The Root Cause Analysis of Conducted Electromagnetic Interference on by kjm12717

VIEWS: 69 PAGES: 4

									Print                        Menu                          Go Back                         Fit Visible                  Fit Page                                                    Next Page




           การวิเคราะหถึงสาเหตุของสัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟาทางสายตัวนําในอินเวอรเตอรแบบเชื่อมตอกับระบบไฟฟาหนึ่งเฟส
                                 The Root Cause Analysis of Conducted Electromagnetic Interference
                                            on A Single Phase Grid Connected Inverter
                                                 ประชา คําภักดี , วุฒิพล ธาราธีรเศรษฐ* และวีระเชษฐ ขันเงิน**
                                   ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
                                          *ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟา คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
                              **ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟา คณะวิศวกรรมศาสตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง




                                                                                                                                                                                             PW71
                                โทร. 09-7114483, E-mail: pracha29@yahoo.com, vuttiponnet@yahoo.com, kkveerac@yahoo.com

        บทคัดยอ                                                                         ไฟฟา ซึ่งไดแก เซลลแสงอาทิตย เซลลเชื้อเพลิง เปนตน นอกจากจะมี
                        บทความนี้นําเสนอการวิเคราะหถึงสาเหตุสําคัญที่กอใหเกิด         แหล ง จ า ยที่ ดี แ ล ว จํ า เป น ต อ งมี อิ น เวอร เ ตอร เ พื่ อ ทํ า หน า ที่ แ ปลงผั น
        สัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟาทางสายตัวนําที่เกิดจากอินเวอรเตอรแบบ                   กํา ลังไฟฟา และควบคุ มการจ ายกํา ลังไฟฟ าใหเ ปนไปตามมาตรฐานที่
        เชื่อมตอกับระบบการไฟฟาขนาดพิกัด 300 วัตต โดยมีเทคนิคการควบคุม                 กําหนด ในระบบการสงจายกําลังไฟฟาขนาดเล็กนั้น เทคนิคการขับนํา
        สวิตชแบบสัญญาณควบคุมไซนตัดกับสัญญาณพาหะสามเหลี่ยม โดย                          สวิ ต ช แ บบสั ญ ญาณควบคุ ม ไซน เ ปรี ย บเที ย บกั บ สั ญ ญาณพาหะรู ป
        การสวิตชแบบสองขั้ว การปรับเปลี่ยนตัวแปรในการควบคุมไดแก ดัชนี                  สามเหลี่ยม(SPWM: Sinusoidal Pulse Width Modulation) ยังเปนที่นิยม
        การมอดูเลตดานแอมปลิจูด ความถี่ในการสวิตช และปริมาณกําลังไฟฟา                  กันมาก แตการทํางานของวงจรอินเวอรเตอรที่มีการเปลี่ยนแปลงแรงดัน
        ที่เขาสูระบบการไฟฟา สงผลตอจํานวนพัลสและแอมปลิจูดของแรงดัน                  และกระแสแบบทั น ที ทั น ใดตามการสวิ ต ชิ่ ง ของตั ว สวิ ต ซ เพื่ อ ให ไ ด
        ทั้ ง ด า นเข า และออกของอิ น เวอร เ ตอร ทํ า ให สั ญ ญาณรบกวน              ปริมาณกําลังไฟฟาตามที่ตองการ ทําใหแรงดันและกระแสขาออกของ
        แมเหล็กไฟฟาทางสายตัวนํามีคาแตกตางกันไป                                       อินเวอรเตอรไมเปนรูปคลื่นไซน เปนผลทําใหเกิดสัญญาณรบกวน
                                                                                         แมเหล็กไฟฟา ซึ่งถึงแมจะพยายายามนําวงจรกรองมาลดทอนสัญญาณ
        คําสําคัญ : สัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟาทางสายตัวนํา, อินเวอรเตอร                  รบกวนดังกลาว แตก็ยังมีสัญญาณที่ไมตองการปนออกมาอยู เมื่อนําไป
                     แบบเชื่อมตอระบบไฟฟา                                               เชื่อมตอกับระบบการไฟฟายอมทําใหรูปคลื่นแรงดันและกระแสผิดเพี้ยน
                                                                                         ไปด ว ย ซึ่ ง อาจไม ผ า นตามเกณฑ ม าตรฐานความเข า กั น ได ท าง
        Abstract                                                                         แมเหล็กไฟฟา (EMC standard) [1] โดยมาตรฐานนี้แบงตามเสนทางการ
                    This paper presents the root cause analysis of conducted             แพรข องสั ญญาณรบกวนเป น สองทาง คื อ การแพร ข องสั ญ ญาณทาง
        electromagnetic interference generated from a single phase grid                  สายตัวนํา (conducted emission) และ ทางอากาศ (radiated emission) จึง
        connected inverter to power system. The rated power of inverter is 300           ตองมีการทดสอบใหเปนไปตามมาตรฐานที่กําหนดดังกลาว
        W. Controlling technique is sinusoidal pulsewidth modulation (SPWM)
                                                                                                                                                                       Lg
        for a bipolar voltage switching inverter. The control parameters such as
                                                                                                             G1              G4                                      Inductor
        modulaiton index, switching frequency and power flow affect the                                                                                                           Vg
                                                                                         Vd                 Cd
        number of pulses per period and also of the input/output voltage
                                                                                                                                           FILTER
                                                                                                                                                                   Power          Grid
                                                                                                                                                                Transformer

