Metallurgy and the Chemistry of Metals by zrn20302

VIEWS: 580 PAGES: 66

									   จัดทาโดย
วัจนี พงษ์พัฒน
             .....
1. ประกอบการเรียนเรื่อง polymer
2. บอกความหมายของพอลิเมอร์
3. อธิบายโครงสร้างของพอลิเมอร์
4. อธิบายประเภทของพอลิเมอร์
             ิ ิ
5. อธิบายปฏิกรยาการเกิดพอลิเมอร์
6. ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์
7. สรุปความก้าวหน้าของเทคโนโลยีพอลิเมอร์
8. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“พอลิ เมอร์” มาจากคากรีกสองคา คือ poly แปลว่าหลายๆ หรือมาก และ mer
                           ้                        ่ ี
แปลว่าหน่วยหรือส่วน ดังนัน “พอลิเมอร์” คือสารทีมน้ าหนักโมเลกุลสูงโดยมี
                    ่ี                                        ่
โครงสร้างทางเคมีทประกอบด้วยหน่วยย่อยซ้า ๆ ของโมเลกุลทีเรียกว่า “เมอร์” และ
                 ่
หากเป็ นโมเลกุลทีม ี “เมอร์” เพียง 1 หน่วยก็จะเรียกว่า “มอนอเมอร์”
                       ่        ้
(Monomer) ซึงเป็ นสารตังต้นของพอลิเมอร์อกที       ี
                              ่
พอลิเมอร์แบ่งตามการเกณฑ์ตางๆได้ดงนี้    ั
แบ่งตามการเกิด
1.พอลิเมอร์ธรรมชาติ เป็ นพอลิเมอร์ทกดขึนเองตามะรรมชาติ เช่น โปรตีน แป้ง เซล
                                     ่ี ิ ้
ลุโลส ยางธรรมชาติ
             ั                                                  ่
2. พอลิเมอร์สงเคราะห์ เป็ นพอลิเมอร์ทเี่ กิดจากการสังเคราะห์เพือใช้ประโยชน์ต่างๆ
เช่น พลาสติก ไนลอน ดาครอน และลูไซด์
1. โฮโมพอลิเมอร์ (homopolymers) เกิดจากมอนอเมอร์ชนิดเดียว
มาต่อกัน
                                                 ื
โฮโมพอลิเมอร์ธรรมชาติ ได้แก่ เซลลูโลส (มอนอเมอร์คอ กลูโคส) ยาง
                     ื
ธรรมชาติ (มอนอเมอร์คอไอโซพรีน)
                                       ี            ื      ี
โฮโมพอลิเมอร์สงเคราะห์ ได้แก่ พอลีเอทิลน (มอนอเมอร์คอ เอทิลน) พอลีส
              ั
                  ื
ไตรีน (มอนอเมอร์คอสไตรีน)
เช่น
2. โคพอลิเมอร์ (copolymers) หรือพอลิเมอร์รวม เกิดจากมอนอเมอร์
                                                  ่
  มากว่าหนึ่งชนิดมาต่อกัน
                                                               ื
  โคพอลิเมอร์ธรรมชาติ ได้แก่ พอลีเพปไตด์ หรือโปรตีน (มอนอเมอร์คอ
  กรดอะมิโนชนิดต่างๆ)
                                                ื
  โคพอลิเมอร์สงเคราะห์ ได้แก่ ไนลอน (มอนอเมอร์คอ กรดอะดิปิกและเฮกซะ
               ั
       ี
  เอทิลนไดเอมีน)
         ู                ื          ี
  พอลียรเี ธน (มอนอเมอร์คอ 1,2-เอทิลน ไดไอโซไซยาเนตและ1,2-เอทิลน ี
  ไกลคอล)
  จะมีมอนอเมอร์มากกว่า 1 ชนิดมาต่อกัน เช่น
  1. พอลิเมอร์แบบเส้น (Chain length polymer) โครงสร้างจะชิดกันมาก
                                      ั                              ่
  ความหนาแน่นสูงจุดหลอมเหลวสูง มีลกษณะแข็งเหนียวกว่าโครงสร้างอื่นๆ เมือ
      ั                             ่        ิ
  ได้รบความร้อนจะอ่อนตัวและแข็งตัวเมืออุณหภูมต่า



