การวางแผนโครงการด้วย PERTCPM by kellena96

VIEWS: 687 PAGES: 17

									                                                                                                    1

                              การวางแผนโครงการด้วย PERT/CPM

           โครงการ (project)         มีลักษณะแตกต่างจากงานประจาในแง่ของเวลาและการดาเนินการ
โครงการจะประกอบด้วยกิจกรรมซึ่งมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งโครงการ คือ
งานที่มีเวลาแล้วเสร็จ แตกต่างกับงานประจาซึ่งไม่มีเวลาสิ้นสุดของการทางาน
การวางแผนโครงการก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับ การวางแผนงานอื่นๆ คือ
การกาหนดแนวทางปฏิบัติว่าจะต้องทาอะไรบ้าง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
           เช่นเดียวกับการวางแผนโดยทั่วไป การวางแผนโครงการก็มีขั้นตอนต่างๆ โดยเริ่มจากการกาหนด
เป้าหมาย ของโครงการ ซึ่งประกอบด้วยทรัพยากรที่ต้องการ เวลาแล้วเสร็จของโครงการและผลลัพธ์ที่จะได้
การกาหนดและมอบหมายงานให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในโครงการ
การประมาณการเวลาที่ต้องใช้และทรัพยากรที่ต้องการในการทากิจกรรมต่างๆ ในโครงการ โดยอาศัย
วิธีการพยากรณ์ การวางแผนการใช้เงินตลอดจนการควบคุม งบประมาณ ให้อยู่ภายในปริมาณที่กาหนด
และประการสุดท้ายผู้บริหารโครงการจะต้องกาหนด                       นโยบาย เพื่อการทากิจกรรมว่า
กิจกรรมจะมีผลกระทบต่อการดาเนินโครงการมากที่สุดในแง่ของเวลาที่แล้วเสร็จของโครงการ
และในกรณีที่ต้องเร่งโครงการให้เสร็จเร็วขึ้นกว่าที่วางแผนไว้
ผู้บริหารโครงการจะต้องกาหนดว่าควรจะใช้ทรัพยากรในกิจกรรมใดเพื่อเร่งรัดให้โครงการเสร็จเร็วขึ้นได้ตามที่
ต้องการ นอกจากนี้ ผู้บริหารโครงการยังจะต้องกาหนดลาดับการทางานก่อนหลังของกิจกรรมต่างๆ
ในโครงการว่า จะต้องทา กิจกรรมใดก่อนหลังกันอย่างไร
           ในด้านของการควบคุมและติดตามผลของโครงการ ผู้บริหารโครงการจะต้องติดตามผลของโครงการ
โดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการดาเนินการกับสิ่งที่ได้วางแผนไว้
สิ่งที่จาเป็นจะต้องควบคุมและติดตามผลคือ ค่าใช้จ่ายในการทากิจกรรม ระยะเวลาของการทากิจกรรม
และผลงานที่ได้ การควบคุมโครงการจาเป็นต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียดและถูกต้อง
การกาหนดมาตรฐานเพื่อใช้ในการควบคุมอย่างรัดกุม และการมีข้อมูลและสารสนเทศอย่างเพียงพอ
           กล่าวโดยสรุปสาหรับผู้บริหารโครงการ
สิ่งซึ่งจาเป็นจะต้องรู้เพื่อการวางแผนและควบคุมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ
           1. ในโครงการมีกิจกรรมหรืองานย่อยอะไรบ้างที่จะต้องทา แต่ละกิจกรรมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
                กิจกรรมใดต้องทาก่อน กิจกรรมใดต้องทาหลังจากกิจกรรมใด
                และเวลาที่ต้องใช้ในการทาแต่ละกิจกรรมเป็นเท่าใด
           2. โครงการที่ทามีเวลาแล้วเสร็จเป็นเท่าไร
                                                                                                    2

       3. ในบรรดากิจกรรมต่างๆ มีกิจกรรมใดบ้างที่ถือว่าเป็นกิจกรรมวิกฤต             (critical activity)
          ซึ่งหมายถึงกิจกรรมที่เมื่อเกิดล่าช้าไปกว่าที่กาหนด
          จะมีผลกระทบต่อเวลาแล้วเสร็จทั้งหมดของโครงการ
       4. ในบรรดากิจกรรมต่างๆ มีกิจกรรมใดบ้างที่เมื่อเกิดการล่าช้า
          จะไม่มีผลกระทบต่อเวลาแล้วเสร็จของโครงการ
          และกิจกรรมเหล่านี้อาจล่าช้าได้นานมากที่สุดเท่าใด จึงจะไม่มีผลต่อเวลาแล้วเสร็จของโครงการ
       5. ในกรณีที่ต้องการเร่งให้โครงการเสร็จเร็วขึ้นกว่าที่กาหนด จะต้องทาการเร่งรัดกิจกรรมใดบ้าง
          และจะทาอย่างไรจึงทาให้ต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมถูกที่สุด

