Docstoc

Cloud Computing _ _

Document Sample
Cloud Computing _ _  Powered By Docstoc
					Cloud Computing
Cloud Computing (การประมวลผลแบบก้อนเมฆ )คือ
การพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งคาว่าก้อนเมฆนั้นเป็นอุปมาของระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการที่มีการวาดรูประบบอินเทอร์เน็ตด้วยรูปก้อนเมฆ เป็นประจาในการอธิบายการเชื่อมต่อของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการซ่อนโครงสร้างซับซ้อนที่อยู่ภายในของระบบอินเทอร์เน็ตการประมวลผลแบบก้อนเมฆ เป็นรูปแบบของการประมวลผลที่ความสามารถในการทางานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศจะมีการจัดสรรในรูปแบบของบริการ (as a service) ทาให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ จากระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีความรู้หรือความเชี่ยวชาญหรือมีความสามารถในการควบคุมโครงสร้างทา งเทคโนโลยีที่ให้บริการแก่ผู้ใช้งาน ซึ่งข้อมูลสารสนเทศจะถูกเก็บบันทึกบนเครื่องแม่ข่ายบนระบบอินเทอร์เน็ต และมีการสารองไว้ชั่วคราวในรูปแบบของแคช (cache) บนเครื่องลูกข่ายซึ่งได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน้ตบุค อุปกรณ์พกพา โทรศัพท์มือถือ และอื่น ๆ จากคุณสมบัติในลักษณะนี้ ก็คล้ายกับการ outsourcing ทาให้บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีของ Cloud Computing ไม่จาเป็นต้องลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบสารสนเทศ โดยบริษัทผู้ใช้งานเป็นเพียงผู้เช่าใช้บริการ ซึ่งมีลักษณะการรับบริการที่เหมือนกับบริการสาธารณูปโภค การใช้งานดังกล่าวถูกเรียกว่า utility computing ทาให้บริษัทเหล่านี้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นจานวนมาก ซึ่งการประมวลผลและโปรแกรมประยุกต์ได้แบ่งไปให้บริษัทอื่นดูแล ซึ่งก็รวมไปถึงระบบข้อมูลสารสนเทศด้วย ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงสูงที่ข้อมูลจะไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง หลักการของการประมวลผลแบบCloud Computingได้มีการรวบรวม เทคโนโลยีเด่น ๆ เข้าไว้ด้วย เช่น ซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการ (Software as a Service (SaaS)) Web 2.0 และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาระบบอินเทอร์เน็ตในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น Google Apps จะให้บริการโปรแกรมประยุกต์ทั่ว ๆ ไปสาหรับการดาเนินธุรกิจแบบออนไลน์ซึ่งจะสามารถเข้าถึงได้ด้วยโปรแกรมเว็บบราวเซอร์อีกที โดยที่ข้อมูลและซอฟต์แวร์นั้นถูกเก็บอยู่บนเครื่องแม่ข่ายภายในระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งการบริการในลักษณะนี้ทาให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเหมาะอย่างมากกับแนวโน้มความนิยมของเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดเช่น netbook ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ข้อมูลเบื้องต้นในสิ่งที่ต้องพึงระวังในแง่ของความมั่งคงปลอดภัยในการใช้งานระบบ Could Computing ดังต่อไปนี้ 1) การเข้าถึงของผู้ใช้งาน ให้ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆนั้นมีกระบวนการอย่างไรในการควบคุมผู้บริหารจัด การดูแลระบบซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สาคัญ ๆ ในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ 2) การดาเนินการตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย ควรเลือกใช้บริษัทที่ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆที่มีการทาการตรวจประเมินโดยผู้ตรวจประเมินจ ากภายนอกและมีการผ่านกระบวนการรับรองมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย 3) ตาแหน่งของข้อมูล เนื่องจากในระบบการประมวลผลแบบก้อนเมฆนั้น ข้อมูลสารสนเทศ จะสามารถถูกเก็บไว้ ณ ที่ใดก็ได้ ซึ่งบริษัทผู้ใช้บริการควรทราบว่าข้อมูลของบริษัทมีการเก็บรักษาไว้ที่ใด และผู้ให้บริการก็ควรจะยึดหลักของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความเป็นส่วนตัวในแต่ละพื้นที่ด้วย 4) การแยกแยะกลุ่มข้อมูล เนื่องจากข้อมูลในก้อนเมฆนั้นมีการบันทึกในสภาพแวดล้อมที่ใช้ร่วมกันหลายบริษัท แต่ละบริษัทควรที่จะสอบถามผู้ให้บริการว่ามีวิธีการอย่างไรในการแยกกลุ่มของข้อมูลและวิธีการใดในกา รสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ข้อมูล การใช้งานเทคนิคการเข้ารหัสข้อมุลสามารถช่วยได้แต่ต้องมีการหลีกเลี่ยงปัญหาข้อมูลสูญหายเนื่องจากเ ทคนิคการเข้ารหัสด้วย 5) การเก็บกู้ข้อมูล ต้องมีการสอบถามว่าเมื่อมีข้อมูลสูญหายแล้วบริษัทผู้ให้บริการมีมาตรการอย่างไรในการเก็บกู้ข้อมูลเมื่อเ กิดปัญหา หัวใจสาคัญคือความสามารถในการเก็บกู้ข้อมูลกลับคืนได้ 100% ให้ตรวจสอบว่ามีการบันทึกข้อมูลและโปรแกรมประยุกต์สารองในหลาย ๆ สถานที่หรือไม่ 6) การสนับสนุนในแง่ของความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งบริษัทผู้ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆ ควรที่จะให้บริการสอบสวนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบันทึกข้อมูลการใช้งานระบบและข้อมูลสารสนเทศที่มีแนวโน้มที่จะกระจายยังเครื่ องแม่ข่ายหลายเครื่องและศูนย์ข้อมูลหลาย ๆ แห่ง 7) ความต่อเนื่องของบริการ ผู้ใช้งานต้องมีการพิจารณาถึงความต่อเนื่องของการให้บริการ โดยเฉพาะความมั่นคงของผู้ให้บริการ

