ทัศนศิลป์ VISUAL ART by ctj41530

VIEWS: 10 PAGES: 35

									ศ 41101 เรื่อง ทัศนศิลป
      จัดทําโดย ครูสมพงษ ถาวรโชติวงศ
          กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ
  โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ
    ผลการเรียนรูที่คาดหวัง
1.มีความรูความเขาใจความหมายของทัศนศิลป
2.จําแนกประเภทงานทัศนศิลป
3.บอกลักษณะและความงามของทัศนศิลป
VISUAL ART
1. จิตรกรรม ( PAINTING AND DRAWING )
2. ประติมากรรม ( SCULPTURE )
3. สถาปตยกรรม ( ARCHITECTURE )
              จิตรกรรม
เปนผลงานศิลปะที่แสดงออกดวยการขีดเขียน การ
วาด และระบายสี เพื่อใหเกิดภาพ เปนงานศิลปะที่
มี 2 มิติ เปนรูปแบน ไมมีความลึกหรือนูนหนา
แตสามารถเขียนลวงตาให เห็นวามีความลึกหรือนูน
ได ความงามของจิตรกรรมเกิดจากการใชสีใน
ลักษณะตาง ๆ กัน
             จิตรกรรม แบงเปน 2 ประเภท
1. การวาดเสน (Drawing) เปนการวาดภาพโดยใชปากกา หรือ
                             ้
    ดินสอ ขีดเขียนลงไป บนพืนผิววัสดุใหเปนเสนไมวาจะเปนเสนเล็ก
                                       ้
    หรือเสนใหญ ๆ การวาดเสน จัดเปนพืนฐานที่สําคัญของงานศิลปะ
    แทบทุกชนิด
                                                        ั
2. การระบายสี (Painting) เปนการวาดภาพโดยการใชพูกน หรือ
    แปรง หรือวัสดุอยางอื่น มาระบายใหเกิดเปนภาพ การระบายสี ตอง
    ใชทักษะการควบคุมสีและเครื่องมือมากกวาการวาด เสน ผลงานการ
    ระบายสีจะสวยงาม เหมือนจริง และสมบูรณแบบมากกวาการวาดเสน
เรื่องราวของงานจิตรกรรม
                      ภาพหุนนิ่ง
                             ่
(Sill life) เปนภาพวาดเกียวกับสิ่งของเครื่องใช หรือ วัสดุตาง ๆ
               ่
ที่ไมมีการเคลือนไหว เปนสิ่งที่อยูกับที่
                       ภาพทิวทัศน
    เปนภาพที่แสดงความประทับใจในความงาม ของ ธรรมชาติ หรือสิ่งแวดลอม ภาพ
ทิวทัศนยังแบงเปนลักษณะตาง ๆ ไดอีก คือ
                                                      ื้
 ภาพทิวทัศนผืนน้ํา หรือ ทะเล (Seascape ) ภาพทิวทัศนพนดิน(Landscape)
               ภาพสิ่งกอสราง
              ่
เปนจิตรกรรมทีแสดงถึงสิ่งกอสราง ความงามของรูปทรง
และแสงสี
                         ภาพคน
ภาพคน (Figure) เปนภาพที่แสดงกิริยาทาทางตาง ๆ ของมนุษย โดย
ไมเนนแสดงความ เหมือนของใบหนา
 ภาพคนเหมือน (Potrait) เปนภาพที่แสดงความเหมือนของใบหนา
ของคน ๆ ใดคนหนึ่ง
                  ภาพสัตว
เปนภาพที่แสดงสีสันความงดงามและทาทางการเคลื่อนไหว
            ภาพประกอบเรื่อง
เปนการนําภาพมาประกอบเรื่องราวใหนาสนใจยิ่งขึ้น
                  ภาพฝาผนัง
เปนภาพทีเ่ ขียนบนผนัง มีขนาดใหญเขียนดวยสีฝุนหรือ
สีเฟรสโก
         ประติมากรรม (Sculpture)
     เปนผลงานศิลปะที่แสดงออกดวยการสรางรูปทรง 3 มิติ มี
ปริมาตรมีน้ําหนักและกินเนื้อที่ในอากาศ การใชวัสดุชนิดตางๆใน
การสรางสรรคงานประติมากรรมจะเปนตัวกําหนดวิธีการสราง
ผลงาน ความงามของงานประติมากรรม เกิดจากการแสงและเงา ที่
เกิดขึ้นในผลงานการสรางงานประติมากรรมทําได 4 วิธี คือ
1. การปน (Casting) เปนกระบวนการทางบวก การสรางรูปทรง
3 มิติ จากวัสดุ ทีเหนียว ออนตัวและยึดจับตัว กันไดดี วัสดุที่นิยม
   นํามาใชปนไดแก ดินเหนียว ดินน้ํามัน ปูน แปง ขี้ผึ้ง กระดาษ หรือ
   ขี้เลื่อยผสมกาว เปนตน
