Docstoc

ระบาดวิทยา กับการสอบสวนโรค

Document Sample
ระบาดวิทยา กับการสอบสวนโรค Powered By Docstoc
					  ระบาดวทยา
กบการสอบสวนโรค
สำนกระบาดวทยา กรมควบคมโรค
     กระทรวงสาธารณสข
      ระบาดวทยาคออะไร ?

การศกษา
   การเกดโรค           ประชากร
                                 การปองกน
• การกระจาย                      ควบคมโรค
  บคคล เวลา สถานท

• ปจจยทมผลตอการเกดโรค
  ปจจยเสยง ปจจยปองกน



                                        2
ระบาดวทยากบการสอบสวนโรค
                    ประชากร
 ประชากรกลมเสยง                 บลคล เวลา สถานท
   (Pop. at risk)

                              ปจจยเสยง ปจจยปองกน
      ผปวย


                              การควบคม ปองกนโรค
                                              3
              นยามการระบาด

n   มผปวยมากกวาปกตทคาดหมายไว
    ¨Median   5 ป ยอนหลง


n   พบผปวยเปน cluster และ
    มความเชอมโยงกนทางระบาดวทยา

n   สงสยโรคอบตใหม – อบตซำ
                                 4
 รปแบบการระบาด (Outbreak patterns)
n มผปวยเพยงรายเดยว
  ¨Individual case
  ¨Case series
n ผปวยเปนกลมกอน
  ¨แหลงโรครวม (Common source)
  ¨แหลงโรคแพรกระจาย (Propagated source)
  ¨แหลงโรคแบบผสม (Mixed source)
                                          5
       Common Source Outbreak



Food
                       Common source
          # case




                               Date of onset
                                         6
          Propagated Source Outbreak




                            1 IP
                     1 IP
# cases




                                   Date of onset   7
ทำไมตองออกสอบสวนโรค ?

n   อธบายลกษณะของการเกดโรค เชน จำนวน
    การกระจาย

n   คนหาปจจยเสยงทสามารถปองกนได

n   กำหนดมาตรการในการควบคมปองกนโรค



                                       8
Steps of an outbreak investigation




                                                     Implement control measures
1. Prepare for Field Work : Rapid Response Team
2. Confirm outbreak and diagnosis
3. Define case and start case-finding
4. Descriptive data collection and analysis
5. Develop hypothesis
6. Analytical studies to test hypotheses
7. Special studies (e.g. environmental, lab study)
8. Communicate the conclusion and recommend
  control measures
9. Follow-up the control implementations
                                                                        9
        At outbreak begins

n   กอนออกสอบสวนโรค
    ¨ เตรยมทม
    ¨ ยนยนการวนจฉยโรค


    ¨ ยนยนการระบาด




                             10
                การเตรยมทม
¨   เตรยมทมและบทบาทหนาทของสมาชก
    n   ทมในสนาม (ออกพนท) ไดแก หวหนาทม นกระบาดวทยา logistics
        ทมสมภาษณ เกบสงสงตรวจ ฯลฯ
    n   ทมนอกสนาม (สนบสนน) ไดแก แพทย ทปรกษาทม ผเชยวชาญ
        ทมหองปฏบตการ ธรการ ฯลฯ
¨   กำหนด วตถประสงค ของการออกสอบสวนโรค
¨   เครองมอและความรทจำเปน เชน แบบสอบสวนโรค
    อปกรณเกบและนำสงสงสงตรวจ ยาและเวชภณฑตางๆ
¨   การตดตอสอสาร
                                                         11 1
                                                           11
        ยนยนการวนจฉยโรค
n การวนจฉยแยกโรค   (Differential diagnosis)
n การตรวจสอบการวนจฉยโรค      (Verify diagnosis)
n การยนยนการวนจฉยโรค     (Confirm diagnosis)

       เรมตนจาก Passive cases
                                                  12
          ยนยนการระบาด
n จำนวนผปวยมากกวาปกต

n ผปวยแตละรายมความเชอมโยงทางระบาดวทยา

n โรคทไมเคยพบในพนทมากอน    (Emerging disease)
n โรคทมความรนแรง   แพรกระจายเรว มผลกระทบสง



