Species Diversity of Edible Mushrooms and Plants at

W
Document Sample
scope of work template
							                                                              ่
     ความหลากหลายทางชนิดพันธุของเห็ดและพืชกินไดในพื้นทีสงวนชีวมณฑลสะแกราช
      Species Diversity of Edible Mushrooms and Plants at Sakaerat Biosphere Reserve
   สุจิตรา โกศล1 ตันติมา กําลัง1 ธนภักษ อินยอด1 พงษมณี ทองใบ1 ทักษิณ อาชวาคม1 และ สมัย เสวครบุรี1
      Sujitra Kosol1, Tantima Kumlung1, Tanapak Inyod1, Pongmanee Thongbai1, Taksin Archavacom1
                                         and Samai savakornburi1
                                                 บทคัดยอ
         การศึกษาความหลากชนิดและการกระจายของเห็ดและพืชกินได               ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช
จังหวัดนครราชสีมา โดยกระบวนการมีสวนรวมของชุมชน ในชวงเดือน กันยายน 2547 ถึง สิงหาคม 2548 พบ
เห็ดกินได 30 ชนิด 9 วงศ กระจาย อยูทั้งในปาเต็งรัง ปาดิบแลงและสวนปา โดยชนิดพันธุของเห็ดที่เดนทั้งดาน
ปริมาณและความถี่ที่พบ ไดแก กลุมเห็ดตะไคล สกุล Russula วงศ Russulaceae กลุมเห็ดระโงก สกุล Amanita
วงศ Amanitaceae กลุมเห็ดปลวกหรือเห็ดโคน สกุล Termitomyces วงศ Tricholomataceae ตามลําดับ สวน
ความหลากชนิดของพืชกินไดพบพืช 62 ชนิด 35 วงศ สวนมากพบกระจายในพื้นที่ปาเต็งรัง โดยชนิดของพืชที่
ราษฎรนิยมรับประทานและขายเปนสินคา ไดแก ผักหวานปา (Melientha suavis Pierre) ติ้วขาว (Cratoxylum
formosum (Jack) Dyer) มะกอก (Spondias pinnata (L.f.) Kurz) มะขามปอม (Phyllanthus embrica L.)
กระโดน (Careya sphaerica Roxb.) บุกอีรอกเขา (Amorphophallus brevispathus Gagnep.) ลูกดิ่ง
(Parkia sumatrana Miq. subsp. streptocarpa (Hance) H.C.F. Hopkins) เปราะปา (Kaempferia
pulchra (Ridl.) Ridl.) และหนอไม (bambooshoot) เปนตน
                                               ABSTRACT
        The study of species diversity and distribution of edible mushrooms and plants was carried
out at Sakaerat Biosphere Reserve, Nakhon Ratchasima, by participatory action research during
September 2004 to August 2005. Thirty species from 8 families of edible mushrooms were found in
the deciduous dipterocarp forest, dry evergreen forest, and reforest plantation. The dominant species
of mushrooms were Russula spp.(Fam. Russulaceae), Amanita spp. (Fam. Amanitaceae),
Termitomyces spp. (Fam. Tricholomataceae). In addition, sixty-two species from 35 families of edible
plants were found in Sakaerat forest and most of them distributed in the deciduous dipterocarp forest.
The favorite economic edible plants are Melientha suavis Pierre, Cratoxylum formosum (Jack) Dyer,
Spondias pinnata (L.f.) Kurz, Phyllanthus embrica L., Careya sphaerica Roxb., Amorphophallus
brevispathus Gagnep., Parkia sumatrana Miq. subsp. streptocarpa (Hance) H.C.F. Hopkins,
Kaempferia pulchra (Ridl.) Ridl., and bambooshoot.