2. พิลิเมอร์แบบกิ่ง (Branched polymer) โครงสร้างแบบนี้มความหนาแน่นต่า
                                                                  ี
         ่
   ยึดหยุนได้ เนื่องจากมีโซ่แตกออกไป
   จากโซ่หลัก ทาให้โมเลกลุไม่สามารถจัดเรียงตัวชิดกันได้ จุดเดือดจุดหลอมเหลวต่า
                                ี
   กว่าแบบเส้น เช่น พอลิเอทิลนชนิดความหนา
   แน่นต่า (LDPE)
3. พอลิเมอร์แบบร่างแห (Cross-linking polymer) เป็ นพอลิ
                                          ่   ่
เมอร์ทเี่ กิดจากพอลิเมอร์แบบเส้นหรือแบบกิงมาเชือมต่อกันเป็นร่างแห ถ้า
          ่                             ่        ้ ่
พันธะเชือมระหว่างโซ่หลักมีน้อยก็จะยืดหยุนได้ แต่ถาเชือมมากจะแข็ง ไม่
      ่
ยืดหยุน เช่น พวกเบกาไลต์ เมลานีน
( CF2   CF2 )n   ( CH2   CH2 )n   ( CH2   CH )n
   Teflon         Polyethylene            Cl
                                      PVC

                                               25.2
Polyepropylene
    CH2     CH    CH2       CH    CH2    CH    CH2   CH
            CH3             CH3          CH3         CH3

       ้
หน่ วยซา (repeating unit)          CH2     CH
                                           CH3

สูตรโครงสร้างแบบย่อ
                                   CH2    CH
                                                 n
                                          CH3

โมโนเมอร์         CH2       CH     propylene
                            CH3
  degree of polymerization = อันดับการพอลิเมอไรเซชัน =
  จานวนหน่ วยซาในสายพอลิเมอร์ = n
                ้
                          CH2    CH
                                       n
                                 CH3


           น้าหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์
Molecular weight of polymer = น้าหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์ =
n x น้าหนักโมเลกุลของหน่ วยซา ้
   เช่น n = 1000 จะได้ น้าหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์นี้เป็ น
              1000 x [(12 x3) + (6 x 1)] = 4200
    ไดเมอร์ทาปฏิกิริยากันเป็ น tetramer

+
    ไดเมอร์ทาปฏิกิริยากับ ethylene glycol

     +




+
+




    การเกิดไดเมอร์ระหว่าง terephthoyl chloride
               กับ ethylene glycol
น้าหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์


                                             Chain Growth
                                             Step Growth




                             0   10     20   30   40   50   60   70   80   90   100
                                      % พอลิเมอร์ที่เกิดขึนจากโมโนเมอร์
                                                          ้
   สายพอลิเมอร์ที่มีน้าหนักโมเลกุล 200,000 มีอยู่ 5 โมเลกุล
                                   10,000 มีอยู่ 20 โมเลกุล
• มวลโมเลกุลเฉลี่ยโดยจานวน (number average molecular
weight)       (200,000 x 5) + (10,000 x 20)
         Mn =                                 = 48,000
                            25
• มวลโมเลกุลเฉลี่ยโดยน้าหนัก (number average molecular weight)
     น้าหนักรวม 1,200,000
      (200,000 x 1,000,000) + (10,000 x 200,000)
 Mw =                                            = 168,333
                  1,200,000
การแบ่งประเภทพอลิเมอไรเซชันมีอยู่สองระบบ คือ
• แบ่งตามชนิดของปฏิกิริยา
  1. พอลิเมอไรเซชันแบบควบแน่ น (condensation polymerization)
  2. พอลิเมอไรเซชันแบบเติม (addition polymerization)
แบ่งตามกลไกการเพิ่มขนาดของสายพอลิเมอร์
  1. พอลิเมอไรเซชันแบบลูกโซ่ (chain poymerization)
  2. พอลิเมอไรเซชันแบบขัน (step polymerization)
                        ้
ปฏิกรยาทีมอนอเมอร์มารวมกันเป็ นพอลิเมอร์ เรียกว่า “ปฏิ กิริยาพอลิเมอร์ไร
       ิิ ่
     ่
เซชัน”
                                       ่           ่                 ิิ ่
          พอลิเมอร์เกิดจากมอนอเมอร์มาเชือมต่อกัน ซึงเราเรียกปฏิกรยาทีมอนอเมอร์
                               ่    ิิ                        ่       ิิ
มารวมตัวกันเกิดเป็ นพอลิเมอร์วาปฏิกรยาพอลิเมอร์ไรเซชัน ซึงปฏิกรยานี้ม ี 2 แบบ
ด้วยกันคือ
          ิิ                                                    ่ี ี ่ ั ั
1.ปฏิกรยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบควบแน่น เกิดจากพอลิเมอร์ทมหมูฟงก์ชนมากกว่า 1
                ิิ                                         ิิ
หมู่ มาทาปฏิกรยากันเกิดเป็ นพอลิเมอร์ และในการเกิดปฏิกรยานี้จะได้โมเลกุลเล็กๆ
                                                     ้
เช่น H2O , NH3 , HCl และ CH3OH เกิดขึนระหว่างปฏิกรยาด้วยเช่น           ิิ
       ิิ                                 ี
ปฏิกรยา ระหว่างกรดอะดิปิกกับเฮกซะเมทิลนไดเอมีน ได้พอลิเมอร์ทมชอสามัญว่า่ี ี ่ ื
ไนลอน 6,6
                     ิ
ข้ อสังเกต 1. ปฏิกริยานี้อาศัยสารตั้งต้ นมอนอเมอร์ ที่เป็ นพันธะคู่หรือพันธะสาม
              2.เมื่อกลายเป็ นพอลิเมอร์ แล้ วอยากทราบว่ ามาจากมอนอเมอร์ ตัวไหน(โฮโมหรือโคพิลเิ มอร์ )
              ให้ ย้อน
                       ั
             พันธะที่ตดไปต่ อในตอนแรกมาไว้ ที่เดิมจะทราบว่ าพอลิเมอร์ นั้นสร้ างมาจากชุดมอนอเมอร์
              ชุดไหน
             (1 ชุดอาจมีขนาดโตมากๆ ก็ได้ )
สังเกตว่าอะตอม H และ Cl ในโมโนเมอร์ไม่ปรากฏในหน่ วย
ซาของพอลิเมอร์แต่เป็ นผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่ งจากปฏิกิริยา
   ้
       ิิ                                                 ่ี ี ั
2.ปฏิกรยาพอลิเมอไรเซชันแบบเติม เกิดจากโมเลกุลของมอนอเมอร์ทมพนธะคู่
ระหว่างคาร์บอนอะตอมเช่น
     ี                 ี
เอทิลน ( CH2 ) โพรพิลน ( CH3 – CH = CH2 ) ไวนิลคลอไรด์ (CH2
= CHCl ) และสไตรีน




