P2P

Document Sample
P2P Powered By Docstoc
					P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)                 1




                          P2P : ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์
                                                                                        นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี1

ความนา

                   บทความ ทางกฎหมาย ของ                 ดร.        Frédéric      Sardain
ซึ่งมีอาชีพเป็น เป็นทนายความเขียน วิเคราะห์คาพิพากษา ไว้ใน Recueil DALLOZ เล่ม 5 ปี 2004
เรื่อง Du déplombage aux logiciels peer-to-peer: l'histoire sans fin? (à propos de l'arrêt
KaZaA).มีประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์หลายประการ
ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจจึงได้ยกมาเล่าให้ฟัง
โดยผู้เขียนได้นาข้อมูลจากบทความตามวารสารอินเตอร์เน็ตของฝรั่งเศส
และจากประสบการณ์ของผู้เขียนเองมาประกอบด้วยเพราะเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าการวิเคร
าะห์แต่คาพิพากษาเท่านั้น

 เพื่อง่ายแก่ความเข้าใจ ผู้เขียนได้แยกบทความนี้ออกเป็น 2 ส่วน
ในส่วนแรกจะกล่าวถึงระบบ P2P ก่อน เพราะการจะเข้าใจถึงคาพิพากษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้นั้น
จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักและเข้าใจถึงระบบการทางานของโปรแกรมนี้
หลังจากนั้นจะได้กล่าวถึงประเด็นตามคาพิพากษาต่อไป

P2P คืออะไร ?

                 ใน การพิจารณาระบบ           P2P นั้นในเบื้องต้นจะกล่าวถึง ระบบ                           P2P
โดยทั่วไปเพื่อให้เข้าใจถึงการทางานของระบบ และประเภทของโปรแกรม                                             P2P
หลังจากนั้นจะได้กล่าวถึงตัว P2P ที่เป็นปัญหาในกรณีนี้ ซึ่งได้แก่โปรแกรม KaZaA ต่อไป

                   P2P หรือเรียกในชื่อเต็มว่า peer-to-peer อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า เป็น technology
ว่าด้วยเครื่องติดต่อกันเองโดยไม่ต้องผ่าน server แต่ในทางปฏิบัติบางระบบอาจต่อ server เพื่อขอ
list ผู้ใช้รายอื่น P2P มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น P2P ในการคานวณก็มีโปรแกรม seti@home
ในกรณีใช้ในการติดต่อสื่อสารหรือ P2P message instant เช่น โปรแกรม MSN
หรือโปรแกรม Yahoo messenger ที่เครื่องสองเครื่องสามารถสื่อสารกันได้โดยตรง และ P2P
ที่มีปัญหาที่จะพูดถึงในที่นี้ก็คือ P2P file sharing



1
  จิรวัฒน์ จงสงวนดี น.บ. (ธรรมศาสตร์) น.ม. (ธรรมศาสตร์) DEA (Droit des Affaires) Institut de Droit des
Affaires,       Universite    Aix        Marseille        3, นิติกร 5 สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(ปัจจุบันกาลังศึกษาระดับปริญญาเอกที่ Institut de Droit des Affaires, Universite Aix Marseille 3
P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)                       2




                   P2P file          sharing เป็นระบบแบ่งปันไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมต่าง ๆ
ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ติดต่อเชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่าย
โดยในที่นี้จะขอกล่าวถึงระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เนื่องจากเรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นกรณีเฉพาะ
P2P file sharing เท่านั้น ต่อไปจึงขอเรียก P2P file sharing สั้น ๆ ว่า P2P




   จากในรูปเมื่อทุกคนเข้าสู่ระบบที่สามารถติดต่อกันได้แล้ว
ผู้ใช้แต่ละรายก็จะสามารถเข้าถึงไฟล์ข้อมูล ไฟล์เอกสาร หรือโปรแกรมของกันและกันได้
ซึ่งเมื่อผู้ใช้แต่ละรายสามารถเข้าถึงไฟล์ หรือโปรแกรมดังกล่าวได้แล้ว
ก็สามารถที่จะดาว์นโหลดข้อมูลหรือโปรแกรมต่าง ๆ ไปเป็นของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็น             MP3 เกม
ภาพยนตร์ หนังสือ คู่มือต่าง ๆเป็นต้น.ส่วนการที่จะเข้าไปถึงข้อมูลของผู้อื่นได้เพียงใดนั้นก็แล้วแต่
P2P แต่ละอัน หรือแต่ละโปรแกรม

