Nervous system
Description
Nervous system
Document Sample


28
บทที่ 3
ระบบประสาท
(Nervous system)
ระบบประสาทเปนระบบที่เกี่ยวของกับการควบคุมการทํางานของอวัยวะตางๆภายใน
รางกาย โดยจะทํางานรวมกับระบบตอมไรทอ มีผลใหสวนตางๆในรางกายทํางานไดอยางปกติ แม
้
จะมีการกระตุนจากสิ่งเราทังจากภายในและภายนอกรางกาย ศูนยควบคุมของระบบประสาท
ไดแกสมองสวนตางๆ และไขสันหลัง โดยมีเซลลประสาทและใยประสาทหรือเสนประสาทเปนสวน
่
ที่เกี่ยวของกับการรับความรูสึก ทําหนาทีสงคําสั่งตางๆ จากสมองและไขสันหลัง เพื่อควบคุมการ
ทํางานของอวัยวะตางๆในรางกาย
เซลลประสาท (neuron หรือ nerve cell)
เซลลประสาทเปนโครงสรางที่สําคัญของระบบประสาท ทําหนาที่รับและสงกระแส
ความรูสึกหรือกระแสประสาท (impulse) ไปตามอวัยวะตางๆของรางกาย เซลลประสาท
ประกอบดวยตัวเซลล (cell body หรือ nerve cell body) และใยประสาท (cell process หรือ
nerve fiber) ตัวเซลลประสาทประกอบดวยนิวเคลียส ไซโตพลาสซึม (cytoplasm) หรือ นอยโรพ
ลาสซึม (neuroplasm) ที่เปนสวนของเหลวในนิวเคลียส และมีออรแกนเนลลตางๆ เชน ไมโตคอน
เดรีย เอ็นโดพลาสมิกเรคติคิวลั่ม กอลจิบอดี้ และ Nissle’s bodies เปนตน เซลลประสาทมีรูปราง
และขนาดที่แตกตางกัน เชนมีรูปวงรี รูปวงกลม หรือเปนรูปดาว เปนตน ใยประสาท คือสวน
่
ของเซลลประสาทที่แยกหรือแตกแขนงออกมาจากตัวเซลลโดยทัวไปจะเปนสวนของไซโตพลาสซึม
ที่แตกแขนงออกมาจากตัวเซลล ใยประสาทสามารถแบงออกไดเปน 2 ชนิด คือ เด็นไดรท
(dendrite) และ เอกซอน (axon)
ื่
1.เด็นไดรท เปนสวนของใยประสาทที่ยนออกมาจากตัวเซลล เมื่อแตกออกจากตัวเซลล
่
จะมีการแตกแขนงเปนกิงกาน คลายกับการแตกกิ่งกานของตนไม เซลลประสาทแตละเซลลอาจมี
้ ํ
สวนของเด็นไดรทมากกวา 1 แขนงก็ได เด็นไดรทมักเปนใยประสาทแขนงสันๆ ทําหนาที่นากระแส
ประสาทเขาสูตัวเซลล ใกลๆกับเด็นไดรทของเซลลประสาทตัวหนึ่งจะมีสวนของเอกซอนของเซลล
ประสาทอีกตัวหนึ่งมาติดอยูใกลๆเสมอ
ื่
2.เอกซอนเปนสวนของใยประสาทที่ยนออกมาจากตัวเซลลเชนเดียวกับเด็นไดรท แตกตาง
่
กันที่แตละเซลลประสาทจะมีเอกซอนเพียงอันเดียวเทานั้น ทําหนาทีนํากระแสประสาทออกจากตัว
เซลล ลักษณะของเอกซอนจะเปนทอนหรือเปนทอยาวๆ อาจมีการแตกกิ่งแขนงไดบาง เอกซอนทีมี ่
29
่
ขนาดยาวๆมักถูกหุมดวยเยือไขมันประเภท sphingomyelin เรียกวาเยื่อไมอิลิน (myelin sheath)
ทําหนาที่ปองกันอันตรายใหแกใยประสาท เปนอาหารใหแกเซลลประสาทที่ยาวๆ และเปน
ฉนวนไฟฟา มีผลทําใหเกิดความตางศักยไฟฟาระหวางภายนอกและภายในเอกซอนซึงเกี่ยวของ ่
ในการนํากระแสประสาท ลักษณะของเยื่อไมอิลินชีสที่หุมเอกซอนจะหุมอยูมีลักษณะเปนปลองๆ
ทําใหเกิดรอยตอของเยื่อไมอิลิน เรียกวา Node of ranvier การเคลื่อนที่ของกระแสประสาทบน
่
เอกซอนที่มีเยือไมอิลินหุมจะมีลักษณะกระโดดเปนชวงๆ ระหวาง Node of ranvier ที่ตอกันอยู ทํา
ใหการนํากระแสไฟฟาบนเอกซอนที่มีเยื่อไมอิลินหุมเกิดขึ้นไดรวดเร็วกวาเอกซอนที่ไมมีเยื่อไมอิลิน
สามารถแบงเอกซอนออกเปน 2 ประเภทตามลักษณะโครงสรางของเยื่อหุม คือ ใยประสาทที่มีเยือ ่
หุม (myelinated nerve fiber ) และใยประสาทที่ไมมีเยื่อหุม (nonmyelinated nerve fiber) ใน
่
ระบบประสาทสวนกลางเยือไมอิลินจะถูกสรางจากเซลลประสาทพวก oligodendroglia ที่ยื่นสวน
ของเซลลออกมาพันรอบเอกซอนของเซลลประสาท โดยจะไมมีชั้นนอยริเล็มมา(neurilema)
ปรากฏใหเห็น
แตในระบบประสาทสวนปลายเซลลประสาทจะมีเยื่อหุมเรียกวานอยริเล็มมา
(neurilema) ซึ่งสรางมาจาก Schwann cell เซลลประสาทที่ไมมีเยื่อหุมสามารถแบงออกตาม
หนาที่เปน 3 ประเภทคือ เอกซอนของเซลลประสาทรับความรูสึก (sensory nerve fiber) เอกซอน
่ ํ
ของเซลลประสาทสังการ (motor nerve fiber) และ เอกซอนของเซลลประสาทที่ทาหนาที่ประสาน
(associative neuron หรือ associative nerve fiber) ซึ่งเปนเซลลประสาทที่พบในสมองและไขสัน
หลังเทานัน้
dendrite
nucleus
axon
schwann cell
myelin sheath
synapticknop
myelinated cell Non myelinated cell
ภาพที่ 3.1 สวนประกอบของเซลลประสาท
30
การแบงประเภทของเซลลประสาท
เซลลประสาทสามารถแบงออกไดหลายประเภทเชนการแบงเซลลประสาทออกตาม
ื่
โครงสราง หรือการแบงเซลลประสาทตามจํานวนใยประสาทที่ยนออกจากตัวเซลล และการแบง
เซลลประสาทตามหนาที่ของเซลลดังนี้
1.การแบงประเภทของเซลลประสาทตามโครงสรางหรือตามจํานวนใยประสาทที่ยน ื่
ออกมาจากตัวเซลล แบงเซลลประสาทออกไดเปน 3 ประเภทไดแก เซลลประสาทขั้วเดียว เซลล
้
ประสาทสองขั้ว และเซลลประสาทหลายขัว เปนตน (ดังแสดงในภาพที่ 3. 2 )
ก.เซลลประสาทขั้วเดียว (unipolar neuron) เปนเซลลประสาทที่มีใยประสาทยืนออกจาก่
้
ตัวเซลลเพียงดานเดียว จากนันจะแยกออกเปน 2 ใยประสาท คือสวนของเด็นไดรทและเอกซอน
สวนใหญเซลลประสาทชนิดนี้จะมีเอกซอนยาวกวาเด็นไดรท และปลายสุดของเด็นไดรทจะเปลี่ยน
ึ
รูปรางเปนสวนที่รับความรูสึก (receptor) เพื่อทําหนาที่รับความรูสกจากสิ่งเราตางๆ เซลลประสาท
ั ่
ชนิดนี้มกพบทีปมประสาทรับความรูสึกที่ไขสันหลัง (dorsal root ganglion) ซึ่งเปนเซลลประสาท
รับความรูสึก
่
ข.เซลลประสาทสองขั้ว (bipolar neuron) เปนเซลลประสาทที่มีใยประสาทยืนออกมาจาก
ตัวประสาท 2 อันและอยูตรงกันขาม คือเอกซอน และเด็นไดรท ทั้งสองสวนจะมีความยาวที่
ใกลเคียงกัน เปนเซลลประสาทที่พบที่เรตินา(retina) ของตา เซลลประสาทของตุมรับรส (taste
ิ
buds)ของลิ้น และเซลลประสาทที่เยื่อบุผวของชองจมูก (olfactory epithelium)เปนตน
ค.เซลลประสาทหลายขั้ว (multipolar neuron) เปนเซลลประสาทที่มีใยประสาทยื่นออก
ํ
จากตัวเซลลจานวนมากในหลายทิศทาง แตมีเอกซอนเพียง 1 อันเทานั้น จะเปนกลุมเซลลประสาท
ที่พบมากที่สุดในรางกาย เชนเซลลประสาทสั่งการในสวนสมองและไขสันหลัง เซลลประสาทหลาย
ขั้วสามารถแบงแยกออกตามลักษณะรูปรางของเซลล เชนเซลลประสาทหลายขั้วที่มีรูปรางคลาย
