(Dumping)

Document Sample
(Dumping) Powered By Docstoc
					การทุ่มตลาด (Dumping)
           การทุ่มตลาด คือ สภาว ะที่เกิดขึ้นเมื่อสินค้าส่งออกขายในราคาที่ต่ากว่ามูลค่าปกติ (Normal
Price)                    ของสินค้านั้นๆ กล่าวคือ
ประเทศผู้ส่งออกจะขายสินค้าในราคาต่่ากว่าราคาภายในประเทศหรือต่่ากว่ าราคาส่งออกในประเทศคู่ค้
าอื่นๆ หรือรวมถึงการขายสินค้าในราคาต่่ากว่าต้นทุนการผลิตของสินค้านั้น
           ภายใต้กฎข้อ 6 ของข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรหรือ GATT (GATT Article VI)
ซึ่งกล่าวถึง การป้องกันการทุ่มตลาด          (anti-dumping)           และการเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด
(Countervailing         Duties       :      CVD)                ทั้งนี้    GATT       Article     VI
มิได้มีบทบัญญัติห้ามมิให้มีการทุ่มตลาดโดยตรง เพียงแต่พยายามให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ตระหนักว่า
การทุ่มตลาดเป็นสิ่งต้องห้ามหากการทุ่มตลาดนั้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงหรือเป็นอุปสรรค กีดข
วางการเข้าไปประกอบอุตสาหกรรมภายในของประเทศสมาชิกอื่นๆ
ทั้งนี้หากประเทศผู้น่าเข้าสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการทุ่มตลาดจากประเทศคู่ค้าส่งออกที่ส่งผลให้เกิดความ
เสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศของตน
รัฐบาลประเทศผู้น่าเข้านั้นสามารถใช้มาตรการป้องกันการทุ่มตลาดได้
           หลักการอย่างง่ายที่ใช้ในการพิสูจน์ว่า มีการทุ่มตลาดเกิดขึ้นหรือไม่
มักจะอาศัยการเปรียบเทียบราคาสินค้าหลังออกจากโรงงานของประเทศผู้ส่งออกกับ ราคาขายของสินค้า
นั้น ณ ชายแดนของประเทศผู้น่าเข้าซึ่งได้หักต้นทุนค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ที่เกิดขึ้นหลังจากสินค้าออกจากโรงงานแล้ว อย่างไรก็ตาม
การสรุปว่าราคาขายต่่ากว่าราคาในประเทศเป็นการขายในราคาต่่ากว่าต้นทุนนั้นถือเป็นการแปลความห
มายที่ไม่ถูกต้อง
เพราะบางครั้งการพิสูจน์เรื่องการทุ่มตลาดมีความยุ่งยากซับซ้อนเนื่องจากยังคงมีความสับสนระหว่างก
ารทุ่มตลาดกับการน่าเข้าสินค้าที่ได้รับประโยชน์จากการได้ รับเงินอุดหนุน
นโยบายการค้าโดยทั่วไปมักกล่ าวว่า             การทุ่มตลาด หมายถึง การที่หน่วยผลิตใดๆ
เห็นข้อได้เปรียบจากการก่าหนดราคาแบบแบ่งแยกตลาดและด่าเนินการเช่นนั้นโดยอาศัยทรัพยากรของ
ตนเอง              ในขณะที่การให้เงินอุดหนุน คือการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลแก่อุตสาหกรรมนั้นๆ
ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
ทั้งการให้เงินอุดหนุ นและการทุ่มตลาดต่างก็ส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าน่าเข้า ได้อย่างไม่แตกต่างกัน
การเปรียบเทียบราคาในประเทศผู้ส่งออกกับราคาในประเทศผู้น่าเข้า บางครั้งมิอาจกระท่าได้
เนื่องเพราะหน่วยผลิตที่ส่งออกมีการตกแต่ง บัญชี จนมิอาจทราบต้นทุนการผลิตที่แท้จริง บางกรณี
สินค้าที่ส่งออกไม่มีขายในประเทศผู้ส่งออกหรือมีขายแต่เพียงเล็กน้อย
          การทุ่มตลาดถือเป็นประเด็นที่รู้จักกันมาเป็นระยะเวลานาน และมีงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มากม
าย                                                                                            อย่างไรก็ดี
ปัญหาการทุ่มตลาดเริ่มเป็น กลายมาปัญหาส่าคัญในการค้าอย่างชัดเจนหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยเ
ฉพาะช่วง                      Great                 Depression               ในทศวรรษ              2470
ต่อมามีความพยายามจ่าแนกประเภทของการทุ่มตลาดโดยมีผู้เสนอแนวคิด                      4     แนวคิด      คือ
แนวคิดเรื่องการทุ่มตลาดจากกฎบัตรฮาวานา (Havana Charter) แนวคิดของ Jacob Viner แนวคิดของ
