Pascal Language Programming by ruu12849

VIEWS: 943 PAGES: 42

									Pascal Language Programming

     SCC : Suthida Chaichomchuen
           std@kmtinb.ac.th




                                   1
ความเป็นมา

   ปาสคาล (Pascal) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์
    ชั้นสูง ที่พัฒนาขึ้นมาโดย Prof. Dr. Niklaus
    Wirth ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 และคาว่า
    ปาสคาล (Pascal) นั้น ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ
    แก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Blaise
    Pascal ผู้คิดประดิษฐ์เครื่องคิดเลขเครื่องแรก
    ของโลก


                                                    2
ปาสคาลที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์

   ไอบีเอ็มปาสคาล (IBM Pascal)
   ไมโครซอฟต์ปาสคาล (Microsoft Pascal)
   เอสบีบีปาสคาล (SBB Pascal)
   ปาสคาลเอ็มทีพลัส (Pascal MT+)
   ยูซีเอสดีปาสคาล (UCSD Pascal)
   ควิกปาสคาล (Quick Pascal)
   เทอร์โบปาสคาล (Turbo Pascal)


                                          3
เทอร์โบปาสคาล (Turbo Pascal)

   เทอร์โบปาสคาล เป็นปาสคาลที่ผลิตขึ้นโดย
    บริษัทบอร์แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล
    (Borland International) ประเทศ
    สหรัฐอเมริกา




                                             4
คุณสมบัติของเทอร์โบปาสคาล

   เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทคอมไพเลอร์
   มีเอดิเตอร์รวมอยู่กับคอมไพเลอร์ ช่วยให้สามารถ
    สร้าง แก้ไข และปรับปรุงโปรแกรมได้สะดวก
    รวดเร็ว
   คอมไพล์โปรแกรมได้ 2 แบบคือ
     – คอมไพล์และเก็บผลไว้ในหน่วยความจา
     – คอมไพล์และเก็บผลไว้ในดิสก์เป็นไฟล์ประเภท
       EXE

                                                    5
คุณสมบัติ . . .

   แยกไลบราลีเก็บโปรแกรมย่อยไว้เป็นหลายส่วน
    ตามกลุ่มของการใช้งาน
   ผู้ใช้สามารถสร้างไลบราลีไว้ใช้ได้เอง
                                  ้
    มีการลิงค์แบบอัตโนมัติ ช่วยลดขันตอนการสร้าง
    โปรแกรมให้น้อยลง
   เมื่อคอมไพล์ไม่ผ่านเทอร์โบปาสคาลจะกลับไปที่
    เอดิเตอร์ พร้อมกับการแสดงตาแหน่งและสาเหตุ
    ของความผิดพลาด ทาให้ไม่เสียเวลาในการค้นหา


                                                  6
ลักษณะเด่นของภาษาปาสคาล
   สนับสนุนการเขียนโปรแกรมแบบโครงสร้าง
    (Structured Programming)
   สนับสนุนการเขียนโปรแกรมแบบโมดูล (Modular
    Decomposition)
   สนับสนุนการเขียนโปรแกรมแบบบนลงล่าง (Top-
    down Development)
   สามารถเขียนเป็นโปรแกรมย่อยเก็บไว้เพื่อใช้งานใด
    ๆ ก็ได้
   สามารถใช้กับระบบกราฟิกส์เกือบทุกชนิดที่มีใช้อยู่
    ในเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน
                                                       7
โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล

ประกอบด้วยโครงสร้าง 4 ส่วนคือ
1. ส่วนหัวโปรแกรม (Heading)
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล (Declaration part)
3. ส่วนประโยคคาสั่ง (Statement part)
4. ส่วนคาอธิบาย (Comments)




                                            8
โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล

PROGRAM       First;              } ส่วนหัวโปรแกรม

VAR           Name : String;      } ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล

BEGIN
        Write(‘Your name please? ’);
        ReadLn(Name);                   ส่วนประโยคคาสั่ง
        WriteLn(‘Hello ! ’,Name)
END.