                  ิิ            ่               ั้       ่ ั                   ่ ้ึ
ข้อสังเกต 1. ปฏิกรยานี้จะเกิดเมือมีมอนอร์เมอร์ตงต้นมีหมูฟงก์ช ั ่นมากกว่า 1 หมูขน
ไป
                     ่                              ้่
              2. เมือมีผลิตภัณฑ์เป็ นพอลิเมอร์อยากรูวาเป็นมอนอเมอร์แบบไหน
(โฮโมหรือโคพิลเิ มอร์) ให้ทาการ
                                          ่ ั ั
             ไฮโดรไลซ์ โดยพิจาราณา หมูฟงก์ชนดูจากหัวและท้ายสุดของพอลิ
เมอร์ผลิตภัณฑ์
สังเกตว่าจานวนอะตอมทังหมดในหน่ วยซาของพอลิเมอร์
                      ้            ้
                        ้
   เท่ากับ จานวนอะตอมทังหมดในโมโนเมอร์ (2C, 4H)
                   step


addition              condensation



           chain
      CH2     CH2                 CH2    CH                  CH2     CH
                      n                         n                          n
       polyethylene                      CH3                        Cl
                                  polypropylene            poly(vinyl chloride)
PE, most popular plastic;    PP, plastic dish and             PVC, pipes
bag to bullet proof vests    out door carpet fiber


             CH2     CH                              CH2    CH
                        n
                     OCCH3                                       n
                                                        OH
                      O                        poly(vinyl alcohol)
            poly(vinyl acetate)
                                               PVA, adhesive
            PVAc, adhesive                      and emulsifier
CH2     CH                          CH3
                 n
                            CH2     C
                                      n
                                    COCH3
                                  O
 polystyrene            poly(methyl methacrylate)
 PS, hard plastic    PMMA, shatterproof glass,
   and foam          and paint

                                     Cl
                             CH2     C
CH2      CH                                n
                 n                 Cl
       CN               poly(vinylidene chloride)
polyacrylonitrile
knitting fiber              plastic wrap
     2          4          2            4

1          3        1           3
                                            n
    butadiene           polybutadiene
R groups on same
side of chain
   Isotactic




R groups alternate
from side to side
 Syndiotactic




R groups disposed
at random
    Atactic
ใช้ทาขวดพลาสติก (ขวด PET) และเส้นใย
ใช้ทาเลนส์แว่นตา และ กระจกเทียม
      O
              H                         O
          N       +   H2N
                                             OH