การวิเคราะห์ข่ายงาน PERT/CPM
         การวิเคราะห์ข่ายงาน    PERT/CPM            มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิถีวิกฤตของโครงการ
ขั้นตอนการวิเคราะห์ข่ายงานประกอบด้วย
         การแยกแยะงาน (job             berakdown)        เป็นขั้นตอนการแจกแจงของกิจกรรมต่างๆ
ที่จาเป็นต้องทาในโครงการทั้งหมดว่า มีกิจกรรมอะไรบ้างที่ต้องทา กิจกรรมต่างๆ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
กิจกรรมใดต้องทาก่อน กิจกรรมใดต้องทาหลัง
         การประมาณการเวลาของกิจกรรม               (activity               time             estimation)
เป็นการประมาณการเวลาที่ต้องใช้ทาแต่ละกิจกรรมโดยอาศัยผู้ชานาญงานในแต่ละกิจกรรม สาหรับข่ายงาน
CPM การประมาณการจะทาโดยประมาณการเพียงค่าเดียว โดยถือว่าค่านี้มีความเป็นไปได้มากที่สุด
มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดความคลาดเคลื่อน
         ในกรณีของ                                                                               PERT
การประมาณการเวลาแล้วเสร็จของกิจกรรมจะถือว่าเวลาการทากิจกรรมมีลักษณะการแจกแจงแบบเบตา
ดังแสดงในรูป การประมาณการเวลาสาหรับกิจกรมจะต้องประมาณการ 3 จุด คือ a m และ b โดยที่
                      ค่าความน่าจะเป็น




                                                            เวลาแล้วเสร็จของกิจกรรม
                                         a   m   te     b
                                                                                                           3

      a     หมายถึงเวลาที่คาดว่าจะทากิจกรรมแล้วเสร็จได้เร็วที่สุด (optimistic time)
      b     หมายถึงเวลาที่คาดว่าจะทากิจกรรมแล้วเสร็จได้ช้าที่สุด (pessimistic time)
      m     หมายถึงเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุดที่จะทากิจกรรมแล้วเสร็จ (most pikely time)
      จากทฤษฎีของการแจกแจงแบบเบตา
ทาการคานวณหาค่าคาดหมายของเวลาแล้วเสร็จของกิจกรรมจากสูตร
                                              1
                                           t  ( a  4m  b)
                                              6
จากนั้นจึงค่าคาดหมาย t แทนเวลาแล้วเสร็จของกิจกรรม เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข่ายงานต่อไป

         เนื่องจากเวลาแล้วเสร็จของกิจกรรมสาหรับข่ายงาน        PERT        มีการแจกแจงแบบเบตา
ดังนั้นเวลาแล้วเสร็จของแต่ละกิจกรรมจึงมีค่าความแปรปรวนซึ่งคานวณได้จากสูตร
                                                    (b  a) 
                                                                 2

                                            2  
                                                       6   
ค่าความแปรปรวนนี้จะใช้เพื่อหาค่าความน่าจะเป็น ที่โครงการจะเสร็จภายในเวลาที่กาหนด

         เขียนข่ายงาน (draw network) เมื่อได้แยกแยะกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทาตลอดจนความสัมพันธ์ของ
กิจกรรมต่างๆ ในโครงการ และประมาณการเวลาในการทากิจกรรมแล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือการเขียนข่ายงานโดยอาศัยหลักการที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
         วิเคราะห์หาวิถีวิกฤต          (critical                   path                        analysis)
หลังจากเขียนข่ายงานเสร็จแล้วขั้นตอนสุดท้ายคือการหาวิถีวิกฤตของข่ายงาน
จากวิถีวิกฤตนี้จะทาให้ทราบถึงเวลาแล้วเสร็จของโครงการว่าเป็นเท่าใด และกิจกรรมใดบ้างที่อยู่ในวิถีวิกฤต
ซึ่งจะทาไปสู่การวางแผนตัดสินใจเพื่อควบคุมโครงการ หรือเร่งรัดโครงการต่อไป

                                          พื้นฐานการวิเคราะห์ข่ายงาน
       ในการคานวณหาวิถีวิกฤตจาเป็นต้องทราบถึงนิยามต่างๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้คือ
       เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด (earliest start, ES) หมายถึง เวลาเร็วที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถเริ่มต้นทาได้
       เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุด (earliest finish, EF) หมายถึง เวลาเร็วที่สุดที่กิจกรรมสามารถทาเสร็จได้
       เวลาเริ่มต้น ช้าที่สุด (Latest start, LS) หมายถึง เวลาช้าที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถเริ่มต้นได้
โดยไม่ทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการล่าช้าไปกว่าที่วางแผนไว้
                                                                                                          4

