? ?? ?? ????? 09 by Li3AJ4vb

VIEWS: 0 PAGES: 54

									http://www.thaigov.go.th
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555

            วันนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ณ อาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ (อาคาร
17 ) ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นางสาวยิ่งลักษณ์
ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2
            จากนั้น นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจาสานักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
น า ย ภั ก ดี ห า ญ ส์ หิ ม ะ ท อ ง ค า แ ล ะ น า ย ช ลิ ต รั ต น์ จั น ท รุ เ บ ก ษ า
รองโฆษกประจ าส านั ก นายกรั ฐ มนตรี ได้ แ ถลงข่ า วผลการประชุ ม คณะรั ฐ มนตรี
สรุปสาระสาคัญได้ดังนี้

          กฎหมาย
                                                      ่
          1. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที..) พ.ศ. ....
          2. เรื่อง       ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
ลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..)
          3. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการนครแม่สอด พ.ศ.
....
          4. เรื่อง
          ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นาเที่ยว
พ.ศ. ....
          5. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
                     ในการทางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ....
          6. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
                     ในการทางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ….
          7. เรื่อง ร่างกฎสานักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการกาหนดเครื่องแบบพิเศษสาหรับพนักงานเจ้าหน้าที่
          ตามกฎหมายว่าด้วยจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
และกฎหมายว่าด้วยการทางานของ
                     คนต่างด้าว พ.ศ. ….
          เศรษฐกิจ
          8. เรื่อง
          การให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อย
          9. เรื่อง แผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555 – 2564
          10. เรื่อง
          ขอทบทวนองค์ประกอบคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
                                         2
           11. เรื่อง
           การเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่า
ด้วยการพัสดุด้วย                   วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549
สาหรับหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณประจาปี                            งบประมาณ พ.ศ.
2555 ในงาน/โครงการ ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากเหตุอุทกภัย
                      ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
           12. เรื่อง มาตรการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
           13. เรื่อง โครงการแทรกแซงตลาดมันสาปะหลังปี 2554/55
           14. เ                        รื่                   อ                    ง
           ข้อเสนอแผนงาน/โครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนื
อตอนบน 1 กลุ่ม
                      จั ง ห วั ด ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ ต อ น บ น 2
และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ                              ตอนกลาง รวม 12
จังหวัด ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดอุดรธานี
                      วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555




            15. เรื่อง ผลการติดตามการดาเนินงานฟื้นฟู เยียวยา
และแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้า กลางน้า
            และปลายน้าของนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)
ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์                 2555
            16. เรื่อง
            ผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภู
มิภาค ครั้งที่ 2/2555
            17. เ                     รื่                   อ                 ง
      ผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนื
อ 12 จังหวัด
            สังคม
            18. เรื่อง ขอความเห็นชอบการเสียภาษีสลากบารุงสภากาชาดไทย
            ต่างประเทศ
            19. เรื่อง ผลการเจรจากับสหภาพยุโรป เรื่อง
การกาหนดโควตาภาษีนาเข้าสินค้าสัตว์ปีกแปรรูปของ                    สหภาพยุโรป
            20. เรื่อง
            ความตกลงของผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานในภูมิภาค                          อาเซียน
            21. เรื่อง
            ขออนุมัติลงนามในบันทึกความเข้าใจสาหรับการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติ
การการประเมินการ
            ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาหรับภูมิภาคเอเชีย
และการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญที่ทา
            หน้าที่ให้คาแนะนาในการจัดทารายงานแห่งชาติของประเทศกาลังพัฒ
                                      3
นาภายใต้อนุสัญญา
          สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          22. เรื่อง
          การขออนุมัติคณะรัฐมนตรีในการใช้ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการในหนั
งสือความตกลง                       (Standard Letter of Agreement)
ระหว่างสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับ UN                       Women
          23. เรื่อง
          การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือพหุภาคีระดับภูมิภาค
Asian Food and                     Agriculture Cooperation Initiative (AFACI)
          24. เรื่อง
          ขอความเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาหนังสือ
พิมพ์โลกและการ                     ประชุมบรรณาธิการสื่อสิ่งพิมพ์โลก (World
Newspaper Congress and World Editors                          Forum) ปี 2556
          25. เรื่อง
          กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองภาย
ใต้คณะกรรมการที่                   ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน
กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐาน
          และการตรวจสอบรับรองรายสาขา รวม 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์
และความตกลงว่าด้วยการปรับ
          ระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ข
องอาเซียน
          การศึกษา
          26. เรื่อง
      ขออนุมัติหลักการและงบประมาณในการดาเนินโครงการจัดการเรียนการสอ
นโดยใช้                            คอมพิวเตอร์พกพา
                ้
          แต่งตัง
          27. เรื่อง แต่งตั้ง
                     1.
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเสนอขอแต่งตั้งกงสุลใหญ่ประจาจังหวัดขอ
นแก่น
                     2. แต่งตั้งข้าราชการ (กระทรวงศึกษาธิการ)
                     3.
          สาธารณรัฐประชาชนจีนเสนอขอแต่งตั้งกงสุลใหญ่ประจาจังหวัดสงขลา
                     4. แต่งตั้งผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.)
          ของกระทรวงยุติธรรมและส่วน
          ราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
                     5.
          การขอคงตาแหน่งและปรับปรุงหน้าที่ความรับผิดชอบของตาแหน่งรอง
          ปลัดกระทรวง
                          มหาดไทย (นักบริหารสูง) ฝ่ายกิจการพิเศษ
          กระทรวงมหาดไทย
                     6. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหาร
ระดับสูง
                                     4
                   7. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ
(กระทรวงการต่างประเทศ)


                   8. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ
(กระทรวงการต่างประเทศ)
                   9. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ
(กระทรวงการต่างประเทศ)
                   10. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
                   11.
การเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้าตาลท
ราย                    พ.ศ. 2527




                      ********************************
       เอกสารชุดนี้เป็นเอกสารข่าวสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น
สาหรับมติคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการกรุณาตรวจสอบที่สานักเลขาธิการคณะรั
                           ฐมนตรี โทร . 0 2280-9000
สานักโฆษกขอเชิญติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมน
                                      ตรี
 ทุกวันอังคาร หรือวันที่มีการประชุม ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                                ทาง F.M. 92.5
                    ในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัด
        รับฟังได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประจาจังหวัด
      หากท่านใดประสงค์จะขอรับข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรีสมัครได้ทาง
                              www.thaigov.go.th
        สานักโฆษก สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396
                                       5

                                   กฎหมาย

       ่                     ิ ิ            ่
1. เรือง ร่างพระราชบัญญัตลขสิทธิ์ (ฉบับที..) พ.ศ. ....
                                                                              ่
            คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที..) พ.ศ.
.... ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ
และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา
แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
            สาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติ
            แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ดังนี้
            1.
เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อประโยชน์ของคนพิการ
ทางการมองเห็น           คนพิการทางการได้ยิน และคนพิการทางสติปัญญา
(ร่างมาตรา 5)
            2.
เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดสาหรับผู้ที่บันทึกภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์โด
ยไม่ได้รับอนุญาต และการกระทาดังกล่าวจะไม่อยู่ภายใต้บังคับในส่วนที่ 6
ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ (ร่างมาตรา 4)
            3. เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับโทษสาหรับผู้ที่บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง
ส่งเสริม หรือใช้บุคคลซึ่งมีอายุต่ากว่า      สิบแปดปีบริบูรณ์ให้กระทาความผิด
ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กาหนดไว้สาหรับความผิดนั้น (ร่างมาตรา 6)

      ่
2. เรือง ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..)
           คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต
น้ามันดีเซลที่มีปริมาณกามะถันไม่เกินร้อยละ 0.035 โดยน้าหนัก ในอัตราภาษี
0.005 บาทต่อลิตร
และน้ามันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ไม่น้อยก
ว่าร้อยละ 4 ในอัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่
1 มีนาคม 2555 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2555 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

      ่                  ิ
3. เรือง ร่างพระราชบัญญัตระเบียบบริหารราชการนครแม่สอด พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการนครแม่สอด พ.ศ.
.... ที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
ตามที่สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีเสนอ
และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
             สาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติ
             1.
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอาน
าจออกกฎกระทรวง
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 4)
                                      6
            2.
กาหนดให้ยุบรวมเทศบาลนครแม่สอดและเทศบาลตาบลท่าสายลวดและจัดตั้งนครแ
ม่สอดขึ้นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครอบคลุมเขตเทศบาลนครแม่สอดและเทศ
บาลตาบลท่าสายลวดที่มีอยู่ในวันก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มีฐานะเป็นนิติบุคคลโดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่นครแม่สอดให้ตราเป็นพระ
ราชกฤษฎีกา
และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดตากตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัติองค์การบ
ริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มิให้รวมถึงเขตพื้นที่ของนครแม่สอด (ร่างมาตรา 5
และร่างมาตรา 6)
            3. กาหนดให้องค์การนครแม่สอดประกอบด้วย สภานครแม่สอด
ซึ่งทาหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ และนายกนครแม่สอด ซึ่งทาหน้าที่ฝ่ายบริหาร
(ร่างมาตรา 7)
            4. กาหนดโครงสร้างการบริหารนครแม่สอด
โดยมีนายกนครแม่สอดมีอานาจหน้าที่ในการกาหนดนโยบายและจัดทาแผนพัฒนา
นครแม่สอดให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
ที่ปรึกษาและพัฒนานโยบายนครแม่สอด
รวมทั้งควบคุมและรับผิดชอบการบริหารกิจการของนครแม่แม่สอด
และมีคณะกรรมการที่ปรึกษา ฯ
มีอานาจหน้าที่เสนอแนะเรื่องสาคัญและจาเป็นต่อนายกนครแม่สอด (ร่างมาตรา 55
และร่างมาตรา 73)
            5.
กาหนดให้นครแม่สอดมีอานาจหน้าที่ในการจัดทาบริการสาธารณะพื้นฐานและมีอา
นาจหน้าที่ตามที่กฎหมายเฉพาะกาหนดได้ภายใต้เงื่อนไขเมื่อนครแม่สอดมีความพ
ร้อมและคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรโดยตราพระราชกฤษฎีกา (ร่างมาตรา 76 ถึง
ร่างมาตรา 78)
            6.
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอานาจหน้าที่กากับดูแลการปฏิบัติราชการข
องนครแม่สอด
และมีอานาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงหรือสั่งให้นายกนครแม่สอดชี้แจงแสดงความคิด
เห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของนครแม่สอด (ร่างมาตรา 141 ถึง ร่างมาตรา
149)
            7. กาหนดบทเฉพาะกาล (ร่างมาตรา 150 ถึง ร่างมาตรา 156)

      ่                                   ี    ้             ้
4. เรือง ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธการขึนทะเบียนเป็นผูนาเที่ยว
พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบี
ยนเป็นผู้นาเที่ยว พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ
และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้
           สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง
           1. กาหนดคุณสมบัติผู้ขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นาเที่ยว (ร่างข้อ 1)
                                        7
             2.
กาหนดให้ผู้ประสงค์จะเป็นผู้นาเที่ยวต้องยื่นคาขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้นาเที่ยวตามแบ
บที่นายทะเบียนธุรกิจ
นาเที่ยวและมัคคุเทศก์กลางกาหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่กาหนดไว้ (ร่างข้อ
2)
             3.
กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบความถูกต้องของคาขอขึ้นทะเบียนเ
ป็นผู้นาเที่ยว (ร่างข้อ 3)
             4.
กาหนดให้การขึ้นทะเบียนเป็นผู้นาเที่ยวสาหรับผู้ซึ่งเป็นผู้นาเที่ยวอยู่ก่อนวันที่กฎก
ระทรวงนี้ใช้บังคับ
จะต้องผ่านการรับรองเป็นหนังสือจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
หรือสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว
หรือสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย
หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่นที่คณะกรรมการธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์กาหนด

      ่
5. เรือง ร่างกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทางานเกียวกับ   ่
                          ั
การป้องกันและระงับอัคคีภย พ.ศ. ....
             คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานด้านควา
มปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ....
ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ
และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้
             สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง
             1. กาหนดคานิยามคาว่า อาคาร เพลิงประเภท เอ เพลิงประเภท บี
เพลิงประเภท ซี เพลิงประเภท ดี วัตถุระเบิด และวัตถุไวไฟ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
(ร่างข้อ 1)
             2.
กาหนดให้นายจ้างจัดให้มีการจัดระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบกิ
จการ การฝึกซ้อมดับเพลิง การอพยพหนีไป ตลอดจนการฝึกอบรมการดับเพลิง
(ร่างข้อ 2 ถึงร่างข้อ 7)
             3. กาหนดให้นายจ้างจัดให้มีเส้นทางหนีไฟ
ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และการจัดให้มีป้ายบอกทางหนีไฟ (ร่างข้อ 8
ถึงร่างข้อ 11)
             4.
กาหนดให้นายจ้างจัดให้มีระบบน้าดับเพลิงและอุปกรณ์ประกอบเพื่อใช้ในการดับเพ
ลิง เครื่องดับเพลิง และการจัดระบบน้าดับเพลิงอัตโนมัติ (ร่างข้อ 12 ถึงร่างข้อ 17)
             5.
กาหนดให้นายจ้างจัดให้มีการป้องกันอัคคีภัยจากแหล่งเกิดการกระจายตัวของควา
มร้อน ประกอบด้วยการป้องกันแหล่งต่าง ๆ เช่น เครื่องยนต์หรือปล่องไฟ
การแผ่รังสี การสะสมของไฟฟ้าสถิต การเชื่อมหรือตัดโลหะ (ร่างข้อ 18)
                                     8
            6.
กาหนดวิธีการดาเนินการเกี่ยวกับวัตถุไวไฟและวัตถุระเบิดให้มีความปลอดภัย
(ร่างข้อ 19 ถึงร่างข้อ 22)
            7.
กาหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกาจัดของเสียที่ติดไฟได้ง่ายประกอบด้วยการทาความ
สะอาด การเก็บรวบรวม และการกาจัดของเสียที่ติดไฟได้ง่าย (ร่างข้อ 23 ถึงร่างข้อ
24)
            8.
กาหนดให้นายจ้างจัดให้มีระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าประกอบด้วยการจัดระบ
บป้องกันสาหรับอาคาร ที่มีวัตถุไวไฟหรือวัตถุระเบิด
สิ่งก่อสร้างหรือภาชนะที่มีความสูง เช่น ปล่องไฟ หอคอย เสาธง ถังเก็บสารเคมี
การป้องกันผลกระทบจากฟ้าผ่าเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของอาคาร (ร่างข้อ 25 ถึงร่างข้อ
26)
            9.
กาหนดวิธีการดาเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยจากอัคคีภัยและการรายงาน
ประกอบด้วยการอบรมผู้มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย
การจัดทาแผนและการฝึกซ้อมดับเพลิงหนีไฟ และการรายงานผลการฝึกซ้อม
(ร่างข้อ 27 ถึงร่างข้อ 30)

      ่
6. เรือง ร่างกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
                             ่           ั
และสภาพแวดล้อมในการทางานเกียวกับสารเคมีอนตราย พ.ศ. ….

      คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานด้านความปลอ
ดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.
…. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ
และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดาเนินการต่อไปได้
            สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง
            1. กาหนดคานิยามเช่น สารเคมีอันตราย
การทางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย เส้นใย ฝุ่น และละออง เป็นต้น
ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น (ร่างข้อ 1)
            2.
กาหนดให้นายจ้างซึ่งมีสารเคมีอันตรายไว้ในครอบครองต้องจัดทาบัญชีรายชื่อสาร
เคมีอันตรายพร้อมทั้งแจ้งจานวน ปริมาณ
และรายละเอียดข้อมูลต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจานวน ปริมาณ และข้อมูลความปลอดภัย
สารเคมีอันตราย ให้นายจ้างแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย (ร่างข้อ 2
ถึงร่างข้อ 5)
            3.
กาหนดให้นายจ้างจัดให้มีการปิดฉลากที่เป็นภาษาไทยไว้ที่หีบห่อบรรจุภัณฑ์
ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย
และให้นายจ้างจัดให้มีป้ายเพื่อเตือนอันตราย
ปิดประกาศหรือจัดทาป้ายแจ้งข้อความเกี่ยวกับอันตราย
และมาตรการป้องกันอันตรายให้ชัดเจน ณ
                                     9
สถานที่ทางานของลูกจ้างหรือสถานที่ที่เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย (ร่างข้อ 6
ถึงร่างข้อ 9)
            4.
กาหนดการคุ้มครองความปลอดภัยเกี่ยวกับการจัดสถานที่และอุปกรณ์เพื่อคุ้มครอง
ความปลอดภัยในบริเวณที่ลูกจ้างทางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายและห้ามนายจ้างมิ
ให้ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าพักสถานที่ดังกล่าว (ร่างข้อ
10 ถึงร่างข้อ 16)
            5. กาหนดวิธีการเก็บรักษา การบรรจุ และการถ่ายเทสารเคมีอันตราย
ประกอบด้วยการกาหนดสภาพและคุณลักษณะของสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรา
ย วิธีการเก็บรักษา การบรรจุ ตลอดจนการถ่ายเทสารเคมีอันตราย (ร่างข้อ 17
ถึงร่างข้อ 24)
            6. กาหนดหน้าที่นายจ้างให้ปฏิบัติเกี่ยวกับการขนถ่าย
เคลื่อนย้ายหรือขนส่งสารเคมีอันตราย (ร่างข้อ 25 และร่างข้อ 26)
            7.
กาหนดให้นายจ้างจัดการและกาจัดสารเคมีอันตรายด้วยวิธีการที่ปลอดภัย (ร่างข้อ
27 และร่างข้อ 28)
            8.
กาหนดหน้าที่ให้นายจ้างจัดให้มีระบบป้องกันและควบคุมสารเคมีอันตราย
จัดให้มีการตรวจวัดวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย
พร้อมส่งรายงานผลการตรวจวัดให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย (ร่างข้อ 29
ถึงร่างข้อ 31)
            9.
กาหนดให้นายจ้างจัดให้มีการประมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกจ้างในกรณีที่มีก
ารใช้สารเคมีอันตราย
และส่งรายงานการประเมินให้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย (ร่างข้อ 32
ถึงร่างข้อ 34)
            10.
กาหนดให้นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายไว้ในครอบครองจัดทารายงานการประเมินค
วามเสี่ยง และจัดทาแผนปฏิบัติการกรณีมีเหตุฉุกเฉินของสถานประกอบกิจการ
รวมทั้งจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างที่เข้าไปควบคุมและระงับเหตุอันตรายในกรณีที่ส
ารเคมีอันตรายรั่วไหล ฟุ้งกระจาย เกิดอัคคีภัย หรือเกิดการระเบิด
นายจ้างต้องสั่งให้ลูกจ้างทุกคนที่ทางานในบริเวณนั้นหรือบริเวณใกล้เคียงหยุดทาง
านทันที (ร่างข้อ 35 ถึงร่างข้อ 38)