                      H             O
                      N
H2N                                     OH
                  O




      H                     O
                                             Nylon-6
      N
                                n
ใช้ทาฟองน้า
Spandex, elastic fibers (Lycra) for exercise clothing
SBS
                    ี
1. มอนอเมอร์ : เอทิลน
  โครงสร้าง :
                           ี
  พอลิเมอร์ : พอลิเอทิลน (PE)
   โครงสร้าง :
   คุณสมบัติ : ป้องกันการผ่านของน้ าได้ดี
ยอมให้อากาศผ่าน
                     ได้เล็กน้อยเหนียว
                   ่
    ประโยชน์ : เครืองใช้ภายในบ้าน
                     ของเล่น
                      ถุงบรรจุอาหาร
2. มอนอเมอร์ : โพรพิลน  ี
    โครงสร้าง :
    พอลิเมอร์ : พอลิโพรพิลน ี
(PP)
      โครงสร้าง :
     คุณสมบัติ : คล้าย PE แต่
แข็งกว่า
      ประโยชน์ : ภาชนะบรรจุ
สารเคมี
                       กระเป๋า
เดินทาง
  3. มอนอเมอร์ : ไวนิลคลอไรด์
       โครงสร้าง :
     พอลิเมอร์ : พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC)
        โครงสร้าง :
       คุณสมบัติ : แข็งและคงรูปทนสารเคมี
  ทนความร้อน
                        ทนต่อการกัดแทะ
        ประโยชน์ : ท่อน้ า บัตรเครดิต
การเบืองยางปพืน ฉนวนหุมสายไฟฟ้า
     ้          ้         ้
4. มอนอเมอร์ : เตตระฟลูออโรเอทิลนี
    โครงสร้าง :
   พอลิเมอร์ : พอลิเตตระฟลูออโรเอทิลน ี
(PTFE)(Teflon)
     โครงสร้าง :
    คุณสมบัติ : เหนียว ทนสารเคมีดี ทุกช่วง
              ่
อุณหภูม ิ ผิวลืน
                       ึ
                  ไม่ยดติดภาชนะ
     ประโยชน์ : เคลือบผิวภาชนะหุงต้ม
                     เคลือบสายเคเบิล
                      เคลือบสายไฟฟ้า
5. มอนอเมอร์ : สไตรีน
    โครงสร้าง :
   พอลิเมอร์ : พอลิสไตรีน (PS)
     โครงสร้าง :
    คุณสมบัติ : แข็งมาก แต่เปราะ ไม่ทน
สารละลายอินทรีย์
                     ไม่นาไฟฟ้า
     ประโยชน์ : โฟมบรรจุอาหาร
                      วัสดุลอยน้ า
                      ฉนวนกระติกน้ า
6. มอนอเมอร์ : เมทิลเมทาคริเลต
   โครงสร้าง :
  พอลิเมอร์ : พอลิเมทิลเมทาคริเลต
                (PMMA)
    โครงสร้าง :
   คุณสมบัติ : ใส โปร่งแสง ทนต่อการ
              กระแทก
    ประโยชน์ : กระจกครอบไฟท้าย
              รถยนต์
              แว่นตา
7. มอนอเมอร์ : อะคริ โลไนไตรต์
   โครงสร้ าง :
   พอลิเมอร์ : พอลิอะคริ โลไนไตรต์
       (PAN)
    โครงสร้ าง :
   คุณสมบัติ : แข็งเหนียว ทนความ
       ชื่น และเชื่อรา
    ประโยชน์ : ผ้ าโอรอน
                 ด้ ายสาหรับถักพรม
                 เสื ้อผ้ าเด็ก
1. มอนอเมอร์ : ไดเมทิลเทเรฟทาเลต +
                           เอทิลีนไกลคอล
      โครงสร้ าง :
     พอลิเมอร์ : พอลิเอทิลีนเทเรทาเลค
                  (PET)(ดาครากอน หรื อ
                    โทเรเทโทรอน)
       โครงสร้ าง :
      คุณสมบัติ : แข็ง เหนียว ใส ทน
   แรงขัด                     ถู
       ประโยชน์ : เชือก ด้ าย แห อวน
                    ขวดน ้าชนิดแข็งใส
                    หินอ่อนเทียม
2. มอนอเมอร์ : กรดอะดิปิก +
            ี
เฮกซะเมทิลนไดเอมีน
     โครงสร้าง :
    พอลิเมอร์ : พอลิเอไมด์
(ไนลอน-6,6)(PA)
      โครงสร้าง :
     คุณสมบัติ : เหนียว ยืดหด
ได้ ทนแรงขัดถู
      ประโยชน์ : เชือก
                       ด้าย
                       ถุงน่อง
                            ้
                       ชุดชันใน
                       สายไฟฟ้า
3. มอนอเมอร์ : บิส-ฟี นอลเอ + ฟอสจีน
   โครงสร้ าง :
   พอลิเมอร์ : พอลิคาร์ บอเนต(PC)
    โครงสร้ าง :
   คุณสมบัติ : เหนียว แข็ง ใส ทน
ความร้ อน ติดไฟแล้ วดับเอง
    ประโยชน์ : กล่องบรรจุเครื่ องมือ
                 ขวดนมเด็ก
                 ภาชนะที่ใช้ แทนแก้ ว
4. มอนอเมอร์ : 1,4-บิวเทนไดออล +
เฮกซะเมทิลีนไดไอโซไซยาเนิต
   โครงสร้ าง :
   พอลิเมอร์ : พอลิยรีเทน(PU)
                         ู