          เวลาแล้วเสร็จช้าที่สุด (Latest finish, LF) หมายถึง เวลาช้าที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถทาเสร็จได้
โดยไม่ทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการล่าช้าไปกว่าที่วางแผนไว้
          เวลาลอยตัวอิสระ            (free                  float,                  FF)           หมายถึง
เวลาที่กิจกรรมสามารถเลื่อนเวลาเริ่มต้นหรือทาล่าช้าออกไปจากที่กาหนด
โดยไม่มีผลกระทบที่จะทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จล่าช้ากว่ากาหนด
และไม่มีผลทาให้กาหนดเวลาเริ่มต้นของกิจกรรมอื่นที่ตามหลังต้องเลื่อนตามไปด้วย
          เวลาลอยตัวรวม                      (total           float,            TF)                หมายถึง
เวลาที่กิจกรรมสามารถเลื่อนเวลาเริ่มต้นหรือทาล่าช้าออกไปจากที่กาหนด
โดยไม่มีผลกระทบที่จะทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จล่าช้ากว่าที่กาหนด
แต่อาจทาให้เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรมที่ตามหลังเลื่อนตามไปด้วย
          วิถีวิกฤต (critical path) เป็นวิถีที่ประกอบด้วยกิจกรรมที่มีเวลาลอยตัวเป็นศูนย์
          การคานวณเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด (ES) และเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุด (EF) ทาโดยอาศัยหลักเกณฑ์สาคัญ 2
ประการ คือ
          1. เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรมมีค่าเท่ากับเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรมบวกกับเวลาที่ใช้ใน
                การทากิจกรรมนั้น ซึ่งสามารถเขียนเป็นความสัมพันธ์ คือ
                                                    EF = ES + t
                เมื่อ t เป็นเวลาในการทากิจกรรม
          2. สาหรับวงกลมที่มีกิจกรรมเข้าเพียงกิจกรรมเดียว ES ของกิจกรรมต่างๆ ที่ออกจากวงกลมนั้น
                จะมีค่าเท่ากับ EF ของกิจกรรมที่เข้าสู่วงกลม แต่ถ้ามีกิจกรรมหลายกิจกรรมเข้าที่วงกลม ES
                ของกิจกรรมที่ออกจากวงกลมมีค่าเท่ากับค่า           EF ที่มากที่สุดของกิจกรรมที่เข้าวงกลม
                ดังแสดงในรูป


                               ES = 5                                    EF = 2        ES = 6
               EF = 5
                                                                     EF = 5
                               ES = 5                                                      ES = 6
                                                                       EF = 6
                                                                                                          5




ตัวอย่างที่ 1   จงคานวณเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด และเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของแต่ละกิจกรรมของข่ายงาน

                                                     C
                                           2                      4
                                                     6
                                                                      F
                           A                                  D
                               8                         11                    G
                                                                          5                  6
                      1                                                        1
                                       B
                                                         E
                                   4
                                                 3            9



วิธีทา           สมมติให้เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรมที่ไม่มีกิจกรรมใดนาหน้ามีค่าเป็น 0 ดังนั้นเวลา
                 เริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรม A และ B มีค่าเป็นศูนย์ จากหลักเกณฑ์ที่ได้กล่าวมาแล้ว
                 เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรม A และ คานวณได้ ดังนี้ คือ
                           กิจกรรม A : EF = 0 + 8 = 8
                           กิจกรรม B : EF = 0 + 4 = 4
       เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรม C และ D มีค่าเท่ากับเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรม             A
ส่วนเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรม           E        มีค่าเท่ากับเวลาแล้วเสร็จที่สุดของกิจกรรม         B
การคานวณเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรม C, D และ E ก็ทาได้เช่นเดียวกับของกิจกรรม A และ B คือ
                           กิจกรรม C : ES = 8; EF = 8 + 6 = 14
                           กิจกรรม D : ES = 8; EF = 8 + 11 = 19
                           กิจกรรม E : ES = 8; EF = 4 + 9 = 13
                                                                                                     6

        สาหรับกิจกรรมสุดท้าย F เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด คือ เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรม           C
และเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรม F ก็สามารถคานวณได้คือ
                           กิจกรรม F : ES = 14; EF = 14 + 3 = 17
        กิจกรรมสุดท้าย คือ G เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดเลือกจากเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรม D, E และ F
โดยเลือกค่าที่มากที่สุด คือของกิจกรรม D ดังนั้น
                           กิจกรรม G : ES = 19; EF = 19 + 1 = 20



