Islet Cells of the Pancreas

Document Sample
Islet Cells of the Pancreas Powered By Docstoc
					    โรคเบาหวาน
           ผบรรยาย
    นายธราธป เรองวทยานนท
วทบ.(เทคนคการแพทย) ม.ขอนแกน
 วทม.(พยาธวทยาคลนก) ม.มหดล
      โทร 086 -7239982
                        เบาหวานคออะไร?


                      ปสสาวะทงไว มมดมาไตตอม
                      ใชปวยเปนเบาหวานอยางชาวบานวา
                      จรงหรอ ?
         ผปวยโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) 
     คอผทมระดบนำตาลในกระแสเลอดเหลอคางจนสงเกนคาปกต  
              ซงสวนมากผปวยมกมการขบนำตา
ลบางสวนปนออกมากบปสสาวะแตบางรายไมมนำตาลในปสสาวะ เหตใด ?
 Beta cell ในบรเวณ islet of Langerhans ของตบออน สรางฮอรโมน insulin
เพอทำหนาทลดระดบนำตาลในเลอดโดยเกบเขาเซลล สวน Alpha cell
สรางฮอรโมน glucagon                                                  3
           นยามเบาหวาน
• ระดบนำตาลในเลอดสงเกนปกต
• สาเหตจากอนสลน
  มนอยไมเพยงพอกบระดบนำตาล
  หรอมแตไมด หรอมสารตานอนสลน
• นำตาลเกนลนออกทไต
  จงอาจพบนำตาลในปสสาวะหรอไมกได
  ขนอยกบพกดไตสงตำ
• นำตาลทเกนและคางนา
  นกอปญหาตอโปรตนรา               4
                ชนดของเบาหวาน
DM              Type I                  Type II
ชนด                 พงอนสลน                     ไมพงอนสลน
รกษา                ฉดอนสลน                     กนยา
กรรมพนธ      Auto.recess.      Multifactorial
สาเหต           Auto-Ab                 
ทำงานมากจนเสอม                               
          ทำลาย beta cell                ตดเชอ  อกเสบ 
กนจ 
มกพบในระยะ       เดก                            ผใหญ,คนแก   5
      DM. Type I               DM. Type II
       เดกผอมฉดอนสล              ผใหญอวนกนยาค
นเพราะกรรมพนธม  Auto-Ab   มอาหารออกกำลงแกเพราะกายเสอม   6
    ทำไมมอาการตาง
ๆตามมาจากสาเหตเบาหวาน?



                         7
       อาการจากภาวะนำตาลในเลอดสง
อาการ…หวขาวหวนำฉบอย นำหนกลด ผอมเพลยตาพรา
เปนแผลหายชาและผวแหง




                                       ทำไม?
       ทำไมเกดอาการอยางนน (กลไกการเกด)
• มนำตาลในกระแสเลอดสง   แตใชไมได  
  และปลอยทงสารใหพลงงาน ไปทางฉเยอะ 
  ทำใหกลามเนอลาตวเหนอยเพลยงาย ขาดพลงงาน 
  สมองทำงานชา งวงนอน กนจหวบอยนำหนกลด 
  สดทายผอมลง(ฉบอยกลางคน=DM,ดนไตตอมพ
  ตยทอฉอกเสบ )
• เมอนำตาลคางในหลอดเลอดมากและนาน 
  ระดบความเขมขนของเลอด (Osmolarity) สง 
  เพราะนำตาลทปนอยแยงนำไป ทำใหระดบเกลอรวมตวกน 
  เลอดจงเคมขน ตองใชนำเจอจางมากขน ทำใหเกดสภาวะขาดนำ 
                                                 9
          อาการภาวะนำตาลในเลอดตำ
เวลาอดอาหาร หลงกนยาลดนำตาล หรอเสยสมดลอาหารกบยา 
ทำไมโรคเบาหวานทำใหตายไว?