    โครงสร้ าง :
   คุณสมบัติ : ยืดหยุ่น ทนการขีด
ข่วน ทนต่อตัวทาละลาย
                 ทนต่อแรงกระแทก
    ประโยชน์ : เส้ นใยทาชุดว่ายน ้า
                 บุเก้ าอี ้
                 นายาเคลือบผิว
5. มอนอเมอร์ : ฟี นอล +
ฟอร์ มาลดีไฮด์
    โครงสร้ าง :
    พอลิเมอร์ : พอลิฟีนอล-
ฟอร์ มาลดีไฮด์ (เบกาไลต์)(PF)
     โครงสร้ าง :
    คุณสมบัติ : แข็ง-เปราะ ทนความ
         ุ
ร้ อนที่อณหภูมิสง  ู
                  เป็ นฉนวนไฟฟา  ้
     ประโยชน์ : กาว
                               ้
                     แผงวงจรไฟฟา
6. มอนอเมอร์ : ยูเรี ย + ฟอร์ มาลดไฮด์
    โครงสร้ าง :
    พอลิเมอร์ : พอลิยเู รี ย-ฟอร์ มาลดีไฮด์
(UF)
     โครงสร้ าง :
    คุณสมบัติ : แข็ง-เปราะ ทนความ
         ุ
ร้ อนที่อณหภูมิสง  ู
                 ทนสารเคมี
     ประโยชน์ : กาว
                  แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
7. มอนอเมอร์ : เมลามีน + ฟอร์มาดีไฮด์
    โครงสร้าง :
    พอลิเมอร์ : พอลิเมลามีน-ฟอร์มาดี
ไฮด์(MF)
     โครงสร้าง :
    คุณสมบัติ : ทนสารเคมี ต้านทาน
น้ าได้ดี
     ประโยชน์ : แผงวงจร
                ผ้าใบกันน้ า
               ถ้วย-ชาม
               หูกะทะ
    พลาสติก ได้มการปรับปรุงคุณภาพให้ดขน เช่น
                  ี                        ี ้ึ
                         ่
               - เติมสีเพือให้ความสวยงาม
             - เติมใยแก้วเพือความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก เรียกว่า “ไฟเบอร์กลาส”
                             ่
             - เติมผงกราไฟต์ เพือให้มสมบัตนาไฟฟ้าได้
                                  ่    ี        ิ
ประโยชน์ ของพลาสติก
  1. ด้านการแพทย์
               - พอลิไวนิลคลอไรด์ ใช้ผลิตถุงใส่เลือด เส้นเลือดเทียม
                    - พอลิสไตรีน ทาหลอดฉีดยา
                    - พอลิโพรพิลีน ใช้ทากระดูกเทียม เอ็นเย็บแผล
                                         ั                         ั
                    - พอบิเอทิลีน ใช้ทาฟนปลอม ลินหัวใจ กระเพะปสสาวะ ท่อน้ าดี
                                                  ้
                - ซิลิโคน จัดเป็ นพอลิเมอร์อนินทรีย์ ใช้ในด้านศัลยกรรมตกแต่ง
2. ทางด้านการเกษตร
                   ท่อพลาสติก PVC นามาคลุมดิน เพือรักษาความชุ่มชืน
                                                          ่          ้
   ของดิน ทาตาข่ายกันแมลง
                    พอลิเอทิลีน ปูพนบ่อน้ า เพือกักเก็บน้า
                                     ้ื         ่
3. ทางด้านการก่อสร้าง
                    พอลิเมอร์ สไตลีน – บิวทาไดอีน – สไตรีน ผสมกับยาง
                      ่                     ่       ่
   มะตอย เป็ นวัสดุเชือมรอยต่อคอนกรีต เพือทาหน้าทีรองรับการ ขยายตัว
                  ่ ั                                         ้
   ของคอนกรีต เมือได้รบความร้อน ช่วยให้ยางมะตอยไม่เหลวในฤดูรอน และ
   ไม่แห้ง แตกในฤดูหนาว
โฟม เป็ นพลาสติกทีผานกระบวนการเติมแก๊สทาให้เกิดฟองอากาศจานวนมาก
                    ่ ่
            ่                                               ่
   แทรกอยูระหว่างเนื้อพลาสติก ทาให้โฟมเบาและมีความยืดหยุน เป็ นฉนวน
   ความร้อนและไฟฟ้าได้ดมาก เดิมจะม่าร CFC แทรกอยูในโฟมพอลิสไตรีน
                         ี                              ่
                                        ั ั
   ทาให้โฟมช่วยเก็บความ ร้อนได้ดี ปจจุบนใช้แก๊ส C4H10 C5H12 แทน
     ั ั                         ี ี          ี
   ปจจุบนยังสามารถทาโฟมจากพีวซ, พอลิเอทิลน และพอลิสไตรีน
                        ิ ่                             ่ี
1. จานวนคาร์บอนของวัตถุดบทีใช้ทาท่อ PVC และเทฟลอน มีกอะตอมต่อโมเลกุล
               ้
   ก. 2 อะตอมทังคู่                               ้
                                     ค. 3 อะตอมทังคู่
   ข. 2 และ 3 อะตอมตามลาดับ                   ง. 3 และ 2 อะตอมตามลาดับ
   เฉลย ก