จะเกิดอะไรขึ้นหากบริษัทที่ให้บริการข้อมูลต้องปิดกิจการไปหรือถูกซื้อไป มีมาตรการอย่างไรในการเรียกข้อมูลคืนกลับมายังบริษัท หลีกเลี่ยงผู้ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆจากบริษัทผู้ให้บริการ ที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดของความมั่นคงปลอดภัย การดาเนินการตามมาตรฐาน และความต้องการทางเทคนิคอื่น ๆ

ข้อดีของ cloud
1. Could เป็นความพยายามที่จะเพิ่ม scalability ของระบบ โดยซ่อนความยุ่งยากของการจัดการระบบไว้หลังกลุ่มเมฆ 2. Could ไม่จาเป็นต้องเป็น 3rd party เสมอไป และสามารถสร้าง could computing ใช้ในองค์กรได้เอง ถ้าบริษัทใหญ่และมีเงินมากพอ 3. สาหรับผู้พัฒนาคือ ไม่ต้องวุ่นวายกับการ scale และ load balancing หรือ distributed computing/database 4. SaaS น่าจะเป็นโมเดลทางธุรกิจ ที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบการสร้างรายได้จากซอฟต์แวร์ จากที่เดิมเป็นการขาย license กับ support/maintenance มาเป็นการขาย “บริการ” น่าจะไม่ต่างจากแนวคิด ASP (Application Service Provider) เมื่อหลายปีก่อน 5. รูปแบบรายได้ของ SaaS ที่คาดว่าน่าจะดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ ควรจะเป็น pay per use คือใช้เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น ไม่ต้องลงทุนแพงๆ ในช่วงต้น เห็นว่าดีก็ใช้บริการต่อ ไม่พอใจก็หยุดใช้ 6. ในอดีต ก่อนที่ cloud computing จะมาเป็นที่รู้จัก ASP หรือผู้ให้บริการ SaaS ต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเอง ซึ่งต้องลงทุนสูง 7. Cloud computing ทาให้ผู้ประกอบการเริ่มให้บริการ SaaS ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตัวอย่างของ Cloud computing Google Apps: บริการยอดฮิตบน Cloud Computing