Greg Mastel และแนวคิดของ Robert Willig
           แนวคิดเรื่องการทุ่มตลาดจากกฎบัตรฮาวานา (Havana Charter)
          ในช่วงที่มีการประชุม United Nations Conference on Trade and Employment ณ นครฮาวานา
ประเทศคิวบา                ซึ่งน่าไปสู่การเกิดกฎบัตรฮาวานา              (Havana      Charter)        นั้น
ประเทศผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกัน ก่าหนดลักษณะของการทุ่มตลาดไว้เป็น 4 ประเภท คือ
                  1. การทุ่มตลาดด้านราคา (Price Dumping) ซึ่งภายหลังปรากฏในกฎของ GATT ข้อ 6
                  2. การทุ่มตลาดจากการบริการ(Service                          Dumping)               คือ
                       การที่สินค้านั้นมีความได้เปรียบด้านราคาอัน เป็นผลจากการทุ่มตลาดในกิจ การบริก
                       ารการขนส่งหรือการล่าเลียงสินค้า
                  3. การทุ่มตลาดจากอัตราแลกเปลี่ยน(Exchange                      Dumping)            คือ
                       การทุ่มตลาดอันเกิดจากการก่าหนดนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้ ได้เปรียบในกา
                       รแข่งขันด้านการค้า
                  4. การทุ่มตลาดด้านสังคม                       (Social         Dumping)             คือ
                       การทุ่มตลาดสินค้าที่ผลิตจากแรงงานนักโทษหรือแรงงานที่ท่างานหนักแต่ได้รับค่า
                       จ้างต่่า ซึ่งท่าให้ได้สินค้าราคาต่่าด้วย
          ทั้งนี้การทุ่มตลาด 3 ประเภทหลังนั้น ปัจจุบันยังไม่มีการก่าหนดกฎกติกาควบคุม อย่างชัดเจน
          นอกจากนี้ยังมีการทุ่มตลาดอีกประเภทซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ หน่วยผลิตสามารถขายสินค้าในต่าง
ประเทศได้ในราคาสูงกว่าราคาในประเทศ เช่นนี้เราเรียกว่า การทุ่ มตลาดย้อนกลับ (Reverse Dumping)
          ปัจจุบันได้มีความพยายามเป็นอย่างมากในการหาเหตุผลในการทุ่มตลาด ทั้งนี้มีแนวคิด 3 แบบ
ในการแยกประเภทของแรงจูงใจในการทุ่มตลาด ดังนี้
          แนวคิดเรื่องการทุ่มตลาด Jacob Viner
       ในปี 2463 Jacob Viner จ่าแนกประเภทแรงจูงใจในการทุ่มตลาดโดยอธิบายไว้ในหนังสือ เรื่อง
Dumping : A Problem in International Trade และสรุปลักษณะการทุ่มตลาดไว้เป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
            1. การทุ่มตลาดเป็นครั้งคราว                      (Sporadic                   Dumping)
                เกิดจากความต้องการของหน่วยผลิตในการล้าง สต็อกส่วนเกิน
                การทุ่มตลาดประเภทนี้มักเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
                และหน่วยผลิตจะใช้วิธีการนี้ในบางครั้งบางคราวเท่านั้น
            2. การทุ่มตลาดในระยะสั้นหรือการทุ่มตลาดอย่างไม่ต่อเนื่อง (Short-run / Intermittent
                Dumping)
                เกิดขึ้นเมื่อหน่วยผลิตก่าลังเผชิญกับภาวะตลาดที่ราคาสินค้าในขณะนั้น ตกต่่าลงชั่วคร
                าว                                       หรือเกิดเมื่อหน่วยผลิ ตพยายามหาตลาดใหม่
                หรือเพื่อป้องกันการแข่งขันและตอบโต้การทุ่มตลาดในทิศทางตรงข้ามของหน่วยผลิต
                คู่แข่ง
            3. การทุ่มตลาดในระยะยาวหรือ การทุ่มตลาดอย่างต่อเนื่อง (Long-run or Continuous
                Dumping)
                เกิดเมื่อหน่วยผลิตต้องการรักษาระดับการผลิตในระดับเต็มก่าลังการผลิตเอาไว้ โดยปร
                าศจากการตัดราคาในประเทศ
                หรือเกิดเมื่อหน่วยผลิตต้องการการประหยัดจากขนาดมากขึ้น (Economies of Larger
                Scale)                                          โดยยังคงรักษาระดับราคาในประเทศ
