Docstoc

ระบบยา

Document Sample
ระบบยา Powered By Docstoc
					ธิดา นิงสานนท

สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล

มิติของกระบวนการพัฒนา
(Core Values & Concepts)) (Core V l (C Values & C Concepts) t

หลักคิดสําาคัญ หลักคิดสํ คัญ

ตัวชี้วัด เปาาหมาย/ เป หมาย/ วัวัตถุประสงค ตถุประสงค
ประเด็นสําคัญ ความเสยงสาคญ ความเสี่ยงสําคัญ ความตองการสําคัญ

Study/Learning Do Plan/Design Act/Improve

มาตรฐาน

บรบท บริบท

3C-PDSA  3C PDSA : รูคิด รูทํา เพอความลุมลก ตรงประเดนและตอเนอง ื่ ึ ป ็  ื่

“3P” เพื่อพัฒนางาน 3P เพอพฒนางาน
ทําไมตองมีเรา เปาหมายของงาน
Purpose

เราทํางานกันอยางไร เปาหมายของกระบวนการ
Process

ทําไดดีหรือไม
Performance

จะทําใหดีขึ้นไดอยางไร

Core Values & Concepts
Core Values & Concepts
Value on Staff ff Individual Commitment Teamwork Ethic & Professional Standard

Visionary Leadership Systems Perspective Agility

คนทํํางาน

ทิศทางนํา การพัฒนา
Creativity & Innovation Management by Fact Cont. Process Improvement C t P Im m t Focus on Results Evidence-based Approach

ผูรับผล
Patient / Customer Focus Focus on Health Community Responsibility

พาเรยนรู ี
Learning Empowerment

♠ e¾ืoãˌ¼ÙŒe¢ŒÒoºÃÁ䴌eÃÕ¹ÃÙÁҵðҹÃaººÂÒ æÅa è Œ ° ÁҵðҹÇiªÒªÕ¾eÀÊaª¡ÃÃÁoç¾ÂÒºÒÅ ♠ e¾ืoãˌ¼ÙŒe¢ŒÒoºÃÁÊÒÁÒö¹íÒÁҵðҹŧÊÙ¡Òû¯iºaµi è ‹ ·Êo´¤Åo§¡aººÃiº·oç¾ÂÒºÒŵ¹eo§ Ê´ Œ a i o Õè ♠ e¾ืoãˌ¼ÙŒe¢ŒÒoºÃÁ䴌eÃÕ¹ÃÙٌ¡¨¡ÃÃÁ·Ò§ÇiªÒªÕ¾ è i ·ÕèÊíÒ¤a­·ÕµŒo§»¯iºµi è a

การจัดการสารสนเทศและความรู การวางแผน กลยุทธ การนํา การมุงเนนผูปวย และสิทธิผูปวย
MBNQA/TQA Model

การมุงเนน พนักงาน ผลลัพธ ตอนที่ I การจัดการ กระบวนการ ระบบงานสําคัญของ รพ. ตอนที่ II

ตอนท ตอนที่ IV ดานคลินก ิ ดานผูปวยและลูกคา ดานการเงน ดานการเงิน ดานพนักงานและระบบงาน ดานประสิทธิผลองคกร ดานธรรมาภบาลและสงคม ดานธรรมาภิบาลและสังคม ดานสรางเสริมสุขภาพ

โครงสรางมาตรฐาน HA/HPH 2549

ความเสี่ยง ความปลอดภัย คุณภาพ การกากบดูแลวชาชพ การกํากับดแลวิชาชีพ โครงสรางภาพและสิ่งแวดลอม การปองกันการติดเชือ ้ ระบบเวชระเบยน ระบบเวชระเบียน ระบบยา หองปฏิบัติการทางการแพทย การทางานกบชุมชน การทํางานกับชมชน กระบวนการดูแลผูปวย

ตอนที่ III กระบวนการดูแลผูปวย แรกรับ ประเมน ประเมิน วางแผน ดูแล ใหขอมลและเสริมพลัง  ู วางแผนจําหนาย/ดูแลตอเนือง ่

II – 6.1 การวางแผน การจัดการ การเก็บและสํารองยา Overall Req. Multiple Req.

องคกรสรางความมั่นใจในระบบการจัดการดานยาทีปลอดภัย เหมาะสม และ ่ ได ไ ผล พรอมทั้งการมีียาที่มีคุณภาพสูงพรอมใชสําหรับผูปวย  ั ี  ใ  ั  ก. การวางแผนและการจดการ ก การวางแผนและการจัดการ ข. การเกบและสารองยา ข การเก็บและสํารองยา
1

2

บัญชียาโรงพยาบาล
จากดรายการ มาตรการความปลอดภัย จํากัดรายการ มาตรการความปลอดภย สําหรับยาใหม การขอใชยานอกบัญชี่