ดาว (satellite cell) พบในสมองและไขสันหลัง ตัวเซลลประสาทจะอยูในสมองหรือไขสันหลังสวน
เอกซอนจะยื่นออกไปเปนเสนประสาทสมอง (cranial nerve) และเสนประสาทไขสันหลัง( spinal
nerve ) สําหรับเซลลประสาทที่มีรูปรางคลายรูปปรามิด (pyramidal cell) จะพบที่เนื้อสมองสวน
นอกของสมองสวนหนา (cerebral cortex) สวนเซลลประสาทหลายขั้วที่มีรูปรางคลายกระถาง
ตนไม (purkinge cell) จะพบทีเ่ นื้อสมองสวนนอกของสมองสวนหลัง (cerebellum) สวนใหญ
้ ้
เซลลประสาทที่พบในสัตวเลียงลูกดวยนมเปนเซลลประสาทชนิดสองขัว และเซลลประสาทชนิด
หลายขัว ้
2.การแบงประเภทของเซลลประสาทตามหนาที่ของเซลลสามารถแบงออกไดเปน 3 ชนิด
คือ
31
ึ
ก.เซลลประสาทรับความรูสก (sensory neuron หรือ afferent neuron) เปนเซลลประสาท
ึ
ที่รับความรูสกตามสวนตางๆของรางกายเชน สวนผิวหนัง เซลลประสาทชนิดนี้จะทําหนาที่รับ
ความรูสึกและนํากระแสประสาทรับความรูสึกสงไปยังระบบประสาทคือสมองหรือไขสันหลัง เซลล
ประสาทรับความรูสึกมีสวนปลายของเด็นไดรทเปนตัวรับความรูสึก (receptor) ตัวเซลลประสาท
จะอยูรวมกันเปนกลุมนอกสวนของสมองและไขสันหลังเรียกวา sensory ganglion ปลายของเอก
ซอนจะอยูที่สมองหรือไขสันหลัง เซลลประสาทรับความรูสึกสวนใหญเปนเซลลประสาทหลายขัว ้
เชนเซลลประสาทรับความรูสึกรอนและเย็น สําหรับเซลลประสาทรับความรูสึกแบบสองขั้วพบทีตา่
และ จมูก เปนตน
dendrite
cell body
dendrite
nucleus cell body
nucleus
axon
axon
dendrite
multipolar bipolar unipolar
ภาพที่ 3.2 ประเภทของเซลลประสาทแบงตามโครงสราง
่
ข.เซลลประสาทนําคําสังหรือเซลลประสาทสั่งการ (motor neuron หรือ efferent neuron)
เปนเซลลประสาทที่มีตัวเซลลอยูในระบบประสาทสวนกลาง เปนเซลลประสาทมีเอกซอนยาว ทํา
่
หนาทีนํากระแสประสาท หรือนําคําสั่งออกจากสมองหรือไขสันหลังไปสั่งการที่อวัยวะตางๆ เซลล
่
ประสาทสังการสามารถแบงออกตามหนาที่เฉพาะของเซลลประสาทแตละชนิดเปน เซลลประสาท
สั่งการ (motor neuron ) ทีเ่ อกซอนนํากระแสประสาทไปสั่งการที่กลามเนื้อลายเพื่อใหเกิดการหด
32
่
ตัว สวนเซลลประสาทสังการที่สวนของเอกซอนนําคําสั่งไปสงที่ตอมไรทอและตอมมีทอตางๆใน
่
รางกายเพื่อใหผลิตและหลังของเหลวเรียกวา secretory neuron สวน accelerator neuron เปน
เซลลประสาทสั่งการที่สวนของเอกซอนของเซลลประสาทไปสิ้นสุดที่อวัยวะภายในและหัวใจ ทําให
่ ํ
มีการทํางานมากขึ้นหรือเกิดการหดตัว และเซลลประสาทสังการที่นาคําสั่งไปที่อวัยวะภายในและ
ํ
หัวใจทําใหทางานชาลงเรียกวา inhibitory neuron เปนตน
ค.เซลลประสาทประสานงาน (association neuron) สวนใหญเปนเซลลประสาทหลายขั้ว
่ ่
ทําหนาที่รับกระแสประสาทจากเซลลประสาทหนึงไปสงใหเซลลประสาทอีกเซลลหนึง เปนเซลล
ประสาทที่พบมากในสมองและไขสันหลังเทานั้น
้
ง.เซลลประสาทพี่เลียง (supporting neuron) เปนเซลลประสาททีพบมากในระบบ ่
ประสาทสวนกลาง ทําหนาที่เปนโครงสรางของระบบประสาท ชวยค้ําจุนและใหอาหารแกเซลล
้ ่
ประสาท รวมทั้งเปนทางผานของอาหาร และอิเล็คโตรไลท นอกจากนียังเกียวกับสรางเนื้อประสาท
่
ทดแทนสวนทีถูกทําลาย สามารถทําลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมรวมทั้งเปนผนังแยกจุด
่
ประสาน (synapses) เซลลประสาทที่เปนเซลลพี่เลี้ยงไมมีหนาที่เกียวกับการนํากระแสประสาท
่
เซลลประสาทพี่เลี้ยงทีพบในสมองและไขสันหลังเรียกวา neuoglia ประกอบดวยเซลลประสาท
ชนิดตางๆคือ
่
- ependymal cell เปนเซลลเยื่อบุผิวทีพบตามผนังชองวางในสมอง (ventricle) และ
่
ชองวางในไขสันหลัง (central canal) เปนเซลลเยือบุผิวชนิด simple ciliated cuboidal
ํ
epithelium ทําหนาที่ในการสรางน้าไขสันหลัง (cerebrospinal fluid,CSF)
-astrocyteเปนเซลลที่มีรูปรางคลายดาว มีขนาดใหญ พบมากที่สุดในระบบประสาท
่
สวนกลาง เปนเซลลที่มีสวนยืนบางสวนไปสัมผัสกับเสนเลือด ทําหนาที่เกี่ยวกับ blood brain
barrior ที่ลอมรอบเสนเลือดฝอยในสมองและในไขสันหลัง เพื่อนําอาหารใหเซลลประสาท
- oligodendrocyte (oligodendroglia) เปนเซลลประสาทที่มีขนาดเล็กลงมามีนิวเคลียส
่ ่
ใหญ และมีสวนยืนนอยกวา astrocyte พบในสมองและไขสันหลัง สวนยืนบางสวนจะยื่นตรงไปที่
เซลลประสาทเพื่อหอหุมเซลล และทําหนาที่สรางเยื่อไมอิลินหอหุมเอกซอนของเซลลประสาทที่อยู
ในระบบประสาทสวนกลาง
- microglia เปนเซลลประสาทที่มีขนาดเล็กที่สุดสามารถเคลื่อนที่ได มีรูปรางไมแนนอน
่ ่ ้ ิ
ทําหนาทีกินสิงแปลกปลอมที่เขามาในเนือเยื่อประสาท โดยจะทําลายเชื้อจุลนทรียและเศษของ
เซลลที่ตายแลว เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษ (phagocytic properties)
่
เซลลประสาทที่เปนเซลลพี่เลี้ยงทีพบในระบบประสาทสวนปลายประกอบดวย Schwann
cell, satellite cell และ fibroblast เปนตน Schwann cell เปนเซลลที่หุมลอมรอบสวนเอกซอนทํา
่
หนาที่สรางเยือไมอิลิน และ นอยริเลมาชีส (neurilema sheath) ที่เปนสวนประกอบของใย
33
ประสาท เซลลประสาทรูปดาว(satellite cell) เปนเซลลที่พบเรียงตัวอยูรอบๆเซลลประสาทใน ปม
่
ประสาท(ganglion cell) และ fibroblast จะพบกระจายตัวในเนื้อเยือระบบประสาทสวนปลาย ทํา
้ ่ ู
หนาที่สรางเนือเยื่อประสาททดแทนเนื้อเยือประสาทที่ถกทําลาย
ปมประสาท (ganglion หรือ ganglia)
หมายถึงบริเวณที่ตัวเซลลประสาทมารวมกันเปนกลุมอยูนอกระบบประสาทสวนกลางมี 2
ชนิด คือ sensory ganglion เปนปมประสาทของเสนประสาทสมอง และ เสนประสาทไขสันหลัง
เชน dorsal root ganglion สวน motor ganglion หรือ autonomic ganglion เชน vertebral
่
ganglion ของอวัยวะภายใน ปมประสาทเปนสวนของเนื้อเยื่อประสาททีทํางานกับระบบ
ประสาทอัตโนมัติ ทําหนาที่เปนเซลล และรีเฟล็กสเซ็นเตอร (reflex center) ของระบบประสาท
อัตโนมัติ รวมทั้งเปนกลุมเซลลประสาทสําหรับประสาทรับความรูสึกในระบบประสาทสวนกลาง
นิวเคลียส (nucleus)
หมายถึงกลุมของเซลลประสาทที่รวมตัวกันอยูในระบบประสาทสวนกลาง พบไดทั้ง
