Module 4 _ Revenue Design Role of Taxes in Poverty Reduction

Document Sample
Module 4 _ Revenue Design Role of Taxes in Poverty Reduction Powered By Docstoc
					นโยบายภาษสำหรบประเทศกบการ
พฒนาเศรษฐกจ
โครงสรางภาษกบการเจรญเต
      บโตเศรษฐกจ
คำถามหลก
nประเทศกำลงพฒนาสมควรมโครงสร
 างภาษทเหมาะสมอยางไรภายใตเงอนไข
  nวตถประสงคและขอจำกดทางการเมอง
  nขอจำกดทางเศรษฐกจ
  nความสามารถในการบรหารภาษ
  nขอจำกดเปน “ขอจำกด” จรงหรอไม
  บรบทของการภาษ

n ไมมสตรตายตวของระบบภาษทใชไดทกประเทศ
n ภาษเปนเพยงเครองหนงในการบรหาร
  นโยบายของรฐบาล
ความแตกตางของภาษ
nประเทศพฒนา (38 % ของ GDP) และ18%
 ของ GDPสำหรบประเทศกำลงพฒนา
nความสมพนธระหวางระดบภาษกบ per
 capita income
nยงไมสามารถสรประดบทเหมาะสม (Optimal
 level of taxes)
ปจจยอะไรทสามารถอธบายความแตกตาง

  nความแตกตางในอปสงคและรสนยมใ
   นการบรการของรฐบาล
   (โครงสรางพนฐานกบสวสดการสงคม(
  nความแตกตางในความสามารถในการจา
   ยภาษ(เชนภาคเศรษฐกจในและนอกระบบ
   )
การใชเครองมอการหารายไดประเภทตางๆ


nปจจยตางๆ
 ลวนมผลตอการหารายไดภาษและส
 งผลทแตกตางกนในการบรหาร
  nขนาดรายได ความเทาเทยม ปจจยทางการเมอง
  nความสำคญของรายไดไมใชภาษ ตวอยาง 40%
   ของรายไดกรณประเทศสงคโปร
ขนาดภาษเมอเปรยบเทยบกบรายรบอนๆ
     ของกลมประเทศทสำคญ
กรณศกษาประเทศกำลงพฒนา


nใชภาษทางออมมากกวาทางตรง
  nภาษการบรโภคมากกวาภาษรายได
nโดยเฉพาะอยางยงใชภาษรายไดใน
 ระดบคอนขางตำโดยเปรยบเทยบ
 กบรายไดอนๆ
แนวโนมการปฏรปภาษ
nการใชภาษ VAT มาขน
nการลดการพงพงภาษการคาระหวางประเทศ
nใชมาตรการภาษเพอการแขงขนแล
 ะจงใจการลงทนการคาระหวางประเทศ
 มากขน
nการปรบลดอตราภาษรายไดใหลดตำลง
nการปรบลดภาษนตบคคล
เกณฑการพจารณาภาษทด

