Docstoc

Voip

Document Sample
Voip Powered By Docstoc
					                                                      1

                              โทรศัพท์ บนเครื อข่ ายอินเตอร์ เน็ต
                             Voice over Internet Protocol ( VoIP )

            Voice over IP (VoIP) คือการส่งข้ อมูลเสียงแบบ 2 ทางบนระบบเครื อข่ายแบบ packet-switched IP
                ่                                                        ่
network. ซึงข้ อมูลนี ้จะถูกส่งผ่านเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ตสาธารณะ เพื่อสือสารระหว่าง VoIP ด้ วยกัน
          ั
โคยที่ยงคงความเป็ นส่วนตัวไว้ ได้ VoIP ถูกเริ่ มต้ นใช้ งานกันอย่างกว้ างขวางในช่วงdกลางปี ค.ศ. 1900
                                ่
เพื่อให้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ สวนบุคคลสามารถสนทนา ระหว่างกัน ได้
รวมถึงการสนทนากับโทรศัพท์พื ้นฐานอีกด้ วยโดยไม่เสียค่าบริ การแต่อย่างได
                              ู
และคุณภาพของบริ การก็ถกพัฒนาขึ ้นมาเรื่ อยๆจนเทียบเท่าระบบ โทรศัพท์พื ้นฐาน

1.ลักษณะการใช้ งาน VoIP
สามารถแบ่งได้ เป็ น 3 ลักษณะคือ
1.1 คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล ไปยัง คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล ( PC to PC )
                                                               ่ ั
 PC มีการติดตัง้ sound card และไมโครโฟน ที่เชื่อมต่ออยูกบเครื อข่าย IP การประยุกต์ใช้ PC และ IP-
                                  ่
enabled telephones สามารถสือสารกันได้ แบบจุดต่อจุด หรื อ แบบจุดต่อหลายจุด โดยอาศัย software
ทางด้ าน IP telephony
                                                     ื้
1.2 คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล ไปยัง โทรศัพท์ พนฐาน ( PC to Phone )
เป็ นการเชื่อมเครื อข่ายโทรศัพท์เข้ ากับ เครื อข่าย IP ทาให้ โดยอาศัย Voice trunks ที่สนับสนุน voice packet
ทาให้ สามารถใช้ PC ติดต่อกับ โทรศัพท์ระบบปรกติได้
1.3 โทรศัพท์ กับโทรศัพท์ ( Telephony )
เป็ นการใช้ โทรศัพท์ธรรมดา                                                              ติดต่อกับโทรศัพท์ธรรมดา
                                       ้                                                    ่ ้
แต่ในกรณีนี ้จริ งๆแล้ วประกอบด้ วยขันตอนการส่งเสียงบนเครื อข่ายแพ็กเก็ตประเภทต่างๆซึงทังหมดติดต่อกันระ
หว่างชุมสายโทรศัพท์ (PSTN) การติดต่อกับ PSTN หรื อ การใช้ โทรศัพท์ร่วมกับเครื อข่ายข้ อมูลจาเป็ นต้ องใช้
gateway

2. ส่ วนประกอบของระบบ VoIP
ระบบของ VoIP สามารถแบ่งได้ เป็ น 4 ส่วนคือ
2.1 Voice Processing module
        ่                                                                ่
 ทาการสุมตัวอย่างสัญญาณเสียงเพื่อส่งผ่านเครื อข่าย IP ซอฟต์แวร์ นี ้โดยทัวไปทางานบน DSP (Digital Signal
                                                                       ่       ่ ั
Processing) Voice Processing module จะต้ องประกอบด้ วยโปรแกรมซึงทาหน้ าทีดงต่อไปนี ้
                                           ่                                              ั
2.1.1 PCM Interface รับตัวอย่าง (สัญญาณสุม) จาก telephony (PCM) interface และส่งต่อให้ กบ VoIP
                      ั
Software module ปฏิบติการต่อ PCM Interface
          ่                 ้
จะทาการสุมตัวอย่างเฟสอีกครังจากตัวอย่างที่เป็ นผลลัพธ์ของ analog interface
  ่                     ่ ้
ซึงจะมีการทาการบีบอัดเพือปองกันสัญญาณรบกวน และทาการแปลงสัญญาน Analog เพื่อไปเป็ น Digital
                                                     2