(ทงทมยารกษาและควบคมมนไวได)
ผลแทรกซอนจากเบาหวาน 4 ประการหลก             จำเดอ
     นำตาลเกนลนพกดไต                นำตาลในปสสาวะ
                           ไตทำงานหนก            นำตาลดดนำ
             ไตวายเรอรง             เสยนำตาลและนำ
                         ภาวะเสมอนอดอาหาร
    อวยวะอนๆ ขาดนำตาล               ketoacidosis
                         ไขมนเหลอคางในหลอดเลอด
     เกบไขมนเขาเซลไมได             โรคไขมนในเลอดสง
                         เกดโรคทหลอดเลอด
   นำตาลจบโปรตนและดดนำ             อาการแทรกซอนอนๆ
                                                       12
ทำไมจงมนำตาลในปสสาวะ?


        1

                        13
                           ลำไสดดซม
นำตาลไหลเวยนในหลอดเลอด                กนอาหาร
       นำตาลซมผานผนงหลอดเลอดในอวยวะ
       อนสลนชวยเกบนำตาลเขาสะสมในเซลล
  นำตาลในหลอดเลอดลดลงปกตภายใน  2 ชม.
           เลอดไหลเวยนไปทไตเพอกรอง
  นำตาลสวนเกนไปผานการกรองทงทกรวยไต
         ไตดดนำตาลกลบไดจำกด < 180 mg%
ปสสาวะทขบทงจงไมเหลอนำตาล
                                      คนปกต     14
                         ลำไสดดซม
นำตาลไหลเวยนในหลอดเลอด               กนอาหาร
      นำตาลซมผานผนงหลอดเลอดในอวยวะ (ไมได,ชา,แก)
       อนสลนชวยเกบนำตาลเขาเซลไดนอยลง หรอไมเหลอ
นำตาลในหลอดเลอดคางนาน  > 2 ชม.
        เลอดไหลเวยนไปทไตเพอกรอง(ลนผานทำนบกน 
                        180)
  นำตาลสวนเกนจะไปการกรองทงทกรวยไตจำนวนมาก
         ไตดดนำตาลกลบไดจำกด < 180 mg%
นำตาลสวนเกนเหลอปนนำปสสาวะ
                                    เบาหวาน    15
ทำไมมภาวะคโตนในกระแสเลอด?


           2

                            16
All metabolite are 
Creb’s cycle. 
มวลสรรพสงแ
หงเมตาบอไลต
ยอมไปบรรจบก
นทเครปไซเคล   
เมอมเกนกจะแปรรปเกบส
ะสมไว(Anabolism,ส
ราง) 
                 17
 นำตาลคางในเลอดสง      ขาดอนสลน นำตาลเขาเซลอวยวะอนไมได
            นำตาลแพรเขาสมองอยางอสระ
  สมองปกต                             อวยวะอนๆ ขาดนำตาล
                    สงสญญาณ
                                             ซมเขาเ
 รางกายเขาใจผดคดวาอดอาหาร                  ซลในอวย
            กระตนสลายไขมน                 วะตางๆได
                                      Acetoacetyl CoA
      β-oxidation
FFA            Acetate                         TCA
รบกวนสมอง                                   พลงงาน ATP
        Ketoacidosis
 ชอค                   Ketone body           เซลรอดชวต
                                                          18
     กายเครยด           เขาใจผดวาอดอาหาร           กระตนตบ
     Glucagon สลายไกลโคเจน                 สลาย Adipose tissue

      Gluconeogenesis                      Lipolysis
    จากตบกลามเนอ   ระดบนำตาลเพม              FFA สลายตอเนอง
       Hyperglycemia                    Ketone body
        ดดนำ        เพมปรมาตรฉ              ธรรมชาตฤทธกรด
      Osmotic diuresis                  Ketoacidosis           1
       ฉบอย ฉมาก     เสยเกลอแร               หายใจหอบขบ CO2
2      Electrolyte losses            Kussmual breath.              3
                             อาการเดนในผปวยคโตแอซโดซส         19
ทำไมมไขมนสงในผปวยเบาหวาน?