      ่
7. เรือง ร่างกฎสานักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการกาหนดเครื่องแบบพิเศษสาหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยจั
ดหางานและคุ้มครองคนหางาน และกฎหมายว่าด้วยการทางานของคนต่างด้าว
พ.ศ. ….
             คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎสานักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการกาหนดเครื่องแบบพิเศษสาหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยจั
ดหางานและคุ้มครองคนหางาน และกฎหมายว่าด้วยการทางานของคนต่างด้าว
พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ
และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้
                                     10
           สาระสาคัญของร่างกฎสานักนายกรัฐมนตรี
           1. กาหนดลักษณะ ชนิด
และประเภทเครื่องแบบพิเศษสาหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยจัดหางา
นและคุ้มครองคนหางาน และกฎหมายว่าด้วยการทางานของคนต่างด้าว (ร่างข้อ 2)
           2.
กาหนดให้เครื่องแบบพิเศษพนักงานเจ้าหน้าที่ชายและพนักงานเจ้าหน้าที่หญิง
ประกอบด้วยเครื่องแบบตรวจปฏิบัติการคุ้มครอง เครื่องแบบป้องกันและปราบปราม
เครื่องแบบปฏิบัติงานตรวจสอบควบคุม
และเครื่องแบบปฏิบัติงานประจาด่านตรวจคนหางาน (ร่างข้อ 3 และร่างข้อ 9)
           3.
กาหนดส่วนของเครื่องแบบของพนักงานเจ้าหน้าที่ชายและพนักงานเจ้าหน้าที่หญิง
ประกอบด้วยแบบของหมวก เสื้อ กางเกง เข็มขัด และรองเท้า (ร่างข้อ 4 ถึงร่างข้อ 8
และร่างข้อ 10 ถึงร่างข้อ 14)
           4.
กาหนดลักษณะของอินทรธนูและวิธีประดับอินทรธนูสาหรับตาแหน่งประเภทต่าง ๆ
(ร่างข้อ 15 ถึงร่างข้อ 17)
           5.
กาหนดให้อธิบดีกรมการจัดหางานเป็นผู้กาหนดว่าการแต่งเครื่องแบบพิเศษแบบใด
จะแต่งในโอกาสใด (ร่างข้อ 18)

                                 เศรษฐกิจ

       ่
8. เรือง การให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อย
             คณะรัฐมนตรีอนุมัติและเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ
ดังนี้
             1.
อนุมัติให้กองทุนอ้อยและน้าตาลทรายกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร
(ธ.ก.ส.) เพื่อนามาช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในฤดูกาลผลิตปี 2554/2555
ในอัตราตันอ้อยละ 154 บาท
             2.
เห็นชอบให้คงการปรับขึ้นราคาจาหน่ายน้าตาลทรายภายในประเทศอีกกิโลกรัมละ
5 บาท โดยให้นา
เงินจากส่วนที่ปรับขึ้นราคาน้าตาลทรายเป็นรายได้ของกองทุนฯ
สาหรับนาไปชาระหนี้เงินกู้เพื่อเพิ่มค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อย
รวมทั้งมอบหมายให้กองทุนอ้อยและน้าตาลทรายควบคุม ตรวจสอบ กากับดูแล
การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์
ตามมติคณะกรรมการการบริหารกองทุนต่อไป

      ่
9. เรือง แผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555 – 2564
           คณะรัฐมนตรีรับทราบแผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555 – 2564
เป็นกรอบนโยบายด้านการพาณิชย์ของประเทศในช่วง 10 ปี
ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ
                                     11
             สาระสาคัญแผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555 – 2564
ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
             1. แผนยุทธศาสตร์แผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555 – 2564
                   1.1 วิสัยทัศน์
“เศรษฐกิจการค้าของประเทศมีความก้าวหน้าอย่างมั่นคง เป็นธรรม ยั่งยืน
และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนทั้งประเทศ”
                   1.2 เป้าหมายหลัก
                         (1) ประชาชนมีความอยู่ดีมีสุข (Wellbeing)
                         (2)
ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันสูงและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง
                         (3)
เศรษฐกิจการค้ามีความก้าวหน้าบนพื้นฐานของความสมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ
สังคม สิ่งแวดล้อม
                         (4)
ประเทศยกระดับจากประเทศรายได้ปานกลางเข้าสู่ประเทศที่มีศักยภาพสูง (High
Performance Country)
                   1.3 พันธกิจ
                         (1)
การเสริมสร้างขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการและวิสาหกิจ
บนฐานขององค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และทุนวัฒนธรรม
โดยคานึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม
                         (2)
การสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาคคเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐ
กิจอาเซียนและเป็นฐานไปสู่เวทีโลก
                         (3)
การยกระดับประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าโดยการใช้นวัตกรรม
ความคิดสร้างสรรค์ การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม
                         (4)
การสร้างสภาพแวดล้อมภายในประเทศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจได้อย่างเป็นธรรม
                         (5)
การส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าให้เป็นปัจจัยเกื้อหนุนในการลด
ต้นทุน เพิ่มคุณภาพ และสร้างสรรค์มูลค่าให้กับผู้ประกอบการ
                   1.4 ยุทธศาสตร์
                         (1) การสร้างขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการและวิสาหกิจ
(Smart Enterprise) สู่การเป็น Trading Nation
                         (2) การใช้อาเซียนเป็นฐานไปสู่เวทีโลก (ASEAN One)
                         (3) การยกระดับประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่า
(Value Creation Economy)
                         (4)
การสร้างสภาพแวดล้อมภายในประเทศที่เอื้อต่อการแข่งขันและเป็นธรรม (Pro
Competitive Environment)
                         (5) การส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการค้า
(New Trade Infrastructure)
                                    12
                   1.5 หน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2555 – 2564 ได้แก่ พณ. กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สศช.
สานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย
สถาบันการเงินต่าง ๆ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม
คณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยคณะกรรมการกิจการ
กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าบริการ เป็นต้น
            2. แผนการปฏิรูประบบการบริหารกระทรวงพาณิชย์
บทบาทการทางานโดยให้น้าหนักอย่างเท่าเทียมกันใน 2 ส่วน คือ
บทบาทในการควบคุมกากับดูแล (Regulation Role)
เพื่อสร้างกฎกติกาการแข่งขันตามกลไกตลาดที่เป็นธรรม สาหรับทั้งผู้ผลิตเกษตรกร
ผู้ประกอบการค้าและผู้บริโภค และบทบาทในการอานวยความสะดวก (Facilitation
Role) เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ และเพื่อส่งเสริมการค้า
และการลงทุนทั้งในและนอกประเทศ
            3. แผนการปฏิรูปกฎหมายการพาณิชย์
แนวทางแก้ไขปรับปรุงกฎหมายซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและร่างกฎหมายรวมทั้งห
มด 7 เรื่อง ดังนี้
                   3.1 กฎหมายว่าด้วยเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
                   3.2 กฎหมายว่าด้วยเรื่องการแข่งขันทางการค้า
                   3.3 กฎหมายว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
                   3.4 กฎหมายว่าด้วยเรื่องการตอบโต้การทุ่มตลาด
                   3.5 กฎหมายว่าด้วยเรื่องการนาเข้าและส่งออกซึ่งสินค้า
                   3.6 ร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องการค้าปลีกและค้าส่ง
                   3.7 กฎหมายเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ
        ่
10. เรือง ขอทบทวนองค์ประกอบคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลียงสัตว์      ้

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบองค์ประกอบคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดข้าวโพดเลี้ยงสั
ตว์ (คณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี) ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.)
เสนอดังนี้
                          องค์ประกอบคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
                      องค์ประกอบเดิม                             องค์ประกอบทีเ่
1. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์           รัฐมนตรีว่าการกร
2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง                                              -
3. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์                                  -
4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์           (นายภูมิ          อธิบดีกรมการค
สาระผล)
5. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์                                                -
6. ปลัดกระทรวงพาณิชย์                                                       -
7. ปลัดกระทรวงมหาดไทย                                                       -
8. ปลัดกระทรวงการคลัง                                                       -
                                    13
9. ผู้อานวยการสานักงบประมาณ                                                   -
10.                                                                           -
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


11. ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พันตรี                     ่
                                                           เลขานุการรัฐมนตรีวาก
นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ)
12. ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร                             -
13. อธิบดีกรมการค้าภายใน                                                      -
14. เลขาธิการสานักงานเศรษฐกิจ              การเกษตร                           -

        ่
11. เรือง
      ่
การเพิมความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัส
   ้      ี
ดุดวยวิธการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549
                 ่   ั
สาหรับหน่วยงานทีได้รบงบประมาณประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2555
ในงาน/โครงการ ฟื้นฟู
                                      ่       ้
และป้องกันความเสียหายจากเหตุอุทกภัยทีอาจเกิดขึนในอนาคต

       คณะรัฐมนตรีรับทราบกรณีคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็
กทรอนิกส์ (กวพ.อ.)
ได้ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทา
งอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549
สาหรับหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2555
ในงาน/โครงการ ฟื้นฟู
และป้องกันความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวม 2 ขั้นตอน
ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอดังนี้
            สาระสาคัญของเรือง่
            กค. โดย กวพ.อ. รายงานว่า
เนื่องจากขณะนี้มีส่วนราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับงบประมาณประจาปี
พ.ศ. 2555 ในงาน/โครงการ ฟื้นฟู
และป้องกันความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น
ในอนาคตมีความจาเป็นต้องเร่งดาเนินการตามนโยบายรัฐบาล
ที่ให้ดาเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยดังกล่
าว ดังนั้น เพื่อให้การดาเนินการจัดหาพัสดุของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ
ที่ได้รับงบประมาณในการฟื้นฟู
และเพื่อป้องกันความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
สามารถดาเนินการด้วยความรวดเร็ว
จึงยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 ในขั้นตอน ดังนี้
            1. การแต่งตั้งคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (Terms of
Reference : TOR) และร่างเอกสารประกวดราคา การนาสาระสาคัญของร่าง
TOR และเอกสารประกวดราคาซื้อ
หรือเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศทางเว็บไซต์ขอ
                                     14
งหน่วยงานและของกรมบัญชีกลางเพื่อให้สาธารณชนเสนอแนะ วิจารณ์
ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.
2549 ข้อ 8 (1) ทั้งนี้ หน่วยงานต้องจัดทา TOR
และเอกสารประกวดราคาซื้อหรือเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอ
นิกส์ด้วยความเปิดเผย
โปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามเจตนารมณ์ของระเบียบฯ
และยังคงปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ 8 (3)
โดยต้องนาสาระสาคัญของเอกสารประกาศเชิญชวน
เอกสารประกวดราคาซื้อหรือเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิก
ส์และเอกสารเบื้องต้นอื่น ๆ ที่สามารถเผยแพร่ได้
ลงประกาศทางเว็บไซต์ของหน่วยงานของกรมบัญชีกลางเช่นเดิม
              2. กรณีการอุทธรณ์ผลการพิจารณาคัดเลือกเบื้องต้น ตามระเบียบฯ ข้อ
9 (3) และอุทธรณ์ผลการพิจารณาการเสนอราคา ตามระเบียบฯ ข้อ 10 (5)
ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ให้หน่วยงานที่จัดหาพัสดุดาเนินการขั้นตอนต่อไป
ได้ ทั้งนี้ ให้กระทาได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุผลความจาเป็นเท่านั้น
โดยให้คานึงถึงการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและประโยชน์ของทางราชการเป็นสาคัญ



        ่
12. เรือง มาตรการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
           คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบตามที่ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.)
เสนอดังนี้
           1. รับทราบโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
และการแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555
           2.
เห็นชอบงบประมาณดาเนินการและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดาเนินการโดยเ
ร่งด่วนต่อไป
           สาระสาคัญของเรือง่
           1. โครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
เป็นการดาเนินการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อยกระดับราคาให้เกษตรกรขายข้าวได้คุ้ม
กับต้นทุนการผลิตและเป็นการช่วยเหลือต่อเนื่องจากโครงการรับจานาข้าวเปลือก
ปีการผลิต 2554/55 และจะเริ่มรับจานาในวันที่ 1 มีนาคม 2555
           2. ผลผลิตข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
ได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ 2555
แล้วและจะออกมากในเดือนมีนาคม 2555
จะต้องเร่งดาเนินโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
โดยกาหนดกรอบชนิดราคา ปริมาณ ระยะเวลา วิธีการ หลักเกณฑ์
และเงื่อนไขให้เกษตรกรได้รับทราบโดยเร็ว
           3. คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้มีการประชุมเมื่อวันที่
13 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อพิจารณาโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
และพิจารณาการแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ปี 2555
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 และมีมติสรุปได้ดังนี้
                                       15
                   3.1 การกาหนดมาตรการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
                   อนุมัติกรอบชนิด ราคา ปริมาณ ระยะเวลา วิธีการ หลักเกณฑ์
เงื่อนไข และงบประมาณการดาเนินโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
และนาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบกรอบ วิธีการ หลักเกณฑ์
และเงื่อนไขโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ดังนี้
                         1. ชนิดและราคารับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
ให้กาหนดชนิดและราคารับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ณ ความชื้นไม่เกิน 15
% ดังนี้
                               1) ข้าวเปลือกเจ้า 100%          ตันละ 15,000 บาท
                                 ข้าวเปลือกเจ้า 5%       ตันละ 14,800 บาท
                                 ข้าวเปลือกเจ้า 10%      ตันละ 14,600 บาท
                                 ข้าวเปลือกเจ้า 15 %           ตันละ 14,200 บาท
                                     ข้าวเปลือกเจ้า 25 %       ตันละ 13,800 บาท
                               2) ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 (42 กรัม)    ตันละ 16,000
บาท
                               3) ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว ตันละ 16,000
บาท
                                  ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดสั้น    ตันละ 15,000
       บาท
           ทั้งนี้ ราคารับจานาข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ให้ปรับเพิ่ม –
ลดตามจานวนกรัมในอัตรากรัมละ 200 บาท
สาหรับการรับจานาข้าวเปลือกหอมมะลินาปรัง ปี 2555
เห็นชอบให้ตั้งคณะทางานพิจารณาการรับจานาข้าวเปลือกหอมมะลิ นาปรัง ปี
2555 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมการข้าว
กรมส่งเสริมการเกษตร อคส. อ.ต.ก. และ ธ.ก.ส.
ร่วมกันพิจารณาแนวทางการรับจานาข้าวเปลือกหอมมะลินาปรัง
การกาหนดราคารับจานา หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขเพื่อให้เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวเปลือกหอมมะลินาปรังได้รับราคาที่เหม
าะสม
และเพื่อป้องกันปัญหาการปนของข้าวพันธุ์อื่นในแปลงนาของหอมมะลิในฤดูนาปี
                         2. เป้าหมายการรับจานา
ไม่จากัดปริมาณข้าวเปลือกที่รับจานาทั้งโครงการ
โดยรับจานาผลผลิตข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ที่ผลิตในประเทศไทยทั้งหมด
ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตรวม 11.11 ล้านตัน
                         3. ปริมาณจานาของเกษตรกรแต่ละราย
จะคานวณตามพื้นที่เพาะปลูกผลผลิตเฉลี่ยรายจังหวัดและผลผลิตรวมของเกษตรกร
ตามหนังสือรับรองที่กรมการส่งเสริมการเกษตรออกให้แก่เกษตรกรเป็นข้อมูลประก
อบ กรณีผลผลิตของเกษตรกรสูงกว่าปริมาณผลผลิตเฉลี่ย ให้ปรับเพิ่มได้อีกไม่เกิน
20% (ณ ความชื้น 15%)
โดยให้เกษตรกรรับรองว่าข้าวเปลือกของเกษตรกรเองและแจ้งให้อนุกรรมการติดต
ามและกากับดูแลการรับจานาระดับจังหวัดสุ่มตรวจสอบอย่างน้อย 20%
ของเกษตรกรที่มีผลผลิตเกินกว่าผลผลิตเฉลี่ยที่กาหนด
                                      16
                                           ์     ่
                         4. การกาหนดพันธุข้าวทีจะเข้าร่วมโครงการ
ให้เป็นไปตามมติคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิตเมื่อวันที่ 23
ธันวาคม 2554 ที่เห็นชอบให้เกษตรกรสามารถนาข้าวทุกพันธุ์เข้าร่วมโครงการฯ
ได้ รวมทั้งพันธุ์ข้าวที่ปลูกและให้ข้าวสารคุณภาพต่า จานวน 18 พันธุ์
ซึ่งในโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปี ปี 25554/55 ไม่ได้ให้เข้าร่วมโครงการ
                         5. ระยะเวลาดาเนินการ
                               1) ระยะเวลาเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว
ให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิตมีมติเมื่อวันที่
23 ธันวาคม 2554
                          ภาคกลาง ภาคตะวันออก
                                ภาคตะวันตก
      กิจกรรม                                                   ภาคใต้
                          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
                                  ภาคเหนือ
      การปลูก             1 พฤศจิกายน 2554 – 30         1 มีนาคม – 15 มิถุนายน
                               เมษายน 2555                       2555
    การเก็บเกี่ยว        1 กุมภาพันธ์ – 31 สิงหาคม      1 มิถุนายน – 15 ตุลาคม
                                    2555                         2555
 การขึ้นทะเบียน          4 มกราคม – 31 พฤษภาคม         1 เมษายน – 15 กรกฎาคม
                                    2555                         2555
   การประชาคม            20 มกราคม – 15 มิถุนายน           1 พฤษภาคม – 31
                                    2555                    กรกฎาคม 2555
การออกใบรับรอง           20 มกราคม – 30 มิถุนายน      2 พฤษภาคม – 15 สิงหาคม
                                    2555                         2555