2.1.2 Echo Cancellation Unit เป็ นหน่วยกาจัดการสะท้ อนของสัญญาณข้ อมูลเสียงที่ถกสุมตัวอย่าง   ู ่
                       ่
และรูปแบบของการสือสารเป็ นแบบ full duplex ตามมาตรฐานของ ITU G.165 หรื อ G.168 echo cancellation
                                                 ่
จาเป็ นกรณีที่ความล่าช้ า 1 รอบของ VoIP มีคามากกว่า 50 ms
                                                                                       ั
2.1.3 Voice Activity/Idle Noise Detector มีหน้ าที่ระงับการส่งแพ็กเก็ตเมื่อไม่มีสญญาณเสียง
                                              ่                                   ่
ทาให้ ประหยัดแถบความถี่ ถ้ าตรวจจับได้ วาไม่มีกิจกรรมเกิดขึ ้นในช่วงเวลาหนึง ผลลัพธ์ของ voice encoder
                    ่
จะถูกระงับไม่ให้ สงผ่านเครื อข่าย ระดับของเสียงว่างเปล่า (idle noise)
จะถูกวัดและแจ้ งให้ ปลายทางทราบเพื่อที่จะแทรก "comfortable noise"
เข้ าไปในสายเพื่อไม่ให้ คนฟั งได้ รับสายเงียบในโทรศัพท์
                                   ่
2.1.4 Tone Detector ทาหน้ าทีตรวจจับการได้ รับ DTMF tones (Dial Tone Multi-Frequency; กลุมของ tones    ่
                                                               ึ่
ที่ตรงตามมาตรฐานและถูกเขียนทับ ใช้ ในสัญญาณโทรศัพท์ซงกาเนิดโดย touch tone pad)
และแยกแบะสัญญาณว่าเป็ นเสียง หรื อ แฟกซ์
                                     ่
2.1.5 Tone Generator มีหน้ าทีกาเนิด DTMF tones และ call progress tones
             ่                ั
ภายใต้ คาสังของระบบปฏิบติการ (OS)
2.1.6 Facsimile Processing module มีหน้ าที่ถ่ายถอดแฟกซ์โดยดีมอดูเลตสัญญาณ PCM
และแยกข่าวสารออกมา และบรรจุข้อมูลที่สแกนแล้ วลงในแพ็กเก็ต
                                                                               ู
2.1.7 Packet Voice Protocol module มีหน้ าที่รวบรวมสัญญาณเสียงที่ถกบีบอัด และข้ อมูลแฟกซ์
เพื่อส่งผ่านเครื อข่ายข้ อมูล แต่ละแพ็กเก็ตมีลาดับเลขที่ทาให้ แพ็กเก็ตที่ได้ รับถูกส่งเรี ยงกามลาดับถูกต้ อง
และสามารถตรวจจับแพ็กเก็ตที่หายได้
                                                        ั
2.1.8 Voice Playout module ที่ปลายทาง ทาหน้ าที่บฟเฟอร์ แพ็กเก็ตที่ได้ รับ
               ั
และส่งต่อให้ กบเครื่ องเข้ ารหัสเสียง เพื่อเล่นเสียงออกมา




                         รูปที่ 1 Block diagram ของ Voice Processing Module
                                                       3




                    รูปที่ 2 โครงสร้ างภายในตัวประมวลผลสัญญาณดิจิตอล ( DSP )

2.2 The Call Processing module
         ทาหน้ าที่เป็ น signaling gateway ยอมให้ มีการสร้ าง call ผ่านเครื อข่ายแพ็กเก็ต ซอฟต์แวร์ นี ้ support
E&M (Ear & Mouth Signaling; สายส่งสัญญาณระหว่าง PBX และ CO ใช้ ในการจองสาย, ส่งต่อดิจิต และ
เลิกสาย) และ loop
         Call Processing module จะตรวจจับสัญญาณเรี ยกใหม่ที่เกิดขึ ้น และเก็บข้ อมูลเกี่ยวกับที่อยู่
                                           ั ่        ั ั
ทางานอ้ างอิงตาม protocol H.323 มีฟังก์ชนทีต้องปฏิบติดงนี ้
                                 ่                             ่
2.2.1 ตรวจสอบ interface ที่ตอกับเครื อข่ายโทรศัพท์เพื่อรับคาสัง และผลตอบที่จะเข้ ามา
                                         ้
2.2.2 แยกข่าวสารออกมา และสิ ้นสุดขันตอนการเข้ าสัญญาณ (terminate signaling protocols เช่น E&M)
                               ่
2.2.3 จัดการกับข่าวสารให้ อยูในรูปแบบที่สามารถเปิ ดการประชุม (session) ผ่านเครื อข่ายแพ็กเก็ต
                                       ้
แปลงเบอร์ โทรศัพท์เป็ น IP address ขันตอนการหมุนเรี ยก (dialing) มี 2 วิธีคือ
          (1) single stage หมุนเรี ยกเบอร์ ของปลายทาง และ ใช้ วิธีเลือกเส้ นทางแบบอัตโนมัติ
          (2) two stage หมุนเรี ยกเบอร์ ของ VoIP gateway แล้ วหมุนเรี ยกปลายทางจริง