Key word : Species Diversity, Edible Mushrooms and Plants, Biosphere Reserve
S Kosol : sujitra_kosol@yahoo.com
______________________________________
1
  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย 196 ถ.พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  Thailand Institute of Scientific and Technological Research 196 Phahonyothin Rd., Chatuchak, Bangkok
  10900
                                                  คํานํา
                           ิ                   ั
          เห็ดเปนสิ่งมีชีวตประเภทรากลุมที่มีพฒนาการขั้นสูงสวนใหญจัดอยูในราหมวด Basidiomycotina และ
หมวด Ascomycotina แบงเปน 2 กลุมใหญ ๆ คือ เห็ดกินได (edible mushroom) และเห็ดพิษ (poisonous
mushroom or toadstool) (ราชบัณฑิตยสถาน, 2539) ปจจุบันคนไดหันมาบริโภคเห็ดกันมากขึ้น เพราะนอกจาก
จะมีรสชาติดีแลวเห็ดยังมีคุณคาทางโภชนาการคอนขางสูงและเปนแหลงโปรตีนที่มีคุณภาพ ( ศิริวรรณและไมตรี,
2545) อีกทั้งยังใหไขมันต่ํารับประทานแลวไมกอใหเกิดไขมันสะสมในรางกาย ในธรรมชาติเห็ดเปนกลุมสิ่งมีชีวิต
ที่มีบทบาทอยางมากในระบบนิเวศทั้งในดานการยอยสลายอินทรียวัตถุใหอยูในรูปที่เปนประโยชนตอพืช บาง
ชนิดอยูรวมกับรากไมแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (symbiosis) บางชนิดเปนปรสิต (parasite) ที่เปนอันตราย
และกอใหเกิดโรคกับตนไม ดังนั้นความหลากหลายของเห็ดจึงเปนดัชนีบงชี้ความสมบูรณของแหลงธรรมชาติและ
เปนความรูพื้นฐานที่จะนํามาใชประโยชนทางวิทยาศาสตรและสาขาอื่นตอไป (นองนิจ และชริดา, 2546) สวนพืช
กินไดในปานั้นนอกจากจะมีบทบาทหลักในระบบนิเวศคือการเปนผูผลิตแลวยังเปนแหลงอาหารที่สําคัญของ
มนุษยดวยโดยสวนใหญนิยมรับประทานเปนผักชวยใหระบบขับถายดีขึ้น หลายๆ ชนิดมีคุณสมบัติ ในการเปน
สมุนไพร จึงเปนเหตุใหคนหันมาบริโภคผักเพื่อสุขภาพมากขึ้น (ยุวดี, 2545)
          สถานีวิจัยสิ่งแวดลอมสะแกราช อ. วังน้ําเขียว จ.นครราชสีมา ไดรับการรับรองจาก UNESCO ใหเปน
พื้นที่สงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserve Area) แหงหนึ่งของโลก พื้นที่ประกอบดวยปาธรรมชาติที่สมบูรณ 2
ประเภท คือปาเต็งรัง (Deciduous Dipterocarp Forest) และปาดิบแลง (Dry Evergreen Forest) รวมทั้ง
สวนปา ซึ่งปลูกทดแทนพื้นที่ที่ถูกทําลายในอดีต ลักษณะภูมิประเทศเปนภูเขา โดยยอดเขาสูงสุด คือ เขาโซ มี
ความสูงประมาณ 807 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ทางดานตะวันตกเฉียงใตของพื้นที่ เปนชวงที่ราบระหวาง
ภูเขาหรือแอง วังน้ําเขียว จึงเปนแหลงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยเฉพาะอยางยิ่งเห็ดและพืชกินได
ในปาสะแกราชที่เปนแหลงอาหารและรายไดที่สําคัญของชุมชนที่อาศัยอยูโดยรอบ ดวยเหตุนี้จึงมีนักวิจัยจากทั้ง
ในและตางประเทศเขาไปศึกษาดานความหลากหลายทางชีวภาพในปาสะแกราชเปนจํานวนมาก โดยปจจุบันมี
ผลงานวิจัยรวมไมนอยกวา 250 เรื่อง (สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย, 2545) แตการ
สํารวจความหลากหลายทางชีวภาพของเห็ดและพืชกินไดในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชยังมีนอยมาก ทั้งยังไม
มีรายงานเผยแผสูสาธารณชน ดังนั้นการศึกษานี้ จึงมีวัตถุประสงคเพื่อสํารวจชนิด รวมถึงบริเวณที่มีเห็ดและพืช