                 สาหรับโปรแกรม                                                         P2P
ที่ได้รับความนิยมจากการจัดลาดับของหนังสือวารสารอินเตอร์เน็ตในฝรั่งเศสล่าสุดเรียงตามความนิย
มดังนี้
 1.                KaZaA
                   2. Overnet (eDonkey)
                   3. WINMX
                   4. Bit Torrent
                   5. eCHANBLARD(eMULE)

                   จากการทดสอบพบว่าโปรแกรมแต่ละตัวมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
            โปรแกรม                ระบบค้นหา ความเร็วในการโหลด       ปัญหาไวรัสและ                ความเห็น
                                                                       spyware
            KaZaA                  เร็ว-ใช้ง่าย       เร็ว           มี + ไฟล์ปลอม     เวอร์ชั่น lite จะพบปัญหาน้อยกว่า
      Overnet (eDonkey)                 เร็ว       ปานกลาง          มี spyware มาก                      -
            WINMX                       เร็ว          เร็ว                 ไม่มี       ไฟล์ยังน้อยเมื่อเทียบกับ KaZaA
          Bit Torrent                  ไม่มี       เร็วที่สุด              ไม่มี          มีเวอร์ชั่นพัฒนาโดยคนไทย
  eCHANBLARD(eMULE)                      มี         ช้ามาก              ไฟล์ปลอม                 การโหลดช้ามาก

                    ในที่นี้จะขอกล่าวถึง                 KaZaA เพราะได้ชื่อว่าเป็น                               P2P
ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่นิยมของนักท่องเน็ตสะสมของฟรีทั้งหลาย
P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)     3




และเป็นโปรแกรมที่มีคาพิพากษาของศาลสูงเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วซึ่งจะเป็นประเด็นในการพูดคุยกัน
ในวันนี้




เกี่ยวกับ KaZaA

                   KaZaA  เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นโดย Sharman Networks Sharman Networks
Limited ที่ตั้งขึ้นในปี 2002 มีสานักงานใหญ่อยู่ที่     Sydney       ประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งในเวบทางการของโปรแกรมได้โฆษณาว่ามีการดาว์นโหลดถึง 1.9 ล้านในแต่ละสัปดาห์
โดยปัจจุบันเวบทางการอยู่ที่ http://www.kazaa.com/us/index.htm

   ผู้ที่ต้องการใช้สามารถดาว์นโหลดโปรแกรมได้ที่เวบดังกล่าว
โดยตัวโปรแกรมจะมีทั้งแบบให้ใช้ฟรี และแบบที่ต้องซื้อ ในแบบให้ใช้ฟรีนั้น
ปกติจะมีโฆษณาแทรกมาที่ตัวโปรแกรมดาว์นโหลดด้วย
และระบบบางระบบที่เป็นระบบอานวยความสะด้วยจะถูกตัดออกไป อย่างไรก็ดี
มีนักพัฒนาโปรแกรมได้พัฒนาตัว                                                                      lite
ขึ้นมาโดยในโปรแกรมดังกล่าวจะตัดโฆษณาและเพิ่มระบบอานวยความสะดวกต่าง ๆ เข้ามา
โดยสามารถหาดาว์นโหลดได้จากเวบอื่น ๆที่เปิดให้ดาว์นโหลด นอกจากนี้ยังมีตัวเสริมหรือ           Plug In
อื่น ๆ อีกมาก เพื่อเป็นการเสริมประสิทธิภาพในการทางานของระบบ

  โดยที่โปรแกรม                 KaZaA นี้จะทาให้เครื่องที่เชื่อมโยงกับระบบเครือข่าย
(อินเตอร์เน็ต) สามารถมองเห็นไฟล์ของผู้ที่มีโปรแกรม                      KaZaA เหมือนกัน
และสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมดังกล่าวมาเก็บไว้ใช้ได้ ในขณะเดียวกันผู้มีโปรแกร          ม KaZaA
ก็สามารถเข้ามาดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรมที่เราต้องการแบ่งปันได้เช่นกัน

