สัญญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัย 2_2 by Suthee

VIEWS: 161 PAGES: 5

									สัญญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัย
ทาที่..................................................... ............. หนังสือสัญญาฉบับนี้ทาขึ้นเมื่อวันที่...................เดือน........................................พ.ศ................... ระหว่าง.............................................................................................................................................................. โดย..................................................................................................................................................................... ตั้งอยู่เลขที่........................หมู่ที่.....................ตรอก/ซอย...................................ถนน........................................ ตาบล.........................................อาเภอ................................................จังหวัด.................................................... ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ......................................................................................... โดย..................................................................................................................................................................... ตั้งอยู่เลขที่.......................หมู่ที่.....................ถนน..............................................แขวง....................................... เขต................................................กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทาสัญญาไว้ต่อกันดังต่อไปนี้ ข้อ 1. “ผู้ว่าจ้าง” ตกลงว่าจ้าง และ “ผู้รับจ้าง” ตกลงรับจ้างทาการรักษาความปลอดภัยให้แก่บรรดาทรัพย์สินของ “ผู้ว่าจ้าง” ซึ่งอยู่ในบริเวณ....................................ตั้งอยู่เลขที่...................หมู่ที่.......…… ตรอก/ซอย.......................................ถนน............................................ ตา/แขวง................................................ อาเภอ/เขต..........................................จังหวัด......................................... ข้อ 2. สัญญาฉบับนี้กาหนดระยะเวลา....................ปี และเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่..................... เดือน..................................พ.ศ....................สิ้นสุดลงวันที่....................เดือน.............................พ.ศ................ และเมื่อสัญญานี้ครบกาหนด หากไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบอกเลิกสัญญา ให้ถือว่าสัญญาฉบับนี้มีผลใช้บังคับต่อไปอีกมีกาหนด..............................เดือน ข้อ 3. “ผู้รับจ้าง” จาต้องรับผิดชอบจัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยในบริเวณสถานที่ของ “ผู้ว่าจ้าง” ตามนัยข้อ 1 โดยการแบ่งการทางานออกเป็น..........................ผลัดดังนี้ ผลัดที่ 1 พนักงานรักษาความปลอดภัยจานวน.................นาย ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา.............. รวมเวลาทางาน.............................ช.ม./วัน/นาย ผลัดที่ 2 พนักงานรักษาความปลอดภัยจานวน.................นาย ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา.............. รวมเวลาทางาน.............................ช.ม./วัน/นาย ผลัดที่ 3 พนักงานรักษาความปลอดภัยจานวน.................นาย ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา.............. รวมเวลาทางาน.............................ช.ม./วัน/นาย

“ผู้ว่าจ้าง” ตกลงจ่ายค่าบริการรักษาความปลอดภัยให้แก่ “ผู้รับจ้าง” ในอัตราเดือนละ.............. .....................บาท (..................................................) ต่อ 1 นาย คือเป็นอัตรารวมทั้งสิ้นเดือนละ..................... .....................บาท (..................................................) ต่อ ..........................นาย ข้อ 4. การจ่ายเงินค่าจ้าง “ผู้ว่าจ้าง” ตกลงจ่ายและ “ผู้รับจ้าง” ตกลงยินยอมรับค่าจ้างในอัตราตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 3. โดย “ผู้รับจ้าง” จะส่งใบวางบิลมาให้ “ผู้ว่าจ้าง” ภายในระหว่างวันที่.......................ของเดือน และ “ผู้ว่าจ้าง” จะต้องชาระเงินค่าจ้างให้เสร็จสิ้นภายในวันที่................ของเดือน อนึ่ง เงินค่าจ้างตามสัญญานี้ “ผู้ว่าจ้าง” จะใช้สิทธิยึดหน่วงหรือถ่วงเวลาไว้เกิดกาหนดหรือ จะนาไปหักกลบลบหนี้อย่างอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก “ผู้รับจ้าง” เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น ข้อ 5. ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ให้อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยการบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ข้อ 6. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อประโยชน์ของ “ผู้ว่าจ้าง” หรือลูกค้าของ “ผู้ว่าจ้าง” ที่เข้ามาใช้บริการและ/หรือผู้ที่เข้ามาทาการติดต่อกับ “ผู้ว่าจ้าง” “ผู้ว่าจ้าง” ต้องยินยอมให้ “ผู้รับจ้าง” มีสิทธิทาการตรวจค้นตัวบุคคล ยานพาหนะ และตรวจสอบทรัพย์สินที่ผ่านเข้าออกได้ และ “ผู้ว่าจ้าง” ต้องไม่ปกปิดข้อเท็จจริงใดๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความปลอดภัยแก่ “ผู้รับจ้าง” ข้อ 7. “ผู้ว่าจ้าง” จะต้องไม่มอบหมายงานอย่างอื่นใดนอกเหนือจากงานตามสัญญานี้ให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยของ “ผู้ว่าจ้าง” อันจะเป็นเหตุให้การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพนักงานนั้นเกิดความบกพร่องขึ้นได้ ข้อ 8. การเพิ่มหรือลด หรือการเปลี่ยนแปลงจุดรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปตามความ เหมาะสมกับสภาพกิจการ สถานที่ ที่ตั้ง และลักษณะของทรัพย์สินของ “ผู้ว่าจ้าง” ย่อมกระทาได้ แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบด้วยกันทั้งสองฝ่ายเป็นสาคัญ ส่วนเงื่อนไขการจ้างให้ถือตามข้อตกลงแห่งสัญญานี้โดยอนุโลม ข้อ 9. “ผู้รับจ้าง” จะต้องจัดบุคคลที่มีคุณสมบัติและความประพฤติที่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย และแต่งกายให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามที่กาหนดไว้ ตลอดจนจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ประจาตัวในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยด้วยค่าใช้จ่า ยของ “ผู้รับจ้าง” เองทั้งสิ้น เว้นแต่เครื่องมือดับเพลิง เครื่องมืออีเลคโทรนิค อาวุธปืนและอื่นๆ

