex
42. คลื่น Q R S complex ของ electrocardiogram แสดงถึงอะไร ?
    ก. เป็น depolarization ของห้องบน           ข. เป็น repolarization ของห้องล่าง
    ค. เป็น repolarization ของห้องล่าง         ง. เป็น depolarization ของห้องล่าง
43. ข้ดใดไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของเลือด
    ก. นาออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ             ข. ควบคุมสมดุลย์ของน้าในร่างกาย
    ค. ช่วยต่อต้านเชื้อโรค                  ง. ช่วยนาน้าย่อยไปสู่ลาไส้
44. ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของเลือดประมาณเท่าใด
    ก. 3-4         ข. 4.5 - 6.5 ค. 7.3 - 7.5          ง. 8.6 - 9.8
45. ข้อใดเป็นบัฟเฟอร์ของเลือด
    ก. กรดคาร์บอนิก              ข. ไบคาร์บอเนต        ค. เฮปาริน        ง. ไฟบริโนเจน
46.ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการแข็งตัวขอเลือดเมื่อเกิดบาดแผล
    ก. ไฟบริโนเจน          ข. โปรทรอมบิน        ค. แคลเซียม          ง. เฮปาริน
47. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
    ก. เลือดมีความถ่วงจาเพาะน้อยกว่าน้า            ข. เลือดมีความถ่วงจาเพาะเท่ากับน้า
    ค. เลือดมีความถ่วงจาเพาะมากกว่าน้าเล็กน้อย ง. เลือดมีความถ่วงจาเพาะมากกว่าน้า 5 เท่า
48. การหาปริมาตรของเลือดในร่างกายวิธีใดง่ายที่สุด
    ก. dilution technique               ข. เจาะเลือดออกจากร่างกายสัตว์โดยตรง
    ค. คานวณโดยคิดจากเปอร์เซ็นต์น้าหนักตัว            ง. ประเมินโดยใช้ปริมาณปัสสาวะ

49. การให้เลือดผิดกลุ่มหรือนาเลือดสัตว์คนละชนิดฉีดให้กันจะเกิดอะไร ?
    ก. การตกตะกอนของเลือด                        ข. เลือดไม่รวมกัน
    ค. เกิดภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น                ง. เลือดเปลี่ยนสี
50. หลอดที่ใช้หาอัตราการตกตะกอนของเลือดคืออะไร ?
    ก. test tube          ข. hematocrit tube        ค. sedimentation tube             ง. pack cell tube
51. ขบวนการเกิดออกซีฮีโมโกลบิน เรียกว่าอะไร ?
    ก. oxygenation                        ข. oxygenatation
    ค. oxygenatory process                    ง. oxygenatatory process
52. ธาตุเหล็กในเม็ดเลือดแดงอยู่ในรูปใด ?
    ก. Ferric iron             ข. ferous iron     ค. Ferite iron            ง. allory iron
53. ฮีโมโกลบินรวมกับสารชนิดใดได้ คาร์บอกซี ฮีโมโกลบิน
    ก. CO              ข. CO2             ค. HCO3-           ง. H2CO3
54. ข้อใดไม่ใช่แหล่งสร้างเม็ดเลือดแดงของสัตว์
    ก. ม้าม            ข. ไขกระดูก          ค. ตับ            ง. กระเพาะอาหาร
55. เม็ดเลือดแดงมีอายุประมาณเท่าใด ?
    ก. 5-6 เดือน        ข. 7-8 เดือน          ค. 3-4 เดือน       ง. 12 เดือน
56. เมื่อเม็ดเลือดแดงแตก สารสีจากฮีโมโกลบินมีสีเขียว ชื่อสารอะไร ?
    ก. ferritin       ข. hemosederin         ค. biriverdin     ง. billinogen
57. pack cell volume หมายถึงอะไร ?