3 จัดหายา ยาในบญช ยาในบัญชี ยาขาดแคลน ยาจําเปนเรงดวน

การเก็บ/สํารองยา
เพียงพอ มีคณภาพ คงตัว พรอมใช ุ ใ

1 คณะกรรมการ

สหสาขาวิชาชีพ ี

4 ลดความเสี่ยงในการใชยา ระบุยา ระบยา ออกแบบกระบวนการ

2

ยา/เวชภัณฑฉุกเฉิน ในหนวยดูแลผู วย ในหนวยดแลผปวย
ควบคุม ทดแทน

4

กําหนดทิศทาง สงเสริม ระบบที่มีประสิทธิภาพ

การจัดการกับ ยาที่ถกสงคืน ู

3 6

นโยบายปองกัน ME/ADE
5

ระบบจายยาเมื่อ  หองยาปด ป

ตอบสนอง ME/ADE อยางเหมาะสม

สื่อสาร ใหความรูู
1

การใชยา
ก. การสั่งใชยาและถายทอดคําสั่ง
ขอมูลผูปวย
ทั่วไป โรค lab
5

ข. การเตรียม จัดจาย และใหยา
10

รับใหม ยาย จําหนาย
1

Drug Reconcile

ยาที่ผูปวยนํามา
4

2

ขอมูลยา นโยบาย
4

7

ประเมินและปรับปรุง

ชัดเจน เหมาะสม

คําสั่งใชยา

เหมาะสม ปลอดภัย
2 3

ทบทวน คําสั่ง จัดเตรียม ติดฉลาก ตรวจสอบ ความถูกตอง

สงมอบให หนวยดูแลผูปวย  ตรวจสอบ

7

3

ปองกัน ME/ADR

ถูกตอง มีมาตรฐาน

สื่อสาร/ ถายทอดคําสั่ง

ใหยาแกผูปวย
8

9

ผูปวยไดรับขอมูล  มีสวนรวม สงมอบใหผูปวย

ติดตามผล บันทึก

5 7

6

สะอาด พื้นที่ แสงสวาง ไมรบกวน

สิ่งแวดลอมทางกายภาพ

รายงาน

เหตุการณที่ไมพึงประสงค ความคลาดเคลื่อนทางยา

II – 6.2 การใชยา Overall Req. Multiple Req.

องคกรสรางความมั่นใจวามีการสั่งใชยาและการใหยา ทีปลอดภัย ถูกตอง ่ เหมาะสม และไดผล และไดผล ข. การเตรีียม จดจาย และใหยา ั ใ 
10

ก. การสงใชยาและถายทอดคําสง ั่ ใ   ํ ั่
1

ทั่วไป โรค lab

ขอมูลผู วย ขอมลผปวย

5

รบใหม ยาย จําหนาย รับใหม ยาย จาหนาย
1

Drug Reconcile

ยาที่ผูปวยนํามา
เหมาะสม ปลอดภัย
2 3

4

ทบทวน คําสั่ง จัดเตรียม ตดฉลาก ติดฉลาก ตรวจสอบ ความถูกตอง ความถกตอง

สงมอบให ใ หนวยดูแลผูปวย ตรวจสอบ ใหยาแกผูปวย ผู วยไดรบขอมูล ผปวยไดรับขอมล มีสวนรวม สงมอบใหผูปวย
7 9

2

ขอมูลยา นโยบาย
ปองกัน ั ME/ADR
4

ชัดเจน เหมาะสม

คาสงใชยา คําสั่งใชยา

7

3

ถูกตอง มีมาตรฐาน

สื่อสาร/ ถายทอดคําสั่ัง ํ

8

ตดตามผล ติดตามผล บันทึก

5

6

สะอาด พืนทีี่ แสงสวาง ไ รบกวน ื้ ไม

สิ่งแวดลอมทางกายภาพ

รายงาน

เหตุการณที่ไมพึงประสงค ความคลาดเคลอนทางยา ความคลาดเคลื่อนทางยา

Medication Management
การคัดเลือก และจดหายา และจัดหายา เกณฑการ เกณฑการ คัดเลือกและ จัดซื้อยา สรางบัญชียา วางมาตรการ ทีี่เกีี่ยวกบการ ั ใชยาให ปลอดภย ปลอดภัย ผู รหารหรอ ผบริหารหรือ PTC การสั่งใชยา การเตรียมยา และการจายยา และการจายยา จดซอ เกบ จัดซื้อ เก็บ รักษา ทบทวนและ ยืนยันคําสั่ง เตรียมยา กระจายยาถึึง ผูปวย การใหยา การติดตาม การใชยา การใชยา ประเมนการ ประเมินการ ตอบสนองตอ ยาของ ผูปวย รายงาน อาการและ ความ คลาดเคลอน คลาดเคลื่อน พยาบาล ผูปวย/ญาติ

ประเมนความ ประเมินความ จําเปนของ การใชยา

ตรวจสอบ คําสั่ง ประเมิน ผูปวย ใหยา

แพทย แพทย

เภสชกร เภสัชกร

พยาบาล

♠ Medication Selection & procurement ♠ Storage ♠ Ordering & Prescribing (include transcribing orders) ♠ Preparing & dispensing p g p g ♠ Administration ♠ M it i Monitoring

♣ ¡ÃÃÁ¡ÒäÇûÃa¡oº´ŒÇÂã¤ÃºŒÒ§ ♣ ¡ÃÃÁ¡ÒäÇÃÁÕ¡èÕ¤¹ Õ ♣ ¤ÇÃÁÕ¤³a·íÒ§Ò¹ËÃืo¤³ao¹u¡ÃÃÁ¡ÒËoÂËÃืoäÁ‹ æÅa¤ÇÃe»š¹¤³aã´

บทบาทคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบําบัด Pharmacy and Therapeutic Committee
บริหารจัดการเภสัชตํารับ พิจารณายาเขา-ออก พิจารณา จากรายงานการประเมนยาใหม ขอด ขอเสย ในทกมิติโดย จากรายงานการประเมินยาใหม ขอดี ขอเสีย ในทุกมตโดย ความรวมมือจากหนวยงาน DIS ♣ ทบทวนการใชยา และมีการปรับปรุงเภสัชตํารับอยางนอย ปละครง โดยพจารณาจากขอมูลความเสยง(โอกาสการเกด ปละครั้ง โดยพิจารณาจากขอมลความเสี่ยง(โอกาสการเกิด ความคลาดเคลื่อนทางยา) และขอมูลความ ปลอดภัย (การเกิดการแพ การเกิดปฏิกิริยา ระหวางยา) ระหวางยา)
♣

หนาที่คณะ า ะกรรมการเภสัชกรร รมและการบําบัด า

วางหลักเกณฑที่ชัดเจนที่เกี่ยวของในทุก ุ มิติของการใชยา เพื่อใหมีประสิทธิภาพและ ปลอดภย เชน การใชตวยอ การทบทวนยาที ปลอดภัย เชน การใชตัวยอ การทบทวนยาท่ ใชรักษา การใชคําวา RM การคืนยา การซัก ประวัติการใชยาของผูปวย การ review medication ฯลฯ ♣ ติดตามการเกิดอาการ ไมพึงประสงคจากยาทีเกิด ่ ขนในโรงพยาบาลและให ขึ้นในโรงพยาบาลและให ขอเสนอแนะมาตรการ ปองกันปญหาดังกลาว ั ั 
♣

หนาที่คณะ า ะกรรมการเภสัชกรร รมและการบําบัด า
♠

♣ ทบทวน

วิเคราะหปจจัยที่เปนสาเหตของ  ุ medication error นํามาวางนโยบายเพื่อปองกัน การเกิดซ้ํา เชน ยาสํารองบนหอผูปวย การสั่ง ยาทางโทรศพท การสั่งสารน้ํา ยาที่ผ วย ยาทางโทรศัพท การสงสารนา ยาทผูปวย นํามาจากบาน เปนตน ♣ มีนโยบายและวิธีการปฏิบัติทชัดเจนในการ ี่ นายาทไมอยู นบัญชียามาใช ไมวาจะเปนยา นํายาที่ไมอยในบญชยามาใช ไมวาจะเปนยา ตัวอยาง ยาใหมฯลฯ ประกาศใหรับทราบโดย ทัั่วถึึงกััน เพืื่อใ มีการปฏิิบัติที่เปนมาตรฐาน ให ป เดียวกัน กอนทีจะจัดหายาเขาโรงพยาบาล ่

ติดตามและทบทวนคาใชจายเรื่องยา เชน อะไรคือสาเหตุุ ที่ทําใหคาใชจายเรื่องยาสูงขึ้นทุกป (จํานวนผูปวยมากขึ้น จํํานวนครังทีี่มารัับบริิการเพิิ่มขึึ้น คายาเฉลีี่ยตอคนสูงขึ้น) ั้ ึ ยากลุ ใดใชมากทสุ ยากลมใดใชมากที่สด เพราะอะไร มีนโยบายที่ชดเจนใหมีการประเมิน ั ความเหมาะสมของการใชยาใน รพ. ความเหมาะสมของการใชยาใน รพ ยา ที่มีมลคาการใชสูงนันมีการใชอยาง ู ้ เหมาะสมหรือไม คุณภาพการรักษาเปน อยางไร ไ
♠

☻มีระบบติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติตาม

มาตรการทวางไว มาตรการทีวางไว ่ ☻กําหนดเรื่องสืบเนื่องที่ตองติดตามตามวง รอบ เชน ทุก 3,6 เดืือน ☻กรรมการควรประสานกับกรรมการ อื่นทีติดตามเรื่องยา เชน ICC ซึ่งมีการทํา ่ เรองความไวของเชอตอยาปฏชวนะ ใ ไ ชื้  ป ิชี ใน ื่ ขณะที่ PTC ประเมินเรื่องความเหมาะสม ในการใชยา

☻โรงพยาบาลโดยคณะกรรมการที่ได รบมอบหมายจดทาบญชรายการยาทม รับมอบหมายจัดทําบัญชีรายการยาที่มี ความเสี่ยงสูง ซึ่งมีโอกาสเกิดความ คลาดเคลื่อนหรือเกิดเหตุการณไม พงประสงคจากยาไดงาย ทังนี้โดยมี พึงประสงคจากยาไดงาย ทงนโดยม ้ มาตรการดําเนินการที่เหมาะสม ตั้งแต การจััดหา เก็็บรัักษา สัั่งใ  เตรียม จาย ใช ี  ใหยาผูปวย ตลอดจนการติดตามผล ู ของยา เพื่อความปลอดภัยของผูปวย

♠ การไมมีระบบสารสนเทศรองรับการทํางานที่เกี่ยวกับ

ระบบยา ทําใหการบริการลาชา เกบขอมูลไดไมครบถวน ทาใหการบรการลาชา เก็บขอมลไดไมครบถวน ทํางานซ้ําซอน ใชบุคลากรมาก เกิดความคลาดเคลื่อนสูง โดยเฉพาะระบบกระจายยาแบบ daily dose ♠ ระบบสารสนเทศที่มีการออกแบบทีดี จะชวยใหบคลากร ระบบสารสนเทศทมการออกแบบทด จะชวยใหบุคลากร ่ ที่เกี่ยวของเขาถึงขอมูลจําเปนของผูปวยแตละราย ครอบคลุม ขอมูลทั่วไปที่เกียวของกับยาที่จะไดรับ การวินิจฉัยโรค ขอมูล ่ ทางหองปฏบตการทจาเปน ทางหองปฏิบัติการทีจําเปน ่