                                                           9
1. ส่วนหัวโปรแกรม (Heading)

เป็นส่วนที่ใช้สาหรับกาหนดชื่อของโปรแกรม มี
รูปแบบดังนี้

           PROGRAM ชื่อโปรแกรม;

ตัวอย่าง   PROGRAM Hello;


                                             10
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล      (Declaration part)


      ใช้สาหรับกาหนดจานวนและชนิดของ
                          ่
ข้อมูลที่จะใช้ในโปรแกรม ซึงประกอบไปด้วย
รายการต่าง ๆ ที่ต้องกาหนดต่อไปนี้




                                                 11
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

2.1 USES ใช้สาหรับกาหนดไลบรารีที่โปรแกรม
ต้องใช้ มีรูปแบบดังนี้

            USES ชื่อไลบรารี [,ไลบรารี];


ตัวอย่างที่ 1   USES      Crt;
ตัวอย่างที่ 2   USES      Dos, Crt, Printer;

                                               12
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

2.2 LABEL ใช้สาหรับกาหนดชื่อ ซึ่งเป็นตาแหน่ง
    ที่คาสั่ง GOTO จะไปหา มีรูปแบบดังนี้

                LABEL ชื่อ [,ชื่อ];


ตัวอย่างที่ 1     LABEL     Return;
ตัวอย่างที่ 2     LABEL     10, 20, Return;

                                               13
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

2.3 CONST (constant) ใช้สาหรับกาหนดชื่อและ
                 ่         ู
    ค่าที่ไม่เปลียนแปลง มีรปแบบดังนี้

           CONST ชื่อ = ค่าที่กาหนด;

ตัวอย่างที่ 1    CONST Limit = 255;



                                             14
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

ตัวอย่างที่ 2

CONST       Limit = 255;
            COUNT, SUM = 0.0;
            HEAD = ‘XYZ CO.,LTD.’;
            UsePrinter = True;



                                     15
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

2.4 TYPE สาหรับกาหนดชื่อและชนิดของข้อมูล
    มีรูปแบบดังนี้

          TYPE ชื่อ = ชนิดของข้อมูล;

ตัวอย่างที่ 1

TYPE Color = (Red, Green, Blue);

                                           16
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

ตัวอย่างที่ 2
TYPEAge = 1..100;
        Grade = ‘A’..’F’
        Student = RECORD
                  Name       : String[40];
                  Old : Age;
                  Addr : String[70];
                  Point: Grade;
        END;

                                             17
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

2.5 VAR (variable) สาหรับกาหนดชื่อตัวแปร
    และชนิดข้อมูลของตัวแปร มีรูปแบบดังนี้

        VAR ชื่อ [,ชื่อ] : ชนิดของข้อมูล;

ตัวอย่างที่ 1

   VAR Color: (Red, Green, Blue);
                                            18
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

ตัวอย่างที่ 2

      VAR Age: 1..100;
          Grade : ‘A’..’F’
          Number, Total : Integer;
          Length, Height, Width : Real;



                                          19
2. ส่วนกาหนดชนิดข้อมูล . . .

2.6 PROCEDURE ใช้สาหรับสร้างโปรแกรมย่อย
    ไว้ใช้งานในโปรแกรมหลัก

2.7 FUNCTION ใช้สาหรับสร้างฟังก์ชันไว้ใช้ใน
    โปรแกรม




                                              20
3. ส่วนประโยคคาสั่ง (Statement part)
ส่วนนี้ประกอบด้วยประโยคคาสั่งต่าง ๆ สาหรับสั่ง
ให้คอมพิวเตอร์ทางานมีรูปแบบคือ

     BEGIN
          statements หรือคาสั่งต่าง ๆ;
     END.