                  ส่วนวิธีใช้นั้น เมื่อทาการติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว
โปรแกรมจะถามถึงไฟล์ที่เราต้องการแลกเปลี่ยน
โดยการกาหนดอาจเลือกแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือโปรแกรมทั้งหมดที่เรามีอยู่
หรือกาหนดให้แลกเปลี่ยนเพียงบางส่วนได้
(โดยการระบุโฟลเดอร์หรือตาแหน่งที่อยู่ของไฟล์ที่ต้องการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น)
เมื่อทาการติดตั้งและเลือกตาแหน่งแลกเปลี่ยนไฟล์แล้ว (ในกรณีที่มีระบบป้องกันอื่น ๆ เช่น
Firewall ต้องระบุให้โปรแกรม
KaZaAติดต่อเครือข่ายจึงจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้อื่นในระบบอินเตอร์เน็ตได้)
ผู้ใช้ก็สามารถที่จะเปิดโปรแกรมขึ้นใช้งานได้
P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)      4




                   การค้นหาไฟล์                                                        KaZaA
จะมีระบบการค้นหาไฟล์ที่มีประสิทธิภาพสูงและถ้าหากต้องการให้มีการเชื่อมโยงการค้นหากับ
google ก็สามารถทาได้ด้วย ซึ่งระบบการค้นหาไฟล์ของ                                       KaZaA
นี้นับได้ว่าเป็นจุดแข็งของโปรแกรมนี้เพราะสามารถค้นหาได้อย่างรวดเร็ว และจานวนมาก
(ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันมีจานวนผู้ใช้โปรแกรมนี้จานวนมากทาให้จานวนไฟล์ที่นามาแบ่งปันกันมีจานว
นที่มากขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน)


 เมื่อเลือกชื่อไฟล์ที่ต้องการจะค้นหาแล้วระบบก็จะตรวจสอบจากไฟล์ของผู้ใช้โปรแกรม
KaZaA                       รายอื่นที่ออนไลน์และเปิดโปรแกรมนี้อยู่ เมื่อ                       KaZaA
พบไฟล์ที่ต้องการก็จะแสดงชื่อไฟล์พร้อมทั้งรายละเอียด เช่น ขนาดไฟล์
จานวนผู้ที่เราสามารถดาว์นโหลดได้ ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล
และเวลาที่ต้องใช้ในการดาว์นโหลดโดยประมาณ เป็นต้น
                   การเริ่มดาวน์โหลดไฟล์ เมื่อเลือกได้แล้วก็ดับเบิ้ลคลิ้กที่ไฟล์ที่ต้องการ
ระบบก็จะเริ่มการดาวน์โหลดไฟล์จากเครื่องของผู้ใช้รายอื่นโดยตรง โดยใน 1
ไฟล์อาจจะดาวน์โหลดจากผู้ใช้อื่นหลายคนพร้อม ๆ กัน (ขึ้นอยู่กับจานวนของผู้ที่มีไฟล์ที่เราต้องการ
และจานวนที่ KaZaA ตรวจพบ) ในการดาวน์โหลดครั้งหนึ่ง ๆ สามารถดาวน์โหลดไฟล์พร้อม ๆ
กันได้หลายไฟล์ โดย KaZaA จะแสดงให้เห็นว่าเราดาวน์โหลดจากผู้ใช้                        KaZaA รายใดบ้าง
(ปกติจะใช้ชื่อปลอมกันทั้งนั้น) และแสดงปริมาณการดาวน์โหลด ความเร็ว
เวลาที่เหลือจนกว่าจะดาวน์โหลดเสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี หากมีการหยุดดาวน์โหลดไฟล์ก่อนที่จะเสร็จสิ้น
ผู้ใช้สามารถกลับมาดาวน์โหลดไฟล์ต่อได้จากจุดที่หยุดไปโดยไม่ต้องเริ่มต้นโหลดใหม่
โดยระบบจะค้นหาแหล่งข้อมูลใหม่มาต่อไฟล์ให้ซึ่งอาจจะไม่ได้ดาวน์โหลดจากผู้ที่ให้ดาวน์โหลดรายเ
ดิม เนื่องจากผู้ที่ให้ดาวน์โหลด (ผู้ที่ใช้ KaZaA) รายนั้นอาจออกจากระบบเครือข่ายไปแล้ว

              จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า เป็นกรณีที่ผู้ใช้ทาการแบ่งปันไฟล์กันโดย
“ดาวน์โหลดกันเองโดยตรง ” เพียงแต่อาศัยเครื่องมือที่เรียกว่าระบบ P2P ซึ่งในที่นี้คือโปรแกรม
KaZaA นั้นเอง

ประเด็นทางกฎหมายตามคาพิพากษา


 ในส่วนของประเด็นในทางกฎหมายนี้จะเริ่มพิจารณาถึงกฎหมายและคาพิพากษาของศาลในค
ดีดังกล่าว แล้วจึงวิเคราะห์ถึงปัญหาที่เกิดจากคาพิพากษานั้น ๆ ต่อไป

                   ในส่วนของหลักกฎหมายและคาพิพากษานั้น มีปัญหาข้อกฎหมายในสองส่วน
ส่วนแรก
P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)   5




จะเป็นประเด็นปัญหาประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับเรื่องการถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออก(             dé
plombage) และส่วนที่สองคาพิพากษาในคดีเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูล หรือไฟล์

                   สาหรับประเด็นปัญหาเรื่องการถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออก
(                                                                               déplombage)
เป็น ประเด็นที่ประเทศฝรั่งเศสมีข้อถกเถียงกันมาตลอดว่าควรจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่
แม้จะมีคาพิพากษาวางหลักออกมาแล้วก็ตาม ทั้งนี้
เนื่องจากผู้ผลิตเห็นว่าควรมีกฎหมายกาหนดโทษกับผู้ที่ทาซ้าโปรแกรม
ส่วนทางผู้ใช้ก็ยังเห็นว่าจาเป็นที่จะต้องมีการทาซ้าโปรแกรมบางกรณี เช่น
กรณีทีต้องมีการสารองข้อมูลเพื่อนากลับมาใช้เมื่อระบบเสียหาย
(ซึ่งในกรณีการสารองข้อมูลในกรณีเช่นนี้กฎหมายก็ได้รับรองไว้อย่างชัดเจนว่าสามารถทาได้)
โดยในเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 1989 ศาลอุทธรณ์แห่งนครปารีสถือว่า
การถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออก ( déplombage) สามารถทาได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
( licite) เนื่องจาก ผลของการทาดังกล่าวเกิดขึ้นกับคาสั่งบางส่วนเท่านั้น    “ไม่ได้มีการทาซ้า ”
และไม่ใช่อย่างเดียวกันกับการทาของปลอม( contrefaçon) (CA Paris, 13e ch., 2 mars 1989 :
“...ลาพังการทาให้ระบบการป้องกันของโปรแกรมไม่สามารถใช้ได้ไม่ถูกพิจารณาว่าเป็นการกระทาปล
อมตามกฎหมายที่บังคับอยู่ปัจจุบัน”)



  อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
โดยการแก้ไขครั้งหลังสุดได้นาบทบัญญัติเกี่ยวกับลิขสิทธิ์มาบัญญัติไว้ใน Code de la propriété
intellectuelle       และได้บัญญัติเกี่ยวกับเรื่อง ถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออก
( déplombage) ไว้ในมาตรา                        L.                           122-6-2 ไว้ว่า
“โปรแกรมถอดระบบป้องกันหรือที่ทาให้ระบบป้องกันใช้งานไม่ได้
จะต้องระบุในคาโฆษณาและคู่มือการใช้ว่า
การนาโปรแกรมไปใช้อย่างผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษในฐานปลอมแปลง”


 ถึงแม้ว่ามาตราดังกล่าวจะไม่ได้กาหนดว่าการถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออก
( déplombage) เป็นการกระทาที่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม
แต่การที่มาตราดังกล่าวกาหนดความผิดไว้เฉพาะ          “การนาโปรแกรมไปใช้อย่างผิดกฎหมาย      ”
ทาให้นักกฎหมายฝรั่งเศสตีความว่าจะต้องมีกรณีที่เป็นการนาโปรแกรมดังกล่าวไปใช้อย่างไม่ผิดกฎห
มายด้วย
ประกอบกับเมื่อย้อนไปพิจารณาตามเจตนารมณ์ของผู้ยกร่างกฎหมายนี้ที่ไม่ได้นาหลักการตามมาตรา
7 ของแนวทางของสหภาพยุโรป                       ( directive communautaire) ปี ค.ศ. 1991
P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)   6




ที่กาหนดให้ลงโทษการถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออก (                      déplombage)
มาบัญญัติไว้อย่างประเทศสมาชิกอื่น
ทาให้นักกฎหมายฝรั่งเศสเชื่อว่ากฎหมายนี้ได้ยืนหยัดหลักการเดิมตามคาพิพากษาของศาลอุทธรณ์นค
รปารีสข้างต้นที่ว่าการกระทาดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้
(โดยเฉพาะผู้กระทาจะถูกลงโทษ
ก็ต่อเมื่อการกระทานั้นเป็นความผิดตามองค์ประกอบความผิดฐานอื่น)(ดู Frédéric Sardain,Du
déplombage aux logiciels peer-to-peer: l'histoire sans fin? (à propos de l'arrêt KaZaA),
RD n°5, 2004, p.330-331)

                    เมื่อปัจจุบันเป็นที่ยุติแล้วว่าการถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออก
( déplombage) สามารถทาได้โดยไม่ผิดกฎหมายตามกฎหมายฝรั่งเศส ปัญหาที่ตามมาก็คือ
เมื่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่มีโปรแกรม                    P2P สามารถต่อกับผู้ใช้          P2P
รายอื่นเพื่อโหลดโปรแกรมที่ถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรมออกแล้วและนามาติดตั้งใหม่ได้
กรณีเช่นนี้กฎหมายจะให้ความคุ้มครองแก่ผู้มีลิขสิทธิ์อย่างไร

                ในกรณีเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูล หรือไฟล์ต่าง ๆ
นั้นศาลประเทศสหรัฐอเมริกาได้พิพากษาลงโทษผู้ผลิตโปรแกรม                                 Napster
ที่เป็นโปรแกรมในการแบ่งปันข้อมูล หรือไฟล์ว่ามีความผิดตามกฎหมาย (239 F3d 1004, 9th
Cir.2001)       อย่างไรก็ดี กรณีโปรแกรม Napster นั้นต่างไปจากกรณีของ              P2P กล่าวคือ
ระบบโปรแกรมของ                                                                         Napster
นั้นจะมีระบบทางเทคนิคแบบรวมศูนย์ในการควบคุมและดาเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือไฟล์ด้วยระ
บบ “supernodes” (หรือที่เรียกว่า “super nœuds” เป็นระบบที่ผู้ใช้จะนาข้อมูลต่าง ๆ ไปรวมไว้ที่
server แล้วเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจะเป็นคนดูแลดาเนินการนาสู่เครือข่าย Fast Track ต่อไป) ส่วนระบบ
P2P ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่าเป็นระบบที่ผู้ใช้แต่ละรายดาเนินการแลกเปลี่ยน (ดาว์นโหลด)
ไฟล์จากกันและกันเอง ซึ่งเป็นระบบ protocol MFTP ของเครือข่ายแบบ Fast Track