        amplitudes. These parameters result a viriation of electrotromagnetic                                G3              G2

        interference level.
                                                                                         รูปที่ 1 รูปแบบของอินเวอรเตอรเชื่อมตอระบบไฟฟาที่ใชในการทดลอง
        Keywords: Conducted EMI, Grid connected inverter
                                                                                                    ในงานวิจัยนี้ไดสรางวงจรอินเวอรเตอรแบบฟูลบริจดดังรูปที่
        1. คํานํา                                                                        1 เปนวงจรที่ใชในการทดสอบกับระบบหนึ่งเฟส พิกัดกําลัง 300 วัตต
                  เนื่องจากวิกฤติพลังงานของโลกในปจจุบัน ประเทศไทยได                    โดยทําการศึกษาเฉพาะในสวนสัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟาทางสายตัว
        ใหความสนใจในการพัฒนาดานพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ                        นํา ยานความถี่ 150 kHz – 30 MHz อางอิงขีดจํากัดตามมาตรฐาน CISPR
        การสงจายกําลังไฟฟาจากแหลงกําเนิดไฟฟากระแสตรงเขาสูระบบการ                  11 [2] โดยมีการทดสอบ และ ปรับเปลี่ยนตัวแปรสําคัญในการควบคุม
                                                                                         อินเวอรเตอร ไดแก ดัชนีการมอดูเลตดานแอมปลิจูด ความถี่ในการสวิตช



            การประชุมวิชาการทางวิศวกรรมไฟฟา ครั้งที่ 29 (EECON-29) 9-10 พฤศจิกายน 2549 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
                                                                                   281
Print                         Menu                                   Go Back                  Fit Visible                 Fit Page                                      Next Page




        และการปรับเปลี่ยนกํา ลังไฟฟาดานออกดวยการปรับเปลี่ยนมุม กําลั ง                    2.2 สัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟาทางสายตัวนํา (Conducted
        พรอมทั้งวิเคราะหถึงสาเหตุที่ทํากอใหเกิดสัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟา                  EMI)
                                                                                                          การเกิ ด ขึ้ น ของสั ญ ญาณรบกวนความถี่ สู ง ในวงจร
        2. ทฤษฎีพื้นฐานของอินเวอรเตอรแบบ SPWM
                                                                                             อินเวอรเตอรนั้นสวนใหญมีสาเหตุมาการสวิตชที่การเปลี่ยนแปลงแรงดัน
        2.1 การควบคุมอินเวอรเตอร                                                           หรือกระแสตอเวลา( dv / dt , di / dt ) อยางรวดเร็ว เนื่องจากการปด
                   การควบคุมแบบ SPWM โดยทั่วไปมีตัวแปรในการควบคุม                            และเปดของสวิตชกําลัง ทําใหเกิดการแกวงของสัญญาณมากขึ้น สงผล
        สําคัญอยูสองตัวแปร ไดแก ดัชนีการมอดูเลตดานแอมปลิจูด และ ดัชนี                    ต อ ระดั บ ของสั ญ ญาณในเชิ ง ความถี่ มี ค า สู ง ขึ้ น ด ว ย [3] โดยสมมติ
        การมอดูเลตดานความถี่ ซึ่งมีสมการดังตอไปนี้                                         ลักษณะของรูปคลื่นสัญญาณใดๆดังรูปที่ 3 โดยรูปที่ 3 (ก) เปนแถบ