                                                13
Steps of an outbreak investigation




                                                     Implement control measures
1. Prepare for Field Work : Rapid Response Team
2. Confirm outbreak and diagnosis
3. Define case and start case-finding
4. Descriptive data collection and analysis
5. Develop hypothesis
6. Analytical studies to test hypotheses
7. Special studies (e.g. environmental, lab study)
8. Communicate the conclusion and recommend
  control measures
9. Follow-up the control implementations
                                                                  14
                  In the field
n   ระบาดวทยาเชงพรรณนา
    ¨   นยามผปวย (Case definition)
    ¨   การคนหาผปวยเพมเตม (Active case finding)
    ¨   การเกบขอมล และ Line listing
    ¨   สถตเชงพรรณนา (Descriptive analysis)
    ¨   การตงสมมตฐานการระบาด (Generating hypothesis)


                                                       15
                   นยามผปวย
n   เกณฑมาตรฐานในการใชตดสนวาใครเปนผปวย
    ทเรากำลงคนหาและทำการสอบสวน
n   ควรตอบวตถประสงคของการสอบสวนโรค
n   เขาใจงาย, ชดเจน, วดไดงาย
n   Clinical criteria, ประกอบกบ time, place, person
n   Sensitivity vs. specificity
                                                 16
นยามผปวย: ตวอยาง
ผทอาศยหรอเดนทางเขาไปใน หมบาน “x”
และมอาการถายเหลวมากกวา 3 ครงใน 1 วน
หรอ ถายเปนมกเลอดอยางนอย 1 ครง
ระหวางวนท 1 มถนายน ถง 20 กรกฎาคม
2550
                                      17
                           นยามผปวย
§   อาจแบงเปนประเภท                   ผทอาศยหรอเดนท
    §   ผปวยสงสย (Suspected)           างเขาในหมบาน X
         §   อาการและอาการแสดงเขาได
                                        ¨ Suspected
         §   ยงไมมผล Lab ยนยน
                                          nม diarrhea…
    §   ผปวยนาจะเปน (Probable)
         §   อาการเขาได                 ¨ Probable
         §   ผล Lab เบองตนเขาได           nMucous bloody diarrhea
         §   มความเชอมโยงทางระบาด         nWBC, RBC in stool exam
             วทยากบผปวยยนยน
                                        ¨ Confirmed
    §   ผปวยยนยน (Confirmed)
         §   Lab ยนยนเชอกอโรค             nRSC พบ Shigella sonnei
                                                               2        18
                                                                   18
                  นยามศพท
                   Carrier
Asymptomatic infection       Vector
 (ผตดเชอไมมอาการ)            Vehicle



              Reservior




       แหลงโรค (Source of infection)???        17
                                          19
(Passive cases)


                  (Active cases)




                              20
            การคนหาผปวยเพมเตม
n   Passive strategies ตรวจสอบขอมลทมอยแลว
    ¨   OPD, IPD log book in hospitals, Health center
    ¨   Laboratory log book
n   Active strategies
    ¨   ตงจดคดกรองโรคในชมชน
    ¨   Door to door
                                                        21
                  การเกบขอมลผปวย
n   ขอมลทวไป
    ¨   Age, gender, race, occupation
n   ขอมลทางคลนก
    ¨   Symptoms, date of onset, lab results, severity of illness
n   ปจจยเสยงและปจจยปองกน
n   ผสมผส
                                                                    22
   Identifying info.




                         Demographic info.




                       Risk factors
Clinical info.
                                      23
    Line Listing: What and Why?

n   เปนการจดระเบยบขอมลผปวย
n   ทำใหขอมลดงาย ทบทวนความถกตองและแกไขไดงาย
n   ตาราง
    ¨   แถว หมายถง ผปวยแตละราย
    ¨   คอลมน หมายถง ตวแปรแตละตวทสนใจ

                                         24
Line listing of streptococcus meningitis cases after eating raw pork

 ID   Sex   Age   Onset Alcohol         25/4/07               26/4/07
                                   BF    LUN      DIN     BF LUN        DIN
 1    M     50 27/4/07    Yes     Raw    Raw       -     Cook Cook      Cook
 2    M     41 26/4/07    Yes     Raw    Raw       -       -    -         -
 3    M     43 27/4/07    Yes     Raw    Raw       -      -     -        -
 4    M     62 27/4/07    Yes     Raw    Raw      Cook    -     -        -
 5    M     71 26/4/07    No       -     Raw       -      -     -        -
 6    M     56 26/4/07    Yes      -     Raw       -      -     -        -
 7    M     51 31/4/07    Yes      -     Raw       -      -   Cook       -
 8    M     50 26/4/07    Yes     Raw    Raw       -      -     -        -
 9    F     49 27/4/07    Yes      -     Raw       -      -     -        -
                                                                             3
    การใชขอมลจาก Line Listing
n   หาความถ สดสวน ของขอมลทวไป
    ¨   ชวยในการบงชประชากรกลมเสยง
n   หาความถ สดสวน ของขอมลปจจยเสยง
    ¨   ชวยในการบงชแหลงโรค mode of transmission


