_______________________ ____ Web Browser

Document Sample
_______________________ ____ Web Browser Powered By Docstoc
					                                                                                                       1
                                       อินเตอร์เน็ตคืออะไร

                                                                                  ่
                  อินเตอร์เน็ต คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ทเี่ ชื่อมต่อกันทัวโลก
โดยมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างกันเป็นหนึงเดียว ่
ซึ่งคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถรับส่งข้อมูลได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตัวอักษร ภาพและเสียงได้
      ้                              ่
รวมทังสามารถค้นหาข้อมูลจากทีต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าอินเตอร์เน็ตประกอบด้วยองค์ประกอบ 2 ส่วน
                   ่
           ส่วนหนึงคือ เครือข่ายทีเ่ ชื่อมคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน
                      ่
           และส่วนทีสองคือ ข้อมูลทีเ่ ครื่องคอมพิวเตอร์แต่และเครื่องเก็บเอาไว้
                             ่                       ่
พร้อมกับมีความสามารถทีช่ วยให้เราค้นหาข้อมูลทีต้องการได้ในเวลาอันสั้น
                                                                 ่                  ่
           สิ่งสาคัญคือ อินเตอร์เน็ตมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลทีชัดเจนและเป็นหนึงเดียวกัน
ทาให้การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แต่ละชนิด แต่ละแบบ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นเมนเฟรมคอมพิวเตอร์
มินิคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แมคอินทอช หรือเครื่องแบบใด ๆ ก็ตาม
         ่                       ี่
ซึ่งโดยทัวไปแล้วคอมพิวเตอร์ทต่อเข้ากันเป็นเครือข่ายหลักของอินเตอร์เน็ตมักเป็นระบบเครือข่ายของมินิคอมพิวเ
ตอร์หรือระบบเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network หรือ Lan) และเครือข่ายของเมนเฟรมคอมพิวเตอร์
บางคนจึงเรียกอินเตอร์เน็ตว่า "เครือข่ายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ " (Network of Networks)

                                    จุดเริ่มต้นของอินเตอร์เน็ต
             ย้อนหลังไปปี พ.ศ. 2512
กระทรวงกลาโหมของสหรัฐได้พัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อใช้ในทางทหารระบบหนึง        ่
                   ี่
ซึ่งมีคุณสมบัติทแตกต่างจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทวไป    ั่
คือสามารถรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างไม่ผิดพลาด
แม้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่องหรือสายส่งข้อมูลบางส่วนจะเสียหายถูกทาลายก็ตาม
                      ้
ระบบเครือข่ายนีมีชื่อเรียกว่า ARPANET (Advanced Research Projects Agency Network)
                                                                   ่
ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะเชื่อมโยงกันด้วยสายส่งข้อมูลทีแยกเป็นหลายเส้นทาง
                               ่                             ่                              ่
ประสานกันเหมือนร่างแห เมือเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึงต้องการส่งข้อมูลไปให้อีกเครื่องหนึงใน ARPANET
                                                                       ่
มันจะแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วทยอยส่งไปให้ปลายทางตามทีกาหนด โดยแต่ละชิ้นย่อย ๆ
   ้                                       ่                   ่
นีอาจไปคนละทางกัน แต่จะไปรวมกันทีปลายทางตามลาดับทีถูกต้องตามเดิมได้
                                             ่
แต่หากระหว่างทางข้อมูลส่วนใดส่วนหนึง (Packet) เกิดสูญหายหรือข้อผิดพลาด
       ่
อันเนืองมาจากสัญญาณรบกวนก็ดี
                                               ี่
หรือสายส่งข้อมูลและเครื่องคอมพิวเตอร์ทอยู่กลางทางเกิดความเสียหายหรือถูกทาลายก็ ดี
เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางจะส่งสัญญาณกลับมาแจ้งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทางรับรู้
                                      ่
และทาการจัดส่งข้อมูลเฉพาะส่วนทีขาดหายไปใหม่โดยใช้เส้นทางอื่นแทน
                        ่
ด้วยวิธีนเี้ ราสามารถมันใจได้ว่าข้อมูลทีเ่ ราส่งไปจะถึงปลายทางอย่างแน่นอน
                                                                                  ้ ่
แม้ว่าจะมีบางส่วนของเครือข่ายเสียหายก็ตาม และเฉพาะข้อมูลส่วนทีเ่ สียหายเท่านันทีต้องส่งใหม่
                                                    ้
ไม่ใช่ส่งใหม่ตั้งแต่ต้นซึ่งจะทาให้เสียเวลามาก ดังนันเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายของ ARPANET
2
 จะสามารถรับส่งข้อมูลไปยังปลายทางโดยใช้สายรับส่งข้อมูลเท่าทีเ่ หลืออยู่ได้
                 ่ ี่         ้          ้
และเลือกเส้นทางทีดีทสุดในขณะนันให้พร้อมทังมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการรับส่งข้อมูลได้ตลอดเวลา ดังรูป