♠ ทําหนาที่เปนผูนําทางความคิด มีความเขาใจแนวคิดของ

การพััฒนาคุณภาพ โ ป โดยประสานเขากับการทํากิจกรรมตาม  ั ํ ิ ฐ มาตรฐานวิชาชีพ และเปนไปตามบริบทโรงพยาบาล (ขนาด โรงพยาบาล ประเภทผูปวย โรคที่เปนมาก ยาที่ใชบอย อตรากาลง) เพอพฒนาระบบและบรการให อัตรากําลัง) เพื่อพัฒนาร บบแล บริการให เหมาะสม โดยยึดความปลอดภัยของผูปวย เปนสําคัญ

จัดใหมีการประชุมอยางสม่ําเสมอ เพือใช ุ ่ เปนเวทีสื่อสารในระหวางหนวยงานยอยใน กลุมงานเอง แลกเปลีี่ยนขอมูล รัับทราบและ ป แกไขปญหารวมกน เพือใหเกิดคานิยมการ แกไขปญหารวมกัน เพอใหเกดคานยมการ ่ ทํางานเปนทีม ♠ หัวหนาควรเปนผูนําในการติดตามการ พฒนาของวชาชพ และวางแผนใหเหมาะสม พัฒนาของวิชาชีพ และวางแผนใหเหมาะสม กับบริบทโรงพยาบาล เพือการเตรียมความ ่ พรอมของบุคลากร ทั้งอัตรากําลัง และความรู ความสามารถ
♠

♦ มีการควบคุมอุณหภูมิเปนอยางดีทั้งทีคลังยา และขณะสงยา ่ ไปยงหอผู วย หรอจายยาใหผู วยกลบบาน เชน EPO, ไปยังหอผปวย หรือจายยาใหผปวยกลับบาน เชน EPO Insulin เปนตน ♦ ไ ควรเก็็บวัคซีีนและชีีววัตถุไวทฝาตูเย็น ไม ั ั  ่ี ็ ♦ มีการแยกเก็บยาที่มีโอกาสสับสนไดงาย ออกจากกัน (ยาที่มชื่อพอง มองคลาย) ี ♦ ไ เก็บอิิเล็็กโตรไลทเขมขนไวในหนวย ไม ็ โ ไ   ไ  ู ู ดูแลผูปวย ยกเวนในบางหนวยที่มีความ จําเปนตองใช

♦ มีการจัดการการเก็บยาสํารองทีหนวยดูแลผูปวย ่ โดยพจารณาตามความจาเปน เชน หอผู วย หอง โดยพิจารณาตามความจําเปน เชน หอผปวย หอง ฉุกเฉิน หองลางไต เปนตน ♦ มีีการจััดการใหมีการจายยาอยางปลอดภัยในเวลา ใ  ั ใ ที่หองยาปดทําการ ♦ มีมาตรการจัดการยาที่สงคืนมาที่ หองยาอยางเหมาะสม เชน ยาทแพทย ส ช ี่   สั่งหยุดใช แพทยสั่งเปลี่ยนยา เปนตน

Ça¤«Õ¹ a
☻·Ò¹·ÃÒºËÃoäÁǤ«¹ã´äǵo¤ÇÒÁÃo¹ÁÒ¡·Êu ☻·‹Ò¹·ÃÒºËÃืoäÁ‹Ç¤«Õ¹ã´äǵ‹o¤ÇÒÁÌo¹ÁÒ¡·ÕÊ´ a è ☻·‹Ò¹·ÃÒºËÃืoäÁ‹ÇÒÇa¤«Õ¹ã´äǵ‹o¤ÇÒÁeÂç¹ÁÒ¡·ÕÊu´ ‹ è ☻·‹‹ ☻ Ò¹·ÃÒºËÃืoäÁ‹ÇÒÇa¤«Õ¹ã´äǵ‹oæʧÁÒ¡·ÕÊu´ ืä ‹‹ a ãä ‹ èÕ ☻·‹Ò¹·ÃÒºÇi¸Õe¡çºÇa¤«Õ¹·Õ¶¡µŒo§æŌÇËÃืoÂa§ èÙ

การเก็บรักษาวัคซีน อปกรณและการดแลรักษา วั ุ ู
คุณสมบัตของตูเย็นที่ใชเก็บวัคซีน ิ
สามารถรักษาอุณหภูมิไดคงที่ตลอดทั้งป เก็บรักษาความเย็นไวไดนาน เมื่อไฟฟาดับ มีอายุการใชงานนอยกวา 10 ป ุ ใชในการจัดเก็บวัคซีนเพียงอยางเดียว