2. การแกะสลัก (Carving) เปนการสรางรูปทรง 3 มิติ จาก
                                              ี่ ิ
วัสดุที่ แข็ง เปราะ โดยอาศัย เครื่องมือ วัสดุทนยมนํามาแกะไดแก
ไม หิน กระจก แกว ปูนปลาสเตอร เปนตน
3. การหลอ (Molding) เปนการสรางรูปทราง 3 มิติ จากวัสดุที่
                                                    ึ่
หลอมตัวไดและกลับแข็ง ตัวได โดยอาศัยแมพิมพซงสามารถทําใหเกิดผล
งานที่เหมือนกันทุกประการตั้งแต 2 ชิ้น ขึ้นไป วัสดุที่นิยมนํามาใชหลอ
ไดแก โลหะ ปูน แปง แกว ขี้ผึ้ง ดิน เรซิ่น พลาสติก ฯลฯ
                      ้
4. การประกอบขึนรูป (Construction) เปนการสราง
รูปทรง 3 มิติ โดยนําวัสดุตาง ๆมา ประกอบเขาดวยกัน และยึด
ติดกันดวยวัสดุตาง ๆ การเลือกวิธีการสรางสรรคงานประติมากรรม
ขึ้นอยูกับวัสดุที่ตองการใช ประติมากรรม ไมวาจะสรางขึ้นโดยวิธีใด
จะมีอยู 3 ลักษณะคือ แบบนูนต่ํา แบบนูนสูง และแบบลอยตัว
ผูสรางสรรคงานประติมากรรม เรียกวา ประติมากร
                     ํ
1.ประติมากรรมแบบนูนต่า     ( Bas Relief ) เปนรูปที่เปนนูน
                                              ั
ขึ้นมาจากพื้นหรือมีพื้นหลังรองรับ มองเห็นไดชดเจนเพียงดาน
เดียว คือดานหนา มีความสูงจากพื้นไมถึงครึ่งหนึ่งของรูป จริง
ไดแกรูปนูนแบบเหรียญ รูปนูนที่ใชประดับตกแตงภาชนะ หรือ
ประดับตกแตงอาคารทางสถาปตยกรรม โบสถ วิหารตางๆ พระ
เครื่องบางชนิด
2.ประติมากรรมแบบนูนสูง ( High Relief ) เปนรูป
ตาง ๆ ในลักษณะเชนเดียวกับแบบ นูนต่ํา แตมีความสูงจาก
                                                          ึ
พื้นตั้งแตครึ่งหนึ่งของรูปจริงขึ้นไป ทําใหเห็นลวดลายที่ลก
ชัดเจน และ และเหมือนจริงมากกวาแบบนูนต่ําและใชงาน
แบบเดียวกับแบบนูนต่ํา
3.ประติมากรรมแบบลอยตัว      ( Round Relief ) เปน
รูปตางๆที่มองเห็นไดรอบดานหรือตั้งแต 4 ดานขึ้นไป
ไดแก ภาชนะตาง ๆ รูปเคารพตาง ๆพระพุทธรูป เทวรูป รูป
ตามคตินิยม รูปบุคคลสําคัญ รูปสัตว ฯลฯ
สถาปตยกรรม (Architecture)
   เปนผลงานศิลปะที่แสดงออกดวยการกอสรางสิ่งกอสราง
อาคารที่อยูอาศัยตาง ๆ การวางผังเมือง การจัดผังบริเวณ การ
ตกแตงอาคาร การออกแบบกอสราง ซึ่งเปนงานศิลปะ ที่มีขนาด
                                                      ่
ใหญตองใชผูสรางงานจํานวนมาก และเปนงานศิลปะ ทีมีอายุยน ื
ยาว สถาปตยกรรม เปนวิธีการจัดสรรบริเวณที่วางใหเกิด
ประโยชนใชสอยตามความตองการ ซึ่งเกี่ยวของกับ ศาสตรใน
สาขาตาง ๆ เชน วิศวกรรมศาสตร วิทยาศาสตร สังคมวิทยา
มานุษยวิทยา และศิลปะ ความงดงาม และคุณคาของ
สถาปตยกรรม ขึ้นอยูกับองคประกอบ ดังนี้ คือ
1. การจัดสรรบริเวณที่วางใหสัมพันธกันของสวนตาง ๆ ทั้ง
ภายในและภายนอก
2. การจัดรูปทรงทางสถาปตยกรรมใหเหมาะสมกับ
ประโยชนใชสอย และสิ่งแวดลอม
3. การเลือกใชวัสดุใหเหมาะสมกลมกลืน
สถาปตยกรรมแบงออกได 2 ชนิด คือ
1. ชนิดที่สรางขึ้นเพื่อใหมนุษยเขาไปอาศัยอยู
หรือประกอบกิจกรรมตาง ๆ เชน อาคาร บานเรือน โบสถ
วิหาร ศาลา ฯลฯ
          ่
2. ชนิดทีสรางขึ้นเพื่อประโยชนใชสอยอยางอื่น ๆ เชน อนุสาวรีย
 เจดีย สะพาน เปนตน ผูสรางสรรคงานสถาปตยกรรม เรียกวา
สถาปนิก (Architect)
สถาปตยกรรม แบงตามลักษณะวัสดุและเทคนิค
การกอสรางได 4 ประเภท
1.สถาปตยกรรมเครื่องไม
                 ่
2.สถาปตยกรรมเครืองหิน
3.สถาปตยกรรมคอนกรีตเสริมเหล็ก
4.สถาปตยกรรมโครงเหล็ก
ภาพนามธรรม

								
To top