กินไดขึ้นอยูในปาสะแกราช เพื่อทําแผนที่การกระจายของเห็ดและพืชกินไดโดยชุมชนมีสวนรวม (Participatory
Mapping) สําหรับประกอบการจัดทําแผนการติดตามตรวจสอบ และการอนุรักษทรัพยากรชีวภาพอยางยั่งยืนตอไป
                                          อุปกรณและวิธีการ
1. การเก็บขอมูลภาคสนาม
        การสํารวจและเก็บขอมูลภาคสนามดวยกระบวนการ Participatory Action Research (CIFOR, 2002)
โดยใหประชาชนในพื้นที่มีสวนรวมในการศึกษาวิจัย ดังนี้
        (1) สํารวจชนิดและการกระจายของเห็ดและพืชกินได โดยในชวงเดือนกันยายน 2547 ถึง สิงหาคม
2548 คณะนักวิจัยรวมกับราษฎรในพื้นที่เดินสํารวจชนิดเห็ดและพืชกินได ซึ่งครอบคลุมทุกสภาพพื้นที่ตาม
ลักษณะการใชที่ดินในปาสะแกราช ตามเสนทางเดินปาพรอมทั้งเก็บตัวอยาง เห็ดและพืชที่พบมาจัดจําแนกชนิด
(Identify) ในหองปฏิบัติการในภายหลัง
          (2) ทําแผนที่การกระจายของเห็ดและพืชกินได โดยทําการประชุม สรางความเขาใจกับกลุมผูเก็บหา
ของปาเพื่อนําทางและชี้จุดบริเวณที่เขาไปเก็บหาของปา พรอมทั้งเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของพืชและเห็ด
กินไดที่พบในแตละพื้นที่ ตลอดจนกําหนดพิกัด ตําแหนงและขอบเขตลงในแผนที่ภูมิประเทศ มาตราสวน
1: 50,000 ของกรมแผนที่ทหารประกอบกับผลการสํารวจในขอ (1)
2. การวิเคราะหขอมูล
          จําแนกชนิดของเห็ดกินโดยอางอิงตาม Singer (1986), ราชบัณฑิตยสถาน (2539), อนงค (2544)
สุมาลี, (2547) และ เกษม (2537) สวนการจําแนกชนิดของพืชอางอิงตาม เต็ม (2544) ศูนยพัฒนาตํารา
การแพทยแผนไทย (2547; ก,ข,ค), เอื้อมพร และปณิธาน (2547)
                                         ผลการทดลองและวิจารณ
ความหลากหลายและการกระจายของเห็ดกินไดในปาสะแกราช
        ผลการศึกษาพบวามีเห็ดกินได 30 ชนิด 9 วงศ (Table 1) โดยชนิดของเห็ดที่มีความเดนทั้งดานปริมาณ
และความถี่ ไดแก กลุมเห็ดตะไคล สกุล Russula วงศ Russulaceae กลุมเห็ดระโงก สกุล Amanita วงศ
Amanitaceae กลุมเห็ดปลวกหรือเห็ดโคน สกุล Termitomyces วงศ Tricholomataceae ตามลําดับ ซึ่งลักษณะ
ของเห็ดกินไดชนิดที่พบมากในปาสะแกราชแสดงใน Figure 1 สําหรับผลการสํารวจการกระจายของเห็ดกินไดใน
ปาสะแกราช (Figure 2) พบวามีเห็ดกระจายอยูทั่วทุกพื้นที่ทั้งในปาดิบแลง เต็งรัง และปาปลูก โดยเห็ดแตละ
ชนิดจะเจริญในบริเวณที่แตกตางกัน เชน เห็ดบด (Lentinus polychrous Lev.) พบในปาดิบแลงโดยเห็ดมัก
เจริญบนกิ่งหรือทอนไมตะเคียนหินที่ผุและชื้นในชวงปลายฤดูฝนและยางเขาสูชวงที่มีอากาศหนาวเย็น เห็ดหูหนู
(Auricularia spp.) เจริญบนกิ่งหรือทอนไมที่ผุหรือบนตนไมที่ยังมีชีวิตอยูแตเปนสวนเซลลที่ตายแลวของตนไมที่
ชื้นมากๆ เห็ดระโงกชนิดตางๆ (Amanita spp.) เจริญบนพื้นดินที่รวนซุยและมีเศษใบไมทับถม พบมากบริเวณ
สวนปา (ไมกระถินณรงค ไมยูคาลิปตัส ) และปาเต็งรัง แตพบนอยในปาดิบแลง กลุมเห็ดตะไคล (Russula
spp.) พบมากทั้งในปาดิบแลงและปาเต็งรังที่มีพรรณไมวงศยาง (Dipterocarpaceae) ที่ผลัดใบเปนไมเดน สวน
เห็ดเผาะ (Astraeus hygrometricus (Pers.) Morg.) พบใตผิวดินในปาเต็งรังที่เคยถูกไฟไหม และมีเศษใบไม
                                                        ้