    ก. เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดขาวในเลือด             ข. เปอร์เซ็นต์ของเกล็ดเลือดในเลือด
    ค. เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงที่นามาตกตะกอนโดยการปั่น                       ง. ข้อ ก, ข ถูก
58. เกล็ดเลือดมีหน้าที่หลัก คืออะไร
    ก. สร้างภูมิคุ้มโรค                     ข. สร้างเม็ดเลือดแดง
    ค. สร้างเม็ดเลือดขาว                     ง. ช่วยการแข็งตัวของเลือด
59. P.M.N. คือเม็ดเลือดขาวชนิดใด
    ก. Neutrophil       ข. Basophil          ค. lymphocyte        ง. Monocyte
60. ข้อใดหมายถึง adidophil
    ก. Neutrophil                ข. eosinophil        ค. Monocyte                ง. lymphocyte
61. เม็ดเลือดชนิดใดเกี่ยวข้องกับการเกิดการแพ้ของร่างกาย
    ก. Neutrophi                ข. eosinophil       ค. Basophil              ง. lymphocyte
62. ข้อใดคือ Macrophge
    ก. Monocyte           ข. lymphocyte         ค. Basophil        ง. acidophil
63. องค์ประกอบที่มากที่สุดของพลาสมาคืออะไร
    ก. โปรตีน           ข. น้า             ค. ไขมัน          ง. สารอนินทรีย์
64. ซีรัมไม่มีสารชนิดใดเมื่อเทียบกับพลาสมา
    ก. ภูมิคุ้มกัน                        ข. เม็ดเลือดแดง
    ค. เม็ดเลือดและปัจจัยการแข็งตัวของเลือดรวมทั้งไฟบริน                      ง. สารอินทรีย์
65. ของเหลวส่วนเกินในเนื้อเยื่อเรียกว่าอะไร
    ก. พลาสมา             ข. endolymph          ค. perilymph        ง. น้าเหลือง (lymph)


66. endolymph พบที่ใด
    ก. ไขข้อ         ข. หูส่วนใน           ค. ลูกตา         ง. ไขสันหลัง
67. ของแข็งที่มีปริมาณมากที่สุดในพลาสมาคืออะไร
    ก. โปรตีน         ข. ไขมัน            ค. เกลือแร่     ง. เอ็นไซม์และฮอร์โมน
68. ข้อใดไม่ใช่ granular leukocyte (ใช้คาตอบข้อ 61)
69.จากข้อ 68 เลือด 1 ถุงที่รับบริจาคมีประมาณกี่ซี.ซี.
    ก. 200         ข. 300-400             ค. 900       ง. 800
70. ข้อใดไม่ใช่ anticoagulant
    ก. โซเดียม ซิเตรท          ข. ฮีรูดีน         ค. เฮปาริน       ง. โซเดียม คลอไรด์
71. ข้อใดไม่ใช่อวัยวะของระบบหายใจ
   ก. ฟาริงซ์         ข. ลาริงซ์ (กล่องเสียง) ค. หลอดลมใหญ่ ง. เยื่อบุช่องท้อง
72. ข้อใดไม่ใช่ช่องที่เปิดเข้าบริเวณฟาริงซ์
   ก. auditory tube        ข. ช่องปาก       ค. หลอดอาหาร          ง. หลอดลมเล็ก (bronchus)
73. โครงสร้างในข้อใดที่เป็นแบบรูปตัว C
   ก. กระดูกอ่อนของหลอดลมเทรเคีย                 ข. กระดูกอ่อนของหลอดลมภายในปอด
   ค. กระดูกอ่อนของหลอดลมขนาดเล็กกว่า 1 มม. ง. หลอดลมเล็กทุติยภูมิ
อ.ทรงชัย                                                              3
74. เยื่อบุของระบบหายใจเป็นชนิดใดเป็นส่วนใหญ่
   ก. Simple squamous                        ข. Simple columnar
   ค. Simple cuboidal                        ง. pseudo stratified columnar with celia
75. รีเซพเตอร์ภายในโพรงจมูกเป็นชนิดใด (ป้องกันสารแปลกปลอมเข้าระบบหายใจ)
   ก. presso receptor        ข. chemo receptor ค. radio receptor                 ง. mechano receptor
76. ข้อใดไม่ใช่กระดูกอ่อนของกล่องเสียง
   ก. crycoid        ข. thyroid           ค. arytenoid        ง. parathyroid
77. การหายใจออกอย่างแรง แล้วฝาปิดกล่องเสียงปิดทาให้เกิดอะไร ?