2.3 Packet Processing module
                 ้              ั
          เป็ นขันตอนการบรรจุสญญาณข้ อมูลเสียงลงในแพ็กเก็ต เพิ่ม transport headers
ก่อนส่งแพ็กเก็ตผ่านเครื อข่าย IP (หรื อเครื อแพ็กเก็ตอื่นๆ) แปลงข่าวสารของสัญญาณจาก telephony protocol
เป็ น packet signaling protocol
                                                             ่
          VoIP ทางานโดยอาศัย protocol ที่ชื่อว่า H.323 ซึงเป็ นชุดของมาตรฐานทีเ่ กี่ยวกับหลายเรื่ องรวมกัน
                   ้
โดยคลอบคลุมทังการสือสารแบบ จุดต่อจุด และหลายจุดพร้ อมๆกัน
                                                       4




                            รูปที่ 3 ตัวอย่ างเครือข่ ายที่รองรับมาตรฐาน H.323

                                                                                              ่
(1) Terminal คือ client หรื อจุดที่ข้อมูล H.323 ถูกสร้ างหรื อขึ ้น หรื อสิ ้นสุดการเดินทาง ซึงอาจจะเป็ น PC
                                                     ่
หรื อว่า เครื่ องโทรศัพท์ที่สนับสนุน เครื อข่าย IP ซึงอาจจะสนับสนุนสัญญาณวีดีโอด้ วยก็ได้ Gateway คือ
                                ่ ่                                                        ั          ่
ใช้ สาหรับเชื่อมต่อเครื อข่ายทีตางชนิดกัน เพื่อทาการแปลงชนิดของข้ อมูลให้ เข้ ากันได้ กบเครื อข่ายทีจะเชื่อมต่อ
                                                                         ่
(2) Gatekeeper เป็ นตัวช่วยบริการต่างๆในแต่ละฝั่ งของเครื อข่าย ซึงมีหน้ าที่ในการ แปลง address
ระหว่างหมายเลขโทรศัพท์ กับหมายเลข IP , จากัดการใช้ งานของแต่ละ terminal , บริ หาร bandwidth
                                           ั
และจัดการเกี่ยวกับการหาเส้ นทางให้ กบ แพ็กเก็ต
                                                            ่
Multipoint Control Unit (MCU) ใช้ ในการติดต่อแบบ หนึงจุดกับหลายจุด โดยจะทาการสร้ างวงจรเสมือน
              ั                     ่
ขึ ้นมา ให้ กบ terminal แต่ละตัวทีทาการสนทนากันอยู่

2.3.1 Procedures ของ H.323

         Audio Codecs
G.711 PCM สาหรับย่านความถี่เสียงพูด
G.722 7kHz audio coding ที่ 64kb/s
G.723.1 dual rate speech coders สาหรับส่งข้ อมูล multimedia ที่ 5.3 และ 6.3 kb/s
G.728 Codeing สาหรับเสียงพูดที่ 16 kb/s ใช้ Linear prediction
G.729 Codeing สาหรับเสียงพูดที่ 16 kb/s ใช้ conjugate-structure algebraic code excite linear
prediction
                                                    5

       Video codecs
H.261 Codecs สาหรับ ภาพและเสียง ที่ p*64 kb/s
H.263 Codecs สาหรับ ภาพและเสียง ที่ bit rate ต่า