       สรุปเวลาเริ่มต้นและแล้วเสร็จเร็วที่สุดของแต่ละกิจกรรมเป็นดังนี้ คือ
                     กิจกรรม        เวลาที่ใช้ทากิจกรรม        ES            EF
                        A                      8                 0            8
                        B                      4                 0            4
                        C                      6                 8           14
                        D                     11                 8           19
                        E                      9                 4           13
                         F                     3                14           17
                        G                      1                19           20

      สาหรับการคานวณเวลาเริ่มต้นช้าที่สุด              (LS)          และเวลาแล้วเสร็จช้าที่สุด  (LF)
จะคานวณย้อนกลับจากกิจกรรมสุดท้ายไปยังกิจกรรมแรก และทาได้โดยอาศัยหลักเกณฑ์ที่สาคัญ 2 ประการ
คือ
      1. เวลาเริ่มต้นช้าที่สุดของกิจกรรมมีค่าเท่ากับเวลาแล้วเสร็จช้าที่สุดของกิจกรรม
          ลบด้วยเวลาที่ใช้ในการทากิจกรรมนั้น ซึ่งสามารถเขียนเป็นความสัมพันธ์ คือ
      2. สาหรับวงกลมที่มีกิจกรรมออกจากวงกลมเพียงกิจกรรมเดียว                                      LF
          ของกิจกรรมที่เข้าสู่วงกลมมีค่าเท่ากับ         LS         ของกิจกรรมที่ออกจากวงกลมนั้น
          แต่ถ้ามีกิจกรรมออกจากวงกลมหลายกิจกรรม LF ของกิจกรรมที่เข้าวงกลมจะมีค่าเท่ากับ LS
          ที่น้อยที่สุดของกิจกรรมที่ออกจากวงกลม ดังแสดงในรูป

                            LF = 15
                                                                                                          7

                                                                             LF = 13        LS = 15
                                           LS = 15

                                                                           LF = 13              LS = 13
                             LF =1 5




ตัวอย่างที่ 2   จงคานวณเวลาเริ่มต้นช้าที่สุด (LS) และเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของแต่ละกิจกรรมของข่ายงานใน
                ตัวอย่างที่ 1
วิธีทา          กาหนดให้เวลาแล้วเสร็จช้าที่สุด              (LF)            ของกิจกรรมสุดท้ายคือ       G
                มีค่าเท่ากับเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุด (EF) ของกิจกรรม และการคานวณหาเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด
                (LS) ของกิจกรรม G ทาได้โดยอาศัยสมการ ดังนั้น
                          กิจกรรม G : LF = EF = 20; LS = LF – t = 20 – 1 = 19
                          กิจกรรม D, E และ F มีค่า LF เท่ากับค่า LS ของกิจกรรม G คือ 19 การคานวณ LS
                          ของกิจกรรม D,E และ F จะได้ผลลัพธ์คือ
                          กิจกรรม D : LF = 19; LS = 19 - 11 = 8
                          กิจกรรม E : LF = 19; LS = 19 - 9 = 10
                          กิจกรรม F : LF = 19; LS = 19 - 3 = 16
                ในทานองเดียวกัน ค่า LS และ LF ของกิจกรรม B และ C คานวณได้ดังนี้คือ
                          กิจกรรม B : LF = 10; LS = 10 - 4 = 6
                          กิจกรรม C : LF = 16; LS = 16 - 6 = 10

               สาหรับกิจกรรม A ค่า LF ของกิจกรรมเลือกจาก LS ของกิจกรรม C และ D
โดยเลือกกิจกรรมที่มี LS น้อยที่สุด ในที่นี้คือของกิจกรรม D ซึ่งมีค่าเท่ากับ 8 และค่า LS คานวณได้ดังแสดงคือ
                        กิจกรรม A : LF = 8; LS = 8 - 8 = 0
                                                                     8

สรุปเวลาเริ่มต้นและแล้วเสร็จช้าที่สุดของกิจกรรมได้ดังนี้ คือ
              กิจกรรม        เวลาที่ใช้ทากิจกรรม           LF   LS
                 A                      8                   8    0
                 B                      4                  10    6
                 C                      6                  16   10
                 D                     11                  19    8
                 E                      9                  19   10
                  F                     3                  19   16
                 G                      1                  20   19
                                                                                                   9