สาหรับธุรกิจ SME นั้น ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่ให้บริการเป็นภาษาไทยบน Cloud Computing แล้วหลายบริการจากผู้ให้บริการหลายรายไม่ว่าจะเป็น Google Apps จาก Google Inc. โดยความร่วมมือกับ Saleforce.com และล่าสุดบริการ Software Plus Service จากไมโครซอฟท์เตรียมเปิดบริการสาหรับลูกค้าในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ด้วยเช่นกัน Google Apps คือ ตัวอย่างของ Web 2.0 ที่เป็นจุดพลิกผลันให้เกิด Cloud Computing ที่รวมแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านจุดเดียว รวมไปถึงบริการที่มีอยู่มากมาย ตั้งแต่ Search Engine, G-mail, Picasa, Google Video, Google Doc, Google Calendar, YouTube, Google Maps, Google Reader และ Blogger เป็นต้น บริการ Google Apps คือชุดผลิตภัณฑ์ที่ติดตั้งบนเว็บ เพื่อการสื่อสารและช่วยในการทางานร่วมกันที่พร้อมรองรับภาษาไทย โดยเป็นชุดแอพลิเคชันที่ติดตั้งบนเว็บ เช่น Google Talk อีเมล์ (G-mail) ภายใต้ชื่อโดเมนของผู้ใช้งานเอง เช่น yourname@yourdomain.com ปฎิทิน (Google Calendar) และเอกสาร (Google Documents) เพื่อช่วยองค์กรต่างๆ ที่ต้องการชุดเครื่องมือด้านการสื่อสารคุณภาพสูงสาหรับให้บริการแก่ผู้ใช้โดยไม่ต้องซื้อ ติดตั้ง หรือคอยบารุงรักษาด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้ยุ่งยาก ผู้ใช้สามารถจัดการข้อมูลของตนได้เองทั้งหมดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริการต่างๆ จะถูกโฮสต์ไว้ที่ Google โดยผู้ใช้ที่ได้รับการตั้งค่าจากผู้ดูแลระบบ เพียงแค่เข้าไปที่หน้าล็อกอิน (Login) ผ่านคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ ก็เข้าใช้งานระบบได้ทันที อีกทั้งบริการต่างๆ ยังออกแบบมาให้รองรับปริมาณผู้ใช้ และพื้นที่เก็บข้อมูลจานวนมากได้ ทาให้ลดค่าใช้จ่ายด้านการบารุงรักษาระบบได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ Google Apps มีบริการให้เลือก อาทิ Google Apps Standard Edition บริการฟรีสาหรับธุรกิจ กลุ่มชมรมและองค์กร หรือแม้แต่นามาประยุกต์ใช้ในครอบครัว โดยนา Google Apps มาใช้กับโดเมน และ Google Apps Premier Edition ที่คิดค่าบริการ 50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี สาหรับผู้ใช้แต่ละคน โดยตัวระบบได้ออกแบบมาให้มีความสามารถมากขึ้น ทั้งด้านการติดตั้ง การบูรณาการระบบ และการจัดเก็บข้อมูล เหมาะสาหรับธุรกิจทุกประเภท มีบริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์ ให้พื้นที่สาหรับจัดเก็บอีเมล์สูงถึง 10 กิกะไบต์ และมี API พร้อมสาหรับเชื่อมต่อ นอกจากนี้ยังมี Google Apps Education Edition: ใช้งานฟรีสาหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา พร้อมด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ

ครบถ้วนทั้งด้านการช่วยเหลือ การจัดเก็บข้อมูล และ API สาหรับงานพัฒนาต่อยอด โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ Google Apps ในประเทศไทยแล้วนับร้อยราย

ไมโครซอฟท์เตรียมส่งบริการบน Cloud Computing ลงตลาดไทยครึ่งปีหลัง ลักษณะบริการ Cloud Computing ไม่เพียงจะเป็นคู่แข่งสาคัญต่อไมโครซอฟท์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่อื่นๆ เช่น ออราเคิล และเอสเอพี ซึ่งมักสร้างรายได้จากการขายไลเซนส์การใช้งานซอฟต์แวร์ที่คิดตามการติดตั้งลงบนเครื่องแต่ละครั้ง รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ได้จากการดูแล ปรับปรุงระบบให้ในภายหลัง ดังนั้น ไมโครซอฟท์ จึงได้กระโดดเข้าสู่สมรภูมิของ Cloud Computing ด้วยการเปิดตัว Windows Azure วินโดวส์เวอร์ชั่นใหม่ที่รันบนอินเทอร์เน็ตที่ถูกหมายมั่นปั้นมือให้เป็น Cloud OS โดย Windows Azure สนับสนุนเทคโนโลยีหลักของไมโครซอฟท์เช่น .NET Framework และ Visual Studio 2008 ไมโครซอฟท์ตั้งใจให้ Windows Azure เป็นแพลตฟอร์มหรือรูปแบบมาตรฐานของเทคโนโลยี Cloud Computing เหมือนกับที่วินโดวส์โมบายล์ (Windows Mobile) เป็นแพลตฟอร์มของโปรแกรมบนโทรศัพท์มือถือ ดร.ประสบโชค ประมงกิจ ผู้อานวยการฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จากัด กล่าวว่า ไมโครซอฟท์ได้เตรียมความพร้อมการให้บริการ Cloud Computing ทั่วโลก ล่าสุดดาต้าเซ็นเตอร์ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว 5 ศูนย์ ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา

โดยศูนย์ทั้งหมดสามารถให้บริการผู้ใช้ได้ทั่วโลก สาหรับตลาดเมืองไทยนั้นมีแนวโน้มว่าจะมีบริการบน Cloud Computing ให้บริการประมาณครึ่งหลังของปี 2552 อย่างแน่นอน โดยกลุ่มเป้าหมายคือธุรกิจทุกขนาด ซึ่งการให้บริการแอพพลิเคชั่นบน Cloud Computing นับเป็นกลยุทธ์ล่าสุดของไมโครซอฟท์ที่เปลี่ยนนิยามตัวเองจากบริษัทซอฟต์แวร์ (Software Company) เป็นบริการซอฟต์แวร์และบริการ (Software Plus Service Company) ตัวอย่างบริการแอพพลิเคชั่นบน Cloud Computing ของไมโครซอฟท์ ได้แก่ ชุดซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ทั้ง Microsoft Word และ Excel รวมถึง Exchange และ Share Point ในรูปแบบออนไลน์ โดยผู้ใช้สามารถใช้งานผ่านเว็บเบราเซอร์ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมบนเครื่องพีซี ซึ่งไมโครซอฟท์คาดหวังที่จะให้บริการโปรแกรมออฟฟิศออนไลน์ชนิดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่โปรแกรมที่ทันสมัยมากที่สุดจนถึงเวอร์ชั่นธรรมดาในหลากหลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นแบบพ่วงโฆษณาไปกับตัวโปรแกรม ระบบสมาชิก และแบบมีค่าไลเซ่นส์

ความท้าทายครั้งใหม่ของซอฟต์แวร์เฮ้าส์ไทย อาจดูเป็นเหมือนปัจจัยลบต่อผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจซอฟต์แวร์จากการขายสินค้าเป็นไลเซ่นส์มาสู่การขายบริการ ซึ่งในระยะแรก Cloud Computing ถือเป็น Killer ที่จะมาทาลายระบบการขายแบบเดิมแต่ในระยะยาวจะให้ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการซอฟตแวร์ไทย เพราะ Cloud Computing เหมาะสาหรับแอพพลิเคชั่นพื้นฐานที่มีผู้ใช้จานวนมาก อาทิ Excel และ Office แต่ไม่เหมาะกับแอพพลิเคชั่นที่เป็นระบบหลักอย่าง Core Banking ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยจึงต้องปรับตัวและเร่งพัฒนาตัวเองไปสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์โดยคานึงถึงลูกค้าเป็นศู นย์กลางแทนความคิดแบบเดิมๆ ที่คิดถึงสินค้าเป็นหลัก

นอกจากนี้ในระยะยาว Cloud Computing จะมีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยในเรื่องของต้นทุนเพราะไม่ต้องลงทุนสร้างเครือข่ายในการขาย และสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เป็นโมดุลๆ ขายได้ทันที แต่สิ่งที่ต้องคานึงถึงให้มากคือบริการหลังการขาย เพราะเมื่อมีผู้ใช้บริการหันมาซื้อซอฟต์แวร์ผ่าน Cloud Computing มากขึ้น จึงต้องมั่นใจว่าสามารถให้บริการหลังการขายได้อย่างดี ในด้านผู้ใช้บริการก็จะได้ประโยชน์เพราะ Cloud Computing จะช่วยลดภาระค่าไลเซ่นส์มาสู่การจ่ายตามการใช้งานจริง


				
DOCUMENT INFO