nผลตภาพของรายรบ Revenue productivity
nประสทธภาพ Efficiency
nความเทาเทยม Fairness
nความงายในการบรหาร Administrative
 feasibility
    ผลตภาพของรายรบ
n ความสอดคลองของประมาณการรายรบและรายจาย
n ความยดหยนของรายรบ Elasticity
n วงจรของภาษทมตอภาคเศรษฐกจ
ความมประสทธภาพของภาษ
nผลตอพฤตกรรม
  nการทำงาน vs. การพกผอน
  nการออม vs. การใชจาย
  nเศรษฐกจในระบบ vs. เศรษฐกจนอกระบบ
nการลด “deadweight” หรอ “การบดเบอน”
การจำกดการบดเบอนของภาษ
(ประสทธภาพ (
nฐานภาษควรกวางใหมากทสดเทา
 ทจะเปนไปได
nอตราภาษควรตำทสดเทาทจะเปนไปได
nควรใหความสำคญกบภาษทเก
 ยวของกบการผลต (ทมการใชปจจยการผลต
 เพราะอาจสงผลใหเกดการบดเบอนไดงาย
 เชนการใชนำมนกบ NGV LPG(
ความเทาเทยม
nแนวคดเรองความเทาเทยม
  nHorizontal and vertical equity
  nผลของภาษหนงๆ หรอทงระบบโครงภาษ
  nการคำนงผลจากกจกรรมของรฐบาลทงหมด
nภาระภาษ Tax incidence
การบรหารจดการ Administrative
Feasibility
nตนทนการจดเกบ Cost of collection
nตนทนในการจายภาษ Cost of compliance
nตนทนในการบงคบ Cost of enforcement
nการออมแบบกฎ และระเบยบ Designing
 rules and regulations
nการบรหารภาษ
ภาษกบการขยายตวเศรษฐกจTaxation
and Growth
nการขยายตวเศรษฐกจหมายถงความเท
 าเทยมมากขน?
nมความสมพนธระหกวางอตราภาษ
 กบอตราการขยายตวเศรษฐกจ
nโครงสรางภาษทดกบการขยายตวเ
 ศรษฐกจยงไมมขอพสจนทชดเจน
ตวอยางภาษกบการพฒนา
     ตางประเทศ
                  Personal income taxes
nProgressive personal income taxes reduce growth
nHigh top marginal personal income tax rates reduce
 productivity growth, especially in industries with industries
 characterised by high entry rates of new firms
nHigh social security contributions reduce productivity growth,
 especially in labour intensive industries.
Corporate taxes: industry level

nCorporate taxes reduce investment by increasing the
 user cost of capital.
nCorporate taxes reduce productivity and seem to matter
 more in highly profitable/risky industries.
nR&D tax incentives seem to increase productivity and
 seem to matter more in R&D intensive industries.
Corporate taxes: firm level
nStatutory corporate taxes seem to have a smaller
 negative impact on productivity growth in firms that are
 both young and small.
nStatutory corporate taxes seem to have a stronger
 negative impact on productivity growth in ‘dynamic’
 firms, that are profitable and experiencing rapid
 productivity growth.
    The tax and growth
nRecurrent taxes on immovable property can offset other
 tax preferences and improve capital allocation
nTaxes on property transactions also offset other tax
 preferences but discourage reallocation of housing – and
 labour
nOther property taxes can also distort capital allocation
 and savings
    The tax and growth
nConsumption taxes can affect labour supply but are
 mainly otherwise neutral, especially VAT
nPersonal income taxes are more harmful because they are
 more progressive (marginal tax > average tax) and because
 they discourage savings
    The tax and growth
nCorporate taxes are most harmful as they discourage
 investment and productivity improvements. They also
 reduce foreign direct investment and increase compliance
 costs. Finally, corporate taxes often have a large number of
 distortionary tax preferences for particular activities,
 distorting the allocation of resources
Other key policy issues
nBroadening the base of consumption taxes is better for
 growth than increasing the rate.
nThere is limited scope to improve growth by using multiple
 consumption tax rates, and their equity effects are best
 achieved by other means.
nIn-work tax credits can promote growth by increasing
 participation rates, but care is needed to contain costs and
 minimise adverse effects on hours worked.
   Growth and equity
nMove from income to consumption taxes generally seen
 as regressive
nReducing progressivity, including cuts to top rates of
 personal income tax, is regressive
BUT:
nResidential property tax need not be regressive
nCorporate income tax may fall on workers
   CONCLUSIONS
nGrowth can be increased, at least in the short-to-medium
 terms, by shifting away from income taxes
nRecurrent taxes on immovable property are the least
 harmful to growth
nIt is necessary to design individual taxes well in order to
 benefit most from any tax shift
nThere is likely to be a trade-off between growth and equity,
 but there may be exceptions
ระบบภาษเพอการพฒนา
การประเมนระบบภาษ