          ก้าวแรกของ A R P A N E T                            ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง 4 เครื่อง
คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย                                                   ่
                                                    ยูทาห์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียทีซานตาบาบารา
                               ่
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ทีลอสแองเจอลิส และสถาบันวิจัยของสแตนฟอร์ด มีการทดลองใช้งาน ARPANET
                ่
จนได้ผลเป็นทีน่าพอใจแล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐก็ได้ขยายเครือข่าย              A R P A N E T                 ออกไป
โดยเชื่อมโยงเครือข่ายของมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่าง ๆ กว่า 50 แห่งในปี พ .ศ. 2515 ซึ่งเครือข่ายของ
A R P A N E T                                              ้
                                                   ในขณะนันใช้งานเพื่อการค้นคว้าและการวิจัยทางทหารเป็นหลัก
                        ี่
โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ทต่อเข้ากับเครือข่ายของ ARPANET จะมีมาตรฐานในการส่งข้อมูลอันเดียวกัน เรียกว่า
Network Control Protocol (NCP) เป็นส่วนควบคุมการรับส่งข้อมูล การตรวจสอบข้อผิดพลาดในการส่งข้อมูล
และเปรียบเสมือนตัวกลางทีเ่ ชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตามมาตรฐาน N C P
  ่           ้      ้                                                                          ี่
ทีใช้ในขณะนันยังมีขอจากัดอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อจากัดในด้านจานวนเครื่องคอมพิวเตอร์ทต่อเข้ากับ
A        R        P    A         N     E      T              ทาให้ทาการขยายเครื่องคอมพิวเตอร์ออกไปมากไม่ได้
                                                 ่
จึงได้มีการพัฒนาข้อมูลแบบใหม่ขึ้นมาจนกระทังปี พ .ศ.2525 ได้มีมาตรฐานใหม่ออกมาเรียกว่า Transmission
Control Protocol/Internet Protocol หรือโพรโตคอลแบบ TCP/IP ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสาคัญที่ ARPANET
ได้วางรากฐานไว้ใช้กับอินเตอร์เน็ต เพราะจากมาตรฐานการรับส่งข้อมูลแบบ                   T C P / I P
                    ทาให้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่างชนิดกันสามารถรับส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันได้
และนับเป็นหัวใจสาคัญของอินเตอร์เน็ตเลยทีเดียว โพรโตคอล                     T      C     P          /   I     P
                                                                                    ่
ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปีถัดมาคือ ปี พ .ศ. 2526 และถือว่าเป็นส่วนหนึงในระบบปฏิบติการ UNIX    ั
เวอร์ชัน 4.2 จานวนเครื่องในเน็ตเวิร์คได้เพิ่มขึ้นจาก 235 เครื่องในปี พ.ศ. 2525 มาเป็น 500 เครื่อง ในปี พ .ศ.
2 5 2 6                    และเพิ่มเป็น 1,000                ในปี พ         . ศ .             2 5 2 7
                                                                                                                      3


                        ความเป็นมาของบริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย
                                  ่
                     ก่อนหน้าทีจะมีการเปิดใช้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในเชิงธุรกิจดังเช่นทุกวันนี้นน      ั้
               ได้มีการเริ่มต้นการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
                        สาหรับใช้ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการมาเป็นลาดับ
เริ่มตั้งแต่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ A s i a n I n s t i t u t e o f T e c h n o l o g y หรือ A T I
ได้เชื่อมต่อเครื่องมินิคอมพิวเตอร์เข้า รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กับมหาวิทยาลัย
เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในปี พ                         .ศ 2530 โดยใช้สายโทรศัพท์ติดต่อรับข้อมูลผ่านโมเด็ม
ซึ่งทางออสเตรเลียจะออกค่าใช้จ่ายในการโทรทางไกลเข้ามารับส่งข้อมูลกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และ ATI
                                        ่                                                   ้
วันละ 4 ครั้ง แบ่งเป็นการติดต่อทีสงขลา สองครั้งและที่ ATI สองครั้ง ซึ่งในขณะนันใช้โมเด็มความเร็วเพียง 2,400
                      ้                                               ้                  ้
บิตต่อวินาทีเท่านัน ผู้ใช้บริการก็คืออาจารย์ของมหาวิทยาลัยทังสองแห่ง รวมทังอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นด้วย
                                              ่
และผู้ใช้บริการที่ A T Iจะมีมากกว่าเนืองจากมี อาจารย์ที่ A T I ใช้กันมาก และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง
ๆในกรุงเทพมหานครก็ใช้งานผ่านทาง                             A               T              I                        ด้วย
                                           ้
                  จะเห็นได้ว่ารุ่นบุกเบิกนีการรับส่งข้อมูลยังใช้วงจรโทรศัพท์เรียกติดต่อกันเป็นครั้งคราว
                            ไม่มีการเชื่อมต่อกันตลอดเวลาผ่านคู่สายหรือวงจรเช่าดังเช่นปัจจุบน        ั
แ ล ะ ค ว า ม เร็วในการรับส่งข้อมูลของโมเด็มในยุคนัน ก็ไม่รวดเร็วเท่าใดนัก                      ้
           ต่อมาในปี พ                                                  .ศ.                                        2535
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้เช่าวงจรถาวรเชื่อมต่อข้อมูลกับอินเตอร์เน็ตแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก ด้วยความเร็ว
9,600 บิตต่อวินาที โดยเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายของอินเตอร์เน็ตที่ UUNET Technology ซึ่งทาหน้าทีเ่ ป็น ISP
ในสหรัฐอเมริกา และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือ N E C T E C ( N a t i o n a l
Electronics and Computer Technology Center)
ก็ได้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของสถาบันการศึกษาภายในประเทศจานวน                                    6          แห่งเข้าด้วยกัน
เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตภายในประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ ประกอบด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ N E C T E C มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
                                                       ้
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเรียกเครือข่ายนีว่า ไทยสาร (Thai Social/Scientific Academic and Research
N e t w o r k , T h a i S a r n ) ซึ่งเป็นการใช้อินเตอร์เน็ตทางการศึกษาและการวิจัยโดยเฉพาะ
ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการบริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยทัง             ้                                      6
                                    ี่
      แห่งจะใช้คอมพิวเตอร์ทจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นจุดเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับต่างประเทศเพียงจุดเดียว
           หลังจากนั้นในปี พ                     .ศ.                            2              5         3             6
เครือข่ายไทยสารก็ได้ขยายขอบเขตบริการเข้าเชื่อมต่อกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาล
เพิ่มจาก 6 แห่ง เป็น 19 แห่ง ประกอบด้วยสถาบันอุดมศึกษาจานวน 15 แห่ง และหน่วยงานรัฐบาลอีก 4 แห่ง
    ่
เมือมีผู้ใช้งานมากขึ้นทาง N E C T E C                                       จึงได้เพิ่มวงจรระหว่างประเทศความเร็ว 64
                                                กิโลบิตต่อวินาทีขึ้นมาอีกวงจรหนึง   ่
    ทาให้มีวงจรเชื่อมต่อจากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายของอินเตอร์เน็ตเป็นสองวงจรเพื่อใช้สารองซึ่งกันและกันได้
             ้
นอกจากนียังทาให้การใช้งานทางอินเตอร์เน็ตได้ดีมากขึ้นด้วย ในขณะนัน                 ้           N E C T E C
จึงเป็นจุดเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจุดหลักแทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในปี พ                          .ศ.   2 5 3 7
4
 ก็ได้ขยายเครือข่ายออกไปอีกไปอีกรวมเป็นการเชื่อมต่อหน่วยงานทังสิ้น      ้              27             หน่วยงาน
แงเป็นสถาบันทางอุดมศึกษา               20              แห่ง และหน่วยงานราชการ                     7         แห่ง
ซึ่งได้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์แบบคือ E-mail, Telnet, FTP, Gopher และ Wold Wide Web หรือ
W W W                       ่                                                               ้
                    จนกระทัง เดือนกันยายน 2537 ประเทศไทยมีเครือข่ายเชื่อมต่อกันทังสิ้น 35 เครือข่าย
                     ั้
เป็นคอมพิวเตอร์ทงสิ้น 1,267 เครื่องทีเ่ ชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ซึ่งจัดว่าประเทศไทยมีเครือข่ายใหญ่เป็นอันดับ 6
                                               ุ่
ในย่านเอเชียแปซิฟิก รองจากออสเตรเลีย ญี่ปน ไต้หวัน เกาหลี และ นิวซีแลนด์
                        ่                           ้
นับว่าเป็นเครือข่ายทีมีการขยายตัวเร็วมาก รวมทังยังมีเครือข่ายคอมพิวเตอร์มากกว่าฮ่องกง
                                          และสิงคโปร์ในขณะนันอีกด้วย้
                                                              ่ ่
 ทาให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกประเทศหนึงทีได้รับความสาเร็จในการเปิด บริการการใช้อินเตอร์เน็ตใ
                                                  นย่านนีเ้ ป็นอย่างมาก
                                     ั
           ในปี พ .ศ 2539 ได้มีบริษทเอกชนเปิดให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในลักษณะของ I S P ( I n t e r n e t
                                                                                    ั
Service Provider) หลายรายในชื่อบริการต่าง ๆ กัน โดยนาจุดเด่นของบริษทแม่ของแต่ละกลุ่มในเรื่องของ
                          ่                                                       ั
Content หรือข้อมูลทีมีอยู่เช่น ข่าว ฐานข้อมูลเศรษฐกิจ ฯลฯ เข้ามาเสริม ซึ่งบริษทเอเชียออนไลน์ (ประเทศไทย)
                 ่
จากัด ก็เป็นหนึงใน                                                    I                  S                    P
                ้ ่
         เหล่านันทีมีฐานอันแข็งแกร่งจากกลุ่มสิ่งตีพิมพ์ในเครือข่ายหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเข้ามาช่วยสนับสนุน