          3

                            20
                        กน

แปงและนำตาล   Amylase ยอย

       duodenum         ดดซม

              Glucose   ขนสง

                   กระแสเลอด
                          21
                           นำตาลกลโคส
       แพรอสระสสมอง        ในกระแสเลอด
          ไมสะสม
        ไมพงอนสลน               insulin
                 ตบ
                         สะสม
                          พลง
         กลามเนอลาย
                         งานร
  Triglyceride
                        ปแปง
                      เหลอเกน
Adipose tissue        (แปรสภาพ)           22
                                        เซลตบ




                กลโคส                   หลอดเลอด

                           อนสลน
กอนอาหารในกระเพาะกระตนใหตบออนหลงอะไ
มเลสมายอยแปงใหเปนนำตาลโมเลกลเดยวแลวดดซม
เมอระดบนำตาลในกระแสเลอดสงขนจะกระตนใหตบออนหลงฮอรโมนอนสลน23
                                      เซลตบ




                กลโคส                   หลอดเลอด



เมออนสลนออกสกระแสเลอด อนสลนจะจบผนงเซลตบและเซลกลามเนอ
เพอเกบนำตาลเขาสเซล หากไมมอนสลน
นำตาลเหลานจะยงคงคางอยในกระแสเลอด                       24
                                         เซลตบ




                 กลโคส                   หลอดเลอด



อนสลนจะลำเลยงนำตาลกลโคสเขาสภายในเซล
อนไดแกเซลตบหรอเซลกลามเนอ
ทำใหระดบนำตาลในกระแสเลอดลดลงอยางรวดเรว              25
                                           เซลตบ




                 กลโคส                    หลอดเลอด



เซลตบและเซลกลามเนอ จะแปลงโครงสรางจากสภาพนำตาล (Glucose)
โมเลกลเดยวใหเปนแปง(Glycogen)
โดยสรางพนธะเชอมกนเปนสายยาวขนเรยกขนตอนสรางแปงวาGlycogenesis   26
                                          เซลตบ




                  กลโคส                   หลอดเลอด

      กลคากอน
บางครงเกบเลยเถดจนนำตาลในกระแสเลอดเหลอนอยกวาปกต
เกดสภาวะนำตาลในเลอดตำ(Hypoglycemia) ทำใหงวงนอนหนามด
ระดบนำตาลทตำลงจะกระตนตบออนปลอยกลคากอน                 27
                                            เซลตบ




                  กลโคส                    หลอดเลอด



ฮอรโมนกลคากอน(Glucagon)จะสลายพนธะใหแปง(Glycogen)
กลบไปเปนนำตาลโมเลกลเดยว(Glucose)
แลวปลอยออกสกระแสเลอดอกครงเรยกวาขนตอนสลายแปง(Glycogenolysis)28
ปญหาอนสลนบกพรองไดแก                      เซลตบ
  1. มปรมาณนอยลง
  2. ม แต ใชไมได

                 กลโคส                   หลอดเลอด



ในผปวยเบาหวาน นำตาลจงยงคางในกระแสเลอด ทำใหนำตาลในกระแสเลอดสง
(Hyperglycemia) ยงคางนานวนยงกออาการแทรกซอน
เนองจากคณสมบตของนำตาลและเวลา นำตาลทเกนจงลนทงทไต           29
                                      เซลตบ




                   กลโคส               หลอดเลอด

                                     ไขมน
ในขณะดดซมไขมนเขากระแสเลอด
นำตาลในกระแสเลอดยงคงไหลเวยนไปเชนกน
                                                  30
                                       เซลตบ




                กลโคส                หลอดเลอด
                            ไลโปโปรตนไลเปส
                           อนสลน
ระดบนำตาลในกระแสเลอดทสงขนจากอาหาร
จะกระตนใหตบออนหลงฮอรโมนอนสลน
ออกสกระแสเลอดเกบนำตาลเขาสเซลกลามเนอและเซลตบ     31
                                        เซลตบ




                 กลโคส                   หลอดเลอด



เอนไซมไลโปโปรตนไลเปสจะเขาทำงานรวมภายใตสภาวะทมอนสลน
และทำการเกบไขมนเขาสเซลสามประเภทคอ เซลตบ เซลกลามเนอ
และเซลเยอบไขมน (Adipose tissue)                      32
                                         เซลตบ




                  กลโคส                   หลอดเลอด



แตในผปวยเบาหวาน ซงมปญหาบกพรองจำนวนอนสลน
เอนไซมไลโปโปรตนจงไมสามารถเกบไขมนเขาสเซล
ไขมนจงยงเหลอคางในกระแสเลอด ทำใหเกดสภาวะไขมนในกระแสเลอดสง   33
      โรคเบาหวาน หวใจ ไขมน เกยวพนกนอยางไร?

