แนวทางการออกแบบ และการบริหาร XML Schema

Document Sample
แนวทางการออกแบบ และการบริหาร XML Schema Powered By Docstoc
					กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                                                                          เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                                                                        สารบัญ

บทนา .......................................................................................................................................................2
บทที่ 1: การจาลองกระบวนการการดาเนินงาน (Business Process Modeling) ..................................6
บทที่ 2: การกาหนดชื่อรายการข้อมูล และ แบบจาลองข้อมูลของ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
         (Business Information Modeling) .........................................................................................10
  2.1 วิธีการกาหนดมาตรฐาน สร้างความสอดคล้อง และ ลดความซ้าซ้อนรายการข้อมูล
          (Data Simplification, Harmonization and Standardization) ...............................................13
  2.2 แนวทางการกาหนดชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Dictionary Entry
         Name) และ การสร้างแบบจาลองข้อมูลของเอกสาร (Data Modeling) ด้วยการใช้
         มาตรฐาน CCTS ......................................................................................................................19
บทที่ 3: กติกาการตั้งชื่อ และออกแบบโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ XML
         (XML Naming and Design Rules – NDR) ...........................................................................25
บทที่ 4: มาตรฐานทางเทคนิคเพื่อการปฏิบัติงานร่วม .........................................................................28
  4.1 หลักการเลือกมาตรฐานทางเทคนิค ........................................................................................32
  4.2 ข้อกาหนดทางเทคนิคที่เสนอให้เลือกใช้ ...............................................................................32
บทที่ 5: การบริหารจัดการ การปรับปรุง และการกากับการใช้มาตร ฐาน ..........................................35
  5.1 ความจาเป็นของกลไกการบริหารจัดการ ...............................................................................35
  5.2 กระบวนการบริหารจัดการมาตรฐาน.....................................................................................37
  5.3 โครงสร้างหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน .............................................................................40
  5.4 การบริหารความเปลี่ยนแปลง.................................................................................................43
  5.5 การกากับควบคุมของมาตรฐาน (TH e-GIF COMPLIANCE) ............................................48

ภาคผนวก ก: ข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดชุดข้อมูลร่วม
           (Core Components Technical Specification - CCTS) ................................................54
ภาคผนวก ข: การเปรียบเทียบมาตรฐานทางเทคนิค ...........................................................................58

เอกสารอ้างอิง ........................................................................................................................................68




                                                                             1
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


บทนา
             รายงานฉบับนี้ เป็นการนาเสนอเนื้อหาทางเทคนิค ของ
“แนวทางบูรณาการข้อมูลภาครัฐด้วยการสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมระหว่างระบ บ
” (TH e-GIF หรือ Thailand e-Government Interoperability Framework)
กลุ่มเป้าหมายของผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากรายงานฉบับนี้จึงเป็น “เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน”
(ผู้ปฏิบัติงานที่เข้าใจขั้นตอนธุรกรรมและเนื้อหาของเอกสารที่เกี่ยวข้อง ),
“นักวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิ จ (Business Process Analyst)”, “นักวิเคราะห์ระบบ (System
Analysis)”, “นักออกแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Data/Document Modeler)”,
“นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer)”, “วิศวกรคอมพิวเตอร์ ”, “เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ ”
และ “ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานบริหารมาตรฐาน (เช่น
เจ้าหน้าที่ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร )”
          บทที่ 1
เสนอแนะให้ใช้เครื่องมือพื้นฐานในการจาลองกระบวนการทางธุรกรรมด้วยภาพ โดยการใช้สัญลัก
ษณ์ตามรูปแบบมาตรฐานของไดอะแกรมกิจกรรม (UML Activity Diagram)
สาหรับเป็นจุดเริ่มต้นในการทาความเข้าใจ
แล้ววิเคราะห์ความต้องการในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบ
          บทแรกนีเ้ สนอแนะให้นักวิเคราะห์ กระบวนการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
นักวิเคราะห์ระบบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช้ภาพเป็นเครื่องมือสาคัญในการ สื่อสาร
และวิเคราะห์ขั้นตอนธุรกรรม
และเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างหลายหน่วยงาน
เมื่อมีผู้ที่เกี่ยวข้องจานวนและมีขั้นตอนตามเงื่อนไขที่หลากหลาย
การวิเคราะห์กระบวนการและเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยภาพจะทาให้เกิดความชัดเจน ลดความกากวม
และเพิ่มโอกาสของความสาเร็จในการนาเสนอแนวทางการลดขั้นตอน
และนาไปสู่การเสนอปรับลดรายการข้อมูล
รวมทั้งการวิเคราะห์นาเสนอความสอดคล้องของรายการข้อมูล ของเอกสารจานวนมากที่เกี่ยวข้องไ
ด้ด้วย
          บทที่ 2 ประกอบด้ว ยข้อเสนอแนะสองส่วนหลัก โดยส่วนแรกคือ
“วิธีการสร้างความสอดคล้องของรายการข้อมูล ” (Data Harmonization)
ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะขั้นตอนการดาเนินการรวบรวม วิเคราะห์
และกาหนดรายการข้อมูลของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งในบางโครงการอาจจะเกี่ยวข้องกับเอกสารฉบับเดียวหรือ หลายฉบับก็ต้องการให้มีความสอดคล้

                                            2
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


องกัน ขั้นตอนดังกล่าวนี้จาเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบบริการร่วม
และเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์ (Service Linkup หรือ One Stop Service) ด้วย ส่วนที่สอง
เป็นข้อกาหนดทางเทคนิค ที่กล่าวถึง “วิธีการจาลองแบบข้อมูลของเอกสาร (Data Modeling)” และ
กาหนดชื่อรายการข้อมูลให้เป็นมาตรฐาน โดยเสนอให้ใช้มาตรฐาน ISO 15000-5 หรือ ที่เรียกว่า
Core Component Technical Specifications (CCTS)” ซึ่งเป็นวิธีการวิเคราะห์ และ
ออกแบบโครงสร้างข้อมูลของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่เน้นความหมายในเนื้อหาข้อมูล และ
กาหนดโครงสร้างที่มีการใช้รายการข้อมูลร่วม (Core Components)
และเป็นอิสระโดยไม่ขึ้นการวิธีการสร้างระบบในรายละเอียด
การแปลงแบบจาลองข้อมูลนี้ ไปสู่รูปแบบทางเทคนิคและไวยกรณ์ต่างๆ ที่เจาะจงได้หลากหลาย
คุณสมบัติประการนี้ช่วยทาให้เกิดความสามารถในการบูรณาการข้อมูลระหว่างระบบที่มีความแตก
ต่างกันได้อย่างดี โดยแบบจาลองข้อมูล ที่สร้างขึ้นโดยมาตรฐานกลางนี้
จะถูกนาไปสร้างเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในแนวออปเจค หรือ แปลงเป็นฐานข้อมูล แบบสัมพันธ์
(Relational Database) หรือ แปลงเป็นเอกสารที่กาหนดรายละเอียดด้วย XML Schema
ก็สามารถดาเนินการได้เนื่องด้วยความหมายของข้อมูลมีความสอดคล้อง
และบูรณาการโดยการสร้างสัมพันธ์ในเชิงความหมายถึงกันได้
           กลุ่มเป้าหมายของผู้ที่จะใช้ประโยชน์ จากเนื้อหาทางเทคนิคของบทที่ 2 นี้
ในส่วนของขั้นตอนการสร้างความสอดคล้องด้านรายการข้อมูล ควรจะบทบาทหลักของ
ผู้ที่เข้าใจขั้นตอนทางธุรกิจ เช่น “เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน”
(ผู้ปฏิบัติงานที่เข้าใจขั้นตอนธุรกรรมและเนื้อหาของเอกสารที่เกี่ยวข้อง ) และ
“นักวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกรรม”
ส่วนเนื้อหาในส่วนที่สองเป็นเนื้อหาทา งเทคนิคการจาลองโครงสร้างข้อมูล ควรจะเป็นบทบาทของ
“นักออกแบบเอกสารอิ เล็กทรอนิกส์ ” และ “นักวิเคราะห์ระบบ” เป็นต้น
           บทที่ 3 เป็นมาตรฐานในการออกแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของ XML
โดยเสนอให้ ใช้กฎกติการการตั้งชื่อ และการออกแบบ XML Schema ด้วยหลักการของ XML
Naming and Design Rules (NDR)
มาตรฐานดังกล่าวนี้ได้รับการพัฒนาโดยประเทศสมาชิกสหประชาชาติผ่านทางกลุ่มความร่วมมือ
UN/CEFACT, ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและกาหนด XML Schema
ของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของทุกโครงการ ในประเทศไทย ควรจะใช้กติกา และข้อกาหนด NDR
ในการตั้งชื่อ และ ออกแบบ XML Schema
สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทที่ ต้องการแลกเปลี่ยนกันระหว่างระบบ
ข้อกาหนดดังกล่าวนี้จะช่วยให้นักออกแบบ XML Schema

                                          3
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


จากหลายหลายบริษัทหรือหลากหลายองค์กร
ทางานกันได้อย่างอิสระแต่ใช้กติกาที่เหมือนกันในการกาหนดและ ยังได้รับใช้ประโยชน์สูงสุดจาก
ความสามารถในการปฏิบัตการร่วมระหว่างระบบได้อย่างเต็มศั กยภาพมากขึ้น
            บทที่ 4 นาเสนอรายการมาตรฐานทางเทคนิค ที่ ใช้เป็นโปรโตคอลในการสื่อสาร
และแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบกับระบบอย่างอัตโนมัติ
ทั้งนี้เพื่อให้เป้าหมายในการเชื่อมโ ยงระหว่างระบบที่มีแพลทฟอร์มที่ แตกต่างกันบรรลุผล
ดังนั้นจาเป็นจะต้องมีการกาหนดให้ใช้โปรโตคอลที่เหมือนกันในการสื่อสารแบบเว็ปเซอร์วิสระห
ว่างระบบ มาตรฐานที่กาหนดให้ใช้จะต้องเป็น “มาตรฐานเปิด ”
ซึ่งเปิดเผยข้อกาหนดทางเทคนิคในรายละเอียด ส่งผลใ ห้ไม่ผูกขาดกับเวนเดอร์เจ้าใดเจ้าหนึ่ง
แต่สามารถเลือกโซลูชั่นได้จากหลากหลายบริษั ท และเกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
มาตรฐานที่เสนอเน้นการสร้าง ระบบให้มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือสูง
มีกลไกในการยืนยันตัวบุคคล และ
การกาหนดเงื่อนไขที่ควบคุมระดับการเข้าถึงข้อมูลและบริการอย่างรัดกุม
สาหรับสถานการณ์ในประเทศไทยปัจจุบัน
ในบทนี้จึงเสนอให้ ใช้เทคโนโลยีของเว็ปเซอร์วิสพื้นฐาน คือ SOAP, WSDL, UDDI, BPEL และ
เว็ปเซอร์วิสแบบที่มีความเชื่อมั่นสูง คือ WS Reliability และ ebXML Messaging Services (ebMS
หรือ ISO/DTS 15000-2) ในกรณีที่ใช้ ebMS เป็นโปรโตคอลในการสื่อสารนั้น ก็เสนอให้ใช้
ebXML Collaborative Protocol Profile and Agreement (CPP/CPA หรือ ISO/DTS 15000-1)
เพื่อกาหนดระดับของการเข้าถึงข้อมูล
ตามเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างองค์กรที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
ข้อเสนอในบทนี้ได้กาหนดโปรโตคอลที่ควรจ ะระบุไว้ในข้อกาหนดทางเทคนิค (Term of
Reference) หรือ สัญญาจ้างการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลขององค์กรของภาครัฐ
และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ในขณะที่บริษัทผู้รับพัฒนาซอฟต์แวร์และ พัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล ควรเร่งเตรียมความพร้อม
รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคให้มีขีดความสามารถในการพัฒนาระบบด้วยเทคโนโลยี ตามที่ก
ล่าวถึงในบทนี้ ด้วย
            บทที่ 5
เป็นข้อเสนอต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในฐานะหน่วยงานกลางที่จัดตั้งขึ้น
มาเพื่อการประสานและผลักดันการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบบูรณาการ ดังนั้น กระทรวงฯ
ควรจะกาหนดนโยบาย จัดเตรียมงบประมาณ และจัดตั้งหน่วยงานที่ทาหน้าที่รับผิดชอบ
ส่งเสริมและ พัฒนามาตรฐานกลาง เพื่อ การปฏิบัติงานร่วมระหว่างระบบ

                                             4
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


รวมทั้งทางานด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจ
ประสานงานและกาหนดมาตรฐานที่จาเป็นต่อการบูรณาการข้อมูล และข้อ เสนอแนะอื่นๆ
และมีนโยบายส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐ สร้างระบบบริการเว็ปเซอร์วิส
ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยรัฐด้วยกันเองและกับภาคเอกชนที่มาขอบริการ
รวมทั้งส่งเสริมให้มีการพัฒนาระะบ บริการร่วมแบบเบ็ดเสร็จ ด้วย
        กระทรวงฯ ควรจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยงานอาจทาหน้าเป็นเจ้าภาพในเชิงเนื้อหา
ส่วนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควรจะเป็นเจ้าภาพในเชิงเทคนิค
รวมทั้งเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมข้อกาหนดมาตรฐานต่างๆ ให้เป็นองค์ความรู้กลางของประเทศ
โดยการสร้างและกากับดูแล “ทะเบียบบริการเว็ปเซอร์วิสและมาตรฐานแห่งชาติ ” (National
Registry and Repository) ซึ่งจะเป็นทะเบียน และ แหล่ง รวบรวมองค์ความรู้ ข้อมูลโครงการ
และบริการเว็ปเซอร์วิสต่างๆ ของหน่วยงานราชการทั่วประเทศ เช่น ข้อมูล XML
Schema ที่ใช้ในระบบเชื่อมโยงต่างๆ, รายการข้อมูลที่เป็นมาตรฐานกลางของประเทศ , Core
Component Library, โปรโตคอลเว็ป เซอร์วิสที่ใช้ , รูปแบบการให้บริการ
มาตรฐานและข้อเสนอแนะต่างๆ กระทรวงฯ ควรจะทาหน้าที่บริหาร
และกากับควบคุมการใช้มาตรฐานให้แพร่หลาย
รวมทั้งการบริหารความเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานที่ ควรจะมีการปรับเปลี่ยนเวอร์ชั่น
มีมาตรฐานที่เพิ่มขึ้น
ให้มีขอบเขตและประโยชน์การใช้ งานที่กว้างขวางมากขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่องด้วย




                                          5
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


บทที่ 1: การจาลองกระบวนการการดาเนินงาน (Business Process Modeling)

        ในการพัฒนาระบบบริการและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐนั้น
นักวิเคราะห์ระบบต้องทาความเข้าใจความสัมพันธ์ของกระบวนการทางานในภาพรวมของหน่วยงา
นที่ต้องการบูรณาการระบบสารสนเทศเข้าด้วยกันและเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการเ
หล่านั้นแล้วอธิบายขั้นตอนและเอกสารที่ได้จากการศึกษาด้วย ภาพ และ
รายงานฉบับนี้ เสนอให้ใช้ ภาษาสัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานสากลในรูปของแผนภาพที่เรียกว่า
“ไดอะแกรมกิจกรรม” (UML Activity Diagram) เพื่ออธิบายกระบวนการ ขั้นตอน
หน่วยงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยนาเสนอด้วยภาพแสดงการเคลื่อนไหวของขั้นตอน
ดังตัวอย่างในภาพที่         1-1          นักวิเคราะห์กระบวนการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
นักวิเคราะห์ระบบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ภาพเป็นเครื่องมือสาคัญในกา รสื่อสาร
วิเคราะห์ขั้นตอนธุรกรรม
และเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างหลายหน่วยงาน
วิธีนี้การยังช่วยให้นักวิเคราะห์ระบบสามารถกาหนดขอบเขตการดาเนินงานของโครงการ พัฒนาระ
บบเชื่อมโยงได้ชัดเจนขึ้น
และยังช่วยลดความคลุมเครือในขั้นตอนกา รทางานระหว่างผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต
ลอดจนเปิดโอกาสให้มองเห็นขั้นตอนที่อาจซ้าซ้อนและควรได้รับ การปรับลดเพื่อเพิ่มประสิทธิภา
พการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย




                                           6
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                               เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




     ภาพที่ 1-1: ตัวอย่างไดอะแกรมกิจกรรม ที่ใช้อธิบายกระบวนการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
       ภาษาสัญลักษณ์ ที่ใช้ในไดอะแกรมกิจกรรมเพื่ออธิบายขั้นตอนและเอกสารของแต่ละหน่วย
งานมีดังต่อไปนี้

จุดเริ่มต้นกระบวนการ
(Initial Action)


จุดสิ้นสุดกระบวนการ
(Final Action)


จุดสิ้นสุดขั้นตอนในกระบวนการ
(Flow Final)




                                          7
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema       เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


กิจกรรม/ขั้นตอน (Action State)




เอกสาร (Document)




เงื่อนไขการตัดสินใจ
เพื่อเลือกขั้นตอนการดาเนินงาน
(Decision)


ช่องแบ่งบทบาทหน้าที่ตามความรับ
ผิดชอบ (Swimlane)




ลูกศรกากับขั้นตอนการดาเนินงาน (
Transition – Control Flow)

ลูกศรกากับการไหลของเอกสาร
(Transition – Object Flow)


การแบ่งงานออกไปหลายสาย Fork
              (Splitting of
              Control)




                                         8
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


การรอและรวมหลายสายงาน - Join
             (Synchronization
             of Control)

        การวิเคราะห์และนาเสนอกระบวนการดาเนินงานด้วยภาพสัญลักษณ์จะช่วยทาให้เกิดความ
ชัดเจนและความเข้าใจที่ตรงกันในประเด็นที่ต้องการจะระดมสมองเพื่อการอภิปรายหาทางเลือกหรื
อการวิเคราะห์ในรายละเอียด
แผนภาพที่นาเสนออาจจะแสดงกระบวนการทีใช้งาน ในปัจจุบันทั้งขั้นตอนปกติและขั้นตอนที่เป็นเ
งื่อนไขพิเศษ (เช่น การขอยกเลิก การแก้ไขเมื่อเอกสารไม่ครบ หรือ เมื่อมีความผิดพลาด ) และ/หรือ
ใช้แสดงภาพของกระบวนการใหม่ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต ของระบบสารสนเทศที่ต้องการก็
ได้ นอกจากนี้ กระบวนการที่กล่าวถึงในแผนภา พยังแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนต่างๆ
เพื่อจะนาข้อมูลไปวิเคราะห์ในรายละเอียดจะกล่าวถึงในบทต่อไป
        รายละเอียดทางเทนิคเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สัญลักษณ์มาตรฐาน UML (Unified Modeling
Language) ดูได้จากเว็ปไซต์ www.uml.org ปัจจุบันองค์การความร่วมมือที่เรียกว่า OMG (Object
Management Group) เป็นผู้กากับดูแลมาตรฐานนี้ , UML
ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางเพื่อใช้ จาลองภาพของการวิเคราะห์
ออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศทั่วโลก




                                             9
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                      เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


บทที่ 2: การกาหนดชื่อรายการข้อมูล และ แบบจาลองข้อมูลของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
         (Business Information Modeling)