ทับถม เสนใยใตดินของเห็ดชนิดนี้อาศัยเกื้อกูลกับรากพืชชันสูง (ectomycorrhiza) เปนตน
ความหลากหลายและการกระจายของพืชกินไดในปาสะแกราช
         ผลการศึกษาพบวามีพืชกินได 62 ชนิด 35 วงศ (Table 2 ) สวนมากพบกระจายในพื้นที่ปาเต็งรัง ชนิด
ของพืชที่พบบอยและมีปริมาณมาก รวมทั้งที่ราษฎรนิยมรับประทานและนํามาขายเปนสินคา ไดแก ผักหวานปา
(Melientha suavis Pierre) ติ้วขาว (Cratoxylum formosum (Jack) Dyer) มะกอก (Spondias pinnata (L.f.)
Kurz) มะขามปอม (Phyllanthus embrica L.)กระโดน (Careya sphaerica Roxb.) บุกอีรอกเขา
(Amorphophallus brevispathus Gagnep.) ลูกดิ่ง (Parkia sumatrana Miq. subsp. streptocarpa
(Hance) H.C.F. Hopkins) เปราะปา (Kaempferia pulchra (Ridl.) Ridl.) และหนอไม (bambooshoot) เปนตน ซึ่ง
ลักษณะของพืชกินไดที่พบมากดังแสดงใน Figure 3 สําหรับการกระจายของพืชกินได ที่พบทั้งในปาดิบแลง ปาเต็งรัง
และสวนปา โดยพืชแตละชนิดมักเจริญในพื้นที่ที่คอนขางเฉพาะ และมีเพียงไมกี่ชนิดที่สามารถปรับตัวเจริญในสภาพ
พื้นที่ที่หลากหลายได แตในภาพรวมแลวพืชกินไดที่เปนที่นิยมของราษฎรสวนใหญพบในปาเต็งรัง (Figure 4) โดยพืชที่
สําคัญทางเศรษฐกิจและเปนที่นิยมของผูบริโภคที่พบในปาเต็งรังไดแก ผักหวานปา ติ้วขาว และมะขามปอม โดย
ผักหวานปาที่พบและชาวบานนิยมเก็บสวนยอดเพื่อนําไปบริโภคนั้นมีขนาดตนเล็กกระจายอยูทั่วพื้นที่เขาหินเพลิง
ทางดานทิศเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือของปาสะแกราช มะขามปอมซึ่งเปนพืชที่ทนทานตอสภาพแหงแลงและเจริญไดดี
ในดินลูกรัง พบมากบริเวณปาเต็งรัง ทั้งสองขางของถนนทางเขาสถานีวิจัยสะแกราช สวนกระโดนพบมากในปาเต็งรัง
และเขตรอยตอระหวางปาเต็งรังกับปาดิบแลง (Ecotone) นอกจากนี้ ยังมีพืชที่สําคัญทางเศรษฐกิจและเปนที่นิยมของ
ผูบริโภคที่พบเฉพาะใน ปาดิบแลง ไดแก ลูกดิ่ง สวนพืชที่พบไดทั้งในปาเต็งรังและปาดิบแลง เชน มะกอก เปราะปา ซึ่ง
เปนพืชที่ตองการ       แสงแดดมาก เปนตน
Table 1 Species list of edible mushrooms at Sakaerat Biosphere Reserve
      Family                                               Scientific Name
 Amanitaceae         Amanita princeps Corner and Bas., A. hemibapha (Berk. et Br.)Sacc.,
                     A. hemibapha (Berk. et Br.)Sacc. subsp. javanica Corner et Bas.
 Russulaceae          Russula alboareolata Hongo., R. aeruginea Lindbl., R. delica Fr., R. densifolia (Secr.)
                     Gill., R. nigricans Fr., R. luteotacta Rea. , R. cyanoxantha (Schw.) Fr., R. virescens Fr.,
                     R. crustosa Peck., Lactarius hygrophoroides Berk et Br., L. volemus Fr.
 Cantharellaceae Cantharellus cibarius Fr.,C. minor Peck.,Craterellus oderatus (Schw.) Fr.,C. aureus Berk. et Br.
 Lycoperdaceae Astraeus hygrometricus (Pers.) Morg.
 Auriculariaceae       Auricularia spp. (3 species)
 Tremellaceae          Tremella fuciformis Berk.
 Tricholomataceae      Termitomyces microcarpus (Berk. Et Br.), Termitomyces spp. (4 species)
 Stereaceae            Schizophyllum commune Fr.
 Polyporaceae          Lentinus polychrous Lev.

