Docstoc

13 NAS _Network Attached Storage_

Document Sample
13 NAS _Network Attached Storage_ Powered By Docstoc
					                     รายงาน
       เรื่อง Network Attached Storage (NAS)

                      เสนอ
                ผศ.บุญทรัพย์ ไวคา



                     จัดทาโดย

นางสาวสุชาดา อนุกูลประเสริฐ รหัสประจาตัว 483020386-4
นางสาวอินธิรา ดารงกุล          รหัสประจาตัว 483020397-9

         ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (ปกติ)



      รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 322461
NETWORK ARCHITECTURE (สถาปัตยกรรมข่ายงาน)
         ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550
     คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  NAS (Network Attached Storage)                                                                  ก

                                              คานา

         การทางานทางด้านคอมพิวเตอร์นั้น การจัดเก็บข้อมูลถือเป็นสิ่งสาคัญอย่างยิ่ง
ปัจจุบันการใช้งานคอมพิวเตอร์เติบโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ทาให้ความต้องการเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูลก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
แม้ว่าพัฒนาการของฮาร์ดดิสก์และเทคโนโลยีในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลจะมีอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานในเชิงธุรกิจและการใช้งานทั่วไป
การมองหาเทคโนโลยีใหม่หรือการปรับปรุงเทคโนโลยีที่มีอยู่จึงเป็นไปอย่างไม่หยุดยั้งหลายๆ
บริษัทซึ่งเป็นองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลางเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ที่เรียกว่า
Network-Attached              Storage         หรือที่ได้ยินจนคุ้นหูว่า       NAS          กันมากขึ้น
เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มเนื้อที่สาหรับจัดเก็บไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ๆ
ได้ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากมากมายนัก
         ในรายงานฉบับนี้ได้รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี                 NAS เอาไว้
ซึ่งจะสามารถไขความกระจ่างให้แก่ผู้ที่มีความสงสัยและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจศึกษา      NAS
ซึ่งสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้
ทางคณะผู้จัดทาจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย




                                                                    คณะผู้จัดทา
                                                                   พฤศจิกายน 2550
    NAS (Network Attached Storage)                                                                                                                         ข




                                                                       สารบัญ

เรื่อง                                                                                                                                               หน้า

1. ประวัติความเป็นมาของ NAS…………………………….................................................................... 1
2. หลักการและเหตุผล.............……………..…………………………………………………………… 2
3.ความหมายของNAS............................................................................................................................... 2
4.โครงสร้างพื้นฐานของ NAS…………………………………………………………………………... 3
5.หลักการทางาน………………………………………………………………………………………. 5
6.ประเภทของ NAS……………………………………………………………………………………. 5
           6.1 NAS ที่ทางานด้วย NDMP………………………………………………………………… 6
           6.2 NAS ที่ประยุกต์การใช้งานแบบวินโดวส์ …………………………………………………... 7
7.จุดแข็งของ NAS……………………………………………………………………………………….8
8.ข้อได้เปรียบของ NAS………………………………………………………………………………….8
9.สิ่งที่ต้องคานึงถึงในการเลือกใช้อุปกรณ์ NAS………………………………………………………….9
10.ข้อจากัดของ NAS…………………………………………………………………………………….9
11.การประยุกต์ใช้งานของNAS…………………………………………………………………………. 11
12.ความแตกต่างระหว่าง SAN และ NAS………………………………………………………………. 12
13.แนวโน้มของ SAN และ NAS………………………………………………………………………… 13
บทสรุป......................................................................................................................................................
 14                                                                                                                                                          เ
อกสารอ้างอิง……………………………………………………………………………………………. 16
NAS (Network Attached Storage)   ค
NAS (Network Attached Storage)                                                                              1

1. ประวัติความเป็นมาของ NAS

         เริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลในยุคแรกๆ เป็นการเชื่อมต่อแบบ DAS (Direct Attached Storage)
หรือ                          Server                        Attached                               Storage
ซึ่งก็หมายถึงดิสก์ตัวหนึ่งจะต่อใช้กับคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ได้หนึ่งเครื่องเท่านั้น ซึ่งมีข้อเสียคือคือ
เซิร์ฟเวอร์ทางานได้ช้าลงเพราะโปรเซสเซอร์ทางานหนักขึ้น และเกิดปัญหาคอขวดข                                 ึึ้นึึึ
จึงได้มีการพัฒนาโดยมีการแยกดิสก์หรือสตอเรจออกมาตั้งไว้ต่างหากตรงกลาง
แล้วต่อเซิร์ฟเวอร์เข้ามาแชร์ใช้งาน เรียกว่า Network Attached Storage หรือ NAS
ซึ่งออกแบบมาเพื่อต่อใช้งานกับวงแลนเซิร์ฟเวอร์โดยตัว                                                  NAS
นั้นจะติดตั้งโปรเซสเซอร์ไว้ภายในเพื่อให้สามารถบริหารตัวมันเองได้ด้วย                 โดยึ            NASึ
ยุคแรกพัฒนาขึ้นมาบนพื้นฐานของเคอร์แนลแบบยูนิกซ์ซึ่งสาหรับผู้ดูแลระบบที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านยู
นิกซ์แล้วถือว่ายากมาก
อีกทั้งการเชื่อมต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิร์กของเน็ตแวร์หรือวินโดวส์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
จนในที่สุดการพัฒนาก็ทาให้                                                                            NAS
กลายเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิร์กทุกรูปแบบและใช้เวลาในการติดตั้งและปรับ
แต่งค่าคอนฟิกูเรชันเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็สามารถใช้งานได้ทันที