         ความหลากหลายในการเรียกชื่อรายการข้อมูล และเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูล ของหน่วยงาน
ภาครัฐทาให้การบูรณาการข้อมูลภาครัฐ เป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อน
การหาข้อตกลงในการปรับลดชื่อรายการข้อมูลที่มีความหมายเหมือนกันให้ เหลือเพียงชื่อเดียวและ
สร้างความสอดคล้องกับ เงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูลของแต่ละหน่วยงานจึงเป็น มาตรการที่จาเป็นต้อง
ดาเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับการ บูรณาการระบบสารสนเทศให้สามารถให้บริการร่วมแบ
บเบ็ดเสร็จได้ในอนาคต
         ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการให้หน่วยงาน         ต่างๆ        สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
และลดปัญหาความแตกต่างของข้อมูลที่ทาให้ต่างหน่วยงานไม่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ
ข้อมูลเข้าหากันได้ หรือ
ทาได้ยากเนื่องจากต้องมีการเปรียบเทียบและแปลงข้อมูลระหว่างระบบที่ยุ่งยาก
การสร้างความสอดคล้องของชื่อรายการข้ อมูลและโครงสร้างของเอกสารที่สามารถโยงความสัมพั
นธ์กันได้จึงมีความสาคัญมากต่อการสร้า งขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่ว มกันระหว่างระบบ
อย่างอัตโนมัติ
ชื่อรายการข้อมูลและเงื่อนไขในการจัดเก็บข้อมูลที่ มีลักษณะตามที่ระบุในมาตรฐานกลางและได้รับ
การกาหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานชื่อรายการข้อมูล ของประเทศ (National Standardized
Data                                                                                      Set)
ควรจะได้รับการอนุมัติให้นาไปใช้เป็นบรรทัดฐานในการกาหนดแบบจาลองข้อมูลของเอกสาร
(Document                                        Data                                 Model)
ของระบบที่นักพัฒนาจะนาไปใช้ออกแบบโครงสร้างและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการแลกเป
ลี่ยนข้ามระบบ (XML Schema) ในขั้นต่อไป
        เนื้อหาในบทนี้นาเสนอแนวทางการทางานเพื่อให้นักวิเคราะห์ระบบ                       และ
นักออกแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์นาไป ใช้เป็นมาตรฐานกลางในการจาลองโครงสร้างข้อมูลของเ
อกสาร                                        (Data                                 Modeling)
การกาหนดชื่อรายการข้อมูล และเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูล ที่จาเป็นต่อการออกแบบโครงสร้างเอกสา
รอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีพื้นฐานบนวิธีปฏิบัติที่ เป็นมาตรฐานสากล ต่อไปนี้
     “วิธีการกาหนดมาตรฐาน สร้างความสอดคล้อง และ ลดความซ้าซ้อนรายการข้อมูล ”
       (Data Simplification, Harmonization and Standardization) –
      สาหรับการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลของอย่างน้อยสองหน่วยงาน หรือ

                                              10
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                                             เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


          สาหรับความต้องการที่นาไปสู่การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลของหลายหน่วยงาน
          และการสร้างระบบบริการร่วมแบบเบ็ดเสร็จ (Service Linkup หรือ One Stop Service)
          จาเป็นอย่างยิ่งจะต้องเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์กระบวนการและเอกสารในปัจจุบัน และ
                      ี
          ดาเนินวิธการที่จะนาไปสู่การลดขั้นตอนและสร้างความสอดคล้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้ง
          หมด – รายงานฉบับนี้เสนอให้นักวิเคราะห์ระบบ เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน
          (ผู้ปฏิบัติงานที่เข้าใจขั้นตอนธุรกรรมและเนื้อหาของเอกสารที่เกี่ยวข้อง )
          นักวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกรรม และ นักออก แบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
          ใช้วิธีการและขั้นตอนในการวิเคราะห์ และสร้างความสอดคล้องของเอกสาร
          ตามคาแนะนาของร่างข้อเสนอหมายเลข 34 ของศูนย์สหประชาชาติ
          เพื่อการอานวยความสะดวกด้านการค้าและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (UN/CEFACT)
          ที่ว่าด้วยการกาหนดมาตรฐานชื่อรายการข้อมูลด้ านการค้าระหว่างประเทศ
          (Recommendation No. 34: Recommendations on Data Rationalization and
          Standardization for International Trade) ในการรวบรวม
          และปรับลดชื่อรายการข้อมูล ที่ใช้ทั่วไปในการทาธุรกรรม
          ที่มาจากต่างเอกสารทั้งที่เป็นกระดาษและเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความสอดคล้องกัน เช่น
          รายการข้อมูลที่ มีความหมายเดียวกันในหลายเอกสาร ควรจะมีช่วยเรียกอ้างอิงที่ เหมือนกัน
          แทนที่จะมีหลายชื่อและหลากหลายนิยาม
      “เมื่อจาเป็นต้องกาหนดนิยามความหมายของชื่อรายการข้อมูล ”
       ให้อ้างอิง มาตรฐานการนิยามความหมายของชื่อรายการข้อมูล ขององค์กรมาตรฐานนานาช
       าติ ISO 11179 Part 4 -- Formulation of Data Definitions
      “เมื่อจาเป็นต้องกาหนดชื่อรายการข้อมูลใหม่ ”
       ให้ใช้มาตรฐานการกาหนดชื่อรายการข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ ขององค์กรมาตรฐานนานาชาติ
       ISO 11179 Part 5 -- Naming and Identification Principles for Data Elements และ
       ข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดข้อมูลร่วม (CCTS: Core Components Technical
       Specification, ISO/DTS 15000-5)1 ในการนาชื่อรายการข้อมูลที่ใช้ทั่วไปในการทาธุรกรรม

1
  ข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดข้อมูลร่วมเป็นมาตรฐานที่ UN/CEFACT
ได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทางในการ กาหนดชื่อรายการข้อมูลและออกแบบโค รงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างระบบสารสนเทศ ทั้งแบบที่เป็นรายรายการ
(Interactive) และแบบเป็นชุดที่รวมรายการหลายรายการไว้ด้วยกันเพื่อการประมวลผลพร้อมกันในภายหลัง (Batch)
ระหว่างระบบอิเล็ กทรอนิกส์ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งที่ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหรือผ่านโครงข่ายแบบดั้งเดิม (EDI: Electronic
Data Exchange)


                                                            11
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                                         เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


          (Business/Regulatory Terms)
          ตลอดจนเงื่อนไขการจัดเก็บที่ได้รับการกาหนดให้เป็นมาตรฐานแล้วมา กาหนดชื่อรายการ
          ข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Core Component Dictionary Entry Name)
      “การสร้างแบบจาลองข้อมูลของเอกสาร (Data Modeling) ด้วยการใช้มาตรฐาน CCTS
       (ISO/DTS 15000-5)”
       เมื่อมีรายการข้อมูลและเอกสารที่ พร้อมพิจารณาเพื่อ จะแลกเปลี่ยนกันทางอิเล็กทรอนิก ส์แ
       ล้ว ขั้นตอนที่เสนอให้เป็นมาตรฐานในการดาเนินการขั้นสาคัญ ขั้นถัดไป คือ
       การสร้างแบบจาลองข้อมูลของเอกสาร (Data Modeling) ด้วยหลักการสากลที่ เรียกว่า
       “Core Component Technical Specification” (CCTS หรือ คือมาตรฐาน ISO/DTS 15000-5)
       หลักการดังกล่าวนี้ จะช่วยสร้า งความสอดคล้องของข้อมูลในเนื้อเอกสาร ที่หลากหลายโดย
       จะต้องมีการใช้รายการข้อมูลร่วม (Core Components)
       และต้องมีโครงสร้างในเชิงความหมาย (Semantics)
       ที่พร้อมที่จะนาไปสร้างระบบสารสนเทศได้หลากหลายอย่างอิสระ คือ
       อาจจะนาโครงสร้างแบบจาลองเอกสารที่ออกแบบโดยวิธีเดียวกั นนี้ไปแปลงเป็น XML
       Schema หรือ นาไปพัฒนาโปรแกรมเชิงออปเจค (Object-oriented programming) หรือ
       นาไปสร้างระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database)
       ได้โดยไม่มีปัญหาแม้จะมีโครงสร้างทางไวยกรณ์ระหว่างระบบที่แตกต่างกัน
       แต่เนื้อหาของข้อมูลยังคงความหมาย (Semantics) เดียวกันอย่างสอดคล้อง
                   นักสร้างแบบจาลองข้อมูล และนักวิเคระห์
       ควรถูกกาหนดให้ใช้ ข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดชุดข้อมูลร่วม เป็นแนวทางในการอ
       อกแบบโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Document Data Modeling)
       โดยยึดข้อกาหนดทางเทคนิคในการกาหนดข้อมู ลร่วม (CCTS: Core Components
       Technical Specification, ISO/DTS 15000-5)
       ในการนาชื่อรายการข้อมูลที่ใช้ทั่วไปในการทาธุรกรรม (Business/Regulatory Terms)
       ตลอดจนเงื่อนไขการจัดเก็บที่ ได้รับการกาหนดให้เป็น มาตรฐานแล้วมากาหนดชื่อรายการ
       ข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิ กส์ (Core Component Dictionary Entry Name)

  แนวทางการสร้างมาตรฐานให้นิยามของชื่อรายการข้อมูล (Semantic Standardization) ที่สอดคล้องกับ ISO 11179
ขององค์กรมาตรฐานนานาชาติ และโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดข้อมูลร่วมที่ไม่ขึ้นกับรู
ปแบบของข้อมูลที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน (Syntax-Neutral) ทาให้ข้อปฏิบัตินี้เป็นมาตรฐานที่ยืดหยุ่น
สามารถตอบสนองการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบสารสนเทศที่มีรูปแบบข้อมูลที่ใช้ในการแลกเปลี่ย น (Syntax)
เหมือนกันหรือต่างกันได้อีกด้วย


                                                         12
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                   เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




   2.1 วิธีการกาหนดมาตรฐาน สร้างความสอดคล้อง และ ลดความซ้าซ้อนรายการข้อมูล
       (Data Simplification, Harmonization and Standardization)
            หลังจากที่มีการศึกษากระบวนการและขั้นตอนการดาเนินงาน
   ในภาพรวมของหน่วยงานที่ต้องการบู รณาการระบบสารสนเทศเข้าด้วยกัน และจาลองผลที่ได้จ
   ากการศึกษาให้อยู่ในรูปของแผนภาพ (Business Process Modeling)
   จะช่วยทาให้นักสร้างแบบจาลองเอกสาร
   และนักวิเคราะห์ระบบสามารถสรุปรายการเอกสารทั้งหมด
   ทั้งที่เป็นกระดาษและเป็นอิเล็กทรอนิกส์
   ที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการที่กาลังพิจารณาเหล่านั้นได้
            เมื่อรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องแล้ว
   ให้นักวิเคราะห์ระบบรวบรวมชื่อรายการข้อมูลทั้งหมดในเอกสารเหล่านั้น เพื่อนามาวิเคราะห์ เป
   รียบเทียบ ทบทวนความหมายและลักษณะข้อมูลของแต่ละรายการข้อมูลให้ชัดเจน
   พิจารณาความเหมือนและความแตกต่างแล้วเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างรายการข้อมูลที่สัม
   พันธ์กัน
   หาโอกาสปรับลดชื่อรายการข้อมูล ที่ซ้าซ้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการที่อาจจะอยู่ในหลายเอก
   สาร และเรียกชื่อแตกต่างกัน การดาเนินดังกล่าวนี้จะต้องให้ความสาคัญกับการหารือ
   พิจารณาความถูกต้องเหมาะสม และ
   หาข้อสรุปร่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างทั่วถึงและรอบคอบ
   เป้าหมายสาคัญก็คือ
   การพิจารณากาหนดชื่อรายการข้อมูลและความหมายที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานที่สอดคล้อง
   และเข้าใจตรงกันระหว่างหน่วยงานและ ระหว่างระบบ นั่นเอง
            รายงานฉบับนี้ เสนอให้ใช้ วิธีการดาเนินก ารเพื่อ พิจารณากาหนดชื่อมาตรฐาน
   สร้างความสอดคล้อง และลดความซ้าซ้อนของรายการข้อมูล
   ตามขั้นตอนที่เสนอในอยู่ใน ร่างข้อเสนอหมายเลข 34
   ที่ว่าด้วยการกาหนดมาตรฐานชื่อรายการข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ
   ซึ่งเสนอแนะแนวทางวิธีการดาเนินการ 4 ขั้นตอนหลัก
   ที่สามารถประยุกต์ใช้กับงานเอกสารทั้งของทางราชการและทางธุรกิจ ดัง ต่อไปนี้


          2.1.1 ขั้นตอน การรวบรวมชื่อรายการข้อมูล

                                           13
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                           เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




                 ให้รวบรวมชื่อรายการข้อมูลจากเอกสารที่เป็นกระดาษและเอกสารที่เป็นอิเล็กท
          รอนิกส์และใส่ลงในตาราง (Spreadsheet)
          ตามรายหน่วยงานที่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาที่กาหนด พร้อมรายละเอียดอย่างน้อย
          ดังต่อไปนี้
                ชื่อรายการข้อมูล

                ที่มาของชื่อรายการข้อมูล (ชื่อเอกสาร/ชื่อขั้นตอน/ชื่อกระบวนการ)

                ที่มาของข้อมูล (ผู้ให้ข้อมูล หรือ ระบบที่ใช้ )

                สิทธิ์ในการจัดเก็บหรือดูข้อมูลตามที่กฎหมายอนุญาต

                  (เพื่อช่วยในการพิจารณาประเด็นทางกฎหมาย หรือ กฎระ เบียบที่เกี่ยวข้อง)
          2.1.2 ขั้นตอน การนิยามชื่อรายการข้อมูล
                 ให้นิยามชื่อรายการข้อมูลที่ได้ประมวลไว้
          โดยเพิ่มรายละเอียดที่ระบุด้านล่างในตารางที่จัดทาไว้เดิม
          โดยระบุรายละเอียดอย่างน้อย ดัง ต่อไปนี้
                คาอธิบายรายการข้อมูล

                ลักษณะของข้อมูล (ตัวอักษร (A), ตัวเลข (N) หรือ ทั้งตัวอักษรและตัวเลข(AN))

                การใช้รหัสข้อมูล (ถ้ามี ตามที่ ได้รับการกาหนดให้ใช้ในหน่วยงาน ทั้งที่เป็ น

                   มาตรฐานสากลและไม่เป็นมาตรฐานสากล )
                ประเภทของข้อมูลที่สอดคล้องกับแนวทางการจาแนกข้อมูล ตามมาตรฐานสา

                   กลที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาเปรียบเทียบในเบื้องต้น
                   กับมาตรฐานที่นาเสนอให้พิจารณา คือ ISO 7372, United Nations Trade Data
                   Elements Directory (UNTDED 2005)
                   ที่แบ่งประเภทของข้อมูลในเบื้องต้นออกเป็น 9 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ (ให้พิจารณา
                   เฉพาะรายการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง)
                    กลุ่มที่ 1: กลุ่มข้อมูลเอกสารอ้างอิง (Documentation references)

                    กลุ่มที่ 2: กลุ่มข้อมูลวัน เวลา ช่วงเวลา (Dates, times, period of time)

                    กลุ่มที่ 3: กลุ่มข้อมูลผู้เกี่ยวข้อง ที่อยู่ สถานที่ ประเทศ (Parties, addresses,

                        places, countries)
                    กลุ่มที่ 4: กลุ่มข้อมูลเงื่อนไข สัญญา คาสั่ง (Clauses, conditions, terms,

                        instructions)


                                               14
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                       เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                     กลุ่มที่ 5: กลุ่มข้อมูลจานวน ค่าบริการ ร้อยละ (Amounts, charges,
                      percentages)
                     กลุ่มที่ 6: กลุ่มข้อมูลมาตราวัด ปริมาณ รหัส (Measures, quantities,
                      identifiers)
                     กลุ่มที่ 7: กลุ่มข้อมูลสินค้า (Goods and articles)
                     กลุ่มที่ 8: กลุ่มข้อมูลขนส่ง อุปกรณ์ (Transport modes, means,
                      equipment)
                     กลุ่มที่ 9: กลุ่มข้อมูลประเภทอื่นๆ (Other data elements)



          2.1.3 ขั้อนตอน การวิเคราะห์ชื่อรายการข้อมูล
                 ให้นาชื่อรายการข้อมูลที่รวบรวมจากทุกเอกสารพร้อม “คาอธิบายความหมาย”
          และ “ที่มาของชื่อรายการข้อมูลนั้นๆ”
          ให้อยู่ในตารางเดี ยวกันแล้ววิเคราะห์ชื่อรายการข้อมูลและระบุชื่อรายการข้อมูลที่มีชื่อเ
          รียกต่างกันแต่มีความหมายเหมือนกันและที่สามารถลดรูปหรือตัดทิ้งได้
          2.1.4 ขั้นตอน การหารือ หาข้อเสรุป และ กาหนดชื่อรายการข้อมูล มาตรฐาน
                  หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
          ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าของข้อมูลหรือเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากรายการข้อมูล
          ที่กาลังพิจารณา และ
          คัวแทนจากหน่วยภาคเอกชนที่เป็นผู้ใช้หรือที่เป็นผู้พัฒนาระบบที่เกี่ย วข้อง
          และดาเนินกลไกที่ จะรวบรวมความคิดเห็นและหาข้อสรุปในการกาหนด
          “ชื่อรายการข้อมูล มาตรฐาน”
          โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการข้อมูลที่ มีชื่อเรียกต่างกันแต่มีความหมายเหมือนกัน
          หรือที่เดิมอาจจะมีความหมายที่ไม่เหมือนกัน ให้เหมือนกัน
                  เช่น
          กรณีตัวอย่างเอกสารที่เกี่ยวกับการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ ที่ใช้คาศัพท์หลาก
          หลายในการเรียกสถานที่ ที่มีการขนถ่ายสินค้าจากยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง
          ครอบคลุมท่าเรือ ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ หรือสถานที่อื่นๆ ที่มีกา รขนถ่ายสินค้า
          คาศัพท์ที่ใช้ในเอกสารต่างแบบฟอร์ม มักมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น Port of Unloading,
          Port of Unlading, Discharge Port, Airport of Discharge


                                             15
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


          แต่ชื่อเรียกที่หลากหลายดังกล่าวหมายถึงสิ่งเดียวกั น เป็นต้น ดังนั้น
          ควรจะมีการหาข้อสรุปนิยามความหมายของคาเหล่านั้นให้เหมือนและสอดคล้องกัน
          และ ให้ทุกหน่วยงานและทุกระบบที่เกี่ยวข้องเข้าใจในเชิงความหมาย (Semantics)
          ให้ตรงกันว่าหมายถึงเนื้อหาของข้อมูลเรื่องเดียวกัน เป็นต้น

                  แนวทางแรกที่ควรพิจารณาดาเนินการในขั้นตอนนี้ คือ
          สืบค้นมาตรฐานสากลจากหน่วยงาน มาตรฐานต่างๆ ที่ได้มีการหารือ
          และสรุปด้วยกลไกที่เปิดกว้าง
          ในการกาหนดชื่อรายการข้อมูลและเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้ว ลดรูปของ
          ชื่อรายการข้อมูลที่ได้รวบรวมจาก 3 ขั้นตอนแรก
          ให้สอดคล้องกับชื่อรายการข้อมูล ตามมาตรฐานนั้น
          ทั้งนี้ในส่วนที่เป็นความหมายของชื่อรายการข้อมูล ให้เริ่มดาเนินการจากภาษาอังกฤษ
          แล้วแปลให้เป็นภาษาไทยในภายหลัง