                                                       สรุป
          การศึกษาความหลากชนิดและการกระจายของเห็ดและพืชกินไดในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช พบเห็ด
กินได 30 ชนิด 9 วงศ กระจายอยูในปาเต็งรัง ปาดิบแลงและสวนปา ชนิดของเห็ดที่พบมากไดแก กลุมเห็ดตะไคล
สกุล Russula วงศ Russulaceae กลุมเห็ดระโงก สกุล Amanita วงศ Amanitaceae กลุมเห็ดปลวกหรือเห็ดโคน
สกุล Termitomyces วงศ Tricholomataceae ตามลําดับ ทั้งนี้ปจจัยแวดลอมมีผลตอการเจริญและความ
สมบูรณของเห็ดอยางมากโดยความชื้นที่เพียงพอประกอบกับสภาพอากาศที่อบอาว และมีแสงแดดจัดหลังจาก
ที่มีฝนตกปริมาณมากจะเปนปจจัยที่กระตุนใหเห็ดงอก นอกจากสภาพอากาศแลวสภาพพื้นดินที่มีเศษซากพืช
ทับถมกอใหมีธาตุอาหารสมบูรณจะสงผลใหดอกเห็ดเจริญสมบูรณไดดี ซึ่งการสํารวจพบวาดอกเห็ดที่เจริญใน
ปาดิบแลงมักจะมีความสมบูรณของดอกเห็ดมากกวาในปาเต็งรัง สวนพืชกินไดพบ 62 ชนิด 35 วงศ โดยพืช
แตละชนิดตองการปจจัยแวดลอมที่แตกตางกัน พืชที่ราษฎรนิยมรับประทานและขายเปนสินคา ที่พบกระจายใน
ปาเต็งรังซึ่งมีสภาพพื้นที่แหงแลงและแสงแดดสองถึงพื้นดินไดมาก ไดแก ผักหวานปา ติ้วขาว มะขามปอม
กระโดน บุกอีรอกเขา เปนตน สวนชนิดพืชที่พบในปาดิบแลงซึ่งพื้นที่คอนขางชื้น แสงแดดสองถึงพื้นดินคอนขาง
นอย                                                        ้
         ไดแก ลูกดิ่ง แตก็มีพืชหลายชนิดที่เจริญไดในปาทัง 2 ประเภท ไดแก มะกอก เปราะปา และหนอไม เปน
ตน