                                                                                                                                                                              PW71
                                               V p ,control                                  สัญญาณทางเวลาเมื่อแปลงเปนแถบสัญญาณทางความถี่จะไดดังรูปที่ 3
                                ma =                                             (1)         (ข) โดยมีสมการแสดงความสัมพันธดังสมการที่ (4) สังเกตเห็นวาแอม
                                                 V p ,tri
                                                                                             ปลิจูดของสัญญาณ ความลาดชันและความถี่ มีผลตอระดับสเปกตรัมของ
                                                fs
                                mf =                                             (2)         สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้น
                                                fo
                                                                                                                  (t0 + tr ) sin[π n(t0 + tr ) / T ] sin(π n(tr / T )
                     รูปที่ 2 เปนการแสดงความสัมพันธของการมอดูเลตของ                         Cn = 2 A •                    •                       •                   (4)
                                                                                                                      T        π n(t0 + tr ) / T        π ntr / T
        สัญญาณควบคุมรูปคลื่นไซนตัดสัญญาณพาหะรูปคลื่นสามเหลี่ยมเพื่อให
        ได แ รงดั น ด า นออกตามต อ งการ โดยมี ค า แรงดั น ด า นออกดั ง สมการ
                                                                                                A
        ตอไปนี้
                                                                                                         t0
                                                                                                    tr
                                                                                                                           Time

                                                                                 (3)
                                                                                                              T
                                Vo1 = 0.707maVd
                                                                                             (ก) แถบสัญญาณทางความถี่ (ข) แถบสัญญาณทางความถี่
        โดยที่
                                                                                                                         ่
                                                                                             รูปที่ 3 แถบสัญญาณทางเวลาเมือแปลงเปนสัญญาณทางความถี่
        Vtri : สัญญาณพาหะรูปคลื่นสามเหลี่ยม
        V p ,tri : คายอดของสัญญาณพาหะรูปคลื่นสามเหลี่ยม                                     เมื่อกําหนดให
         f s : ความถี่ของสัญญาณรูปคลื่นสามเหลี่ยม หรือ ความถี่ในการสวิตช                     Cn คือ แอมปลิจูดของสเปกตรัม หรือ ระดับของสัญญาณ
        Vcontrol : สัญญาณควบคุมรูปคลื่นไซน                                                   A คือ แอมปลิจูดของพัลส
        V p ,control : คายอดของสัญญาณควบคุมรูปคลื่นไซน                                      t0 คือ ความกวางของพัลส
         f o : ความถี่ดานออกของอินเวอรเตอรที่มความถี่เทากับความถี่ของไซน
                                                 ี                                            tr คือ เวลาขาขึ้น
        ma : ดัชนีการมอดูเลตดานแอมปลิจูด                                                     n คือ ลําดับฮารมอนิก
        mf   : ดัชนีการมอดูเลตดานความถี่                                                     T คือ คาบเวลา

        Vo1 : แรงดันดานออกที่ความถี่มูลฐาน                                                    pw คือ ความกวางของพัลส โดยเฉลี่ย ( to + tr = pw )

        Vd : แรงดันไฟฟากระแสตรงดานเขา                                                                                   ่
                                                                                               f a , fb คือ ความถี่หักมุมซึงมีคาขึ้นอยูกับ pw และ tr