                    หน่วยวัดความเร็วในการทางานของ CPU (Central Processing Unit)
                             MHz. ย่อมาจาก Mega Hertz อ่านว่า เม็ก-กะ-เฮิด
                             GHz. ย่อมาจาก Giga Hertz อ่านว่า กิ๊ก-กะ-เฮิด
                                                                                                                        5
                                                 รู้จักกับ TCP/IP
          โพ ร โต ค อ ล T CP / IP หรือ T r a n s m i s s io n C ont r o l P ro to co l /I n te r net P ro t oco l
                       ั                                           ี่
เป็นระเบียบวิธีปฏิบติในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ทใช้กันมาแต่เดิมในระบบปฏิบติบติการ U n i x   ั ั
ซึ่งมีการใช้งานอย่างวกว้างขวางมากจนถือเป็นมาตรฐานได้ จุดกาเหนิดของโพรโตคอล TCP/IP นีเ้ ริ่มราว พ .ศ.
2 5 1 2                    ่                                  ่
                         ทีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เมือพบปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลในหน่วยงานต่าง ๆของตน
ซึ่งมีการส่งข้อมูลระหว่างกันและไปยังหน่วยงานนอก อื่น อีกด้วย เช่น มหาวิทยาลัย ห้องทดลองต่าง ๆ
                     ่
(ส่วนใหญ่มีเครื่องทีใช้ในระบบ                      U            n       i        x                   อยู่เป็นจานวนมาก)
                                     ่                                        ี่
                                เนืองจากแต่ละแห่งก็จะมีระบบคอมพิวเตอร์ทต่างกันออกไป
                                       การเชื่อมต่อก็จะเป็นไปตามต่างคนต่างทาไม่เหมือนกัน
                                   ้                    ้
                             ดังนันข่าวสารข้อมูลทังหลายจึงถ่ายเทไปมาอย่างยากลาบากมาก
          กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้จัดตั้งหน่วยงาน Advanced Research Projects Agencies (ARPA)
ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาทีเ่ กิดขึ้นนี้ ผลลัพธ์              หน่วยงาน       A R P A                           ได้จัดทาขึ้นคือ
การกาหนดมาตรฐานการสื่อสารข้อมูลและได้จัดตั้งเครือข่าย A R P A N E T โดยใช้โพรโตคอล T C P / I P
กับระบบปฏิบติการ ั                   U          n          i      x                           ่
                                                                                   เกิดขึ้นเนืองจาก มหาวิทยาลัย
                                                            ั
คาลิฟอร์เนีย ทีเ่ บอร์กเลย์ ได้พัฒนาระบบปฏิบติการ U n i x ซึ่งมีการผนวกกับ โพรโตคอล T C P / I P
สาหรับใช้ในการติดต่อสื่อสารกับระบบออกมา และเผยแพร่ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ
                                 ่                    ั
ทาให้การสื่อสารของเครื่องทีใช้ในระบบปฏิบติการ U n i x มักจะองใช้โพรโตคอล T C P / I P เสมอ
                                          และมีบทบาทเป็นสิ่งมาคู่กันต่อมาจนถึงปัจจุบน  ั
                   ั
          ในปัจจุบนนี้ ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของผู้ใช้จะเป็น แบบใดก็ตาม เช่น ซีพีหรือแมคอินทอซ
ก็สามารถใช้งานโพรโตคอล TCP/IP เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้ วิธีการก็คือเพียงแค่ติดตั้งใช้งานโพรโตคอล
               ้
TCP/IP เท่านัน ส่วนวิธีการติดตั้งจะแตกต่างกันกับระบบทีใช้             ่