sensory nucleus เชน gracilus nucleus และ motor nucleus เชน hypoglossal nucleus หาก
กลุมของนิวเคลียสของเซลลประสาทมารวมกัน เพื่อทําหนาที่พิเศษโดยเฉพาะจะเรียกวา ศูนย
(center) เชน cardio inhibitory center
nerve tract หมายถึง กลุมของใยประสาทที่อยูในระบบประสาทสวนกลาง สวนเนื้อสีขาว
่
ทําหนาทีนํากระแสประสาทขึ้นและลงเพื่อติดตอระหวาง upper และ lower nerve tracts
การทํางานของเซลลประสาท
ลักษณะการทํางานของเซลลประสาทแบงออกไดเปน 2 ชนิดคือ
1.การเคลื่อนที่ของกระแสประสาทในเซลลประสาท เปนการเคลื่อนที่โดยปฏิกิริยาไฟฟา
เคมี (electrochemical reaction) มีขั้นตอนคือ ในขณะที่เซลลประสาทอยูในระยะพัก (resting
stage หรือ polarized stage) ภายนอกเซลลประสาทจะมี Na+,Cl- อยูมาก แตจะมี K+ อยูนอย
โดย K+ จะอยูในไซโตพลาสซึมของเซลลประสาท เนื่องจากคุณสมบัตของเยื่อหุมเซลลเมมเบรนทีมี
ิ ่
+
คุณสมบัติเปนเยื่อเลือกผาน (semipermeable membrane) จึงทําให K สามารถซึมผานเขา
ภายในเซลลไดดีกวา Na+ ในขณะที่ Cl- สามารถเขาออกเยื่อหุมเซลลไดอยางอิสระและภายใน
34
เซลลประสาทมีประจุลบมากกวาประจุบวก เนื่องจากมีสารประกอบที่มีขนาดใหญซึ่งมีประจุลบ
เชนโปรตีนและกรดนิวคลีอก ิ จากการวัดคาความตางศักยพบวาภายนอกเซลลจะมีประจุบวก
มากกวาภายในเซลล (ประมาณ -60 มิลลิโวลต) เรียกวาภาวะมีขั้ว (polarized) เมื่อเซลลประสาท
่
ถูกกระตุนไมวาจะเกิดจากไฟฟาหรือสารเคมี ทําใหเยื่อหุมเซลลเปลียนแปลงคุณสมบัติชั่วคราว ทํา
ให Na+ สามารถแพรเขาไปในเซลลได พรอมกับหยุดการสงกลับของ Na+ ออกจากเซลล ทําใหผิว
ภายในเซลลประสาทตรงที่มี Na+ ผานเขาออกเซลลเกิดการเปลี่ยนแปลงประจุไฟฟาเปนประจุบวก
และผิวภายนอกที่สูญเสีย Na+ ไปเปลี่ยนเปนประจุลบเรียกวาการเกิด depolarization ระยะนี้
่
ความตางศักยไฟฟาของเยือหุมเซลลจะเปลี่ยนแปลงจาก -60 มิลลิโวลต เปน 0 มิลลิโวลต และ
เปน +60 มิลลิโวลตตามปริมาณของ Na+ ที่แพรเขาไปในเซลล ระยะ depolarized เปนระยะที่มี
กระแสประสาทเกิดขึ้น โดยกระแสประสาทที่เกิดขึ้น คือสนามไฟฟาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมีไฟฟานั่นเอง (electrochemical change) เมื่อเกิด depolarized ถึงขั้นสูงสุดแลวเยื่อหุม
เซลลจะไมยอมให Na+ เขาไปในเซลลอกตอไป ในทางกลับกันจะยอมให K+ แพรออกจากเซลล
ี
อยางรวดเร็วจนปริมาณ Na+ ที่เขามาเทากับ K+ ที่ออกไป การเปลียนแปลงประจุไฟฟาที่ผวเซลลนี้
่ ิ
ใชเวลาเพียงเศษเสี้ยววินาทีเทานั้น เหตุการณตั้งแต Na+ หลุดเขาในเซลลเปนจุดเริ่มตนของการ
เกิด depolarization ตอจากนันจะเกิดขบวนการนํา Na+ ออกนอกเซลล และการนํา K+ เขาภายใน
้
เซลล โดยขบวนการ sodium-potassium pump ซึ่งขบวนการนี้ตองใชพลังงาน (active transport)
โดยการใช ATP รวมดวยในการขับ Na+ ออกจากเซลลและดึง K+ เขาเซลล เรียกวาการ
depolarization เซลลในระยะนี้จะมีสภาพเหมือนระยะ polarized stage โดยผิวของเซลลจะมี
ประจุบวกมากและภายในมีประจุลบมาก การเปลี่ยนแปลงประจุบวกและประจุลบของเยื่อหุม
เซลลและภายในเซลลจะเกิดขึ้นเปนวัฎจักร การเปลี่ยนแปลงที่เยื่อหุมเซลลประสาทเรียกวากระแส
ประสาทหรือคลื่นประสาท (impulse) ซึ่งจะเคลื่อนผานจากเด็นไดรทไปที่เอกซอน
35
direction of impulse
area of stimulation
sodium ruch into cell body
direction of impulse
first impulse
second impulse
the membrane is repolarized
ภาพที่ 3.3 การสงกระแสประสาทภายในเซลล
่
2.การเคลื่อนที่ของกระแสประสาทจากเซลลหนึงไปอีกเซลลหนึง ่
ุ
เซลลประสาทเปนเซลลที่มีคณสมบัติพิเศษตางไปจากเซลลอื่นๆในรางกาย เนื่องจากมี
ความสามารถในการตอบสนองตอสิ่งเราและมีความสามารถในการถายนํากระแสไฟฟาได โดย
การถายทอดกระแสประสาทระหวางเซลลดวยกันเอง หรือระหวางเซลลประสาทกับกลามเนื้อเรียบ
ั
ของอวัยวะที่เปนหนวยปฏิบติการ (effector) โดยการมีจุดประสาน (synapes) ซึ่งเปนบริเวณที่อยู
ุ
ชิดกันมากที่สดระหวางเยื่อหุมของเซลลประสาททั้งสอง สวนผิวสัมผัสทีเ่ กิดจากการเกิดจุด
ประสานเรียกวา synaptic membrane จุดประสานของเซลลประสาทสวนใหญจะเกิดขึ้นระหวาง
่
ปลายเอกซอนของเซลลประสาทตัวที่ 1 ซึ่งมักเปนสวนของเอกซอนทีไมมีปลอกหุม มาสัมผัสกับ
36
ปลายเด็นไดรนของเซลลประสาทตัวที่ 2 โดยปลายเอกซอนของเซลลประสาทตัวที่ 1 ซึงจะทํา ่
หนาที่สงกระแสประสาทจะพองออกเปน synaptic knob สวนนี้จะเปนสวนที่มาสัมผัสกับปลาย
่
เด็นไดรนของเซลลประสาทตัวที่ 2 ภายในปลายประสาททีพองออก( synaptic knob) จะมีถงบรรจุ ุ
ของเหลว (synaptic vessicles) ซึ่งเปนสารเคมีเรียกวาสารสื่อประสาท (neurotransmitter) เชน
acetylcholine , noradrenalin, serotonin, epinephrin และ dopamin เปนตน เมื่อกระแส
ประสาทผานมาถึงปลายของเอกซอนที่โปงออก ถุงบรรจุของเหลว (synaptic vessicle) จะรวมตัว
้
กับเยื่อหุมเซลลประสาทแลวปลอยสารสื่อประสาทที่เปนของเหลวออกมา สารนีจะทําหนาที่ไป
กระตุนปลายเด็นไดรนของเซลลประสาทอีกตัวหนึ่ง เพื่อใหกระแสประสาทผานจุดประสานไปสู
่
ปลายเด็นไดรนของเซลลอีกเซลลหนึ่งได เนื่องจากทีปลายเด็นไดรนไมมีการผลิตสารสื่อประสาท
่
จึงทําใหกระแสประสาทเคลือนที่ไปในทิศทางเดียวเทานั้น
่
การถายทอดกระแสประสาทผานจุดประสานจากเซลลหนึงไปอีกเซลลหนึ่ง อาจเปน
การถายทอดกระแสประสาทผานในรูปของสารเคมีหรือในรูปกระแสไฟฟาก็ได การถายทอดกระแส
ประสาทในรูปของสารเคมีเรียกวา chemical synapse สวนการถายทอดกระแสประสาทในรูป
กระแสไฟฟาเรียกวา electrical synapse
nerve cell
synaptic knob
dentrite
axon
mitochondria
synaptic vesicle
neutrotransmitter
synaptic cleft
ภาพที่ 3.4 การสงกระแสประสาทระหวางเซลล
37
การแบงประเภทของระบบประสาท
ในสัตวเลี้ยงสามารถแบงระบบประสาทออกตามกายวิภาคและหนาที่ออกเปน 3 ชนิดคือ
ระบบประสาทสวนกลาง (central nervous system, CNS) ระบบประสาทสวนปลาย (peripheral