                                    vcontrol
                                                              vtri

                                                                                             3. วิธีการทดลอง
                  0                                                          t
                                                                                                           การทดลองจะแบงออกเปน 2 เงื่อนไขหลักไดแก เงื่อนไขที่
                                                                                             หนึ่ ง อิ น เวอร เ ตอร มี โ หลดเป น ความต า นทาน และ เงื่ อ นไขที่ ส อง
                      vo
                                                     1
                                                     fs
                                                            vo1
                                                                                             อิน เวอรเ ตอรมีโหลดเปน ระบบการไฟฟา ซึ่ง มีรายละเอีย ดของแตละ
                                                                       Vd
                                                                                             เงื่อนไขการทดลองแสดงดังรูปที่ 4 สําหรับเงื่อนไขที่หนึ่งที่มีโหลดเปน
                  0                                                          t               ตัวตานทานจะทําการทดสอบปรับเปลี่ยนตัวแปรในการควบคุมคือ ดัชนี
                                                                       -Vd
                                                                                             การมอดูเลตดานแอมปลิจูด และ ความถี่ในการสวิตช สวนเงื่อนไขที่สอง
        รูปที่ 2 ความสัมพันธของดัชนีการมอดูเลตดานแอมปลิจูด ความถี่ในการ                    ที่มีโหลดเปนระบบการไฟฟา จะทําการปรับเปลี่ยนปริมาณกําลังไฟฟา
                 สวิตชและแรงดันดานออกของอินเวอรเตอรที่ใชเทคนิค SPWM                     ดานออกที่เขาสูระบบการไฟฟา ดวยเทคนิคปรับมุมกําลังระหวางแรงดัน
                 แบบสองขั้ว                                                                  ด า นออกของอิ น เวอร เ ตอร กั บ แรงดั น การไฟฟ า ซึ่ ง ค า ของสั ญ ญาณ



             การประชุมวิชาการทางวิศวกรรมไฟฟา ครั้งที่ 29 (EECON-29) 9-10 พฤศจิกายน 2549 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
                                                                                       282
Print                              Menu                                 Go Back                  Fit Visible                Fit Page                                             Next Page




        รบกวนจะถูกวัดโดยเครื่องวิเคราะหกําลังไฟฟา(power analyzer) และ                         230 V ในขณะที่แรงดันดานเขาตองมีการปรับเปลี่ยนลดลงเมื่อ ma มีคา
        เครื่องวิเคราะหสัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟา(EMC analyzer) การจัด                           มากขึ้น เพื่อใหไดแรงดันดานออกคงที่ พบวาสัญญาณรบกวนมีระดับ
        วางเครื่องทดลองอางอิงตามมาตรฐาน CISPR16 [3] โดยมีแผนผังการจัด                          แตกตางกัน สามารถอธิบายไดจากสมการที่ (4) โดยการแทนคาลงใน
        วางดังรูปที่ 5                                                                          สมการ ไดความสัมพันธระหวางแอมปลิจูดของพัลสกับสเปกตรัมของ
                                                                                                สัญญาณไดดังรูปที่ 8 จะเห็นวาเมื่อแอมปลิจูดของแรงดันดานเขาสูงขึ้นก็
                                                                                                จะทําใหระดับของการเปลี่ยนแปลงแรงดัน(A) ตอเวลามีคามากขึ้น เมื่อ
                                                                                                แปลงเปนสัญญาณแถบความถี่(Cn(A))จะไดระดับสัญญาณรบกวนมีคา
                                                                                                เพิ่มมากขึ้น




