People Focus Wiroj Luengroongroj_ HR manager_ Asia Pacific Zone by lifemate

VIEWS: 92 PAGES: 5

									People Focus

          Wiroj Luengroongroj, HR manager, Asia Pacific Zone, CORS, was so much
proud when his daughther, Yawadee Luengroongroj, a grade 12 student of Ekamai
International School, received an ExxonMobil-sponsored AFS scholarship last year.
“The AFS foundation is a reliable, non-profit organization promoting educational and
cultural exchange,“ Wiroj shared with EM Thailand News. “The scholarship gives a good
opportunity to children from a middle-class family who want to have experience studying
abroad. Not many parents can afford it. Thanks ExxonMobil for the support to the
program which helps fulfill the dream of employees’ children.”
          Asked about how to help his daughter prepare for the competition, Wiroj said
students applying for AFS scholarship need to be proficient in English. For his daughter,
it’s a long-termed plan since she has been sent to an international school from the
primary level. “She also needs to have a talent for cultural exchange. So, I let her try
learning Thai classical music instruments.” Wiroj explained. “Besides, she has to study
more Thai language and read a lot to have wide knowledge for the interview.”
          After her return from the AFS program in the U.S., Wiroj saw much improvement
in his daughter. “She is much more self-discipline, mature, outspoken, confident and
determined. Now, she knows what she really wants for herself especially her future
education. It is a rewarding program for both the kids and their parents,” he concluded.
          Knowing about the AFS foundation and its program sponsored by ExxonMobil
from her father since she was a little girl, Yawadee has long determined to join the
program. She could make it and spent a year as an only Asian high-school student in
Grantsburg, a small dairy town of 2,500 population in Wisconsin. “I gained much
experience staying with a host family, learning and adjusting to the new culture and
environment. I also have to help mom cook and clean the house.”
          Asked what best impressed her, Yawadee said it was all her American friends
and the school. “Friends are nice, helping me in everything so that I could join as many
activities. And school is where I learned and tried new things I’ve never before like
playing in the school basketball team.” After returning from the U.S., the
Luengroongrojs were so surprised that Yawadee can cook. “I learned to take care of
myself and a lot more than expected from the program,” she added proudly. “I also like
to make some bakery stuff and everyone in my family enjoyed its taste.”



         Nipaporn Chinavong, sales administrative support manager, FMCS, is another
employee whose daughter, Nantaporn, a Mathayom 5 student from St. Francis Xavier
Convent, received an AFS scholarship. Asked about the preparation, the proud mother
said: “We planned earlier. I talked to her about the program since she was studying
Mathayom 2, asked her to make sure if she really wanted to go for it. She applied for the
scholarship when she was in Mathayom 4, practicing with the old exams…4-5 years
before, and reviewing English grammar and vocabulary. Luckily, she could go to study
grade 11 there, transfer the credits to the school in Thailand and won’t need to repeat
Mathayom 5 here.”
         To Nipaporn, the AFS interview seems to be more important than the exam.
“The kids have to express themselves, one way or another. My daughter told a story
about “Loy Krathong festival” and sang its song. Also, she shared with them how to
make pan eggs in English.” Applicants had to spend a half day in group activities,
playing games and working as a team. “They observe students’ behavior in making
friends and teamwork. After the kids passed all the tests, they still had to attend many
meetings and camps before going to the assigned countries. My daughter had a lot of
friends, meeting AFS recipients with different backgrounds from all over the country.”
         Nantaporn now lives in Lake Jackson, Texas, USA., well adjusting herself to the
new environment. According to her mother, “she studies science program and doesn’t
have any problem with math or sciences except the U.S. history subject which she’s not
familiar with.” Nantaporn also joined the AFS camps in the U.S., meeting AFS students
from other countries like Brazil, Japan, etc. “The liason comes and visits my daughter
regularly for local coordination among AFS students,” said Nipaporn. “Her host family is
really nice, even buying a rice cooker since they know Thais eat rice.”
         Nipaporn found this program a good match for an international company like
ExxonMobil. “Since the program enhances cultural exchange and international
environment. The children also appreciate that the company gives an opportunity to, in
my case, both mother and daughter. Receiving the scholarship is a great pride for the
children.”
         Only 2 months in the U.S., Nipaporn saw much improvement in her
daughter. ”AFS students have to write home twice a week, telling what they have been
doing during the weeks and the weekends. My daughter writes me an e-mail in English.
Her mail’s getting longer and more fun reading, relating the activities she joined like
sightseeing, going to fairs, carnivals, farm and local animal contests, church, etc. Her
English improves a lot. Besides, she has to do many things she has never done before
like taking care of herself, cooking rice, cleaning her room, setting up the dining table,
and feeding pets for the host family. All these are worthwhile, memorable experience
abroad.”