                                       การวิเคราะห์หาวิถีวิกฤต

        ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าวิถีวิกฤตประกอบด้วยกิจกรรมที่มีค่าเวลาลอยตัวเป็นศูนย์
กิจกรรมที่อยู่ในวิถีวิกฤตคือ กิจกรรมวิกฤต
กิจกรรมวิกฤตถ้าเกิดการล่าช้าจะมีผลกระทบต่อเวลาแล้วเสร็จของโครงการทั้งหมด
กิจกรรมวิกฤตจึงต้องได้รับการควบคุมอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเวลาการวิเคราะห์หาวิถีวิกฤตทาได้โดยก
ารคานวณหาเวลาลอยตัวรวม (TF) ซึ่งคานวณได้จากสมการ
                  TF = LS – ES
        หรือ TF = LF – EF
กิจกรรมใดที่มีค่าเวลาลอยตัวรวมเป็นศูนย์ ก็คือกิจกรรมในวิถีวิกฤต
        นอกจากนี้การวิเคราะห์ข่ายงานยังต้องการรู้ถึงเวลาลอยตัวอิสระของแต่ละกิจกรรม
ซึ่งคานวณได้จากสมการ คือ
                  FF = ES ของกิจกรรมถัดไป – EF ของกิจกรรมที่พิจารณาอยู่
ตัวอย่างที่ 4 จงวิเคราะห์หาวิถีวิกฤตของข่ายงานในตัวอย่างที่ 1 และคานวณหาเวลาลอยตัว
                  อิสระของแต่ละกิจกรรม อธิบายความหมายของเวลาลอยตัวอิสระและเวลาลอยตัวรวม
                  โดยยกตัวอย่างประกอบ
วิธีทา            จากตัวอย่างที่ 2 และ 3 สามารถคานวณหาเวลาลอยตัวรวม (TF) และเวลาลอย
                  ตัวอิสระ (EF) ได้ดังแสดงในตารางต่อไปนี้
 กิจกรรม เวลาในการทา ES EF LS LF กิจกรรม                                   ES ของ     FF TF
              กิจกรรม                                   ถัดไป      กิจกรรมถัดไป
   A              8          0    8        0     8       C,D             8           0      0
   B              4          0    4        6    10        E              4           0      6
   C              6          8    14      10    16        F             14           0      2
   D             11          8    19       8    19        G             19           0      0
   E              9          4    13      10    19        G             19           6      6
   F              3         14    17      16    19        G             19           2      2
   G              1         19    20      19    20                      20           0      0

       ดังนั้นวิถีวิกฤตประกอบด้วยกิจกรรม A, D และ G ดังแสดงในรูป
                                                                                                    10



        ดังนั้นสรุปได้ว่าโครงการตามข่ายงานต้องใช้เวลาในการทาโครงการทั้งสิ้นรวม 20 หน่วยเวลา
โดยมีกิจกรรมวิกฤตคือ A, D และ G

                                                        C
                                                2                    4
                                                        6
                                                                         F
                                A                                D
                                    8                       11
                                                                             5   G         6
                        1
                                            B                                    1
                                                            E
                                        4
                                                    3            9

                    วิถีวิกฤต



          เวลาลอยตัวอิสระหมายถึง
เวลาที่กิจกรรมสามารถล่าช้าได้โดยไม่ทาให้กิจกรรมอื่นที่ตามมาต้องเลื่อนตามไปด้วย
และเวลาแล้วเสร็จของโครงการก็ไม่ล่าช้าออกไป ส่วนเวลาลอยตัวรวมหมายถึง
เวลาที่กิจกรรมสามารถล่าช้าได้โดยไม่มีผลกระทบต่อเวลาแล้วเสร็จของโครงการ
แต่อาจมีผลทาให้กิจกรรมที่ตามมาต้องเลื่อนตามออกไป ตัวอย่างเช่น กิจกรรม B มี FF = 0
หมายความว่าถ้ากิจกรรม B เลื่อนช้าออกไปแม้แต่ 1 หน่วย ก็จะทาให้กิจกรรมที่ตามมาคือ E
ต้องเริ่มต้นล่าช้าตามไปด้วย แต่กิจกรรม B มี TF = 6 หมายความว่า กิจกรรม B อาจล่าช้าไปได้อีก 6 หน่วยเวลา
โดยไม่ทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการล่าช้าออกไปเลย
                                                                                            11




ตัวอย่างที่ 5 โครงการแนะนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ท้องตลาด มีกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทาดัง
              แสดงในตารางต่อไปนี้ จงเขียนข่ายงาน PERT/CPM
              และวิเคราะห์หาเวลาที่ต้องใช้ในการทาโครงการและกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมวิกฤตของโครงกา
              ร
        รหัส                รายละเอียด                กิจกรรมที่ต้อง เวลาในการทากิจกรรม
      กิจกรรม                                            ทาก่อน               (สัปดาห์)
          A       จัดองค์การเพื่อการขาย                    -                   6
         B        ว่าจ้างพนักงานขาย                        A                   4
         C        ฝึกอบรมพนักงานขาย                        B                   4
         D        เลือกตัวแทนโฆษณา                         A                   2
         E        วางแผนโฆษณา                              D                   2
         F        ทาการโฆษณา                               E                  10
         G        ออกแบบภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์                 -                  2
         H        ติดตั้งเครื่องบรรจุผลิตภัณฑ์             G                  10
         I        บรรจุผลิตภัณฑ์ที่มีในสต็อก              H, J                 6
         J        สั่งผลิตภัณฑ์จากบริษัทผู้ผลิต             -                 13
         K        เลือกตัวแทนจาหน่าย                       A                   9
         L        จาหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ตัวแทนจาหน่าย        C, K                 3
         M        ขนส่งผลิตภัณฑ์ให้ตัวแทนจาหน่าย          I, L                 5
                                                                                                                                          12