                                                                                                                                                                                         PW71
                                                                                                              จากผลการทดลองรูปที่ 6 (ค) กรณีที่มีการปรับคาความถี่ใน
                     รูปที่ 4 รายละเอียดของแตละเงื่อนไขการทดลอง                                การสวิตช f s = 15, 20, 25, 30 kHz และคงคาแรงดันดานออกที่ Vo =
                                                                                                230 V พบวาเมื่อปรับคาความถี่ในการสวิตชเพิ่มมากขึ้น ระดับของ
                                A                                 L
                      Dc
                                    V
                                          Grid connected              LISN   Load               สัญญาณรบกวนก็เพิ่มตามไปดวย สามารถอธิบายไดดังรูปที่ 9 เมื่อความถี่
                    source                   inverter             N                             ในการสวิ ต ช มี ค า เพิ่ ม มากขึ้ น ส ง ผลให จํ า นวนพั ล ส ใ นหนึ่ ง คาบของ
                                                   Power               EMC
                                                                                                แรงดันดานออก มีคาเพิ่มขึ้น มีความหมายโดยนัยวา โอกาสเปด และ ปด
                                                  Analyzer            Analyzer                  ของสวิตชจะมีคาเพิ่มขึ้น การเกิดการแกวงของสัญญาณมีจํานวนเพิ่มมาก
                             (ก) เงื่อนไขที่มีโหลดเปนตัวตานทาน                                ขึ้น ทําใหระดับของสัญญาณรบกวนสูงขึ้น
                               A                             L                                              จากผลการทดลองรูปที่ 6 (ง) กรณีที่มีการปรับคาปริมาณการจาย
                     Dc                 Grid connected                           Grid
                                    V                            LISN                           ของกําลังไฟฟาเขาระบบไฟฟาที่ Po = 0, 100, 200, 300 W พรอมทั้งคง
                   source                  inverter          N
                                                                                                คา ma = 0.8, f s = 25 kHz โดยที่แรงดันดานออกมีคาประมาณ 230 V
                                                 Power            EMC
                                                Analyzer         Analyzer
                                                                                                แปรตามแรงดันการไฟฟา พบวา ที่ Po = 0 มีระดับของสัญญาณรบกวน
                    (ข) เงื่อนไขที่มีโหลดเปนระบบการไฟฟาหนึ่งเฟส                               ต่ําสุด สวนที่ Po มีคามากขึ้น ระดับของสัญญาณรบกวนก็จะมีคาเพิ่มขึ้น
                                                                                                เล็ ก น อ ย สาเหตุ ม าจากการปรั บ เพิ่ ม มุ ม กํ า ลั ง มากขึ้ น เพื่ อ ให ป ริ ม าณ
           รูปที่ 5 การการติดตั้งเครื่องมือวัดในการทดสอบระบบอินเวอรเตอร
                                                                                                กําลังไฟฟาดานออกมากขึ้นนั้น จะทําใหแรงดันของแหลงจายมีคาลดลง
        4. ผลการทดลองและวิเคราะหผล                                                             เนื่องจากแหลงจายไมใชแหลงจายอุดมคติ และเพื่อรักษาใหไดกําลังดาน
                                                                                                ออกตามตองการ จึงตองมีการปรับเพิ่มแรงดันดานเขาขึ้นเล็กนอย เพื่อ
                         จากผลการทดลองรูปที่ 6 (ก) กรณีที่มีการปรับคาดัชนีการมอ
                                                                                                รักษาใหกําลังไฟฟาดานออกไดคาที่ตองการ โดยในกรณีนี้ไดทําการคง
        ดูเลตดานแอมปลิจูด และคงคาแรงดันดานเขาที่ Vin = 36 V ขณะที่
                                                                                                คา ma ไว จึงทําใหระดับของแรงดันดานเขาสูงขึ้น ระดับของสัญญาณ
        แรงดันดานออกมีคาเพิ่มขึ้นเมื่อ ma มากขึ้น พบวาที่ ma = 0.6, 0.8, 1.0
                                                                                                รบกวนจึงสูงขึ้นตาม ซึ่งสามารถอธิบายไดดังเชน กรณีรูปที่ 6 (ข)
        ระดับของสัญญาณรบกวนมีคาใกลเคียงกัน แตในกรณีที่ ma = 1.2 มี
        ระดับของสัญญาณรบกวนนอยกวากรณีอื่นๆ สามารถอธิบายไดดังนี้วา
        การปรับ ma จะมีผลตอความกวางพัลสในการควบคุมสวิตช ในรูปที่ 7                          5. สรุป
        เปนตัวอยางการจําลองการมอดูเลตเพื่อใหไดสัญญาณไปขับนําสวิตช ใน                                       การปรั บ เปลี่ ย นตั ว แปรในการควบคุ ม อิ น เวอร เ ตอร แ บบ
        รูปที่ 7 (ก) กรณีที่ ma ≤ 1.0 เรียกวา ยานมอดูเลตเชิงเสน จํานวนพัลส                  เชื่ อ มต อ กั บ ระบบการไฟฟ า ได แ ก ดั ช นี ก ารมอดู เ ลตด า นแอมปลิ จู ด
        ในหนึ่งคาบเทากับ 10 พัลส โดยที่มีคาเทาเดิมตลอดไมวาจะปรับ ma =                     ความถี่ในการสวิตช และ ปริมาณการไหลของกําลังไฟฟาที่เขาสูระบบ
        0.6, 0.8, 1.0 จํานวนครั้งของการปด-เปดของสวิตชมีคาเทากัน จึง                        การไฟฟา เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหเกิดสัญญาณรบกวน โดยสงผลทําให
        ก อ ให เ กิ ด จํ า นวนการแกว ง ของสั ญ ญาณคงเดิ ม ทํ า ให เ กิ ด ระดั บ ของ         เกิ ด การเปลี่ย นแปลงของสองส วนหลั ก ได แก ส ว นที่ หนึ่ ง คื อ ผลของ
        สัญญาณรบกวนเทาเดิม แตสําหรับ ma > 1.0 เรียกวายานมอดูเลตเกิน                         จํานวนพัลสตอหนึ่งคาบการทํางานของแรงดันดานออกอินเวอรเตอร ซึ่ง
        ดังรูปที่ 7 (ข) เห็นไดวาจํานวนพัลสในหนึ่งคาบลดลงจึงทําใหสัญญาณ                      เกิดจากการทํางานของสวิตช ยิ่งมีจํานวนครั้งของการปด – เปดสวิตชมาก
        รบกวนมีระดับลดลงดวย ma = 1.2 จึงมีระดับของสัญญาณรบกวนนอย                              จะทําใหระดับของสัญญาณรบกวนมีคามากขึ้น สวนที่สอง คือ ผลของ
        กวากรณีอื่น ดังรูปที่ 6(ก)                                                             ระดับแรงดันดานเขาอินเวอรเตอร ถาระดับของแรงดันดานเขาสูงขึ้น ทํา
                         จากผลการทดลองรูปที่ 6 (ข) กรณีที่มีการปรับคาดัชนีการมอ                ให ร ะดั บ การเปลี่ ย นแปลงของแรงดั น ต อ เวลาสู ง ขึ้ น สเปกตรั ม ของ
        ดูเลตดานแอมปลิจูดเหมือนเดิม แตทําการคงคาแรงดันดานออกที่ Vo =                        สัญญาณรบกวนก็เพิ่มมากขึ้นตามไปดวย