nระบบภาษมดชนการรวมศนย ( Concentration Index ) สง
nระบบภาษมดชนการกระจาย ( Dispersion Index ) ตำ
nระบบภาษมดชนความลาของการจดเกบ ( Collection Lag Index )
 ตำ
nระบบภาษทมการสญเปลา (Erosion Index) ตำ
nระบบภาษมดชนตามสภาพ ( Specific Index ) ตำ
nระบบภาษมดชนปรภาวะ ( Objectivity Index ) อยในเกณฑใชได
nระบบภาษมดชนการบงคบใช ( Enforcement Index )
 ทมประสทธผล
nระบบภาษมดชนคาใชจายในการจดเกบ ( Cost of Collection Index )
 อยในเกณฑตำ
 ระบบภาษมดชนการรวมศนย ( Concentration Index )


nรายไดภาษสวนใหญเกบไดจากภาษ
 จำนวนไมมากชนด

nภาษทเปนหลกๆ มจำนวนนอยอตรา
ระบบภาษมดชนการกระจาย ( Dispersion Index )


  nมลกษณะการมภาษยอยๆ จำนวนนอย
ระบบภาษมดชนความลาของการจดเกบ
( Collection Lag Index )


      หมายถง
   ระยะเวลาระหวางการเกดขนของกจก
   รรมทพงเสยภาษกบการเสยภาษตำ
    ระบบภาษทมการสญเปลา (Erosion Index)
nหมายถงการทการยกเวน ลดหยอนภาษสง
 ทเปนไปตามกฎหมายหรอมการหลบเลยงท
 ไมถกกฎหมายสง
nเปนผลใหมฐานภาษแทจรงลดลง (decline in actual tax
 base)
nประเทศทประสบปญหาจงตองมอตราภาษท
 สงขนเพอชดเชยภาษทสญเสยไป
 ระบบภาษมดชนตามสภาพ ( Specific Index )


nเกบภาษตามปรมาณทางกายภาพตำ

nคลองตวตามสภาพเศรษฐกจไดสง
 ระบบภาษมดชนปรภาวะ ( Objectivity Index )


nภาษมความแนนอนคงท

nไมขนอยกบความคดเหนสวนบคคล
 ระบบภาษมดชนบงคบใช (Enforcement Index) มประสทธผล


nมการปฏบตตามกฎหมายภาษอยางเครงครด

nหาผกระทำความผดในการละเลยกฎหมา
 ยภาษได
ระบบภาษมดชนคาใชจายในการจดเกบ
(Cost of Collection Index )


nคาใชจายทใหไดมาซงภาษอยในเกณฑตำ
ขอดอยของระบบภาษ
nระบบทมฐานแคบ
nระบบภาษมความยดหยน ( elasticity ) ตำ
nระบบภาษมการจดเกบภาษซำซอน
nระบบภาษมหลายอตราทำใหขาดความเปนกลาง
nภาษทเกบจากการคาระหวางประเทศขาดความชดเจนใ
 นเรองอตราการคมครองทมประสทธผล
nมการใชภาษอากรเพอวตถประสงคตางๆ หลายวตถประสงคเกนไป
nขาดความชดเจนในเรองความสอดคลองระหวางเครอง
 มอและเปาหมายของนโยบายภาษอากร
nระบบภาษมความยงยากซบซอนมาก
ระบบภาษทมฐานแคบ

  nตวอยาง ภาษเงนไดบคคลธรรมดา
  nสาเหต
        -แมกฎหมายภาษนยามฐานภาษไวกวาง แตมขอยกเวน
       มากมาย
        -โครงสรางเศรษฐกจเหลอมลำกนมาก
        -การหนภาษ
ระบบภาษมความยดหยน ( Elasticity ) ตำ


nเปนสงบอกวาเมอฐานภาษเปลยนแปลงไป 1%
 แลวภาษทเกบไดจะเปลยนแปลงไปกเปอรเซนต
ระบบภาษมการเกบภาษซำซอน


nตวอยาง เชน ภาษเงนไดทเกบจากเงนปนผล และ
 ภาษโรงเรอนและทดนปจจบน
ระบบภาษมหลายอตราทำใหขาดความเปนกลาง

 nตวอยาง เชน ภาษการคาระหวางประเทศ
  ทมการเกบตงแตอตรา 0.1% - 50%
 ภาษทเกบจากการคาระหวางประเทศขาดความแจมชด
 ในเรองอตราคมครองทมประสทธภาพ