                                       A                            B       C                    D




                                       E                            F       G                    H




                                         I                          J       K                    L
       Figure 1 Edible mushrooms at Sakaerat Forest : (A) Amanita princeps Corner and Bas.,
                (B) A. hemibapha (Berk. et Br.) Sacc. subsp. javanica Corner et Bas., (C) A.
                hemibapha (Berk. et Br.) Sacc., (D) Russula alboareolata Hongo, (E) R. delica Fr.,
                (F) R. luteotacta Rea., (G) R. aeruginea Lindbl., (H) Cantharellus minor Peck.,
                (I) Auricularia sp., (J) Craterellus oderatus (Schw.) Fr., (K) Lentinus polychrous Lev.,
                (L) Lactarius hygrophoroides Berk et Br.

                                          Russula delica
                                          Fr.
                                    R. luteotacta Rea.
                                             R. aeruginea Lindbl.
                                         Amanita spp.
                                    Craterellus oderatus (Schw.)
                                    Fr. Lentinus polychrous
                                        Lev.




                           SYMBOL                                                      Segment
                                    Office


                                    Grass land
                                    Dry evergreen forest

                                    Plantation
                                    Bamboo
                                    Construction
                                        SES-Boundary

                                                                                            Sakaerat Environmental
                                        Deciduous dipterocarp forest                        Reserch Station (SES)