                   ตัวอย่างชื่อรายการข้อมูลที่ได้รับการจัดทาให้เป็นมาตรฐานสากลแล้ว อาทิ
          ชื่อรายการข้อมูลที่เกี่ยวกับงานด้านการนาเข้าและการส่งออกสินค้า (WCO Data Set)
          ที่จัดทาโดยองค์การศุลกากรโลก (WCO: World Customs Organization)
          และชื่อรายการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ
          (United Nations Trade Data Directory – UNTDED 1993, ISO 7372:1993)
          ที่ประสานงานการจัดทาจากหน่วยงานที่เกี่ย วข้องทั่วโลกผ่านทางคณะกรรมาธิการสห
          ประชาชาติด้านเศรษฐกิจแห่งยุโรป (UNECE: United Nations Economic Commission
          for Europe)

                   การกาหนดให้ใช้ชื่อรายการข้อมูลตามมาตรฐาน รายการข้อมูลที่เกี่ยวกับงานด้
          านการนาเข้าและการส่งออกสินค้า (WCO Data Set) ที่จัดทาโดยองค์การศุลกากรโลก
          จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการปรับลดชื่อรายการข้อมูลที่ใช้เรียก
          จากตัวอย่างคาว่า“สถานที่ที่มีการขนถ่ายสินค้าจากยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง
          ครอบคลุมท่าเรือ ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ หรือสถานที่อื่นๆ ที่มีการขนถ่ายสินค้า ”
          จากชื่อเรียกในหลายเอกสารว่าเป็น Port of Unloading, Port of Unlading, Discharge
          Port, Airport of Discharge สามารถลดเหลือเพียงชื่อเดียว คือ Place of Discharge
          (โดยเปรียบเทียบและอ้างอิงกับ มาตรฐานรายการข้อมูลของ WCO ID 079) เป็นต้น

                                           16
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




                    ทั้งนี้ ชื่อรายการข้อมูลรวมทั้ง รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
          ความหมายของชื่อรายการข้อมูลและเงื่อนไขในการจัดเก็บข้อมูล
          ที่ได้รับการปรับลดรูปตามมาตรฐานสากลและความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          แล้ว ควรได้รับการพิจารณาโดย คณะกรรมการกากับมาตรฐาน (TH e-GIF Steering
          Committee) (ที่เสนอให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร จั ดตั้งขึ้น
          ตามเนื้อหาในบทที่ 5) คณะกรรมการฯ ชุดนี้
          โดยความร่วมมือกับ หน่วยกากับมาตรฐานของกระทรวงฯ
          และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรผลักดันให้มีการหารือ
          รวบรวมข้อคิดเห็นจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในวงกว้างมากที่สุด
          และมีการกลั่นกรองนาเสนอ
          โดยอาจจะผ่านทางการจัดตั้งและทางานของคณะทางานทางเทคนิค
          (ที่มีตัวแทนของหน่วนงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันทางานในเบื้องต้นก่อน )
          และการทาประชาพิจารณ์ผ่านกระบวนการเปิด
          เพื่อให้มีการกาหนดและประกาศให้รายการข้อมูลชุดใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน
          ชื่อรายการข้อมูล เพื่อการแลกเปลี่ยนของประเทศ (National Standardized Data Set)
          รายการข้อมูล มาตรฐานที่กาหนดนี้จะได้ถูกนาไปกาหนดโครงสร้างข้อมูลสาหรับเอก
          สารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการเชื่อมโยงระหว่างระบบ ที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจัง ต่อไป

                    ในกรณีที่สืบค้นแล้วคาดว่า ไม่มีมาตรฐานสากลเกี่ยวข้องกับชื่อ รายการข้อมูล
          ที่ต้องการ
          รายงานนี้เสนอให้หน่วยงานที่มีความจาเป็นต้องใช้ชื่อข้อมูลนั้นเสนอชื่อรายการข้อมูล
          ที่ต้องการพร้อมรายละเอียด ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
          ความหมายของชื่อรายการข้อมูลและเงื่อนไขในการจัดเก็บข้อมูล
          ไปยังคณะกรรมการกากับมาตรฐาน เพื่อผ่านกลไกการกลั่นกรอง
          และพิจารณาบรรจุชื่อรายการข้อมูลดังกล่าวลงในมาตรฐานชื่อรายการข้อมูล ของประเ
          ทศ ทั้งนี้ ชื่อรายการข้อมูล ใหม่และรายละเอียดที่เป็นภาษาอังกฤษให้ใช้ตัวสะกดตาม
          Oxford English Dictionary
          และนิยามความหมายของชื่อรายการข้อมูลตามข้อเสนอแนะ ISO 11179 (Part 4 --
          Formulation of Data Definitions)



                                            17
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                   กติกาการนิยามความหมายของชื่อรายการข้อมูล ใหม่ตามข้อเสนอแนะของ
          ISO 11179 Part 4 ระบุว่านิยามของชื่อ รายการข้อมูล “ต้อง” มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
          1. ไม่ซ้ากันเพื่อรักษาบริบทเฉพาะของชื่อรายการข้อมูลนั้นๆ (Be unique)
          2. ได้รับการอธิบายให้อยู่ในรูปเอกพจน์เท่านั้น
             นอกจากสาระของคานิยามนั้นสะท้อนความเป็นพหูพจน์ (Be stated in the
             singular)
          3. แสดงสิ่งที่เป็นสาระของชื่อรายการข้อมูลนั้น และนาเสนอในเชิงบอกเล่า (State
             what the concept is, not only what it is not)
          4. อยู่ในรูปวลีหรือประโยคที่สื่อความหมาย
             จะเป็นเพียงคาที่มีความหมายเหมือนกันหรือกลุ่มคาไม่ได้ (Be stated as a
             descriptive phrase or sentence(s))
          5. หลีกเลี่ยงการใช้คาย่อ นอกจากคาย่อที่ใช้และเข้าใจกันอย่างแพร่หลายเท่านั้น
             (Contain only commonly understood abbreviations)
          6. ต้องไม่มีคานิยามของชื่อรายการข้อมูลและสา ระอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
             แต่ถ้าจาเป็นต้องใส่ ให้ใส่เป็นหมายเหตุข้างท้ายคานิยามหลัก (Be expressed
             without embedding definitions of other data elements or underlying concepts)
                   การนิยามความหมายของชื่อรายการข้อมูล ตามข้อเสนอแนะของ ISO 11179
          Part 4 ระบุว่าคานิยามของชื่อรายการข้อมูล “ควร” มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
          1. สะท้อนนัยสาคัญของชื่อรายการข้อมูลนั้น (State the essential meaning of the
             concept)
          2. มีความชัดเจน ไม่กากวม (Be precise and unambiguous)
          3. มีเนื้อหากระชับและรัดกุม (Be concise)
          4. อ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้ องตีความเพิ่มเติม (Be able to stand alone)
          5. ไม่มีการขยายความเพิ่มในประเด็นด้านหลักการและเหตุผล การนาไปใช้งาน
             บริบททางธุรกิจ หรือข้อมูลของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง (Be expressed without
             embedding rationale, functional usage, domain information, or procedural
             information)
          6. ใช้คาและโครงสร้างทางตรรกะที่มีความสอดคล้องกับชื่อรายการข้อมูลที่มีความห
             มายสอดคล้องกัน (Use the same terminology and consistent logical structure for
             related definitions)



                                            18
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                               เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


   2.2 แนวทางการกาหนดชื่อรายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Dictionary Entry Name)
       และ การสร้างแบบจาลองข้อมูลของเอกสาร (Data Modeling) ด้วยการใช้มาตรฐาน CCTS

           การกาหนดโครงสร้าง หรือ แบบจาลองข้อมูลของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Data
   Modeling)
   เป็นขั้นตอนสาคัญที่มีผลกระทบอย่างมากต่อขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทร
   อนิกส์และการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างระบบสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานที่ต่าง
   กัน
   เพื่อตอบสนองการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบสารสนเทศที่มีรูปแบบข้อมูลที่ใช้ในการแลกเ
   ปลี่ยน (Syntax) ที่เหมือนกันหรือต่างกันได้
   แนวทางการบูรณาการข้อมูลภาครัฐเสนอให้นัก ออกแบบข้อมูล
   และนักพัฒนาระบบกาหนดกาหนดโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยการใช้ มาตรฐาน
   ISO/DTS 15000-5 ว่าด้วยข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดชุดข้อมูลร่วม (CCTS: Core
   Components Technical Specification – Part 8 of the ebXML Framework)
   หลักการและข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดชุดข้อ มูลร่วม (Core Components Technical
   Specification - CCTS) มีรายละเอียดเพิ่มเติม ในภาคผนวก ก และ
   ข้อกาหนดรายละเอียดศึกษาจาก http://www.unece.org/cefact/ebxml/CCTS_V2-01_Final.pdf




                                         19
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                   เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




          เมื่อได้มาตรฐานชื่อรายการข้อมูลของประเทศ (Standardized National Data Set –
   Business Terms) หรือ มีการกาหนดรายการข้อมูลที่ต้องการแลกเปลี่ยนกันระหว่างระบบ
   รวมทั้งมีนิยามความหมาย และเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูล ของชื่อรายการข้อมูล แต่ละรายการแล้ว
   ขั้นตอนต่อไปก็คือ ให้นักวิเคราะห์ระบบกาหนดชื่อรายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
   (Core Component Dictionary Entry Name) แนวทางที่ควรพิจารณาดาเนินการสรุปเป็นข้อๆ
   ดังนี้
        2.2.1 ให้นักวิเคราะห์ระบบสืบค้นมาตรฐานสากลที่ กาหนดชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอก
              สารอิเล็กทรอนิกส์ที่ “มี”
              บริบททางธุรกิจหรือบริบทของการนาไปใช้งานสัมพันธ์กับระบบสารสนเทศที่ต้อ
              งการพัฒนา (Catalogue of Business Information Entity)
              มาตรฐานที่สืบค้นได้ต้องมีหลักการกาหนดชื่อ รายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็ก
              ทรอนิกส์ตามมาตรฐาน ISO 11179 Part 5 -- Naming and Identification
              Principles for Data Elements
              และกฎการตั้งชื่อรายการข้อมูลที่ระบุไว้ใน ข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดข้อ
              มูลร่วม (CCTS: Core Components Technical Specification) เท่านั้น อาทิ
              ชื่อรายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Dictionary Entry Name)
              ที่ปรากฏใน United Nations electronic Trade Documents (UNeDocs) หรือ
              ชื่อรายการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุ รกรรมการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ
              (United Nations Trade Data Directory – UNTDED 1993, ISO 7372:1993)
        2.2.2 ในกรณีที่พบชื่อรายการข้อมูลหลัก (ABIE: Aggregate Business Information
              Entities) ที่มีความหมายและมีเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูลเหมือนกัน
              ให้นักวิเคราะห์ระบบกาหนดชื่อรายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์โดยอ้
              างอิงกับมาตรฐานนั้น
        2.2.3 ในกรณีที่พบชื่อรายการข้อมูล หลักที่มีความหมายและมีเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูลใ
              กล้เคียงกับที่กาหนดไว้ เดิม
              ให้นักวิเคราะห์ระบบเสนอสิ่งที่ต้องการให้มีการปรับแก้
              ไปยังคณะกรรมการกากับมาตรฐาน
              เพื่อให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาดาเนินการประสานงานกับองค์กรสากลที่เ
              ป็นผู้กาหนดมาตรฐานเพื่อให้องค์กรนั้นพิจารณาความเหมาะสมในการปรับแก้ต่อ


                                           20
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


              ไป
              ทั้งนี้หากองค์กรสากลที่ผู้กาหนดมาตรฐานพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่ควรปรับแก้
              ให้นักวิเคราะห์ระบบกาหนดกาหนดชื่อรายการข้อมูล หลักสาหรับเอกสารอิเล็กทร
              อนิกส์ตามมาตรฐานเดิม
        2.2.4 หากไม่พบชื่อรายการข้อมูล หลักที่มีความหมายและมีเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูลที่ต้
              องการในมาตรฐานสากลที่ กาหนดชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
              ที่ “มี”
              บริบททางธุรกิจหรือบริบทของการนาไปใช้งานมาเกี่ยวข้องที่สัมพั นธ์กับระบบสา
              รสนเทศที่ต้องการพัฒนา (Catalogue of Business Information Entity)
              ให้นักวิเคราะห์ระบบสืบค้นชื่อรายการข้อมูลที่ยังไม่มีบริบททางธุรกิจมาเกี่ยวข้อง
              จากมาตรฐานชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (UN/CEFACT Core
              Component Library) ที่จัดทาโดย ศูนย์สหประชาชาติ
              เพื่อการอานวยความสะดวกด้านการค้าและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
              (UN/CEFACT) แล้วอาจนามาใส่บริบททางธุรกิจ (Qualifier)
              ตามกฎการตั้งชื่อรายการข้อมูลที่ระบุไว้ใน ข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดข้อ
              มูลร่วม (CCTS: Core Components Technical Specification)
        2.2.5 ในกรณีที่ไม่พบชื่อรายการข้อมูลที่ต้องการในมาตรฐานชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอ
              กสารอิเล็กทรอนิกส์ (UN/CEFACT Core Component Library) ที่จัดทาโดย
              ศูนย์สหประชาชาติ
              เพื่อการอานวยความสะดวกด้านการค้าและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
              (UN/CEFACT)
              ให้นักวิเคราะห์ระบบกาหนดชื่อ รายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
              (Dictionary Entry Name)
              ขึ้นมาเองตามหลักการการกาหนดชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
              (Naming and Convention) ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 11179 Part 5
              แล้วให้นักวิเคราะห์ ระบบเสนอสิ่งที่ต้องการให้มีการเพิ่มเติม
              ไปยังคณะกรรมการกากับมาตรฐานเพื่อให้คณะกรรมการฯ
              ดังกล่าวพิจารณาดาเนินการประสานงานกับองค์กรสากลที่เป็นผู้กาหนดมาตรฐาน
              เพื่อให้องค์กรนั้นพิจารณาความเหมาะสมในการดาเนินการต่อไป



                                            21
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


              สาระสาคัญของหลักการการกาหนดชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิก
              ส์ (Naming and Convention) มีดังต่อไปนี้
                  ให้ชื่อรายการข้อมูล มีบริบทเฉพาะและไม่ซ้ากับชื่อ รายการข้อมูล อื่น
                  ให้ชื่อรายการข้อมูลอยู่ในรูปเอกพจน์เท่านั้น
                    นอกจากสาระของคานิยามนั้นสะท้อนความเป็นพหูพจน์
                  ให้ชื่อรายการข้อมูล เป็นตัวอักษรเท่านั้น
                  ให้หลีกเลี่ยงการใช้คาย่อ
                  ให้ใช้นิยามความหมายของชื่อรายการข้อมูลเป็นบรรทัดฐานในการกาหนด
                    ชื่อรายการข้อมูล กล่าวคือ
                    คาที่ปรากฏในชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีต้องมาจาก
                    นิยามของชื่อรายการข้อมูลนั้น


           นิยามของชื่อรายการข้อมูล             ชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิก
                 (Definition)                                       ส์
       A code specifying the postcode of                (Dictionary Entry Name)
                                                        Address. Postcode. Code
                 this address.

                                            Object Term                      Representation Term
                                                   Property Term



             ภาพที่ 2-1: ตัวอย่างการกาหนดชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิ เล็กทรอนิกส์



                 ให้ชื่อรายการข้อมูลประกอบด้วยข้อมูล 3 ส่วน (Tripartite Name)
                     ตามตัวอย่างในภาพที่ 2-1 ดังนี้
                      ส่วนที่ 1 คือ ส่วนของเนื้อหาข้อมูล (Object Class Term)
                        ที่แสดงเนื้อหาหลักของชื่อรายการข้อมูลนั้น เช่น Address
                      ส่วนที่ 2 คือ ส่วนของคุณสมบัติเฉพาะ (Property Term)
                        ที่แสดงคุณลักษณะเฉพาะด้านของเนื้อหาหลักของชื่อรายการข้อมูลนั้น
                        และเป็นข้อมูลที่ต้องปรากฏในคานิยามของชื่อรายการข้อมูล เช่น
                        Postcode
                      ส่วนที่ 3 คือ ส่วนลักษณะข้อมูล (Representation Term)
                        ที่แสดงลักษณะของข้อมูล เช่น Code

                                           22
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                               เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                           ให้แยกส่วนประกอบของชื่อรายการข้อมูลออกจากกันด้วย “จุด” และ
                            “การเว้นวรรค” แต่ในกรณีที่ส่วนประกอบของชื่อรายการข้อมูลมีมากกว่า 1
                            คา ให้แยกคาเหล่านั้นด้วย “การเว้นวรรค”
                           ในกรณีที่ต้องการเพิ่มบริบททางธุรกิจ (Qualifier)
                            ให้แต่ละส่วนของชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์สามารถ
                            ทาได้โดยนาไปไว้ข้างหน้าส่วนของชื่อรายการข้อมูลที่ต้องการ
                            แล้วขั้นด้วยขีดล่าง (_) เช่น
                            Credit_Payment Card. New_Expiration. Date ดังตัวอย่างในภาพที่ 2-2




                            ภาพที่ 2-2: ตัวอย่างการต้องการเพิ่มบริบททางธุรกิจ (Qualifier) ให้
                                      ชื่อรายการข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิ กส์


          เนื่องจากการกาหนดโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Document Data Model)
เป็นอีกขั้นตอนสาคัญที่มีผลกระทบอย่างมากต่อขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอ
นิกส์และการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างระบบสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานที่ต่างกั น
แนวทางการบูรณาการข้อมูลภาครัฐ จึงเสนอให้นักพัฒนาระบบ กาหนดโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอ
นิกส์ ที่มีวิธีปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO/DTS 15000-5
ว่าด้วยข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดชุดข้อมูลร่วม (CCTS: Core Components Technical
Specification – Part 8 of the ebXML Framework)2 (อธิบายขั้นตอนเพิ่มเติมในภาคผนวก ก )

2
    รายละเอียดในภาคผนวก


                                                      23
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                 เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


ขั้นตอนทางเทคนิคในรายละเอียดนี้
จะเป็นแนวทางให้นักวิเคราะห์ระบบใช้ในการออกแบบโครงสร้างข้อมูลของเอกสารในลักษษณะข
องออปเจคโดยเน้นความหมายของข้อมูล (Semantics Data Modeling) และ
สามารถที่จะนาไปพัฒนาโปรแกรม หรือ โครงสร้างทางกายภาพใน รายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ
ได้อย่างอิสระ
แต่ยังคงขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมระหว่างระบบที่แ ตกต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไ
ป
        นักวิเคราะห์ระบบ โปรแกรมเมอร์ นักไอที และบริษัทไอที ควรจะต้อง มีความรู้
และความสามารถในการวิเคราะห์และสร้างแบบจาลองเอกสารด้วยข้อกา หนดทางเทคนิคของ
CCTS นี้ โดยศึกษาเพิ่มเติมจาก http://www.unece.org/cefact/ebxml/CCTS_V2-01_Final.pdf
เป็นต้น
        ส่วนเทคนิคในการแปลง แบบจาลองข้อมูลเอกสารให้เป็น XML Schema
จะอธิบายกติกาที่กาหนดให้ใช้เป็นมาตรฐานประเทสในบทต่อไป




                                           24
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                                      เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




บทที่ 3: กติกาการตั้งชื่อ และออกแบบโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ XML
         (XML Naming and Design Rules – NDR)