                          2) ระยะเวลาดาเนินการรับจานา 1 มีนาคม – 15
กันยายน 2555 ภาคใต้
1 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2555 ระยะเวลาไถ่ถอน 4 เดือน
นับถัดจากเดือนที่รับจานา ระยะเวลาโครงการ เดือนมีนาคม
2555 – มกราคม 2556
                                 ี
                           6. วิธการรับจานา
ให้รับจานาเฉพาะใบประทวนเท่านั้นโดยให้ อคส. และ อ.ต.ก.
รับสมัครโรงสีเข้าร่วมโครงการ
เพื่อเป็นจุดรับฝากข้าวเปลือกและออกใบประทวนให้เกษตรกรที่นาข้าวเปลือกมาจา
นาภายใน 3 วันทาการ เพื่อให้เกษตรกรนาใบประทวนไปจานากับ ธ.ก.ส. และ
ธ.ก.ส. ต้องจ่ายเงินให้เกษตรกรภายใน 3 วันทาการ
โดยให้โรงสีที่รับฝากข้าวเปลือกไว้ดาเนินการสีแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสารส่
งมอบเข้าโกดังกลางตามหลักเกณฑ์และมติของอนุกรรมการกากับดูแลการรับจานา
ข้าวโดยเคร่งครัด
                           7. หลักเกณฑ์การรับจานา
                                               ้ ิ
                                   1) เกษตรกรผูมีสทธิจานา จะต้อง (1)
มีหนังสือรับรองเกษตรกรจากกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งผ่านการทาประชาคม
และเกษตรกรลงชื่อรับรองตัวเอง
พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายลงชื่อรับรองด้วย (2)
                                       17
เป็นข้าวเปลือกที่เกษตรกรเพาะปลูกเองในฤดูการผลิตข้าวนาปรัง ปี 2555 และ (3)
เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. ทั้งนี้
เกษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการรับจานาข้าวของรัฐบาลได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง
โดยไม่จากัดว่าเป็นข้าวนาปีหรือข้าวนาปรัง
สาหรับการจานาข้าวของสถาบันเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร ให้ อคส. และ อ.ต.ก.
ออกใบประทวนให้เกษตรกรแต่ละรายเพื่อนาไปทาสัญญาและรับเงินจาก ธ.ก.ส.
ทั้งนี้
ให้สถาบันเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรคิดค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการจากเกษตร
กรได้ ไม่เกินตันละ 200 บาท
                                  ้ ่ ั
                             2) พืนทีรบจานา
เกษตรกรสามารถรับจานาข้าวเปลือกได้ในพื้นที่จังหวัดของตนเองเท่านั้น
ยกเว้นพื้นที่ตาบลติดต่อกัน
โดยการจานาข้ามเขตของเกษตรกรและการจานาข้ามเขตของโรงสี
ให้ดาเนินการเช่นเดียวกับโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55
                       8. การเข้าร่วมโครงการของโรงสี การสีแปรสภาพ
การเก็บรักษา การระบาย และการกากับดูแล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กาหนด
                                        ่
                       9. งบประมาณทีใช้ดาเนินการ
เนื่องจากวงเงินงบประมาณที่ใช้ดาเนินการรับจานาข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต
2554/55 มีคงเหลือเพียงพอ
จึงขอให้นามาใช้ในการดาเนินโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
ไปก่อนหากไม่เพียงพอจึงขออนุมัติเพิ่มเติมในภายหลัง กรณี กค.
ยังไม่สามารถจัดหาเงินกู้ให้ ธ.ก.ส. เพื่อนามารับจานาข้าวเปลือกนาปรังปี 2555
ได้ทัน ให้ ธ.ก.ส. สารองจ่ายเงินไปก่อนและให้ สงป. ชดเชยต้นทุนเงินให้ ธ.ก.ส.
ตามอัตราที่กาหนดไว้เดิม
                                                ่
                  3.2 การแก้ไขปัญหาเกษตรกรทีเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปรัง ปี
2555 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555

       เห็นชอบให้กรมส่งเสริมการเกษตรรับขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรองให้เก
ษตรกรที่เพาะปลูกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554
และจะเก็บเกี่ยวข้าวตั้งแต่วันที่ 1 – 29 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งเป็นผลผลิตข้าวนาปรัง
ปี 2555 ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรกาหนด
โดยให้เกษตรกรสามารถนาข้าวเปลือกมาจานาตามโครงการรับจานาในช่วงเดือน
กุมภาพันธ์ 2555 ได้ โดยให้ อคส. และ อ.ต.ก.
รับฝากข้าวเปลือกของเกษตรกรไว้ก่อนและออกใบประทวนให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่ว
มโครงการรับจานาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2555 เป็นต้นไป และให้ ธ.ก.ส.
จ่ายเงินให้เกษตรกร
โดยใช้วงเงินค่าใช้จ่ายจากโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ทั้งนี้
เกษตรกรที่นาข้าวเปลือกที่ได้จากการเพาะปลูกข้าวในช่วง พฤศจิกายน 2554
และเก็บเกี่ยวในช่วงกุมภาพันธ์ 2555 มาจานาในโครงการรับจานาข้าวเปลือก ช่วง
1- 29 กุมภาพันธ์ 2555
ไม่สามารถนาข้าวเปลือกมาเข้าร่วมโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
ที่จะเริ่มรับจานาในวันที่ 1 มีนาคม 2555 ได้อีก
                                        18
        ่
13. เรือง โครงการแทรกแซงตลาดมันสาปะหลังปี 2554/55
              คณะรัฐมนตรีรับทราบและอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอ ดังนี้
              1. รับทราบมติคณะกรรมการนโยบายมันสาปะหลัง
                    (1)
ให้ขยายระยะเวลาการขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรองเกษตรกร
ออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2555
                    (2)
เกษตรกรที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่นอกเหนือจากพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ให้ขึ้นทะเบียนได้
เฉพาะเกษตรกรที่เคยขึ้นทะเบียนในปี 2552/53 โดยไม่เกินพื้นที่ที่เคยขึ้นทะเบียนปี
2552/53 และไม่รับขึ้นทะเบียนรายใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว
              2. รับทราบราคาระยะเวลา วิธีการ
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการดาเนินโครงการให้เงินกู้เพื่อชะลอการขุดหัวมันสาปะ
หลังปี 2554/55 ดังนี้
                    2.1
เป้าหมายการจ่ายเงินกู้ให้เกษตรกรตามโครงการให้เงินกู้เพื่อชะลอการขุดหัวมันสา
ปะหลังปี 2554/55 วงเงินไม่เกิน 9,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรแต่ละรายกู้เงินจาก
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าหัวมันสด
ส่วนที่ยังไม่ได้ขุดแต่ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ทั้งนี้
การประเมินมูลค่าผลผลิตหัวมันสดส่วนที่ยังไม่ขุดให้คานวณโดยใช้ราคาจานาตาม
ที่โครงการรับจานามันสาปะหลังกาหนดตามระยะเวลา ดังนี้
                    เดือนมีนาคม 2555         ราคากิโลกรัมละ 2.80 บาท
                    เดือนเมษายน 2555         ราคากิโลกรัมละ 2.85 บาท
                    เดือนพฤษภาคม 2555        ราคากิโลกรัมละ 2.90 บาท
                    2.2 ระยะเวลาดาเนินการโครงการ ให้เงินกู้ตั้งแต่เดือนมีนาคม
2555 – พฤษภาคม 2555 กาหนดระยะเวลาชาระเงินกู้เสร็จสิ้นภายใน 3
เดือนนับถัดจากเดือนที่รับเงินกู้ ทั้งนี้
เมื่อเกษตรกรนาผลผลิตมันสาปะหลังเข้าร่วมโครงการรับจานามันสาปะหลังปี
2554/55 เกษตรกรต้องยินยอมให้ธนาคารหักชาระหนี้เงินกู้ตามโครงการนี้
                    2.3
หลักเกณฑ์การให้เงินกู้ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายมันสาปะหลัง
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 โดยรัฐบาลชดเชยต้นทุนเงินให้แก่ ธ.ก.ส. ในอัตรา
FDR+1 (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 3.406 ต่อปี) ระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน
              3.
อนุมัติค่าใช้จ่ายการดาเนินโครงการให้เงินกู้เพื่อชะลอการขุดหัวมันสาปะหลังปี
2554/55 ให้แก่ ธ.ก.ส. ได้แก่ วงเงินชดเชยต้นทุนเงิน 102.18 ล้านบาท
และค่าบริหารโครงการของ ธ.ก.ส. อัตราร้อยละ 2.5 ของ
ต้นเงินคงเป็นหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน คิดเป็นวงเงินค่าบริหารโครงการ 75
ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2555
ที่ตั้งไว้แล้วสาหรับดาเนินโครงการรับจานาผลิตผลการเกษตรปี 2554/55
และหากไม่เพียงพอให้ตกลงรายละเอียดกับสานักงบประมาณเพื่อขอใช้จ่ายจากงบ
กลางเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากเกิดความเสียหายแก่ ธ.ก.ส.
ในการดาเนินโครงการนี้รัฐบาลจะดูแลชดเชยความเสียหายให้ตามที่เกิดขึ้นจริง
                                                 19
      1           4           .                             เ          รื่      อ        ง
      ข้อเสนอแผนงาน/โครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1
      กลุ่ม
      จั ง ห วั ด ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ ต อ น บ น 2
      แ ล ะ ก ลุ่ ม จั ง ห วั ด ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ ต อ น ก ล า ง ร ว ม
      12 จัง หวัด ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จัง หวัด อุด รธานี วัน ที่ 22
      กุมภาพันธ์ 2555


              คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
     สังคมแห่งชาติเสนอ ดังนี้
                    1                                                                          .
     เห็นชอบกรอบแผนงาน/โครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอน
     บ น 1 ก ลุ่ ม จั ง ห วั ด ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ ต อ น บ น 2
     และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง รวม 12 จัง หวัด จานวน 190
     โครงการ วงเงินรวม 187,072 ล้านบาท
                    2. เห็ น ชอบโครงการที่ มี ค วามพร้ อ มและสามารถด าเนิ น การได้ ทั น ที
     จานวน                       2 7 โ ค ร ง ก า ร ว ง เ งิ น ร ว ม 1 ,5 9 5 . 7 5 ล้ า น บ า ท
     โ ด ย ใ ห้ ห น่ ว ย ง า น เ จ้ า ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
     เร่ ง จั ด ท ารายละเอี ย ดค าขอรั บ การจั ด สรรงบประมาณประจ าปี พ .ศ. 2555
     จั ด ส่ ง ใ ห้ ส า นั ก ง บ ป ร ะ ม า ณ ภ า ย ใ น 2 สั ป ด า ห์
     เพื่อสานักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมในปีงบประมาณ พ.ศ.
     2555 ต่อไป
                                                                                         งบประมาณ
              โครงการ
                                                                                             (ลบ.)
ทาปัญหาอุทกภัย –ภัยแล้งในเขตกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1                          141.00


และ                                                                                          77.00

นเชียง                                                                                        6.00


แล้งซ้าซาก ( โครงข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย                                             25.00
งเครื่องสูบน้า-เครื่องฉีดล้างท่อระบายน้าเคลื่อนที่)
 ปัญหาอุทกภัย และภัยแล้ง ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลาภู                                         17.00
 ฏิบัติธรรมหนองน้าเพชรมงคล)
ษตรในไร่นา                                                                                   50.00
 มูลค่าและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ (การส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ไข่                         40.00

 ะแก้ปัญหาโรคเอ๋อในเด็ก วงเงิน 20 ล้านบาท)
ธารณสุขสู่ความเป็นศูนย์กลางด้านบริการสุขภาพ (ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน                        100.00
                                            20
                                                                                งบประมาณ
           โครงการ
                                                                                  (ลบ.)

2115 ตอน แยกทางหลวงหมายเลข 201 ( สามแยก ) -                                        98.00
392
 ใหญ่ บ้านท่าลี่ อาเภอท่าลี่ )
 หญ่และขนาดกลาง (การก่อสร้างอาคารบาบัดรักษา 4 ชั้น                                126.00


มดกลุ่มจังหวัดตอนบน 1                                                             680.00
                                                                                   80.00


เพื่อการท่องเที่ยวสายแก่งกะเบา-บ้านบางทราย                                         54.25
บการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว                                                       45.00

ผังเมือง วงเงิน 60 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท วงเงิน 50 ล้านบาท)                   110.00


ดจีน (ครุภัณฑ์ทางการแพทย์)                                                         30.00

ารใช้ประโยชน์สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม– คาม่วน)                                       70.00
ดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน( กรมทางหลวงชนบท วงเงิน 47 ล้านบาท

มดกลุ่มจังหวัดตอนบน 2                                                             389.25
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จังหวัดขอนแก่น (งานก่อสร้างอุทยานไดโนเสาร์กลางแจ้ง)           100.00



พื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในเขตพื้นที่ลุ่มน้าชี                               40.00
 รประกอบ อาเภอพล)
พื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในเขตพื้นที่ลุ่มน้าพอง                              30.00
ออุบลรัตน์)
เขตเทศบาลนครขอนแก่นและพื้นที่โดยรอบ (การก่อสร้างระบบผันน้า (Flood                  30.00

พาะการก่อสร้างพนังกั้นน้าลาห้วยพระคือ)
ละส่งเสริมการท่องเที่ยว                                                            30.00

กไม้งามเพื่อการเกษตร ตาบลบัวค้อ อาเภอเมือง                                         30.00

 น                                                                                 50.00
                                                                                   70.00
พื่อแก้ไขปัญหาน้าท่วมและภัยแล้งนอกเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้และนอกเขตลุ่มน้าชี
                                                      21
                                                                                                  งบประมาณ
             โครงการ
                                                                                                    (ลบ.)

                                                                                                        35.00
ารเรียนรู้ด้านธรณีวิทยา และซากดึกดาบรรพ์ พิพิธภัณฑ์สิรินธร อาเภอสหัสขันธ์                               60.00
กิจกรรม)
ย                                                                                                       51.50

 กลุ่มจังหวัดตอนกลาง                                                                                  526.50
     รวม                                                                                            1,595.75

                    ทั้ ง นี้ เ ห็ น ค ว ร เ พิ่ ม เ ติ ม ก ร อ บ ว ง เ งิ น อี ก 5 5 ล้ า น บ า ท
      เ พื่ อ ศึ ก ษ า ก า ร จั ด ท า โ ค ร ง ก า ร ใ น จั ง ห วั ด อุ ด ร ธ า นี 2 โ ค ร ง ก า ร
      ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พลตารวจเอก ประชา พรหมนอก) เสนอ ดังนี้
      1) โครงการการจั ด ตั้ ง มหาวิ ท ยาลั ย อุ ด รธานี กรอบวงเงิ น 30 ล้ า นบาท 2)
      โ ค ร ง ก า ร ศู น ย์ พั ฒ น า กี ฬ า จั ง ห วั ด อุ ด ร ธ า นี ก ร อ บ ว ง เ งิ น 2 5 ล้ า น บ า ท
      รวมกรอบวงเงิ น จากเดิ ม 1,595.75 เพิ่ ม อี ก 55 ล้ า นบาท รวมทั้ ง สิ้ น 1,650.75
      ล้านบาท
                    3. มอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดาเนินการ ดังนี้
                            3.1 แผนงาน/โครงการด้ า นทรั พ ยากรน้ า การพั ฒ นาแหล่ ง น้ า
      ก า ร ป้ อ ง กั น ปั ญ ห า น้ า ท่ ว ม แ ล ะ ภั ย แ ล้ ง
      และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตรกรรมที่เป็นโครงการขนาดเล็กที่มีควา
      มจ าเป็ น เร่ ง ด่ ว น และมี ค วามพร้ อ ม เห็ น ควรให้ ห น่ ว ยงานเจ้ า ของโครงการ
      นาเสนอคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณากา
      ร             (      ก       น     จ       .      )            พิ     จ       า     ร      ณ      า
      สาหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลต่อการบริหารจัดการน้าและการพัฒนาภาคเกษต
      ร ก ร ร ม ใ น ร ะ ย ะ ย า ว                                     ใ ห้ ห น่ ว ย ง า น
      ที่เกี่ยวข้องนาเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพย
      ากรน้า (กยน.) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
                            3 . 2 แ ผ น ง า น / โ ค ร ง ก า ร ด้ า น สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม แ ล ะ เ ก ษ ต ร
      ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์                          ด้านเศรษฐกิจ และด้านบริการสังคม
      เ ห็ น ค ว ร ใ ห้ ห น่ ว ย ง า น เ จ้ า ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
      เร่งศึกษาความเหมาะสมของโครงการและจัดทารายละเอียดโครงการและแนวทาง
      ด าเนิ น งานเพิ่ ม เติ ม โดยเฉพาะกา รเตรี ย มความพร้ อ มด้ า นพื้ น ที่ ด าเนิ น การ
      บุ       ค      ล       า      ก      ร         เ      ฉ      พ       า       ะ     ท      า      ง
      และการสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิด
      ความชัดเจนก่อนเสนอขอรับการจัดสรรงบจังหวัดหรือเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่
      ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ตามขั้นตอน หากมีโครงการที่จาเป็นเร่ งด่วน
      แ ล ะ ไ ด้ เ ต รี ย ม ก า ร จ น มี ค ว า ม พ ร้ อ ม ทุ ก ด้ า น แ ล้ ว
      ส ม ค ว ร ที่ จ ะ ป รั บ แ ผ น ป ฏิ บั ติ ก า ร แ ล ะ แ บ บ ก า ร ใ ช้ จ่ า ย ง บ ป ร ะ ม า ณ
      ใ น ง บ ป ร ะ ม า ณ ร า ย จ่ า ย ป ร ะ จ า ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ พ . ศ . 2 5 5 5 ด า เ นิ น ก า ร
      โดยหากต้องผูกพันงบประมาณ ให้เสนอขอตั้งงบประมาณในปี 2556 ต่อไป ทั้งนี้
      จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เช่น
                                        22
ก า ร จั ด ท า ร า ย ง า น ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม          (EIA)
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เป็นต้น