ิ
nervous system, PNS) และระบบประสาทอัตโนมัต(autonomic nervous system, ANS)เปนตน
1. ระบบประสาทสวนกลาง (central nervous system) ประกอบดวยสมอง (brain) และ
ไขสันหลัง (spinal cord) ในระบบประสาทสวนกลางสมองสวนหนา (cerebrum) จะเปนสวน
ควบคุมและสั่งการผานสมองหรือไขสันหลัง เพื่อใหเกิดการตอบสนองของกลามเนื้อลาย ทําใหเกิด
การแสดงพฤติกรรมตางๆ
ู
สมอง ในสัตวเลี้ยงลูกดวยนมลักษณะของสมองจะมีรปรางคลายๆกัน อาจแตกตางกันไป
บางตามลักษณะของกะโหลกศีรษะที่บรรจุสมองอยู สมองบรรจุอยูในสวนหนาของกะโหลกศีรษะ
(cranium)ประกอบดวยสมองสวนตางๆกัน คือสมองสวนหนา(cerebrum), สมองสวนหลัง
(cerebellum) และ กานสมอง (brain stem) สวนของเนื้อสมองและไขสันหลังจะปกคลุมดวยเยื่อ
บางๆ (membrane) ดานนอกของเยื่อบางๆที่คลุมเนื้อสมองจะมีของเหลวหลอเลี้ยงอยูเรียกวาน้า ํ
ํ ้
ในสมองหรือน้าในชองสมอง (cerebrospinal fluid ,CSF) ของเหลวนีจะเชื่อมระหวางของเหลวใน
สมองและไขสันหลังได ชองวางที่มี CSF อยูเรียกวา subarachnoid space สวนของเยื่อหุมสมอง
่
เรียกวา meninges เปนเยือที่มีความเหนียว ทําหนาที่ในการรักษารูปทรงและปองกันอันตรายให
ี
เนื้อสมองและไขสันหลังที่มลักษณะออนนิ่ม เยื่อหุมสมองแบงออกเปน 3 ชั้นคือ dura matter,
้
arachnoid matter และ pia matter สวนของ dura matter จะเปนชันของเยื่อหุมที่อยูดานนอกสุด
ั
arachnoid matter เปนชั้นกลางมีลกษณะคลายใยแมงมุงดานบนติดกับ dura matter ดานลางติด
กับ pia matter ระหวาง arachnoid matter และ pia matter จะมีชองวางเรียกวา subarachnoid
space มีของเหลวบรรจุ( CSF ) อยู ของเหลวดังกลาวถูกสรางจากเซลลเยื่อบุของชองวางในสมอง
pia matter เปนชั้นที่อยูใกลกับเนื้อสมองมากที่สุด ถาตัดสมองหรือไขสันหลังตามแนวดิ่ง (cross
section) จะพบวาสมองและไขสันหลังจะแยกออกเปน 2 สวนคือสวนที่เปนเนื้อสีเทา(gray matter)
และสวนที่เปนเนื้อสีขาว (white matter) ในไขสันหลังสวนที่เปนเนื้อสีเทา (gray matter) มีรูปราง
คลายกับผีเสื้ออยูดานในและมีรูตรงกลาง เรียกวา central canal สวนเนื้อสีเทา ประกอบดวยเซลล
ประสาททั้งตัวเซลลและใยประสาท สวนเนื้อสีขาวจะประกอบดวยใยประสาทและ nerve tract
้
ชนิดตางๆ เนือสมองสวนสีเทาจะเปนเนื้อสมองสวนนอก สมองมีหนาที่สาคัญคือ ํ
1.ควบคุมการทํางานของอวัยวะตางๆในรางกาย โดยเซลลประสาทรับความรูสกจะสง ึ
่
กระแสประสาทมาที่สมอง แลวสมองจะสงกระแสประสาทสังการผานเซลลประสาทไปยังอวัยวะ
ตางๆใหทํางานตอบสนองตามหนาที่ตอไป
38
2.เปนที่รวมของความรูสึกตางๆ เชนความเจ็บปวด การไดกลิ่น การไดเห็นและการไดยิน
เสียงเปนตน
3.เปนศูนยควบคุมการแสดงออกของพฤติกรรมตางๆของรางกาย
4.เปนแหลงรวมของความจํา ความรู ความคิด และความเขาใจ
5.เปนที่ตั้งของอารมณ และจิตใจ เชนความรูสึก ความตองการ และความกลัว เปนตน
สมองสวนหนา (Cerebrum)
่
สมองสวนหนามีขนาดใหญกวาสวนอืน พัฒนามาจากสวนสมอง telencephalon ของตัว
่
ออน มีหนาที่เกี่ยวกับการออกคําสั่ง และการตีความ หรือการแปลความหมาย โดยทัวไปเกี่ยวของ
กับการควบคุมการเคลื่อนไหวของกลามเนื้อลายที่เปนกลามเนื้อที่อยูภายใตอํานาจจิตใจ ควบคุม
การหายใจ เปนศูนยกลางควบคุมการกินอาหาร และศูนยกลางของการรับความรูสึกและความคิด
ความจําตางๆ ลักษณะของเนื้อสมองสวนนอกที่มเี นื้อสีเทาจะมีลักษณะผิวเปนรองๆ ทําใหดูผิว
้ ้
สมองเปนรอยหยักหรือเปนริว มีทั้งรองตืน(sulcus) สลับกันไปกับรองลึก (fissure) จํานวนของรอง
ตื้น (sulcus) จะมีสวนสําคัญเกี่ยวกับการควบคุมการทํางานของรางกาย ถาผิวสมองมีรองตืนมาก ้
ิ ั
แสดงวาสมองมีพื้นที่ผวมากสมองจะมีการทํางานที่ซบซอนไดดี ในสวนของรองตื้น (sulcus) จะมี
เซลลประสาท (neuron)มากมาย ทําหนาที่เปนทั้งเซลลประสาทรับความรูสึกและเซลลประสาทสั่ง
การ โดยประสาทรับความรูสึกที่อยูในสวนนี้จะเปนประสาทรับความรูสึกจําเพาะในการทํางานแต
่ ้
ละอยางเชน การดมกลิน การไดยิน การมองเห็นเปนตน นอกจากนี้ยังพบรองตืนอีกประเภทหนึ่ง
เรียกวา transverse sulcus ที่บริเวณสวนหนาของสมองสวนหนา (cerebrum) transverse
่
sulcus ทําหนาที่เกียวกับการควบคุมความรูสึกตางๆของรางกายโดยมีจุดกําเนิดที่แนนอน หรือ
่
เรียกวามีประสาทสังการที่แนนอน เชนประสาทรับความรูสึกในการมองเห็นเซลลประสาทที่รับ
่ ่
ความรูสึกจะอยูสวนหลังของ cerebrum แตเซลลประสาทสังการที่เกียวของกับการมองเห็นจะอยู
สวนหนาของ cerebrum โดยมี transverse sulcus เปนสวนแบงแยกจากกัน สวนสมองสวนหลังที่
ึ ่
มีเซลลประสาทรับความรูสกหรือเปน sensory area อาจเรียกอีกอยางหนึงวา sensory area ของ
่
somatic sensation สวนสมองสวนหนาที่มีเซลลประสาทสังการอยูอาจเรียกวา motor area ของ
somatic sensation
สมองสวนหนาอาจแบงออกไดเปนดานซายและดานขวา โดยรองลึกหรือรองทางยาว
เรียกวา longitudinal fissure แตละขางของสมองสวนหนาเรียกวา cerebral hemisphere ทัง ้
สมองดานซายและขวาจะมีลักษณะของรองตื้นๆ(sulcus)ที่เหมือนกัน เนื้อสมองของสมองสวน
หนาแบงออกเปน 2 สวน สวนนอก (cerebral cortex) เปนเนื้อสมองสวนสีเทา (gray matter)
39
ประกอบดวยตัวเซลลประสาท(neuron bodies หรือ nerve cell bodies)อยูมากมาย เซลล
้ ่
ประสาทที่พบสวนใหญเปนเซลลประสาทหลายขัว (multipolar neuron) ชนิดทีมีรูปรางคลายรูปป
ี ้
รามิด (pyramidal cell) เนื้อสมองสวนนีเ้ ปนเนื้อสมองสวนที่มมากที่สุด สวนในเปนเนือสมองสีขาว
(white matter) เปนสวนที่มีใยประสาท (nerve fiber) จากตัวประสาทที่อยูในเนื้อสมองสีเทา
่
(cortex) เพือผานไปยังกานสมองและไขสันหลัง แตละ cerebral hemisphere สามารถแบง
ออกเปน 4 กลีบโดยรองลึก รองตื้นและเสนสมมุติ กลีบที่สําคัญของแตละ cerebral hemisphere
คือ frontal lobe หรือเนื้อสมองสวนหนาที่อยูดานหนาของ cerebral hemisphere สวน temporal
้
lobe หรือเนื้อสมองสวนหนาที่อยูสวนหลังของเนื้อดานขางทังสอง parietal lobeคือเนื้อสมองสวน