         บทนี้ นาเสนอมาตรฐานในการออกแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของ XML
โดยเสนอให้ใช้กฎกติการการตั้งชื่ อ และการออกแบบ XML Schema ด้วยหลักการของ XML
Naming and Design Rules (NDR) 3 ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและกาหนด XML Schema
ของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของทุกโครงการในประเทศไทย ควรจะใช้กติกา และข้อกาหนด NDR
ในการตั้งชื่อ และ ออกแบบ XML Schema
สาหรับเอกสารอิเล็ กทรอนิกส์ทุกประเภทที่ต้องการแลกเปลี่ยนกันระหว่างระบบ
ข้อกาหนดดังกล่าวนี้จะช่วยให้นักออกแบบ XML Schema
จากหลายหลายบริษัทหรือหลากหลายองค์กร
แต่ใช้กติการ่วมที่เหมือนกันในการกาหนดและใช้ประโยชน์สูงสุดจากความสามารถในการ บรูณา
เชื่อมโยง และ ปฏิบัติการร่วมระหว่างระบบได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้น ในอนาคตด้วย

           การออกแบบโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้ามระบบ ในรูปแบบ
ของเอกซ์เอ็มแอล (XML Schema)
เป็นขั้นตอนสาคัญที่มีผลกระทบอย่างมากต่อขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิก
ส์และการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างระบบสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานที่ต่างกัน
ทั้งที่ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหรือผ่านโครงข่ายแบบดั้งเดิม (EDI: Electronic Data Interchange)

        หลังจากที่มีการสร้าง “แบบจาลองข้อมูลของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ด้วยหลักการของ
CCTS” ตามคาแนะนาในบทที่ 2 แล้ว ขั้นตอนต่อไปเมื่อต้องการเอกสารในไวยกรณ์ของ XML
รายงานฉบับนี้เสนอให้ใช้กติกาการออกแบบและตั้งชื่อ XML Schema ด้วยกติกาของ NDR
กติกาดังกล่าวนี้จะช่วยตอบสนองการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบสารสนเทศ ได้

        ข้อกาหนดทางเทคนิคของ XML Naming and Design Rules
จะอธิบายหลักการพอสังเขปในลาดับต่อไปนี้ ส่วนเนื้อหาใน รายละเอียดศึกษาได้จากที่
www.disa.org/cefact-
groups/atg/downloads/XML%20Naming%20And%20Design%20Rules%20V2.0.pdf

3
    มาตรฐานดังกล่าวนี้ ได้รับการพัฒนาโดยประเทศสมาชิกสหประชาชาติผ่านทางกลุ่มความร่วมมือ UN/CEFACT –
    www.unece.org/cefact


                                                        25
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                   เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




หลักการแปลงชื่อรายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Core Component Dictionary
Entry Name) ให้เป็นโครงสร้างและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้ามระบบ (XML
Schema) มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
    1. Component ที่เป็นประเภท Association Business Information Entity (ASBIE) หรือ
       Aggregate Core Component (ACC) เช่น Person. Details
       ให้กาหนดเป็นชนิดข้อมูลแบบโครงสร้างภายในที่ประกอบด้วยข้อมูลที่ ซับซ้อน Complex
       types ใน XML
   2. ข้อมูลที่เป็น Properties เช่น Basic Core Component (BCC), Association Core Component
      (ASCC), Basic Business Information Entity (BBIE), Association Business Information
      Entity (ASBIE) เช่น Person. Name. Text เมื่อแปลงเป็นเอกสาร XML
      แล้วจะถูกกาหนดให้เป็น Element ต่างๆ อยู่ในเอกสาร XML
   3. ส่วนชนิดข้อมูล (Data type) เช่น Text, Date และ Address
      จะถูกนามากาหนดเป็นชนิดข้อมูล (Data type) ตามแต่ชนิดของข้อมูลในเอกสาร XML




         การออกแบบโครงสร้าง XML Schema                     การกาหนดชื่อในเอกสาร XML

        ภาพที่ 3-1: แสดงตัวอย่างการนาชื่อรายการข้อมูล สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
                        มาแปลงเป็นเอกสารในรูปแบบเอกซ์เอ็มแอล

ข้อกาหนดชนิดข้อมูลใน Dictionary ไปจัดทาข้อกาหนดชื่อรายการข้อมูล ในเอกสาร XML
       1. ตัดชื่อที่มีความซ้าซ้อนกันออก เช่น Identification. Identifier
       2. ลบจุด เว้นวรรค และ ขีดเส้นใต้ ออก
       3. เปลี่ยนคาจาก Details เป็น Type ในเอกสาร XML
       4. ถ้าชนิดข้อมูล (Data type) เป็น Text ให้ตัดคาว่า Text ออก
       5. ถ้าชนิดข้อมูล (Data type) เป็น Identifier ให้ใช้ ID แทน

                                           26
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


       7. เอาชื่อคลาสที่นาหน้า Properties ออก เหลือแต่ชื่อ properties
       8. นาโครงสร้างของคลาสที่ได้มาเขียน XML Schema




         ภาพที่ 3-2: ตัวอย่าง XML Schema บางส่วนที่ได้จาก Core Components Model

จากรูปมีการกาหนดรูปแบบคลาส (Class) ชื่อ Person โดยคาอธิบายรูปแบบเอกสารต่างๆ
ในลักษณะของ Business Information Entity (BIE) ซึ่งประกอบด้วยคุณสมบัติ (Properties)
ของข้อมูลใน Class ดังนี้คือ Name, BirhtDate, ResidenceAddress และ OfficialAddress ตามลาดับ
โดย property ชื่อ Name มี ชนิดข้อมูล (Data Type) คือ Text เป็นต้น
         ข้อกาหนดของ NDR ดังกล่าวนี้จะช่วยให้นักออกแบบ XML Schema
จากหลายหลายบริษัทหรือหลากหลายองค์กร
ได้ใช้กติกาที่เหมือนกันในการกาหนดและใช้ประโยชน์สูงสุดจากความสามารถในการปฏิบัตการร่
วมระหว่างระบบได้อย่างเต็มศักยภาพมา กขึ้น




                                             27
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


บทที่ 4: มาตรฐานทางเทคนิคเพื่อการปฏิบัติงานร่วม

        เนื้อหาในบทนี้นาเสนอรายการมาตรฐานทางเทคนิค
ที่กาหนดให้ใช้เป็นโปรโตคอลในการสื่อสาร
และแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบกับระบบอย่างอัตโนมัติ
ข้อเสนอที่นาเสนอนี้หน่วนงานภาครัฐควรนา ไปเขียนเป็นข้อกาหนดทางเทคนิค
เพื่อดาเนินการจัดจ้างบริษัทที่จะคัดเลือกเข้ามาพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือ
หน่วยงานไอทีนาข้อกาหนดนี้ไปพัฒนาระบบของหน่วยงานเอง
         ทั้งนี้เพื่อให้เป้าหมายในการเชื่อมโยงระหว่างระบบที่มีแพลทฟอร์มที่แตกต่างกันเป็นได้
ดังนั้น
จาเป็นจะต้องมี การกาหนดให้ใช้โปรโตคอลกลางที่เหมือนกันในการสื่อสารแบบเว็ปเซอร์วิสระหว่
างระบบ โดยจะต้องเป็นโปรโตคอล “มาตรฐานเปิด”
ซึ่งหมายถึงมาตรฐานที่เปิดเผยข้อกาหนดทางเทคนิคในรายละเอียดซึ่งทาให้ไม่ผูกขาดกับเวนเดอร์ ห
รือบริษัทผู้พัฒนาระบบเจ้าใดเจ้าหนึ่ง แต่สามารถเลือกโซลูชั่ นได้จากหลากหลายบริษัท
ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
มาตรฐานที่เสนอเน้นการสร้างระบบให้มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือสูง
มีกลไกในการยืนยันตัวบุคคล และ
การกาหนดเงื่อนไขที่ควบคุมระดับการเข้าถึงข้อมูลและบริการอย่างรัดกุม
สาหรับสถานการณ์ในประเทศไทยปัจจุบัน
ในบทนี้จึงเสนอให้ใช้เทคโนโลยีของเว็ปเซอร์วิสพื้นฐาน คือ SOAP, WSDL, UDDI, BPEL และ
สาหรับเว็ปเซอร์วิสแบบที่ ต้องการความปลอดภัย และความเชื่อมั่นสูง สาหรับระบบที่ซับซ้อน
เสนอโปรโตคอลสื่อสารที่ให้เลือกใช้ คือ WS Reliability หรือ ebXML Messaging Services (ebMS
หรือ ISO/DTS 15000-2) ในกรณีที่ใช้ ebMS เป็นโปรโตคอลในการสื่อสารนั้น ก็เสนอให้ใช้
ebXML Collaborative Protocol Profile and Agreement ประกอบด้วย (CPP/CPA หรือ ISO/DTS
15000-1) เพื่อกาหนดระดับของการเข้าถึงข้อมูล
ตามเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างองค์กรที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
ข้อเสนอในบทนี้ได้กาหนดโปรโตคอลที่ควรจะร ะบุไว้ในข้อกาหนดทางเทคนิค (Term of
Reference) หรือ สัญญาจ้างการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลขององค์กรของภาครัฐ
และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่บริษัทผู้รับพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบแ ลกเปลี่ยนข้อมูล
ควรเร่งเตรียมความพร้อม



                                            28
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                             เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคให้มีขีดความสามารถในการพัฒนาระบบด้วยเทคโนโลยีตามที่ก
ล่าวถึงในบทนี้




                                         29
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                      เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


      การดาเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์กรในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างร
วดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนเอ กสารระหว่างหน่วยงานอย่างอัตโนมัติทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่
างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเองหรือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคธุรกิจ เช่น
การแลกเปลี่ยนเอกสาร ที่เกี่ยวกับข้ อมูลการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
เอกสารใบรับรองใบอนุญาตต่างๆ และ
การแลกเปลี่ยนเอกสารทางราชการระหว่างระบ บสารบรรณอิเล็กทรอนกิส์ เป็นต้น
การแลกเปลี่ยนทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างระบบที่มีแพลทฟอร์มที่แตกต่างกัน
จาเป็นต้องอาศัยมาตรฐานทางข้อมูลและทางเทคนิค
ซึ่งเนื้อหาในบทนี้จะกล่างถึงหลักการการเลือก และ
รายการมาตรฐานเทคนิคที่เสนอให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทส และ การสื่อ สาร
นาไปประกาศใช้เป็นข้อกาหนดของประเทศ

        การทาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนอกจากจะได้ประโยชน์ในด้านการ
  แลกเปลี่ยนเอกสารทางธุรกิจแล้ว ยังได้ประโยชน์ในแง่ของการลดต้นทุนการดาเนินการ
  การเพิ่มประสิทธิภาพในการดาเนินธุรกิจ
  ความคล่องตัวและความรวดเร็วในการดาเนินงานอีกด้วย
  ในที่นี้จะกล่าวถึงเทคโนโลยีเว็บเซอร์วิสเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้บริการอิเล็กทรอนิก
  ส์ดังภาพที่ 4-1
           ภาพที่ 4-1 แสดงตัวอย่างขั้นตอนการทางานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลของ 2
หน่วยงานคือหน่วยงานผู้ให้บริการและหน่วยงานผู้ใช้บริการ
ตามคาอธิบายขั้นตอนในรายละเอียดมีดังนี้




                                              30
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                      เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




                ภาพที่ 4-1: ขั้นตอนการทางานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลของ 2 หน่วยงาน
     ขั้นที่ 1 หน่วยงานผู้ให้บริการพัฒนาระบบหรือบริการที่เป็นเว็บเซอร์วิส (Web Services)4
      ของหน่วยงานตนเองขึ้นมา
     ขั้นที่ 2 หน่วยงานผู้ให้บ ริการทาการลงทะเบียนบริการเว็บเซอร์วิส (Web Services)
      ลงในระบบข้อมูลกลางสาหรับการค้นหาข้อมูลเว็บเซอร์วิสที่เรียกว่ายูดีดีไอ (UDDI)
      โดยการบันทึกคาอธิบายโครงสร้างหน่วยงาน,
      ชื่อและรายละเอียดบริการเว็บเซอร์วิสที่เปิดให้ใช้งาน , เอกสารขั้นตอนขอใช้บริการ เป็นต้น
     ขั้นที่ 3 เมื่อหน่วยงานผู้ใช้บริการต้องการที่จะสืบค้นหาบริการจะทาการค้นหาบริการต่างๆ
      ที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ในระบบ ยูดีดีไอ (UDDI)
      โดยระบบยูดีดีไอจะแสดงข้อมูลกลับมายังหน่วยงานผู้ใช้บริการเป็นเอกสารที่อธิบายการใช้ง
      านโปรแกรมด้วยภาษาดับบิวเอสดีแอล (WSDL)
     ขั้นที่ 4
      เมื่อหน่วยงานผู้ใช้บริการได้พบระบบหรือบริการที่ต้องการจะนาไฟล์ดับบิวเอสดีแอล
      (WSDL) ไปเรียนรู้วิธีการเรียกใช้ผ่านระบบของตน
     ขั้นที่ 5
      หน่วยงานผู้ใช้บริการทาการติดต่อและเรียกใช้ระบบหรือบริการจากหน่วยงานผู้ให้บริการ
      ซึ่งมีแลกเปลี่ยนเอกสาร เอกซ์เอ็มแอล (XML) ระหว่าง 2 หน่วยงาน
      โดยตรงผ่านช่องทางการสื่อสารข้อมูลโซพโปรโตคอล (SOAP Protocol) ในระบบของตน




                                             31
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                              เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


4.1 หลักการเลือกมาตรฐานทางเทคนิค
             หลักการพิจารณาว่าควรจะเลือกกาหนดทางเทคนิคด้านไหนบ้างให้เป็นมาตรฐานกล
       างของประเทศ ควรจะมีแนวทางสาคัญ ดังนี้
       1. เลือกเทคโนโลยีที่ใช้ “มาตรฐานเปิด” ซึ่งมีรายละเอียดทางเทคนิคที่เปิดเผย
          และทางานข้ามแพลทฟอร์ม โดยสามารถเชื่อมต่อกันระหว่างระบบที่แตกต่างได้
          โดยไม่ถูกผูกขาดด้วยผลิตภัณฑ์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
       2. เลือกใช้เทคโนโลยีไม่หลากหลายมากเกินไปจนทาให้มีต้นทุนบารุงรักษาสูง
          เนื่องจากต้องมีหลายระบบ และ หลายรูปแบบในการแปลงข้อมูล
       3. รองรับการทางานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
       4. มีระบบรักษาความปลอดภัย และ มีความแน่นอนในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
       5. เทคโนโลยีที่มีแนวโน้มการพัฒนา ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

        หลักการข้างต้นนามาใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาเสนอข้อกาหนดทางเทคนิคให้ เลือ
 กใช้ ดังที่จะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไปนี้

       4.2 ข้อกาหนดทางเทคนิคที่เสนอให้เลือกใช้
             การแลกเปลี่ยนข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
       ระหว่างหน่วยงานจะต้องมีการกาหนดมาตรฐานทางเทคนิคเพื่อการสื่อสารและเรียกใช้บริ
       การอิเล็กทรอนิกส์อย่างอัตโนมัติ
       แต่ละหน่วยงานควรใช้มาตรฐานกลางนี้ร่วมกันในการใช้เป็นข้อกาหนดทางเทคนิคของระ
       บบที่จะพัฒนาขึ้นต่อไปในอนาคต
       ข้อกาหนดทางเทคนิคพื้นฐานที่เสนอให้เลือกใช้ มีทั้งแบบรองรับและสนับสนุน
       โดยการรองรับหมายถึงการกาหนดให้มีความสามารถนั้นๆ
       ส่วนการสนับสนุนหมายถึงเปิดให้เป็นทางเลือก ดังต่อไปนี้

       1. รองรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบเอกสารเอกซ์เอ็มแอล (XML: Extensible
          Markup Language) และกาหนดโครงสร้างเอกสารด้วยเอกซ์เอ็มแอลสกีมม่า (XML
          Schema)
       2. สนันสนุนการแปลงข้อมูลเอกซ์เอ็มแอลโดยใช้เทคโนโลยีเอกซ์เอสแอล (XSL:
          Extensible Stylesheet Language)



                                         32
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                   เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


       3. สนับสนุนการอธิบายข้อมู ลด้วยอาร์ดีเอฟ (RDF: Resource Description Framework)
           (ถ้าต้องการ)
       4. สนับสนุนการรวบรวมเนื้อหาข้อมูลด้วยเทคโนโลยีอาร์เอสเอส (RSS: RDF Site
           Summary) เวอร์ชั่น 1.0 ขึ้นไปหรืออาร์เอสเอส (RSS: Really Simple Syndication)
           เวอร์ชั่น 2.0 ขึ้นไป (ถ้าต้องการ)
       5. รองรับการใช้เทคโนโลยีโซป (SOAP) เวอร์ชั่น 1.1
           ขึ้นไปในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
           แต่ในกรณีที่ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบ ebXML
           และให้มีความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือระดับสูง เสนอให้ ใช้เทคโนโลยี ebXML
           Messaging Service เวอร์ชั่น 2.0 (เรียกโดยย่อว่า ebMS หรือ ISO 15000-2)
           เป็นโปโตคอลในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
       6. ในกรณีที่เลือกใช้ ebMS เป็นโปรโตคอลในการสื่อสารนั้น ก็เสนอให้ใช้ ebXML
           Collaborative Protocol Profile and Agreement ประกอบด้วย (CPP/CPA หรือ ISO
           15000-1) เพื่อกาหนดระดับของการเข้าถึ งข้อมูล
           ตามเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างองค์กรที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิ
           กส์
       7. รองรับการสร้างดับบิวเอสดีแอล (WSDL) เวอร์ชั่น 1.1 ขึ้นไป
           เพื่อใช้สาหรับการอธิบายลักษณะข้อมูลและบริการของผู้ให้บริการและผู้เรียกใช้บริกา
           รสามารถนาไปพัฒนาระบบเพื่อเรียกใช้ บริการได้
       8. รองรับการลงทะเบียนและค้นหาบริการในระบบรับลงทะเบียนบริการ UDDI เวอร์ชั่น
           2.0 ขึ้นไป
       9. สนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระหว่างการแลกเปลี่ยนตามมาตรฐาน
           WS-Security เวอร์ชั่น 1.0 ขึ้นไป
       10. สนับสนุนการรักษาความปลอดภัยในระบบ Transport-level ตามมาตรฐาน SSL
           เวอร์ชั่น 2.0 ขึ้นไป หรือ TLS เวอร์ชั่น 1.0 ขึ้นไป
       11. สนับสนุนการเข้ารหัสและถอดรหัสในรูปแบบกุญแจส่วนตัวที่เหมือนกัน Symmetric
           encryption algorithms ตามมาตรฐาน DES (Data Encryption Standard) หรือ 3DES
           (comparatively harder to break) หรือ AES (comparatively harder to break)
       12. สนับสนุนการเข้ารหัสและถอดรหัสในรูปแบบกุญแจที่ต่างกัน ตามมาตรฐาน RSA
           (Rivest, Shamir and Adleman)