       ่                                ้
15. เรือง ผลการติดตามการดาเนินงานฟืนฟู เยียวยา
                           ้ ่ ้
และแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพืนทีตนน้า กลางน้า และปลายน้าของนายกรัฐมนตรี
          ่
(นางสาวยิงลักษณ์ ชินวัตร) ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2555

        คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติเสนอ ดังนี้
              1. รับทราบผลการติดตามการดาเนินงานฟื้นฟู เยียวยา
และแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้า กลางน้า และปลายน้าของนายกรัฐมนตรี
(นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2555
              2.
รับทราบตามที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ได้ให้ความเห็นชอบโครงก
ารที่มีความสาคัญเร่งด่วนจานวน 119 โครงการ กรอบวงเงิน 5,085.0494
ล้านบาท ตามข้อ 3
ทั้งนี้ให้จังหวัดจัดทารายละเอียดประกอบคาขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดส่งใ
ห้สานักงบประมาณภายในวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555
หากพ้นกาหนดระยะเวลาให้ถือว่าโครงการไม่มีความพร้อม
และให้สานักงบประมาณรายงานผลการจัดสรรงบประมาณต่อนายกรัฐมนตรีภายใ
นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555
              3. มอบหมายรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดาเนินการตามข้อ 4

       สาระสาคัญของการติดตามความก้าวหน้าของการดาเนินงานการฟืนฟูเยียวย     ้
                                ่
าให้ความช่วยเหลือราษฎรทีประสบอุทกภัย
การดาเนินการป้องกันปัญหาอุทกภัยตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้า
     ้        ่
ในพืนที่กลุมจังหวัดต้นน้า กลางน้าและปลายน้า มีผลการดาเนินงาน ดังนี้
                        ้
                1. การฟืนฟูเยียวยา
                     1.1 เงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน จ่ายไปแล้ว
1,773,023 ครัวเรือน จานวนเงิน 8,865.115 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.37
ที่เหลือผู้รับประโยชน์ยังไม่มารับและบางส่วนยังหาตัวผู้รับประโยชน์ไม่พบ
                     1.2 เงินช่วยเหลือเกษตรกร จ่ายไปแล้ว 504,099 ราย
จานวนเงิน 15,003.459 ล้านบาท
                                      ้
                     1.3 งบประมาณฟืนฟูช่วยเหลือเยียวยาจังหวัด
จังหวัดได้รับจากงบกลางแล้ว 46,192.81                 ล้านบาท
                2.
การดาเนินการป้องกันปัญหาอุทกภัยตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้า
                           ้      ้
                     2.1 พืนที่ตนน้า 10 จังหวัด (จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย
อุตรดิตถ์ ตาก น่าน แพร่ ลาปาง ลาพูน และพะเยา)
ได้ติดตามผลการดาเนินงานและให้ความสาคัญกับการดูดซับน้าและลดการพังทลา
ยของดิน โดย
                                     23
                        (1) ปลูกป่า และดูแลป่าต้นน้า
ปลูกหญ้าแฝกและสร้างฝายชะลอน้า
                                             ั
                        (2) ปรับเกณฑ์ปฏิบติการอ่างเก็บน้า (Rule Curves)
โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ให้เกณฑ์ค่าอยู่ในระดับร้อยละ 45
ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2555
                        (3) จัดระบบการรายงานข้อมูล พยากรณ์ และการเตือนภัย
เช่น กาหนดขั้นตอนเตือนภัย กาหนดมาตรการเตือนภัยในช่วงระบายน้า
และกาหนดเครื่องมือในการบริหารจัดการน้าและการเตือนภัย ได้แก่
ศูนย์ข้อมูลการจัดการน้าแห่งชาติ และระบบศูนย์เตือนภัย
                         ้
                  2.2 พืนที่กลางน้าตอนบน 6 จังหวัด (จังหวัดพิษณุโลก
นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตร กาแพงเพชร และชัยนาท)
ได้ให้ความสาคัญกับการหน่วงน้า เพื่อชะลอการไหลของน้า โดย
                                    ้ ่
                        (1) จัดหาพืนทีแก้มลิง
ทั้งที่เป็นบึงธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม
                                           ่
                        (2) ผันน้าระหว่างลุมน้า
โดยใช้ประโยชน์บึงธรรมชาติให้เต็มศักยภาพด้วยการเชื่อมบึงด้วยคลอง
เชื่อมคลองสู่คลอง เชื่อมคลองสู่แม่น้าและข้ามลุ่มน้า
                                                      ่
                        (3) บริหารจัดการน้าบริเวณเขือนเจ้าพระยา
              ้
และประตูนาต่าง ๆ เช่น ซ่อมแซมประตูระบายน้าบางโฉมศรี
และประตูระบายน้าพลเทพ เป็นต้น
                           ้
                  2.3 พืนที่กลางน้าตอนล่าง 8 จังหวัด (จังหวัดสุพรรณบุรี
พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และนครนายก)
ได้ให้ความสาคัญกับการเชื่อมโยงโครงข่ายน้า การกาหนดพื้นที่รับน้า
และการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ โดย
                        (1)
จัดทาแก้มลิงทั้งที่เป็นแหล่งเก็บกักน้าตามธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม
                        (2)
เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุและการระบายน้าจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
                                                ้ ่ ิ
                        (3) ป้องกันอุทกภัยรอบพืนทีนคมอุตสาหกรรม
                        (4)
                                  ้
ปรับปรุงและบูรณะถนนเป็นคันกันน้าไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่นิคมฯ และนอกนิคมฯ
                        (5) บูรณะโบราณสถานให้สู่สภาพเดิม 3
                             ้ ่
                  2.4 พืนทีปลายน้า 7 จังหวัด (จังหวัดนนทบุรี สมุทรสาคร
สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นครปฐม ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร)
ได้ให้ความสาคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้าลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
ด้วยระบบคูคลอง ระบบสูบน้า
และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการคันกั้นน้าพระราชดาริ
การปรับปรุงและการติดตั้งเครื่องสูบน้าบริเวณประตูระบายน้าจุฬาลงกรณ์
ซึ่งจะให้ความสาคัญกับการเร่งระบายให้น้าไหลลงทะเลได้เร็วที่สุดและป้องกันพื้นเ
ฉพาะโดย
                                          ่ ่     ้ ่ ิ
                        (1) เร่งระบายน้าทีอยูนอกพืนทีปดล้อม
ทั้งตามแนวลาน้าและการหลากน้าให้จากัดอยู่ในพื้นที่ที่มีผลกระทบน้อย
                                       24
                                      ้
                         (2) ปิดล้อมพืนที่สาคัญทางเศรษฐกิจ สังคม
และการบริหารประเทศ โดยใช้แนวคันกั้นน้าเป็นชั้นๆ
และใช้ระบบคลองแนวขวางเพื่อระบายน้าไปทางตะวันออกและตะวันตกของพื้นที่ปิ
ดล้อม รวมทั้งซ่อมแซมปรับปรุงประตูระบายน้า
                 2.5 สาหรับพื้นที่แก้มลิง เป้าหมาย2 ล้านไร่ เพื่อรองรับน้าหลาก
จากการลงพื้นที่สามารถจัดหาพื้นที่ได้ ประมาณ 1.4 ล้านไร่
สาหรับพื้นที่แก้มลิงที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมอีก 0.6 ล้านไร่
มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปพิจารณาสารวจเพิ่มเติม
และตรวจสอบพื้นที่จริงตามที่จังหวัดเสนอ
รวมทั้งพิจารณาหลักเกณฑ์ในการชดเชย

             พื้นที่                 ่ ั
                               พื้นทีรบน้า (ไร่)   ปริมาณรับน้า
                                                     (ล้าน ลบ.ม.)
             ต้นน้า                   -                  -
             กลางน้าตอนบน             431,258              828.00
             กลางน้าตอนล่า            969,140           1,860.70
             ง
             สารวจเพิ่มเติม           599,602          1,031.30
             (กษ.)
             รวม                    2,000,000          3,720.00

         3.
                       ่
โครงการจาเป็นเร่งด่วนทีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

      จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังข้อเสนอการแก้ไขปัญหาและป้องกันอุท
กภัยปี 2555 นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาข้อเสนอของจังหวัด
ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรให้เร่งรัดดาเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 3 เดือน
(กุมภาพันธ์-เมษายน 2555) หรือ 6 เดือนเป็นอย่างช้า (กุมภาพันธ์ – กรกฎาคม
2555) ทั้งนี้ รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละพื้นที่
และสานักงบประมาณได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า
จังหวัดมีโครงการที่มีความพร้อมตามเกณฑ์เร่งด่วนและสามารถ
ดาเนินการตามเกณฑ์เวลาที่กาหนดดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดาเนินโครงการที่มีความสาคัญ
และจาเป็นเร่งด่วนเพิ่มเติม (Flagship) จานวน 119 โครงการ กรอบวงเงิน
5,085.0494 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณจาก                 งบกลาง
รายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา
ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ปีงบประมาณประจาปี
พ.ศ. 2555 วงเงิน 120,000 ล้านบาท
                                                        ี ู้ ั
           4. นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจสาคัญให้มผรบผิดชอบ ดังนี้
                 4.1 ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
                                                ่
รับผิดชอบบูรณาการในการปลูกป่าต้นน้าในพื้นที่ปาอนุรักษ์และเขตอุทยาน
ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.)
                                   25
สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดา
ริ (กปร.) และกองทัพไทย โดยมีการกาหนดพื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้
                       (1) มูลนิธิปิดทองหลังพระ
กาหนดพื้นที่ปลูกป่าในพื้นที่ชุมชนตามโครงการแม่ฟ้าหลวง
และมูลนิธิปิดทองหลังพระ
                       (2) มูลนิธิโครงการหลวง
กาหนดพื้นที่ปลูกป่าในพื้นที่ชุมชนโครงการหลวง โดยสานักงาน กปร.
เป็นผู้ประสานงาน
                       (3) กองทัพไทย กาหนดพื้นที่ปลูกป่า ตามแนวชายแดน
                       (4) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ประสานกระทรวงมหาดไทย กาหนดพื้นที่ปลูกป่า ในพื้นที่สูงและมีชุมชนอาศัยอยู่
                  4.2 ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นหน่วยงานบูรณาการโครงการ
ปลูกหญ้าแฝกและสร้างฝายชะลอน้าในพื้นที่ต้นน้า 10 จังหวัด ให้แล้วเสร็จภายใน
3 เดือน โดยมีการติดตั้งระบบ GPS ทุกพื้นที่
                  4.3 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปรับปรุงศูนย์ข้อมูลและการพยากรณ์ที่เป็นเอกภาพและเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่ว
ยงานให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน
                  4.4 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.)
ปรับปรุงนโยบายการระบายน้าทั่วประเทศให้เป็นเอกภาพภายใต้การบริหารของค
ณะกรรมการนโยบายน้าและอุทกภัยแห่งชาติ และปรับ Rule Curves
โดยคานึงถึงอุทกภัยปี 2555 เป็นหลัก
และจะต้องไม่ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้าเพื่อการอุปโภค บริโภคในฤดูแล้งด้วย
และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
รับผิดชอบเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหากรณีเกิดภัยแล้ง
                  4.5 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบการพัฒนาแหล่งน้าที่มี
อยู่ให้มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ
                  4.6 ให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
(นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับจังหวัด เพื่อปรับปรุงแผนจัดการภัยพิบัติ
และขั้นตอนการเตือนภัยให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน
และจัดให้มีการฝึกซ้อมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
และร่วมกับผู้ตรวจสานักนายกรัฐมนตรี
                  4.7
ให้กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดสารวจถึงสาเหตุที่ผู้ได้รับผลกระทบจ
ากอุทกภัยที่ไม่มารับเงินช่วยเหลือเยียวยาในพื้นที่ปลายน้า และติดตาม
เพื่อให้การจ่ายเงินสามารถดาเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
                  4.8 ให้กระทรวงคมนาคม
ศึกษาความเป็นไปได้ในการทาถนนคลอง (Canal Street)
ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
                  4.9 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจังหวัด
                                      26
         ้
จัดหาพืนที่รับน้าที่ชัดเจนเพิ่มเติมอีก ประมาณ 5 แสนไร่ เพื่อจะได้ครบเป้าหมาย 2
ล้านไร่ โดยต้องแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
และการเตรียมความพร้อมในการรับมืออุทกภัยและการเยียวยาอย่างทันท่วงที
บนพื้นฐานความสมัครใจและความเป็นจริงของสภาพพื้นที่ภายใน 3 เดือน และให้
กยน. กาหนดเกณฑ์การชดเชย ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555
                  4.10 ให้ กยน.
เป็นเจ้าภาพในการกาหนดแนวทางการจัดทาแก้มลิงและกากับดูแลการปรับปรุงแน
วคันกั้นน้าทั้งหมด และคันกั้นน้าตามแนวพระราชดาริ
โดยให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาจัดทาคันกั้นน้าในส่วนที่ยังไม่ได้ดาเนิน
การ ต่อเนื่องจากโครงการป้องกันน้าท่วมในพื้นที่ชุมชน ทั้งนี้
ให้จังหวัดรับไปดาเนินการตามที่ กยน. กาหนดและให้
กาหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้าเพื่อกระจายน้าให้ชัดเจน
                  4.11 ให้กระทรวงมหาดไทย
ดาเนินการจัดทาแผนและโครงการขุดลอกคูคลอง รวมทั้ง
การนาดินไปใช้ประโยชน์และสร้างคั้นป้องกันโบราณสถานอย่างเร่งด่วน โดยให้
กยน. เป็นผู้กากับ ติดตามและรายงานผลการดาเนินงานให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป
                  4.12 ให้จังหวัดนครสวรรค์ ฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดให้เป็นแก้มลิง
โดยในระยะแรกให้จัดทา แนวเขตเพื่อ             ป้องกันการบุกรุก
และให้แต่ละจังหวัดในพื้นที่กลางน้าตอนบนต่อยอดแนวคิดบางระกาโมเดล
ที่เป็นการแก้ปัญหาตามหลัก 2P2R ในแบบ One Stop Service
และสารวจและขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขิน โดยติดตั้งระบบ GPS ใน
ทุกโครงการเพื่อใช้ในการติดตามตรวจสอบการทางานและให้แต่ละจังหวัดในพื้นที่
กลางน้าตอนล่างทาการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจสาคัญของแต่ละจังหวัด
รวมทั้งพื้นที่โบราณสถานให้ปลอดภัยจากน้าท่วม
                  4.13 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ปลายน้า สารวจนิคมฯ และ SMEs
ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้
พร้อมทั้งเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