หนาที่อยูตรงกลางดานบน และ occipital lobeไดแกเนื้อสมองที่อยูดานทาย บางครั้งอาจแบงเนือ้
สมองออกเปน 3 สวน สวนดานในสุดของเนื้อสมอง เรียกวาเบซอลแกลงเกลีย ( basal ganglia)
่ ี่
เปนบริเวณทีมีกลุมเซลลทควบคุมการเคลื่อนไหว ในสัตวปกสวนนอกของเนื้อสมองจะไมคอย
่
พัฒนา แตสวนนี้จะพัฒนามากและทําหนาที่เกียวกับการควบคุมการเคลื่อนไหวของรางกายที่อยู
ในอํานาจจิตใจแทน
spinal cord cerebellum cerebrum
cranial nerve
spinal nerve
ภาพที่ 3.5 แสดงระบบประสาทในโค
่
ทีมา : MaCraken และ คณะ, 1999
40
สมองสวนหลัง (Cerebellum)
สมองสวนหลังมีขนาดเล็กกวาสมองสวนหนา วางตัวอยูบริเวณทายทอยใตสวน occipital
lope ของสมองสวนหนาแตละขางมีลักษณะเปนกอน เปนที่อยูของกลุมเซลลประสาท (nerve
ื้
center) สมองสวนหลังจะมีพนที่ครอบคลุมดานหลังและดานขางของกานสมองและเชื่อมติดกับ
กานสมอง โดยกลุมของใยประสาทที่เรียกวา cerebellar peducle ผิวดานนอกมีรองสมองแบบตื้น
(sulcus) และรองลึก (fissure)เชนเดียวกับสมองสวนหนา แตรองจะเรียงขนานกันหมดทําใหเห็น
้
เปนลักษณะเปนแผนหรือกลีบมากมายเรียกวา folia สวนชันนอกของสมองสวนหลังจะมีเซลล
ประสาทรูปรางคลายกระถางตนไม (purkinge cell) หนาที่ของสมองสวนหลังเกี่ยวกับการทรงตัว
การเคลื่อนไหว การรักษาสมดุลของรางกายเปนตน
กานสมอง (brain stem)
กานสมองเปนสวนที่ตอจากสมองสวนหลังแบงออกเปน 4 สวนคือ diencephalon,
midbrain, pons และ medulla oblongata
1.diencephalon เปนที่ตั้งของสมองสวนธาลามัส ( thalamus )และสวนไฮโปธาลามัส
้
(hypothalamus) ทําหนาที่เปนทางผานของประสาทตาทังสองขาง เปนศูนยกลางของประสาท
่
สองชนิดในระบบประสาทอัตโนมัติ เปนศูนยกลางของอารมณ เกียวของกับการควบคุมอุณหภูมิ
้
ของรางกาย ซึ่งเปนหนาที่สวนใหญของไฮโปธาลามัส นอกจากนียังเกี่ยวของโดยตรงกับการ
ควบคุมการทํางานของระบบตอมไรทอในรางกาย
้
2. midbrain เนื้อสมองมีลักษณะเปนแทงสันๆ เนื้อสมองมีสีขาวเชื่อมตอระหวางสมอง
สวนหนา (cerebrum) และ pons อาจเรียกวาเปนสวนเชื่อมระหวางสมองสวนบนและสวนลาง ทํา
หนาที่เกี่ยวกับการประสานงานดานการยืน การนั่ง การนอน การมองเห็น การไดยินและการ
ั้ ่
สัมผัส เนื่องจากเนื้อสมองดานในมีทงเซลลประสาทสังการและเซลลประสาทรับความรูสึก
3. pons เปนสวนเนื้อสมองที่เชื่อมตอระหวาง cerebellar hemisphere ทั้งซีกซายและ
ขวา จึงทําใหเนื้อสมองสวนหนา สมองสวนหลังและ medulla oblongata ติดกัน ตอนลางของ
ํ ่
pons มีกลุมเซลลประสาทที่ทาหนาที่เกียวของกับศูนยควบคุมการหายใจ และการไดยินเสียง
่
4. medulla oblongata เปนสวนทายของสมองทีตอกับไขสันหลังที่บริเวณ foramen
่
magnum เปนที่อยูของกลุมเซลลประสาท (nerve center) ที่เกียวกับระบบประสาทอัตโนมัติที่
ควบคุมการทํางานของอวัยวะภายในตางๆ(reflex center) เชน ศูนยควบคุมการเตนของหัวใจ
(cardiac center) ศูนยควบคุมการไอ ( coughing center) ศูนยควบคุมการอาเจียน (volmiting
41
center) เปนตน ดานขางของกานสมองจะมี nerve tracts จํานวนมากจากไขสันหลังมารวมกัน
้ ั้ ้
นอกจากนียังเปนที่ตงของนิวเคลียสของเซลลประสาท (nuclei หรือ nucleus)นอกจากนียังเปน
่
ที่ตั้งของเสนประสาทสมอง (cranial nerve) คูที่ V,VI,IX,X,XI และ XII โดยเสนประสาทสังการ
่
(motor nerve) จะมารวมกัน สวนของเสนประสาทสังการดานขวาจะควบคุมการทํางานของ
่
อวัยวะดานซาย และเสนประสาทสังการดานซายจะควบคุมการทํางานของอวัยวะดานขวา
ไขสันหลัง (spinal cord)
ไขสันหลังเปนสวนของระบบประสาทสวนกลาง มีรูปรางเปนแทงยาวทรงกระบอกตรง
ปลายจะเปนรูปกรวย ดานหนาของไขสันหลังตอกับ medulla oblongata สวนดานหนามีขนาด
ใหญกวาดานปลาย โดยเฉพาะสวนไขสันหลังดานหนาบริเวณคอจะมีขนาดใหญจากนันขนาดของ ้
่
ไขสันหลังจะคอยๆเล็กลงไปเรื่อยๆ ตรงปลายทีมีลักษณะรูปกรวยเรียกวา cones medullaris จะมี
พังผืด (ligament) ยึดตรงปลายสุดของไขสันหลังใหติดกับกระดูก(ระดับสะโพกสวน Sacrum)
เรียกวา filion terminale เนื่องจากขณะที่สัตวเจริญเติบโตในมดลูกการเจริญเติบโตในระยะทาย
ของการตั้งทองสวนของไขสันหลังเจริญเติบโตชากวาสวนกระดูกสันหลัง ตอนปลายของไขสัน
หลังจากสวนกระดูก sacrum ไปถึงกระดูกหาง (coccygeal) จะไมมีไขสันหลังปรากฏใหเห็น
้
เดนชัด ดังนันสวนทายของรางกายจากสวนสะโพกลงไปจะไมมีไขสันหลัง จากสวนของสะโพกลง
ไปจะเปนสวนของ spinal ganglia ที่แตกแยกออกมาจากไขสันหลังตอนปลาย มีลักษณะเปน
เสนประสาทหลายๆเสน บางปมประสาท (ganglia) จะมีเสนประสาทที่ยาวไปจรดสวนหาง
ั
ไขสันหลังมีลกษณะเปนปลองๆบรรจุอยูในชองของกระดูกสันหลัง (vertebral canal) โดย
แตละปลองจะแยกออกเปน 2 แถวคือ ventral root และ dorsal root สวนของ dorsal root จะเปน
สวนที่รับความรูสึก และ ventral root จะเปนสวนที่สงความรูสึก ถาผาไขสันหลังออกตามขวาง
้
(cross section) จะเห็นวาเนื้อไขสันหลังมี 2 ชั้นคือเนือสีขาวอยูดานนอกโดยรอบ และเนื้อสีเทาอยู
ู
ดานใน สวนเนื้อสีเทาของไขสันหลังจะมีรปรางคลายผีเสื้ออยูดานใน แบงออกเปน 3 สวนคือ
ventral gray horn , dorsal gray horn และ lateral gray horn บริเวณตรงกลางของเนื้อสีเทาจะมี
รูเรียกวา central canal เซลลประสาทในไขสันหลังแตละสวนจะแนนไมเทากัน เซลลประสาทสวน
่
ใหญเปนสวนของเซลลประสาทที่ตอมาจากสมอง (part way) ไขสันหลังมีเยือหุมเพื่อปองกัน
้ํ ํ
อันตรายเชนเดียวกับสมอง มีนาไขสันหลังซึ่งเปนของเหลวที่สามารถถายเทไปยังน้าในสมองได
้
เนื่องจากน้ําในไขสันหลังจะอยูในชัน sub arachnoid space เชนกัน ไขสันหลังจะใหเสนประสาท
้
(nerve branch) ไปหลอเลียงตามสวนตางๆของรางกาย โดยเสนประสาทที่แตกตัวออกจากไขสัน
42
หลังเรียกวา spinal nerve จะออกมาจากชองหรือรูระหวางกระดูกสันหลังแตละขอเรียกวา
intervertebral foramen
เสนประสาทไขสันหลัง (spinal nerve) จะมีอยูเปนคูดานซายและขวา โดยจะมี