                หรือเกิด การทุ่มตลาดด้วยเหตุผลทางการค้า
       แนวคิดเรื่องการทุ่มตลาดของ Greg Mastel
       Greg Mastel นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริ กัน จ่าแนกลักษณะของแรงจูงใจในการทุ่มตลาด
ในหนังสือชื่อ American Trade Policy After the Uruguay Round ไว้เป็น 4 ลักษณะ คือ
            1. Overcapacity                                                               Dumping
                เกิดในอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับการลดลงของอุปสงค์ในระยะยาว
                ยังผลให้เกิดก่าลังการผลิตส่วนเกิน                                    (Overcapacity)
                โดยการทุ่มตลาดเป็นผลจากความต้องการใช้ก่าลังการผลิตส่วนเกินให้เป็นประโยชน์
            2. Government-supported                                                       Dumping
                เกิดจากการให้เงินอุดหนุนในการผลิตของรัฐบาล ซึ่งเกื้อกูลให้ต้นทุนการผลิตต่่า กว่าที่
                ควร ด้วยเหตุนี้
                การส่งออกสินค้าที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจึงมีลักษณะเป็นก ารทุ่มตลาด
            3. Tactical            Dumping             และ           Discriminatory          Pricing
                เกิดขึ้นเมื่อหน่วยผลิตขายสินค้าชนิดเดียวกันในราคา ต่างกัน ณ ตลาดที่แตกต่างกัน
                การทุ่มตลาดประเภทนี้ เป็นการทุ่มตลาดตามกลยุทธ์ หรือการก่าหนดราคาอย่างล่าเอียง
            4. Predatory                                                                   Dumping
                เกิดขึ้นเมื่อหน่วยผลิตแข่งขัน กันตัดราคาสินค้าเพื่อลดจ่านวนคู่แข่งในธุรกิจลง
        แนวคิดเรื่องการทุ่มตลาดของ Robert Willig
        Robert                                                                                Willig
ได้อธิบายสาเหตุของการทุ่มตลาดแยกประเภทการทุ่มตลาดออกเป็นการทุ่มตลาดโดยไม่ผูกขาด (Non-
monopolizing Dumping) และการทุ่มตลาดโดยการผูกขาด(Monopolizing Dumping)                            ซึ่ง
การทุ่มตลาดโดยไม่ผูกขาดประกอบไปด้วย
            1. Market-expansion Dumping คือ การทุ่มตลาดอันเนื่องจากความต้องการขยายตลาด
                ทั้งนี้การขายสินค้าส่งออกในราคาต่่าได้
                เนื่องเพราะมีก่าไรจากการขายสินค้านั้น ภายในประเทศในราคาสูง
                ยิ่งราคาสินค้าในประเทศมีราคาสูงมากเท่าไรก็ยิ่งสนับสนุนให้ราคาส่งออกต่่าลงมากขึ้
                นเท่านั้น
            2. Cyclical                        Dumping                       การทุ่มตลาดตามวัฏจักร
                มีวัตถุประสงค์เพื่อก่าจัดผลผลิตส่วนเกินที่มีจ่านวนมากในขณะที่อุสงค์สินค้านั้นอยู่ใ
                นช่วงขาลง
            3. State-trading                                                               Dumping
                มักเกิดในประเทศที่อัตราแลกเปลี่ยน ก่อผลกระทบแต่เพียง เล็กน้อย
                หรือราคามิอาจส่งสัญญาณกระทบเศรษฐกิจอื่นมากนัก
        ส่าหรับการทุ่มตลาดโดยการผูกขาด Willig ได้แบ่งเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย
            1. Strategic                        Dumping                       การทุ่มตลาดเชิงกลยุทธ์
                เกิดจากประเทศผู้ส่งออกยึดยุทธศาสตร์การทุ่มตลาด
                หรือใช้มาตรการที่ไม่เกื้อหนุนการแข่งขัน
                ก่อให้เ กิดความเสียเปรียบในประเทศผู้น่าเข้า
               2. Predatory-pricing                    Dumping                การทุ่มตลาดเพื่อก่าจัดคู่แข่ง