ที่ต้องใช้ตามระเบียบข้อบังคับการปฏิบัติงานที่ “ผู้ว่าจ้าง” กาหนดขึ้นเป็นพิเศษ “ผู้ว่าจ้าง” จะต้องเป็นผู้จัดหาให้ตามความจาเป็น ข้อ 10. “ผู้รับจ้าง” ต้องควบคุมบังคับบัญชาให้พนักงานรักษาปลอดภัยปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและคาสั่งโดยชอบของ “ผู้ว่าจ้าง” ให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยที่บกพร่องต่อหน้าที่ หรือไม่เหมาะสมที่จะเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยทีดีภายในเวลา 48 ช.ม. นับจากเวลาที่ได้รับแจ้งจาก “ผู้ว่าจ้าง” อีกทั้ง “ผู้รับจ้าง” จะต้องจัดพนักงานรักษาความปลอดภัยเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้กับ “ผู้ว่าจ้าง” เสริมแทนให้ครบตามสัญญาที่ระบุไว้ ข้อ 11. ในกรณีที่ “ผู้รับจ้าง” ได้ตรวจพบและพิจารณาเห็นว่าบริเวณที่ต้องรักษาความปลอดภัยจุดใดในลักษณะที่ล่อแหลม ไม่ปลอดภัย เช่น มีแสงสว่างไม่เพียงพอ รั้วหรือกาแพงชารุด สายยูกลอนประตูชารุดหรือลักษณะโดยประการอื่นใดอันอาจจะเป็นช่องทางให้คนร้ายใช้เป็นที่หลบซ่อน กาบัง แอบแฝงหรือซ่อนเร้นเพื่อทาการโจรกรรมและเมื่อ “ผู้รับจ้าง” ได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ “ผู้ว่าจ้าง” จัดการซ่อมแซมแก้ไขหรือปรับปรุงให้ดีขึ้นเกินกว่า 2 ครั้งแล้ว แต่ทาง “ผู้ว่าจ้าง” มิได้กาเนินการตามที่ “ผู้รับจ้าง” ได้แจ้งดังกล่าว หากมีเหตุโจรกรรมเกิดขึ้นในจุดที่ไม่ปลอดภัยนั้นๆ ในกรณีเช่นนี้ถือว่าความ เสียหายหรือสูญหายนั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย ข้อ 12. “ผู้รับจ้าง” จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ “ผู้ว่าจ้าง” หากทรัพย์สินของ “ผู้ว่าจ้าง”ได้เสียหายหรือสูญหายและมีร่องรอยเจาะ ตัด งัดแงะ หรือทาลายเครื่องกีดขวางจากการโจรกรรม เว้นแต่ความเสียหายหรือสูญหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย การปล้น การจลาจล อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติ และ/หรือความประมาทเลินเล่อของ “ผู้ว่าจ้าง” หรือลูกจ้างหรือบุคคลในสังกัดของ “ผู้ว่าจ้าง” ตลอดจน ทรัพย์สินที่ง่ายแก่การพกพาหรือนาพา เช่น เงินสด เช็ค อาภรณ์ เครื่องประดับ รถ ปากกา ปีน แว่นตา กล้องถ่ายรูป พระเครื่อง เป็นต้น ข้อ 13. การชดใช้ค่าเสียหาย “ผู้รับจ้าง” จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ “ผู้ว่าจ้าง” ในกรณีที่ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและอยู่ในความรับผิดชอบของ “ผู้รับจ้าง” ตามสัญญานี้ โดยจะจ่ายให้ตามราคาที่แท้จริงของทรัพย์สินที่สูญหายหักด้วยค่าเสื่อมราคาแห่งอายุการใช้งานตามกฎหมาย และอยู่ในวงเงินไม่เกิน.......................................บาท (.......................................................) ต่อการเสียหายหรือ สูญหายหนึ่งครั้ง และ “ผู้รับจ้าง” จะชดใช้ราคาทรัพย์สินให้แก่ “ผู้ว่าจ้าง” ภายในระยะเวลา..................วันนับแต่วันที่ ทรัพย์สินดังกล่าวเสียหายหรือสูญหาย หาก “ผู้รับจ้าง”ติดตามแล้วไม่ได้ทรัพย์สินนั้นคืนให้แก่ “ผู้ว่าจ้าง” ข้อ 14. กรณีที่ทรัพย์สินของ “ผู้ว่าจ้าง” เกิดการเสียหายหรือสูญหาย และการเสียหายหรือ สูญหายดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ “ผู้รับจ้าง” “ผู้ว่าจ้าง” จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