                                                  26
Line listing of streptococcus meningitis cases after eating raw pork

 ID   Sex   Age   Onset Alcohol         25/4/07               26/4/07
                                   BF    LUN      DIN     BF LUN        DIN
 1    M     50 27/4/07    Yes     Raw    Raw       -     Cook Cook      Cook
 2    M     41 26/4/07    Yes     Raw    Raw       -       -    -         -
 3    M     43 27/4/07    Yes     Raw    Raw       -      -     -        -
 4    M     62 27/4/07    Yes     Raw    Raw      Cook    -     -        -
 5    M     71 26/4/07    No       -     Raw       -      -     -        -
 6    M     56 26/4/07    Yes      -     Raw       -      -     -        -
 7    M     51 31/4/07    Yes      -     Raw       -      -   Cook       -
 8    M     50 26/4/07    Yes     Raw    Raw       -      -     -        -
 9    F     49 27/4/07    Yes      -     Raw       -      -     -        -
                                                                        27   3
       การวเคราะหขอมลเชงพรรณนา
         (Descriptive data analysis)
n   Time:
    ¨ Epidemic    curve
n   Place:
    ¨ spot map
    ¨ area map
    ¨ Attack rate by place
n   Person
    ¨ Frequency
    ¨ Specific   attack rate
                                       28
Time: Epidemic Curve
n   แผนภม Histogram
    ¨   แกนนอน (แกน X) หมายถง เวลา อาจเปนชวโมง วน สปดาห เดอน
        ขนกบระยะฟกตวของโรค
    ¨   แกนตง (แกน Y) หมายถง จำนวนผปวย
n   การสราง Epi curve
    ¨   ความกวางแตละชองของแกนนอน เทากบ 1/3 – 1/8
        ของระยะฟกตวเฉลยของโรค
    ¨   ควรเวนชวงเวลากอนผปวยรายแรกและหลงผปวยร
        ายสดทายเลกนอย
    ¨   ไมมชองวางระหวางแทง
                                                        29
        ประโยชนของ Epi curve
n บอกประเภทของการระบาด




                                    22
                               30
            ประโยชนของ Epi curve
n   บอก time trend
    ¨   Onset ของผปวยรายแรก
    ¨   Peak ของการระบาด
    ¨   Onset ของผปวยรายสดทาย
n   บอก outliers
    ¨   ผทไมไดรบเชอรวมกบผปวยรายอนๆ
    ¨   อาจเปนสาเหตของการระบาด / แหลงโรคดวยตวเอง
    ¨   อาจเปน secondary case
                                             31
      Epidemic curve: การหาระยะรบเชอ
Exposure period = (Onset of the first case – ระยะฟกตวทสนทสดของโรค)
                ถง (Peak of outbreak – ระยะฟกตวเฉลยของโรค)




                16     21 23   25   28   October

                                                             32
        ผลการสอบสวนผปวยอหวาตกโรคทพบพระ
                       งานศพผปวยรายแรก


     ครอบครวของผปวยรายแรก




                                         งานศพท
ผปวยสงสยรายแรก
                                         บานนาย ช.
    เสยชวต                      นาย ช.




 ผปวยสงสยรายแรก             ผปวยมา รพ.   ผปวยคนหา
Place: Map, attack rate by place

n   Map บอกการกระจายของผปวยตามพนท
    ¨   Spot map: จำนวนผปวย
    ¨   Area map: เปรยบเทยบความหนาแนน, อตราปวย




                                            34
Measles case distribution by sector, Nupo camp, Tak, Jan – Mar 2007
                                           1
                                                        Case in week 2
                                                2
  13        10        8        5   6                    Case in week 6
                                                    3
                                                        Case in week 7
                                                    4
                                                        Case in week 8
                                               15
                                                        Case in week 9

           14                                           Case in week 10
                 12       11   9   7
                                                        Case in week 11
Burma
                                                        Case in week 12
                                                        Case in week 13

        Epidemic curve by week of onset (N = 27)
ผปวยโรคไขหวดใหญแยกตามวนเรมปวยและหองพก
 ในศนยพกพงแหงหนง, พ.ค. – ก.ย 2549
(จำนวนผป.ทงหมด 38 ราย)


            โซน5
                   หองนำ         โซน1     โซน 2       โซน3          3/1



                                                                     2/1




                                                                    โซน4   จนท.