                                           33
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


       13. สนับสนุนการยืนยันตัวบุคคลด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature
           Algorithms) ตามมาตรฐาน DSA (Digital Signature Algorithm) หรือ RSA (Rivest,
           Shamir and Adleman)
       14. สนับสนุนการเข้ารหัสและถอดรหัสโดยวิธีการแฮชชิ่ง (Hashing algorithms for digital
           signature) ตามมาตรฐาน SHA-1 หรือ MD5
       15. รองรับการรับส่งข้อมูลด้วยเทคโนโลยีเอชทีเอ็มแอล (HTML: Hyper Text Markup
           Language) เวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไป หรือเอ็กเอชทีเอ็มแอล (XHTML: Extensible Hyper
           Text Markup Language) เวอร์ชั่น 1.0 ขึ้นไป
       16. สนับสนุนการส่งข้อมูลด้วยเทคโนโลยีเอสเอ็มทีพี (SMTP: Simple Mail Transfer
           Protocol) สาหรับการส่งข้อมูลผ่านอีเมล์ และการรับข้อมูลด้วยเทคโนโลยีป๊อป
           (POP3: Post Office Protocol version 3) หรือไอแมป (IMAP: Internet Message
           Access Protocol) สาหรับการรับข้อมูลผ่านอีเมล์




                                           34
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


บทที่ 5: การบริหารจัดการ การปรับปรุง และการกากับการใช้มาตรฐาน

      เนื้อหาในบทนี้เป็น ข้อเสนอต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะหน่วยงา
นกลางที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อการประสานและผลักดันการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบบูรณาการ
ดังนั้นกระทรวงฯ ควรจะกาหนดนโยบาย จัดเตรียมงบประมาณ
และจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ส่งเสริมและ
พัฒนามาตรฐานกลางเพื่อการปฏิบัติงานร่วมระหว่างระบบ
รวมทั้งทางานด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจ
ประสานงานและกาหนดมาตรฐานที่จาเป็นต่อการบูรณาการข้อมูล และข้อเสนอแนะอื่นๆ
ในการส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐสร้างระบบเว็ปเซอร์วิส
ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยรัฐด้วยกันเองและกับภาคเอกชนที่มาขอบริการ
รวมทั้งส่งเสริมให้มีการพัฒนาระ ะบบริการร่วมแบบเบ็ดเสร็จ ด้วย โดยกระทรวงฯ
ควรจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
      หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยงานอาจทาหน้าเป็นเจ้าภาพในเชิงเนื้อหา
ส่วนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควรจะเป็นเจ้าภาพในเชิงเทคนิค
รวมทั้งเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมข้อกาหนดมาตรฐานต่างๆ ให้เป็นองค์ความรู้กลางของประเทศ
โดยการสร้างและกากับดูแล “ทะเบียบบริการเว็ปเซอร์วิสและมาตรฐานแห่งชาติ ” (National
Registry and Repository) ซึ่งจะเป็นทะเบียน และ แหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ข้อมูลโครงการ
และบริการเว็ปเซอร์วิสต่างๆ ของหน่วยงานราชการทั่วประเทศ เช่น ข้อมูล XML
Schema ที่ใช้ในระบบเชื่อมโยงต่างๆ, รายการข้อมูลที่เป็นมาตรฐานกลางของประเทศ , Core
Component Library, โปรโตคอลเว็ปเซอร์วิสที่ใช้ , รูปแบบการให้บริการ
มาตรฐานและข้อเสนอแนะต่างๆ กระทรวงฯ ควรจะ ทาหน้าที่บริหาร
และกากับควบคุมการใช้มาตรฐานให้แพร่หลาย
รวมทั้งการบริหารความเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานที่ควรจะมีการปรับเปลี่ยนเวอร์ชั่น
มีมาตรฐานที่เพิ่มขึ้น
ให้มีขอบเขตและประโยชน์การใช้งานที่กว้างขวางมากขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่องด้วย

5.1 ความจาเป็นของกลไกการบริหารจัดการ
      การบริหารจัดการมาตรฐานข้อมูล
และมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลสาหรับการสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่วม
เป็นกุญแจสาคัญในการส่งเสริมการพัฒนาระบบเชื่อมโยงสารสนเทศและการสื่อสารระหว่างหน่วย


                                          35
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                        เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


งานภาครัฐ ภาคประชาชน และธุรกิจภายในประเทศ
รวมถึงการเชื่อมโยงกับนานาประเทศในอนาคตด้วย เนื่อ งจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจานวนมาก
จานวนระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลและ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่จะได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานร่วม
นี้จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
และเทคโนโลยีสื่อสารสาหรับการแลกเปลี่ยนเซอร์วิสก็จะมีการปรับปรุงขึ้นไปเรื่อยๆ
ในอนาคตได้เช่นกัน

       กระบวนการที่ใช้ ในการพัฒนาและบริหารจัดการมาตรฐานนี้ต้องได้รับความร่วมมือ
และมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นภาพธรรมและชัดเจนนั้น
รัฐบาลผ่านทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทสและการสื่อสาร ควรเป็นผู้รับผิดชอบ
และสนับสนุนการพัฒนา                  และส่งเสริมให้ ใช้มาตรฐานที่จัดทาขึ้นนี้ให้กว้างขวางมากขึ้น
และให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานนานาชาติด้วย
โดยมีเป้าหมายให้มาตรฐานนี้ ช่วยจัดระเบียบและสร้างขีดความสามารถเชื่อมโยงข้ามหน่วยงาน
ช่วยส่งเสริม ให้มาตรฐานนี้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วย

     ดังนั้น
กลไกการบริหารจัดการที่เหมาะสมสาหรับใช้ใ นการพัฒนาและบริหารจัดการมาตรฐานที่จะใช้ร่วม
กันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างความมั่นใจในกระบวนการตรวจสอบ ทบทวน
และปรับปรุงมาตรฐานให้ทันสมัยอยู่เสมอ นับเป็นองค์ประกอบจาเป็นที่สาคัญของ TH e-GIF
กลไกการบริหารที่กล่าวถึงนี้ควรมีคุณลักษณะที่สาคัญ ดั งนี้

      มีความยืดหยุ่นที่สามารถรองรับการเปลี่ ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เช่น
       การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
      สามารถบริหารจัดการประสานและติดตามมาตรฐานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น
       ข้อตกลงด้านคุณลักษณะเฉพาะทางธุรกิจ หรือคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค
       โดยการควบคุมและบริหารจัดการผ่านกลุ่มความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจ
       หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิค
      มีกลไกในการให้คาปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีประสิทธิภาพ
       โดยการจัดให้มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้คาปรึกษา เพื่อบริหารจัดการมาตรฐานต่างๆ
       ที่เกี่ยวข้อง เนื่          องจากการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติต่างๆ ในอนาคตนั้น



                                               36
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                      เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


     มีผลกระทบอย่างมากต่อหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงประชาชน และองค์กรธุรกิจต่างๆ
     ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐ


5.2 กระบวนการบริหารจัดการมาตรฐาน
       ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
มาตรฐานเป็นเอกสารที่ควรมีวิวัฒนาการและปรับปรุงให้ดีขึ้ นอย่างต่อเนื่องดังนี้
กระบวนการในการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานจึงควรดาเนินการในลักษณะเป็นวงจรที่มีการวนร
อบและเพิ่มพูนให้มีความครอบคลุมมากขึ้นเป็นระยะด้วยเช่นกัน
การบริหารจัดการและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
รวมถึงการบริหารการเปลี่ ยนแปลงสาหรับมาตรฐานต่างๆ เป็นสิ่งสาคัญ
และจาเป็นต้องมีวิธีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
ดังที่ได้แสดงแนวคิดกระบวนการบริหารมาตรฐาน ไว้ในภาพที่ 4-1




                       ภาพที่ 4-1: แนวคิดกระบวนการบริหารจัดการมาตรฐาน

       ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบดังต่ อไปนี้

       5.2.1 คณะกรรมการกากับมาตรฐาน และ หน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน
              โดยการจัดตั้งหน่วยงาน และ มีการตั้งคณะกรรมการกากับดูแลมาตรฐาน

               โดยได้การสนับสนุนโดยเจ้าหน้าที่เต็มเวลา ในการทางานประสานงาน


                                             37
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                  พัฒนาและร่วมพัฒนา ปรับปรุงมาตรฐาน ให้ความรู้ความเข้าใจ
                  และส่งเสริมการใช้ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิก
                  ส์ระหว่างระบบ เช่น
                    มาตรฐานและชื่อรายการข้อมูล และความหมายของข้อมูล
                    มาตรฐานภาพการจาลองแบบข้อมูล และโครงสร้างเอกสาร
                    กฎกติกาในการตั้งชื่อ และการออกแบบโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
                        XML Schema (XML Naming and Design Rules)
                    โครงสร้างเอกสาร XML (XML Schema)
                        ข้อมูลและชื่อธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้อง
                    มาตรฐานทางเทคนิคในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
                 จัดสร้างและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดูแล
                  จัดเก็บและเผยแพร่มาตรฐานที่กาหนด
                 เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน
                  จัดทาข้อเสนอและสนับสนุนการของบประมาณในการดาเนินงานโครงการขอ
                  งภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบ
                 ประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานโครงการของภาครัฐที่เกี่ย
                  วข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ร ะหว่างระบบ
                 ดูแลและกากับการพัฒนาให้ดาเนินการตามแนวนโยบาย
                  และข้อกาหนดพื้นฐานทางเทคนิคที่กาหนด
                 รายงานผลการดาเนินงานให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสา
                  รทราบเป็นระยะ
                 ให้คาปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

       5.2.2 คณะทางานจัดทาข้อกาหนดโครงสร้างเอกสารเอ็กซ์เอ็มแ อล
             (Data Modeling & XML Schema Working Group)
              เป็นคณะทางานที่คัดเลือกมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้าน
                ที่จาเป็นต่อการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานทั้งความรู้ในด้านเนื้อหาการประยุ
                กต์ใช้ กฎหมายและระเบียบต่างๆ
                รวมถึงความรู้ในด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบจาลองข้อมูล (Data


                                            38
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                 Model) และออกแบบโครงสร้างเอกสารเอ็กซ์เอ็มแอล (XML Schema)
                 โดยคณะทางานชุดนี้จัดตั้งขึ้นโดยหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน

       5.2.3 หน่วยงานภาครัฐ
              ให้การสนับสนุนในการนามาตรฐานไปใช้และให้ความร่วมมือในการพัฒนาแ

               ละปรับปรุงมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
              จัดทาแผนการพัฒนาระบบในองค์กร ให้สอดคล้องสัมพันธ์กับ TH e-GIF

              จาแนกผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งในส่วนของลูกค้าและภายในองค์กรเอง

              ทางานร่วมกับผู้ใช้งานระบบ

               ในการดาเนินงานโครงการพัฒนาระบบซึ่งเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลแ
               ละบริการอิเล็กทรอนิ กส์ระหว่างระบบ
              พัฒนาและปรับปรุงกรบวนการทางาน

               เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการและลดต้นทุนการดาเนินงาน
              แต่งตั้งบุคลากรที่สามารถวิเคราะห์ผลกระทบซึ่งเกิดจากคาขอปรับปรุงเปลี่ยน

               แปลง และสามารถตอบสนองได้ในเวลาที่เหมาะสม
              จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการ ดาเนินงาน



       5.2.4 ภาคเอกชน
              ร่วมพิจารณานโยบาย และคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ต่างๆ TH e-GIF

               ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ
              ร่วมพิจารณาและให้คาปรึกษาผ่านกระบวนการเสนอให้ความเห็น (Request

               for Comments - RFC) และ กระบวนการให้เสนอข้อเสนอโครงการ (Request
               for Proposal’s - RFP) ในขั้นตอนของการขอความคิดเห็น
              แนะนานวัตกรรมทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี

               เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของ TH e-GIF
              เข้าร่วมในคณะทางานต่างๆ ของ TH e-GIF



       5.2.5 ภาคประชาชน
              ร่วมให้คาแนะนา และข้อเสนอแนะ ทั้งทางด้านนวัตกรรม และด้านการบริการ

               เพื่อช่วยปรับปรุงการเข้าถึงข้ อมูล และพัฒนาการให้บริการ



                                          39
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


5.3 โครงสร้างหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน
      การสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบสารสน
เทศ และการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ทาให้มาตรฐานที่กาหนดขึ้นต้องได้รับการดูแลรักษาและปรับปรุงในระดับประเทศ
และข้อมูลบางรายการในมาตรฐานยังมีความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
การดูแลรักษาและปรับปรุงในระดับระหว่างประเทศต้องคานึงถึงเช่นกัน

       การดาเนินการข้างต้นจะสมบูรณ์ได้ จาเป็นต้องมีหน่วยงานที่ได้รับการจัดตั้งจาก     รัฐบาล
โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เป็น              “หน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน ”
หรือ อาจเรียกว่า                                                 “สาหนักงานมาตรฐานไอที ”
ซึ่งอาจจะทางานเป็นสานักงานเลข านุการของคณะกรรมการกากับดูแลมาตรฐานซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือ ตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี ภารกิจหลัก ดังนี้
          เป็นผู้ประสานการพัฒนา รวบรวม

            ดูแลและปรับปรุงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างร
            ะบบ เช่น
              มาตรฐานชื่อรายการข้อมูล และความหมาย
              มาตรฐานแบบจาลองข้อมูล และโครงสร้างของเอกสาร
              กติกาในการตั้งชื่อ และการออกแบบโครงสร้างเอกสารเอ็กซ์เอ็มแอล (XML
                  Naming and Design Rules)
              มาตรฐานเทคนิคในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
          จัดสร้างและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรวบรวม

            จัดเก็บและเผยแพร่มาตรฐานที่กาหนด
          เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน

                                                                     ่
            จัดทาข้อเสนอและเร่งรัดการดาเนินงานโครงการของภาครัฐทีเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ย
            นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบ
          ประสานงานกับหน่วยงานที่ดาเนินงานโครงการภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

            กับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบ
          ดูแลและกากับการพัฒนา ให้เป็นไปตามแนวนโยบาย และข้อกาหนดพื้นฐานของ TH

            e-GIF
          ให้คาปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน




                                             40
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                        เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


         นอกจากนี้ ยังทาการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีเยี่ยม (Best
practice) ของนานาประเทศอย่ างสม่าเสมอ
โดยหน่วยงานนี้ควรจะเชิญตัวแทนจากหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเ
ป็นคณะทางาน โดยมีโครงสร้ างหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

         ภาพที่ 4-2 เสนอโครงสร้างแบบหนึ่ง
ซึ่งยึดหลักการที่จะต้องมี หน่วยงานเจ้าภาพที่ได้รับหน้าที่ ทรัพยากร งบประมาณ และ
บุคลากรที่เพียงพอ และเน้นประสานความร่วมมือโดยมีกลไกหารือ ขอความคิดเห็น และ
ขอสรุปจากหน่วยราชการ และเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่า งเป็นระบบ




                           ภาพที่ 4-2 โครงสร้างหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน

        โดยแต่ละฝ่ายมีบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
        5.3.1 คณะกรรมการกากับดูแลมาตรฐาน
               เป็นผู้กาหนดนโยบายการดาเนินงานของหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน

               อนุมัติให้ความเห็นชอบมาตรฐานที่ดาเนินการโดยคณะทางานกาหนด โครงสร้า

                 งเอกสาร Data Modeling, XML Schema และ/หรือ
                 มาตรฐานต่างๆก่อนทาการเผยแพร่และใช้งาน


                                              41
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                               เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




       5.3.2 สานักงานเลขานุการคณะกรรมการกากับดูแลมาตรฐาน
              เป็นหน่วยงานที่บทบาทหน้าที่ งบประมาณ ทรัพยากร และ บุคคลกรที่เพียงพอ

               มีความรู้ ความชานาญ
               และเป็นผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและจั ดทาเอกสารมาตรฐานต่างๆ และ
               ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
              รับผิดชอบจัดตั้ง หรือ รับรองคณะทางานกาหนดโครงสร้างเอกสาร Data

               Modeling, XML Schema หรือ มาตรฐานอื่นๆ โดยช่วยในการคัดเลือกสมาชิก
               และช่วยให้คาแนะนาปรึกษาในด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้อ งกับการออกแบบและจัด
               ทาเอกสารมาตรฐาน
              จัดทาคู่มือ หรือแนวทางการทางานให้ กับคณะทางานฯ ที่เกี่ยวข้อง

              กากับและควบคุมคุณภาพ

               และสนับสนุนทรัพยากรและเครื่องมือในการดาเนินงานให้กับคณะทางานกาห
               นดโครงสร้างเอกสาร Data Modeling, XML Schema และ มาตรฐานอื่นๆ
              กาหนด ดูแลและปรับปรุงขั้นตอนการดาเนินงานการบริหารจัดการ

               จัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลมาตรฐาน

       5.3.3 คณะทางานกาหนดโครงสร้างเอกสาร Data Model, XML Schema และ
       มาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
              เป็นกลุ่มคนที่คัดเลือกมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

               ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ
               ที่จาเป็นต่อการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานทั้งความรู้ในด้านโจทย์การประยุก
               ต์ใช้ กฎหมายและระเบียบต่างๆ
               รวมถึงความรู้ในด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการ กาหนดแบบจาลองข้อมูล (Data
               Modeling) และ ออกแบบ XML Schema
               คณะทางานนี้จัดตั้งขึ้นโดยหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน
              ให้ข้อมูลเบื้องต้นด้านความต้องการ ประสบการณ์

               ความรู้ด้านโจทย์การประยุกต์ใช้ในการจัดทามาตรฐาน
              วิเคราะห์และจัดตั้งคณะทางานในการดาเนินการจัดทามาตรฐานที่ต้องการ

              วิเคราะห์ และจัดทาเอกสารมาตรฐาน โดยพิจารณาถึงข้อมูล การไหลของข้อมูล

               และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

                                         42
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                 นาเสนอมาตรฐาน และประสานงานกับคณะทางานและฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
                  เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้อง และยอมรับมาตรฐานที่ได้จัดทาขึ้น
                 หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และประชาชน
                 บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน
                  และประชาชน ได้กล่าวไว้ในข้อที่ 5.2.3 ข้อที่ 5.2.4 และ ข้อที่ 5.2.5




5.4 การบริหารความเปลี่ยนแปลง




                             ภาพที่ 4-3: วงจรชีวิตของมาตรฐาน

       ในช่วงเริ่มต้นที่ดาเนินการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐาน การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น
และการควบคุมความก้าวหน้าในการพัฒนาจะใช้กลไกในการควบคุม เวอร์ชัน เพียงบางส่วน
หลังจากนั้น
มาตรฐานที่พัฒนาขึ้นจะถูกนาออกเผยแพร่เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อ ง


                                            43
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                   เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


การเปลี่ยนแปลงแก้ไ ขนับจากนี้ควรอยู่ภายใต้การดาเนินการควบคุมอย่างเต็มภาพแบบมากขึ้น
โดยขณะที่กาลังดาเนินการพัฒนามาตรฐานผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะได้รับรายงานให้ทราบถึ งความคืบห
น้า และแผนการพัฒนาและกาหนดการเพื่อการประกาศใช้เป็นระยะๆ

           เมื่อมีการสร้างมาตรฐานใหม่แล้วเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
ก่อนการประกาศใช้ควรจะนามาตรฐานนี้ออกเผยแพร่ในวงกว้าง
เพื่อขอความคิดเห็นและขอเสนอแนะ และให้รับรู้รับทราบ                     อย่างเป็นทางการ
หลังจากที่มาตรฐานได้รับการยอมรับ การเปลี่ยนแปลงใดๆ
ที่เกิดขึ้นก็ควรดาเนินการตามกระบวนการบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มภาพแบบ
มาตรฐานที่ผ่านการอนุมัติและได้รับการยอมรับแล้ว จะถูกนาไปใช้ดาเนินการ