เมื่อลูกได้ทุน AFS Esso
          คุณวิโรจน์ เหลืองรุ่งโรจน์ HR manager, Asia Pacific Zone, CORS
ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่บุตรสาว น้องญาวดี เหลืองรุ่งโรจน์ นักเรียนเกรด 12 ของโรงเรียนเอกมัย
อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับทุน AFS ของบริษัท
ไปศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 1 ปี
คุณวิโรจน์ กล่าวว่า “ทุนดังกล่าวเป็นโครงการของมูลนิธิ AFS ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ได้แสวงหากาไร
มีความน่าเชื่อถือ และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากเอ็กซอนโมบิล
ซึ่งเป็นโอกาสสาหรับครอบครัวชนชั้นกลางที่จะส่งบุตรหลานไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
และการใช้ชีวิตในต่างแดน ซึ่งต้องขอบคุณบริษัทไว้ ณ โอกาสนี้”
          คุณวิโรจน์ ช่วยน้องญาวดีเตรียมตัวตั้งแต่เล็กๆ โดยส่งไปเรียนในโรงเรียนอินเตอร์
เพื่อให้มีความสามารถด้านภาษา และสนับสนุนให้เรียนภาษาไทยและดนตรีไทยเพิ่ มเติม
เพื่อใช้ในการแข่งขัน น้องญาวดีได้ไปศึกษาที่เมืองแกรนท์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในรัฐวิสคอนซิน
โดยคุณพ่อเล่าว่าเมื่อกลับมาเมื่องไทยแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวลูกสาวค่อนข้างมาก
“เขามีวินัยส่วนตัว เป็นผู้ใหญ่ รู้จักรับผิดชอบ กล้าพูดกล้าคิด และมีความมั่นใจมากขึ้น ที่สาคัญ
เขารู้ว่าอยากเรียนอะไรต่อ มุ่งมั่นเรื่องการเรียนมากขึ้น โครงการนี้มีประโยชน์และมีคุณค่ามาก”
          ส่วนลูกสาวก็เล่าว่า “ได้ประสบการณ์มากจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ที่ต้องพักกับครอบครัวอเมริกันและปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่แตกต่าง ”
สิ่งที่ประทับใจน้องญาวดีมากที่สุดคือ “เพื่อนๆ และโรงเรียน เพื่อนๆ น่ารักมากช่วยทุกอย่าง
เพื่อให้ได้ร่วมกิจกรรมมากที่สุด โรงเรียนก็เป็นแหล่งเรียนรู้ ทดลองสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทามาก่อน
เช่นร่วมทีมเล่นกีฬาบาสเกตบอล ทั้งๆ ที่ไม่เคยเล่นบาสมาก่อนเลย” หลังจากกลับเมืองไทยแล้ว
ครอบครัวเหลืองรุ่งโรจน์ ก็ต้ องแปลกใจที่น้องญาวดีสามารถทาอาหารได้หลายอย่าง “ชอบอบขนม
พวก คุกกี้ เค้ก ที่บ้านก็ชมว่าอร่อยค่ะ ” เธอเล่าอย่างภูมิใจ
          คุณนิภาภรณ์ จินาวงศ์ sales administrative support manager, FMCS
เป็นเพื่อนพนักงานอีกท่านที่ลูกสาวคือน้องนันทพร จินาวงศ์ นักเรียนชั้นมัธยม 5 โรงเรียนเซ็นต์ฟรัง