้
เสนประสาทรับความรูสึก (afferent nerve หรือ sensory nerve) รวมทังมีเสนประสาทสังการ ่
่
(efferent nerve หรือ motor nerve)วิ่งคูกันไป เสนประสาทไขสันหลังทีวิ่งออกจากไขสันหลังจาก
ั
สวนคอถึงหนาอกและสวนสันหลัง จะมีลักษณะเปนเสนตรงพอดีกบชองหรือรูที่ออกจากกระดูกสัน
หลังตรงกับ intervertebral column แตเสนประสาทไขสันหลังในสวนทายของรางกายบริเวณสวน
สะโพก(sacrum) และหาง (coccygeal) จะวิ่งออกจากไขสันหลังไมตรงกับ interverbral column
สวนเนื้อสีเทาของไขสันหลังประกอบดวยตัวเซลลประสาทและใยประสาท ไดแกเซลล
่ ้
ประสาทสังการ (motor nerve neuron) ที่อยูในสวนเนือสีเทา มีใยประสาทออกจากไขสันหลังตรง
ventral root เสนประสาทไขสันหลังจะไปหลอเลี้ยงหรือควบคุมการทํางานของกลามเนื้อลายทีเ่ ปน
สวนกลามเนื้อโครงราง เซลลประสาทที่อยูใน lateral gray horn จะสงใยประสาทไปทาง ventral
root เชนกันโดยจะออกไปรวมกับใยประสาทของประสาทสั่งการ เพื่อไปเลี้ยงอวัยวะตางๆภายใน
ชองอก ชองทอง และชองเชิงกราน สวน intercalated neuron เปนเซลลประสาทที่อยูในสวน
ึ
dorsal root ganglion หรือจากสวน descending tract แลวสงกระแสความรูสกตอไปยังเซลล
ประสาทของ ventral gray horn หรือสงตอไปยังสมองหรือไขสันหลังขอที่อยูต่ําลงมาเพื่อใหเกิด
รีเฟล็กซ สวนเนื้อสีขาวของไขสันหลังซึ่งเปนเนื้อไขสันหลังสวนนอกจะประกอบดวยสวนใยประสาท
้
หรือขาประสาททัง nerve fiber และnerve tract ที่รวมกันอยูเปนกลุม (ascending tract) เปนใย
ํ
ประสาทที่นากระแสประสาทไปสูสมองเชนใยประสาทรับความรูสึกตางๆ ในสวนของ descending
่ ํ ่
fiber จะเปนใยประสาททีนากระแสประสาทออกจากสมองมาสูประสาทสังการที่ไขสันหลัง เชน
motor nerve ตางๆ
ชองวางในสมองหรือโพรงสมอง (ventricle of the brain)
ชองวางในสมองเปนสวนที่เจริญมาจาก neural canal ในระยะที่สัตวเปนตัวออน
้
มีลักษณะเปนโพรงหรือเปนชองวางภายในสมอง บริเวณชองวางนีจะมีของเหลวหรือน้ําในสมอง
(cerebrospinal fluid) เปนของเหลวที่สามารถไหลผานถึงกันไดในแตละชองวาง และในชองวาง
สวน sub acranoid space นอกจากนี้ยังสามารถดูดซึมเขา venous sinus และเขาสูระบบ
ไหลเวียนของเลือดได ชองวางในสมองมีอยู 3 แหงคือ ชองวางที่อยูในแตละซีกของสมอง
(cerebral hemisphere เรียกวา lateral ventricles สวน third ventricles เปนชองวางอยูภายใน
สวน diencephalon ซึ่งมีชองทางติดตอกับ lateral ventricles ที่ aqueduct of monro ชองวาง
43
fourth ventricles เปนชองวางที่อยูในสมองสวนหลังดานหนาจะติดกับ third ventricles ทาง
cerebral aqueduct มีชองทางติดตอกับ sub arachnoid space ที่อยูในสมองและไขสันหลัง
ระบบประสาทสวนปลาย (peripheral nervous system,PNS)
เปนระบบประสาทที่อยูนอกสวนของระบบประสาทสวนกลางคือสมองและไขสัน
หลัง ไดแกเสนประสาทสมอง 12 คู (cranial nerves) และเสนประสาทไขสันหลัง (spinal nerves)
ปมประสาท (ganglia) ทําหนาที่เกี่ยวกับการติดตอสื่อสารระหวางสภาพแวดลอมภายในและ
ภายนอกรางกายรวมกับระบบประสาทสวนกลาง เสนประสาทจะนําความรูสึกเขาสูสมอง และ
สมองเปนตัวออกคําสั่งสงกระแสประสาทผานเสนประสาทสั่งการ ไปยังอวัยวะเปาหมายใหมการ ี
ตอบสนอง เสนประสาทสมองจะแยกออกจากเนื้อสมองที่กานสมองตรงรูที่กะโหลกศีรษะ (cranial
foramen) เสนประสาทสมองบางสวนออกมาจากสมองสวนหลัง แตละคูของเสนประสาทสมองจะ
้ ึ ่
ทํางานรวมกันเปนทังประสาทรับความรูสกและประสาทสังการ แตเสนประสาทสมองบางคูจะทํา
่
หนาที่เพียงอยางเดียว คือทําหนาที่รับความรูสึก หรือทําหนาทีสั่งการเพียงอยางใดอยางหนึ่ง
้
เสนประสาทสมองทัง 12 คูมีหนาทีเ่ กี่ยวกับการควบคุมการทํางานของอวัยวะภายในสวนหัว คอ
่
และสวนอืนๆในรางกาย รวมทั้งการมองเห็น การไดยิน การรับรสชาดอาหาร และการไดกลิ่น เปน
ตน เสนประสาทสมองแตละคูจะมีชื่อเรียกที่แตกตางกันไป ดังนี้
เสนประสาทสมองคูที่ 1 (cranial nerve I หรือ olfactory nerve ) เปนเสนประสาทรับ
่
ความรูสึกที่เกียวของกับการดมกลิ่น แตไมมีแขนงของเสนประสาทในชองจมูก (nasal cavity) ใน
สัตวเลี้ยงลูกดวยนม olfactory nerve จะมีลักษณะเปนกลีบเล็กๆ (bulb) เซลลประสาทจะมีใย
ประสาทสวนเด็นไดรทอยูมากมาย ปลายประสาทรับความรูสึกจะอยูที่ชองจมูก กลินจะเปน ่
ตัวกระตุนทางเคมีทําให olfactory nerve สงกระแสประสาทรับความรูสึกไปยังสมองสวนหนา
่
เพื่อใหรับรูวากลิ่นที่ไดรับเปนกลินอะไร
เสนประสาทคูที่ 2 (cranial nerve II หรือ optic nerve ) เปนเสนประสาทรับความรูสึกที่
่
ออกจากกะโหลกศีรษะตรง optic canal รับความรูสึกทีลูกตาเกี่ยวของกับการมองเห็น โดยมีปลาย
ประสาทรับความรูสึกอยูที่เรตินา (retana) เปนปลายประสาทจะมีความไวตอแสง ทําใหประสาท
ตาเห็นภาพได จากเรตินาจะมีประสาทรับความรูสึกสงกระแสประสาทไปยังสมองสวนหนาบริเวณ
สวนที่รับความรูสึกในสมอง (sensory area) ทําใหสมองเกิดการเห็นภาพ การสงกระแสประสาท
จากเรตินาของตาไปยัง optic nerve จะมีการสลับขางกัน เชน เรตินาของลูกตาดานขวาจะมี optic
่ ่ ่
nerve ที่เปนประสาทรับความรูสึกวิงไปทีบริเวณที่รับความรูสึก (sensory area) ทีสมองสวนหนา
44
ขางซาย และเรตินาขางซายจะสงกระแสประสาทรับความรูสึกไปยัง sensory nerve ของสมอง
ั
ดานขวา บริเวณสวนที่ตัดกันหรือไขวกนของ optic nerve เรียกวา optic chiasma
เสนประสาทสมองคูที่ 3 (cranial nerve III หรือ occulomotor nerve) เปนเสนประสาท
ู
สมองทีเ่ กี่ยวของกับการทํางานของกลามเนื้อที่เบาตา และเปลือกตา ทําใหลกตาเกลือกไปมาได
โดยผานกลามเนื้อ occular muscle เสนประสาทคูนี้จะเปนเสนประสาทสั่งการ (motor nerve) ทํา
ใหเกิดการเคลื่อนไหวของกลามเนื้อรอบตา ทําใหลูกตาเคลื่อนไหวไดทั้งในแนวดิงและแนวนอน ่
้
นอกจากนียังเกี่ยวกับการทํางานของกลามเนื้อรอบมานตา (Iris) คือ sphincter pupillaris muscle
เสนประสาทสมองคูที่ 4 (cranial nerve IV หรือ trochlear nerve) เปนเสนประสาทสั่งการ