สนับสนุนขอมูลโดย ภญ.ศิริรัตน เตชะธวัช สํานักโรคติดตอทั่วไป กรมควบคุมโรค

การจัดเก็บวัคซีนในตูเย็น
• ควรเก็บวัคซีนไวในกลอง โดยเฉพาะวัคซีนที่ไวตอแสง (M, MMR (M MMR, BCG) • วางกลองวัคซีนไวในตะกราโปรง เพื่อใหความเย็นไหลเวียนไดทั่วถึง • ตดปายชอวคซนทชนวางหรอ ิ ป ื่ ั ี ี่ ั้ ื ตะกราเพื่อปองกันการหยิบผิด • วางเทอรโมมิเตอรไวตรงกลาง วคซนทไวตอความเยนจด วัคซีนที่ไวตอความเย็นจัด

ไม ไ เก็็บยา/อาหาร/เครืื่องดืื่มใ เย็นที่เก็็บวััคซีีนเนืองจากจะทํํา ในตู ็ ี ื่ ใหเปด ปดตู ยนบอยขน อณหภมิไมคงท ใหเปด-ปดตเย็นบอยขึ้น อุณหภูมไมคงที่

หามเก็บวัคซีนทุกชนิดไวที่ฝาประตููตูเย็น ุ

ในชองแชแข็งไมควรมีน้ําแข็งเกาะหนาเกิน 5 มม.

ควรมีขวดใสน้ําวางไวในชองลางของตูเย็น เพื่อชวยเก็บ รักษาความเย็น

การวางเทอรโมมิเตอรไวในตเย็น ู

สนับสนุนขอมูลโดย ภญ.ศิริรัตน เตชะธวัช สํานักโรคติดตอทั่วไป กรมควบคุมโรค

การปฏิบัตกรณีไฟฟาดับ การปฏบตกรณไฟฟาดบ ิ
กรณีไฟดับไมเกิน 3 ชั่วโมง
- ใหนําไอซแพคหรือขวดน้ําที่แชแข็งแลวลงมาวางไวที่ชั้นลางแลวใหปดประตู ตู ยนไวตลอดเวลาจนกวาไฟฟาจะมา ตเย็นไวตลอดเวลาจนกวาไฟฟาจะมา

กรณีไฟดับเกิน 3 ชั่วโมง
- ใหยายวัคซีนไปเก็บในหีบเย็น หรือกระติกที่มีไอซแพคหรือน้ําแข็งมาก เพียงพอ พรอมกัับเทอรโมมิิเตอรสําหรับวัดอุณหภูมิ แลวใหเพิมนํ้ําแข็็ง ี  ั ั ใ  ิ่ หรือเปลี่ยนไอซแพค เมื่อตรวจสอบพบวาอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นมากกวา 8°C

กรณีไฟดับนานหลายวัน
-ประสานกับสถานบริการอืื่นลวงหนา เพื่อนําฝากวัคซีีนตอไ ื ไป
33

♣ ส สงมอบยาใหผูปวยโดยเภสชกร โดยใช prime question ใ  โ สัช โ ใช i ti ♣ มีการเชื่อมโยงขอมูลการแพยาที่พบบอยในโรงพยาบาล เอง เพื่อนํามาเตือนผูปวยในขณะสงมอบยา ♣ กรณีที่มีการตรวจแยกคลินิกเฉพาะโรค หรือมีหองจายยา ผูปวยนอกหลายหอง ใหระวังการจายยาที่มีปฏิกิริยาระหวางกัน โดยไมทราบขอมูลการจายยาของอกหองหนง เชน ผ วยที่ได โดยไมทราบขอมลการจายยาของอีกหองหนึ่ง เชน ผูปวยทได รับยา warfarin อาจไดรับยา NSAIDs จากอีกหองยาหนึ่ง

☻เภสัชกรเห็นคําสั่งแพทยโดยตรง จะโดยใชวิธการใดแลวแต ี

ความเหมาะสมของแตละโรงพยาบาล เปาหมายคอการลดการ ความเหมาะสมของแตละโรงพยาบาล เปาหมายคือการลดการ คัดลอก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดความคลาดเคลื่อน ☻มีการติดฉลากยาอยางเหมาะสมที่ภาชนะบรรจุยาทุก ประเภท รวมทั้งที่กระบอกฉีดยา ที่เตรียมนอกหองหรือไกล รวมทงทกระบอกฉดยา ทเตรยมนอกหองหรอไกล จากเตียงผูปวย

☻ฉลากทีี่ติดที่ซองยาควรมีีรายละเอียดครบถวน ทงชืื่อ ☻ ี ี  ั้ ผูปวย ชื่อยา ขนาด วิธีใช จํานวนยา เพื่อใหพยาบาล สามารถตรวจสอบขามกับ medication administration record (MAR) หรือ medication sheet หรอ ☻แผนกเภสัชกรรมเปนผูเตรียมยาสําหรับผูปวยเฉพาะ ราย หรือยาที่ไมมีจําหนายในทองตลาด โดย ใชวธปฏบตทเปนมาตรฐาน ใชวธปฏิบัติที่เปนมาตรฐาน โดยจะ ิ ี ตองระวังในทุกขั้นตอน ตั้งแตการ เตรียม บรรจุ และจัดเก็็บ

♥ นอกจากหมายเลขเตียงแลว ใหติดชื่อผูปวยที่กลองเก็บยา ู

ของผูปวยแตละคน ♥ เมื่อผสมยาเตรียมพรอมฉีดแลว ควรมีฉลากติดเพื่อปองกัน เมอผสมยาเตรยมพรอมฉดแลว ควรมฉลากตดเพอปองกน ความผิดพลาดหากมีการเตรียมยาใหผูปวยหลายคนพรอมกัน ♥ ไมควรผสมยาเตรียมไวสําหรับมื้อตอไป ซึ่งบางครั้งหางกัน หลายชวโมง ตองคานงถงความคงตวของยาบางชนดดวย หลายชั่วโมง ตองคํานึงถึงความคงตัวของยาบางชนิดดวย ♥ ตองมีการตรวจสอบซ้ํากอนใหยาผูปวย โดยเฉพาะยาทีมี ่ ความเสี่ยงสูง