   ก. แรงเบ่ง         ข. อาเจียน            ค. การจาม          ง. การไอ
78. การแลกเปลี่ยนก๊าซที่เนื้อเยื่อจัดเป็นการหายใจชนิดใด
   ก. external respiration                ข. internal respiration
   ค. cellular respiration               ง. pulmonary ventilation
79. เยื่อหุ้มปอดจัดเป็นเนื้อเยื่อในข้อใด
   ก. endothelium       ข. mesothelium            ค. stratified squamous           ง. lymphoid tissue
80. กระดูกในข้อใดไม่มีไซนัส
   ก. frontal       ข. mandible          ค. maxilla         ง. nasal
81. ปริมาตรของอากาศที่หายใจออกเพิ่มขึ้นภายหลังการหายใจออกปรกติคือข้อใด
   ก. expiratory reserve volume                  ข. vital capacity
   ค. total lung capacity                        ง. tidal volume
82. ขณะเบ่งอุจจาระเป็นจังหวะการหายใจในข้อใด
   ก. หายใจออกกล่องเสียงปิด                      ข. หายใจออกกล่องเสียงเปิด
   ค. หายใจเข้ากล่องเสียงเปิด                   ง. หายใจเข้ากล่องเสียงปิด
83. ปลายจมูกของสัตว์ในข้อใดปรับขนาดได้มากที่สุด
   ก. ม้า           ข. สุกร             ค. สุนัข           ง. โค
84. รีเฟล็กซ์ของการหายใจออกอย่างแรงคือข้อใด
   ก. การจาม          ข. การไอ             ค. การอาเจียน         ง. ข้อ ก. และ ข.
85. ข้อใดคือโครงสร้างที่เป็นท่อที่เล็กที่สุดของระบบหายใจ
   ก. trachea         ข. primary bronchi ค. bronchiole ง. alveolar duct
86. ข้อใดเป็นกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
   ก. external intercostal          ข. internal intercostal ค. diaphragm               ง. biceps brachii
87. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
   ก. ขณะหายใจออก ความดันภายในช่องอกน้อยกว่าความดันภายนอก
   ข. ขณะหายใจเข้า ความดันในช่องอกมากกว่าความดันภายนอก
   ค. ขณะหายใจเข้า ความดันในช่องอกน้อยกว่าความดันภายนอก
   ง. ขณะหายใจออก ความดันในช่องอกเท่ากับความดันภายนอก
88. ข้อใดคือพู (lobe) ขนาดเล็กที่ติดอยู่ทางด้านขวาของปอด
   ก. intermodiate lobe           ข. cardia lobe ค. diaphragmatic lobe              ง. cardiac lobe
89. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
   ก. คนสามารถกลั้นหายใจได้ชั่วขณะ                   ข. คนเราสามารถสูดหายใจลึก ๆ ได้
   ค. คนเรากลั้นใจจนตายได้                            ง. คนเรากลั้นใจตายไม่ได้
90. เหตุผลในข้อใดสนับสนุนข้อ (89)
   ก. คนมีความรู้สึกนึกคิด                    ข. การหายใจเป็นรีเฟล็กซ์
   ค. ศูนย์ควบคุมการหายใจมีใยประสาทเชื่อมกับส่วน cerebral certex
   ง. ข้อ ข.และ ค.ถูก
91. ปอดในข้อใดที่น่าจะพบ physiological dead space
    ก. ปอดปกติ                      ข. ปอดปกติที่ออกกาลังกายมาก
    ค. ปอดที่มีถุงลมโป่งพอง              ง. ปอดปรกติของสัตว์ที่กาลังหลับ
92. ปริมาตรไทดอล x อัตราการหายใจ เป็นสูตรหาอะไร
    ก. อัตราการถ่ายเทอากาศของปอด                          ข. อัตราการถ่ายเทอากาศของถุงลม
    ค. อัตราการถ่ายเทอากาศของปริมาตรไทดอล ง. อัตราไหลของอากาศเดดสเปส
93. กฎทางฟิสิกส์ของใครใช้อธิบาย การแลกเปลี่ยนก๊าซของการหายใจ