       ประกาศเป็นมาตรฐานสาหรับใช้ในการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิ
       กส์
       ประกาศเป็นมาตรฐานสาหรับใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลและ
       บริการอิเล็กทรอนิกส์

           ความแตกต่างระหว่างการควบคุมเวอร์ชันอย่างไม่เต็มภาพแบบ
กับการบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มภาพแบบนั้น
การควบคุมเวอร์ชันอย่างไม่เต็มภาพแบบจะเป็นการใช้เครื่องมื อในการควบคุมการเปลี่ยนแปลง
ที่มุ่งเน้นในด้านความเร็วของการพัฒนามาตรฐาน
การควบคุมเวอร์ชันจะทาตามความเหมาะสมและจาเป็น
โดยจะเป็นการแบ็คอัพและการประเมินวัดบางประการ เช่น ความคืบหน้าในการพัฒนา เป็นต้น

       การบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มภาพแบบ
จะเป็นกระบวนการบริห ารจัดการความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับแล้ว
โดยมาตรฐานนี้จะต้องได้รับการเสนอ ประเมินวิเคราะห์ความเหมาะสม
ได้รับการยอมรับและนาไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
การบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มภาพแบบ จะใช้ในการประเมินวัดความคงตัว          (Stability)
และความปลอดภัย (Safety) ของมาตรฐานที่ผ่านการยอมรับและถูกนาไปใช้

   5.4.1 ร่างข้อเสนอ


                                            44
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


            ในช่วงเริ่มต้นที่ดาเนินการพัฒนาและปรับปรุง ร่างข้อเสนอมาตรฐานจะมีการเปลี่ยนแปล
   งอยู่บ่อยครั้ง
   ทาให้การใช้กระบวนการบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มภาพแบบนั้นไม่เหมาะสม
   เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดาเนินการสูง และทาให้การพัฒนาเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
   แต่อย่างไรก็ตาม
   การพัฒนามาตรฐานในขั้นตอนนี้ประกอบด้วยคณะทางานและผู้เชี่ยวชาญหลายกลุ่ม
   การควบคุมเวอร์ชันอย่างไม่เต็มภาพแบบ จึงเป็นเครื่องมือในการควบคุมการเปลี่ยนแปลง
   ที่มุ่งเน้นในด้ านความเร็วของการพัฒนามาตรฐาน
   การควบคุมเวอร์ชันจะทาตามความเหมาะสมและจาเป็น
   เพื่อสร้างความสอดประสานขณะที่ดาเนินการร่าง มาตรฐานระหว่างกลุ่มต่างๆ
   และไม่เกิดการทางานซ้าซ้อน และผิดพลาดในการ                                           แก้ไข
   ปรับปรุงเนื้อหามาตรฐานที่ดาเนินการร่วมกัน

         เนื่องจากการควบคุม เวอร์ชั นในขั้นตอนนี้อย่างไม่เป็นทางการ
   คณะทางานและผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมกันร่างข้อเสนอมาตรฐาน
   จะต้องมีการกาหนดผู้รับผิดชอบในเนื้อหาของ มาตรฐานที่ดาเนินการพัฒนาอย่างชัดเจน และกา
   หนดผู้ทาหน้าที่รวบรวมมาตรฐานจากกลุ่มต่างๆ โดยมีการวางแผนการรวบรวมเป็นระบบ
   และรายงานความคืบหน้าให้กับคณะทางานสร้างอย่างเป็นระยะๆ
   รวมถึงจัดให้มีระบบแบ็คอัพร่างมาตรฐานที่ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย



         5.4.1.1 การกาหนดหมายเลขเวอร์ชันของเอกสารมาตรฐาน
                เอกสารมาตรฐานที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
         ควรจะมีระบบการกาหนดหมายเลขเวอร์ชัน เอกสารในภาพแบบ n.m เช่น 1.2
         ในขณะที่เอกสารฉบับร่าง
         ควรจะมีระบบการกาหนดหมายเลขเวอร์ชัน เอกสารในภาพแบบ n.ma เช่น 1.2 ข โดย
                ตัวอักษร n หมายถึงหมายเลขเวอร์ชันหลัก
         จะทาการเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสาระสาคัญของมาตรฐาน
         หลังจากผ่านกระบวนการประเมินเรียบร้อยแล้ว




                                            45
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                      เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                  ตัวอักษร m หมายถึงหมายเลขเวอร์ชันรอง
        จะทาการเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงเอกสารมาตรฐานที่มีการกาหนดขอ
        บเขตแน่นอน เช่น การแก้ไขเพื่อความครบถ้วนถูกต้อง
                  ตัวอักษร a ควรจะมีการเปลี่ยนทุกครั้ง
        เมื่อมีการดาเนินการปรับปรุงเอกสารมาตรฐานเดิมเป็นร่างเอกสารมาตรฐานใหม่
        จากตัวอย่าง 1.2ข หมายถึง มีการดาเนินการปรับปรุงเอกสารมาตรฐาน ฉบับเวอร์ชัน 1.2
        ครั้งที่สอง อันจะนาไปสู่เอกสารมาตรฐาน ฉบับ เวอร์ชัน 1.3 หรือ 2.0 ต่อไป

        5.4.1.2 การกาหนดหมายเลขเวอร์ชันของ XML Schema
                     ตามข้อปฏิบัติของ W3C ในปัจจุบัน กาหนดหมายเลขเวอร์ชันของ XML
                     Schema ที่ประกาศใช้ในภาพแบบ n.m เช่น 1.2 ในขณะที่ XML Schema
                     ฉบับร่าง ใช้ระบบการกาหนดหมายเลขเวอร์ชันเอกสารในภาพแบบ n.ma
                     เช่น 1.2ข เช่นกัน โดย
                     ตัวอักษร n จะถูกเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง XML Schema
                     เวอร์ชันเดิมที่มีอยู่เป็น เวอร์ชันใหม่ เป็นเหตุให้เอกสารที่ใช้ XML Schema
                     เวอร์ชันเดิม ไม่ผ่านการตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องและครบถ้วน (Not
                     Valid) เมื่อใช้กับ XML Schema เวอร์ชันใหม่
                     ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อมีการกาหนด Mandatory Element เพิ่มเติม
                     ตัวอักษร m จะถูกเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง XML Schema
                     เวอร์ชันเดิมที่มีอยู่ เป็นเวอร์ชันใหม่ แต่เอกสารที่ใช้ XML Schema
                     เวอร์ชันเดิม ผ่านการตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องและครบถ้วน (Valid)
                     เมื่อใช้กับ XML Schema เวอร์ชันใหม่
                     ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อมีการกาหนด Optional Element เพิ่มเติม
                     ตัวอักษร a ควรจะมีการเปลี่ยนทุกครั้ง เมื่อมี การดาเนินการปรับปรุง XML
                     Schema จากตัวอย่าง 1.2ข หมายถึง
                     มีการดาเนินการปรับปรุงเอกสารมาตรฐาน ฉบับเวอร์ชัน 1.2 ครั้งที่สอง
                     อันจะนาไปสู่เอกสารมาตรฐาน ฉบับ เวอร์ชัน 1.3 หรือ 2.0 ต่อไป

        5.4.1.3 นาเสนอเพื่อรับฟังความคิดเห็น




                                             46
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


                   ร่างสาระมาตรฐานที่ได้จัดทาขึ้นจาเป็นต้องเผยแพร่ไปสู่สาธารณะในวงกว้าง
        เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
        โดยระยะเวลาและวิธีการในการนาเสนอและเผยแพร่
        ควรจะมีการกาหนดแนวทางที่ชัดเจน หรือจะใช้ กฎระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ได้
        แต่อย่างไรก็ตามมาตรฐานต่างๆ ที่ร่างขึ้น
        ควรพร้อมที่จะเปิดกว้างเพื่อรับความคิ ดเห็นจากบุคคล หรือกลุ่มคนต่างๆ
        ที่เกี่ยวข้องโดยทั่วถึงกัน การเปลี่ยนแปลงต่างๆ
        ที่จะดาเนินการกับร่างมาตรฐานซึ่งเกิดขึ้นจากข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่ได้รับควรต้อ
        งปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มภาพ

        5.4.1.4 การอนุมัติและการยอมรับ
               เมื่อการพัฒนามาตรฐานได้ดาเนินการมาจนถึงเฟสนี้
        การพิจารณาอนุมัติมาตรฐานที่จัดทาขึ้นต้องผ่านกระบวนการอนุมัติจากคณะทางานและ
        หน่วยงานควบคุมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ โดยมีหลักเกณฑ์ต่างๆ ต่อไปนี้
               มาตรฐานที่จัดทาขึ้นได้รับการตรวจทานความสมบูรณ์ถูกต้องของเนื้อหา
                และสนองตอบต่อความต้ องการของผู้อย่างครบถ้วนและเหมาะสม
                โดยคณะทางานจัดทาข้อกาหนดข้อมูลเอ็กซ์เอ็มแอล
                และผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการทางธุรกิจได้ตรวจสอบมาตรฐานที่ได้เปรียบเทีย
                บกับความต้องการของผู้ใช้
               มาตรฐานที่จัดทาขึ้นต้องผ่านการนาเสนอและเผยแพร่
                เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ
               มาตรฐานที่จัดทาขึ้นผ่านการลงนามอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกากับ
                ดูแลมาตรฐาน โดยคณะกรรมการกากับดูแลมาตรฐาน
               XML Schema มาตรฐานต้องผ่านการทดสอบ
                และประกันคุณภาพตามแนวทางที่กาหนดไว้ (XML Schema Guidelines)

              หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ มาตรฐานที่ได้จะสามารถถูกนาไปใ ช้
         และการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ที่เกิดขึ้น
         ต้องดาเนินการตามกระบวนการบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างเคร่งครัดต่อไป



                                           47
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


         5.4.1.5 การนาไปเผยแพร่ใช้งาน
                ทันทีที่มาตรฐานผ่านการอนุมัติและการยอมรับ
         มาตรฐานนั้นสามารถนาไปใช้และเผยแพร่สู่สาธารณะในวงกว้าง
         โดยควรจะมีการของบประมาณ และจัดทาโครงการเผยแพร่
         และฝึกอบรมการใช้มาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

5.5 การกากับควบคุมของมาตรฐาน (TH e-GIF COMPLIANCE)

   5.5.1 การใช้คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค และการใช้โครงสร้างเอกสารร่วม
          ในระยะสั้น ให้ใช้วิธีการสร้างความรู้ความเข้าใจในประโยชน์ของมาตรฐานที่เสนอ
   ส่งเสริม และชวนเชิญให้มาตรฐานโดยไม่ได้บังคับ แต่อาจจะใช้กระบวนให้ผลประโยชน์จูงใจ
   เช่น
   การช่วยผลักดันด้านงบประมาณแก่หน่วยงานภาครัฐที่จะดาเนินโครงการตามข้อเสนอแนะของ
   นี้
   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มพิจารณาปรับปรุงเวอร์ชั่นของระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้ดาเนินการ
   พัฒนาไปแล้วก่อนการประกาศข้อเสนอด้านมาตรฐานของรายงานฉบับนี้
          ในระยะยาว เสนอให้ใช้มาตรการจัดลาดับการใช้มาตรฐาน
   และเริ่มบังคับใช้มาตรฐานโดยหน่วยงานภาครัฐจาเป็นต้องปฏิบัติให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับ
   มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นสาคัญเมื่อมีการแลกเปลี่ย นสารสนเทศระหว่างหน่ว ยงาน
   หรือปฏิบัติงานร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ หรือประชาชน และหน่วยงานธุรกิจ
   การปฏิบัติงานให้สอดคล้อง หมายถึง หน่วยงานภาครัฐต่างๆ
   จะต้องใช้ข้อกาหนดทางเทคนิคและแบบโครงสร้างข้อมูลร่วมกันอย่างสมบูรณ์
   ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องมีและสามารถนาไปปรับใช้แนวทางต่างๆ สถา ปัตยกรรมพื้นฐาน ข้อตกลง
   และข้อกาหนดกระบวนการดาเนินงานที่ระบุไว้ในเอกสารมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้
   สาหรับระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ
   ที่ไม่ได้ระบุข้อกาหนดทางเทคนิคและแบบโครงสร้างข้อมูลร่วมสาหรับการปฏิบัติงานร่วมที่จา
   เป็น ควรจะต้องยื่นคาร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงข้อ กาหนดดังกล่าว

         มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้รวมคาจากัดความของข้อกาหนดพื้นฐานต่างๆ
   สาหรับการเชื่อมต่อระบบที่จะต้องปฏิบัติตามเมื่อระบบหนึ่งๆ
   จะต้องเชื่อมต่อกับระบบของหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ หรือหน่วยงานภายนอก


                                             48
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                   เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


   สาหรับระบบส่วนบุคคลนั้นอาจจะทาให้เกิด ความต้องการทางธุรกิจ
   การนามาซึ่งข้อเสนอการเชื่อมต่อระบบเพิ่มเติมจากข้อกาหนดพื้นฐานได้


   5.5.2 นโยบายด้านความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐาน
            ระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ต่างๆ เช่นระบบพื้นฐานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ระบบของรัฐบาล-
   สาธารณะ (รวมถึงภาคธุรกิจ) และระบบที่เชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่า งๆ
   จะต้องพัฒนาบนพื้นฐานของมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล สาหรับระบบอื่นๆ (เช่น
   ระบบภายในหน่วยงานภาครัฐเอง) ก็ควรปฏิบัติตามมาตรฐานนี้อย่างเหมาะสมเช่นกัน
   ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบจากความต้องการเชื่อมต่อระบบในอนาคตได้

           สาหรับระบบคอมพิวเตอร์เดิมที่ดาเนินการอยู่
   ซึ่งมี ความหลากหลายของระบบและ แพลตฟอร์มที่ใช้แตกต่างกัน
   จึงไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวนี้ได้
   ดังนั้นระบบเดิมที่จาเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้นั้นจะต้องพิจารณาแ
   ล้วเห็นว่าเป็นระบบที่ต้องการผสานการทางานระหว่างภาครัฐกับสาธารณะ
   หรือระหว่า งภาครัฐด้วย กันเอง
   และเป็นการปรับปรุงระบบที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกเท่านั้น
   การย้ายระบบไปสู่ระบบที่ปฏิบัติตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล
   จะกระทาต่อเมื่อมีการปรับปรุงระบบหลักเสร็จเรียบร้อยแล้ว
   หรือไม่เช่นนั้นจะต้องกระทาต่อเมื่อบรรลุความต้อง การทางธุรกิจหรือการทางานใหม่อย่างมีปร
   ะสิทธิผลแล้วเท่านั้น ทั้งนี้การเชื่อมโยงและเปลี่ยนแปลง
   ระบบเดิมให้เข้ากับมาตรฐานนี้จะต้องมีความรอบคอบทางการลงทุนและสามารถนาไปใช้ให้เกิ
   ดประโยชน์เพื่อก่อให้เกิดการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว

        การจ้างพัฒนาและติดตั้งระบบคอมพิ วเตอร์ของภาครัฐมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
   มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้สามารถนาไปปรับใช้ได้กับระบบที่พัฒนาและติดตั้งโดยผู้รับ
   พัฒนาได้
   ภายใต้เงื่อนไขที่ระบบดังกล่าวเชื่อมต่อกับหรือมีแนวโน้มที่จะเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ข
   องหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ หรือระบบ                                   ของหน่วยงานภายนอกอื่นๆ



                                           49
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                      เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


   ดังนั้นการปฏิบัติตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลสาหรับกรณีดังกล่าวจะต้องระบุเป็นความ
   ต้องการในการพัฒนาระบบในส่วนของส่วนประกอบที่จะต้องเชื่อมต่อต่างๆ ด้วย

         ถึงแม้ว่าข้อกาหนดต่างๆ ได้แนะนาไว้เพียงส่วนที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวมทั่วไปเท่านั้น
   แต่มาตรฐานนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงกลไกที่ภาครัฐต้องการ
   สาหรับการสื่อสารกับภายนอกด้วยเช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกาหนดต่างๆ เกี่ยวกับการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้  พรบ.
   ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์                     และ ร่าง พรฎ                             .
   ว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กรอนิกส์ภาครัฐที่ยังไม่ได้ปร ะกาศใช้
   ข้อกาหนดดังกล่าวจะประกาศใช้ร่วมกับความต้องการเพิ่มเติมอื่นๆ หรือการผ่อนปรนต่างๆ
   ที่จาเป็นเพื่อทาให้ความต้องการในการปฏิบัติงานของทบวง /กรมสมบูรณ์ขึ้น
   โดยใช้การประกาศข่าวสารของภาครัฐโดยใช้ภาพแบบและวิธีการที่กาหนดโดยรัฐมนตรีว่าการ
   พาณิชย์ อุตสาหกรรม และ                                  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
   ตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

         นอกเหนือจากการประกาศมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลฉบับใหม่
   การแก้ไขปรับปรุงที่สาคัญรัฐมนตรีจะเป็นผู้กาหนด
   และแจ้งผ่านประกาศของภาครัฐในวันที่หรือภายหลังวันที่ฉบับใหม่นั้นมีผลบังคับใช้แล้ว
   อย่างไรก็ตามหน่วยงานภาครัฐต่างๆ
   ควรตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าระบบคอมพิวเตอร์ของตนเองถูกกาหนดให้รองรับการส่งข้อมูล
   ทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กาหนดไว้ในมาตรฐานฉบับใหม่ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้

   5.5.3 ความสอดคล้องและสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐาน เวอร์ชันใหม่กับกรอบการพัฒนาความสา
         มารถในการปฏิบัติงานร่วม
         โครงการพัฒนาคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ
   ควรปฏิบัติตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลฉบับที่มีผลบังคับใช้ในวันที่โครงการจะต้องได้รั
   บการรับรองอย่างเป็นทางการเพื่อการติดตั้งระบบ
   หากมาตรฐานดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงเวอร์ชัน ในระหว่างการออกแบบระบบและการเปลี่ยน
   แปลงดังกล่าวมีผลกระทบกับแบบของระบบ ดังนั้น



                                             50
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


   ทีมพัฒนาระบบในโครงการจาเป็นจะต้องวิเคราะห์ต้นทุน /ผลประโยชน์ที่จะได้รับเพื่อพิจารณา
   ความเป็นไปได้ที่จะปรับเปลี่ยนแบบของระบบตามข้อกาหนดของมาตรฐานดังกล่าว

          การปรับปรุงระบบในช่วงการติดตั้งให้ใช้หลักการเดียวกันคือการวิเคราะห์ควา มเป็นไปไ
   ด้ที่จะปรับเปลี่ยน เมื่อมาตรฐานฉบับใหม่มีผลกระทบกับช่วงการติดตั้งระบบ




   5.5.4 ความเข้าใจเรื่องความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐาน
          หน่วยงานภาครัฐควรทาความเข้าใจมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล และข้อกาหนดต่างๆ
   เพื่อการปฏิบัติที่สอดคล้อง และสัมพันธ์กับมาตรฐานระหว่ างหน่วยงานในวงกว้าง
   โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานดังต่อไปนี้
             ผู้ประสานงานด้านธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ภายในหน่วยงานภาครัฐ -