       Data conferencing
H.120 Data protocol สาหรับ multimedia conferencing

         Control
                                                                          ่
H.245 กาหนด message ที่ใช้ เปิ ด channel ของ media stream รวมไปถึงคาสัง(command),
คาขอร้ อง(request), และสัญญาณบอกสถานะ(indication) อืนๆ   ่
                                                                            ่
H.225.0 กาหนด message ที่ใช้ ควบคุมการเรี ยก หรื อ ขอติดต่อไปยังอีกฝ่ ายหนึง (call control)
     ้
รวมทังสัญญาณที่ใช้ (signaling), การตอบรับ (registration และ admission)
       ้
รวมทังการแบ่งแพ็กเก็ตและควบคุมจังหวะการทางานให้ ตรงกัน ของข้ อมูลที่สง  ่
(packetization/synchronization of media stream)

      Realtime transport
RTP/RTCP คือ IETF RFC1889 ใช้ สาหรับส่งข้ อมูลเวลาจริง

       Security
H.235 กาหนดแนวทางของระบบรักษาความปลอดภัย การ Encryptions
                                                  ้
ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้ องของข้ อมูลในระบบ H.323 ทังหมด

        Supplementary Services
H.450.1 กาหนดแนวทางสาหรับบริ การเสริ ม กระบวนการและสัญญาณที่ใช้ สาหรับ ให้ บริ การ
ในรูปแบบที่คล้ ายกับโทรศัพท์ธรรมดา
H.450.2 และ 450.3 ใช้ ในการบริ การที่เกี่ยวข้ องกับการโอนสาย

             ้
2.3.2 ลาดับชันของ H.323 Terminal
                                                     6

                                                 ้
                                 รูปที่ 4 ลาดับชันของโปรโตคอล H.323
                                          H.323 Protocol Suite
               Video            Audio                Data           Transport
               H.261            G.711                T.122          H.225
               H.263            G.722                T.124          H.235
                                G.723.1              T.125          H.245
                                G.728                T.126          H.450.1
                                G.729                T.127          H.450.2
                                                                    H.450.3
                                                                    RTP
                                                                    X.224.0

                       รูปที่ 5 การแบ่ งประเภทของมาตรฐานในกลุ่มของ H.323



IP Header                    UDP Header         RTP Header        Voice DATA
20 bytes                     8 bytes            12 bytes

                                   รูปที่ 6 ตัวอย่ างแพ็กเก็ตของ H.323

2.4 Network management
          จะควบคุมการจัดส่งข้ อมูลไปให้ ถึงปลายทาง
                               ้
สาหรับการสนทนาด้ วยเสียงนันจาเป็ นอย่างยิ่งที่จะต้ องส่งข้ อมูลแบบเวลาจริ ง แต่สาหรับ TCP/IP นัน    ้
        ู                        ้
ไม่ได้ ถกออกแบบมาให้ ทาเช่นนันได้ เราทาได้ เพียงกาหนดนโยบายเพื่อให้ แพ็กเก็ต ของ H.323 ผ่าน router
                         ุ ่               ั
แต่ละตัวไปให้ เร็ วที่สด ซึงสามารถทาได้ ดงนี ้
              ่ ่                                                                              ้
2.4.1 TOS ซึงอยูใน header ของ IP Protocol จะถูกกาหนดให้ เป็ น high เพื่อระบุให้ แพ็กเก็ต นันเป็ น แพ็กเก็ต
                                                            ู
ที่มีความสาคัญสูง ยิ่งให้ ความสาคัญสูง แพ็กเก็ต ยิ่งใกล้ ถกส่งออกไปใกล้ เวลาจริงยิงขึ ้น
วิธีการจัดแถวคอยของ แพ็กเก็ต
                                                                           ่
1) FIFO ( First in First Out) เป็ นการส่งต่อ แพ็กเก็ต ตามลาดับก่อน-หลัง ซึงเป็ นวิธีที่ไม่ดีมากนัก
                                                          ี
2) WFQ (Weighted Fair Queuing) วิธีนี ้จะกาหนดให้ มความเสมอภาคกันของแต่ละ service เพือไม่ให้ มี   ่
                       ่
service ตัวใดตัวหนึงใช้ ช่องสัญญาณมากเกินไป
                                      ู
3) CQ (Custom Queuing) วิธีนี ้ให้ ผ้ ใช้ งานเป็ นผู้กาหนดความสาคัญของ แพ็กเก็ต แต่ละชนิดด้ วยตัวเอง
4) PQ(Priority Queuing) วิธีนี ้จะสร้ างแถวคอยขึ ้นมามากกว่า 1 แถว
  ่
ซึงแต่ละแถวจะมีความสาคัญที่แตกต่างกัน โดยการส่งต่อ จะเริ่ มส่งที่ละแถว
เมื่อแถวที่มีความสาคัญสูงสุดหมดแล้ ว จีงจะเริ่มส่งแถวที่มีความสาคัญน้ อยลงมา ตามลาดับ
                                                   7