ซิสซาเวียร์ คอนแวนต์ ได้รับโอกาสจากทุน AFS ของบริษัท ไปศึกษาระดับเกรด 11 ที่เมือง เลค
แจ็คสัน รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา โดยเพิ่งออกเดินทางไปเมื่อ ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา
คุณแม่เล่าว่า “บอกเรื่องทุนให้น้องรู้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ม . 2 ให้เขาตัดสินใจเองว่าเขาอยากไปจริงๆ
แล้วเตรียมตัว พอขึ้นม.4 ก็ไปสมัคร แล้วลองเอาข้อสอบเก่าย้อนหลังสัก 4-5 ปีมาฝึกทา
ทบทวนไวยากรณ์และคาศัพท์ภาษาอังกฤษเตรียมสอบ แต่จริงๆ
แล้วคิดว่าตอนสัมภาษณ์สาคัญกว่า เขาให้แสดงออก
อย่างลูกสาวก็เล่าเรื่องลอยกระทงแล้วร้องเพลงลอยกระทงให้เขาฟัง แถมด้วยวิธีการทาไข่กระทะ
หลังจากนั้น ครึ่งวันบ่าย เขาให้แบ่งกลุ่มกับผู้สมัครอื่นๆ ทากิจกรรม เล่นเกมส์
เขาจะคอยดูการแสดงออก การเข้ากับคนอื่นหรือทางานเป็นทีม พอสอบได้แล้ว
ยังต้องประชุมเข้าค่ายกับนักเรียนที่ได้รับทุนทั่วประเทศอีกหลายครั้ง ได้เพื่อนมากขึ้น
พอเดินทางไปก็เข้าเรียนโปรแกรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งเขาไม่มีปัญหาเรื่องเรียนมากนัก
เป็นคนปรับตัวได้เร็ว อยู่กับครอบครัวอเมริกันก็เหมือนกับลูกคนหนึ่ง ต้องดูแลตัวเอง
ทาความสะอาดห้องตัวเอง จัดโต๊ะอาหาร เลี้ ยงสัตว์เวลาที่พ่อแม่อเมริกันไม่อยู่
พ่อแม่เขาซื้อหม้อหุงข้าวให้ด้วย เลยต้องหัดหุงข้าว ตอนนี้หุงเป็นแล้ว
เขาต้องไปเข้าค่ายร่วมกับนักเรียนทุน AFS จากประเทศอื่นๆ ด้วย มีกิจกรรม ไปเที่ยวชมงานต่างๆ
ดูฟาร์ม งานคาร์นิวัล ประกวดสัตว์เลี้ยง ไปโบสถ์ ....”
          ถามว่า 2 เดือนนี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง คุณนิภาภรณ์เล่าว่า
“ภาษาอังกฤษน้องดีขึ้นเยอะ นักเรียน AFS ต้องส่งอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษ ถึงที่บ้านสัปดาห์ละ 2
ครั้ง เล่าว่าเรียนอะไรบ้าง หรือไปทากิจกรรมอะไรมาบ้าง น้องเขียนได้ยาวขึ้นและอ่านสนุกขึ้น
อีกอย่างคือเรื่องดูแลรั บผิดชอบตัวเอง ช่วยเหลืองานบ้านของครอบครัวที่ไปอยู่ด้วย
เพราะปกติอยู่เมืองไทยก็มีคนทาให้ โครงการนี้มีประโยชน์
และเป็นประสบการณ์ต่างแดนที่น่าจดจาสาหรับเด็กๆ”
          ในฐานะพนักงาน คุณนิภาภรณ์คิดว่าโปรแกรมทุน AFS
เหมาะกับองค์กรข้ามชาติอย่างเอ็กซอนโมบิล
เพราะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและบรรยากาศแบบนานาชาติ
“ลูกสาวเขาก็ชื่นชมว่าบริษัทให้โอกาสทั้งแม่และลูก และการได้รับทุนเป็นความภาคภูมิใจของเขา
ที่ได้ไปเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”

								
To top