                  ดังนั้น กรณีของ P2P จึงเป็นกรณีที่ต่างออกไป โดยบริษัท               Buma-Stemra
ซึ่งเป็นตัวแทนจาหน่ายเพลงรายใหญ่ได้ยื่นฟ้องผู้ผลิตโปรแกรม                                  KaZaA
ต่อศาลที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ขอให้หยุดการเผยแพร่โปรแกรม                                      KaZaA
ห้ามพัฒนาโปรแกรมดังกล่าวต่อ
และขอให้ควบคุมการแลกเปลี่ยนโปรแกรมให้เป็นไปตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ต่อมา
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 2002 ศาลอุทธรณ์ของเมืองอัมสเตอร์ดัมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า
โดยที่ทางเทคนิค                                                                            KaZaA
ไม่สามารถควบคุมการบรรจุไฟล์เพื่อให้ดาวน์โหลดได้เนื่องจากเป็นเรื่องของผู้ใช้แต่ละคนจะเลือกไฟล์
ที่ต้องการแลกเปลี่ยนที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แต่ละรายเอง ดังนั้น จึงเห็นว่า     KaZaA
ไม่ต้องรับผิดจากการใช้โปรแกรมของตนในทางที่ผิดกฎหมาย (               [2002]        EIPR     N-130)
P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)   7




(ซึ่งต่อมาในประเทศสหรัฐอเมริกาวันที่ 25 เมษายน ค.ศ.2003 ศาลอุทธรณ์ของ District central de
Californie ได้มีคาพิพากษาไปในทางเดียวกัน)
และในที่สุดศาลสูงของประเทศเนเธอร์แลนด์ได้มีคาพิพากษาในคดีนี้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ.
2003 โดยได้พิพากษายืนตามคาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โดยให้เหตุผลเดียวกัน

   ถือได้ว่าเป็นชัยชนะของผู้พัฒนาโปรแกรม                       KaZaA ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ซึ่งจากคาพิพากษาจะเห็นได้ว่านักกฎหมายของเนเธอร์แลนด์ได้มุ่งเน้นกรณีที่ผู้ใช้นาโปรแกรมผิดกฎห
มายมาใช้มากกว่าการนาโปรแกรมมาแจกจ่ายกัน
ซึ่งในความเป็นจริงนักกฎหมายในยุโรปก็คาดได้ว่าคาพิพากษาจะออกมาเช่นนั้นเมื่อพิจารณาจากแนว
ทางคาพิพากษาที่ผ่านมาของประเทศในยุโรปเรื่อง การถอดระบบป้องการการทาซ้า
หรือคาตัดสินในประเทศสหรัฐอเมริกาเรื่อง “การมีส่วนทาให้เสียหาย”

   อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักกฎหมายนั้นเห็นว่า
เมื่อการถอดระบบป้องการการทาซ้าไม่ผิดกฎหมายโดยตัวของมันเอง (เพราะไม่ใช่การทาปลอม)
และโปรแกรม           P2P ก็ไม่ใช่โปรแกรมที่ผิดกฎหมายด้วยตัวของมันเองเช่นกัน
(เพราะสามารถใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลหรือโปรแกรมที่ถูกกฎหมายอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น
โปรแกรมที่ให้ใช้ฟรี เป็นต้น )ได้สร้างปัญหาในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
หากศาลสูงของประเทศต่าง ๆ
รับแนวคาพิพากษาดังกล่าวของประเทศเนเธอร์แลนด์มาเป็นหลักในประเทศของตนแล้ว
ผู้ทรงสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ก็อาจมีภาระในการที่จะรักษาสิทธิตามกฎหมายลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น
เพราะเมื่อการแจกจ่ายโปรแกรมของ                                                           P2P
ไม่ผิดกฎหมายแล้วการที่จะต้องไปดาเนินการฟ้องร้องเอากับผู้ที่ดาวน์โหลดโปรแกรมที่ผิดกฎหมายไป
ซึ่งอยู่กระจายทั่วไปก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นอันมากและไม่มีหลักประกันว่าจะชนะในทุกคดี

 นอกจากนี้
คาพิพากษาของศาลสูงดังกล่าวก็เหมือนกับการเปิดทางให้กับผู้ปลอมแปลงสมัครเล่น
โดยทุกวันนี้ผู้ผลิตไฟล์  MP3           (ไฟล์เสียงประเภทหนึ่งที่ดัดแปลงจากไฟล์เพลง
ทาให้ให้ไฟล์มีขนาดเล็กสามารถจัดเก็บไว้ได้จานวนมากและสามารถดาวน์โหลดได้เร็วขึ้น)          หรือ
DivX(ไฟล์ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจาก         VCD หรือ DVDเป็นต้น เพื่อให้ใช้ดูได้ในทุกพื้นที่ ( all
zone)และสามารถดาวน์โหลดได้อย่างรวดเร็ว)ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีจานวนมาก


                 ในประเด็นนี้ ดร.               Frédéric  Sardain แสดงความเห็นไว้ว่า
แม้ในการพิจารณาคดีของศาลเนเธอร์แลนด์ดังกล่าวจะได้ความว่าโปรแกรม                      P2P
สามารถนามาใช้ประโยชน์ในกรณีตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับอสังหา
ริมทรัพย์ หรือกรณีการแลกเปลี่ยนภาพถ่ายของช่างภาพอิสระก็ตาม
แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่า ผู้ใช้โปรแกรม                                     P2P
P2P: ความท้าทายใหม่ของกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี www.lawreform.go.th (2547)    8




ส่วนมากมีวัตถุประสงค์ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนไฟล์ที่ผิดกฎหมาย
หรือไฟล์โปรแกรมที่ถอดระบบป้องกันการทาซ้าแล้ว (ซึ่งจากการนี้ทาให้ผู้ผลิตเพลง
ภาพยนตร์และโปรแกรมสูญรายได้เป็นจานวนมาก ) และหากจากสถิติข้างต้นชี้ให้เห็นว่า            P2P
เป็นต้นเหตุให้เกิดการกระทาที่ผิดกฎหมายอย่างมากมายขนาดนี้แล้ว
เราจะสามารถวินิจฉัยได้หรือไม่ว่ากรณีนี้เป็นกรณีเช่นเดียวกับ                 “ผู้สนับสนุน ”
โดยเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ให้กระทาความผิด ซึ่งตามแนวทางนี้ได้มีคาพิพากษาไว้ในกรณีของการทา
link โดยศาลไม่ได้ลงโทษในฐานกระทาความผิดปลอมแปลง แต่ลงโทษผู้ทาในฐานะผู้สนับสนุน(ดู
F.Sardain "Liens hypertextes", J.-CI. Communication., Fasc. 4730, 2003, n°23)

                   นอกจากนี้ดร.                           Frédéric                          Sardain
ยังแสดงความห่วงใยกรณีการเข้ามาดึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยผ่านโปรแกรม                       P2P ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม
ในเรื่องนี้ได้มีความพยายามที่จะยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนนี้แล้ว
และตามคาพิพากษาของ            CA District of Columbia วันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2003
ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไม่สามารถเปิดเผยชื่อของผู้ใช้บริการที่คาดว่าเป็นผู้ล้วงข้อมูล
(hacker(E.) : piratage(F.))กับ RIAA

                 ในเรื่องของโปรแกรม              P2P นี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องติดตามกันต่อไป
เพราะในปัจจุบันผู้ประกอบการได้พยายามทาทุกวิถีทางที่จะสกัดกั้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือโปรแกร
มดังกล่าว
โดยทางกฎหมายในฝรั่งเศสได้พยายามเสนอร่างกฎหมายให้การถอดระบบป้องกันการทาซ้าโปรแกรม
ออก (déplombage) เป็นการกระทาที่ผิดกฎหมาย (ในร่างกฎหมายวรรคแรกของร่างมาตรา L.331-
5) ซึ่งน่าติดตามว่าหากการถอดระบบป้องกันการทาซ้าออกแล้ว
แม้จะดาวน์โหลดโปรแกรมหรือข้อมูลต่าง ๆ ไปได้แต่จะไม่สามารถนาไปใช้งานได้
ผลการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์จะยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะในปัจจุบันแม้ระบบ
P2Pจะพบปรากฎการณ์ไวรัสระบาดในระบบ P2P และมีการออกข่าวเกี่ยวกับไวรัสในระบบ                    P2P
ก็ตามแต่จานวนผู้ใช้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจาก
เป็นวิธีที่สามารถใช้โปรแกรมได้โดยไม่ต้องซื้อนั่นเอง

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:223
posted:2/18/2010
language:Thai
pages:8
Jun Wang Jun Wang Dr
About Some of Those documents come from internet for research purpose,if you have the copyrights of one of them,tell me by mail vixychina@gmail.com.Thank you!