2. หลักการและเหตุผล

การทางานทางด้านคอมพิวเตอร์นั้น การจัดเก็บข้อมูลถือเป็นสิ่งสาคัญอย่างยิ่ง
ปัจจุบันการใช้งานคอมพิวเตอร์เติบโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ทาให้ความต้องการเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูลก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
แม้ว่าพัฒนาการของฮาร์ดดิสก์และเทคโนโลยีในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลจะมีอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานในเชิงธุรกิจและการใช้งานทั่วไป
การมองหาเทคโนโลยีใหม่หรือการปรับปรุงเทคโนโลยีที่มีอยู่จึงเป็นไปอย่างไม่หยุดยั้ง

         ในส่วนของผู้ดูแลระบบนั้นยิ่งต้องเพิ่มความเอาใจใส่ต่อการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากต้องคานึงการสารองข้อมูล
และการเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลที่ไม่กระทบต่อการทางานและธุรกิจที่ดาเนินอยู่ตลอ
ดเวลา แม้ว่าการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Redundant Arrays of Inexpensive Disks หรือ RAID
จะเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
แต่ก็ไม่ใช่คาตอบทั้งหมดในการจัดการกับข้อมูลที่มีอยู่
การเพิ่มจานวนไฟล์เซิร์ฟเวอร์เพื่อการจัดการข้อมูลได้มากขึ้นก็เป็นทางเลือกที่ง่ายทางหนึ่ง
NAS (Network Attached Storage)                                                                    2

แต่ด้วยงบประมาณของบางบริษัทที่จากัด ก็อาจทาให้เรื่องง่ายเป็นเรื่องยากได้เช่นกัน
นอกจากนี้จานวนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มขึ้นก็ทาให้การทางานของผู้ดูแลระบบเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

หลายๆ
บริษัทซึ่งเป็นองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลางเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ที่เรียกว่
า        Network-Attached         Storage        หรือที่ได้ยินจนคุ้นหูว่า  NAS   กันมากขึ้น
เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มเนื้อที่สาหรับจัดเก็บไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ๆ
ได้ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากมากมายนัก




        รูปที่1 การเชื่อมต่ออุปกรณ์ NAS Appliance เข้ากับระบบเน็ตเวิร์ก (www.arip.co.th)

3. ความหมายของNAS

           NAS (Network Attached Storage) มีสถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟ้ม
โดยมีอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเชื่อมต่อโดยตรงเข้าไปที่อุปกรณ์เครือข่าย เช่น Ethernet Switching Hub
ประกอบด้วยอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงที่ใช้เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย                   IP
รูปแบบการเชื่อมต่อลักษณะนี้ จะสนับสนุนให้เครื่องคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่
เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย IP สามารถ Access หรือเข้าถึงเพื่อใช้งาน NAS ในระดับของแฟ้มข้อมูล
การส่งถ่ายข้อมูลข่าวสารจากอุปกรณ์จัดเก็บเป็นการวิ่งบนระบบเครือข่าย                             LAN
และเนื่องจากระบบนี้มีการใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ทั่วไปและเป็นที่รู้จัก
ดังนั้นจึงสามารถบริหารจัดการได้ง่าย
โดยที่ผู้ดูแลเครือข่ายสามารถจะดูแลได้โดยได้รับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลขั้นพื้นฐาน
ก็เพียงพอแล้ว                                     ส่วนคุณประโยชน์อีกประการหนึ่งก็คือความยืดหยุ่น
เนื่องจากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยตรง ทาให้การติดตั้งทาได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ
NAS (Network Attached Storage)                                                                   3

หากมีปริมาณการดึงข้อมูลออกมาจากอุปกรณ์จัดเก็บมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเครือ
ข่าย เว้นเสียแต่ว่าเครือข่ายดังกล่าวมีประสิทธิภาพความเร็วสูง

         ระบบ NAS เป็นระบบที่ให้บริการแก่คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ                ในระดับของแฟ้มข้อมูล
โดยเฉพาะโปรโตคอลที่จัดการเรื่องการแชร์แฟ้มข้อมูลอย่างเช่น          NFS         และ            CIFS
ซึ่งส่วนใหญ่องค์กรที่ติดตั้งอุปกรณ์    NAS          นี้ก็เพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น
หรือเพื่อบริหารไฟล์ข้อมูลเป็นหลัก
แต่ในปัจจุบันสามารถรองรับการทางานของแอพพลิเคชันและฐานข้อมูลด้วย                               NAS
ที่ประยุกต์การใช้งานแบบวินโดวส์
ซึ่งเราสามารถจัดการกับอุปกรณ์ประเภทนี้แบบเดียวกับวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ทั่ว ๆ ไป