          เบาหวาน               ระดบไขมนสง

  Atherosclerosis
                                โรคหวใจ
  Hypertension
เอนไซม Lipoprotein lipase ซงทำหนาทเกบไขมนเขาเซล
ตองมฮอรโมนอนสลนอยชวยรวมดวยมนจงจะยอมทำงาน
หากไมมอนสลน ยอมสงผลใหไขมนคางในเลอดนาน
                                                  34
จนเกดโรคตามมา
 เอนไซม          อนสลน       ไลโปโปรตนไลเปส
 Enzyme          Insulin     Lipoprotein lipase
• สารทเกบเขาเซลคอ นำตาล       ไขมน
   โครงสรางสาร     Glucose  Fatty acid
• เกบในเซลตบ           ใช      ใช
• เกบในเซลกลามเนอลาย ใช        ใช
• เกบในเซลเนอเยอไขมน ไมใช(เปลยน) ใช
• เมอบกพรองเกดโรค เบาหวาน ไขมนในเลอดสง
             Diabetes mellitus Hyperlipidemia
                                                35
  ทำไมมภาวะแทรกซอน ?
(โดยเฉพาะทางหลอดเลอดและเสนประสาท)

               4

                                    36
คณสมบตของนำตาลในกระแสเลอด
 1.   แพรอสระสสมอง(ไมพงอนสลน)
 2.   ดดซบนำ อมนำไว
 3.   จบโปรตน (หลอดเลอด เสนประสาทฯลฯ)
 4.   พง insulin พาเขาเซลลอวยวะอน

                             ปญหาใหญ
                             ของเบาหวา
                             นคอเรองกน
                                         37
 นำตาลทเหลอคางในเลอดสง จงไปจบโปรตนและดดซบนำ

 จบ Hemoglobin                               HbA1c
                           แพรเขา RBC

  จบ Albumin                      Fructosamine
                       แพรส serum
  จบปลายประสาท                   ปลายประสาทพองมนชา
                       ดดนำตาม

 จบผนงหลอดเลอด                      ผนงหลอดเลอดเสอม
Micro-,Macrovascular
                       แชนาน
                                  เชนท สมองหวใจไตตาแขนขา
                                                           38
         อาการแทรกซอนจากโรคเบาหวาน
เมอนำตาลคางในกระแสเลอดนานๆ            ผลตามมา
จบเสนเลอด                            ตามว ตอหน
จอประสาทตา
จบเซลประสาทสมอง                      บวมเบลอมนงง

นำตาลจบเ                         ฉบอย ไตเสอม 
สนเลอดในไต ทอไต                     ไตวาย 
ไตขบนำตาล
                                                 39
               อาการแทรกซอนจากโรคเบาหวาน
จบเสนเลอดสวนปลาย                  มนชาปลายประสาท
และปลายประสาท                     เกดแผลไมร
                                  ตวแผลฝกด
จบเมดเลอดขาว                          WBC เสอม
                                  ทบขาเนารองเทาหาย
                                     ภมคมกนออนแอ
                                     แผลหายชาเรอรง
ในเนอเยอบา                    แบคทเรยเชอราใชนำตาลไดด
ดแผลมนำเล                     เจรญเรวกวาซอมแซม
อดไปเลยงจงพานำตาล
เชอเพมจำนวนในชองคลอด          เชอรายสตขน คน ตกขาว 
และระบบทางเดนปสสาวะ           ในหญงชรา และเบาหวาน
                                                   40
เนอหาประกอบทตองอานเอง
มยารกษาเบาหวานหายไดจรงหรอ?