                                                 21
ข้อสังเกต

 แต่ละคาสั่งจะจบด้วยเครื่องหมาย ;
 ขึ้นต้นโปรแกรมด้วย BEGIN (ไม่มี ;) และจบ
  โปรแกรมด้วย END. (มี .)
 นิยมเขียนคาสั่งด้วยตัวใหญ่ และชื่อตัวแปรด้วย
  ตัวเล็ก
 คาสั่งสุดท้ายก่อน END. ไม่จาเป็นต้องมี
  เครื่องหมาย ;

                                                 22
ประเภทของประโยคคาสั่ง

1. คาสั่งกาหนดค่า (Assignment statement)
   มีรูปแบบดังนี้

           ชื่อตัวแปร := ค่าที่ต้องการกาหนด;

ตัวอย่าง     Number := 20;
             TotalNumber := Number+20;

                                               23
ประเภท . . .
2. คาสั่งนาข้อมูลออก (Output statement)
   สาหรับนาข้อมูลจากหน่วยความจาไปที่
   อุปกรณ์แสดงผลของคอมพิวเตอร์
3. คาสั่งนาข้อมูลเข้า (Input statement)
  สาหรับนาข้อมูลจากอุปกรณ์รับข้อมูลของ
  คอมพิวเตอร์เข้ามาในหน่วยความจา
4. คาสั่งควบคุมลาดับการทางานของโปรแกรม
   เป็นการควบคุมเกี่ยวกับจานวนรอบของการ
   ทางานและการทางานตามเงื่อนไข
                                          24
ลักษณะของประโยคคาสั่ง

แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ
                  ่
1. ประโยคคาสั่งเดียว (Single statement)
      คือ ประโยคคาสั่งที่มีการทางานเป็นอิสระไม่
เกี่ยวข้องกับประโยคคาสั่งอืน่




                                                  25
ลักษณะ . . .

2. ประโยคคาสั่งผสม (Compound statement)
     คือ ประโยคคาสั่งที่มีการทางานร่วมกันทั้ง
ชุด จะประกอบด้วยประโยคคาสั่งเดี่ยวหลาย ๆ
ประโยครวมกัน จะอยู่ระหว่าง BEGIN กับ END; มี
ลักษณะดังนี้คือ




                                                26
ลักษณะ . . .

2. ประโยคคาสั่งผสม (Compound statement)
         BEGIN
               Single statement;
                    ...
               Single statement;
         END;



                                          27
4. ส่วนคาอธิบาย (Comments)

       ส่วนนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ
ประมวลผล ใช้เพื่อช่วยอธิบายความหมายและ
หน้าที่ของส่วนโปรแกรมต่าง ๆ ที่เขียนขึ้นใน
โปรแกรม ข้อความที่เขียนต้องอยู่ภายใน
เครื่องหมาย { } หรือ (* *) เท่านั้น




                                             28
4. ส่วนคาอธิบาย . . .


     {This Procedures for Calculation}
                   หรือ
   (* This Procedures for Calculation *)




                                           29
รูปแบบของภาษาปาสคาล

       ภาษาปาสคาลไม่กาหนดรูปแบบของการ
เขียนโปรแกรม ดังนั้นจึงสามารถกาหนดได้
ตามที่ผู้เขียนต้องการ เพียงแต่ต้องกาหนด
เครื่องหมาย ; (semicolon) ให้เป็นเครื่องหมาย
จบประโยคคาสั่งทุกครั้ง




                                               30
ตัวอย่างที่ 1

PROGRAM First; VAR Name : String;
BEGIN     Write (‘Your name please? ’);
     ReadLn(Name); WriteLn(‘Hello ! ’,Name)
     END.




                                              31
ตัวอย่างที่ 2

PROGRAM First;
VAR        Name : String;
BEGIN
     Write (‘Your name please? ’);
     ReadLn(Name);
     WriteLn(‘Hello ! ’,Name)
END.