         ซอฟท์แวร์สารองข้อมูลสามารถติดตั้งลงไปในอุปกรณ์          NAS           ได้โดยตรง
การที่เทปไดรฟ์เชื่อมต่อโดยตรงกับอุปกรณ์ NAS ช่วยให้เราสามารถทาการสารองข้อมูลแบบโลคอลได้
ดังนั้นระบบจึงไม่จาเป็นต้องโอนถ่ายข้อมูลสารองผ่านเครือข่าย       TCP/IP         อีกต่อไป
ผลที่ตามมาก็คือประสิทธิภาพในการสารองข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น




        รูปที่2 แสดง Network Attached Storage (NAS) ( http://www.cambridgeonline.net )

4. โครงสร้างพื้นฐานของ NAS
NAS (Network Attached Storage)                                                               4

         NAS                              นั้นเปรียบเสมือนกับว่าเป็นระบบไฟล์เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่
มีการเข้าถึงทางานแบบไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์โดย Client หรือเวิร์กสเตชันผ่านทางเน็ตเวิร์กโปรโตคอล เช่น
TCP/IP และผ่านทางแอพพลิเคชัน เช่น NFS (Network File System) หรือ CIFS (Common Internet File
System) โครงสร้างของ NAS นั้นเน้นการให้บริการด้านไฟล์ ดังนั้นจึงช่วยให้การจัดการ
การเข้าถึงไฟล์สามารถทาได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก                                            NAS
จะซ่อนข้อมูลมากมายเกี่ยวกับรายละเอียดของไฟล์ต่างๆ เอาไว้
                        NAS จะใช้ในการส่งข้อมูลในปริมาณที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับ SAN
และต้องใช้ช่วงเวลาน้อยกว่าอีกด้วย โดย                        LAN              และ         WAN
จะมีการบังคับแพ็กเก็ตขนาดใหญ่ให้แตกออกเป็นชิ้นย่อยในการส่ง ดังนั้นจานวนแพ็กเก็ตยิ่งมากเท่าใด
การใช้ทรัพยากรก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น          ซึ่งจะเป็นการทาให้ซีพียูต้องทางานหนัก         NAS
จึงไม่เหมาะที่จะไว้ใช้รับส่งไฟล์ขนาดใหญ่มาก ๆ




           รูปที่3 แสดงโครงสร้าง Network Attached Storage (NAS) (www.bithoy.com)
NAS (Network Attached Storage)                                                                 5

5. หลักการทางาน




                   รูปที่4 การเชื่อมต่อเครือข่ายของNAS ( www.arip.co.th/2006)


         NAS (Network Attached Storage) มีสถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟ้ม
มีการเข้าถึงทางานแบบไฟบนเซิร์ฟเวอร์โดย Client หรือเวิร์กสเตชันผ่านทางเน็ตเวิร์กโปรโตคอล เช่น
TCP/IP และผ่านทางแอพพลิเคชัน เช่น NFS (Network File System) หรือ CIFS (Common Internet File
System) โดยมีอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเชื่อมต่อโดยตรงเข้าไปที่อุปกรณ์เครือข่าย เช่น Ethernet Switching
Hub การส่งถ่ายข้อมูลข่าวสารจากอุปกรณ์จัดเก็บเป็นการวิ่งบนระบบเครือข่าย LAN โดย LAN และ
WAN จะมีการบังคับแพ็กเก็ตขนาดใหญ่ให้แตกออกเป็นชิ้นย่อยในการส่ง
         NAS               จะใช้ในการส่งข้อมูลในปริมาณที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับ           SAN
และต้องใช้ช่วงเวลาน้อยกว่าอีกด้วย โดย                        LAN              และ          WAN
จะมีการบังคับแพ็กเก็ตขนาดใหญ่ให้แตกออกเป็นชิ้นย่อยในการส่ง ดังนั้นจานวนแพ็กเก็ตยิ่งมากเท่าใด
การใช้ทรัพยากรก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น          ซึ่งจะเป็นการทาให้ซีพียูต้องทางานหนัก           NAS
จึงไม่เหมาะที่จะไว้ใช้รับส่งไฟล์ขนาดใหญ่มาก
NAS (Network Attached Storage)                                                                      6




                        รูปที่5 ระบบการเชื่อมต่อของNAS ( www.bcoms.net)

6. ประเภทของ NAS

    อุปกรณ์ NAS ในตลาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

    1. อุปกรณ์ NAS ที่ใช้ประโยชน์จากโพรโตคอล Network Data Management Protocol (NDMP)
จากผู้ค้าอย่าง Network Appliance, EMC และ Procom อุปกรณ์ NAS
เหล่านี้จะใช้ประโยชน์จากโพรโตคอล NDMP เพื่อทาการแบกอัพ และโอนถ่ายข้อมูลกลับคืน
    2. อุปกรณ์ NAS ที่ประยุกต์การใช้งานแบบวินโดวส์จากผู้ค้าอย่าง HP, Dell, IBM และ Iomega