2.ถ้าในพอลิไวนิลคลอไรด์(PVC) โมเลกุล ประกอบด้วยไวนิลคลอไรด์( CH2=CHCl ) 20
                          ่                      ่    ิิ      ั
   หน่วย จะต้องเผา PVC กีกรัม จึงจะได้ก๊าซ HCl ทีทปฏิกรยาพอดีกบ NaCl เข้มข้น
   2.0 mol/dm3 ปริมาตร 100 cm3
   ก. 6.3          ค. 20.0
   ข.12.5                   ง. 40.0
   เฉลย ข
       ั ั             ่                     ่ ั่
3.ในปจจุบนภาชนะทีทาด้วยพลาสติกมีขายอยูทวไปในราคาไม่แพง มีการ
                                       ี          ีี ี
   ออกแบบเป็นภาชนะรูปต่างๆ น่าใช้สสวยแต่พวซไม่เหมาะจะใช้ทาภาชนะใส่
   อาหาร เพราะเหตุใด
                   ่
   ก.มอนอเมอร์ ซึงเป็ นสารก่อมะเร็งอาจหลุดออกมาปนในอาหาร
           ี ่
   ข.พีวซี เมือถูกความร้อนจะสลายให้แก๊สคลอรีนออกมา
                                          ี ี ั้         ่ ี    ่
   ค.ในกระบวนการพอลิเมอไรเซชันของพีวซนน มีการใช้สารทีมตระกัวปนอยู่
   ด้วย
        ่ี      ี        ิ           ่                       ่่
   ง.สีทฉาบพีวซี จะไม่ตดแน่น และเมือสีน้ีหลุดออกภาชนะจะเข้าสูรางกายและ
   ก่อให้เกิดมะเร็งได้
   เฉลย ก
4.สารในข้อใดต่อไปนี้ไม่สามารถใช้เป็ นมอนอเมอร์ในการเกิดพอลิเมอร์ท่ี
   ประกอบด้วยมอนอเมอร์ชนิดเดียวกัน
  ก.HOOC-(CH2)5-OH ค. CH2=CH-COOCH3
  ข.HOCH2-CH(OH)-CH2OH ง. HOOC-(CH2)5-NH2
  เฉลย ค
                                     ั
5.สารชีวโมเลกุลต่อไปนี้ ข้อใดผิด ไม่จด เป็ นพอลิเมอร์แบบเส้นทังหมด
                                                              ้
   ก.แป้ง คอลลาเจน สาลี
   ข.โปรตีน เซลลูโลส DNA
   ค. อะไมโลส RNA เพปไทด์
                           ิ
   ง. อะไมเลส กรดนิวคลีอก เด็กซ์ตริน
   เฉลย ค
6.ข้อความต่อไปนี้ขอใด ผิด
                   ้
   ก.แป้งเป็ นพอลิเมอร์ธรรมชาติประเภทโฮโมพอลิเมอร์
   ข.โปรตีนเป็ นพอลิเมอร์ธรรมชาติประเภทโคพอลิเมอร์
                                         ั         ่ี
   ค.พอลิไวนิลแอลกอฮอล์เป็ นพอลิเมอร์สงเคราะห์ทละลายน้ า
               ี
   ง.พอลิเอทิลนชนิดความหนาแน่นต่า (LDPE) มีโครงสร้างแบบร่างแหจึงยืด
   หยุดได้
   เฉลย ง
7. ข้อใดเป็ นพอลิเมอร์ธรรมชาติทงหมดั้
   ก. แป้ง            เซลลูโลส พอลิสไตรีน
   ข. โปรตีน พอลิไอโซพรีน กรดนิวคลีอก      ิ
                             ี
   ค. ยางพารา พอลิเอทิลน เทฟลอน
   ง. ไกลโคเจน ไขมัน                  ิ
                                 ซิลโตน
   เฉลย ข
                            ั ิ
8. ข้อใดเป็ นการเลือกปฏิบตได้เหมาะสมทีสด  ุ่