                             42
         คนแกผนงหลอดเลอดเสอม นำตาลจงคางผานซมไดชา
         ฮอรโมน(ตาน)สง เชนGH,Cortisol,Glucagon  
        หญงตงครรภ,ผมกรรมพนธทกำลงเรมเปน,อวน,ชอบอด
               ผทมโรคอนแฝง เชน โรคไต โรคตบ 
                    ตดเชอHBVระยะแรก
       กนยาสมนไพร ขบฉเยอะ แกปญหาโรคพนฐานได
เบาหวานเทยมๆ     IFG                     หายได
      ตบออนทำงานหนกเกน และเสอมไป
เบาหวานจรงๆ      DM                   เปนชวชวต
ไดแคควบคมไวไมกำเรบหรอไมมอาการแทรกซอน ไมหาย ชะลอตาย 
                                                   43
จะเลอกวธตรวจเบาหวานอยางไร ?




                              44
         วธการตรวจหาระดบนำตาลในเลอด
1.   Fasting Blood Sugar (FBS) ปจจบนคอ Fasting 
       Plasmaglucose( FPG) 
2. 2 hours.Postprandial Glucose(2 hr.PPG),
       random PG
3.   Oral Glucose Tolerance Test (OGTT)
4.   Hemoglobin A1c
5. Fructosamin 
  แลปสำหรบตรวจเพอวนจฉยเบาหวาน คอ  1,2,3,(4,5)
  แลปสำหรบตรวจเพอตดตามการรกษาเบาหวาน คอ 4,5
  ตรวจเบองตนคนทวไป ไมตองอดอาหาร ไดทกเมอคอ 2 
  ตรวจใหแนใจวาปกต ตองอดอาหารคอ  1  ตรวจกรณกำกงคอ  3
                                                      45
                   การแปลผลตรวจแลปเบาหวาน
                                                 ใชในการวนจฉยผปวย
การทดสอบ             Normal           Impaired            DM      
FPG                    <100         110-125            >126มากกวา 2ครง 
OGTT(2hr)        < 140         140-199           >200  + มอาการ
Random PG          -                    -                  >200  + มอาการ
•  หนวย เปน mg/dl;  FPG = Fasting  Plasma Glucose
• OGTT = Oral Glucose Tolerance Test
• Impaired = กำกง   ไดแก กลม Impaired Fasting Tolerance,IFT   
    และ Impaired Glucose Tolerance(IGT) 
• random PG =  random Plasma(Postpradial) Glucose 
                                                                       46
                    การแปลผลตรวจแลปเบาหวาน
                                            ตดตามผลการรกษา (ควบคมได...)
 การทดสอบ                      ดมาก             ด                 พอใช             
 แย         
 HbA1c                   <6            6-7            7-8           >8   
 Fructosamine     240      241-260     261-280     >280     
•   หนวยของ HbA1C คอ %; มาตรฐานคมไดดคอ < 6.5 %
•   หนวยของ Fructosamine คอ µmol/L ; คาปกต  < 240µmol/L




                                                                                47
        Fasting blood sugar (FBS)
•  Fasting = อดอาหารโดยใช plasma(NaF blood)
•  FBS = การตรวจวดระดบนำตาลในเลอดหลงอดอาหาร 1 มอ(12 
  ชม)
• ใหผปวยงดอาหารและเครองดมหลงเทยงคน 
  แลวเจาะเลอดตรวจในชวงกอนกนขาวเชา  
  เพอจะไดไมทนทกขทรมานนานและหงดหงด
• ดมนำเปลาได แตระวงเผลอดมเครองดมทมนำตาล กนลมจงใหงดหมด
• ปกตอดอาหารและเครองดมอยางนอย 8-10 ชม.แตไมควรเกน16ชม.
• ตองเจาะเลอดกอนฉดอนสลนหรอกนยาลดนำตาล 
  หรอถาเปนผปวยเบาหวานทใช intermediate-acting insulin 
                                                   48
  วธแปลผล Fasting blood sugar (FBS)
• 80-100 mg/dl (mg%)  =  คาปกต   พบในคนปกต  
   ผปวยเบาหวานทคมอาหารไดด  (ระวงผปวยคนแกจะหนามดไดงาย) 
• 100-140 mg/dl (mg%) =  คากำกง
   พบใน กรรมพนธเบาหวาน มโรคทมผลตอระดบนำตาล เชน คนแก 
   เสนเลอดกรอบ, โรคไต, โรคตบ, การอดอาหารนานๆ, ฮอรโมนผดปกต, 
   หญงตงครรภ,ผปวยเบาหวานทคมอาหารด, 
   คนปกตทกนอาหารกอนมาเจาะเลอดตรวจ,  
   ถาตรวจครงแรกกำกงยงสงสยเบาหวานใหตรวจซำดวยวธ GTT  
• > 160 mg/dl (mg%) =  ตรวจครงแรกถอเปนเบาหวาน
                                                        49
        Fasting blood sugar (FBS)
 ระดบนำตาลในเลอดสง(Hyperglycemia)จากสาเหตโรคอนๆ มดงน
• Cushing’s dz จากการเพมระดบฮอรโมน glucocorticoid
• Pheochromocytoma เปนกอนเนองอกทตอมหมวกไต 
   จงทำใหเพมระดบของ epinephrine
• Hyperthyroidism=มการเพมระดบของ Catecholamine
• Adenoma ของตบออนทำใหหลงกลคากอนเพมขน
• ตบออนอกเสบ ทำใหมการทำลาย islet cell ในตบออน
• ยาขบปสสาวะเชน furosemide,thiazides เกด Hypokalemia