                                          หมายเลข IP (IP Address)
                                                               ่
            การติดต่อสื่อสารกันในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทีมีโพรโตคอล T C P / I P เป็นมาตรฐานนี้
เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องทีเ่ ชื่อมอยู่ จะต้องมีหมายเลขเครื่องเอาไว้อ้างอิงให้เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทราบ
                     ่
เหมือนกับทุกคนทีต้องมีชื่อและนามสกุลให้คนอื่นเรียก ซึ่งจะซ้ากันไม่ได้ หมายเลขเครื่องอ้า งอิงดังกล่าวเรียกว่า IP
                                                                              ่ ี้
Address หรือ หมายเลข IP หรือบางทีเ่ รียกว่า “แอดเดรส IP” (IP ในทีนคือ Internet Protocol ตัวเดียวกับใน
               ่                                 ่                       ้
TCP/IP นันเอง) ซึ่งถูกจัดเป็นตัวเลขชุดหนึงขนาด 32 บิต ใน 1 ชุดนีมีตัวเลขถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนละ 8 บิต
เท่า ๆ กัน เวลาเขียน             ก็แปลงให้เป็นเลขฐาน 10 ก่อนเพื่อเป็นการง่ายแล้วเขียนโดยคั่นแต่ละตัวด้วยจุด
ดังนันตัวเลขแต่ละส่วนนีจึงมีค่าได้ตั้งแต่ 0 จนถึง 2 8 - 1 = 2 5 5 เท่านัน เช่น 192.10.1.101 เป็นต้น
      ้                    ้                                                          ้
                                               ่
            ตัวเลข IP Address ชุดนีเ้ ป็นสิ่งทีสาคัญคล้าย ๆ เบอร์โทรศัพท์ทเี่ รามีใช้อยู่และไม่ซ้ากัน
                                     ั้
เพราะสามารถกาหนดตัวเลขได้ทงสิ้น 4 พันล้านเลขหมาย แต่การกาหนดให้คอมพิวเตอร์มีเลขหมาย IP Address
นี้ ไม่ได้เริ่มจาก 1 และเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ หากแต่จะมีการจัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
            ส่วนแรก เป็นเลขหมายของเครือข่าย (Network Number)
6
                                                          ี่                ้
               ส่วนที่สอง เรียกว่าหมายเลขคอมพิวเตอร์ทอยู่ในเครือข่ายนัน (Host Number) เพราะในเครือข่ายใด ๆ
                                                                 ่
อาจมีเครื่องคอมพิวเตอร์ทเี่ ชื่อมต่ออยู่มากมาย ในเครือข่ายทีอยู่คนละระบบ อาจมีเลข             H o s t ซ้ากันก็ได้
       ่
แต่เมือรวมกับเลขหมาย N e t w o r k แล้วจะเป็น I P A d d r e s s ทีไม่ซ้ากันเลย                            ่
                                                                        ้        ่
              ในการจัดตั้งหรือการกาหนดเลขหมาย IP Address นีมีวิธีการกาหนดทีชัดเจนและมีวิธีกฏเกณฑ์ทรัดกุม        ี่
         ี่
ผู้ใช้ทอยากจัดตั้ง H o s t คอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ตและบริการต่าง ๆ สามารถขอเลขหมาย I P
                   ่
Address ได้ ทีหน่วยงาน Internet Network Information Center (InterNIC) ขององค์กร Network Solution
I n c o r p o r a t e d                                      ( N I S )               ่
                                                                                   ทีรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
                                                                      ั
แต่ถ้าผู้ใช้สมัครเข้าเป็นสมาชิกขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตจากบริษทผู้ให้บริการ (Internet Service Provider)
เรียกย่อ ๆ ว่า หน่วยงาน I S P รายใดก็ตาม ก็ไม่ต้องไปขอ I P A d d r e s s เนื่องจากหน่วยงาน I S P
            ้
เหล่านันจะกาหนดหมายเลข               I P                ให้ใช้ หรือส่งค่า      I P                  ชั่วคราวให้ใช้งาน
                                       ้ ้
                                     ทังนีขึ้นอยู่กับการขอใช้รูปแบบของการบริการ
                           ้                                 ่            ่
              IP Address นีจะแบ่งได้เป็น 5 ระดับ (Class) ทีใช้งานโดยทัวไปจะมีเพียง 3 ระดับคือ Class A, Class B,
                                                ่                   ้
Class C ซึ่งจะแบ่งตามขนาดของเครือข่ายนันเอง ถ้าเครือข่ายนันมีจานวนเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่มากก็จะจัดอยู่ใน




Class A ถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์ลดหลั่นกันลงมาก็จะจัดอยู่ใน Class B, Class C ตามลาดับ