                               ่
   ก. เก็บขวดน้ าพลาสติดทีไม่ใช้แล้วไว้ใส่น้ ามันเบนซิน
          ้         ่                   ี
   ข. ใช้ถวยชามทีผลิตจากพอลิเอทิลนอุ่นอารในเตาไมโครเวฟ
                  ่                                  ี
   ค. ใช้ภาชนะทีเคลือบด้วยพอลิเตตระฟลูออโรเอทิลนในการทอดปลา
                                              ่        ่
   ง. เก็บรวบรวมถ้วยชามประเภทเมลานีนทีชารุดไว้เพือการนากลับไปใช้ใหม่
   เฉลย ค
                        ่                              ่
9. พอลิเมอร์ในข้อใดทีสองชนิดแรกเป็ นเทอร์โมพลาสติก ซึงใช้ทาอวัยวะเทียมใช้
      ่               ่             ่                           ่ ั่
   อยูในร่างกายได้สวนพอลิเมอร์ชนิดทีสามเป็ นเทอร์มอเซตพลาสติกทีใช้ทวไป
   ก. พอลิไวนิลคลอไรด์      พอลิสไตรีน              ู
                                              พอลิยรเี ทน
   ข. พอลิสไตรีน            พอลิโพรพิลนี      เมลามีน
            ู
   ค. พอลิยรเี ทน           เมลามีน           พอลิเอทิลน ี
   ง. พอลิเอทิลน ี          พอลิโพรพิลน  ี    ฟีนอลฟอร์มาลดีไฮด์
   เฉลย ง
                                                ั้
10. ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนต้น
          1.อีเทน           4. พอลิเอทิลน  ี
          2.น้ ามันก๊าด     5. สไตรีน
          3.เอทิลน ี
   ก.1 และ 4                ค. 1 2 และ 4
   ข. 2 และ 4               ง. 2 3 และ 5
   เฉลย ค
                                  ่ี      ิ           ้ ่
11.จงยกตัวอย่างพอลิเมอร์ธรรมชาติทพบในชีวตประจาวัน ทังทีเป็นโฮโมพอลิ
   เมอร์และโคพอลิเมอร์
   เฉลย โฮโมพอลิเมอร์ คือ แป้ง ไกลโคเจน เซลลูโลส(มอนอเมอร์ คือ กลูโคส)
   ยางพารา (มอนอเมอร์ คือ ไอโซปรีน) โคพอลิเมอร์ คือ โปรตีน (มอนอเมอร์ คือ
   กรดอะมิโน)
                                     ่                          ิิ
12.จากสูตรโครงสร้างของมอนอเมอร์ตอไปนี้ มอนอเมอร์ชนิดใดเกิดปฏิกรยาพอลิ
   เมอร์ไรเซชันแบบควบแน่น
   ก.CH3-CH(CH3)-CH=CH2
   ข.CH2=CH-CH=CH2
   ค.NH2-CH2-COOH
   เฉลย ค.
13.พอลิ เมอร์ซึ่งมีสตร (-CO-(CH2)4-CH-NH-(CH2)6NH-)nเกิด
                    ู
   จากปฏิกิริยาของสารคู่ใดต่อไปนี้
   ก. NH2-CO-(CH2)4-CO-NH2 + HO-(CH2)6-OH
   ข.HO-CO-(CH2)4-CO-OH + NH2-(CH2)6-NH2
   ค. NH2-CO-(CH2)4-CO-OH + NH2-(CH2)6-OH
   เฉลย ข.
14.สารในข้อใดที่ไม่สามารถใช้เป็ นมอนอเมอร์ในการเกิดพอลิเมอร์ที่
   ประกอบด้วยมอนอเมอร์เพียงชนิดเดียว
  ก.                               ข.