nตวอยางเชน
 ภาษศลกากรมโครงสรางอตราทซบซอนมหลายอตรา
 มทงอตราทเกบตามสภาพและอตราทเกบตามมลคา
มการใชภาษอากรเพอวตถประสงคตางๆ หลายวตถประสงคเกนไป

       nตวอยางเชนการดำเนนการนโยบายภาษเพอส
        งเสรมตลาดหลกทรพย คมครองธนาคารพาณชย เปนตน


       nทำใหภาษอากรไมสามารถบรรลเปาหมายหลกๆ ของมนได
ขาดความชดเจนในนโยบายในการใชเครองมอทางภาษอากร

   n ตวอยางเชนภาษรายไดนตบคคลควรจะเปนภาษทเปนเคร
     องมอในการหารายไดแตไปใชในการคมครองอตสาหกรรมเปนตน

   n สาเหต
             -ขาดความสนใจทจะปฏบตใหตรงตามหลกเกณฑ
             -ถอความสะดวกในการบรหารเปนเกณฑ
ระบบภาษมความยงยากซบซอนมาก


nตวอยางเชน ภาษเงนได และภาษศลกากร
 โดยจะเปนลกษณะมหลายอตรา มการยกเวน
 ลดหยอนเปนจำนวนมาก

nทำใหยากแกการบรหารภาษและการปฏบตตามกฎหมายภาษ
ขอเสนอแนะในการปรบปรงภาษ


  1.   แนวในการดำเนนนโยบายภาษ

  2.   ขอเสนอแนะเปนรายภาษ
.1แนวในการดำเนนนโยบายภาษ

    nนโยบายภาษมลกษณะเปนนโยบายเศรษฐกจมหภาค
    nควรกำหนดเปาหมายหลกของภาษแตละชนดให
     ชดเจนและใหเหมาะสมกบภาษนน
    nควรทำใหนโยบายภาษมความโปรงใส ( Transparent )
     ทสดเทาทอาจทำได
    nการมงเพมสดสวนของภาษทางตรงในภาษทงหมด
    nโอกาสในการหลกเลยงและการหนภาษ
     เปนสงทตองพจารณาในการกำหนดนโยบายภาษ
นโยบายภาษมลกษณะเปนนโยบายเศรษฐกจมหภาค


 nนโยบายภาษจะกระทบตอหนวยเศรษฐกจตางๆ

 nตวอยางเชนการใชนโยบายภาษซงเปนนโยบา
  ยมหภาคไปแกไขทางดานจลภาคดงเชนภาษการค
  าไปแกไขสนคาราคาตก
ควรกำหนดเปาหมายหลกของภาษแตละชนดใหชดเจน
และเหมาะสมกบภาษนน

  nเพอทำใหภาษบรรลเปาหมายหลกไดด

  nตวอยางเชนภาษเงนไดวางรปแบบใหมหนาทหลกใ
   นการกระจายรายได
ควรทำใหนโยบายภาษโปรงใส ( Transparent ) ทสดเทาทอาจจะทำได


          nบอกถงวตถประสงคหรอเปาหมายอยางตรงไปตรงมา

          nทำใหผวเคราะหสามารถมองทะลนโยบายแ
           ละเหนวตถประสงคหรอเปาหมาย

          nตวอยางเชนจะตองวางโครงสรางภาษใหงาย เปาหมายชด
    การมงเพมสดสวนของภาษทางตรงในภาษทงหมด


nภาษทางตรงมสวนสำคญชวยในการกระจายรายไดสงกวาภาษ
 ทางออมเปนความเชอในอดต

nตวอยางการวเคราะหในปจจบนการแยกภาษจะแยกตามฐานภาษ
โอกาสในการหลกเลยงและการหนภาษเปนสงท
ตองพจารณาในการกำหนดนโยบายภาษ


    nตวอยางเชนแมจะเกบภาษในอตราทสง
         แตเกบภาษไมไดเลยกไมมประโยชน
   Laffer Curve
รายไดภาษ




                  อตราภาษ

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:0
posted:5/6/2014
language:Unknown
pages:55