                                                  Weekly interval




     ผพกพง 1 ราย             จนท. 1 คน

          การระบาดชนดแหลงโรคแพรกระจาย
                   (Propagated source outbreak)
              พนททไดรบผลกระทบ
              -12 จาก14 อำเภอ (85.7%)
              - 52 จาก 99 ตำบล (52.5%) และ 262
Thawangpha
              จาก 885 หมบาน(29.6%) ถกนำทวม
              -
        NAN   อำเภอทาวงผาและอำเภอเมองได
              รบผลกระทบจากภาวะนำทวมสงสด
              และพบวามอบตการเกดโรคสงเชนกน
                แสดงผลกระทบความเสยหาย

                    สง
                    ปานกลาง
                    นอย
จำนวนผปวยโรคไขหวดใหญสายพนธ H1N1 2009
    ในระบบเฝาระวงของสำนกระบาดวทยา
      9 ก.ค. 52              16 ก.ค. 52




                             จำนวนผปวยสะสม (ราย)
  Person: Distribution, Specific AR
Distribution of avian influenza cases, Thailand 2004

 Male : Female = 8 : 3

 n   Median age 7 (2 - 58 years old)

 n   8 died (CFR 72.7%) :
     - Age <15 years CFR 85.7%
     - Age >15 years CFR 50.0%
                                                       39
   Clinical manifestations of confirmed AI cases
              Thailand, Jan – Mar 2004
      Fever

     Cough

    Sputum
   Dyspnea

Rhinorrhea

   Diarrhea

  Vomiting

 Wbc<5000
Platelet<106

Pleural effus.



                                                 Percent of cases
                 Pediatric (N=7)   Adult (N=4)
    นยาม
n   Incidence

    ¨ จำนวนผปวยรายใหม      / ประชากรกลมเสยง, ประชากรในพนท

    ¨ Morbidity   rate: รอยละ, ตอประชากรพนคน, ตอประชากรแสนคน

    ¨ Attack   rate: รอยละ (ประชากรกลมเสยง,

      ประชากรทไดรบผลกระทบ) = Risk (อตราเสยง)

    ¨ Specific   attack rate: รอยละ ตามกลมประชากรเฉพาะ


                                                         41
    นยาม
n   Death rate อตราตาย
    ¨ จำนวนผปวยตาย     / ประชากรกลมเสยง,
      ประชากรในพนท
             rate: รอยละ, ตอประชากรพนคน,
    ¨ Mortality
      ตอประชากรแสนคน
    ¨ Specific   death rate: รอยละ ตามกลมประชากรเฉพาะ
n   Case Fatality rate อตราปวยตาย
    ¨ จำนวนผปวยตาย     / จำนวนผปวยทงหมด (รอยละ)
                                                         31
                                                    42
การสรปขอมลจากระบาดวทยาเชงพรรณนา

     - โรค อะไร ?
     - ใคร คอ ประชากรกลมเสยงทจะเกดโรค?
     - อะไร คอ พาหะนำโรค และ แหลงโรค?
     - โรค แพรกระจายไปอยางไร?


                                              4
                                         43
                Cases


Person         Place       Time




           Evaluate information



 Risk group?    Source?    Transmission?



 Set Hypothesis from all information       44
Steps of an outbreak investigation




                                                  Implement control measures
1. Prepare for Field Work : Rapid Response Team
2. Confirm outbreak and diagnosis
3. Define case and start case-finding
4. Descriptive data collection and analysis
5. Hypothesis generation
6. Analytical studies to test hypotheses
7. Special studies (e.g. environmental study)
8. Communicate the conclusion and recommend
  control measures
9. Follow-up the control implementations
                                                         45
Analytical studies to test hypotheses
               Develop
              hypotheses

                    - ใคร คอ ประชากรกลมเสยงทจะเกดโรค?
                    - อะไร คอ พาหะนำโรค และ แหลงโรค?
                    - โรค แพรกระจายไปอยางไร?