               จาเป็นจะต้องเข้าใจมาตรฐานการแลกเปลี่ยนในระดับสูง
               และตระหนักดีว่าระบบใดๆ
               ที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
               หรือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับหน่วยงานข้างนอก
               จาเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก
             หัวหน้าหน่วยงานบริหารสารสนเทศ (หรือเทียบเท่า ) ภายในหน่วยงานภาครัฐ -

               จาเป็นจะต้องเข้าใจมาตรฐานการแลกเปลี่ยน
               และนโยบายความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานอย่างถ่องแท้เพื่ อความมั่นใจ
               ในการปฏิบัติตาม และการยกเว้นในกรณีจาเป็น
             ผู้จัดการโครงการสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ –

               หัวหน้าหน่วยงานบริหารสารสนเทศ (หรือเทียบเท่า )
               จาเป็นจะต้องเข้าใจมาตรฐานการแลกเปลี่ยนอย่างถ่องแท้
               เพื่อความมั่นใจว่าโครงการต่างๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวได้สาเ ร็จลุล่วง
               เมื่อมีข้อเรียกร้องเพื่อการยกเว้นเกิดขึ้น
               ผู้จัดการโครงการจะต้องจัดทาหนังสือเพื่อขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานบริหารส
               ารสนเทศทันที
               (สาหรับหน่วยงานภาครัฐใดที่ไม่มีหน่วยงานบริหารสารสนเทศดังกล่าว
               ผู้จัดการโครงการจะต้องขออนุมัติจากหัวหน้าผู้ประสานงานของหน่วยงานกากับดู

                                           51
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


              แลมาตรฐานแทน
              และรายงานผลการอนุมัติดังกล่าวไปยังหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน
              และจะต้องรายงานเกี่ยวกับความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐาน
              เมื่อเสร็จสิ้นการดาเนินการของหน่วยงานแล้วอีกด้วย
             นักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ -
              จาเป็นจะต้องเข้าใจมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างละเอียด
              เพื่อการเลือกใช้ข้อกาหนดที่ เกี่ยวข้องในระหว่างการออกแบบและพัฒนาระบบ
             ผู้มีอานาจอนุมัติโครงการ -
              จาเป็นจะต้องเข้าใจนโยบายความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานการแลกเปลี่
              ยนข้อมูล
              และเพื่อยืนยันได้ว่ากระบวนการอนุมัติในโครงการนั้นได้ปฏิบัติ ตามนโยบายดังกล่
              าว
             ผู้จัดหาและให้บริการระบบสารสนเทศให้แก่หน่วยงานภาครัฐ
              ประกอบด้วยผู้จัดหาเทคโนโลยี บริษัทที่ปรึกษา และผู้รับจ้างพัฒนาระบบ -
              จาเป็นจะต้องเข้าใจมาตรฐานการแลกเปลี่ ยนข้อมูลอย่างถ่องแท้
              เพื่อมั่นใจได้ว่าแนวทางการพัฒนาระบบที่นาเสนอแก่หน่วยงานภาค รัฐนั้น
              ได้ใช้มาตรฐานการแลกเปลี่ ยนข้อมูลอย่างเหมาะสม
             ผู้ประเมินและตรวจสอบโครงการ -
              จาเป็นจะต้องเข้าใจมาตรฐานการแลกเปลี่ ยนข้อมูลในระดับสูง
              เพื่อมั่นใจได้ว่าได้ปฏิบัติสอดคล้องกับมาตรฐานในขั้นตอนของการประเมินและตร
              วจสอบโครงการ



   5.5.5 หน้าที่ความรับผิดชอบ
         หน่วยงานภาครัฐมีหน้าที่ดาเนินการพัฒนาระบบให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐาน
   ด้วยตนเอง รวมถึงผู้เกี่ยวของกับการพัฒนาระบบ เช่น ผู้จัดการโครงการ
   นักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็มีส่วนร่วมในหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นกัน




                                           52
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                  เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


         เมื่อเกิดประเด็นปัญหา
   หรือข้อสงสัยประการใดที่เกี่ยวข้ องกับความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐาน
   หน่วยงานกากับดูแลมาตรฐานจะทาหน้าที่ในการให้ข้อมูลและตอบคาถามต่างๆ

   5.5.6 แนวทางปฏิบัติ เมื่อมีกรณีที่ไม่สอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐาน
           แม้หน่วยงานภาครัฐมีหน้าที่ต้องดาเนินการพัฒนาระบบให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับมา
   ตรฐาน
   แต่ผู้จัดการโครงการสารสนเทศของหน่วยงานมีความประสงค์ที่จะดาเนินการพัฒนาระบบที่ต้
   องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และบริการอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานภายนอก
   โดยไม่นามาตรฐานฐานที่มีอยู่มาปรับใช้
   จาเป็นอย่างยิ่งที่ผู้จัดการโครงการต้องทาการขออนุมัติไปยังหน่วยงานบริหารสารสนเทศ
   (หรือเทียบเท่า )                                                  ภายในหน่วยงานภาครัฐ
   หรือหัวหน้าผู้ประสานงานของหน่วยงานกากับดูแลมาตรฐาน
   ในกรณีที่ไม่มีหน่วยงานบริหารสารสนเทศ แทน

            หน่วยงานบริหารสารสนเทศ          (หรือเทียบเท่า )  ภายในหน่วยงานภาครัฐ
   ทาหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบอนุมัติ
   และรายงานผลไปยังหน่วยงานกา กับดูแลมาตรฐานภายในเวลาที่กาหนด รายงานนี้
   จะช่วยให้หน่วยงานกากับดูแลมาตรฐานสามารถประเมินและปรับปรุง มาตรฐาน
   เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการปฏิบัติงานร่วมให้ดียิ่งขึ้น




                                           53
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                        เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


ภาคผนวก ก: ข้อปฏิบัติทางเทคนิคในการกาหนดชุดข้อมูลร่วม
           (Core Components Technical Specification - CCTS)

          เนื้อหาในภาคผนวกนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และอธิบาย หลักการ และ
ข้อบัญญัติคาศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคนิคในการกาหนดชุดข้อมูลร่วม ซึ่งได้แก่ ISO 15000-5 Core
Components Technical Specification-CCTS โดยเนื้อหาในส่วนนี้เหมาะสาหรับนักวิเคราะห์ระบบ
และ                                                                              นักพัฒนาระบบ
เนื่องจากเป็นวิธีการทางเทคนิคสาหรับการสร้างแบบจาลองข้อมูลสาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
(Data Modeling)
          CCTS
เป็นขั้นตอนวิธีที่เสนอให้เป็นมาตรฐานสาหรับการวิเคราะห์และกาหนดโครงสร้างของเอกสารที่ต้อ
งการนาไปพัฒนาระบบอิเล็กทร อนิกส์ โดยเป็นวิธีการที่มุ่งสร้าง            “ความเข้าใจในเชิงเนื้อหา”
(Semantic)                         ของรายการข้อมูลโดยยังไม่ยึดติดกับรูปแบบการลงมือสร้างระบบ
วิธีการนี้เป็นการสร้างแบบจาลองข้อมูลที่สอดคล้องกับหลักการของออปเจค
และการออกแบบฐานข้อมูล
แต่มีเทคนิคที่ช่วยในการจัดโครงสร้างย่อ ยของข้อมูลสาหรับเอกสารที่ความซับซ้อน
แบบจาลองข้อมูลที่ได้จะพร้อมที่จะแปลงเป็นรูปแบบไวยกรณ์ทางเทคนิคต่างๆ
ได้โดยยังคงความหมายที่สอดคล้อง
          รายละเอียดของ CCTS พื้นฐาน มีดัง ต่อไปนี้

Core Components Technical Specification-CCTS และ Business Information Entity – BIE
          Core Components Technical Specification-CCTS และ Business Information Entity – BIE
คือการกาหนดให้เอกสารอิเล็ก ทรอนิค ส์ต่างๆ โดยการวิเคราะห์หารายการขอ้มูลร่วม หรือ Core
Components
มาใช้ในการออกแบบเอกสาร เพื่อให้เกิด ความมั่นใจได้ว่า ในการแลกเปลี่ยนเอกสารหรือข้อมูลอิเล็ก
ทรอนิกส์ระหว่างองค์กรต่างๆ ที่ อาจจะมีการใช้โครงสร้างของเอกสารที่ ไม่เหมือนกัน เช่น
รูปแบบเอกสารเอ็กเอ็มแอล (XML) และ United Nations/EDI หรือ UN/EDIFACT
นั้นยังมีเนื้อหาสาระของข้อมูลทางธุรกิจเหมือนกัน (Common Semantics)
และจะสามารถจัดการกับเอกสารที่มีการแลกเปลี่ยนกันในรูปแบบต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจ
หรือระหว่างกลุ่มธุรกิจได้



                                               54
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                          เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




ประเภทของ Core Component
     Core Components สามารถแบ่งประเภทออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
     1. Basic Core Component (BCC)
Basic Core Components เป็น Core Component ชนิดหนึ่งที่จะประกอบด้วยคุณสมบัติของข้อมูล
(properties) เพื่ออธิบายประเภทของข้อมูลและจะต้องตามด้วยชนิดของข้อมูลที่เรียกว่า Data Type
ซึ่งได้แก่ Text, identifier เป็นต้น

     2. Association Core Component (ASCC)
         Association Core Components เป็น Core Component
ชนิดหนึ่งที่จะประกอบด้วยคุณสมบัติของข้อมูล (properties) ที่มีโครงสร้างภายใน
ที่ประกอบด้วยข้อมูลที่ ซับซ้อน (Complex business characteristics) จากตัวอย่างได้แก่ซึ่งได้แก่
Residence Address และ Official Address เป็นต้น
     3. Core Component Type (CCT)
         Core Component Type (CCT) เป็นประเภทที่เก็บค่าข้อมูลจริง
และอาจจะมีการอธิบายข้อมูลนั้นเพิ่มเติม ได้ด้วย Supplementary Components เช่น เงิน Baht
หรือเงิน Euro เป็นต้น แต่ Core Component Types
จะไม่ได้แสดงว่าเป็นข้อมูลของประเภทธุรกิจใด
        ตัวอย่างของ Core Component Type เช่น Amount. Type
จะเป็นประเภทข้อมูลที่สามารถแสดงข้อมูลเป็นตัวเลขจานวนเงิน
แต่จะไม่ได้บอกว่าจานวนเงินนี้ใช้สาหรับอธิบายของค่าอะไรในเอกสาร เช่นมีค่าเท่ากับ 12
    4. Aggregate Core Component (ACC)
        Aggregate Core Component เป็น Core Component
ชนิดหนึ่งที่จะประกอบด้วยคุณสมบัติของข้อมูล (properties)
ย่อยมากมายเพื่ออธิบายรายละเอียดของข้อมูลนั้นๆ เช่น ข้อมูลของบุคคล (Person) ประกอบด้วย
properties ย่อยๆ เพื่ออธิบายคุณสมบัติของข้อมูล Person ได้แก่ Name, Birth Date, Residence
Address เป็นต้น




                                                55
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




ตัวอย่างของ Core Components




                     ภาพผนวก ก-1: ตัวอย่างข้อมูลของ Core Component

จากตัวอย่างเราจะได้กลุ่มของ Core Components ดังต่อไปนี้
Person. Details                 เป็น Aggregate Core Component : ACC
Person. Name. Text              เป็น Basic Core Component : BCC
Person. Birth. Date             เป็น Basic Core Component : BCC
Person. Residence. Address      เป็น Association Core Component : ASCC
Person. Official. Address       เป็น Association Core Component : ASCC
Address. Details                เป็น Aggregate Core Component : ACC
Address. Street. Text           เป็น Basic Core Component : BCC
Address. Post Code. Text        เป็น Basic Core Component : BCC
Address. Town. Text             เป็น Basic Core Component : BCC
Address. Country. Identifier    เป็น Basic Core Component : BCC

Business Information Entity (BIE)
       Business Information Entity (BIE) คือ การนาเอา Core Components
มาใช้สาหรับอธิบายเอกสารหนึ่งที่เฉพาะกับกลุ่มทางด้านธุรกิจหนึ่งๆ โดยเฉพาะ

ประเภทของ Business Information Entity (BIE)
   1. Basic Business Information Entity (BBIE) จะอธิบายคุณสมบัติพื้นฐานของเอกสาร
      ที่มีการเก็บค่าที่แท้จริงตามประเภทข้อมูล (Data Type) ที่ได้กาหนดไว้ ดังนั้น Basic
      Business Information Entity จึงเป็นประเภทข้อมูลที่มีรากฐานมาจาก Basic Core
      Component

                                            56
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


   2. Association Business Information Entity (ASBIE)
      จะอธิบายคุณสมบัติพื้นฐานของเอกสาร ที่มีรากฐานมากจาก Association Core Component
      (ASCC)
   3. Aggregate Business Information Entity (ABIE)
      จะอธิบายคุณสมบัติพื้นฐานของเอกสาร ที่มีรากฐานมาจาก Aggregate Core Component
      (ACC)




  ภาพผนวก ก-2: ความสัมพันธ์ระหว่าง Core Components และ Business Information Entities

          ก่อนที่จะพัฒนาข้อมูลหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่ างๆ
จะต้องมีการอ้างอิงไปยังรูปแบบของข้อมูลที่มีการกาหนดใน Core Components และประเภทของ
Core Components ต่างๆ ที่ได้มีการกาหนดค่าไว้ เพื่อนามาสร้างและแสดงอยู่ในรูปแบบคลาส
(Object Class) ในเอกสารทางเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อใช้เอกสารนี้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างหน่วยงานต่อไป


                                          57
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                         เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


ภาคผนวก ข: การเปรียบเทียบมาตรฐานทางเทคนิค

          เนื้อหาในภาคผนวกนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ มาตรฐานทางเท
คนิคที่เป็นโปรโตคอลการสื่อสารที่เสนอให้ใช้เป็นมาตรฐานของประเทศในการสร้างระบบฮาร์ดแ
วร์และซอฟต์แวร์เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลและธุรกรรมระหว่างระบบที่ต่างแพลทฟอร์มกัน
ซึ่งได้แก่ เทคโนโลยี อีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML) และ เว็บเซอร์วิส (Web Services)
โดยเนื้อหาในส่วนนี้เหมาะสาหรับนักพัฒนาระบบหรือ นักคอมพิวเตอร์
โดยมุ่งเน้นเพื่อให้นาความรู้นี้ไป สร้างและ         ประยุกต์ใช้ในระบบของแต่ละหน่วยงานต่อไป
ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. อีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML)
           อีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML: Electronic Business Extensible Markup Language)
เกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กร คือ The United Nations Center for Trade
Facilitation and Electronic Business (UN/CEFACT, http://www.uncefact.org/)
เป็นหน่วยงานสหประชาชาติที่ดูแลนโยบายและการพัฒนาเทคโนโลยีในส่วนของการติดต่อทางกา
รค้าภาครัฐและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในด้านที่เป็นหน่วยงานที่พัฒนามาตรฐาน UN/EDIFACT
ที่ใช้สาหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลในรูปแบบอีดีไอ (Electronic Data Interchange) และ
หน่วยงานโอเอซีส (OASIS) (Organization for the Advancement of Structured Information
Standards,               http://www.oasis-open.org/)         เป็นสมาคมที่ไม่มีการค้ากาไรทางธุรกิจ
รวมกลุ่มกัน โดยสมาชิกซึ่งเป็นบริษัทชั้นนาด้านไอทีทั่วโลก              นักวิชาการและผู้ใช้เทคโนโลยี
เพื่อจัดตั้ง                        พัฒนาและดูแลข้อกาหนด                        และมาตรฐานต่างๆ
สาหรับการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างระบบสารสนเทศต่างแพลตฟอร์มอย่างอัตโนมัติ
การติดต่อทางานระหว่างระบบ                                                      และข้ามแพลตฟอร์ม
โอเอซีสเป็นองค์กรที่ มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้พัฒนาระบบ
ในด้านเทคโนโลยีเอ็กซ์เอ็มแอล
นอกจากนี้ยังเป็นองค์กรที่บริหารจัดการองค์ความรู้ด้านเอ็กซ์เอ็มแอล ด้วย (http://www.xml.org/)

เป้าหมายของอีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML)




                                                58
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


       เพื่อเสนอโครงสร้างพื้นฐานของมาตรฐ านเปิด
สาหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจกันอย่างสากล       ภายใต้พื้นฐานของการทางานข้ามระบบ,
ความปลอดภัย                   และความถูกต้อง                    ระหว่างกลุ่มองค์กรทางธุรกิจ
นอกจากนี้ยังนาข้อดีของการใช้ระบบอีดีไอ                                               (EDI)
มาสนับสนุนการเชื่อมโยง ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และ
คาดหวังกลุ่มธุรกิจของผู้ประกอบการค้าขนาดกลางและขนาดย่อม จะนาไปประโยชน์ได้ด้วย

องค์ประกอบของอีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML)
       กรอบการทางานของ อีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML) ประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้




             ภาพผนวก ข-1: แสดงกรอบการทางานของอีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML)

    Business        process        Specification         Schema      (BPSS):         คือ
     มาตรฐานหรือข้อกาหนดในรูปของภาษา XML เพื่อใช้กาหนด “กระบวนการทางธุรกิจ ”
     โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการทางธุรกิจในการประสานการทางานระหว่างคู่ค้า ,
     ข้อตกลงหรือธุรกรรมต่างๆ ที่จัดทาขึ้นระหว่างคู่ค้า
    Core          Components:           คือ           ส่วนที่เป็น      “ข้อมูลทางธุรกิจ ”
     เพื่อใช้ในการแปลงให้อยู่ในรูปของเอกสารทางธุรกิจที่ใช้แลกเปลี่ยนระหว่างคู่ค้า
     องค์ประกอบส่วนนี้สามารถนามา รวบรวมไว้ใน “ทะเบียนข้อมูลสาธารณะ (national


                                            59
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                        เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


      registry)” และนามาใช้ใหม่กับธุรกิจของเรา นอกจากนี้ core components
      จะถูกระบุด้วยตัวบ่งชี้สากล (universal identifiers) และรองรับการใช้ได้หลายภาษา
    Registry Repository R&R: คือ ส่วนที่เป็นมาตรฐานของการจัดตั้ง “ทะเบียนดัชนี
      และทะเบียนข้อมูลธุรกิจ                 (registry            &                 repository)”
      ที่เป็นประโยชน์มากกว่าใช้ค้นหาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
      โดยจะมุ่งเน้นในการสนับสนุน เพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอ
      นิกส์
    Collaboration Protocol Profiles and Agreements (CPP & CPA): คือ
      เอกสารในรูปแบบของภาษา XML เพื่อใช้ระบุความสามารถในการให้บริการขององค์กร
      และระบุข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างกันขององค์กร               นอกจากนี้ยังเป็ นส่วนที่เสริมของ
      messaging               services        ในการเสนอข้อมูลเฉพาะของการติดต่อระหว่างกัน
      และยังเป็นส่วนที่เสริมของ               registry           เพื่อสนับสนุนการค้นหาธุรกิจ
      และกระบวนการในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย
    Transport, Routing, and Packaging: ebXML Messaging Services
      ได้จัดเตรียมข้อกาหนดพื้นฐานของกลไกในการรับส่งข้อมูล
      ซึ่งเป็นข้อกาหนดที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในการใช้ร่วมกับองค์ประกอบอื่นๆ
      เช่นใช้ในการเข้าถึง registry หรือใช้ในการรับส่งข้อมูลทางธุรกิจต่างๆ
            o Security: คือ ส่วนสาคัญที่กาหนดเงื่อนไขของความปลอดภัย สาหรับทุกๆ
                องค์ประกอบใน                                                             ebXML
                และเป็นส่วนที่จาเป็นอย่างมากในการพัฒนาระบบทางธุรกิจด้วยมาตรฐานและข้อ
                กาหนดต่างๆ               ของ             ebXML              ที่ได้ออกแบบขึ้นมา
                โดยเริ่มตั้งแต่การทาให้แต่ละองค์กรในกลุ่มธุรกิจสามารถค้นหากันได้
                และเริ่มทาข้อตกลงระหว่างองค์กร
                จนถึงการทาธุรกรรมร่วมกันระหว่างองค์กรในกลุ่ม ธุรกิจนั้น
      ในปัจจุบันอีบีเอ็กซ์เอ็มแอลได้รับการรับรองจากองค์กรมาตรฐานนานาชาติ
โดยกาหนดเป็นมาตรฐาน ISO/DTS 15000 ดังต่อไปนี้
    ISO 15000-1:2004 Part 1: Collaboration-protocol profile and agreement specification
      (ebCPP)
    ISO 15000-2:2004 Part 2: Message service specification (ebMS)
    ISO 15000-3:2004 Part 3: Registry information model specification (ebRIM)
    ISO 15000-4:2004 Part 4: Registry services specification (ebRS)