    ก. starling - Dalton         ข. Henry - Dalton        ค. Starling - Henry            ง. Mary - Dalton
    ข้อมูลข้างล่างใช้ตอบคาถามข้อ (94)
    ความดันออกซิเจนในถุงลม                  103 ม.ม.ปรอท
    ความดันออกซิเจนในเลือดดา                  40 ม.ม.ปรอท
    ความดันคาร์บอนไดออกไซด์ในถุงลม                 40 ม.ม.ปรอท
    ความดันของคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดดา 45 ม.ม.ปรอท
94.จากข้อมูลข้างต้นให้ใช้ตอบคาถามว่าเป็นระยะของการหายใจระยะใด
   ก. ระยะหายใจเข้าหลังจากมีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ถุงลมแล้ว
   ข. ระยะหายใจออกหลังจากมีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ถุงลมแล้ว
   ค. ระยะหายใจเข้าก่อนการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ถุงลม
   ง. ระยะหายใจออกสิ้นสุดลง
95. ผลของ H+ และ CO2 ต่อ Oxygen - hemoglobin dissociation curve เรียกว่าอะไร
     ก. อิทธิพลไฮโดรเจน          ข.อิทธิพลคาร์บอน        ค.อิทธิพลบอร์ ง.อิทธิพลไอออน
96. การขนส่งออกซิเจนในข้อใดเกิดขึ้นมากที่สุด
    ก. ละลายในพลาสมา                                    ข. ละลายในไซโตพลาสซึมของเม็ดเลือดแดง
    ค. จับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง                ง. จับกับเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดง
97. ข้อใดคือกราฟของความดันออกซิเจนกับเปอร์เซ็นต์การอิ่มตัวออกซิเจนในเม็ดเลือดแดง
    ก. Oxygen - hemoglobin association curve
    ข. Oxygen - hemoglobin dissociation curve
    ค. Oxygen - hemoglobin sigmoid curve
    ง. Oxygen - hemoglobin effect curve
98. สารในข้อใดไม่มีผลต่อการแยกออกซิเจนออกจากฮีโมโกลบิน
    ก. คาร์บอนไอออกไซด์ ข. 2, 3 - D.P.G. ค. ไฮโดรเจนไอออน                           ง. ไนโตรเจน
99. การขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์จากเนื้อเยื่อไปที่ปอด อาศัยเอ็นไซม์ในข้อใดช่วย
    ก. คาร์บอนิกแอนไฮเดรส ข. ออกซิเจเนต แอนไฮเดรส ค. เอนเทอโรไคเนส ง. ทริปซิโนเจน
100. การขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์ในข้อใดเกิดมากที่สุด
    ก. รวมกับโปรตีนในเลือด                    ข. ละลายในพลาสมา
    ค. เปลี่ยนเป็นไบคาร์บอเนตในไซโตพลาสซึมของเม็ดเลือดแดง ง. เกาะกับฮีโมโกลบิน
101. ศูนย์ในข้อใดควบคุมการหายใจโดยอาศัยรีเซพเตอร์ที่รับรู้การเหยียด
    ก. apneutic       ข. Hering Breuer ค. pneumotaxic ง. cerebral cortex
102. aortic body และ carotid body คืออะไร
    ก. รีเซพเตอร์ ข. ส่วนของถุงลม ค. ตัวช่วยจับออกซิเจน ง.ตัวช่วยจับคาร์บอนไดออกไซด์
103. สารเคมีที่มีผลต่อ aortic และ carotid body ที่สุดคือข้อใด
    ก. ออกซิเจน         ข. คาร์บอนไดออกไซด์ ค. ไฮโดรเจน                  ง. ไนโตรเจน
104. pneumotaxic center ของการหายใจอยู่ที่ใด
    ก. cerebrum        ข. cerebellum          ค. pons            ง. medulla
105. apneutic center ของการหายใจอยู่ที่ใด (คาตอบข้อ104)

ตอนที่ 2 ให้เติมคาตอบให้ถูกต้อง
อ.ทรงชัย   4

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:103
posted:12/31/2010
language:Thai
pages:4