        ่
16. เรือง
ผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
   ้
ครังที่ 2/2555
             คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบตามที่สานักงานคณะกรรมการพัฒน
าการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ดังนี้
             1.
รับทราบผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภ
าค ครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 ณ จังหวัดอุดรธานี
             2.
เห็นชอบตามมติที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภู
มิภาค ครั้งที่ 2/2555 จังหวัดอุดรธานี
และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดาเนินการตามมติที่ประชุม
และรายงานผลการดาเนินงานให้สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ
                                    27
             สาระสาคัญผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศ
               ิ       ้
รษฐกิจในภูมภาค ครังที่ 2/2555 ในวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 18.30
– 19.30 น. ณ ห้องประชุมสุพรรณิการ์ ชัน 3้
อาคารศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพอุดรราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
จังหวัดอุดรธานี
โดยมีรายละเอียดข้อเสนอเพื่อพิจารณาของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3
สถาบัน (กกร.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
สรุปสาระสาคัญได้ ดังนี้
             1. การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์
               ข้อเสนอ (กกร.)
               1) การเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ กรุงเทพฯ-หนองคาย
ให้แล้วเสร็จในปี 2562
เพื่ออานวยความสะดวกและประหยัดเวลาการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่
ยว รวมทั้งการขนส่งสินค้าไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งกระทรวงคมนาคม โดยสานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
ได้จัดทาแผนการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ (พ.ศ. 2554 - 2568)
ซึ่งรวมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ กรุงเทพฯ – หนองคาย
               2) โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-หนองคาย ตามที่
รฟท.
ได้จัดทาแผนแม่บทเพื่อพัฒนาระบบรางและรถไฟความเร็วสูงของกระทรวงคมนาค
มไว้เมื่อปี 2553 วงเงินประมาณ 700,000 ล้านบาท
โดยในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาหนดการก่อสร้างเส้นทางบางซื่อ-
หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร วงเงิน 149,000 ล้านบาท
เชื่อมโยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้าโขง
และจีนภาคตะวันออก รวมทั้งเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี
2558
               3) โครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ขอนแก่น (บ้านไผ่)-มหาสารคาม-
ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 336 กิโลเมตร ตามที่ รฟท.
ได้มีการศึกษาไว้แล้ว
เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางและการขนส่งสินค้าจากภาคนะวันออกเฉียงเหนื
อไปสู่ภาคอื่น ๆ และประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
สามารถลดต้นทุนการขนส่ง
สร้างงานและรายได้ให้กับประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
               4)
โครงการปรับปรุงขยายช่องทางการจราจรเพื่อการคมนาคมและการท่องเทียวเลียบ ่
      ้
แม่นาโขงเส้นทางหมายเลข 211 และเส้นทางหมายเลข 212 โดยเส้นทางหมายเลข
211 (อ.เชียงคาน จ.เลย – อ.เมือง จ.หนองคาย) ระยะทาง 178.781 กิโลเมตร
และเส้นทางหมายเลข 212 (จ.หนองคาย – จ.บึงกาฬ) ระยะทาง 113.76 กิโลเมตร
เป็นเส้นทางที่นักลงทุนและนักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชน
สามารถเชื่อมโยงเส้นทางน้าข้ามไปยังเมืองปากซัน แขวงบอลิคาไซ เชื่อมต่อไปยัง
สปป. ลาว และกรุงฮานอย เวียดนาม
                    ี่
               มติทประชุม มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม รับข้อเสนอของ กกร.
ไปพิจารณา ดังนี้
                                      28
               1)
ศึกษาความเป็นไปได้ในการเร่งรัดแผนพัฒนารถไฟทางคู่เส้นทางกรุงเทพฯ-
หนองคาย ให้แล้วเสร็จในปี 2562
โดยคานึงถึงข้อจากัดด้านขีดความสามารถในการลงทุนของภาครัฐ
ระเบียบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
ควบคู่กันไป
               2)
ศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย
ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ศึกษาไว้ พร้อมทั้งเร่งดาเนินการเสนอโครงการฯ
ตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
               3)
ศึกษารายละเอียดถึงความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ขอนแก่น
(บ้านไผ่)-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม
และเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามระเบียบและขั้นตอนต่อไป
               4)
ศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงข่ายทางถนนบริเวณชายแดนไทย
เส้นทางหมายเลข 211 และ 212 เชื่อมโยงหนองคาย บึงกาฬ นครพนม
และมุกดาหาร เพื่อรองรับการลงทุนและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ประชาคมอาเซียน
             2. การส่งเสริมการค้าและการลงทุน
               ข้อเสนอ (กกร.)
                          ้
               1) การจัดตังเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดมุกดาหาร นครพนม
และหนองคาย
โดยขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
จังหวัดมุกดาหาร นครพนม และหนองคาย
เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบคว
ามร่วมมือทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง (GMS)
และเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่แก่นักลงทุนที่ต้องการขยายฐานการผลิตไปยังภาคตะวัน
ออกเฉียงเหนือ ตลอดจนเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในอนาคต
                                                        ้
               2) การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการจัดตังนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว
(Green Industrial Estate) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
โดยขอให้รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green
Industrial Estate) ในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น
และมีมาตรการจูงใจ
โดยให้เงื่อนไขสิทธิประโยชน์พิเศษจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ให้สิทธิป
ระโยชน์เท่ากับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยรัฐบาลควรส่งเสริมนโยบายให้สิทธิพิเศษกับผู้ประกอบการทั้งในและนอกพื้นที่ที่
เข้าไปลงทุน
และผู้ประกอบการที่มีกิจการเดิมอยู่ในพื้นที่ที่ขยายการลงทุนให้ได้รับสิทธิประโยช
น์ของกิจการใหม่ควรได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี
โดยไม่จากัดวงเงินภาษีที่ได้รับการยกเว้น รวมถึงยกเว้นภาษีอากรขาเข้าเครื่องจักร
ขณะที่กิจการเดิมนั้นจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ 100% ของมูลค่าเงินลงทุน
ซึ่งไม่รวม ค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนในโครงการใหม่เป็นระยะเวลา 3 ปี
                                   29
              3) การขยายเวลาเปิดด่านสากลจังหวัดนครพนม (ชายแดนไทย-ลาว)
โดยขยายเวลาเปิดด่านสากลจังหวัดนครพนม เป็นเวลา 06.00-22.00 น.
(จากปัจจุบัน เวลา 06.00-18.00 น.) เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการค้า
การคมนาคม ขนส่งและการท่องเที่ยว ระหว่างไทย-สปป.ลาว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3
(นครพนม-คาม่วน) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554
                   ี่
              มติทประชุม
              1) มอบหมายให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เร่งรัดพิจารณาในรายละเอียดร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง
และเร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมายที่เหมาะสมสาหรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ในประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555
              2) มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม
เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาความเหมาะสมของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขี
ยวในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น
              3) มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย
และสานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ไปศึกษาและวิเคราะห์ความเหมาะสมของการขยายเวลาเปิดทาการของจุดผ่านแดน
ถาวรจังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
            3. การบริหารจัดการน้าเพื่อการเกษตร
              ข้อเสนอ (กกร.)
                  1) โครงการบริหารจัดการน้า โขง-เลย-ชี-มูล
โดยแรงโน้มถ่วงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยขอให้รัฐบาลอนุมัติและเร่งรัดการดาเนินงานโครงการฯ
เพื่อการเกษตรตามแผนพัฒนาระยะที่ 3 ที่กรมชลประทานได้ศึกษาไว้แล้ว
โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดาเนินการโดยเร็ว
เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้มีการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม
และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์แล้ว
                      ี่
              มติทประชุม

             มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอโครงการบริหารจัดการ
น้า โขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้า (กยน.)
เพื่อพิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความสอดคล้องกับแผนแม่บท
การบริหารจัดการน้าอย่างยั่งยืน
และให้ดาเนินการตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทศาสตร์
             4. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ
               ข้อเสนอ (กกร. และ สทท.)
               1)
                                              ้
การสนับสนุนโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึนภูกระดึงที่ตาบลศรีฐาน
อาเภอภูกระดึง จังหวัดเลย (เสนอโดย กกร.) โดยขอรับการสนับสนุนโครงการฯ
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
                                      30
และเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวทุกประเภททุกวัย โดยเฉพาะผู้อาวุโส และผู้พิการ
สามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวได้สะดวก
และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในกลุ่มจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
โดยมีระบบการบริหารจัดการที่ดี เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เหมาะสม
และรักษาสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่อุทยานอย่างยั่งยืน
              2) การพัฒนาระบบบริหารจัดการของพิพิธภัณฑ์สรนธร  ิ ิ
                                     ี
อาเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้มความคล่องตัว (เสนอโดย สทท.)
โดยขอให้มีการพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงยกระดับพิพิธภัณฑ์ใ
ห้เป็นองค์กรอิสระ อาทิ องค์การมหาชน
ภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
              3)
                             ้                  ่ ้ ่
การพัฒนาขีดความสามารถผูประกอบการในกลุมพืนทีให้สามารถแข่งขันได้เพือรอ     ่
งรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เสนอโดย สทท.)
โดยให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกระทรวงแรงงาน
เร่งดาเนินการอบรมผู้ประกอบการโดยเฉพาะในเรื่องภาษาที่จาเป็น
และการให้บริการที่ดีและมีคุณภาพระดับสากล
                   ี่
              มติทประชุม
              1)
มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับองค์การบริหารก
ารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)
ศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย
              2)
เห็นชอบในหลักการที่จะให้มีการปรับปรุงวิธีการบริหารจัดการเพื่อให้พิพิธภัณฑ์สิริ
นธรสามารถเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และค้นคว้าทางวิชาการ
และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และมอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับสานักงาน ก.พ.ร.
พิจารณารูปแบบที่คล่องตัวในการบริหารที่เหมาะสม
              3) มอบหมายกระทรวงแรงงาน ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสถาบันการศึกษาในพื้นที่
พิจารณาจัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเ
ข้าใจ และพัฒนาทักษะด้านภาษาที่สอง เช่น ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี
และภาษาท้องถิ่นที่ใช้ในประเทศสมาชิกอาเซียน
ให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว
            5. การส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
              ข้อเสนอ (กกร.)
                                   ้
              1) การเร่งรัดการจัดตังมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
โดยขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ให้แล้วเสร็จในปี
2556 เพื่อให้มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์สามารถดาเนินการขอพระราชทานนามใหม่
ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ….
อยู่ระหว่างการพิจารณาของสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เพื่อนาเสนอรัฐบาลต่อไป
                                    31
             2)
              ้                                      ั
โครงการจัดตังศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงหวัดอุดรธานี
                        ุ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสรนารี (มทส.) ขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการฯ
เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยจัดตั้งขึ้น ณ
พื้นที่สาธารณประโยชน์ “หนองแค” บ้านดงสะพัง ตาบลกุดสระ อาเภอเมือง
จังหวัดอุดรธานี จานวน 938 ไร่
เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกากับของรัฐบาลรูปแบบใหม่แห่งแรกที่เริ่มต้นโดยองค์การ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคการเมือง และภาคเอกชน และเป็น Virtual University
โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีครบทุกโหม
ด
                  ี่
             มติทประชุม
             1)
มอบหมายให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งรัดการพิจารณาร่างพระราชบัญ
ญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. …. และนาเสนอรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบต่อไป
และมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ รับไปพิจารณาจัดเตรียมความพร้อม
โดยเฉพาะการโอนทรัพย์สินและการบริหารจัดการทั้งบุคลากร และการเงิน
รวมทั้งการเตรียมการด้านวิชาการ
             2)
มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการรับไปพิจารณาความเหมาะสมในการดาเนินโครง
การจัดตั้งศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจังหวัดอุดรธานี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