         ปัญหาอาการติดขัดในแง่ของประสิทธิภาพ แต่การใช้เทคโนโลยีระบบเครือข่ายที่เร็วขึ้น อาทิ
กิกะบิตอีเทอร์เน็ต              จะช่วยให้อาการติดขัดในเรื่องประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นในเครือข่ายหายไปได้
แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันองค์กรหลายแห่งยังใช้เครือข่ายความเร็ว 10 หรือ 100 เมกะบิตต่อวินาทีอยู่
ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่มีผลชัดเจนมาก ในการสารองและการเรียกคืนข้อมูลของอุปกรณ์
NAS            ในระหว่างที่ทาการสารองข้อมูล            จานวนข้อมูลมหาศาลจะถูกย้ายจาก             NAS
ไปยังเซิร์ฟเวอร์แล้วต่อไปยังอุปกรณ์สารองข้อมูลอีกทีหนึ่ง
         ทางเลือกในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ในการสารองข้อมูลสามารถทาได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ
อัพเกรดฮาร์ดแวร์                     โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนเครือข่ายให้กลายเป็นกิกะบิตอีเทอร์เน็ต
แต่วิธีการนี้อาจไม่เหมาะกับหลายๆ องค์กร เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง
และสร้างความยุ่งยากในการดาเนินงานปกติของบริษัท
แต่อีกวิธีหนึ่งที่คุ้มค่ามากกว่าคือการใช้ประโยชน์จากความสามารถของอุปกรณ์                         NAS
และซอฟต์แวร์สารองข้อมูล
NAS (Network Attached Storage)                                                                   7




    รูปที่6 แสดงการสารองและเรียกคืนข้อมูลของอุปกรณ์ NAS (http://www.cambridgeonline.net)

    NAS ที่ทางานด้วย NDMP

           โพรโตคอล                             NDMP                            จัดเป็นวิธีการง่ายๆ
และรวดเร็วสาหรับซอฟต์แวร์สารองข้อมูลที่จะทาการโอนถ่ายข้อมูลจากอุปกรณ์ NAS ไปยังเทปไดรฟ์
ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์             NAS         โดยตรง การใช้โพรโตคอล                         NDMP
ทาการสารองข้อมูลนั้นทาให้ไม่จาเป็นต้องโอนถ่ายข้อมูลที่ทาการสารองจากอุปกรณ์                     NAS
ไปยังเซิร์ฟเวอร์สารองข้อมูลผ่านทางเครือข่าย                      TCP/IP                    อีกต่อไป
วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการแบกอัพผ่านเครือข่าย
ซึ่งวิธีการแบบนี้มักรู้จักกันในชื่อออปชัน NAS (NAS OPTION) ในโซลูชันด้านการสารองข้อมูล

    NAS ที่ประยุกต์การใช้งานแบบวินโดวส์

          เราสามารถจัดการกับอุปกรณ์ประเภทนี้แบบเดียวกับวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ทั่วๆไป
ซอร์ฟแวร์สารองข้อมูลสามารถติดตั้งลงไปในอุปกรณ์                    NAS                ได้โดยตรง
การที่เทปไดรฟ์เชื่อมต่อโดยตรงกับอุปกรณ์ NAS ช่วยให้เราสามารถทาการสารองข้อมูลแบบโลคอลได้
ดังนั้นระบบจึงไม่จาเป็นต้องโอนถ่ายข้อมูลสารองผ่านเครือข่าย TCP/IP อีกต่อไป ผลที่ตามมาก็คือ
ประสิทธิภาพในการสารองข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น
          กล่าวโดยสรุปก็คือ ถ้าหากต้องการใช้โซลูชัน NAS แล้ว เราจาเป็นต้องเลือกซอฟต์แวร์สารอง
ข้อมูลที่เหมาะสม และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทางานร่วมกับเทคโนโลยี NAS ทั้งสองประเภทได้
เพื่อหลีกเลี่ยงการผูกติดกับเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
NAS (Network Attached Storage)                                                               8




                   รูปที่7 แสดงการสารองและเรียกคืนข้อมูลของอุปกรณ์ NAS
                โดยใช้เทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภท ( http://www.cambridgeonline.net)

   7. จุดแข็งของ NAS

         NAS จะใช้งานได้ดีกับองค์กรที่ต้องการส่งไฟล์ไปให้กับหลาย ๆ Client ผ่านทางเน็ตเวิร์ก NAS
นั้นสามารถทางานได้ดีกับระบบที่ต้องส่งข้อมูลเป็นระยะทางไกล ๆ
เนื่องจากแพ็กเก็ตนั้นจะมีขนาดเล็กมากจนระยะทางไม่มีผลต่อข้อมูลหรือมีผลกระทบน้อยมากในขณะ
ส่งข้อมูล
         NAS                                                  จะมีความปลอดภัยในระดับของไฟล์
เนื่องจากตัวของไฟล์นั้นจะถูกล็อคไว้โดยแอพพลิเคชั่นเอง ดังนั้นหากจะ Configuration ค่าใด ๆ
ในระบบจึงต้องจัดการด้วยความระมัดระวัง
          NASสามารถรองรับแพลทฟอร์มที่หลากหลาย ทั้ง Windows และ Unix
NAS (Network Attached Storage)                                                                      9




           รูปที่ 8 การรองรับแพลทฟอร์มที่หลากหลายของNAS ( www.adslthailand.com)