♥ เวลารัับป ประทานอาหารกับเวลาที่ใหยา ตอง ั ี 

ใหความสนใจเมื่อใหยาบางชนิด เชน ยาลด น้ําตาล ♥ ควรมการบนทกเวลาทใหยาจรง ตดตามวา ี ั ึ ใ  ี่ ิ ิ  โดยเฉลี่ยแลวผิดไปจากเวลาที่ควรเปนเทาใด ♥ ตองระวังอัตราเร็วในการใหยาบางชนิด เชน vancomycin, co trimoxazole เปนตน vancomycin co-trimoxazole เปนตน ♥ ควรมีกระบวนการในการตรวจสอบการใหยา ของเวรที่ผานมา เพื่อดักจับความคลาดเคลื่อน ทเกดขน ที่เกิดขึ้น

♣ มีระบบจัดการยาที่ผูปวยและครอบครัวนําติดตัวมา เพื่อให เกิดความปลอดภัยและสอดคลองกับแผนการดูแลผูปวยที่ เปนปจจุบ เปนปจจบัน ♣ มีการใชอุปกรณการใหยาที่ไดมาตรฐาน ใหยาผูปวยอยาง ถูกตองและปลอดภัย โดยบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ♣ มีการรายงานเมื่อมีเหตการณไม มการรายงานเมอมเหตุการณไม พึงประสงคเกิดขึ้นจากยา หรือเกิดความ คลาดเคลื่อนในการใหยา ♣ มีกระบวนการในการระบบัญชีรายการ มกระบวนการในการระบุบญชรายการ ยาที่ผูปวยไดรับอยางตอเนืองกอนเขามา ่ รัักษาในโรงพยาบาล ใ โ

High Alert Drugs (HADs)
☻ การจัดยาใดเขาเปนยาในกลุมนี้ ควรมีการทําความเขาใจ

กัับผูปฏิบัติ ถึงเหตุผลที่ตองแยกยากลุมนี้ีออกมาตางหาก ควร ิ ึ ี ฏิ ุ ใหผูปฏบัติมีสวนรวมในการเลือกยาเขากลุมดวย และควรนํา รายงานอุบัติการณที่เกิดขึ้นจากการใชยาในโรงพยาบาลมา ประกอบ เชนการเกิด t ปร กอบ เชนการเกด extravasation, phlebitis บอยจากยา ti hl biti บอยจากยา บางตัว เปนตน ☻ ควรกําหนดชัดเจนถึงบทบาทของแพทย เภสัชกร พยาบาล และนกเทคนกการแพทย เมอมการสงใชยาในกลุ น และนักเทคนิกการแพทย เมื่อมีการสั่งใชยาในกลมนี้

การสัั่งใ ยาโดยแพทย ใช โ
ไมสั่งดวยวาจายกเวนกรณีเรงดวน โดยที่ผูรับคําสั่ง ตองจดและสะกดทวนใหฟงทันที ♣ ไ ใชคํายอยกเวนที่ระบุไวในวิธีปฏิบัติ และเปนตัว ไม    ี  ิ ิ ป ั ุ ยอที่รับทราบและเขาใจตรงกันทุกคน ♣ ระบุตัวผูปวยอยางถูกตองกอนสั่งยา ♣ พิจารณาผลตรวจ L b / parameter ที่สําคัญกอนสั่งยา พจารณาผลตรวจ Lab t ทสาคญกอนสงยา ♣ การสั่งสารน้ําควรสั่งเปน mg/ml และบงปริมาตรที่ ตองการดวย
♣

การจายยาโดยเภสััชกร โ
♠ มี double independent check ม ♠ ตรวจสอบ contraindication + drug interaction ถาพบปญหาตองปรึกษาแพทยทันทีี ป  ปึ  ♠ ติดฉลากชวย หรือแนบเอกสารแนะนําวิธใชและขอ ี ควรระวัง ♠ เภสัชกรเปนผตรวจสอบ สงมอบ และใหขอมูลท่ เภสชกรเปนผู สงมอบ แล ใหขอมลที จําเปนแกผูปวย เพื่อใหใชยาอยางมีประสิทธิภาพและ ปลอดภัย

การเก็็บรักษา ั
♣ เก็บแยกจากยาชนิดอืนๆ ็ ่ ♣ มีสัญลักษณเตือนวาเปนยาที่มีความเสี่ยงสง มสญลกษณเตอนวาเปนยาทมความเสยงสูง

ยาเสพติดตองใสตูหรือลิ้นชักที่มีกญแจ การเบิกยา ุ ตองเปนไปตามมาตรการที่วางไว ♣C Concentrated electrolyteไมควรมสารองบนหอผูปวย t td l t ltไ  ี ํ  ♣ ยาบางอยางตองเก็บใหพนแสง เชน dopamine p
♣