                                                   50
        Fasting blood sugar (FBS)
 ระดบนำตาลในเลอดสง(Hyperglycemia)จากสาเหตอนๆยงมดงน
• ภาวะเครยดเฉยบพลนจากตดเชอรนแรง 
   เชนmeningitis,encephallitis,MI
• Pituitary adenoma ม Growth hormone 
• Brain trauma and brain damage
• Chronic hepatitis
• Corticosteroid therapy = chem. Induced diabetes


                                                51
         Fasting blood sugar (FBS)
 ระดบนำตาลในเลอดตำ(Hypoglycemia)จากสาเหตดงน
• Insulin overdose ในชวงเรมรกษาจนกวาปรบระดบยาเหมาะสม
• Islet cell carcinoma, Insulinoma = insulin-
   producting tumor of islet cell 
• Hypothyroidism=มการลดลงของ thyroid hormone
• Hypopituitarism มการลดลงของฮอรโมน GH,ACTH
• Addison’s dz. ผลจาก cortisol deficiency
• โรคตบเรอรง ทำใหบกพรองในขบวนการเกบกลโคสในรปไกลโคเจน 

                                                        52
   2 hr. Postprandial Glucose test
• 2hr.PPG คาปกต  < 140 mg/dl , >200 = เปนเบาหวานแน
• เปนการวดนำตาลหลงกนอาหารสองชวโมง 
  คนปกตจะสามารถลดระดบนำตาลลงในเกณฑปกต 
  ภายในเวลาสองชวโมง  แตคนเปนเบาหวานจะชานานเกนสองชวโมง 
  ระดบนำตาลในเลอดจงยงคงสงเกนปกต
• ใชตรวจคดกรองเบองตน ถาผดปกตจงไปตรวจ FBS 
  ถายงสรปไมไดอกจงตรวจ GTTตอไป หรอจะตรวจ GTT 
  ทเดยวเลยกได
• ใชในกรณทผปวยไมสามารถรอตรวจดวยวธ FBS 
  เนองจากบานไกลไมสะดวกมาตรวจซำวนหลงหรออดอาหาร 
  ใหเจาะไดเลยทนทในวนทมาพบแพทย                       53
    2 hr. Postprandial Glucose test
• ผปวยอาย > 50 ป สามารถมคาขนถง 160 mg/dl ได
• ผปวยอาย > 60 ป สามารถมคาขนถง 180 mg/dl ได 
• ระวง สบบหรจะทำใหมระดบคา PPGสงขน 
• คาสงไดใน Malnutrition,Cirrhosis,Cushing’s 
  syndrome,Acromegaly,Hyperthyroidism, 
  Pleochromocytoma, Lipoproteinemia, Pregnancy, 
  Anxiety status, เนอรายบางชนด
• คาตำลดใน Steathorrhea,Addison’s dz,islet cell 
  adenoma,Anterior pituitary insufficiency