 ค.                           ง.
 เฉลย ค
15.พลาสติ ก A ไม่อ่อนตัวเมื่อได้รบความร้อน ที่อณหภูมิสงจะแตกและ
                                  ั            ุ           ู
   ไหม้กลายเป็ นขีเถ้า ส่วนพลาสติก B อ่อนตัวได้เมื่อได้รบความร้อน ติด
                  ้                                      ั
   ไฟง่าย ดับยาก พลาสติก A และพลาสติก B คือสารใด
   ก.เมลามีน และ พอลิสไตรีน
        ี
   ข.พีวซี และ พอลิเอทิลนี
   ค.ฟอร์ไมกา และ เมลามีน
   เฉลย ก
                           ิ ่                        ่ี
16.จานวนคาร์บอนของวัตถุดบทีใช้ผลิตpvcและเทฟลอนมีกอะตอมต่อโมเลกุล
             ้
 ก.2อะตอมทังคู่              ข.2และ3อะตอมตามลาดับ
 ค.3อะตอม                   ง.3และ2 อะตอมตามลาดับ
 เฉลย ก
                          ิ ั
17.พลาสติกชนิดหนึ่งมีสมบัตดงนี้
  1.ประกอบด้ วยมอนอเมอร์ เพียงชนิดเดียว              2.เป็ นเทอร์ มอพลาสติก
                                    ่
  3 .เมื่อไหม้ ไฟจะเกิดควันสีขาว กลินคล้ายกรดเกลือ      4.ใช้ ทารองเท้ า กระดาษติดผนัง
                       ิ ั
   พลาสติกชนิดใดมีสมบัตดงกล่าว
  ก.พอลิยูเรียฟอร์ มาลดีไฮด์                 ข.พอลิสไตรีน
              ี
  ค.พอลิโพรพิลน                            ง.พอลิไวนิลคลอไรด์
  เฉลย ง.
18.กระบวนการวัลคาไนเซชันคืออะไร
 ก.กระบวนการที่ทาให้พอลิเมอร์ไอโซปรีนต่อกันเป็ นสายยาวเพิ่มขึ้น
 ข.กระบวนการที่ทาให้ยางสังเคราะห์มีความยืดหยุ่นใกล้เคียงกับธรรมชาติ
 ค.กระบวนการที่ทาให้ยางสังเคราะห์มีโครงสร้างใกล้เคียงกับยางธรรมชาติ
 ง.กระบวนการที่ทาให้พอลิเมอร์ของยางเชื่อมต่อกันเป็ นร่างแห โดยมีกามะถันเป็ นตัวเชื่อม
 เฉลย ง.
19.ข้อความเกี่ยวกับยางต่อไปนี้ ข้อใดผิด
ก.โคพอลิเมอร์เป็ นพอลิเมอร์ที่ประกอบด้วยมอนอเมอร์ตงแต่ 2ชนิ ดขึนไป
                                                  ั้           ้
ข.กัตตาเปอร์ชาเป็ นไอโซเมอร์ของยางธรรมชาติ
ค.ยางสังเคราะห์มีความยืดหยุ่นดีกว่ายางธรรมชาติ แต่ราคาแพงกว่า
         ่
ง.ยางที่ผานกระบวนการวัลคาไนเซชันจะมีความยืดหยุ่นสูง
เฉลย ค.
20.จงเรียงลาดับมาตรการจัดการขยะพลาสติกที่จะก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมจากน้ อยไปหามาก
  1.การนาพลาสติกกลับมาหลอมใช้ใหม่
                                       ้     ้
  2.การใช้งานภาชนะหรือวัสดุบรรจุหีบห่อซาแล้วซาอีก
 3.การนาพลาสติกไปเผา
 ก.1<2<3                            ข.1<3<2
 ค.3<2<1                            ง.2<1<3
 เฉลย ง.
www.61.19.145.8/student/m5year20062/5
 02/group05/rooms6.html

								
To top