8. ข้อได้เปรียบของ NAS

           NAS นั้นมีความสาคัญมากสาหรับการแชร์ไฟล์ เช่น NFS (Unix) หรือ CIFS ใน Windows
โดยสามารถส่งไฟล์ข้อมูลไปให้กับหลาย ๆ           Client โดยมีการป้องกันในเรื่องความปลอดภัยได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของแอพพลิเคชันที่ควรใช้ NAS เพื่อประสิทธิภาพการทางานมี 2 แอพพลิเคชั่นคือ
ระบบไดเรกทอรี่ และ Web Server โดยทั้งสองแอพพลิเคชันนี้มีการดึงข้อมูลเพื่อนาไปใช้แจกจ่าย
หรือไปสร้าง                                   Web                                 Pageนั้นเอง
และสาหรับในองค์กรที่มีการใช้ฐานข้อมูลที่มีการเข้าถึงข้อมูลแบบอ่านอย่างเดียว       (จากัดสิทธิ์)
มีผู้ใช้น้อย โซลูชั่นระบบ NAS จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายขององค์กรแบบนี้ลงได้เช่นกัน




9. สิ่งที่ต้องคานึงถึงในการเลือกใช้อุปกรณ์ NAS

         อุปกรณ์ NAS นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย
สิ่งสาคัญที่ต้องคานึงถึงและนามาใช้ประกอบการพิจารณาจาเป็นต้องมีความสามารถพื้นฐาน
5อย่างด้วยกันคือ
         1. อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องรองรับโปรโตคอล DHCP
ที่ช่วยให้ไม่จาเป็นต้องติดตั้งหน้าจอคอนโซลเพื่อเข้าไปปรับแต่งค่าทางด้านเน็ตเวิร์กของอุปกรณ์แต่อย่
NAS (Network Attached Storage)                                                                    10

าง เพียงแค่เปิดเครื่องและเชื่อมต่อเข้ากับวงเน็ตเวิร์กที่มีอยู่
อุปกรณ์ก็จะเรียกหาไอพีแอดเดรสและค่าอื่นๆ ที่จาเป็นจากเซิร์ฟเวอร์ DHCP เองได้ทันที
         2. อุปกรณ์ควรสนับสนุนโปรโตคอลต่าง ๆ ได้แก่ CIFS (Common Internet File System), FTP,
HTTP, NFS (Network File System) หรือแม้แต่ Appletalk เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องยุ่งยากต่อการจัดการ
เพียงแค่คลิ้กเพื่อเลือกใช้หรือยกเลิกการใช้งานโปรโตคอลต่าง ๆ
ตามความเหมาะสมกับระบบเน็ตเวิร์กขององค์กร
         3. อุปกรณ์ควรมีอินเทอร์เฟซและพอร์ตการเชื่อมต่อให้เลือกหลายรูปแบบหลายช่องทาง เช่น
พอร์ตแบบ 10/100 อีเทอร์เน็ตอย่างน้อย 2 พอร์ต เป็นมาตรฐาน
และอาจมีอินเทอร์เฟสกิกะบิตอีเทอร์เน็ตให้เลือกเป็นออปชันได้
         4. อุปกรณ์สามารถกาหนดผู้ใช้หรือกลุ่มผู้ใช้ โดยเรียกข้อมูลของยูสเซอร์ (User) และกรุ๊ป
(Group) ในระบบจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือโดเมนคอนโทรลเลอร์ (Domain Controller)
มาใช้ในการกาหนดสิทธิการใช้งานได้ทันที
เพื่อจะได้จัดการบริหารยูสเซอร์จากที่เดียวอย่างมีประสิทธิภาพ
         5. มีเว็บอินเทอร์เฟซสาหรับเข้าไปจัดการและปรับแต่งค่า Configuration ต่าง ๆ
ของอุปกรณ์ได้ง่ายดาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์บนเครื่อง Client ให้ยุ่งยาก
เพียงแค่เปิดโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ใด ๆ ก็ได้ที่มีอยู่ก็สามารถเข้าไปจัดการกับอุปกรณ์ได้ทันที

10. ข้อจากัดของ NAS
        ข้อจากัดของ NAS ได้แก่
           1. ข้อจากัดในเรื่องของเครือข่าย ในการส่งถ่ายข้อมูลของ NAS
ผ่านเครือข่ายคงไม่สามารถทาได้รวดเร็วเหมือนกับฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่อง
ซึ่งถ้าเทียบแล้วแม้แต่ฮาร์ดดิสก์ที่ต่อผ่านพอร์ต USB2.0 นั้นมีความเร็วในการสื่อสารถึง 480 Mbps
เทียบกับการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กที่ทาได้ประมาณ 11-100 Mbps เท่านั้น
เว้นแต่ว่าจะมีการติดตั้งเน็ตเวิร์กกิกะบิต
           2. การรักษาความปลอดภัยในระบบ             ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเครื่อง NAS ในรุ่นเล็ก
อาจจะไม่สามารถกาหนด User ได้ หรือ สามารถกาหนดสิทธิในการใช้งานได้
แต่ไม่สามารถกาหนดได้ถึงในระดับไฟล์หรือโฟลเดอร์ อีกทั้งตัวเครื่องยังรองรับผู้ใช้งานได้ไม่มากนัก

ตัวอย่าง การใช้งานของ NAS ในองค์กร
NAS (Network Attached Storage)                                                                11




                           รูปที่ 9 ตัวอย่างการใช้งานของNASในองค์กร
                                        ( www.topmedia.de )