วิธีทา        ข่ายงานของโครงการแนะนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ท้องตลาดแสดงอยู่ในรูป

                                                                                                E,4
                                                                              8
                                                    D,2                                                      9
                                     2
                                                                                                                         F,10
                                                              K,9
                               A,6        B,4
                                                          3         C,7               4               L,3            7   M,5         10
                           1

                                                  J,13
                                                                                          I,6
                               G,2
                                              5                           6
                                                         H,10


         การวิเคราะห์วิถีวิกฤตของข่ายงานดังแสดงอยู่ในตารางต่อไปนี้
ซึ่งเป็นการคานวณเพื่อหาวิถีวิกฤตของโครงการแนะนาผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ท้องตลาด

 กิจกรรม   เวลาในการทากิ       ES    EF           LS            LE        กิจกรรม                        ES ของ          FF     TF
               จกรรม                                                       ถัดไป                      กิจกรรมถัดไป
    A            6              0        6         0            6         B, D, K                           6            0      0
    B            4              6        10        6            10           C                             10            0      0
    C            7             10    17           10           17                 L                         17           0      0
    D            2              6    8             9           11                 E                          8           0      3
    E            4              8    12           11           15                 F                         12           0      3
    F           10             12    22           15           25                 -                         25           3      3
    G            2              0    2             2            4                 H                          2           0      2
    H           10              2    12            4           14                 I                         13           1      2
    I            6             13    19           14           20                 M                         20           1      1
    J           13              0    13            1           14                 I                         13           0      1
    K            9              6    15            8           17                 L                         17           2      2
    L            3             17    20           17           20                 M                         20           0      0
    M            5             20    25           20           25                 -                         25           0      0
                                                                                                           13

จากตารางข้างต้น จะได้ว่าวิถีวิกฤตประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ คือ                 A, B, C, L และ M
โดยมีเวลาแล้วเสร็จของโครงการ 25 สัปดาห์

การเร่งรัดกิจกรรม
          การประมาณการเวลาแล้วเสร็จของกิจกรรม
โดยทั่วไปจะประมาณการโดยพิจารณาถึงทรัพยากรที่ใช้ในการทากิจกรรมซึ่งประกอบด้วยแรงงาน และเงินทุน
ในกรณีที่ต้องการเร่งรัดโครงการให้เสร็จเร็วขึ้นกว่าที่คาดหมายก็สามารถทาได้โดยการระดมทรัพยากรเพิ่มขึ้น
การเร่งรัดโครงการให้เสร็จเร็วขึ้น
อาจทาเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากการทาโครงการล่าช้ากว่าที่กาหนด เช่น ถูกปรับ
หรือเพื่อประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายด้านการดาเนินการ ถ้าสามารถเร่งโครงการให้เสร็จเร็วขึ้นกว่าที่กาหนด
ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนเพื่อการดาเนินการกิจกรรมมีความสัมพันธ์กับเวลาแล้วเสร็จของกิจกรรม ดังแสดงในรูป
                      ต้นทุน
                                                      เวลาแล้วเสร็จเร่งรัด
      ต้นทุนเร่งรัดกิจกรรม


                                                                  เวลาแล้วเสร็จปกติ
               ต้นทุนปกติ
                                                                                         เวลาแล้วเสร็จของกิจกรรม



           จากรูปจะเห็นได้ว่าถ้าต้องการเร่งรัดกิจกรรมให้เสร็จเร็วขึ้นกว่าปกติจะต้องเพิ่มต้นทุนการดาเนินกิจกร
รม ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาและต้นทุนของการดาเนินกิจกรรมนี้อาจมีลักษณะเชิงเส้น
คือเมื่อยิ่งเร่งรัดเวลามากขึ้นเท่าใด ต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมก็จะสูงขึ้นมาก ในการบริหารโครงการ
ผู้บริหารโครงการอาจเลือกตัดสินใจเร่งรัดกิจกรรมในโครงการเพื่อเร่งรัดโครงการให้เสร็จเร็วขึ้น
เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพว่าจะเลือกเร่งรัดกิจกรรมใด ผู้บริหารจะต้องมีข้อมูลในด้านต่อไปนี้ คือ
           1. ความสัมพันธ์ของเวลาแล้วเสร็จ และต้นทุนของการดาเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรม
           2. กิจกรรมใดบ้างที่เป็นกิจกรรมวิกฤต
           การเร่งรัดกิจกรรมเพื่อทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จเร็วขึ้น จะต้องทากับกิจกรรมที่อยู่ในวิกฤต
หรือเร่งรัดกิจกรรมวิกฤตเท่านั้น
                                                                                                                         14