            การประชุมวิชาการทางวิศวกรรมไฟฟา ครั้งที่ 29 (EECON-29) 9-10 พฤศจิกายน 2549 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
                                                                                          283
Print                                 Menu                                       Go Back                      Fit Visible          Fit Page                                       Next Page




        6. เอกสารอางอิง
        [1] Achim Kempe, Uwe Schonwandt, “EMC of PV Plants with Line-
            Commutated Inverters”, IEEE 25thPVSC; May 13-17, 1996;
            Washing ton, D.C., pp.1343-1346.                                                                        (ก) ma ≤ 1.0                          (ข) ma > 1.0
        [2] CISPR 16: 1996 Specification for radio disturbance and immunity                                  รูปที่ 7 การจําลองการมอดูเลตเพื่อใหไดสัญญาณขับนําสวิตช โดยมีการ
            msuring apparatus and methods.                                                                             ปรับเปลี่ยนคา ma ทําใหเกิดความแตกตางกันของจํานวนพัลสใน
        [3] P. Khamphakdi, V. Tarateeraseth, K. Karanun and W. Khan-                                                   หนึ่งคาบการทํางานของสัญญาณควบคุมไซนที่มีความถี่ 50 Hz
            ngern, “The Conducted Electromagnetic Interference of Small




                                                                                                                                                                                       PW71
            Grid Connected Inverter to Power System”, in Conf.Rec of 2006
            EMC-Zurich-Singapore, pp.654-657
         dBuV
          110 ma = 0.6           ma = 0.8             ma = 1
          100
           90
           80
           70
           60
           50                           ma = 1.2
           40                                   EN 55011; Class A Conducted, Group 1, Quasi-Peak
           30
           20 EN 55011; Class A Conducted, Group 1, Average
           10