        การศกษาระบาดวทยาเชงวเคราะห
         - study design; case-control, cohort
         - sampling control (non-cases)
         - data collecting: เกบขอมลเฉพาะเจาะจงมากขน
                                                        46
What is a Cohort?
n “Cohort” กลมคนทมลกษณะบางประการรวมกน
n ประชากรในพนทเกดโรค (source population)

n Examples of cohorts:

    ¨ คนงานในโรงงานแหงหนง
    ¨ ผเขาชมเกมฟตบอลเกมหนง

    ¨ ผทรวมงานเลยงงานเดยวกน

                                       47
What is a Cohort?
n การศกษาเชงวเคราะห   เหมาะสำหรบ close population
n ทดสอบความสมพนธระหวาง ปจจยเสยง (Exposure) กบ
  การเกดโรค (Outcome)
จดเรมตนการศกษา                      จดสนสดการศกษา
                                        ปวย
    มปจจย
                                       ไมปวย
                                        ปวย
   ไมมปจจย
                                        ไมปวย       48
    Cohort study : การวเคราะหขอมล
เปรยบเทยบความเสยงในการปวยของคนทมปจจยกบคนทไมมปจจย




ความเสยง (risk / AR) ของการปวยในกลมมปจจย = a / ( a + b )
ความเสยง (risk / AR) ของการปวยในกลมไมมปจจย = c / ( c + d )
             Risk Ratio (RR) = a / ( a + b )
                               c/(c+d)                49
     Cohort study
shigellosis outbreak:
                                   ม            ไมม
สงสยวาผกดองเปนอาหารทเปน           ปจจย         ปจจย
สาเหตของการปวย

                               Case          Case

                                 Non-case      Non-case



     ผทรบประทานผกดองมความเสยงตอการปวยเปน 6
     เทาของผทไมรบประทาน
                                                    50
Case-Control Study

n การศกษาเชงวเคราะหทใชบอยทสดในการสอบสวนโรค

  ¨   ทำการศกษาไดงาย รวดเรว ประหยด
  ¨   ใชเมอประชากรทจะศกษามขนาดใหญ เกบขอมลไมไดทกคน
  ¨   ใชเมอประชากรทจะศกษามขนาด / ขอบเขตไมชดเจน
  ¨   ม case เกดขนแลว
  ¨   ตองเลอก control มาเปรยบเทยบ
                                                 51
Case-Control Study
n ทดสอบความสมพนธระหวาง   ปจจยเสยง (Exposure)
  กบ การเกดโรค (Outcome)
n เปรยบเทยบการมปจจยเสยงทมในอดตระหวาง Case
  กบ control
 จดสนสดการศกษา                      จดเรมตนการศกษา
    มปจจย
                                      ปวย
   ไมมปจจย
    มปจจย
                                      ไมปวย
   ไมมปจจย                                      52
     Case-control Study
เปรยบเทยบการมปจจยในกลมคนปวยกบการมปจจยในกลมคนไมปวย
                         ปวย      ไมปวย
            มปจจย          a        b
          ไมมปจจย          c        d
อตราสวน (Odds) ของ การมปจจย ตอ การไมมปจจย ในกลมคนปวย = a/c
อตราสวน (Odds) ของ การมปจจย ตอ การไมมปจจย ในกลมคนไมปวย = b/d
                                    a   b
    Odds Ratio (OR) =               c / d =    ad/bc   53
     Case-control study
Botulism outbreak
สงสยวาหนอไมปบเปนสาเหตของการเก           มปจจย         มปจจย
ดโรค
                                  ไมมปจจย       ไมมปจจย


                                      Cases        Controls



  กลมคนปวยมอตราสวนของการกนหนอไมปบตอการไมกน เปน 201 เทา
                 เมอเทยบกบกลมคนทไมปวย
   ผทรบประทานหนอไมปบมความเสยงตอการปวยเปน 201
   เทาของผทไมรบประทาน                                     54
Case-Control or Cohort: ทำอะไรด??
n ขนกบประชากรในพนทเกดการระบาด
  ¨   ประชากรในพนทเกดการระบาดมขอบเขตชดเจน
  ¨   สามารถเกบขอมลไดทกคน หรอเกอบหมดทกคน
      n   Use a cohort study
  ¨   พนททเกดการระบาด / กลมประชากรทเกดการระบาด
      ไมมขอบเขตชดเจน
  ¨   พนทใหญ / ประชากรมจำนวนมาก เกบขอมลไดไมหมด
      n   Use a case-control study
                                                 55
Steps of an outbreak investigation




                                                  Implement control measures
1. Prepare for Field Work : Rapid Response Team
2. Confirm outbreak and diagnosis
3. Define case and start case-finding
4. Descriptive data collection and analysis
5. Hypothesis generation
6. Analytical studies to test hypotheses
7. Special studies (e.g. environmental study)
8. Communicate the conclusion and recommend
  control measures
9. Follow-up the control implementations
                                                         56

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:0
posted:2/16/2014
language:Thai
pages:56