          จากรูปจะเห็นว่าึเป็นตัวอย่างการใช้งานของึ NAS ในองค์กรซึ่งมีการใช้งานของ SAN
ประกอบด้วย จะเห็นว่าเครื่อง            NAS จะเชื่อมต่อเข้ากับ Fibre Channal Switch
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อของ SANึ และ Fibre Channal Switch นี้ก็เชื่อมต่อไปยัง Storage
ขององค์กร และเชื่อมไปยัง database server ด้วย ตัวเครื่อง NAS ยังเชื่อมต่อไปยัง Client
โดยใช้การเชื่อมต่อแบบ LAN ซึ่ง Client ก็สามารถเรียกใช้ข้อมุลที่เก้บไว้ที่ Storage ของ NAS
และเรียกใช้ข้อมุลที่เก้บไว้ในึStorage ขององค์กรโดยผ่าน Fibre Channal Switch ได้ด้วย
          จะเห็นว่าการเชื่อมต่อของึClient Server Storage และDatabase มีการเชื่อมต่อถึงกันหมดทาให้ึ
Clientึ ึ และึ Serverึ สามารถเรียกใช้ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ใน        NAS และข้อมูลขององค์กรได้
                              ่
เพราะว่าองค์กรนี้มีการใช้เครืองึNAS และ Fibre Channal Switch มาเป็นตัวช่วยในการเชื่อมต่อ




11. การประยุกต์ใช้งานของNAS
NAS (Network Attached Storage)                                                              12

         NASมีประโยชน์มากสาหรับการใช้งานในบ้านหรือสานักงานที่มีคอมพิวเตอร์หลายๆตัว(ไม่
มากเกินไปนัก)แต่ว่าไม่ต้องเสียคอมพิวเตอร์ไปสาหรับการทาเซิฟเวอร์ถ้าเป็นการใช้งานในบ้านก็จะ
เหมือนกับศูนย์รวมแหล่งบันเทิงไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพยนต์หรือเพลงโดยสามารถดึงข้อมูลได้จาก
       ่
ทุกเครืองที่อยู่ในวงแลน




                           รูป10 การประยุกต์ใช้NASกับอุปกรณ์ต่างๆ
                                  ( http://www.comseven.com)

                                 ่
       ซึ่งจากรูปจะเห็นว่าตัวเครืองึ NAS ต่อไปยังเครื่อง        Fast     Ethernet    Switch
และต่อแลนไปยังเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อให้เครื่องใช้ต่างๆเหล่านี้
สามารถดึงข้อมูลในรูปของไฟล์จากตัวเครื่อง NAS มาใช้ได้




   12. ความแตกต่างระหว่าง SAN และ NAS
NAS (Network Attached Storage)                                                                  13

SAN                                                  NAS
การเชื่อมต่อใช้เทคโนโลยี       Fiber      Channel การเชื่อมต่อใช้เทคโนโลยี Ethernet
ซึ่งสามารถมีระยะทางการเชื่อมต่อได้ไม่เกิน     10
กิโลเมตร
การส่งผ่านข้อมูลจะอยู่ในรูปแบบของบล็อกแพ็กเก็ต การส่งผ่านข้อมูลจะอยู่ในรูปแบบของไฟล์
มักให้บริการกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก            มักให้บริการกับเครื่องลูกข่ายเป็นหลัก
โปรโตคอลสื่อสารที่ใช้คือ SCSI                        โปรโตคอลสื่อสารที่ใช้คือ Network Protocol
                                                     เช่น TCP/IP, CIFS (Windows), NFS (Unix)
ระดับความเร็วอยู่ที่ 1-2 Gbps                        ความเร็วส่วนใหญ่อยู่ที่ 100 Mbps หรือ 1 Gbps
                                                     ก็มี

เพื่อคลายความสับสนระหว่าง                   SAN            กับ       NAS       สามารถกล่าวได้ดังนี้
ว่าทั้งเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ต่อเพิ่มไปยังเครือข่าย ( Network) SAN เป็น Chanel-attached (หรือ
Extended disk storage) คือ เพิ่มช่องทางที่มีความเร็วดุจดังต่อ Harddisk ในคอมพิวเตอร์NAS เป็น
Network Attached คือ เพิ่มอีก Node ในเครือข่ายเพื่อใช้เก็บข้อมูล




                     รูป11 แสดงความแตกต่างระหว่างึSAN และ NAS
                               ( http://www.misco.co.th/)
13. แนวโน้มของ SAN และ NAS
NAS (Network Attached Storage)                                                                   14


                            เทคโนโลยีหน่วยเก็บข้อมูล ( storage) เป็นเทคโนโลยีที่มีความสาคัญ
สาหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ                 ขณะที่ผู้ใช้แต่ละรายต้องการพื้นที่ในการเก็บข้อมูลที่ขนาดใหญ่
เนื่องจากบริษัทใหญ่ ๆ เริ่มประสบปัญหาในการเก็บข้อมูล ที่นับวันจะยิ่งมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น
อีกทั้งยังเป็นข้อมูลที่สาคัญที่ไม่สามารถจะทิ้งได้ ดังนั้นในช่วงทศวรรษที่                          80
จึงได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ทางอินเตอร์เน็ต หรือ iSCSI (Internet Small Computer
System Interface) ซึ่งได้นาแนวคิดของเทคโนโลยีที่เรียกว่า เครือข่ายการจัดเก็บข้อมูล หรือ SAN
(Storage Area Network ) และการจัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย หรือ NAS (Network Attached Storage)
มาช่วยเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์