                                                                                             ่
5) CB-WFQ (Class Based Weighted Fair Queuing) วิธีการนี ้จะมีความคล้ ายคลึงกับ WQF แต่ตางกันที่
                                                 ่
ได้ มีการเพิ่มคุณสมบัติของ class เข้ าไป โดยให้ คาของ bandwidth เป็ นคุณสมบัติของแต่ละ class

2.4.2 ทาการกาหนดขนาด และจากัด bandwidth ของแต่ละ terminal เพื่อรักษา bandwidth ให้
        ่          ่
คงที่อยูตลอดเวลา ซึงทาได้ โดยการ จากัด Bandwidth ของการ download และการ upload

                                       ่             ่          ิ
2.4.3 มีการตรวจสอบเพื่อบ้ องกันการคับคังของข้ อมูล ซึงอาจจะใช้ วธี RED (Random Early Detection)
เพื่อตรวจสอบ ปริ มาณข้ อมูล


              Voice Coder        Bandwidth             Frame Duration    Frame Size
                                 in bits/sec           in milliseconds   In bytes

              G.711              64000                 15                120

              G.723.1            5300-6300             30                24

              G.729a             8000                  10                10

              SX7300             7300                  15                14

              SX9600             9600                  15                18


                               รูปที่ 7 ชนิดของรหัสและขนาดของเฟรม

3. จุดเด่ นของ VoIP
3.1 Cost Reduction ลดค่าโทรศัพท์ทางไกล
                                                                               ่
ประหยัดค่าส่งแฟกซ์และข้ อความเสียงเนื่องจากอัตราค่าบริ การของอินเทอร์ เน็ตคงทีใม่ขึ ้นกับระยะเวลาและระย
                                                ่
ะทาง ลดต้ นทุนค่าอุปกรณ์เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ สงสัญญาณข้ อมูลและเสียงเป็ นตัวเดียวกัน
3.2 Simplification จานวนอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ลดลงเพราะโครงสร้ างพื ้นฐานของ VoIP
              ่
สนับสนุนการสือสารทุกรูปแบบ การรวมโครงสร้ างพื ้นฐานย่อยเหล่านี ้เข้ าด้ วยกันสามารถรองรับ dynamic
                    ุ
bandwidth ได้ ดีที่สด และยังออกแบบให้ ทนต่อความผิดพลาดด้ วย
                                                                          ั้
3.3 Consolidation คือ SNMP-based management สามารถให้ บริ การได้ ทงเสียงและข้ อมูลโดยใช้ VoIP การที่
                                                            ่
Internet Protocol มีการใช้ งานอย่างกว้ างขวางจะช่วยลดความยุงยาก
                ่                                                    ่
เพิ่มความยืดหยุนและลดการเกิดความผิดพลาด ส่งผลให้ ระบบมีความมันคงมากขึ ้น

4. จุดอ่ อนของ VoIP
4.1 Delay (ความล่ าช้ า)
                                                  8

                                                                                       ุ่
ความล่าช้ าในการส่งสัญญาณข้ อมูลเสียงแบบแพ็กเก็ตเกิดจากการรวบรวมสัญญาณที่สมตัวอย่างจากสัญญา
ณเสียง, เวลาในการเข้ ารหัส/ถอดรหัส, เวลาในการเข้ าแพ็กเก็ต, jitter buffer delay,
และความล่าช้ าของเน็ตเวิร์ค, ปั ญหาการล่าช้ าจากการรอในแถวคอย และ
                                                         ่                      ่
ปั ญหาที่เกิดจากความล่าช้ าของสัญญาณจากปลายสายหนึงถึงอีกปลายสายหนึงในเครื อข่ายสัญญาณเสียง คือ
                    ู
เสียงสะท้ อนและ ผู้พดพูดซ้ อนกัน จะเกิดเสียงสะท้ อน (echo) ขึ ้นเมื่อความล่าช้ าของเสียงทีเ่ ดินทาง 1
        ่
รอบมีคามากกว่า 50 ms ระบบ VoIP
                                                                                   ู ู
จาเป็ นจะต้ องมีการควบคุมเสียงสะท้ อนและโปรแกรมกาจัดสัญญาณสะท้ อน การที่ผ้ พดพูดซ้ อนกัน (talker
                                ่
overlap) จะเป็ นปั ญหาสาคัญเมือความล่าช้ าของสัญญาณเสียงทิศทางเดียว (one way delay) มีคามากกว่า    ่
250 ms