Table 2 Species list of edible plants at Sakaerat Biosphere Reserve
       Figure 2 Distribution of edible mushrooms at Sakaerat forest.
       Family                                                 Scientific Name
ARACEAE                Amorphophallus paeoniifolius (Dennst.) Nicolson,A. brevispathus Gagnep., Caladium sp.,Pothos scandens L.
ANACARDIACEAE          Mangifera indica L.,Mangifera caloneura Kurz,Buchanania lanzan Spreng., Spondias pinnata ( L.f. ) Kurz
ASPARAGACEAE           Asparagus racemosus Willd.
ANCISTROCLADACEAE Ancistrocladus tectorius (Lour.) Merr.
ATHYRIACEAE            Diplazium esculentum Swartz
ASCLEPIADACEAE         Telosma minor Craib
BARRINGTONIACEAE       Careya sphaerica Roxb.
BIGNONIACEAE           Oroxylum indicum ( L.) Kurz
BURSERACEAE            Canarium subulatum Guillaumin
COMBRETACEAE           Terminalia chebula Retz.
CONVOLVULACEAE         Cuscuta chinensis Lam.
DIOSCOREACEAE          Dioscorea hispida Dennst.
EUPHORBIACEAE          Phyllanthus emblica L.,Baccaurea ramiflora Lour., Antidesma ghaesembilla Gaertn.,A. acidum Retz.
FLACOURTIACEAE         Flacourtia indica (Burm.f.) Merr.
GRAMINEAE              Dendrocalamus strictus ( Roxb. ) Nees,D. asper (Roem.&Schult.),Bambusa bambos (L.) Voss,
                       B. vulgaris Schrad. ex H. Wendl.,B. flexuosa Munro, Thyrsostachys siamensis Gamble
GUTTIFERAE             Cratoxylum formosum ( Jack ) Dyer, Garcinia cowa Roxb. ex DC.
HYDROCHARITACEAE Ottelia alismoides (L.) Pers.
IRVINGIACEAE           Irvingia malayana Oliv.ex A.W. Benn.
LEGUMINOSAE-
CAESALPINIOIDEAE       Dialium cochinchinense Pierre
LEGUMINOSAE-
MIMOSOIDEAE            Adenanthera pavonina L.,Parkia sumatrana Miq. subsp. streptocarpa (Hance) H.C.F. Hopkins
MELASTOMATACEAE        Memecylon ovatum Sm.
MUSACEAE               Musa acuminata Colla
MYRTACEAE              Syzygium cumini (L.) Skeels
MORACEAE               Artocarpus lacucha Roxb.
MELIACEAE              Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr.,Walsura trichostemon Miq.
MENISPERMACEAE         Cissampelos pareira L.,Tiliacora triandra (Colebr.) Diels
MARSILEACEAE           Marsilea crenata C. Presl
OPILIACEAE             Melientha suavis Pierre
PASSIFLORACEAE         Passiflora foetida L.,Adenia veridiflora Craib
RUBIACEAE              Paederia linearis Hook.f
RUTACEAE               Toddalia asiatica (L.) Lam.
RHAMNACEAE             Ziziphus oenoplia (L.) Mill.
SAPINDACEAE            Nephelium hypoleucum Kurz, Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh.,Schleichera olesa (Lour.) Oken
VITACEAE               Cissus hastata Miq.
                    Zingiber zerumbet (L.) Sm.,Curcuma sessilis Gage,C. parviflora Wall.,C. sparganifolia Gagnep., Boesenbergia rotunda (L.)
ZINGIBERACEAE       Mansf., Kaempferia pulchra (Ridl.) Ridl.,Amomum villosum Lour.




                A                                                   B            C                           D




                E                                                   F            G                           H


      Figure 3 Edible Plants at Sakaerat Forest : (A) Cratoxylum formosum ( Jack ) Dyer, (B) Careya
               sphaerica Roxb., (C) Spondias pinnata ( L.f. ) Kurz , (D) Amorphophallus
               brevispathus Gagnep., (E) Melientha suavis Pierre, (F) Phyllanthus emblica L.,
               (G) Kaempferia pulchra (Ridl.) Ridl., (H) Parkia sumatrana Miq. subsp. streptocarpa
               (Hance) H.C.F. Hopkins

                                     Parkia sumatrana Miq. subsp. streptocarpa
                                     (Hance) H.C.F. Hopkins
                                     Melientha suavis Pierre
                                     Cratoxylum formosum ( Jack ) Dyer
                                     Kaempferia pulchra (Ridl.) Ridl.
                                     Careya sphaerica Roxb.
                                     Amorphophallus brevispathus Gagnep.
                                     Phyllanthus emblica L.




                                                                                                 Location                 Segment


                            SYMBOL
                                     Office
                                     SES-Boundary

                                     Grass land
                                                                                                 Sakaerat Environmental
                                     Dry evergreen forest
                                     Deciduous dipterocarp forest                                Reserch Station (SES)
                                     Plantation
                                     Bamboo
                                     Construction
    Figure 4 Distribution of edible plants at Sakaerat forest.