        ่
17. เรือง
                ิ                         ้ ่ ั
ผลการปฏิบัตราชการของคณะรัฐมนตรีในพืนทีจงหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12
จังหวัด
              คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐ
กิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ดังนี้
              1.
เห็นชอบแนวทางและข้อสั่งการในการแก้ไขปัญหาของรัฐมนตรีที่ปฏิบัติราชการใน
พื้นที่ 12 จังหวัด
โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทารายละเอียดโครงการและรับข้อสั่งการ
ของรัฐมนตรีไปดาเนินการ
              2. เห็นชอบโครงการที่มีความพร้อมและมีความจาเป็นเร่งด่วน
ซึ่งสามารถดาเนินการได้ทันที
โดยให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทารายละเอียดคาขอรับการจัดสรรงบประมา
ณประจาปี 2555 จัดส่งให้สานักงบประมาณโดยเร่งด่วน
              3.
เห็นชอบตามความเห็นและข้อสั่งการเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากโครงการในพื้นที่ดูงา
นของรัฐมนตรีในพื้นที่จังหวัดเลยและจังหวัดมหาสารคาม
                         ิ                         ้
              ผลการปฏิบัตราชการของคณะรัฐมนตรีในพืนที่ 12
           จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
              ผลการปฏิบัติราชการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และ 2
                                     32
และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง รวม 12 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี
หนองบัวลาภู หนองคาย เลย บึงกาฬ มุกดาหาร สกลนคร นครพนม ขอนแก่น
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ สรุปสาระสาคัญจาแนกตามกลุ่มจังหวัด ดังนี้
                    ่
            1. กลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี
หนองบัวลาภู หนองคาย เลย บึงกาฬ)
มีรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยลงพื้นที่ตรวจราชการ รวม 14 คน
                   ้ ่ ู
            1.1 พืนทีดงาน ประกอบด้วย
               (1) ด้านการบริหารจัดการน้าและการเกษตร : จังหวัดอุดรธานี
(อาเภอเมือง อาเภอทุ่งฝน อาเภอกุดจับ และอาเภอพิบูลย์รักษ์) จังหวัด หนองบัวลาภู
(อาเภอเมือง)
               (2)       ด้านโครงสร้างพื้นฐาน : จังหวัดอุดรธานี (อาเภอเมือง
อาเภอเพ็ญ) จังหวัดเลย (อาเภอเมือง) จังหวัดหนองบัวลาภู (อาเภอเมือง)
จังหวัดหนองคาย (อาเภอเมือง) จังหวัดบึงกาฬ (อาเภอเมือง)
               (3)       ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว :
จังหวัดอุดรธานี (อาเภอบ้านดุง อาเภอหนองหาน) จังหวัดหนองคาย (อาเภอท่าบ่อ)
จังหวัดบึงกาฬ (อาเภอเมือง)
               (4)       ด้านสังคม : จังหวัดอุดรธานี (อาเภอเมือง) จังหวัดเลย
(อาเภอหนองหิน) จังหวัดหนองคาย (อาเภอเมือง อาเภอท่าบ่อ)
                                  ่
            1.2 แนวทางและข้อสังการของรัฐมนตรี
               (1) การบริหารจัดการน้าและการเกษตร
                  (1.1)
เห็นชอบโครงการพัฒนาห้วยหลวงเพื่อป้องกันน้าท่วมและภัยแล้งเร่งด่วน
และระยะที่สอง
เนื่องจากทั้งสองโครงการเป็นโครงการป้องกันปัญหาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาภัยแล้
งในพื้นที่อาเภอเมือง อาเภอพิบูลย์รักษ์ อาเภอเพ็ญ อาเภอกุดจับ และอาเภอบ้านดุง
ของจังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้
โครงการพัฒนาห้วยหลวงเพื่อป้องกันน้าท่วมและภัยแล้งเร่งด่วน วงเงิน 130.80
ล้านบาท นั้นในส่วนกิจกรรมที่มีความพร้อมในวงเงิน 77.00 ล้านบาท
เห็นควรให้จังหวัดอุดรธานีจัดทารายละเอียดโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบปร
ะมาณจากสานักงบประมาณในปีงบประมาณ 2555 ต่อไป ส่วนโครงการระยะที่สอง
เห็นควรให้นาเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้า
(กยน.)
และพิจารณาบรรจุโครงการไว้ในแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้าของประเทศ
เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการจัดการน้าอย่างเป็นระบบ
                  (1.2)
เห็นชอบให้ดาเนินการโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้าท่วม น้าแล้งซ้าซาก
กิจกรรมการอนุรักษ์ฟื้นฟูห้วยสงครามตอนบน ต.ทุ่งฝน อ.ทุ่งฝน
และเห็นควรให้กรมทรัพยากรน้าร่วมกับกรมทางหลวงชนบท
พิจารณาก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างตาบลคาสะอาด จังหวัดสกลนคร กับ
ตาบลทุ่งฝน อาเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี และถนนเชื่อมจากสะพานวงเงิน 40
ล้านบาท โดยบรรจุแผนดาเนินงาน สารวจ ออกแบบของหน่วยงานในปีงบประมาณ
2556 ต่อไป
                                     33
                   (1.3) โครงการพัฒนาลุ่มน้าลาพะเนียง
เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง จังหวัดหนองบัวลาภู เห็นชอบในหลักการ
โดยในส่วนโครงการพัฒนาแหล่งน้าเพื่อการเกษตรผสมผสานศูนย์ปฏิบัติธรรมหนอ
งน้าเพชรมงคล วงเงิน 17.00 ล้านบาท
ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดาริเห็นควรให้ดาเนินการเร่งด่วนในปี 2555
เนื่องจากมีความพร้อม
และเห็นควรบรรจุโครงการขุดลอกลาพะเนียงและอุปกรณ์ประกอบ วงเงิน 450.00
ล้านบาท บรรจุไว้ในแผนดาเนินงานของกรมเจ้าท่า ในปีงบประมาณ 2556
ส่วนโครงการที่เหลือเห็นควรให้กรมชลประทานบรรจุไว้ในแผนดาเนินงาน
ในปีงบประมาณ 2557 - 2559 ต่อไป
และโครงการขุดสระน้า/ขุดเจาะบาดาลเพื่อการเกษตรในไร่นา
กิจกรรมการขุดสระน้าเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง เห็นควรสนับสนุนงบประมาณในปี
2555 วงเงิน 113.9 ล้านบาท ส่วนกิจกรรมที่เหลือเห็นควรให้กรมพัฒนาที่ดิน
รับไปพิจารณาบรรจุในแผนดาเนินงานในปี 2556 ต่อไป
                   (1.4) โครงการพัฒนาศักยภาพการเกษตร
เพื่อเพิ่มมูลค่าและเพิ่มผลผลิตต่อไร่จังหวัดหนองบัวลาภู
เห็นชอบในหลักการโครงการโดยเร่งด่วนของปีงบประมาณ 2555 ในกิจกรรมย่อย
2 กิจกรรม คือ กิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่และไก่สามสายพันธุ์ งบประมาณ
20.00 ล้านบาท และกิจกรรมการเลี้ยงไก่เสริมไอโอดีน
เพื่อพัฒนาไอคิวและแก้ไขปัญหาโรคเอ๋อในเด็ก งบประมาณ 20.00 ล้านบาท
             (2) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
                (2.1)
เห็นชอบสนับสนุนโครงการก่อสร้างและขยายถนนรอบเมืองอุดรธานี
ด้านทิศใต้เป็น 4 ช่องจราจร วงเงิน 250.00 ล้านบาท
โดยให้กรมทางหลวงบรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนคาของบประมาณของกรมท
างหลวงในปีงบประมาณ 2556
ส่วนโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ทุกสายทาง
ของจังหวัดอุดรธานี และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง หมายเลข
2115และหมายเลข 2195 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 203
จังหวัดเลย และโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองหนองคายทิศตะวันออก
ควรเห็นชอบในหลักการโดยให้กรมทางหลวง
กระทรวงคมนาคมศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และจัดทารายละเอียด
เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ปี 2556 และโครงการขยายถนนเลี่ยงเมือง
อาเภอเพ็ญ เห็นควรมอบหมายให้ อบต.เพ็ญ
จัดทารายละเอียดเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณผ่านกรมส่งเสริมการปกครองส่
วนท้องถิ่น ในปีงบประมาณ 2556
                (2.2) โครงการก่อสร้างสะพานแม่น้าโขง แห่งที่ 5 จังหวัดบึงกาฬ-
แขวงบอลิคาไซย พร้อมที่ทาการด่านศุลกากร
และอาคารคลังสินค้าและด่านตรวจคนเข้าเมือง
เห็นควรให้ศึกษาความคุ้มค่าของการลงทุน และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม
และสิ่งแวดล้อม ควรได้รับความเห็นชอบและเป็นนโยบายของทั้งสองประเทศ (ไทย
- สปป.ลาว) โดยให้เสนอของบประมาณตามขั้นตอนปกติ
                                   34
               (2.3)
โครงการปรับปรุงและซ่อมแซมตลิ่งริมแม่น้าโขง/แม่น้าสงคราม จังหวัดบึงกาฬ
เห็นชอบในหลักการโดยให้มีการทาประชาพิจารณ์ของประชาชนในพื้นที่และศึกษ
าผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
และควรประสานความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาโครงการ
และเสนอ กนจ. เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจาปี
2556 ของจังหวัดต่อไป
               (2.4) โครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 228
เห็นชอบในแผนงานดาเนินการ โดยให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
รับข้อเสนอดังกล่าวไปจัดลาดับความสาคัญเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณประ
จาปี 2556 ต่อไป
            (3) ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเทียว    ่
               (3.1)
เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเชียง
โดยเห็นควรให้กรมศิลปากรจัดทาแผนแม่บทการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเ
ชียงทั้งระบบเพื่อให้การบริหารจัดการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างยั่งยืน นอกจากนี้
ควรให้สานักงานเทศบาลตาบลบ้านเชียง ดาเนินโครงการเพิ่มเติมในด้านรถไฟฟ้า
   ่
เพือบริการนักท่องเที่ยว จัดตั้งสถานีตารวจขนาดกลาง ปรับภูมิทัศน์
และก่อสร้างหอประชุมเอนกประสงค์
               (3.2) โครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวคาชะโนด
เห็นควรสนับสนุนโครงการ โดยให้ อบจ. อุดรธานี
จัดทาแผนแม่บทพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนี้ทั้งระบบ
               (3.3)
เห็นควรสนับสนุนในหลักการของโครงการตลาดกลางยางพาราแบบครบวงจรจังห
วัดบึงกาฬ
โดยพิจารณาถึงความซ้าซ้อนของโครงการกับตลาดเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
รวมถึงศึกษาและพัฒนาโครงการให้เป็นศูนย์กลางการค้ายางพาราของภูมิภาคลุ่มแ
ม่น้าโขงต่อไป
               (3.4) โครงการศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 85
พรรษาจังหวัดหนองคาย (Sport Complex)
เห็นควรได้รับการเห็นชอบโดยจัดลาดับความสาคัญของโครงการและวางแผนการ
บริหารจัดการในการดูแลรักษาในระยะยาวโดยประสานองค์กรปกครองท้องถิ่นและ
การกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมดาเนินการและควรมีการวางแผนการดาเนินงานให้เชื่
อมโยงกับโครงการที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการถนนเลี่ยงเมืองตะวันออก
และควรเร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติต่อไป
               (3.5) โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมสัมมนานานาชาติ
พัฒนาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้า
และระบบการประชาสัมพันธ์เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
เห็นควรให้ความเห็นชอบกรอบแผน
งานโครงการโดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดลาดับความสาคัญของโครง
การ และวางแผนการบริหารจัดการในการดูแลรักษาในระยะยาว
พร้อมทั้งจัดทาแผนการตลาด และการประชาสัมพันธ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
                                     35
                 (3.6) เห็นควรสนับสนุนงบประมาณโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์
“ผู้ไทสามเผ่า” บ้านนายูง เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ฟื้นฟูวัฒนธรรมพื้นบ้าน
              (4) ด้านสังคม
                 (4.1) โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุดรธานี
เห็นควรให้ความเห็นชอบโครงการเพื่อศึกษาความเหมาะสมในความเป็นไปได้และ
ความพร้อมในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุดรธานี แต่ทั้งนี้ควรคานึง ถึงมติ ครม.
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เกี่ยวกับหลักการร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
และแนวทางการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐโดยการหลอมรวม
ยุบรวมสถาบันอุดมศึกษาด้วย และควรศึกษาความเป็นไปได้ถึงทางเลือกอื่น เช่น
การจัดตั้งเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อไม่ให้ขัดกับมติ ครม.
ดังกล่าวหากผลการศึกษาเห็นว่ามีความจาเป็นต้องจัดตั้งมหาวิทยาลัย
จะต้องขอยกเว้น ในมติ ครม. ก่อน จึงจะสามารถดาเนินการได้
                 (4.2)
โครงการเพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาลในเขตภาคอีสานตอนบน
เห็นควรสนับสนุนโครงการ
โดยพิจารณาดาเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อกาหนดของสานักงบประมาณ
                 (4.3) โครงการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก
(โรงพยาบาลหนองหิน) จังหวัดเลย เป็นโรงพยาบาลชุมชน 30 เตียง
เห็นควรสนับสนุนโครงการในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน ขนาด 30
เตียงเพื่อบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่
                 (4.4)
โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุขสู่ความเป็นศูนย์กลางด้าน
บริการสุขภาพ เห็นควรให้ความเห็นชอบในกรอบแผนงานโครงการ
และควรให้ความเห็นชอบสนับสนุนงบประมาณปี 2555
สาหรับโครงการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ อาเภอท่าบ่อ
ในส่วนของอาคารผู้ป่วยในวงเงิน 140 ล้านบาท
โดยมอบให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาปรับลดแผนงานให้สอดคล้องกับกรอบวง
เงินที่เสนอและเร่งจัดทารายละเอียดคาของบประมาณกับสานักงบประมาณต่อไป
                     ่
               2. กลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม
มุกดาหาร) มีรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยลงพื้นที่ตรวจราชการ รวม 5 คน
                          ้ ่ ู
                   2.1 พืนทีดงาน ประกอบด้วย
                         (1) ด้านการบริหารจัดการน้าและการเกษตร :
จังหวัดสกลนคร (อาเภอเมือง อาเภอคาตากล้า) จังหวัดมุกดาหาร (อาเภอคาชะอี)
                         (2) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน : จังหวัดสกลนคร
(อาเภอโคกศรีสุพรรณ อาเภอโพนนาแก้ว อาเภอสว่างแดนดิน) จังหวัดมุกดาหาร
(อาเภอเมือง)
                         (3) ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว :
จังหวัดนครพนม (อาเภอเมือง)
                         (4) ด้านสังคม : จังหวัดนครพนม (อาเภอเมือง)
                                         ่
                   2.2 แนวทางและข้อสังการของรัฐมนตรี
                         (1) การบริหารจัดการน้าและการเกษตร
                            (1.1)
              เห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาแหล่งน้าในเขตลุ่มน้าสงครามและลาน้าย
                                     36
ม เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาอุทกภัย
กักเก็บน้าสาหรับทาการเกษตรในฤดูแล้ง
และเป็นแหล่งรายได้ของเกษตรกรในการทาประมง
                         (1.2)
             เห็นชอบในหลักการโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย
และภัยแล้งอย่างเป็นระบบ จังหวัดนครพนม
โดยควรจัดทาแผนการจัดการน้าที่ครอบคลุมการพัฒนา/การใช้ทุกมิติทั้งระบบ
และนาเสนอเข้าบรรจุในแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้าของประเทศต่อไป
                         (1.3)
             เห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและการตลาดสินค้า
เกษตรในเขตพื้นที่ลุ่มน้าก่าอันเนื่องมาจากพระราชดาริ จังหวัดนครพนม
เนื่องจากเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาลุ่มน้าก่าอันเนื่องมาจากพระราช
ดาริ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้า
สนับสนุนการผลิตและการบริโภคของประชาชน
ควรนาไปพิจารณาร่วมกับแผนแม่บทคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบ
ริหารจัดการทรัพยากรน้า (กยน.) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
สาหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
เห็นควรศึกษาความเหมาะสมในรายละเอียดเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง
และยั่งยืนต่อไป
                         (1.4)
             เห็นควรสนับสนุนโครงการอ่างเก็บน้าห้วยคันแทใหญ่จังหวัดมุกดาหาร
เนื่องจากเป็นโครงการก่อสร้างแหล่งน้าเพื่อการเกษตรที่เป็นความต้องการเร่งด่วนข
องประชาชนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้าเพื่อการเกษตร
ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร เพิ่มรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทั้งนี้เห็นควรให้กรมชลประทาน
บรรจุไว้ในแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้าของประเทศและขอรับการจัดสรรงบประ
มาณตามขั้นตอนต่อไป
                      (2) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
                         (2.1)
เห็นชอบในหลักการโครงการปรับปรุง/ยกระดับมาตรฐานโครงข่ายทางหลวงชนบท
เนื่องจาก
จะเป็นการอานวยความสะดวกในการคมนาคมและความปลอดภัยในการสัญจร
และเป็นเส้นทางเชื่อมโยงภายในจังหวัด ระหว่างจังหวัด และระหว่างประเทศ
(สปป.ลาว)
เห็นควรนาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ความเห็นชอบในหลักการ
โดยมอบหมายให้กรมทางหลวง บรรจุในแผนงบประมาณประจาปีของกรมต่อไป
                         (2.2) เห็นชอบในหลักการโครงการขยายถนนเป็น 4
ช่องจราจร เนื่องจาก
จะเป็นการอานวยความสะดวกในการคมนาคมและความปลอดภัยในการสัญจร
และเป็นเส้นทางเชื่อมโยงภายในจังหวัด ระหว่างจังหวัด และระหว่างประเทศ
(สปป.ลาว)
เห็นควรนาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ความเห็นชอบในหลักการ
                                     37
โดยมอบหมายให้กรมทางหลวง บรรจุในแผนงบประมาณประจาปี 2555
และผูกพันงบประมาณ 2556 ของกรมต่อไป
                          (2.3) เห็นชอบในหลักการโครงการขยายถนนเป็น 4
ช่องจราจร กิจกรรม ทางหลวง 22 บ้านหนามแทง ตาบลบ้านถ่อน
อาเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ในการอานวยความสะดวกในด้านการคมนาคมและความ
ปลอดภัยของประชาชนและเป็นเส้นทางเชื่อมโยงภายในจังหวัด ระหว่างจังหวัด
และระหว่างประเทศ (สปป.ลาว)
เห็นควรนาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ความเห็นชอบในหลักการ
โดยมอบหมายให้กรมทางหลวง บรรจุในแผนงบประมาณประจาปีของกรมต่อไป
                          (2.4)
เห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงรองรับการใช้ประโยชน์สะ
พานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คาม่วน)
เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งตามแนวชายแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
เห็นควรให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทรับข้อเสนอดังกล่าวไปจัดลาดับค
วามสาคัญในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณประจาปี 2556 ต่อไป
                          (2.5)
เห็นควรให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัว
เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว โดยจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมวงเงิน 60
ล้านบาท ใน เพื่อให้สามารถดาเนินการก่อสร้างพระพุทธรูปเฉลิมพระเกียรติฯ ณ
วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ได้แล้วเสร็จสมบูรณ์
เนื่องจากเป็นโครงการก่อสร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแ
ด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา
ส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเป็นสถานที่สาคัญของจังหวัดและในระดับภู
มิภาคที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการศึกษาปริยัติธรรมสาหรับคณะสงฆ์และประชาชน
อย่างไรก็ดี
ภาคเอกชนและประชาชนควรได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการต่อไปด้วย
                       (3) ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเทียว ่
                          (3.1) เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาหนองหาร
เนื่องจากหนองหารเป็นแหล่งน้าที่สาคัญของจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง
                ั
โดยจะช่วยแก้ปญหาอุทกภัย ความเสื่อมโทรมของคุณภาพน้า
กักเก็บน้าเพื่อการเกษตร และการท่องเที่ยว
เห็นควรนาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ความเห็นชอบในหลักการปร
ะจาปี 2555 สนับสนุนการดาเนินโครงการ ทั้งนี้
มอบหมายให้จังหวัดจัดทาแผนงาน/โครงการเพิ่มเติมในด้านการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเ
พื่อขอรับการสนับสุนนงบประมาณจาก กยน. รวมทั้งกิจกรรมการก่อสร้างถนน
มอบหมายกรมทางหลวงชนบท บรรจุในแผนงบประมาณประจาปีของกรมต่อไป
                          (3.2)
เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม (บ้านาจอก)
เชื่อมโยงการท่องเที่ยวอินโดจีน
เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ได้รับความนิยมจาก
นักท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง
                                     38
จึงเห็นควรให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบูรณาการแผนงาน/โครงการไว้ในแ
ผนปฏิบัติการภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ.2555-2559
สาหรับการฟื้นฟูแหล่งน้าเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและใช้เป็นแหล่งนัน
ทนาการของพื้นที่อ่างเก็บน้าหนองหญ้า
เห็นควรจัดทารายละเอียดและนาเสนอในแผนแม่บทของคณะกรรมการยุทธศาสตร์
เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้า (กยน.) ต่อไป
                          (3.3)
เห็นควรนาเสนอโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนและนิคมอุตสาหกรรมจังหวั
ดนครพนม ดาเนินการภายใต้งบประมาณปกติ เนื่องจากโครงการฯ
ยังขาดรายละเอียดการศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้ง (Feasibility Study)
การศึกษาผลกระทบสังคม สิ่งแวดล้อม และสุภาพ
แผนงานการมีส่วนร่วมของประชาชน
และการบริหารจัดการโครงการในระยะต่อไป
                          (3.4)
เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาและปรับแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้าโขงในเขตอา
ณาจักรศรีโคตรบูรณ์ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของเมืองนครพนม
และความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนสองฝั่งแม่น้าโขง
จึงเห็นควรให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบูรณาการแผนงาน/โครงการไว้ในแ
ผนปฏิบัติการภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ.2555-2559
                      (4) ด้านสังคม
                          (4.1)
เห็นชอบในหลักการโครงการโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพแห่งอนุภูมิภาคอินโดจีน
จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้า
โดยการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของประชาชน
สาหรับการดาเนินการควรจัดทารายละเอียดเพื่อจัดตั้งงบประมาณประจาปีต่อไป
                          (4.2) เห็นควรให้มหาวิทยาลัยนครพนม
ร่วมกับสานักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)
ศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมอนุภาคลุ่มน้าโขง
ก่อนนาเสนอคณะกรรมการระดับนโยบายเพื่อดาเนินการตามขั้นตอนต่อไป
                  ่
            3. กลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง (ขอนแก่น
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์) คณะรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่ จานวน 10 คน
(รายละเอียดตามเอกสารแนบ 1)
                       ้ ่ ู
                 3.1 พืนทีดงาน ประกอบด้วย
                      (1) ด้านการบริหารจัดการน้าและการเกษตร :
จังหวัดขอนแก่น (อาเภอเมือง) จังหวัดมหาสารคาม (อาเภอเมือง อาเภอกันทรวิชัย)
จังหวัดร้อยเอ็ด (อาเภอศรีสมเด็จ) จังหวัดกาฬสินธุ์ (อาเภอกมลาไสย)
                      (2) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน : จังหวัดขอนแก่น (อาเภอเมือง)
จังหวัดมหาสารคาม (อาเภอเมือง อาเภอวาปีปทุม อาเภอพยัคฆภูมิพิสัย
อาเภอโกสุมพิสัย) จังหวัดร้อยเอ็ด (อาเภอเมือง อาเภอเชียงขวัญ อาเภอโพธิ์ชัย
อาเภอเกษตรวิสัย)
                      (3) ด้านการท่องเที่ยว : จังหวัดร้อยเอ็ด (อาเภอธวัชบุรี)
จังหวัดกาฬสินธุ์ (อาเภอคาม่วง อาเภอห้วยเม็ก อาเภอสหัสขันธ์)
                                       39
                      (4) ด้านสังคม : จังหวัดขอนแก่น (อาเภอเมือง)
จังหวัดกาฬสินธุ์ (อาเภอห้วยเม็ก)
                 3.2 แนวทางและข้อสังการ  ่
                      (1) การบริหารจัดการน้าและการเกษตร
                          (1.1)
เห็นชอบในหลักการโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้าท่วมในเขตเทศบาลนครข
อนแก่น โดยให้กรมชลประทานจัดทาแผนบริหารจัดการน้าทั้งระบบ
รวมทั้งการพัฒนาแก้งลิง ตั้งแต่ต้นน้าจนถึงปลายน้า ทั้งลาน้าพองและลาน้าชี
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง
                          (1.2)
เห็นชอบในหลักการโครงการบริหารจัดการน้าลุ่มน้าชีระยะเร่งด่วน
จังหวัดมหาสารคาม
โดยมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบเร่งรัดจัดทาแผนในภาพรวมของการแก้ไขปั
ญหาอุทกภัยในพื้นที่ทั้งระบบ เพื่อเสนอ กยน.
พิจารณาบรรจุไว้ในแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้าของประเทศ
รวมทั้งเห็นความสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนปีงบประมาณ 2555
ในงานแก้มลิงกุดร่อง แก้มลิงกุดโดก พร้อมอาคารประกอบ
และงานก่อสร้างสถานีสูบน้าประตูระบายน้ากุดเชียงสา
                          (1.3)
โครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและป้องกันอุทกภัยอย่างยั่งยืน จังหวัดกาฬสินธุ์
เห็นชอบในหลักการในส่วนของกิจกรรมสถานีสูบน้าด้วยไฟฟ้าพนังกั้นน้าชี กม, 29
+ 400 (ห้วยกุดแคน) บ้านแจ้งจม ตาบลเจ้าท่า อาเภอกมลาไสย วงเงิน 180
ล้านบาท โดยให้สานักชลประทานที่ 6
แก้ไขแบบก่อสร้างในการติดตั้งเครื่องสูบน้าจานวน 12 เครื่อง
จากแนวเดิมเป็นการติดตั้งตามแนวตลิ่ง
พร้อมทั้งยกคันถนนให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้น้าจากลาน้าชีล้นเข้าสู่พื้นที่เกษตร
และจัดทาประตูบริหารจัดการน้า
โดยให้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณในระยะเร่งด่วน ปี 2555 จานวน 180
ล้านบาท จาก กยน.
                          (1.4)
เห็นชอบหลักการโครงการพัฒนาโครงข่ายการบริหารจัดการน้าเพื่อแก้ไขปัญหา
น้าท่วมและภัยแล้งนอกเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้และนอกเขตลุ่มน้าชี
โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อเสนอ โครงการ/งาน
ไปจัดลาดับความสาคัญ เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อไป
และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดปรับปรุงบึงพลาญชัยให้เป็นพื้นที่แก้มลิง
                        (2) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
                          (2.1)
เห็นชอบกรอบแผนงานโครงการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง
ทางหลวงหมายเลข 208 ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม
และโครงการพัฒนาโครงข่ายเส้นทางคมนาคม เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัด
โดยให้กรมทางหลวงไปจัดลาดับความสาคัญของเส้นทาง
เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณประจาปี 2556
                                    40
                            (2.2)
เห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเทศบาลนครขอนแก่น
แต่เนื่องจากพื้นที่ดาเนินโครงการมีแผนในการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่และรถไฟคว
ามเร็วสูงที่เชื่อมต่อไปยังจังหวัดหนองคายในอนาคต
ดังนั้นจึงควรปรับเปลี่ยนกิจกรรมการก่อสร้างทางข้ามต่างระดับ
เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ลอด เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรของจังหวัด
โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาและจัดทารา
ยละเอียดโครงการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตเทศบาลนครขอนแก่นในรูปแบบอุโมง
ค์ลอดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
เพื่อนาเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในระยะต่อไป
                            (2.3)
เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาโครงข่ายเส้นทางการคมนาคมขนส่งภายในจัง
หวัดร้อยเอ็ด
โดยให้กรมทางหลวงชนบทไปจัดทารายละเอียดโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนง
บประมาณปี 2556
ซึ่งการก่อสร้างถนนควรออกแบบให้มีช่องทางให้น้าสามารถรอดผ่านได้
ไม่ให้กีดขวางทางน้า เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาอุทกภัยในพื้นที่
                            (2.4)
เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาโครงข่ายเส้นทางคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงกลุ่มจั
งหวัด โดยให้กรมทางหลวงเร่งรัดจัดทาและศึกษาความเหมาะสม
ความเป็นไปได้ของโครงการ
ให้ครอบคลุมประเด็นความเชื่อมโยงกับโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง
และจัดสรรงบประมาณดาเนินการในปี 2556
                         (3) ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเทียว่
                            (3.1)
เห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาจั
งหวัด
โดยให้กระทรวงศึกษาธิการจัดทารายละเอียดในส่วนของการก่อสร้างโดมน้าแข็งร้
อยเอ็ด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในปี 2555
ส่วนกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆภายใต้กิจกรรมการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสต
ร์เทคโนโลยีและวัฒนธรรมประจาจังหวัดร้อยเอ็ด
ให้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณในปี 2556
                            (3.2) โครงการก่อสร้างศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไท
ผ้าไหมแพรวาบ้านโพน จังหวัดกาฬสินธุ์ เห็นควรสนับสนุนงบประมาณในปี 2555
โดยเร่งรัดให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดทาแบบแปลนก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยด่ว
นเพื่อให้ทันการจัดทาคาของบประมาณ
ทั้งนี้ในส่วนของการบริหารจัดการโครงการให้ยั่งยืน
ให้เทศบาลทาหนังสือยืนยันความรับผิดชอบการบริหาร
โดยใช้งบประมาณของเทศบาล
                            (3.3)
เห็นชอบในหลักการโครงการก่อสร้างบ้านพักค่ายเยาวชน
เพื่อการเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดาบรรพ์ พิพิธภัณฑ์สิริธร
จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยให้เพิ่มกิจกรรมการจัดซื้อหุ่นยนต์ไดโนเสาร์เคลื่อนไหวได้
                                     41
จานวน 3 ตัว วงเงิน 20 ล้านบาท ไว้ในโครงการ
และให้พิพิธภัณฑ์สิรินธรจัดทาแผนการบริหารธุรกิจ
เพื่อให้พิพิธภัณฑ์มีรายได้จากการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง
                             (3.4)
เห็นชอบกรอบแผนงานโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้าจืดแหลมโนนวิเศษ
จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่โครงการยังขาดความชัดเจนในเรื่องการใช้ที่ดิน
และแบบแปลนการก่อสร้าง ฯลฯ
โดยให้เทศบาลโนนบุรีดาเนินการขอใช้ที่ดินจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช และจัดทาแบบแปลนให้แล้วเสร็จ
เพื่อขอรับการสนับสนุนในระยะต่อไป
                             (3.5)
เห็นชอบในหลักการโครงการก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดกาฬสินธุ์
โดยให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณให้กับโครงการเป็
นระยะเวลา 3 ปี (2556 – 2558)
                          (4) ด้านสังคม
                             (4.1)
เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาให้จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการบริการด้
านสุขภาพ (Medical Hub)
เนื่องจากเป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพให้กับประชาชน
โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเร่งดาเนินการออกแบบรูปรายการก่อสร้าง
อาคาร พร้อมประมาณราคากลางให้เสร็จ และนาเสนอขอรับงบประมาณในปี 2556
                             (4.2)
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและส่งเสริมการท่องเที่ยว
จังหวัดกาฬสินธุ์
เห็นควรให้กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมการก่อสร้างอาคาร
เฉลิมพระเกียรติฯ วงเงิน 10 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2555
               4.
                        ่        ่     ่                      ้ ่ ู
     ความเห็นและข้อสังการเพิมเติมทีนอกเหนือจากโครงการในพืนทีดงาน
                   4.1 จังหวัดเลย
                          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา บุรณศิร)ิ
                          (1)
                               เห็นควรให้ความสาคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐา
นด้านสาธารณสุขเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.
ลาว)
และเตรียมการรองรับการเปิดเสรีทางด้านการค้าและการลงทุนของประชาคมอาเซีย
น ในปี 2558
โดยการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลเชียงคานให้เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายรับการส่ง
ต่อ
ทั้งนี้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทารายละเอียดเพื่อเสนอขอรับการสนับส
นุนงบประมาณในปี 2556 ต่อไป
                          (2)
                               เห็นควรให้มีการพัฒนาโครงการโรงงานแปรรูปยางพา
รา จังหวัดเลย เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการยางพาราอย่างเป็นระบบ
                                   42
ครบวงจร โดยมอบหมายให้สานักงานกองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง (สกย.)
และองค์การสวนยางพารา (อสย.)
ดาเนินงานศึกษารายละเอียดในการจัดตั้งโรงงานในพื้นที่จังหวัดเลย
โดยใช้แหล่งเงินทุนของ 2 หน่วยงานดังกล่าว
                4.2 จังหวัดมหาสารคาม
                     รัฐมนตรีว่าช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายสุรวิทย์
คนสมบูรณ์)
                     (1) โครงการก่อสร้างอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 11 ชั้น
                        ของโรงพยาบาลมหาสารคาม เห็นชอบใน
หลักการให้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ
2556
                     (2)
                     ปัญหาน้าท่วมภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนใน
                     จังหวัดมหาสารคาม จานวน
10 แห่ง เห็นควรให้สาธารณสุขจังหวัดจัดทาโครงการสร้างรั้วกั้นน้า
เพื่อเสนอขอใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับตาบล
หรืองบฟื้นฟูของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