ทําหนาทีเ่ กี่ยวกับ การควบคุมการทํางานของกลามเนื้อตา (dorsal obligue muscle)
เสนประสาทสมองคูที่ 5 (cranial nerve V หรือ trigeminal nerve ) เปนเสนประสาทที่มี
่
ทั้งประสาทรับความรูสึกและประสาทสังการอยูรวมกัน (mixed nerve) เสนประสาทรับความรูสก ึ
่ ้
จะไปที่ตา และหนา เสนประสาทสังการจะไปที่กลามเนือรอบปากเกี่ยวกับการเคี้ยว เสนประสาท
สมองคูที่ 5 จะมีแขนง 3 แขนงคือ opthamic nerve เปนแขนงประสาทที่เกียวกับอวัยวะรับ ่
ํ
ความรูสึกรอบเบาตา กระตุนใหเกิดการหลั่งน้าตา และรับความรูสึกจาก nasal muscle ที่เปน
่ ิ
กลามเนื้อทีเ่ กียวกับการดมกลิ่น ทําใหผวหนังบริเวณจมูกสามารถเคลื่อนไหวได สวน maxillary
ึ
nerve เปนแขนงประสาทที่รับความรูสกจากรากฟน โดยเฉพาะสวนฟนกรามดานบน และ
เกี่ยวของกับการเคลื่อนไหวของหนังตาบนและหนังตาลาง (upper and lower eyelid) สําหรับ
mandibular nerve จะรับความรูสึกจากรากฟนในสวน mandibular สวนฟนลาง
เสนประสาทคูที่ 6 (cranial nerve VI หรือ abducents nerve) เปนเสนประสาทสั่งการ ทํา
ั่
หนาที่สงการไปยังกลามเนื้อตา เชน retractor rectus muscle และ lateral rectus muscle
เกี่ยวของกับการเคลื่อนไหวของลูกตาและการกลอกตาไปมา
ี
เสนประสาทคูที่ 7 (cranial nerve VII หรือ facial nerve) เปนเสนประสาทที่มทั้งประสาท
่
รับความรูสึกและประสาทสังการ (mixed nerve) ที่ไปหลอเลี้ยงกลามเนื้อและผิวหนังสวนหนา ทํา
่ ํ ่
ใหเกิดการหลังน้าลาย และมีการเคลื่อนไหวของ mandibular ประสาทสังการไปที่กลามเนื้อหนา
ึ
และตอมน้ําลาย เสนประสาทรับความรูสกไปที่หู และลิน ้
เสนประสาทสมองคูที่ 8 (cranial nerve VIII หรือ vestibulo cocheal nerve) เปน
่
เสนประสาทรับความรูสึกทีมีใยประสาทไปที่ vestibular organ ทําหนาที่รับความรูสึกเกี่ยวกับการ
ไดยินเสียงที่ cochlea และการรักษาสมดุลของรางกายตรงสวน semi circular canals
เสนประสาทสมองคูที่ 9 (cranial nerve IXหรือ glossopharyngeal nerve) เปนทั้ง
่ ่
ประสาทรับความรูสึกและประสาทสังการ โดยเสนประสาทรับความรูสึกจะเกียวกับการรับรูเรื่อง
45
่ ่ ้
กลิ่น สวนประสาทสังการเกี่ยวของกับกลามเนื้อในการกลืนทีโคนลิน และกลามเนื้อของหลอดคอ
(pharynx) มีผลให hyoid muscle ทํางาน
่
เสนประสาทสมองคูที่ 10 (cranial nerve X หรือ vagus nerve ) เปนเสนประสาททีมีทั้ง
่
ประสาทสังการและประสาทรับความรูสึก ปลายประสาทเกี่ยวของกับการควบคุมการทํางานของ
อวัยวะภายในตางๆ (เสนประสาทสมองคูอื่นๆจะทําหนาที่เกี่ยวของกับสวนหัวและคอ)
เสนประสาทสมองคูที่ 11 (cranial nerve XI หรือ spinal accessory nerve ) เปน
่ ่
เสนประสาทสังการที่เกียวกับการเคลื่อนไหวของ hyoid bone และ hyoid muscle รวมทัง ้
กลามเนื้อที่ไหลและคอ เสนประสาทสมองคูที่ 9 -11 จะเปนเสนประสาทที่ออกจาก
occipitotympanic fissue ดานหลังของ occipital lobe
เสนประสาทสมองคูที่ 12 (cranial nerve XII หรือ hypoglossal nerve) เปนเสนประสาท
่
สั่งการออกมาจาก hypoglossal canal ทําหนาทีควบคุมการทํางานของกลามเนื้อลิน และ ้
กลามเนื้อที่ควบคุมลิ้น
เสนประสาทไขสันหลัง (spinal nerve)
เสนประสาทไขสันหลังออกจากไขสันหลังตรงขอระหวางกระดูกสันหลัง(intervertebral
foramen) เสนประสาทไขสันหลังมีอยูเปนคูเชนเดียวกับเสนประสาทสมอง ในสัตวเลี้ยงแตละชนิด
จะมีจํานวนเสนประสาทไขสันหลังไมเทากัน เสนประสาทไขสันหลังมีทั้งเสนประสาทที่เปน
เสนประสาทรับความรูสึกและเสนประสาทสั่งการ แยกไปเลี้ยงตามสวนตางๆของรางกาย เชน
เสนประสาทไขสันหลังสวนคอ (cervical spinal nerve),สวนอก (thoracic spinal nerve) , สวน
เอว (lumbar spinal nerve), สวนสะโพก (sacral spinal nerve) และสวนหาง(quqdq equina
หรือ coccygeal spinal nerve ) เปนตน
สวน cervical spinal nerve คูที่ 1 จะออกจาก interverbral foramens ดานหนา cervical
vertebra ขอที่ 1 และ cervical spinal nerve คูที่ 2 จะออกจาก intervertebral foramen หนา
cervecal vertebra ขอที่ 2 ลักษณะของเสนประสาทไขสันหลังกอนที่จะออกจาก intervertebral
้
foramens นันสวนของ dorsal root ซึ่งเปนประสาทรับความรูสึกจะรวมกับ ventral root ที่เปน
่
ประสาทสังการกอน จึงเรียกวาเสนประสาทไขสันหลังเปน mixed nerve เมื่อเสนประสาทไขสัน
หลังออกจากรู intervertebral foramens จึงแยกออกเปน 2 แขนงคือ dorsal ramus และ ventral
ramus โดยสวน dorsal ramus ควบคุมกลามเนื้อและผิวหนังดานหลัง และ ventral ramus จะ
ควบคุมกลามเนื้อและผิวหนาที่อยูดานลางของ transverse processes ของกระดูกสันหลัง
โครงสรางกลามเนื้อสวนขาหลังและขาหนา เสนประสาทไขสันหลังบางสวนจะมีขนาดใหญ เกิด
46
ั
จากการรวมตัวกันของเสนประสาทไขสันหลังหลายๆแขนงรวมกัน นอกจากนี้ยงอาจมีการรวมกัน
แบบเปนรางแหของปมประสาทเชน brachial plexus ที่สวนขาหนาซึ่งเกิดจากการรวมตัวกัน
ระหวาง cervical spinal nerve และ thoracic spinal nerve บางคู brachial plexus จะเปน
้
ประสาทแขนงพิเศษที่ไปเลียงกลามเนื้อและผิวหนาสวนขาหนา ที่สวนทายของกระดูกสันหลังจะมี
้
การรวมกันเปนแขนงประสาทพิเศษที่ไปเลียงขาหลังเรียกวา lumbosacral plexus เกิดจากการ
รวมกันของบางสวนของเสนประสาทไขสันหลังสวน lumbar และ sacral
ระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system, ANS)
ระบบประสาทอัตโนมัติเปนระบบประสาทที่ไมอยูในอํานาจจิตใจ (involuntary nervous
system) ทําหนาที่ควบคุมการทํางานของอวัยวะภายในของรางกาย ไดแกการทํางานของหัวใจ
เสนเลือด มดลูก กระเพาะปสสาวะและลําไสหรืออาจเรียกวาประสาทสวนปลายที่ควบคุม
กลามเนื้อเรียบและหัวใจ ระบบประสาทอัตโนมัติจะทํางานไดตองประกอบดวยเซลลประสาทสั่ง
การจํานวน 2 ตัว เพื่อนําคําสั่งจากศูนยกลางไปยังอวัยวะเปาหมายหรือหนวยปฏิบัติการ เซลล