          จากรูปจะเห็นว่าหมายเลข IP ของ Class A ตัวแรกจะเป็น 0 และหมายเลขของเครือข่าย (Network
Number) ขนาด 7 บิต และมีหมายเลขของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Host Number) ขนาด 24 บิต
ทาให้ในหนึงเครือข่ายของ Class A สามารถมีเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายได้ถึง 224 = 16 ล้านเครื่อง
             ่
                             ั                                  ้
เหมาะสาหรับองค์กรหรือบริษทเครือข่ายยักษ์ใหญ่ แต่ใน Class A นีจะมีหมายเลขเครือข่ายได้ 128
         ้ ่                                                                       ้
ตัวเท่านันทัวโลก คือสามารถมีเครือข่ายยักษ์ใหญ่ Class A ได้เพียง 128 เครือข่ายเท่านัน
          สาหรับ Class B จะมีหมายเลขเครือข่าย แบบ 14 บิต และหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ 16 บิต
                                                          ้
(ส่วนอีก 2 บิตทีเ่ หลือบังคับว่าต้องขึ้นต้นด้วย 10 ) ดังนันสามารถมีเครือข่ายอยู่ใน C l a s s B ได้มากกว่า
                                                                                                           7
                               14
         Class A คือมีได้ถึง 2 = 16,384 เครือข่าย และสามารถมีเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อในเครือข่าย
C l a s s                     B          แต่ละเครือข่ายได้ถึง 2 1 6                   หรือ 65,536 เครื่อง
         สุดท้ายคือ Class C ซึ่งมีหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ 8 บิตและมีหมายเลขเครือข่ายแบบ 21 บิต
ส่วน 3 บิตแรกบังคับว่าต้องเป็น 1 1 0 2                         ้
                                                          ดังนันในแต่ละเครือข่ายของ C l a s s               C
จะมีจานวนเครื่องต่อเชื่อมได้เพียงไม่เกิน 254 เครื่องต่อเครือข่าย ( 28 = 256 แต่หมายเลขเครื่อง 0 และ 255
                                       ้
จะไม่ถูกใช้งาน จึงเหลือเพียง 254 ดังนันวิธีการสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าเราเชื่อมต่อเครือข่าย Class ใดสามารถดูได้จาก
                         IP Address ในส่วนหน้า (ส่วน Network Address) โดย
8
 Class A จะมี Network ตั้งแต่ 0 ถึง 127 (จะได้เห็นว่า บิตแรกเป็น 0 เสมอ)
                                                                             ้
        Class B จะมี Network ตั้งแต่ 128 ถึง 191 (เพราะขึ้นต้นด้วย 102 เท่านัน)
                                                                               ้
        Class C จะมี Network ตั้งแต่ 192 ถึง 223 (เพราะขึ้นต้นด้วย 1102 เท่านัน)
        เช่นถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเตอร์เน็ตมีหมายเลข I P ดังนี้ 150.16.80.7 ตัวเลข 150.16
แสดงว่าเป็นเครือข่าย C l a s s B ซึ่งหมายเลขเครือข่ายเต็ม ๆ จะใช้ สองส่วนแรกคือ              150.16
                       ่
และมีหมายเลขของเครืองคอมพิวเตอร์คือ 80.7 หรือถ้ามี I P A d d r e s s เป็น 192.168.8.55
                                   ั้
ทาให้เราทราบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์นนอยู่ในเครือข่าย Class C มีหมายเลขเครือข่ายอยู่ใน 3 ส่วนแรก ได้แก่
1 9 2 . 1 6 8 . 8                                        และมีหมายเลขประจาเครื่องคือ  55     เป็นต้น

                                   Domain Name System (DNS)
          เราทราบแล้วว่าการติดต่อสื่อสารกันทางอินเตอร์เน็ตซึ่งใช้โพรโตคอล          T C P / I P
คุยกันโดยจะต้องมีหมายเลข I P ในการอ้างอิงเสมอ แต่หมายเลข                                    ้
                                                                                  I P นีจัดแบ่งเป็นส่วน ๆ
                                        ่
แล้วยังมีอุปสรรคในการจดจา ถ้าเครื่องทีอยู่ในเครือข่ายมีจานวนมากขึ้น การจดจาหมายเลข                       I P
                                                               ั
ก็จะเป็นเรื่องยากและอาจสับสนเข้าใจผิดได้ แนวทางในการแก้ปญหาคือ การตั้งชื่อหรือตัวอักษรขึ้นมาแทน
หมายเลข IP คือจากหมายเลข 203.154.220.7 มาเป็น wap.chandra.ac.th เป็นต้น เพราะผู้ใช้สามารถจดจาชื่อ
ได้แม่นยากว่า                              ้                                                          ี่
                                นอกจากนีในกรณีทเี่ กิดเครื่องเสียหรือทาการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ทให้บริการ
จากเครื่องหมายเลข I P 2 0 3 . 1 5 4 . 2 2 0 . 7 เป็น 2 0 3 . 1 5 4 . 2 2 0 . 2 5 4
                                               ี่
ผู้ดูแลระบบจะจัดการแก้ไขข้อมูลในเครื่องใหม่ทมีชื่อแทนทีเ่ ครื่องเดิมได้ทันโดยไม่ต้องโยกย้าย ฮาร์ดแวร์ใด ๆ
                                             ้
ส่วนในมุมมองของผู้ใช้ก็ไม่ต้องแก้ไขอะไรทังสิ้น ยังคงความสามารถในการใช้งานดังเดิม
          สาหรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้มีการพัฒนากลไก
            ่                         ่
การแทนทีชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์แทนทีให้บริการกับเลขหมาย IP หรือ Name-to-IP Address
                            ้
ขึ้นมาใช้งานและเรียกกลไกนีว่า Domain Name System (DNS) โดยมีการเก็บฐานข้อมูลชื่อและหมายเลข IP
                                                                         ่
เป็นลาดับชั้น (hierarchical structure) อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทาหน้าทีพิเศษ ทีเ่ รียกว่า Domain Name Server
หรือ Name Server โครงสร้างฐานข้อมูล Domain Name นี้
                                                                                      ้
ในระดับบนสุดจะมีความหมายบอกถึงประเภทขององค์กร หรือชื่อประเทศทีเ่ ครือข่ายนันตั้งอยู่ ตัวอย่างชื่อ
Domain ระดับบนสุดเป็นดังตารางต่อไปนี้

Domain Name                                                  ความหมาย
arpa                     เป็นเครือข่ายในโครงการ Advanced Research Project Agencies
com                      เป็นเครือข่ายขององค์กรเอกชน
gov                      เป็นเครือข่ายของหน่วยงานภาครัฐบาล
edu                      เป็นเครือข่ายของหน่วยงานการศึกษาหรือมหาวิทยาลัย
mil                      เป็นเครือข่ายของหน่วยงานทหาร
net                                                      ั
                         เป็น Network operator หรือ บริษท provider ต่าง ๆ
org                                           ่
                         เป็นเครือข่ายองค์กรทีไม่หวังผลกาไร
  ่
ชือย่อประเทศนั้น ๆ                 ่            ้                                         ่
                         ประเทศทีตั้งเครือข่ายนันในอินเตอร์เน็ต เช่น th หมายถึงเครือข่ายทีอยู่ในประเทศไทย
9
10
                                           ่
                       ตางรางแสดง รายชือ Domain Name ในประเทศไทย
 Domain สากล Domain ในไทย            ย่อมาจาก                       ความหมาย
.com         .co.th         Commerce of Thailand องค์กรธุรกิจภาคเอกชนในประเทศไทย
.gov         .go.th         Government of Thailand หน่วยงานภาครัฐบาลของประเทศไทย
.edu         .ac.th         Academic of Thailand     สถาบันการศึกษาของประเทศไทย
.mil         .mi.th         Military of Thailand     หน่วยงานทางการทหารของประเทศไทย
.org         .or.th                                          ่
                            Organization of Thailand องค์กรทีไม่หวังผลกาไรในประเทศไทย
.net         .net.th        Network of Thailand      หน่วยงานด้านระบบเครือข่ายในไทย