                                               60
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                    เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


     ISO 15000-5:2005 Part 5: ebXML Core Components Technical Specification, Version
      2.01(ebCCTS)

ตัวอย่างสถานการณ์การใช้อีบีเอ็กซ์เอ็มแอล
        กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการแลกเปลี่ยนธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์กันระหว่างพันธมิตรทางธุ
รกิจ จะดาเนินการตามขั้นตอนดังนี้




              ภาพผนวก ข-2: ตัวอย่างการติดต่อแลกเปลี่ยนบริการของบริษัทคู่ค้า

        1. ออกแบบและกาหนดกระบวนการทางธุรกิจ                   (Business          Process)
           และแบบจาลองของข้อมูลที่ใช้สาหรับการแลกเปลี่ยน (Information Model)
        2. ทาการลงทะเบียนหรือดาเนินการจัดเก็บลงในทะเบียนที่เก็บข้อมูล (Registry/Repositor
           y)
        3. บริษัทคู่ค้าต่างพัฒนารูปแบบการติดต่อแลกเปลี่ยนบริการ และ Collaborative Partner
           Profiles บริษัทคู่ค้าจะกาหนด Collaborative Partner Agreement (CPA)
           เฉพาะในกรณีที่          ต้องการรูปแบบ     ของการตกลงในรายละเอียดด้านเทคนิค
           และหน้าที่การทางานของการ บริการระหว่างคู่ค้า




                                            61
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


       4. บริษัทคู่ค้าทาการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน
          โดยการรับส่งเอกสารธุรกิจตามมาตรฐาน (ebXML business documents) ผ่าน ebXML
          Messaging Services ที่รับรองความปลอดภัย และเชื่อถือได้

ข้อเสนอแนะในการนาอีบีเอ็กซ์เอ็มแอล (ebXML) ไปประยุกต์ใช้งาน
         รายงานฉบับนี้เสนอให้ มาตรฐาน ebXML อย่างน้อย 3 รายการหลัก คือ ISO 15000-5 Core
Component Technical Specification
ให้เป็นกระบวนวิธีในการจาลองข้อมูลของเอกสารสาหรับทุกโครงการที่ต้องการสร้างระบบเอกสา
รอิเล็กทรอนิกส์ และระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล
         สาหรับมาตรฐานทางเทคนิค ในกรณีที่ต้องมีการเชื่อมต่อกันระหว่าง ระบบกับระบบ
และต้องการความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือระดับสูง เสนอให้ ใช้เทคโนโลยี ebXML Messaging
Service เวอร์ชั่น 2.0 (เรียกโดยย่อว่า ebMS หรือ ISO 15000-2)
เป็นโปโตคอลในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
         และในกรณีที่เลือกใช้ ebMS เป็นโปรโตคอลในการสื่อสารนั้น ก็เสนอให้ใช้ ebXML
Collaborative Protocol Profile and Agreement ประกอบด้วย (CPP/CPA หรือ ISO 15000-1)
เพื่อกาหนดระดับของการเข้าถึงข้อมูล
ตามเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างองค์กรที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์
         และ เมื่อมีการออกแบบ และ สร้างบริการเว็ปเซอร์วิสแล้ว
ก็ขอให้ทาการลงทะเบียนชื่อบริการอิเล็กทรอนิกส์ และ โ ครงสร้างเอกสาร XML และ
ข้อมูลการแลกเปลี่ยนอื่นๆ ไปที่ ทะเบียนบริการแห่งชาติด้วย (National Registry and Repository –
National UDDI)

2. เว็บเซอร์วิส (Web Services)
         เว็บเซอร์วิส (Web Services) คือ โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ใช้ เอกสารเอ็กซ์เอ็มแอล (XML:
extensible                                 Markup                                 Language)
ในการแลกเปลี่ยนสารสนเทศกับโปรแกรมอื่นผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเอกสารเอ็กซ์เอ็มแอลทาให้เว็บเ
ซอร์วิส สามารถติดต่อกับโปรแกรมประยุกต์อื่นได้
ถึงแม้นว่าโปรแกรมประยุกต์นั้นจะเขียนด้วยภาษาที่ต่างกันหรือทางานบนเครื่องที่แตกต่างกัน
นั่นคือโปรแกรมประยุกต์ที่อยู่ บนเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่ง
สามารถส่งคาขอไปยังโปรแกรมประยุกต์ที่อยู่บนอีกเครื่องหนึ่งได้
และในทางกลับกันโปรแกรมประยุกต์บนเครื่องอื่นก็สามารถส่งคาขอมาที่โปรแกรมประยุกต์ที่อยู่บ

                                             62
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                           เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


นเครื่องดังกล่าวได้เช่นกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งเว็บเซอร์วิส  คือกลไกในการเข้าถึงบริการ ที่แต่ละ
Middle Ware ให้บริการ การเข้าถึงจะอาศัยผู้รับฟังและส่วนประกอบที่ระบุถึงบริการต่างๆ
ที่รองรับการทางาน โดยการทางานจริงๆ นั้นก็ใช้วิธีการปกติของ Middle Ware นั้นๆ

องค์ประกอบของเว็บเซอร์วิส
          เว็บเซอร์วิสประกอบไปด้วยมาตรฐานหลัก 4 อย่าง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
          1. XML (Extensible Markup Language) เป็นภาษามาตรฐานที่ทุกระบบสนับสนุน
ทาให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างของภาษา XML จะถูกนาไปประมวลผลต่ออย่างอัตโนมัติได้อย่างง่ายดาย
ภาษา XML จึงถูกนามาใช้เป็นภาษามาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลของ Web Services
          2. SOAP (Simple Object Access Protocol) หรือโซพเป็นมาตรฐานของเทคโนโลยี
Distributed Objects แบบหนึ่ง โดยทาหน้าที่ส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ในรูปแบบของ                 XML
ทาให้เรียกใช้งานโปรแกรมข้ามระบบผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้
          3.            WSDL        (Web             Services          Description       Language)
เป็นภาษามาตรฐานที่ใช้สาหรับอธิบายการใช้งานโปรแกรมที่เปิดให้บริการ
ซึ่งเขียนขึ้นตามแบบมาตรฐาน XML ดังนั้น WSDL จึงเป็นเสมือนคู่มือให้กับระบบ
เพื่อเรียนรู้วิธีการเรียกใช้งาน     Web         Services         หรืออีกความหมายหนึ่ง        WSDL
เปรียบเสมือนเป็นเอกสาร              XML               ที่อธิบายรายละเอียดในการติดต่อ กับเว็บเซอร์วิส
เพื่อให้แอพพลิเคชั่นที่ต้องการเรียกใช้เว็บเซอร์วิสรู้ว่าเซอร์วิสนั้นให้บริการอะไรบ้าง
และจะติดต่อได้อย่างไร
          4. UDDI (Universal Description, Discovery, and Integration)
เป็นระบบมาตรฐานในการอธิบายและค้นหา Web Services โดยเป็นตัวกลางให้ผู้ให้ บริการหรือ
Provider มาลงทะเบียนไว้ โดยใช้ไฟล์ WSDL บอกรายละเอียดของบริษัทและบริการที่มีให้ ทาให้
ผู้ขอบริการหรือ Requestor สามารถค้นหาและทราบว่าบริษัทมีผลิตภัณฑ์และบริการอะไรบ้าง
สามารถติดต่อขอดาเนินธุรกิจการค้ากับบริษัทได้โดยอัตโนมัติผ่านทาง                  Web        Services
โดยหน้าที่ของ UDDI จะคล้ายกับ เว็บไดเร คทอรี กล่าวคือ UDDI ช่วยให้ผู้พัฒนา Web Service
ได้ประกาศหรือประชาสัมพันธ์บริการของตนเองสู่สาธารณะ และช่วยให้ผู้ใช้ Web Service ค้นพบ
Web Service ที่ต้องการใช้งาน

ตัวอย่างสถานการณ์การใช้เว็บเซอร์วิส
           การพัฒนาระบบธุรกิ จผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อาจจะใช้สถาปัตยกรรมการบริการในลักษณะ
ที่เรียกว่า      "Service-    Oriented        Architecture"    (SOA)     เป็นแนวคิดเบื้องต้น

                                                 63
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


ระบบและแอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่ในโลกของธุรกิจที่ใช้งานใน
ปัจจุบันเป็นแอพพลิเคชั่นและระบบย่อยที่ถูกสร้างขึ้นให้มีการทางานที่ต้องสัม พันธ์กันอย่างแนบแ
น่น (Tightly Coupled) การเปลี่ยนแปลงการทางานภายในระบบย่อยหรือแอพพลิเคชันใด ๆ
จะมีผลกระทบกับทั้งระบบ ซึ่งส่งผลให้การบารุงรักษา มีต้นทุนที่สูงขึ้น
รวมทั้งยังเป็นข้อจากัดในการเชื่อมต่อกับระบบของคู่ค้าอื่น ๆ การพัฒนา                      SOA
นั้นทาบนมาตรฐานเปิด             ่
                              ซึงได้รับการรับรองจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์ชั้นนา เช่น บริษัท
ไอบีเอ็มและบริษัท                              ไมโครซอฟต์ เป็นต้น
และบริษัทเหล่านี้ยังได้ร่วมมือกันรับรองมาตรฐานอย่างเช่น UDDI และ WSDL




    ภาพผนวก ข-3: สถาปัตยกรรมการบริการในลักษณะของ Service-Oriented Architecture

         SOA มีส่วนประกอบหลักสามส่วนคือ ผู้ให้บริการ (Service provider) ผู้ขอบริการ (Service
requester) และ ตัวแทนของผู้ให้บริการ           (Service broker) ซึ่งส่วนประกอบหลักทั้ง 3
ส่วนนี้ติดต่อถึงกันโดยใช้ฟังก์ชันพื้นฐาน คือ การประกาศ           (publish), การค้นหา (find)
และการเรียกใช้ (bind) ฟังก์ชันทั้งสามมีการทางานดังนี้คือ ผู้ให้บริการ (Service provider)
ทาการประกาศ (publish) บริการไปยังตัวแทนของผู้ให้บริการ (Service broker) หรือที่อาจเรียกว่า
“ไดเรคทอรีของบริการ” ในขณะที่ผู้ขอบริการ (Service requester) จะทาการค้นหา (find)
บริการที่ต้องการ และเมื่อพบ เห็นก็จะทาการเรียกใช้ (bind) ไปยังผู้ให้บริการนั้น

การเปรียบเทียบระหว่างอิบีเอ็กเอ็มแอลและเว็บเซอร์วิส




                                             64
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                       เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


          ยุคของของการดาเนินธุรกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆในหลายองค์กรโดยมีการทาธุรกรรมอิเล็กทร
อนิกส์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต (e-Business)
เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งที่ใ ช้ดาเนินกระบวนการทางธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ซึ่งทาให้เกิดการประสา
นงานสอดคล้องของธุรกิจเป็นไปอย่างอัตโนมัติ และระบบที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
ปัจจุบันนี้การทาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์          (e-Business)      มีมาตรฐานหลักมาจาก        2
โดเมนใหญ่คือเว็บเซอร์วิส (Web Services) และ อิบีเอ็กเอ็มแอล

ข้อเสนอผลการเปรียบเทียบระหว่าง อิบีเอ็กซ์เอ็มแอล กับเว็บเซอร์วิส ในมุมมองต่างๆ ดังต่อไปนี้
       1. สถาปัตยกรรม (Architecture)
       2. อินเทอร์ออพอะบิลิที (Interoperability)
       3. เลเยอร์ (Layer)
       4. ขั้นตอนการทางาน (Runtime Phase)
       5. แหล่งเก็บข้อมูล (UDDI vs. Registry Spec.)
       6. การอธิบายข้อมูล (WSDL cs. ebXML CCP/A Spec.)
       7. การแลกเปลี่ยนข้อมูล (Messaging)
       8. วิวัฒนาการ (TimeLine)
       9. ข้อกาหนดรายการสถานะข้อมูล (Status of Specification)

        เช่น การเปรียบเทียบในขั้นตอนการทางาน                    (Runtime        Phase)
หลายๆบริษัทสามารถดาวน์โหลดเอกสารแสดงรายละเอียดบริษั ทและเอกสารข้อตกลงทางธุรกิจ
(CPP/A)           ที่ได้ทาการลงทะเบียนไว้ เช่นบริษัท                B       ดาวน์โหลด
เอกสารแสดงรายละเอียดบริษัทและเอกสารข้อตกลงทางธุรกิจ (CPP/A) จากบริษัท A และบริษัท B
ทาการเปรียบเทียบเงื่อนไข,
กฎระเบียบของสัญญาเพื่อบริษัทคู่ค้าต่างพัฒนารูปแบบการติดต่อแลกเปลี่ ยนบริการ




                                              65
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                        เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211




   ภาพผนวก ข-4: ขั้นตอนการ Runtime ของอิบีเอ็กเอ็มแอลซึ่ งสามารถทางานได้เป็นอัตโนมัติ

          จากภาพที่แสดงขั้นตอนการทางานของอิบีเอ็กเอ็มแอลซึ่งสามารถทางานได้เป็นอัตโนมัติ
ซึ่งในขึ้นตอนการออกแบบ (Design Phase) ของอิบีเอ็กเอ็มแอลจะมีการกาหนดขั้นตอนการทางาน
(Workflow)
และรายละเอียดการทางานเพื่อนาไปใช้ในขั้นตอนกระวนการทางานของ อิบีเอ็กเอ็มแอล
          ในขั้นตอนการนาไปใช้งาน(Implementation phase) และการทางาน (runtime phase)
นั้นจะเห็นได้ว่า อิบีเอ็กเอ็มแอลมีความซับซ้อนมากกว่า เว็บเซอร์วิส               แต่จริงๆแล้ว
เว็บเซอร์วิส ก็สามารถทางานได้เร็วถ้านักพัฒนาจะนาใช้ไฟล์           Class Libraries      ต่างๆ
ที่มีการพัฒนาอยู่แล้วเข้ามาช่วยให้การทางานดีขึ้น

อุปสรรคในการทางานของเว็บเซอร์วิส มีข้อหลักๆ ดังนี้

1. เว็บเซอร์วิส ลูกค้าจะต้องพัฒนาแต่ละการบริการ
ที่ต้องใช้ในธุรกิจหรือที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ ทางธุรกิจขึ้นมาเอง เช่นถ้าบริษัทคู่ค้ามีประมาณ
1000 ราย ก็จะต้องพัฒนาการบริการต่างๆ (services) ขึ้นมาเพื่อตอบสนองการทางานนั้นๆเอง
2.                                                          เว็บเซอร์วิส ไม่เหมาะกับงานทางธุรกิจ
เพราะเว็บเซอร์วิส ไม่มีคาอธิบายถึงขั้นตอนหรือข้อมูลรายละเอียดต่างๆของการทากระบวนการทาง
ธุรกิจ ไม่เหมือนอิบีเอ็กเอ็มแอล

สรุปผลการเปรียบเทียบระหว่างอิบีเอ็กเอ็มแอลและเว็บเซอร์วิส


                                               66
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                       เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


           การทางานของเว็บเซอร์วิส และอิบีเอ็กเอ็มแอล นั้นใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกัน
แต่แตกต่างวัตถุประสงค์การนาไปประยุกต์ใช้งาน
โดยอิบีเอ็กเอ็มแอลจะเหมาะกับการใช้งานในด้านการติดต่อ แลกเปลี่ยนระหว่างธุรกิจต่อธุรกิจหรือ
ที่เรียกว่าบีทูบี (B2B) เพราะในอิบีเอ็กเอ็มแอลมีการจัดการเกี่ยวกับกระบวนการทางธุรกิจต่างๆ เช่น
มีการกาหนดกลไกในการรับส่งข้อมูล                  (ebXML             Messaging         Services)
ที่มีการจัดการในเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล ,          การจัดการเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ,
กระบวนการทางธุรกิจ (Business process Specification Schema : BPSS), ข้อมูลทางธุรกิจ (Core
Components) และ เอกสารแสดงรายละเอียดบริษัทและเอกสารข้อตกลงทางธุรกิจ                    (CPP/A)
แต่เว็บเซอร์วิสจะทางานอยู่บนพื้นฐานของข้อกาหนดกระบวนการแลกเปลี่ยนเอกสาร                  XML
Schema โดยใช้ภาษาสาหรับอธิบายขั้นตอนการทางานของ Web Services ที่เรียกว่า WSDL และ
BPEL                    มาช่วยในการอธิบายการทางานของการบริการต่างๆ                   (Services)
และยังสามารถรวมการบริการต่างๆ ได้อีกด้วยเช่น Ws* เช่น เว็บเซอร์วิสด้านนโยบาย (Ws-Policy),
เว็บเซอร์วิสด้านความปลอดภัย (Ws-Security), เว็บเซอร์วิสด้านการกาหนดช่องทางรับส่งข้อมูล
(Ws-Routing) และเว็บเซอร์วิสด้านความถูกต้องของข้อมูล (Ws-Reliability) เป็นต้น




                                              67
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวทางการออกแบบและการบริหาร XML Schema                                     เวอร์ชั่น 1.0 - 20061211


เอกสารอ้างอิง

The Australian Government Information Management Office (AGIMO), Australian Government
Technical Interoperability Framework Version 2, 2005

Berkman – Open e-Policy Group, Roadmap for Open ICT Ecosystems, 2005

Cabinet Office – e-Government Unit, e-Government Interoperability Framework Version 6.1,
March 2005

Danish XML Committee, Handbook for Standardization Version 1.0, March 2003

E-Government Unit, New Zealand E-Government Interoperability Framework Version 3.0, May
2005

IDABC – Enterprise and Industry Directorate-General European Commission, European
Interoperability Framework for pan-European eGovernment Services Version 1.0, European
Communities, Luxemburg, 2004

Information Technology Services Department, The HKSARG Interoperability Framework
Version 4.0, The Government of the Hong Kong Special Administrative Region, November 2005

UN/CEFACT, Core Components Technical Specification – Part 8 of the ebXML Framework
Version 2.01, November 2003

UN/CEFACT, Recommendation No. 34: Recommendations on Data Rationalization and
Standardization for International Trade (Draft), 2006

UN/CEFACT, Trade Data Elements Directory (UNTDED 2005 – ISO 7372:2005), 2005

UN/CEFACT, XML Naming and Design Rules Version 2.0, February 2006

                                             68