                                             54
       Glucose tolerance test(GTT)
• OGTT = oral glucose tolerance test
• การทดสอบวาผปวยมความทนตอการใหกลโคสไดมากนอยเพยงใด 
• เปนวธวนจฉยเบาหวานทม sensitivity&Specificity มากทสด
• กอนตรวจ OGTT ตองตรวจหาระดบนำตาลในเลอดดวยวธ FBS 
  และใชแถบทดสอบจมปสสาวะผปวยเพ
  อหานำตาลทรวออกมาในปสสาวะผปวย  
  ถาผลตรวจพบวาผปวยวนจฉยไดช
  ดเจนวาเปนเบาหวานแลวใหงดการตรวจ  OGTT  
  แตถาไดคาปกตหรอกำกงจงตรวจ OGTTตอไป
• วธตรวจ ใหกนนำตาลกลโคส 65 กรม โดยชงละลายนำดมรวดเดยว 
                                                        55
       Glucose tolerance test(GTT)
• คนปกต จะทนตอกลโคสโดยมคาสงเลกนอยชวงสนภายใน 1 ชม.เทานน 
  หลงจากนนจะลดลง และในปสสาวะจะไมมนำตาลกลโคสรวออกมา
• ผปวยเบาหวาน จะยงคงมระดบนำตาลในเลอดสงและคางนานในระยะ 1-
  5 ชม.และพบนำตาลรวออกมาในปสสาวะ(ใหผลบวกตอแถบจม)
• ระหวางทำ OGTT ผปวยอาจมอาการ มนงง ใจสน กงวล เหงอออก 
  เคลบเคลม(euphoria) หรอเปนลม 
  ถอวาเปนภาวะแทรกซอนไมรายแรง
• ขณะทำ OGTT ตองงดบหร,อาหาร,เครองดมทงนำชาและกาแฟ 
  (ยกเวนนำเปลา),ออกกำลง,หรอเดนไปมา,ฉดอนสลน,เครยดรนแรง, 
  oral hypoglycemia  วธปฏบตตนกอนวนตรวจเหมอนตรวจ FBS
                                                      56
       Glucose tolerance test(GTT)
• การไดรบอาหารไมเพยงพอกอนตรวจ จะทำใหพกดคารโบไฮเดรตลดลง 
  ทำใหเกด false diabetes  ดงนนผปวยตองมกจวตรประจำวนปกต 
  และกนอาหารทคารโบไฮเดรตอยางนอยวนละ 150 g นาน 3 วน
• การสบบหรจะทำใหระดบนำตาลกลโคสในเลอดสงขน
• กนยาคมกำเนดระยะยาว อาจทำใหระดบนำตาลสงได 
  โดยเฉพาะในชวโมงทสองและชวโมงถดมา เมอทดสอบดวยวธ OGTT  
• ไมมกลโคสใชโคกขวดเดยว ดมรวดเดยว
• การนอนระยะยาวทำใหระดบนำตาลสงขนได,ไมทำในชวงบาย(คาตำลง)
• อาจพบในผปวยทไมเปนเบาหวาน เชนเดยวกนกรณคา FBS สง
                                                      57
       Glucose tolerance test(GTT)
• ผปวยทไมสามารถดมนำกลโคสหรอมปญหาการดดซมไมด 
  ใหใชวธฉดกลโคสเขาเสนเรยกวา  intravascular glucose 
  tolerance test =IGTT แลวเกบปสสาวะเพอทดสอบแถบจม 
  จากนนเจาะเลอดตรวจทกๆ ๑๐ นาทเปนเวลาตดตอกน ๑ ชม.
• ฉดกลโคส 0.5 g./BW1kg. ผปวยจะกลบสคาปกตภายใน  1 
  ชม.ครง  แตถาเปน OGTT จะกลบสคาปกตใน 3 ชม.
• กรณเรมเจาะเลอดหลงกนนำตาล 30 นาทและ 1,2,3 เพอดภาวะ 
  postpradial (reactive) hypoglycemia
• ระดบนำตาลเปลยนแปลงไป จากสาเหตการไดรบ salicylate 
  จำนวนมากๆ,ยาคม,Nicotinic acid,Phenothiazines, 
  Lithium,Estrogen
                                                       58
Glucose (mg/dl)                Normal
 400
                      Fasting = 80 mg/dl
                      30 min = 145 mg/dl
 300
                      1 hr.   = 135 mg/dl
                      2 hr.   = 100 mg/dl
 200                  3 hr.   = 100 mg/dl