                                     สังคม
        ่
18. เรือง ขอความเห็นชอบการเสียภาษีสลากบารุงสภากาชาดไทย
            คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้สภากาชาดไทย
เหล่ากาชาดจังหวัด หรือกิ่งกาชาดอาเภอ
ซึ่งเป็นตัวแทนของสภากาชาดไทยผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันสลากกิ
นแบ่ง หรือสลากกาชาดไทยในปี พ.ศ. 2555 และปีต่อ ๆ ไป
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนารายได้มอบให้สภากาชาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัด
หรือกิ่งกาชาดอาเภอ ไปใช้ในกิจการสาธารณกุศล เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.5
แห่งยอดราคาสลาก ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ฉบับที่ 43 (พ.ศ.
2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ทั้งนี้
การเสียภาษีในอัตราดังกล่าวเห็นชอบเฉพาะการออกสลากบารุงกาชาดไทยประจา
ปี พ.ศ. 2555 เท่านั้น โดยยังไม่รวมถึงปีต่อ ๆ ไป
เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน
พุทธศักราช 2478 ตามความเห็นของสานักงบประมาณ
            สาระสาคัญของเรือง่
            ประธานกรรมการอานวยการจัดงานกาชาดประจาปี 2555 รายงานว่า
            1. สภากาชาดไทย ได้กาหนดจัดงานกาชาดไทยประจาปี 2555
ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 6 เมษายน 2555 รวม 9 วัน ณ บริเวณสวนอัมพร
ลานพระบรมรูปทรงม้า สนามหน้าที่ทาการสานักพระราชวัง (สนามเสือป่า)
ถนนศรีอยุธยา ด้านฝั่งแยกพล 1 ด้านฝั่งวัดเบญจมบพิตร และถนนราชดาเนินนอก
เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบารุงสภากาชาดไทย
            2. การจัดงานกาชาดประจาปีทั้งในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ
จะมีการหารายได้ด้วยการออกสลากบารุงสภากาชาดไทย
อันมีลักษณะเป็นการจัดให้มีการเล่นสลากกินแบ่งในบัญชี ข. หมายเลข 16
ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ซึ่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 (พ.ศ.
                                       43
2503) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478              ข้อ 12
(4) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2543)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478
กาหนดให้ผู้รับใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นสลากกินแบ่งที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนารา
ยได้ไปใช้ในกิจการสาธารณกุศลโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 แห่งยอดราคาสลาก ซึ่งมีผู้รับซื้อก่อนหักรายจ่าย

                                  ต่างประเทศ

        ่
19. เรือง ผลการเจรจากับสหภาพยุโรป เรื่อง
การกาหนดโควตาภาษีนาเข้าสินค้าสัตว์ปีกแปรรูปของสหภาพยุโรป
            คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ
ดังนี้
            1.
เห็นชอบร่างข้อตกลงโควตาภาษีสินค้าสัตว์ปีกแปรรูประหว่างไทยกับสหภาพยุโรป
(Agreement in the form of an exchange of letters between the European
Union and Thailand pursuant to Article XXVIII of the General Agreement
on Tariffs and Trade (GATT) 1994 relating to the modification of
concessions with respect to processed poultry meat provided for in the
EU Schedule annexed to GATT 1994)
และหากมีความจาเป็นต้องแก้ไขร่างข้อตกลงฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสาคัญ ให้ พณ.
หารือร่วมกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
เพื่อพิจารณาดาเนินการแก้ไขร่างข้อตกลงฯ ดังกล่าวได้
โดยไม่ต้องนาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
ตลอดจนนาเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา สมัยสามัญนิติบัญญัติ
เพื่อให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบก่อนดาเนินการแจ้งสหภาพยุโรป
เพื่อให้ข้อตกลงข้างต้นมีผลผูกพัน ตามมาตรา 190
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
            2. อนุมัติให้เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์
หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจาสหภาพยุโรป หรือผู้แทน
เป็นผู้แทนไทยลงนามในร่างข้อตกลงฯ ในข้อ 1. โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ
(กต.) จัดทาหนังสือมอบอานาจเต็ม (Full Powers) ให้ผู้ลงนาม
            สาระสาคัญของเรือง  ่
            สหภาพยุโรปตกลงที่จะจัดสรรโควตารายประเทศให้แก่ไทยในรายการ
สินค้าสาคัญ อาทิ เนื้อไก่แปรรูปที่มีสัดส่วนเนื้อมากกว่าร้อยละ 25 แต่ไม่เกินร้อยละ
57 ในปริมาณ 14,000 ตัน และเป็ดแปรรูปปรุงสุกที่มีสัดส่วนเนื้อมากกว่าร้อยละ 57
ในปริมาณ 13,500 ตัน สาหรับสินค้าที่มีปริมาณการค้าน้อย
ไทยได้รับจัดสรรโควตารายประเทศในระดับตั้งแต่ 10 ตัน – 2,100 ตัน
โดยสหภาพยุโรปจะต้องใช้อัตราภาษีในโควตาร้อยละ 10.9
และอัตราภาษีนอกโควตา 2,765 ยูโรต่อตัน สาหรับสินค้าเกือบทุกรายการ
ยกเว้นสาหรับเนื้อเป็ดแปรรูปดิบที่มีสัดส่วนเนื้อมากกว่าร้อยละ 57
จะใช้อัตราภาษีในโควตา 630 ยูโรต่อตัน ทั้งนี้
สินค้าที่จะนาเข้าภายใต้โควตาดังกล่าวจะต้องมีใบรับรองถิ่นกาเนิดสินค้าซึ่งออกให้
                                     44
อย่างไม่เลือกปฏิบัติ
โดยหน่วยงานที่มีอานาจหน้าที่ของประเทศไทยประกอบการนาเข้า

       ่
20. เรือง
                     ื ้                        ่                   ้
ความตกลงของผู้ถอหุนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพือการพัฒนาโครงสร้างพืนฐานในภู
มิภาคอาเซียน
             คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้
             1.
เห็นชอบความตกลงของผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้น
ฐานในภูมิภาคอาเซียน และเอกสารการเข้าร่วมที่แนบท้ายความตกลงดังกล่าว
และเสนอรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรา 190 ต่อไป
             2.
มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนเข้าร่วมการลงนามในเอก
สารการเข้าร่วมดังกล่าวและสามารถผูกพันวงเงินลงทุนในกองทุนเพื่อการพัฒนาโค
รงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน (กองทุน AIF)
ในส่วนของประเทศไทยเป็นเงินจานวน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้
หากมีความจาเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขถ้อยคาที่มิใช่สาระสาคัญในความตกลงฯ
ขอให้ผู้ลงนามสามารถใช้ดุลยพินิจในเรื่องนั้น ๆ ได้
โดยไม่ต้องนาเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
             3. มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.)
จัดทาหนังสือมอบอานาจเต็ม (Full Powers)
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในเอกสารการเข้าร่วม
ที่แนบท้ายความตกลงฯ เมื่อความตกลงดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว
             สาระสาคัญของความตกลงฯ
             1. วัตถุประสงค์ของกองทุน AIF คือ
การเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในและระหว่างพรมแดนของสมาคมประ
ชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และส่งเสริมการใช้เงินออมของอาเซียนในการสนับสนุนทางการเงินสาหรับการพัฒ
นาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว
โดยมีเป้าหมายที่จะออกพันธบัตรที่ธนาคารกลางสามารถถือเพื่อเป็นทุนสารองระหว่
างประเทศได้ในที่สุด
             2. กองทุน AIF
จะตั้งขึ้นเป็นบริษัทจากัดภายใต้กฎหมายของประเทศมาเลเซีย
และมีอานาจในการทาสัญญา และดาเนินการต่าง ๆ ในนามของตนเอง
             3. กองทุน AIF จะมีเงินทุนจัดตั้งจานวน 485.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยประเทศไทยมีสัดส่วนการลงเงินทุนจัดตั้ง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และมีสิทธิในการออกเสียงร้อยละ 3.09 การชาระเงินจะแบ่ง 3 งวดเท่า ๆ กัน
โดยจะต้องชาระเงินงวดแรกภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555
งวดที่เหลือจะต้องชาระเมื่อครบรอบของแต่ละปีของการชาระเงินงวดแรก

       ่
21. เรือง
          ิ                                                 ิ
ขออนุมัตลงนามในบันทึกความเข้าใจสาหรับการจัดการอบรมเชิงปฏิบัตการการปร
ะเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาหรับภูมิภาคเอเชีย
                                     45
                                      ่
และการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญที่ทาหน้าทีให้คาแนะนาในการจัดทารายงานแห่งช
                                                   ่          ่
าติของประเทศกาลังพัฒนาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติวาด้วยการเปลียนแปลง
       ิ
สภาพภูมอากาศ

           คณะรัฐมนตรีอนุมัติและเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแล
ะสิ่งแวดล้อมเสนอ ดังนี้
              1. อนุมัติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยสานักง
                 านนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ
การประเมินการลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาหรับภูมิภาคเอเชีย
และการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญที่ทาหน้าที่ให้คาแนะนาในการจัดทารายงานแห่งช
าติของประเทศกาลังพัฒนา
ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
              2. เห็นชอบในบันทึกความเข้าใจสาหรับการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติก
                 าร การประเมินการลดการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจกสาหรับภูมิภาคเอเชีย
และการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญที่ทาหน้าที่ให้คาแนะนาในการจัดทารายงานแห่งช
าติของประเทศกาลังพัฒนา
ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
              3. อนุมัติให้เลขาธิการสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชา
                 ติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ลงนามใน
บันทึกความเข้าใจดังกล่าว
โดยให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทาหนังสือมอบอานาจเต็ม (Full Powers)
ให้กับสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

        ่
22. เรือง
             ั ิ                       ้
การขออนุมตคณะรัฐมนตรีในการใช้ขอสัญญาอนุญาโตตุลาการในหนังสือความต
กลง (Standard Letter of Agreement) ระหว่างสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กับ UN Women
                 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับ UN
Women จัดทาหนังสือความตกลง (Standard Letter of Agreement between
UN Women and Office of the Council of State in Thailand on the
Implementation of Regional Programme on Improving Women’s Human
Rights in Southeast Asia-Cedaw Phase II)
โดยมีข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการในหนังสือความตกลงดังกล่าวได้ตามที่สานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ
                 สาระสาคัญของเรือง ่
                 สคก. รายงานว่า
                 1. สคก. และ Un Women
                    ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN)
                    ได้ประสานการ
จัดการประชุม Regional Workshop on CEDAW Based Legal Reviews
เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานตามอนุสัญญาขจัดการเลื
                                      46
อกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of
Discrimination against Women : CEDAW)
และการตรวจสอบและทบทวนบทบัญญัติตามกฎหมายโดยใช้คู่มือการตรวจสอบบท
บัญญัติที่กระทบต่อสิทธิของสตรี (Legislative indicators)
ซึ่งเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการที่จะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์
2555 ณ โรงแรม รอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จานวน 7 ประเทศ
ประกอบด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ ติมอร์เลสเต เวียดนาม และไทย
ประมาณ 60 คน ส่วนผู้บรรยายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิสตรีจากธนาคารโลก
(World Bank) และมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย
               2. การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ สคก. จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับ
                  UN Women โดย สคก. ได้
ดาเนินการเกี่ยวกับการอานวยการจัดงาน ได้แก่
การคัดเลือกผู้แทนหน่วยงานของประเทศไทยที่จะเข้าร่วมการประชุม
การออกหนังสือเชิญผู้เข้าร่วมการประชุมโดยการลงนามร่วมกันระหว่าง สคก. และ
UN Women
การติดต่อสถานที่จัดงานและการเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ประกอบการประชุม ทั้งนี้
ค่าใช้จ่ายสาหรับดาเนินการในส่วนนี้จะได้รับการสนับสนุนจาก UN Women
โดยวิธีการโอนงบประมาณค่าใช้จ่ายจาก UN Women มาไว้ที่ สคก.
โดยจะต้องมีการลงนามในหนังสือความตกลง ดังกล่าว