การใหยาโดยพยาบาล การใหยาโดยพยาบาล
☻มีี Double independent check ☻ ☻ตรวจสอบใบ medication administration record (MAR) กับคําสั่งปจจุบันทุกวัน โดยเฉพาะขนาดยาที่ ี ป ี่ ป อาจมการเปลยนแปลง ู ☻สังเกตอาการผูปวยหรือดููคา parameter ที่สําคัญ กอนใหยาทุกครั้ง ☻ลงบนทกทนททใหยาเสรจ ☻ลงบันทึกทันทีทใหยาเสร็จ ี่

การเฝาระวังหลังใหยา
♦ บันทึกการเปลี่ยนแปลงหลังใหยาไวในแฟมผููปวย ♦ แจงแพทยทันทีเมือพบความผิดปกติหรือเกิดความ ่ ผดพลาด ผิดพลาด ♦ รายงานอุบัติการณทันทีเมื่อเกิดอาการไมพึง ประสงครุ ป ส  นแรงหรอเกดความผดพลาดทถงตวผูปวย ื ิ ิ ี่ ึ ั

♠ กําหนดและการทําความเขาใจรวมกันถึงความหมาย ที่ชัดเจน ความครอบคลุมของขอมูลที่จะจัดเก็็บ เพื่อ ไมใหเกดความหลากหลายและสบสนแกผู ฏบต ไมใหเกิดความหลากหลายและสับสนแกผปฏิบัติ ♠ หัวหนาตองใหความสําคัญกับขอมูลที่เก็บได กระตุน ให ิ ใ ผูปฏิบัติบันทึกขอมูลความคลาดเคลื่อนอยางสมํ่ําเสมอ ึ  ื ♠ ขอมูลที่ไดควรมีการวิเคราะหรวมกันในทีมสหวิชาชีพ ู การสงและการวิเคราะหขอมูลควรทํารวมกัน ไมควรแยกสวน เชน d i เชน admin. err. สง RMC prescrib & di err สง PTC สง RMC, ib disp. สง

ทําความเขาใจคํานิยามของ ADR (type A,B) ♥ วางระบบใหผูเกี่ยวของทราบบทบาทหนาทีของตนเอง ่ งานนเปนเรองของสหวชาชพทตองรวมมอกน งานนีเปนเรื่องของสหวิชาชีพที่ตองรวมมือกัน ้ ♥ บันทึกขอมูลผูปวยใหครบถวน กําหนดใหมีบุคลากร ที่ทําหนาที่รวบรวมและวิเคราะหขอมูล เพื่อหาแนวโนม ของปญหา ของปญหา ♥ เผยแพรขอมูลใหผูเกี่ยวของรับทราบ เพื่อนําขอมูล ไปใช โ  ไปใ ประโยชนในการเฝาระวังและปองกันการเกิดซํ้ํา ฝ ั ป ั ิ
♥

เพิ่มจํานวนบุคลากรทีจะทําหนาที่ ่ ประเมิิ ให ป นใ ไดเปนมาตรฐานเดียวกัน ี ั ♥ อาการขางเคียงจากยาทีรุนแรง ควร ่ บันทึกไวดวย เชน EPS, NMS ของยา  ในกลุ จตเวช, ti ในกลมจิตเวช optic neuritis, hepatitis iti h titi จากยารักษาวัณโรค หรืออาการขางเคียง ที่ไมรุนแรงแตเรื้อรัง เชน อาการไอจาก ยา enalapril เปนตน เปนตน
♥

♣ กําหนดคยาทเฝาระวงโดยกาหนดตามปญหาทมใน กาหนดคู าที่เฝาระวังโดยกําหนดตามปญหาทีมีใน ่

โรงพยาบาล โดยความเห็นชอบของผูที่เกี่ยวของ เพื่อ ใหเปนที่ยอมรับและไมเกิดความขัดแยง ♣ เฝาระวังเฉพาะยาที่จะลดหรือเพิ่มการออกฤทธิของกัน เฝาระวงเฉพาะยาทจะลดหรอเพมการออกฤทธของกน ์ และกัน แตลืมเรื่องการผสมเขากันไมไดของตัวยากับสาร ละลายบางชนิด (chemical incompatibility) เชน phenytoin กับสารละลาย dextrose,, amphotericin B กับ NSS เปนตน p

Medication Reconciliation
มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการจัดทําประวัติการใชยาของ ผู วยทกคนที่เขามารับการรักษาในโรงพยาบาล ไดแก ยาท ผปวยทุกคนทเขามารบการรกษาในโรงพยาบาล ไดแก ยาที่ ใชกอนมาโรงพยาบาล ยาที่ซื้อมาใชเอง รวมกับยาที่แพทย สั่งในครั้งนี้ ประวัติการแพยา และมีการ สงตอบญชรายการยาน เมอมการสงตอ สงตอบัญชีรายการยานี้ เมื่อมีการสงตอ การรักษาในทุกจุดของการใหบริการ การ ปฏิบัติดังกลาวควรทําทุกครั้งที่รับผูปวย ใหม ยายหอผู วย และ/หรอจาหนาย ใหม ยายหอผปวย และ/หรือจําหนาย
♥

รวบรวมสถตจานวน รวบรวมสถิติจํานวน dose ที่มีการ ทมการ เตรียมยาเคมีบําบัดในโรงพยาบาล เพื่อเปนขอมูลพื้นฐานใหผูบริหาร ตดสนใจ ตัดสินใจ ♣ บริบทของโรงพยาบาลเปนปจจัย สําคัญทีนาไ การตัดสินใ ี่ ํ ไปสู ใจ ♣ กอนเปดหนวย ควรมีการรวมกันวาง ระบบใหชัดเจนในเรื่องการปฏิบัติ เตรีียมคนและสถานทีี่ตลอดจนเครืื่องมืือ ใหพรอม
♣