 100




        0         1   2          3 Time (hr.)
                                            59
Glucose (mg/dl)
 400                         Diabetic


 300



 200
                          Prediabetic

 100
                                    Normal

        0         1   2           3 Time (hr.)
                                             60
   Postpradial (reactive) Hypoglycemia
• หมายถง ระดบนำตาลในเลอดตำกวาปกต  (<70 mg%) 
  หลงกนอาหารภายในเวลา 4 ชม. และกลบปกตใน 5 ชม. 
  ผปวยมอาการมอเทาเยน เหงอออกอาจมอาการชกหรอหมดสต 
  ชพจรมกเบาเรว และความดนเลอดตำ(แตกอาจพบวาปกตกได) 
  รมานตามกจะมขนาดปกต 
  และหดลงเมอถกแสงหากปลอยใหหมดสตอยนาน หรอเปนอยซำ ๆ 
  จะทำใหสมองพการ ความจำเสอม  
  ผปวยมกมอาการเพลยโดยหาสาเหตไมได ผสมกบการนอนไมหลบ 
  ปวดเนอปวดตว มปญหาในการทำงาน
• ตรวจโดยวธ OGTTเจาะเลอดทเวลา 30 นาท,1,2,3,..,6 ชม.
                                                      61
62
                        Hb A1c
• นำตาลจบกบ Hemoglobin A =  A1a, A1b,A1c
• Hb A1c = 4 – 6 % คาคนปกต (กรณวนจฉย)
• Hb A1c = < 6.5% เบาหวานคมอาหารไดด (กรณตดตามการรกษา)
• มการสะสมไดตามอายของเมดเลอดแดงคอ ๓ - ๔ เดอน (๑๒๐วน)
• เพอบอกภาวะควบคมอาหารระยะเวลา  2 – 3 เดอน ของผปวย(4-6 
  สปดาหกอนตรวจ)
• มการรบกวนการตรวจวดจากHbFจากผเปน ß-Thal., HPFH, 
  G6PD.,Sickle cell anemia  etc.
• ผทม HbA1c> 6.5% แม FBS ปกตหรอกำกง(<120) 
  ใหถอวาเปนผปวยเบาหวาน เมอใหการวนจฉยครงแรกในผมาตรวจสขภาพ
                                                           63
                 Fructosamin
• Fructose + albumin = Fructosamin
• ตรวจวด albumin ทมนำตาลไปเกาะจบ 
  เพอบอกภาวะควบคมอาหารระยะ 1-3 สปดาหทผานมา ดกวา 
  HbA1c เลกนอย (บอกถงการควบคมระดบนำตาลชวง 7-10 
  วนกอนมาตรวจ)
• อายของ Fructosamine จะอยไดนานตามระยะ อายของ 
  albuminในกระแสเลอด คอ  3 สปดาห หรอ ๑ เดอน 
• ขอจำกด ในผปวยทมอลบมนสงในกระแสเลอด จะมคาสงตามไปดวย 
  เชน โรคตบอกเสบ  หญงตงครรภ   เปนตน  
  อาจมคาตำในผปวยตบแขง หรอโรคไต หรอขาดอาหาร  
  เนองจากกระแสเลอดผปวยมระดบอลบมนตำ 
• ใช serum ตรวจ คาปกต   < 240  µmol/L              64
               สรปวธตรวจเบาหวานบท  

     LAB.test                          ใชเพอ
1.  FBS,FPG                    ตรวจหาเบาหวานหลงอด
2.  2 hr.PG,rPG             ตรวจหาเบาหวานแมหลงกนอาหาร
3.  OGTT                       ตรวจยนยนเบาหวานหลงกนนำตาล
4.  Hemoglobin A1c   ดผลคมอาหารยอนหลง < 3 เดอน 
5. Fructosamin           ดผลคมอาหารยอนหลง < 2 สปดาห 


                                                           65
66

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:0
posted:5/5/2014
language:Unknown
pages:66