                         ่
       ตารางแสดงรายชือ Domain Name ของแต่ละประเทศทั่วโลก ตามมาตรฐาน ISO 3166
AD    Andorra                             BM     Bermuda
AE    United Arab Emirates                BN     Brunel Darussaiam
AF    Afghanistan                         BO     Bolivia
AQ    Antigau and Barbuda                 BR     Brazil
AI    Anguilla                            BS     Bahamas
AL    Albania                             BT     Buthan
AM    America                             BV     Bouvet Island
AN    Netherlands Antilles                BW     Bostswana
AO    Angola                              BY     Belarus
AQ    Antarctica                          BZ     Belize
AR    Argentina                           CA     Canada
AS    American Samoa                      CC     Cocos (Keeling) lsland
AT    Austria                             CF     Central African Republic
AU    Australia                           CG     Congo
AW    Aruba                               CH     Switzerland
AZ    Azerbaidjan                         CI     Ivory Coast
BA    Bosnia – Herzegovina                CK     Cook Islands
BB    Barbados                            CL     Chile
BO    Bangladesh                          CM     Cameroon
BE    Belgium                             CN     China
BF    Burkina Faso                        CO     Colombia
BG    Bulgaria                            CR     Costa Rica
BH    Bahrain                             CS     Czechoslovakia
BI    Burundi                             CU     Cuba
BJ    Benin                               CV     Cape Verde
                                                                   11

CX   Christmas Island             GR   Greece
CY   Cyprus                       GT   Guatermala
CZ   Czech Republic               GU   Guam (US)
DE   Germany                      GW   Guinea Bissau
DJ   Djibouti                     GY   Guyana
DK   Denmark                      HK   Hong Kong
DM   Dominica                     HM   Heard & Mc.Donald Island
DO   Dominican Republic           HN   Honduras
DZ   Algeria                      HR   Croatia
EC   Ecuador                      HT   Haiti
EE   Estonia                      HU   Hungary
EG   Egypt                        ID   Indonesia
EH   Western Sahara               IE   Ireland
ES   Spain                        IN   India
ET   Ethiopia                     IO   British Indian O. Terr.
FI   Finland                      IQ   Iraq
FJ   Fiji                         IR   Iran
FK   Falkland Island (Malvinas)   IS   Iceland
FM   Micronesia                   IT   Italy
FO   Faroe Islands                JM   Jamaica
FR   France                       JO   Jordan
FX   France (European Ter.)       JP   Japan
GA   Gabon                        KE   Kenya
GB   Great Britain (UK)           KG   Kirgistan
GD   Grenada                      KH   Combodia
GE   Georgia                      KI   Kirbati
GH   Ghana                        KM   Comoros
GI   Gibraltar                    KN   St. Kitis Neveis Anguilla
GL   Greenland                    KP   Korea (North)
GP   Guadeloupe (Fr.)             KR   Korea (South)
GQ   Equadeloupe (Fr.)            KW   Kuwait
GF   Guyana (Fr.)                 KY   Cayman Islands
GM   Gambia                       KZ   Kazachstan
GN   Guinea                       LA   Laos
12
LB   Lebanon                   NI   Nicaragua
LC   Saint Lucia               NL   Netherlands
LI   Liechtenstein             NO   Norway
LK   Sri Lanka                 NP   Nepal
LR   Liberia                   NR   Nauru
LS   Lesotho                   NT   Neutral Zone
LT   Lithuania                 NU   Niue
LU   Luxembourg                NZ   New Zealand
LV   Latvia                    OM   Oman
LY   Libya                     PA   Panama
MA   Morocco                   PE   Peru
MC   Monaco                    PF   Polynesia (Fr.)
MD   Moldavia                  PG   Papua New Guinea
MG   Madagascar                PH   Philippines
MH   Marshall Islands          PK   Pakistan
ML   Mali                      PL   Poland
MM   Myanmar                   PM   St.Pierre & Miquelo
MN   Mongolia                  PN   Pitcaim
MO   Macau                     PT   Portugal
MP   Northern Mariana Island   PR   Puerto Cico (US)
MQ   Martinique (Fr.)          PW   Palau
MR   Mauritania                PY   Paraguay
MS   Montserrat                QA   Qator
MT   Malta                     RE   Reunion (Fr.)
MU   Mauritius                 RO   Romania
MV   Maldives                  RU   Russian Federation
MW   Malawi                    RW   Rwanda
MX   Mexico                    SA   Saudi Arabia
MY   Malaysia                  SB   Solomon Islands
MZ   Mozambique                SC   Seychelles
NA   Nambia                    SD   Sudan
NC   New Caledonia (Fr.)       SE   Sweden
NE   Niger                     SG   Singapore
NF   Norfolk Island            SH   St.Helena
NG   Nigeria                   SI   Slovenia
                                                                                  13