ประสาทตัวที่ 1 จะตองอยูในสมองหรือไขสันหลัง สวนเซลลประสาทอีกตัวหนึ่งจะอยูนอกสมอง
และไขสันหลัง โดยจะอยูในปมประสาท(ganglia) ใกลๆกับกระดูกสันหลัง ระบบประสาทอัตโนมัติ
แบงเปน 2 ประเภทตามตําแหนงของเสนประสาทที่มาควบคุม คือระบบ sympathetic nervous
้ ่
system มีเซลลประสาทนําคําสั่งตัวที่ 1 เรียกวา preganglionic neuron (เอกซอนสัน) ซึงอยูในไข
สันหลังสวน lateral gray horn ของสวนอกและเอวเรียกวา thoraco-lumbra portion สวนระบบ
่
parasympathetic nervous system เปนระบบทีมีเซลลประสาทนําคําสั่งตัวที่ 1 (pregangiolnic
neuron เอกซอนยาว) อยูในสมองและไขสันหลังสวนสะโพกเรียกวา craniosacral portion ทั้งสอง
้ ่
ระบบจะทํางานตรงขามกัน โดยทังสองระบบจะมีเสนประสาทวิงไปยังอวัยวะภายในทุกแหงเชน
ระบบ sympathetic nerve สรางและหลั่งสารเคมีพวก noradrenalin ไปกระตุนใหมีการเตนของ
หัวใจ แตระบบ parasympathetic nerve จะสรางและหลั่งสารเคมีพวก acetylcholineไปลดอัตรา
่ ่
การเตนของหัวใจ โดยทัวไปเสนประสาทสั่งการตัวแรกของระบบ sympathetic ทีอยูในไขสันหลัง
จะมีใยประสาท(axon) ออกมาที่ปมประสาทที่สวนอกและเอว โดยที่ปมประสาทตัวที่ 1
(preganglionic nerve ending) จะปลอยสารเคมีพวก acetylcholine ออกมา สวนที่ ปมประสาท
่
ตัวที่สอง(postganglionic nerve ending) จะหลังสารเคมีพวก norarenalin หรือ norepinephrin
อาจเรียกเซลลประสาทพวกนี้วา adrenergic neuron สวนระบบ parasympathetic nervous
system ทั้งpreganglionic nerve ending และ postganglionic nerve ending จะหลั่งสารเคมี
47
ํ
พวก acetylcholine ออกมา มีผลไปยับยั้งการทํางานของกลามเนื้อเรียบ ทําใหรางกายไมทางาน
มากเกินไป เซลลประสาทพวกนีเ้ รียกวา cholinergic neuron
ตารางที่ 3.1 เปรียบเทียบการทํางานของระบบ sympathetic และ parasympathetic
การทํางานของอวัยวะ ระบบ sympathetic ระบบ parasympathetic
รูมานตา กวางออก แคบลง
หัวใจ หดตัวเร็วเพิ่มอัตราการเตน หดตัวชาลดอัตราการเตน
่
กลามเนื้อทีหลอดลม กวางออก แคบลง
ตอมเหงื่อ กระตุนการหลัง ่ ไมมีการควบคุม
ตอมน้ําตา ่
ยับยั้งการหลัง ่
กระตุนการหลัง
ตอมในกระเพาะและลําไส ยับยั้งการหลัง ่ กระตุนการหลัง ่
ตอมหมวกไตสวนใน หลั่งฮอรโมน epinephrin ไมมีการควบคุม
ตอมหมวกไตสวนนอก หลั่งฮอรโมน ไมมีการควบคุม
glucocorticoid
เสนเลือดของผิวหนัง หดตัว ไมมีการควบคุม
เสนเลือดที่อวัยวะภายใน หดตัว ไมมีการควบคุม
ยกเวนหัวใจและปอด
ตับ กระตุนการสลายไกลโคเจน กระตุนการสังเคราะหไกล
ํ
และลดการหลั่งน้าดี โคเจน
ํ
ถุงน้าดี คลายตัว หดตัว
กลามเนื้อทอทางเดินอาหาร ลดการบีบตัว เพิ่มการบีบตัว
กลามเนื้อกระเพาะปสสาวะ คลายตัว หดตัว
ไต เสนเลือดในไตหดตัว ไมมีการควบคุม
ปสสาวะลดลง
ตับออน ่
ตับออนหลังเอ็นไซม ไมมีการควบคุม
มดลูก ยับยั้งการหดตัว ถาสัตวตั้ง มีผลนอย
ทอง
ที่มา : ดัดแปลงจาก Farndson .,1974
48
cerebrum preganglionic neuron
posganglionic neuron
face brain stem
face
spinal cord
parasympathetic nervous system sympathetic nervous system
ภาพที่ 3.6 ระบบประสาทอัตโนมัติ
ดัดแปลงจาก : Carola และ คณะ ,1992
ิ ู
ระบบประสาทอัตโนมัตทํางานโดยมีศนยควบคุมการทํางานอยูที่สมองสวน medulla
oblongata สมองสวน hypothalamus และไขสันหลัง การทํางานของระบบประสาทอัตโนมัติสวน
ใหญจะทํางานเพื่อรักษาความสมดุลภายในของรางกาย การตอบสนองตอสิ่งเราของรางกายในทุก
กรณีจึงจัดเปนรีเฟล็กซ (reflex action) ซึ่งหมายถึงปฏิกิริยาตอบสนองของอวัยวะตอสิ่งเราอยาง
ั
ทันทีทนใด โดยเปนการตอบสนองที่อยูนอกอํานาจจิตใจ การตอบสนองตอสิ่งเราดังกลาวจะ
ึ้
เกิดขึ้นได จะตองเกี่ยวของกับเซลลประสาทอยางนอย 2 เซลลขนไป(เซลลประสาทรับความรูสก ึ
่
และเซลลประสาทสังการ) โดยมีไขสันหลังเปนตัวสั่งการ หรือตัวสั่งการอาจเปนไดทั้งระดับไขสัน
้
หลังและสมองก็ได reflex action ที่เปนวงจรงายๆมักมีการสั่งการระดับไขสันหลังเทานันเรียกวา
49
่
reflex arc ซึงแบงออกเปน reflex arc ของระบบประสาทนอกอํานาจจิตใจ และระบบประสาทใต
อํานาจจิตใจ
reflex arc ของระบบประสาทใตอํานาจจิตใจประกอบดวยหนวยทํางานตางๆ ดังนี้คือ
สิ่งเรา ตัวรับความรูสึก ประสาทรับความรูสึก
preganglionic neuron
การตอบสนอง หนวยปฏิบัติการ postganglionic neuron
ภาพที่ 3.7 แผนภูมิแสดง reflex
reflex arc ที่เกิดกับกลามเนื้อลายหรือระบบประสาทภายใตอํานาจจิตใจไดแก strech
reflex หรือ knee reflex, flexor reflex และ cross extensor reflex สวน reflex arc ที่เกี่ยวกับ
ระบบประสาทที่อยูนอกอํานาจจิตใจไดแก visceral reflex เชน การสั่งการในการหลังน้ายอย ่ ํ
อาหารในกระเพาะ และการหลั่งน้ําลายหรืออาการน้ําลายไหลเมื่อมองเห็นอาหาร เปนตน
reflex arc ที่เกี่ยวของกับสมองจะพบ reflex center ในระบบประสาทสวนกลางเชนสมอง
สวนหนา สมองสวนหลัง สวนไฮโปธาลามัสและ medulla oblongata แตละสวนของสมองจะ
ควบคุม reflex action ในสวนตางๆของอวัยวะในรางกายที่แตกตางกันไป สมองสวนหนาจะมี
reflex center ของการไดยินเสียงดัง การตื่นเตนตกใจและกลไกการขยายหรือหรี่มานตา สมอง
สวนหลังจะมี reflex center ของการเคลื่อนไหวของรางกาย สวนไฮโปธาลามัสจะมี reflex center
ที่เกี่ยวของการการควบคุมอุณหภูมิและความสมดุลของน้ําในรางกาย และสวนmedulla
oblongata จะมี reflex center ของการเตนของหัวใจ การไอ การจาม การกลืน การหายใจ และ
การอาเจียรเปนตน
สามารถแบง reflex action ที่เกิดขึ้นในสัตวเลี้ยงออกเปน 2 ประเภทคือ
่
1.reflex ทีมีมาแตกําเนิดเรียกวา inborn reflex เชนการหาอาหาร การเคี้ยวเอื้อง การสง
เสียงรองและการขับถายเปนตน ซึ่งจัดเปน reflex ที่ไมตองเรียนรู
2.condition reflex เปน reflex ที่เกิดขึ้นไดหลังคลอด สวนใหญจะเปนรีเฟล็กซที่เกิดขึ้น
จากการฝกหรือจากการเรียนรูเชน รีเฟล็กซของการหลั่งน้ํานมในโค (milk ejection reflex)
Get documents about "