☻มีนโยบายชัดเจนใหมีการ ☻มนโยบายชดเจนใหมการ ประเมินความเหมาะสมของการ ใ ยา ผลลััพธิ์ทไดตองบอกกลับ ่ี  ั ใช ผที่เกี่ยวของ และกอใหเกิดการ ู เปลี่ยนแปลง ☻ตัวยาทีจะมาประเมินความ ☻ ั ่ี ป ิ ฐ เหมาะสม ควรมีพื้นฐานมาจาก ปญหาในโรงพยาบาล ☻การทา ☻การทํา DUR อาจแกปญหา อาจแกปญหา  เบื้องตนได กรณีที่องคกรยังไม พรอม

♠ หัวหนางานไมใหความสําคัญกับรายงานอุบัติการณ ุ

มี แตการแกปญหาเฉพาะหนา ไมมีการรวบรวมอุบัติการณที่ เกดขน เพอนามาวเคราะหหาความถ ความรุนแรง เพื่อหา เกิดขึ้น เพื่อนํามาวิเคราะหหาความถี่ ความรนแรง เพอหา มาตรการปองกันรือปรับกระบวนการในการทํางาน ไมให เกิดเหตุการณซ้ําซอนขึ้นอีก ♠ ขาดการเชื่อมโยงขอมลใหผทเกยวของทราบโดยทวกน ขาดการเชอมโยงขอมูลใหผู ี่เกี่ยวของทราบโดยทั่วกัน จึงไมมีการแกไขในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวของกับเหตุการณนั้น

♠ ระบบยาเปนเรื่องของสหวิชาชีพ

ซึ่งตองรับผิดชอบ รวมกัน และมีการประสานขอมูลกันอยางสม่ําเสมอ เชน เรืื่องของการแพยา เรื่ืองของความคลาดเคลืื่อนทางยา  เรื่องของยาที่ตองระมัดระวังในการใช เรื่องของการ  ประเมินความเหมาะสมในการใชยา เปนตน หากขาด ความรวมมอของสหวชาชพแลว ผู วยอาจไมปลอดภัย ความรวมมือของสหวิชาชีพแลว ผปวยอาจไมปลอดภย ในการใชยา

♠ ขาดการเก็บขอมูล หรือเก็บแตขาดการวิเคราะห เพื่อ ู

นําไปใชประโยชนในการปรับระบบบริการใหสอดคลอง กบความตองการ และเพื่อความปลอดภยของผูปวย ื ป ั ั  ♠ ไมมีการตกลงกันชัดเจนในวิธีการเก็บขอมููล ทําใหมี ความหลากหลาย และขอมูลที่ไดไมเปนที่เชื่อถือ ♠ มีขอมลกระจายอยหลายที่ เพราะไมมีการกําหนดตัว มขอมูลกระจายอยู ลายท เพราะไมมการกาหนดตว บุคคลที่ทําหนาที่จัดการและเปนศูนยรวบรวมขอมูล

♠ การจัดอัตรากําลังไมสอดคลองกับปริมาณงาน และ การจดอตรากาลงไมสอดคลองกบปรมาณงาน

สถานการณที่เปลี่ยนไป ♠ ภาระงานหนัักทําใหเกิดความเครียด เหนื่ือยลา ใ  ิ ี ♠ เจาหนาที่ไมเขาใจเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงวิธปฏิบัติ ุ ี ฏ จึงใหความรวมมือนอยและไมสม่ําเสมอ ♠ เจาหนาทีี่ขาดความรูและทกษะทีี่จําเปน (   ั ป (การคํํานวณ ขนาดยา อัตราการไหลของยา การเตรียมยา ฯ)

♠ ขาดการกําหนดเปาหมายสุดทายที่ความปลอดภัยของ ํ ป  ี ป ั

ผูปวย ทําใหมีการทํางานแยกสวน ไมไดนําขอมููลมารวม ู หรือเชื่อมโยงกัน สุดทายคือมีผลงาน แตผูปวยยังคงไม ปลอดภยเชนเดิิม ป ั  ♠ ขาดการคิดอยางเปนระบบและครบวงจร ทําใหพัฒนา เรื่องหนึ่งไปกระทบอีกเรื่องหนึ่ง

การสื่อสารทั้งในระหวางหนวยงานในกลุมงานเอง ุ และในระหวางกลุมงานมีนอย ทําใหไมไดรับรูปญหา รวมกน บางเรองถาสอสารและประสานรวมมอกน รวมกัน บางเรื่องถาสื่อสารและประสานรวมมือกัน จะ สามารถแกไขในเชิงระบบได ♠ ความผิดพลาดของการสื่อสาร ฟงผิด ตีความผิด อานคาสงผด อานคําสั่งผิด ♠ ขาดการมีสวนรวม / ทําความเขาใจใหทวถึงกันใน ั่ ระหวางผูที่เกี่ยวของ
♠

KEYWORDS

Knowledge Integration Information Responsiveness Ethics Standard


				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Stats:
views:1594
posted:12/14/2009
language:Thai
pages:30