ทั้งนี้เพราะการเร่งรัดกิจกรรมที่ไม่ใช่กิจกรรมวิกฤตจะไม่มีผลทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จเร็วขึ้นแต่อ
ย่างใด
และการเลือกเร่งรัดกิจกรรมวิกฤตก็จะต้องเลือกเร่งรัดกิจกรรมที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเร่งรัดต่าที่สุดก่อน
นอกจากนี้การเร่งรัดกิจกรรมเพื่อทาให้โครงการแล้วเสร็จเร็วขึ้น
ก็ควรทาเฉพาะเท่าที่ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเร่งรัดโครงการ
มีค่าสูงกว่าต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อการเร่งรัดกิจกรรม ผลประโยชน์จากการเร่งรัดโครงการให้เสร็จเร็วขึ้น
อาจอยู่ในลักษณะของเงินชดเชยหรือรางวัลที่ได้ ถ้าสามารถทาให้โครงการเสร็จเร็วกว่ากาหนด
หรือการที่ไม่ต้องเสียค่าปรับเนื่องจากสามารถเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จตามกาหนด
หรือการลดค่าใช้จ่ายเพื่อการดาเนินการโครงการเนื่องจากโครงการเสร็จเร็วขึ้น เป็นต้น ดังรูป
แสดงความสัมพันธ์ของต้นทุนการดาเนินการ ต้นทุนการเร่งรัดโครงการ และต้นทุนรวม
ของการเร่งรัดกิจกรรมในโครงการ
          ขั้นตอนในการเร่งรัดกิจกรรมเพื่อทาให้โครงการเสร็จเร็วขึ้น ประกอบด้วย
          1. รวบรวมข้อมูลเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างเวลาแล้วเสร็จ
               และต้นทุนของการดาเนินกิจกรรมของทุกกิจกรรมในโครงการ
          2. วิเคราะห์หาวิถีวิกฤต
          3. เร่งรัดกิจกรรมวิกฤต โดยเลือกเร่งรัดกิจกรรมที่มีต้นทุนการเร่งรัดงานต่าที่สุดก่อน
               การเร่งรัดให้ทาทีละหน่วยเวลา
               และทาการเร่งรัดจนกว่าจะได้เวลาแล้วเสร็จของโครงการตามที่ต้องการ
               หรือจนกว่าต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมจะมีค่าสูงกว่าผลประโยชน์ที่ได้จากการเร่งรัดโครงการ

                        ต้นทุน
                                                ต้นทุนรวม

                 ต้นทุนต่าสุด
                                                                                   ต้นทุนสะสมจากการเร่
                                 ต้นทุนค่าดาเนินการ                                งรัดกิจกรรม
                                 โครงการ
                                                                                                         เวลาแล้วเสร็จของกิจกรรม
                                              เวลาแล้วเสร็จของโครงการที่ดีที่สุด
                                                                                                       15




ตัวอย่างที่ 7   จากข่ายงานในรูป และความสัมพันธ์ของต้นทุนและเวลาแล้วเสร็จของการดาเนินกิจกรรม
                ดังแสดงในตาราง จงหาว่าควรเร่งรัดโครงการให้เสร็จในเวลากี่วันจึงจะดีที่สุด
                ถ้าการดาเนินโครงการต้องเสียค่าใช้จ่ายวันละ 1,150 บาท

                                        2
                                                       B,10

                                 A,6                                    3    F,2            7

                             1
                                       C,5
                                                                  E,9
                                             4   D,4          5




            กิจกรรม      เวลาแล้วเสร็จปกติ         เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุด         ต้นทุนเร่งรัด/วัน
               A                 6                           6                            -
               B                10                           8                        500 บาท
               C                 5                           4                        300 บาท
               D                 4                           1                        700 บาท
               E                 9                           7                        600 บาท
               F                 2                           1                        800 บาท

วิธีทา          ขั้นตอนการแก้ปัญหาทาได้ดังต่อไปนี้คือ
                                                                                       16

1. วิเคราะห์หาวิถีวิกฤตของข่ายงาน ดังวิธีที่ได้กล่าวมาแล้วและตัวอย่างการแก้ปัญหา
   ในตัวอย่างที่ 5 และ 6 จะได้ว่าวิถีวิกฤตของข่ายงานประกอบด้วยกิจกรรม C, D, E และ F
   โดยมีเวลาแล้วเสร็จของโครงการเท่ากับ 20 วัน