                   เกิดขึ้นเมื่อ ประเทศมีการส่งออกสินค้า ในราคาต่่าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่าจัดคู่แข่งออ
                   กจากตลาด เพื่อให้ ประเทศของตนมีอ่านาจผูกขาดในประเทศผู้น่าเข้าสินค้านั้น
           อย่างไรก็ตาม
การจ่าแนกประเภทการทุ่มตลาดทั้งหมดข้างต้นนี้ มิได้บัญญัติในกฎหมายการป้องกันการทุ่มตลาดระดับ
นานาชาติ
โดยการแบ่งประเภททุ่มตลาดตามที่ได้อธิบายไว้ในตอนต้นนั้น มักจะปรากฎในงานเขียนต่างๆ
ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ ปรับปรุงและปฏิรูปวิธีการป้องกันการทุ่มตลาด
ชุมชนนักเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศในปัจจุบันจ่าแนกประเภทการทุ่มตลาดที่ส่าคัญ ดังนี้
               1. การทุ่มตลาดแฝง (Hidden Dumping) ปรากฎนิยามใน GATT Article VI ว่า
                   การทุ่มตลาดแฝง คือ
                   การขายสินค้าที่ผู้น่าเข้าขายในราคาต่่ากว่าราคาที่ระบุไว้ในใบแจ้งราคาสินค้าของผู้ส่ง
                   ออก โดยผู้ส่งออกนั้                                     นก็มีความเกี่ยวข้องกับผู้น่าเข้า
                   นอกจากนี้ราคาสินค้าที่ขายยังต่่ากว่าราคาสินค้าของประเทศผู้ส่งออกอีกด้วย ซึ่งคือ
                   การทุ่มตลาดผ่านการถ่ายทอดราคานั่นเอง
               2. การทุ่มตลาดทางอ้อม                           (Indirect                       Dumping)
                   เกิดจากการที่สินค้าน่าเข้าผ่านประเทศที่สาม
                   โดยประเทศที่สามมิได้ ถือว่ามีการทุ่มตลาด
                   แม้ว่าราคาน่าเข้าจะต่่าเกินกว่าที่สมควรก็ตาม
               3. การทุ่มตลาดขั้นทุติยภูมิหรือการทุ่มตลาดขั้นที่สอง          (Secondary        Dumping)
                   เกิดเมื่อมีการส่งออกสินค้าที่มีส่วนประกอบมาจากสินค้าน่าเข้า
                   โดยเชื่อว่าสินค้าน่าเข้านั้นมีการทุ่มตลาด
           อย่างไรก็ดี K.W Dam ได้กล่าวแย้งแนวคิดเรื่องการทุ่มตลาดว่า ภายใต้กฎและกติกาต่างๆ
หน่วยผลิตท้องถิ่น ย่อมจะได้รับผลเสียไม่ว่าราคาสินค้าน่าเข้านั้นจะน้อยกว่าหรือเท่ากับราคาที่หน่วยผลิ
ตเหล่านั้นก่าหนด
และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทุ่มตลาดนี้ก็จะไม่มากเท่ากับผลกระทบที่เกิดจากราคาสินค้ าน่าเข้าที่สะ
ท้อนความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของผู้ส่งออก                   นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ Deardorff
ได้เสนอประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างการทุ่มตลาดกับระดับการแข่ งขันในตลาดสินค้าของประเทศผู้
ส่งออก โดย                                    ศาสตราจารย์                Deardorff                กล่าวว่า
หากตลาดและหน่วยผลิตต่างได้รับการปกป้องจากรัฐบาลแล้ว
หน่วยผลิต ก็มีแนวโน้มที่จะขายสินค้าในราคาต่่ากว่าราคาภายในประเทศถ้าหน่วยผลิตนั้นสามารถส่งอ
อกได้       ข้อสรุปที่น่าสนใจของ Gabrielle Marceau ในหนังสือชื่อ Anti-Dumping and Anti-Trust
Issues         in          Free        Trade          Areas                          ที่กล่าวว่า
ต้นก่าเนิดของการทุ่ มตลาดมีรากฐานมาจากความแตกต่างของกฎหมายและนโยบายเศรษฐกิจของประเ
ทศในตลาดสองตลาด และ ความแตกต่างของแต่ละประเทศถือเป็นเรื่องปกติ ที่มีความสมเหตุสมผล
หากประเทศเหล่านั้นยังคงไม่มีการตกลงเกี่ยวกับมาตรฐาน หรือกฎกติกาเกี่ยวกับการค้า ระหว่างประเทศ

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:578
posted:5/31/2010
language:Thai
pages:6
Jun Wang Jun Wang Dr
About Some of Those documents come from internet for research purpose,if you have the copyrights of one of them,tell me by mail vixychina@gmail.com.Thank you!