SJ   Svalbard & Jan Mayen Islands   UZ    Uzbekistan
SK   Slovak Republic                VA    Vatican & Grenadines
SL   Sierra Leone                   VE    VeneZela
SM   San Marino                     VG    Virgin Islands (British)
SN   Senegal                        VI    Virgin Islands (US)
SO   Somalia                        VN    Vietnam
SR   Suriname                       VU    Vanuatu
ST   St. Tome and Principe          WF    Wallis & Futuna Islands
SU   Soviet Union                   WS    Somoa
SV   El Salvador                    YE    Yemen
SY   Syria                          YU    Yugoslavia
SZ   Saziland                       ZA    South Africa
TC   Turks & Caicos Islands         ZM    Zambia
TD   Chad                           ZR    Zaire
TF   Trench Southern Terr.          ZW    Zimbabwe
TG   Togo
TH   Thailand
TJ   Tadjikstan                      หน่วยวัดปริมาณความจุของคอมพิวเตอร์
TK   Tokelau                                 ตัวย่อ
TM   Turkmenistan                            Byte = B.
TN   Tunisia                                 Kilobyte = KB.
                                             Megabyte = MB.
TO   Tonga
                                             Gigabyte = GB.
TP   East Timor                              Terabyte = TB.
TR   Turkey
TT   Trinidad & Tobago
TV   Tuvalu                              8 bits = 1 byte หรือเท่ากับ 1 ตัวอักษร
TW   Taiwan                              1024 bytes = 1 KB.
TZ   Tanzania                            1024 KB. = 1 MB.
UA   Ukraine                             1024 Mb. = 1 GB.
                                         1024 GB. = 1 TB.
UG   Uganda
UK   United Kingdom
UM   US Minor outlying Island
US   United States
UY   Uruguay
14
                                               ้
            ชื่อ D o m a i n ในชั้นบนสุดเหล่านีจะใช้ตัวอักษรตัวเล็กหรือใหญ่ก็ได้ แต่จะนิยมใช้ตัวอักษรตัวเล็ก
                                ่
โดยมีการกาหนดจากหน่วยงานทีชื่อว่า I n t e r N I C ( I n t e r n e t N e t w o r k I n f o r m a t i o n C e n t e r )
จากระดับบนสุดก็จะมีระดับล่าง ๆ ลงมา ซึ่งใช้แทนความหมายต่าง ๆ แล้วแต้ผู้จัดทาจะกาห                      นดขึ้น เช่น
ตั้งชื่อตามคณะหรือภาควิชาในมหาวิทยาลัย ตั้งตามชื่อหรือแผนกในหน่วยงานหรือบริษท เป็นต้น ั
แต่ละระดับจะถูกแบ่งคั่นด้วยเครื่องหมายจุดเสมอ การดูระดับจากบนลงล่าง ให้ดูจากด้านขวามาด้านซ้าย เช่น ชื่อ
D o m a i n คือ w a p . y a h o o . c o m จะได้ว่า . c o m เป็นชื่อ D o m a i n ในระดับบนสุด
                                                           ่
ถัดจากจุดเริ่มต้นหรือรากของโครงสร้าง ( r o o t ) ระดับทีสองคือชื่อ y a h o o และระดับล่างสุดคือ w a p
                                       ่
หมายความว่าชื่อ D o m a i n นี้ แทนทีชื่อหน่วยงานหรือลักษณะการบริการ w a p ของบริษทชื่อ y a h o o    ั
             ั
และเป็นบริษทเอกชน ดังรูป
                                                 root


      net              edu                org                  com                gov                mil



                                                   yahoo


                                         wap            mail             clubs            search


                                                            ้                             ี่
                ในการกาหนดหรือการตั้งชื่อแทนหมายเลข IP นีจะต้องมีการลงทะเบียนและขอใช้ทหน่วยงาน InterNIC
เสียก่อน ถ้าได้รับอนุญาตและลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดเก็บเพิ่มฐานข้อมูล name-to-IP address
                                                                                                ั
เพื่อให้ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตสามารถอ้างอิงเข้ามาใช้งานได้ เหมือนกับการขอจดทะเบียนตั้งชื่อบริษท
          ่                                                                        ้
        ทีต้องมีผู้รับผิดชอบในการเก็บข้อมูลเป็นนายทะเบียนและคอยตรวจดูว่าชื่อนันจะไปซ้ากับคนอื่นหรือไม่
              ั                                                            ้
ถ้าไม่มีปญหาก็อนุญาตให้ใช้งานได้ ชื่อ D o m a i n n a m e นีจะมีความยาวไม่เกิน 255 ตัวอักษร
            ้             ่               ้          ่                         ่
แต่ไม่มีขอจากัดในเรืองระดับชั้น ดังนันในชื่อหนึง ๆ อาจมีหลายระดับได้ตามทีต้องการ
                       ่                         ้
และข้อสังเกตทีสาคัญก็คือชื่อและจุดเหล่านีไม่เกี่ยวกับจุดในตัวเลขทีเ่ ป็น I P A d d r e s s แต่อย่างใด
                ขบวนการหรือกลไกในการแปลงชื่อ D o m a i n กลับเป็นหมายเลข I P หรือ N a m e M a p p i n g
   ้ ี่
นีอยู่ทการจัดฐานข้อมูล D o m a i n                                      N a m e                   แบบกระจาย
                                               ่          ่                           ่
                              โดยจะเริ่มจากเมือมีโปรแกรมทีอ้างถึงชื่อโดเมนบนเครื่องหนึง
                                                   ่
ก็จะมีการสอบถามไปยังฐานข้อมูลในเครื่องทีทาหน้าทีเ่ ป็น N a m e                          S e r v e r
                               ่
(ซึ่งอาจเป็นเครื่องเดียวกันนันเองหรือคนละเครื่องก็ได้ และอาจจะมี N a m e S e r v e r ได้หลายเครื่องรวมกัน
ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้รู้จัก Name Server เครื่องใดบ้าง) เครื่องทีเ่ ป็น Name Server ก็อาจเรียกดูในฐานข้อมูล
                     ่                                                       ่
และถ้าพบชื่อทีต้องการก็จะจัดการแปลงชื่อ Domain เป็นหมายเลข IP ทีถูกต้อง ให้ระบบ Name Server
    ้                                                                   ่
นีจะมีการ กระจายไปในหลายเครื่องบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เนืองจากอย่างน้อยหน่วยงาน I S P หนึง ๆ       ่
ก็จะต้องจัดตั้งระบบดังกล่าวขึ้นมาเพื่อคอยดูแลจัดการฐานข้อมูล D o m a i n N a m e ของเครือข่ายของตนเอง
      ้                                 ่    ้                                   ่
ดังนันถ้า Name Server เครื่องหนึงไม่มีขอมูลหรือไม่รู้จัก Domain Name ทีถูกถามมาก็อาจจะไปขอข้อมูลจาก
                                                                                                           15
                                     ่                                    ่
N a m e S e r v e r เ ครื่องอื่น ๆ ทีตนรู้จักจนกว่าจะพบ หรือจนกว่าจะทัวและพบว่าไม่มีเครื่องไหนรู้จักเลย
     ี้                                                               ่        ้         ้
กรณีนก็จะตอบไปว่าไม่รู้จัก (หรือถ้ามี Name Server บางเครื่องทีรู้จักชื่อนัน แต่ในขณะนันเกิดการขัดข้องอยู่
                                   ก็จะได้คาตอบว่าไม่มีเครื่องใดรู้จักเช่นกัน)