                                     32
ตัวอย่างที่ 3
PROGRAM   First;
VAR       Name : String;
BEGIN     (* start program *)
          Write(‘Your name please? ’);   {display text}
          ReadLn(Name);                 (*get name*)
          WriteLn(‘Hello ! ’,Name)   {display name}
END.      (* end program *)




                                                          33
สรุป

      การเขียนโค้ดโปรแกรม ควรจะเขียนให้มี
รูปแบบที่ดูง่าย และสามารถมองหาสิ่งที่ต้องการ
ได้รวดเร็ว และควรจะเขียนข้อความอธิบายไว้ใน
แต่ละส่วนของโปรแกรม เพื่อเสริมสร้างความ
เข้าใจให้แก่ผู้อ่านได้มากขึ้น




                                               34
การพัฒนาโปรแกรม

    เทอร์โบปาสคาล เป็นโปรแกรม
ภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดคอมไพเลอร์ ทาหน้าที่
คอมไพล์ ซอร์สโค้ด ให้เป็น ออบเจ็กต์โค้ด
โดยมีการลิงค์ แบบอัตโนมัติ




                                          35
   ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม


    Edit                                                      Run
                     Compile              Link
Source Code                                                 Program




          Prog.PAS             Prog.OBJ          Prog.EXE




                                                                      36
Source code

     เป็นภาษาอังกฤษที่เขียนขึ้นตาม
กฎเกณฑ์ของภาษาปาสคาล การพิมพ์ซอร์
สโค้ดจะต้องใช้โปรแกรมประเภทเอดิเตอร์
(editor) หรือเวิร์ดโปรเซสเซอร์ (word
processor) โดยจะบันทึกเป็นไฟล์ชนิด PAS




                                         37
Compile

      เป็นการตรวจสอบว่าโปรแกรมเขียน
ถูกต้องตามกฎหรือไม่     ถ้าไม่ถูกจะมีการ
แสดงข้อความระบุสาเหตุของความผิดพลาด
และแสดงตาแหน่งที่ผิดพลาดในซอร์สโค้ด ถ้า
ไม่พบความผิดพลาดถือว่าโปรแกรมนั้น
คอมไพล์ผ่าน



                                           38
Link

       เป็นการรวมโปรแกรมย่อยเข้ากับ
โปรแกรมหลัก เมื่อผ่านขั้นตอนนี้โปรแกรมจะ
สามารถทางานได้
       การสั่งให้โปรแกรมทางานเรียกว่าการรัน
(run) ขณะรันโปรแกรมอาจมีความผิดพลาดขึ้น
ได้ เรียกความผิดพลาดกลุ่มนี้ว่า run-time
errors ซึ่งโปรแกรมจะหยุดทางานทันทีและ
แสดงสาเหตุของความผิดพลาด
                                              39
Object code

      เป็นการสร้างไฟล์ชนิด EXE ไปเก็บไว้ใน
ดิสก์ ซึ่งโปรแกรมที่ได้มานี้สามารถนาไปรันได้
                          ่
อย่างอิสระกับ DOS โดยทีเครื่องคอมพิวเตอร์
นั้นไม่จาเป็นต้องมีโปรแกรมภาษาปาสคาลได้




                                               40
วิธีการติดตั้งโปรแกรม Turbo Pascal

   ดาวน์โหลดโปรแกรมจาก ced.kmitnb.ac.th/scc
   เข้าสู่เมนู Links
   คลิกเลือก Turbo Pascal for DOS V 7.0 เพื่อ save
   Unzip โปรแกรม
   เข้าโฟลเดอร์ Turbo Pascal v 7.0 for DOS
   เรียกโปรแกรม install.exe



                                                      41
การเรียกใช้งาน

   เข้าไปที่โฟลเดอร์ C:\TP\BIN
   เรียกโปรแกรม turbo.exe




                                  42

								
To top