                                             iSCSI         หรือ           Internet         SCSI
เป็นแบบร่างมาตรฐานโดยคร่าวที่กาหนดขึ้นมาเพื่อมาตรฐานแห่งอนาคต
เพื่อให้สามารถเป็นโปรโตคอลที่ห่อหุ้ม (     Encapsulation)       คาสั่งที่เป็นระบบ          SCSI
ให้ทางานร่วมกันกับระบบเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอล         TCP/IP       โดยคาสั่งของ            SCSI
นี้จะถูกห่อหุ้มเข้าไปในแพ็กเก็ตของ                                                             IP
สามารถทาให้มีการขนถ่ายข้อมูลบนเครือข่ายแบบบล็อกแทนที่จะเป็นแพ็กเก็ต
โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่มาจากระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบ iSCSI สามารถนามาใช้เพื่อสร้างระบบ
SAN              บนเครือข่าย        IP         ทาให้มีประสิทธิภาพสูง             เชื่อมต่อได้ไกล
ราคาประหยัดสาหรับการส่งถ่ายข้อมูลกันผ่านทางเว็บไซต์บนระบบอินเทอร์เน็ต รวมทั้งผ่าน Service
Provider                                                                  และองค์กรธุรกิจทั่วไป

                                                               SAN            ในอนาคตอันใกล้
มีการคาดว่าค่าใช้จ่ายในการดาเนินการจะลดลงเนื่องจากไม่จาเป็นต้องมีการอบรมเกี่ยวกับอุปกรณ์ชนิด
พิเศษ และค่าใช้จ่ายในการบารุงรักษาเพิ่มเติม ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอพพลิเคชันทางธุรกิจชนิดใหม่ ๆ
ที่มีพื้นฐานบนฐานข้อมูลตัวเดิมที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในอดีต
จะมีมาตรการในการกู้คืนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการขยายระยะทางการทา Server Clustered
แอพพลิเคชันอื่นๆที่สามารถกระจายและบริหารได้ง่ายขึ้น

                      สาหรับ NAS มีการคาดว่าระบบ NAS จะถูกลงเหมือนกับราคาของพีซี
ทั้งนี้เนื่องจากส่วนประกอบในเซิร์ฟเวอร์ NAS ส่วนใหญ่ (ซีพียู แรม และฮาร์ดดิสก์)
นั้นเป็นส่วนประกอบของเครื่องพีซีทั่วไป
NAS (Network Attached Storage)                                                                     15

ดังนั้นเมื่อราคาของพีซีลดลงก็ทาให้ราคาของส่วนประกอบหลักเหล่านี้ลดลงด้วย

                     ในปี 2004 ตลาดของอุปกรณ์ NAS เติบโตขึ้นมากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์
และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีมูลค่าสูงถึง 8.6 พันล้านดอลลาร์ในปี ค.ศ.             2005
ตามการวิเคราะห์ตลาดของ Yankee Group โดยราคาของอุปกรณ์และคอมโพเน็นต์จะลดลงทุกปี
อีกทั้งปัจจุบันอุปกรณ์ NAS ในระดับไฮเอนด์ยังสามารถเก็บข้อมูลได้ในระดับเทอระไบต์ ( Terabyte)
สามารถควบคุมด้วยมัลติโพรเซสเซอร์ และยังมีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอุปกรณ์ SAN (Storage
Area Network) ซึ่งมีราคาแพงกว่ามากและใช้งานในระดับองค์กรใหญ่ ๆ เท่านั้น อุปกรณ์ SAN และ
NAS            เติบโตมาพร้อม ๆ กัน                  แต่ต่างกันที่การใช้งานและประโยชน์ที่ได้รับ

                                                                       อุปกรณ์        SAN
นั้นเหมาะสาหรับการใช้งานและจัดเก็บข้อมูลหรือฐานข้อมูลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและมีความจาเ
ป็นสาหรับองค์กรขนาดใหญ่                             เนื่องจากอุปกรณ์                  SAN
นั้นมีราคาสูงมากจึงไม่เหมาะที่จะนามาใช้จัดเก็บไฟล์ข้อมูลทั่วไป อุปกรณ์                NAS
จึงถูกออกแบบมาเพื่อชดเชยในส่วนนี้
เพื่อให้รองรับการทางานแบบรวมศูนย์ในองค์กรตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิ
ภาพ

         NASเป็นอีกทางเลือกของการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบฉับพลัน
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องจานวนช่องหรือกาลังไฟภายใน server จะพอหรือไม่อีกต่อไป NAS
ให้บริการพื้นที่เหมือน File server ทึ่ต่อเข้าไปในวง LAN เหมือ่นกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ
โดยทั่วไปแล้ว NAS เน้นการให้บริการเฉพาะพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และรองรับแพลทฟอร์มที่หลากหลาย
ทั้ง Windows และ Unix