                                 การกาหนดชื่อผู้ใช้และชื่อ Domain
                                                            ่        ่
            ความสามารถของ Domain Name System ทีทาหน้าทีแปลงระบบชื่อให้เป็นหมายเลข IP นี้
ได้ถูกนามาใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยรวมไปถึงการกาหนดชื่อผู้ใช้ในระบบได้อีกด้วย
       ่
ดังทีกล่าวมาแล้วกฏเกณฑ์ในการกาหนดก็ไม่ยุ่งยาก โดยการตั้งชื่อผู้ใช้มีรูปแบบดังนี้
              ่             ่                    ่
            ชือ User @ ชือ Subdomain . ชือ Subdomain . ชือ Domain  ่
ชือ User
   ่                                                                     ่ ่
                      จะเป็นตัวอักษรแทนชื่อเฉพาะใด ๆ เช่น ชื่อผู้ใช้คนหนึงทีจะรับหรือส่ง E-mail ท้ายชื่อ user
     ้
นีจะมีเครื่องหมาย @ ซึ่งอ่านว่า “แอท”หมายถึง “อยู่ทเี่ ครื่อง…” แบ่งคั่นออกจากส่วนทีเ่ หลือ
                                   ่
ชื่อ Subdomain เป็นส่วนย่อยทีจะช่วยขยายให้ทราบถึงกลุ่มต่าง ๆ ใน domain นัน เช่น     ้
         ี่ ั                                                                              ่ ่
กรณีทบริษทมีหลายหน่วยงาน จึงจัดเป็นกลุ่ม ๆ ตั้งชื่อไว้อยู่ใน subdomain ต่าง ๆ ซึ่งในทีหนึง ๆ อาจจะมี
subdomain หลายระดับก็ได้ และชื่อ subdomain มักจะเป็นชื่อ Host
                              ี่     ้
ของเครื่องคอมพิวเตอร์ทผู้ใช้รายนันใช้อยู่นนเองั่
                                                         ตัวอย่างเช่น
                                                                                                     ี่ ั
                montree@mail1.tudtu.net.th ทาให้เราทราบชื่อ User หรือผู้ใช้คือ montree อยู่ทบริษท tudtu
(ดูจาก .net ซึ่งเป็นชื่อ domain หมายถึงหน่วยงานทีเ่ กี่ยวกับด้านระบบเครือข่าย) และ mail1 เป็น subdomain
                     ่ ่
สาหรับเครื่องแม่ขายทีให้บริการของหน่วยงาน
                      ี่                           ั ่                            ั
            ในกรณีทผู้ใช้สมัครเป็นสมาชิกกับบริษททีให้บริการอินเตอร์เน็ตจากบริษทผู้ให้บริการ (หน่วยงาน ISP) ใด
                                                                                               ี่
ก็ตามจะได้รับชื่อประจาตัวสาหรับใช้ในการอ้างอิงในการรับ-ส่ง E-mail ในอินเตอร์เน็ต เช่นผู้ทใช้ชื่อ “มนตรี”
สมัครใช้บริการกับ tudtu.net.th อาจจะได้รับชื่อ เป็น montree@mail1.tudtu.net.th
                   ้                                                                              ี่
หมายถึงผู้ใช้คนนีมีชื่อในการใช้งานอินเตอร์เน็ตว่า montree ซึ่งอยู่ที่ tudtu.net.th หมายถึงอยู่ทประเทศไทย (.th)
                                                       ่                                                ่
บนเครื่องของหน่วยงานทีเ่ กี่ยวกับเครือข่าย (.net) ทีชื่อว่า tudtu และใช้งานคอมพิวเตอร์ในเครื่องทีชื่อว่า mail1
                 ่
เป็นต้น เวลาทีมีการใช้ติดต่อกัน เช่น ในการส่ง E-mail
                                            ่                   ้
ชื่อดังกล่าวจะถูกใช้อ้างอิงเสมือนชื่อและทีอยู่ของผู้ใช้รายนัน ๆ หรือเรียกว่าเป็น E-mail Address นันเอง    ่

                                      บริการต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ต

- บริการ World Wide Web                                    - บริการ WAP (Wireless Application Protocol)
- บริการ Electronic Mail                                   - บริการ Telnet
- บริการ Gopher                                            - บริการด้านข่าวสาร (Usenet News)
- บริการ Wais (Wire Area Information Service)              - บริการ สนทนาแบบออนไลน์ (Chat room)
- บริการ FTP (File Transfer Protocol)                      - บริการกระดานข่าว (Web board)
- บริการ Archie                                            - บริการอื่น ๆ
16
                              ้                                       ้
             แต่ในคู่มือเล่มนีจะอธิบายถึงการใช้งานเพียงบางบริการเท่านัน
                         ิ                       ่
เพราะบางบริการก็ได้ปดตัวเองลงไปบ้างแล้วเนืองจากกระแสความนิยมได้ลดลงไป
                                ่                                            ่
กอปรกับการพัฒนาอย่างต่อเนืองของเทคโนโลยี และการใช้บริการบางอย่างในรุ่นเก่า นันยุ่งยากและซับซ้อน
     ้            ่                                        ่
อีกทังยังไม่เป็นทีนิยมกับกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตแบบธรรมดาทัวไป

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:68
posted:3/2/2010
language:Thai
pages:16