2. พิจารณากิจกรรมวิกฤต โดยนากิจกรรมวิกฤตมาจัดลาดับตามต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรม
  กิจกรรม          ต้นทุนการเร่งรัด/วัน    จานวนวันที่เร่งรัดได้
     C                  300 บาท                     1
     E                  600 บาท                     2
     D                  700 บาท                     3
     F                  800 บาท                     1

3. เริ่มต้นทาการเร่งรัดกิจกรรมโดยเลือกกิจกรรมที่มีต้นทุนเร่งรัดต่าสุด คือ กิจกรรม C
      เป็นอันดับแรก จะต้องเสียต้นทุน 300 บาท ทาให้โครงการเสร็จเร็วขึ้น 1 วัน
      ต้นทุนที่จ่ายไปมีค่าน้อยกว่าค่าดาเนินการโครงการที่จะประหยัดได้ ดังนั้นเร่งรัดกิจกรรม
      C ให้เสร็จภายใน 4 วัน เวลาแล้วเสร็จของโครงการจะเป็น 19 วัน
4. วิเคราะห์หาวิถีวิกฤตของข่ายงานหลังจากเร่งรัดงาน C แล้ว พบว่าวิถีวิกฤตยังคงเป็นวิถีเดิม
      คือ C-D-E-F ดังนั้นเลือกเร่งรัดกิจกรรมที่มีต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมต่าสุดถัดไปคือ
      กิจกรรม E ซึ่งมีต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรม 600 บาท
5. วิเคราะห์หาวิถีวิกฤตของข่ายงานหลังการเร่งรัดกิจกรรม E ลง 1 วัน (เหลือ 8 วัน)
      จะได้ว่าวิถีวิกฤตจะมี 2 วิถี คือ C-D-E-F และ A-B-F
      ซึ่งเมื่อนากิจกรรมมาจัดเรียงตามลาดับ ต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมจะได้ ดังแสดงต่อไปนี้
วิถีวิกฤต           กิจกรรม          ต้นทุนเร่งรัด/วัน   จานวนวันที่เร่งรัดได้
 A-B-F                 A                    -                 เร่งรัดไม่ได้
                       B                500 บาท                     2
                                                                                                        17

                                   F                     800 บาท                   1
                  C-D-E-F          C                         -            เร่งรัดไม่ได้อีกแล้ว
                                   E                     600 บาท                   1
                                   D                     700 บาท                   3
                                   F                     800 บาท                   1
          จากการพิจารณาจะเห็นว่ากิจกรรม F เป็นกิจกรรมร่วมของวิถีวิกฤตทั้งสอง
ดังนั้นการเร่งรัดกิจกรรมนี้ให้เสร็จเร็วขึ้นจะทาให้โครงการเสร็จเร็วขึ้นได้และต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมเป็น 800
บาท นอกจากนี้อาจเลือกเร่งรัดกิจกรรม B และ E ซึ่งจะทาให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จเร็วขึ้น 1
วันเช่นเดียวกัน แต่ต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมจะสูงกว่าคือ เท่ากับ 1,100 บาท (500+600)
ดังนั้นจึงเลือกเร่งรัดกิจกรรม F ก่อน
                   6. พิจารณาข่ายงานหลังการเร่งรัดกิจกรรม F จะได้ว่าวิถีวิกฤตยังคงมี 2 วิถี คือ A-B-F และ
                        C-D-E-F และกิจกรรมที่สามารถเร่งรัดได้คือ B และ E
                        โดยมีผลรวมของต้นทุนเร่งรัดต่ากว่าค่าดาเนินการโครงการที่จะประหยัดได้
                        จึงเร่งรัดกิจกรรม B และ E กิจกรรมละ 1 วัน
                   7. จากการพิจารณาข่ายงานหลังการเร่งรัดกิจกรรม B และ E พบว่า วิถีวิกฤตยังคงเป็น A-B-F
                        และ C-D-E-F และการเร่งรัดโครงการให้เสร็จเร็วขึ้นอาจทาได้อีก 1 วัน
                        โดยการเร่งรัดกิจกรรม B และ D แต่ผลรวมของต้นทุนการเร่งรัดงานเท่ากับ 1,200 บาท
                        (500+700) ซึ่งมีค่ามากกว่าค่าดาเนินการโครงการที่ประหยัดได้
                        ดังนั้นจึงไม่เร่งรัดงานต่อไป โดยให้โครงการเสร็จในเวลา 16 วัน
          ผลสรุปของการเร่งรัดกิจกรรมแสดงดังต่อไปนี้คือ
                       วิถี                   เวลาแล้วเสร็จของโครงการหลังการการเร่งรัดกิจกรรม N วัน
                                                  N =0           1          2            3         4
         C-D-E-F                                   20            19        18           17        16
         A-B-F                                     18            18        18           17        16
         กิจกรรมที่เร่งรัด                                       C          E            F       B, E
         ต้นทุนเร่งรัดกิจกรรม (บาท)                             300        600         800      1,100

								
To top