         12/2/49 17:33:09
                                        1                                10
                                                                    (Start = 0.15, Stop = 30.00) MHz
                                                                                                             รูปที่ 8 กราฟความสัมพันธระหวางแอมปลิจูดของพัลส (A) กับ ระดับ
        (ก) ทําการปรับ ma = 0.6, 0.8, 1.0, 1.2 โดยคงคา Vin= 36 V, fs= 25 kHz                                         สัญญาณรบกวน (Cn) ที่ไดจากการแทนคาในสมการที่ (4)
         dBuV ma = 0.6, Vin = 67
          110                                         ma = 0.8, Vin = 55
          100
           90
           80
           70
           60
           50
                                               ma = 1.0, Vin = 44
           40
           30
               ma = 1.2, Vin = 38            EN 55011; Class A Conducted, Group 1, Quasi-Peak                       (ก) fs = 500 Hz                      (ข) fs = 1 kHz
           20 EN 55011; Class A Conducted, Group 1, Average
           10                                                                                                รูปที่ 9 ผลของความถี่ในการสวิตชที่มีตอความแตกตางของจํานวนพัลส
                                        1                                 10
         13/2/49 0:39:28                                            (Start = 0.15, Stop = 30.00) MHz                   ในหนึ่งคาบการทํางานของแรงดันดานออกที่มีความถี่ 50 Hz
        (ข) ทําการปรับ ma = 0.6, 0.8, 1.0, 1.2 โดยคงคาVo= 230 V, fs= 25 kHz
                                                                                                                                 ประชา คําภักดี จบการศึกษา วศ.บ (ไฟฟา), วศ.
                                           fs = 30k
                                                                                                                                 ม. (ไฟฟา) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจา
         dBuV
          110    fs = 25k
          100
           90
           80
                                                                                                                                 คุ ณ ทหารลาดกระบั ง ป จ จุ บั น ดํ า รงตํ า แหน ง
           70
           60
                                                                                                                                 อาจารย ประจํ า ภาควิ ช าวิ ศ วกรรมไฟฟ า และ
           50
           40
                                fs = 20k         fs = 15k                                                                        อิเล็กทรอนิกส มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
                                                                                                                                 วุ ฒิ พ ล ธาราธี ร เศรษฐ จบการศึ ก ษา วศ.บ
           30                                   EN 55011; Class A Conducted, Group 1, Quasi-Peak
           20 EN 55011; Class A Conducted, Group 1, Average
           10

         12/2/49 14:57:56
                                        1                                10
                                                                    (Start = 0.15, Stop = 30.00) MHz
                                                                                                                                 (ไฟฟา), วศ.ม. (ไฟฟา) สถาบันเทคโนโลยีพระ
                                                                                                                                 จอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง ปจจุบันดํารง
        (ค) ทําการปรับ fs = 15, 20, 25, 30 kHz โดยคงคา Vo= 230 V, ma = 0.8
                                                                                                                                 ตําแหนงอาจารย ประจําภาควิชาวิศวกรรมไฟฟา
                                                                                                                                 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
                                                                                                                                 วีระเชษฐ ขัน เงิน จบการศึ กษา วศ.บ (ไฟฟ า ),
                                                                                                                                 วศ.ม. (ไฟฟา) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา
                                                                                                                                 เจ า คุ ณ ทหารลาดกระบั ง , Ph.D.(Electrical
                                                                                                                                 Engineering) Imperial College, University of
        (ง) ทําการปรับ Po= 0, 100, 200, 300 W, ma = 0.8, fs = 25 kHz, Vo ≈ 230                                                   London ปจจุบันดํารงตําแหนงรองศาสตราจารย
              รูปที่ 6 ระดับของสัญญาณรบกวนแมเหล็กไฟฟาทางสายตัวนํา                                                              ประจํ า ภาควิ ช าวิ ศ วกรรมไฟฟ า สถาบั น
                                                                                                                                 เทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง




             การประชุมวิชาการทางวิศวกรรมไฟฟา ครั้งที่ 29 (EECON-29) 9-10 พฤศจิกายน 2549 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
                                                                                                       284

								
To top