14. บทสรุป
         NAS                             เป็นทางเลือกหนึ่งของการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบฉับพลัน
ช่วยในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากมากมายนั
ก                                       สามารถบริหารจัดการได้ง่าย                       มีความยืดหยุ่น
เนื่องจากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยตรง ทาให้ติดตั้งได้ง่าย แต่ ก็มีข้อเสียคือ
หากมีปริมาณการดึงข้อมูลออกมาจากอุปกรณ์จัดเก็บมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเครือ
ข่าย
NAS (Network Attached Storage)                                                              16

            NAS นั้นเติบโตมาพร้อมๆกับSAN แต่การใช้งานของ NASนั้นเมื่อเทียบกับSAN SAN
จะเหมาะสาหรับการใช้งานและจัดเก็บข้อมูลหรือฐานข้อมูลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและมีความจาเป็
นสาหรับองค์กรขนาดใหญ่                                 แต่อุปกรณ์                          SAN
นั้นมีราคาสูงมากจึงไม่เหมาะที่จะนามาใช้จัดเก็บไฟล์ข้อมูลทั่วไป อุปกรณ์                    NAS
จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อชดเชยในส่วนนี้
เพื่อให้รองรับการทางานแบบรวมศูนย์ในองค์กรตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิ
ภาพ            อีกทั้ง NAS ในระดับไฮเอนด์ยังสามารถเก็บข้อมูลได้ในระดับเทอระไบต์ ( Terabyte)
สามารถควบคุมด้วยมัลติโพรเซสเซอร์ และยังมีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอุปกรณ์              SAN
            ส่วนในอนาคตมีการคาดว่า              NAS                 จะถูกลงเหมือนกับราคาของพีซี
ทั้งนี้เนื่องจากส่วนประกอบในเซิร์ฟเวอร์ NAS ส่วนใหญ่ (ซีพียู แรม และฮาร์ดดิสก์)
นั้นเป็นส่วนประกอบของเครื่องพีซีทั่วไป
ดังนั้นเมื่อราคาของพีซีลดลงก็ทาให้ราคาของส่วนประกอบหลักเหล่านี้ลดลงด้วย
ในเรื่องของประสิทธิภาพ NAS ก็น่าจะมีการพฒนาขึ้นเรื่อยๆดังเห็นได้จากในปัจจุบัน             NAS
พัฒนาถึงระดับไฮเอนด์ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้ในระดับเทอระไบต์ (                         Terabyte)
และยังสามารถควบคุมด้วยมัลติโพรเซสเซอร์ได้อีกด้วย
NAS (Network Attached Storage)                                                                       17




เอกสารอ้างอิง

[1] จีรนันท์ ขัดทา, ปาริชาติ วุฒิวงศา, ศิริรัตน์ ตรงวัฒนาวุฒิ , สาวิตตรี เอี่ยวสานุรักษ์ และสุภาพร
มีสัตย์. [ม.ป.ป]. Storage Area Network : SAN. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550, จาก
http://www2.cs.science.cmu.ac.th/seminar/2546/SAN/page1.html.

[2] ปลดพันธนาการระบบจัดเก็บข้อมูลสาหรับองค์กรด้วย NAS และ SAN ตอนที่ 1. eWEEK ,
พฤศจิกายน 2545. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2550, จาก
http://www.arip.co.th/2006/mag_list.php?g3=3&ofsy=2002&ofsm=11&id=eweek&g3s=3&halfm
onth=1&mag_no=22.

[3] พิพัฒน์ เลขะชัยวรกุล. (2546, กุมภาพันธ์). ทางเลือกใหม่กับอุปกรณ์ NAS สาหรับองค์กร.
PC Magazine. สืบค้นเมื่อ 23 มกราคม 2550, จาก
http://www.arip.co.th/2006/mag_list.php?g3=3&ofsy=2003&ofsm=2&id=PCMag&g3s=3&half
month=0&mag_no=49&element_id=406398.

[4] วิรินทร์ เมฆประดิษฐสิน. [ม.ป.ป.]. เปิดโลกเทคโนโลยี Storage Area Network (SAN). สืบค้นเมื่อ
31 มกราคม 2550, จาก http://micro.se-ed.com/content/mc214/MC214_92.asp.

[5] วิรินทร์ เมฆประดิษฐสิน. (2547, พฤศจิกายน). รอบรู้การทางานของ iSCSI
เครือข่ายจัดเก็บข้อมูลแห่งอนาคต. ไมโครคอมพิวเตอร์ , ปีที่ 22 (ฉบับที่ 232).
NAS (Network Attached Storage)                                                                   18


[6] ศรีศักดิ์ จามรมาน, ศ.ดร. และสายพิณ ช่อโพธิ์ทอง. (2545). เทคโนโลยีหน่วยเก็บข้อมูล (Storage).
สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2550, จาก http://www.ksc.co.th/kscpage/term/library/storage.htm.

[7] สุวัฒน์ โสภณ. (2549, มีนาคม). Network Attached Storage ใครว่าไม่จาเป็น. PC World, ปีที่ 31
(ฉบับที่ 31).

[8] NAS และ SAN ต่างกันอย่างไร. [ม.ป.ป]. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2550, จาก
http://www.pantip.com/tech/comsci/topic/CT1677354/CT1677354.htm.

[9] Zerowait Corp. (2003). NAS-SAN Technology Overview. สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2550, จาก
http://www.nas-san.com/differ.html

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:70
posted:6/2/2010
language:Thai
pages:22