                                               เอกสารอางอิง
กนกวรรณ วรรธนะศักดิ์, สําเภา ภัทรเกษวิทย และศุภนิตย หิรัญประดิษฐ. 2546. เห็ดที่มีสรรพคุณทางยา, หนา 35 –
       40 ใน เห็ดไทย 2546. สมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแหงประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร.
เกษม สรอยทอง. 2537. เห็ดและราขนาดใหญในประเทศไทย. ศิริธรรมออฟเซ็ต, อุบลราชธานี. 122 หนา.
เต็ม สมิตินันทน. 2544. ชื่อพรรณไมแหงประเทศไทย, ฉบับแกไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2544. สวนพฤกษศาสตรปาไม,
         สํานักวิชาการปไม, กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร. 810 หนา.
นองนิจ เหลื่อมล้ํา และชริดา ปุกหุต.2546. ความหลากหลายทางชีวภาพของเห็ดปาในอุทยานแหงชาติภูจองนา
         ยอย : 1 ,หนา 41-65 ใน เห็ดไทย 2546. สมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแหงประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร.
มูลนิธิการแพทยแผนไทยพัฒนา. 2547 ก. ผักพื้นบานภาคอีสาน. บริษัทสามเจริญพานิชย (กรุงเทพ) จํากัด,
         พิมพครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุงใหม, กรุงเทพมหานคร. 302 หนา.
มูลนิธิการแพทยแผนไทยพัฒนา. 2547 ข. ผักพื้นบานภาคเหนือ. บริษัทสามเจริญพานิชย (กรุงเทพ) จํากัด, พิมพ
         ครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุงใหม, กรุงเทพมหานคร. 280 หนา.
มูลนิธิการแพทยแผนไทยพัฒนา. 2547 ค. ผักพื้นบานภาคใต. บริษัทสามเจริญพานิชย (กรุงเทพ) จํากัด, พิมพ
         ครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุงใหม, กรุงเทพมหานคร. 279 หนา.
ยุวดี จอมพิทักษ, 2545. อาหารธรรมชาติผักพื้นเมืองโภชนาการสูงเหลือเชื่อ. สํานักพิมพโอเดียนสโตร,
         กรุงเทพมหานคร. 144 หนา.
ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. เห็ดกินไดและเห็ดพิษในประเทศไทย. ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร.
         180 หนา.
ศิริวรรณ สุทธจิตต และ ไมตรี สุทธจิตต. 2545. เห็ดสมุนไพร : จากอดีต สูปจจุบัน และอนาคต, หนา 1-11 ใน
                                        ั
         เห็ดไทย 2545. สมาคมนักวิจยและเพาะเห็ดแหงประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร.
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย. 2545. โครงการพัฒนารูปแบบจัดทําฐานขอมูลของ
         แหลงสงวนชีวมณฑลสะแกราช. รายงานฉบับสมบูรณ เสนอตอ ศูนยความหลากหลายทางชีวภาพ
         (ศลช.) สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.).
สุมาลี พิชญางกูร. 2547. เห็ดโคน และลูกผสม. 2547. บริษัท สามเจริญพาณิชย, กรุงเทพมหานคร. 179 หนา.
อนงค จันทรศรีกุล. 2544. เห็ดเมืองไทย. เทคโนโลยีการเพาะเห็ด. ไทยวัฒนาพานิช จํากัด, กรุงเทพมหานคร.
         177 หนา.
เอื้อมพร วีสมหมาย และ ปณิธาน แกวดวงเทียน. 2547. ไมยืนตนของไทย 1. บริษัท เอช เอ็น กรุป จํากัด,
         กรุงเทพมหานคร. 652 หนา.
CIFOR. 2002. Exploring biological diversity, environment and local people’s perspectives in forest
         landscapes. Center for International Forestry Research, Bogar Barat, Indonesia. 94 pp.
Rolf, S. 1986. The Agaricales in Modern Taxonomy. Koeltz Scientific Books, Federal Republic of
         Germany. 981 pp.
                                        กิตติกรรมประกาศ
       โครงการวิจัยนี้ไดรับทุนสนับสนุนจากโครงการพัฒนาองคความรูและศึกษานโยบายการจัดการ
ทรัพยากร ชีวภาพในประเทศไทย ซึ่งรวมจัดตั้งโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยและศูนยพันธุวิศวกรรม
และเทคโนโลยีชีวภาพแหงชาติ รหัสโครงการ BRT_448001

						
Related docs