         ่
23. เรือง การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือพหุภาคีระดับภูมภาค ิ
Asian Food and Agriculture Cooperation Initiative (AFACI)
               คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ
ดังนี้
               1.
อนุมัติการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือพหุภาคีระดับภูมิภาค Asian
Food and Agriculture Cooperation Initiative (AFACI)
               2. มอบอานาจเต็ม (Full Powers)
ให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ทั้งนี้
หากมีความจาเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขบันทึกความเข้าใจดังกล่าวที่มิใช่สาระสาคัญ
ให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจในเรื่องนั้น ๆ
แทนคณะรัฐมนตรีโดยไม่ต้องนาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
               3. มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ (กต. )
ออกหนังสือมอบอานาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือพหุภา
คีระดับภูมิภาค Asian Food and Agriculture Cooperation Initiative (AFACI)
                                                          ั
               เนื้อหาสาระของบันทึกความเข้าใจฯ สรุปได้ดงนี้
               1. จุดประสงค์ของบันทึกความเข้าใจฯ
เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของการเกษตรสีเขียวที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย
เพื่อขจัดความยากจนและความหิวโหย
และเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกผ่านความร่วมมือด้านเทค
โนโลยีการเกษตรและอาหาร
                                   47
              2. ความร่วมมือนี้มีกิจกรรมหลัก ๆ แบ่งเป็น 3 กิจกรรม ดังนี้
                 2.1
ความร่วมมือเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหาร
เพื่อความมั่นคงทางอาหาร
                 2.2 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรสิ่งแวดล้อม
การอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
                 2.3
ส่งเสริมสมรรถนะและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมกา
รเกษตร
              3. ประเทศสมาชิกที่สนับสนุนความร่วมมือนี้
ให้ดาเนินการสอดคล้องหรือเป็นไปตามกฎหมาย
กฎระเบียบหรือข้อบังคับของแต่ละประเทศ
              4.
การปกป้องลิขสิทธิ์ทางปัญญาของแต่ละประเทศสมาชิกให้ดาเนินการภายใต้กฎหม
ายและกฎระเบียบของประเทศนั้น ๆ
หรือให้เป็นไปตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศนั้น ๆ ให้สัตยาบันแล้ว

       ่
24. เรือง
ขอความเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาหนังสือพิมพ์โลกแล
                        ่ ่
ะการประชุมบรรณาธิการสือสิงพิมพ์โลก (World Newspaper Congress and
World Editors Forum) ปี 2556

             คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาหนั
งสือพิมพ์โลกและการประชุมบรรณาธิการสื่อสิ่งพิมพ์โลก (World Newspaper
Congress and World Editors Forum) ปี 2556 ตามที่สานักนายกรัฐมนตรีเสนอ
และมอบหมายให้สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในกา
รจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2556
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานสาหรับการจัดการประชุมดังกล่าว

       ่
25. เรือง
กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองภายใต้คณะกรร
         ่
มการทีปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน
กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองรายสาขา รวม 6
กลุ่มผลิตภัณฑ์
                                                             ั
และความตกลงว่าด้วยการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภณฑ์ไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน
           คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ ดังนี้
           1.
เห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองภายใต้
คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน
กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองรายสาขา รวม 6
กลุ่มผลิตภัณฑ์
และนาเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณา
                                    48
จักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2554 มาตรา 190 เพื่อ อก.
พร้อมหน่วยงานผู้ถือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องจะได้ใช้เป็นกรอบในการเจรจาต่อไป
             2.
นาเสนอความตกลงว่าด้วยการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟ
ฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน ซึ่งได้ลงนามแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2548
เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ               มาตรา
190
             3. เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามข้อ 2. แล้ว
ให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ (กต.)
แจ้งสานักเลขาธิการอาเซียนว่าประเทศไทยได้ดาเนินการเสร็จสิ้นตามกระบวนการ
ภายในแล้ว
เพื่อให้ความตกลงว่าด้วยการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟ
ฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน มีผลใช้บังคับต่อไป
             สาระสาคัญของเรือง ่
             1.
กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองภายใต้คณะกรร
มการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน
เป็นแนวทางในการเจรจาจัดทาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรอง
ภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน ครอบคลุม 6
กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ คือ ผลิตภัณฑ์ยา
ผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์
ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยานยนต์และชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์ยาง
ซึ่งปัจจุบันการดาเนินงานในเรื่องมาตรฐานการตรวจสอบรับรองในกลุ่มอาเซียนยัง
คงใช้แตกต่างกันอยู่อันถือเป็นอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าการลดอุปสรรคดังกล่า
วอาจทาได้โดยการเจรจาร่วมกันเพื่อปรับมาตรฐานเข้าหากันตามแนวทางมาตรฐา
นสากล เช่น มาตรฐาน ISO (INTERNATIONAL ORGANIZATIONAL FOR
STANDARDIZATION) สาหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไป มาตรฐาน IEC
(INTERNATIONAL ELECTROTECHNICAL COMMISSION)
สาหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรฐาน UNECE (UNITED
NATIONS FOR ECONOMIC COMMISSION FOR EUROPE)
สาหรับผลิตภัณฑ์ยานยนต์และชิ้นส่วน
รวมทั้งการปรับระบบการตรวจสอบรับรองให้เป็นที่ยอมรับได้ซึ่งกันและกัน
             2.
กรอบการเจรจาความตกลงด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรองรายสาขา
ภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียนอีก 6
กลุ่มผลิตภัณฑ์ จะดาเนินการโดยใช้สาระสาคัญของกรอบการเจรจาตามข้อ 1.
เป็นแนวทางร่วมกัน
โดยอาจมีเนื้อหาสาระทางวิชาการเฉพาะด้านเพิ่มเติมในแต่ละความตกลงรายสาขา
ตามบริบทและความเหมาะสมของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์แตกต่างกันไป
             3.
ความตกลงว่าด้วยการปรับระบบด้านกฎระเบียบและการควบคุมบริภัณฑ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน
มีวัตถุประสงค์เพื่อรับผลทดสอบและใบรับรองบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ
                                     49
การนาเข้าและส่งออกสินค้าดังกล่าวระหว่างประเทศอาเซียน โดยมิต้องตรวจสอบซ้า
หากประเทศสมาชิกอาเซียนจะออกกฎระเบียบหรือมาตรฐานบังคับใด ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ความตกลงนี้
ต้องเป็นไปเพื่อการปกป้องผู้บริโภคตามเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง
ประกอบด้วยด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม
และด้านการรบกวนทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ซึ่งสอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก
และมิได้มีข้อจากัดหรือห้ามในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านอื่น

                                 การศึกษา

        ่
26. เรือง
          ิ
ขออนุมัตหลักการและงบประมาณในการดาเนินโครงการจัดการเรียนการสอนโดย
ใช้คอมพิวเตอร์พกพา
             คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอดังนี้
             1. อนุมัติการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) แบบรัฐต่อรัฐ
(G to G)
โดยมอบผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
แต่งตั้ง
ให้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการเจรจากับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้
เนื่องจาก 1) เป็นเรื่องที่ต้องดาเนินการตามนโยบายของรัฐบาล
ที่ต้องการให้นักเรียนได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ในเดือนพฤษภาคม
2555 2) การจัดซื้อด้วยระบบรัฐต่อรัฐ (G to G)
จะทาให้ได้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ที่มีมาตรฐานเดียวกัน และ 3)
การจัดซื้อด้วยระบบรัฐต่อรัฐ (G to G) มีรัฐเป็นคู่สัญญา
รัฐบาลประเทศนั้นมีความรับผิดชอบที่จะกากับให้บริษัทผู้ผลิตที่รัฐนั้นมอบหมายผลิ
ตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน ตามข้อกาหนดของรัฐคู่สัญญา
             2. อนุมัติในหลักการให้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา
ในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2554
รัฐบาลไทยกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่
วมมือในสาขาการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย
และมอบให้ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ
ใช้รายละเอียดครุภัณฑ์คุณลักษณะเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
เป็นหลักในการเจรจากับสาธารณรัฐประชาชนจีน หากมีการเปลี่ยนแปลง
ให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงร่วมกันเพื่อหาข้อยุติที่เหมาะสมกับการเรียนการสอน
และสอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่ ทั้งนี้
ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานด้วย
             3. อนุมัติให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เป็นผู้ดาเนินการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) จัดวางระบบเครือข่าย
Wi-Fi และจัดทาระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ
เนื่องจากมีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านคอมพิ
วเตอร์ เป็นหน่วยงานที่ดูแลในด้านเครือข่าย
                                   50
และการวางระบบความปลอดภัยในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)
โดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดาเนินการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน
การพัฒนาบุคลากร และสร้างความเข้าใจ เพื่อการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา
(แท็บเล็ต)
            4.
อนุมัติให้สานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เป็นหน่วยเบิกจ่ายงบประมาณประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ของส่วนราชการต่าง
ๆ จานวนเงิน 1,794,832,800 บาท ยกเว้นงบประมาณของกรุงเทพมหานคร
และเมืองพัทยา เนื่องจากมีกฎหมายเฉพาะ ทั้งนี้
ในส่วนของเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ให้คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้พิจาร
ณาก่อน สาหรับงบประมาณที่ยังขาดอยู่เพื่อการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา
(แท็บเล็ต) และการวางระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรสื่อการเรียนการสอน
และการพัฒนาบุคลากรของส่วนราชการดาเนินงานโครงการ
ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมตามนโยบายของรัฐ
บาลต่อไป
            ทั้งนี้ มอบหมายให้รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี
(นายนิวัฒน์ธารง บุญทรงไพศาล) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับโครงการจัดการเรียนการสอนโด
ยใช้คอมพิวเตอร์พกพาทั้งหมด
ซึ่งเป็นการดาเนินการตามนโยบายสาคัญของรัฐบาล
เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนต่อไป

                                       ้
                                 แต่งตัง

       ่        ้
27. เรือง แต่งตัง
          1.
                                                  ้
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเสนอขอแต่งตังกงสุลใหญ่ประจาจังหวัดขอ
นแก่น
          คณะรัฐมนตรีอนุมัติในการที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน
ลาวมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง      นายสิงคา แก้ววิไลวัน (MR. SINGKHAM
KEOVILAYVANH)
ให้ดารงตาแหน่งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจาจังหวัด
ขอนแก่น โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดต่าง ๆ
ทั้งหมดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย สืบแทน นายสีสะหวาด
ดนละวันดี ซึ่งครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

                  ้
         2. แต่งตังข้าราชการ (กระทรวงศึกษาธิการ)
         คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ นางอ่องจิต
เมธยะประภาส นักวิชาการศึกษาเชี่ยวชาญ
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดารงตาแหน่ง
                                    51
ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ)
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 23
ธันวาคม 2554 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป

         3.
สาธารณรัฐประชาชนจีนเสนอขอแต่งตั้งกงสุลใหญ่ประจาจังหวัดสงขลา

      คณะรัฐมนตรีอนุมัติในการที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความประสงค์จ
ะขอแต่งตั้ง นายสวี่ หมิงเลี่ยง (Mr. xu mingliang)
ให้ดารงตาแหน่งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจาจังหวัดสงขลา
โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดสงขลา ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต
กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สืบแทน
นางหวัง ชั่นเฟิน ซึ่งครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

                  ้ ้
         4. แต่งตังผูประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.)
             ิ                   ่ ่                        ่
ของกระทรวงยุตธรรมและส่วนราชการทีอยูในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีวาการกระ
       ิ
ทรวงยุตธรรม

     คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งผู้ประส
านงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.) ของกระทรวงยุติธรรม (ยธ.)
และส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แก่
สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สานักงาน ป.ป.ส.)
และสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สานักงาน
ป.ป.ท.) ดังนี้
           1. แต่งตั้งให้ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็น
ปคร. ของ ยธ.
           2. แต่งตั้งให้ พลตารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว
เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็น ปคร. ของสานักงาน
ป.ป.ส.
           3. แต่งตั้งให้ พันตารวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ
เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็น ปคร.
ของสานักงาน ป.ป.ท.

           5.
การขอคงตาแหน่งและปรับปรุงหน้าที่ความรับผิดชอบของตาแหน่งรองปลัดกระทร
วงมหาดไทย (นักบริหารสูง) ฝ่ายกิจการพิเศษ กระทรวงมหาดไทย
           คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สานักงาน ก.พ.ร. เสนอดังนี้
           1. คงตาแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (นักบริหารสูง)
ฝ่ายกิจการพิเศษ ต่อไปอีกระยะหนึ่งเป็นการชั่วคราว ไม่เกินสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.
2556 นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้คงตาแหน่งดังกล่าว
เพื่อทาหน้าที่ในการช่วยเหลือและสนับสนุนการดาเนินการของศูนย์อานวยการบริห
ารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
                                   52
           2. ศอ.บต.
จะต้องเร่งปรับปรุงและพัฒนาบุคลากรและองค์กรเพื่อให้สามารถรองรับการปฏิบัติง
านในบทบาทที่จะต้องเป็นหน่วยปฏิบัติงานหลักในการดาเนินการบูรณาการ
การพัฒนาและแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นระบบตามเจตนาร
มณ์ของกฎหมายจัดตั้ง ศอ.บต.

                      ้
          6. การแต่งตังข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหาร ระดับสูง

     คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอย้ายสับเปลี่ยนข้า
ราชการประเภทบริหาร ระดับสูง จานวน 2 ราย ดังนี้
          1. นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง)
สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดารงตาแหน่งอธิบดี
(นักบริหารสูง) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
          2. นายชลิต ดารงศักดิ์ อธิบดี (นักบริหารสูง) กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดารงตาแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง)
สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
          ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

                      ้
          7. การแต่งตังข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงการต่างประเทศ)

      คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการพ
ลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหาร
ระดับสูง จานวน 4 ราย
ในจานวนนี้เป็นการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจาต่างประเทศ จานวน 3 ราย
ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับแล้ว ดังนี้
            1. นายจุมพล มนัสช่วง เอกอัครราชทูตประจากระทรวง
สานักงานปลัดกระทรวง ดารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ
กรุงตริโปลี ลิเบีย
            2. นายนโรตม์ ศังขมณี กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ
กรุงอันตานานาริโว สาธารณรัฐมาดากัสการ์ ดารงตาแหน่ง
เอกอัครราชทูตประจากระทรวง สานักงานปลัดกระทรวง
            3. นางสาวมธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล ดารงตาแหน่ง
เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา
สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
            4. นายพิริยะ เข็มพล กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก
สหรัฐอเมริกา ดารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน
ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน
            ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

                      ้
          8. การแต่งตังข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงการต่างประเทศ)

     คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการพ
ลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหาร
                                    53
ระดับสูง จานวน 4 ราย
ในจานวนนี้เป็นการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจาต่างประเทศ จานวน 2 ราย
ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับแล้ว ดังนี้
            1. นายอิทธิพร บุญประคอง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
ดารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
สาธารณรัฐเคนยา
            2. นายรัชนันท์ ธนานันท์ เอกอัครราชทูตประจากระทรวง
สานักงานปลัดกระทรวง ดารงตาแหน่ง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
            3. นายจิตติ สุวรรณิก อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
สาธารณรัฐสิงคโปร์ ดารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูตประจากระทรวง
สานักงานปลัดกระทรวง
            4. นายพิษณุ สุวรรณะชฎ กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ
นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ดารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูต
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
            ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

                      ้
          9. การแต่งตังข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงการต่างประเทศ)

      คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการพ
ลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหาร
ระดับสูง (เอกอัครราชทูตประจาต่างประเทศ) จานวน 2 ราย
ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับแล้ว ดังนี้
            1. นายนนทศิริ บุรณศิริ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ
กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ดารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูต
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
            2. นายสมชาย เภาเจริญ กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ดารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูต
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
            ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

                       ้
          10. การแต่งตังข้าราชการการเมือง

    คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้งพลตา
รวจตรี เกษม รัตนสุนทร
ดารงตาแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

           11.
               ้                                            ้
การเสนอแต่งตังคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติออยและน้าตาลท
ราย พ.ศ. 2527
           คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ
ขอแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุน
ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้าตาลทราย พ.ศ. 2527 จานวน 12 คน
แทนชุดเดิมที่ครบวาระการดารงตาแหน่ง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2554 ดังนี้
                                      54
          1. นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
          2. นางอุไร ร่มโพธิหยก ที่ปรึกษาด้ายพัฒนาระบบบัญชี
ผู้แทนกระทรวงการคลัง
          3. นายบุญนริศร์ สุวรรณพูล รองปลัดกระทรวงพาณิชย์
ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์
          4. นายประเสริฐ ตปนียางกูร
เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้าตาลทราย ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม
          5. นางวีรวรรณ ลือสุทธิวิบูลย์ นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ
รักษาการในตาแหน่งผู้อานวยการ                   สานักจัดทางบประมาณด้านเศรษฐกิจ
1 ผู้แทนสานักงบประมาณ
          6. นางสาวจีรพรรณ โอฬารธนาเศรษฐ์ ผู้บริหารส่วน
ส่วนเศรษฐกิจด้านอุปทาน ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน
ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย
          7. นายชัยวัฒน์ คาแก่นคูณ ผู้แทนชาวไร่อ้อย
          8. นายเอกชัย อริยมงคลชัย ผู้แทนชาวไร่อ้อย
          9. นายสุพรรณ ดวงจาปา ผู้แทนชาวไร่อ้อย
          10. นายอิสสระ ถวิลเติมทรัพย์ ผู้แทนโรงงาน
          11. นายสมชาย สุวจิตตานนนท์ ผู้แทนโรงงาน
          12. นางสาวมณีรัตน์ ไชยพฤทธิพงศ์ ผู้แทนโรงงาน
          ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 55 เป็นต้นไป

                           ************************

								
To top