14.1 “ผู้ว่าจ้าง” จะต้องแจ้งให้ “ผู้รับจ้าง” ทราบโดยด่วนที่สุด (สาหรับบริเวณ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ให้แจ้งภายใน 14 ชม. สาหรับบริเวณจังหวัดอื่นให้แจ้งภายใน...................วัน) จะเป็นด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ได้ แต่ถ้าแจ้งด้วยวาจาจะต้องทาเป็นหนังสือยืนยันตามไปภายหลังไม่เกินกว่า 3 วัน นับแต่วันที่แจ้งด้วยวาจาพร้อมทั้งแจ้งราคาค่าเสียหายที่แท้จริง (หากยังมิทราบแน่ชัดให้ประมาณค่าเสียหายได้ อนึ่ง “ผู้ว่าจ้าง” ต้องแจ้งความร้องทุกข์ดาเนินคดี ณ สถานีตารวจท้องที่ที่เกิดเหตุหลังจากที่ทราบการเสียหายหรือสูญหายภายใน 24 ชม. และยินยอมให้ “ผู้รับจ้าง” มีส่วนรับรู้ในการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อร่วมในการสืบสวนหาข้อเท็จจริงและเร่งรัดคดี 14.2 “ผู้ว่าจ้าง” จะต้องไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของและ/หรือทาลายหรือลบร่องรอยใดๆ ออกจากบริเวณที่เกิดเหตุจนกว่าเจ้าหน้าที่ตารวจจะออกไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว และ “ผู้รับจ้าง” จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ของฝ่าย “ผู้รับจ้าง” ออกไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายใน 24 ชม. หลังจากที่ได้รับ แจ้งจาก “ผู้ว่าจ้าง” แล้ว และ “ผู้ว่าจ้าง” ต้องยินยอมให้ความร่วมมือแก่ “ผู้รับจ้าง” ในการที่จะดาเนินการสืบสวนสอบสวนตรวจค้นบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือที่อยู่ในบริเวณของ “ผู้ว่าจ้าง” 14.3 ในการเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายหรือสูญหายใดๆ จาก “ผู้รับจ้าง” “ผู้ว่าจ้าง” จะต้องแนบหลักฐานสาเนาการแจ้งความและหลักฐานการได้มาและราคาของทรัพย์สินที่สูญหายนั้นหรือใบเ สร็จค่าซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหายหรือสูญหายมาพร้อมกับหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายหรือสูญหายที่เกิดขึ้น แก่”ผู้รับจ้าง” เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย สัญญานี้ทาขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ โดย “ผู้ว่าจ้าง” และ “ผู้รับจ้าง” ถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับและได้อ่านข้อความในสัญญานี้เป็นที่เข้าใจโดยตลอดแล้วจึงลงลายมือ ชื่อไว้เป็นสาคัญเพื่อเป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน ลงชื่อ.....................................................ผู้ว่าจ้าง (.....................................................) ลงชื่อ.....................................................ผู้ว่าจ้าง (.....................................................) ลงชื่อ.....................................................พยาน (.....................................................)

ลงชื่อ.....................................................พยาน (.....................................................)


								
To top