                 Source                         Latency
                                                (in milliseconds)

                 Network Interface              1 (1.54 Mbps T1)

                 Framing                        30 (G.723.1)

                 Processing Time                10 (worst case)

                 Buffering                      0 (no additional buffering)

                 Packetization                  30 (two frames per packet)

                 Media Access Delay             10 (5 – 2msec hops)

                 Routing                        50 (router dependent)

                 Jitter Buffering               30 msec (one buffer)

                 Total One-Way Latency          161 msec


                                                                ้
                             รูปที่ 8 ตัวอย่ างเวลาที่เสียไปในขันตอนต่ างๆ

4.2 Jitter (เสียงกระตุก หรือ สั่น)
เสียงกระตุกเกิดจากความไม่แน่นอนของระยะเวลาระหว่างแพ็กเก็ตที่มาถึง
  ่
ซึงเกิดจากความล่าช้ าในการส่งสัญญาณบนเครื อข่าย
                                                                                             ่ ุ
เราสามารถกาจัดเสียงกระตุกนี ้ได้ โดยการรวบรวมแพ็กเก็ตและเก็บมันไว้ นานพอจนแพ็กเก็ตที่ช้าทีสดสามารถม
                                  ู
าถึงทันเวลาทีเ่ ล่นเสียงออกมาได้ ถกต้ องตามลาดับ หรื อทาการบีบอัดข้ อมูลด้ วย high rate compression
                                                    9

                                ่                                                        ่             ่
algorithms ตัวอย่างเช่น LPC10 ซึง ใช้ bandwidth เพียง 2.5 kbps หรื อประมาณ 313 bytes/s ซึงวิธีนี ้จะเพิม
                                                   ่
delay แต่ลดความผันแปรของdelay ของแต่แพ็กเก็ตที่สงผ่านเครือข่ายแพ็กเก็ต




                                                             ้
                                     รูปที่ 9 delay ที่เกิดขึนในระบบ




                                      รูปที่ 10 การเกิด Jitter delay

4.3 Packet loss (การสูญหายของแพ็กเก็ต)
                                        ่          ่
 เครื อข่าย IP ไม่สามารถรับประกันได้ วาแพ็กเก็ตที่สงไปครบและถูกต้ องตามลาดับ
                    ู                     ี                        ่
แพ็กเก็ตส่วนใหญ่สญหายไปในช่วงที่มการใช้ งานมาก (peak load) ซึงเกิดจากความจุไม่เพียงพอ
                                                         ่
และการถ่ายทอดเสียงต้ องการความต่อเนื่องของเวลา วิธีสงข้ อมูลซ ้าใหม่บนพื ้นฐานของ TCP
เดิมจึงไม่เหมาะสมสาหรับสัญญาณเสียง
                                                                                  ้
ต้ องใช้ วิธีแทรกคาพูดโดยย้ อนเล่นแพ็กเก็ตก่อนหน้ าและส่งข่าวสารเดิมช ้ากันหลายครัง
                       ู              ่
เพื่อชดเชยแพ็กเก็ตที่สญหายไป โดยทัวไประบบสามารถทนแพ็กเก็ตสูญหายได้ ไม่เกิน 10%
                                            ่
การรักษาระดับของคุณภาพเสียงให้ คงทีกระทาได้ โดยใช้ เทคนิคการอัดสัญญาณ, การห้ ามระงับเสียง (silence
                  ่
suppression) ซึงเป็ นการตรวจหาช่องว่างในเสียงพูดและ ระงับการส่งสัญญาณในจังหวะเงียบนี ้ และ ใช้ QoS-
enabled transport network

4.4 ปั ญหาเนื่องจากการใช้ IP masquering
 เกิดจาก IP Masquering เป็ นการใช้ terminal หลายตัวเพื่อเข้ าสู่ เครื อข่าย IP ด้ วย public IP Address
                       ิ
เพียงตัวเดียว โดยใช้ วธีที่เรี ยกว่า NAT ( network address translation) เนื่องจาก H.323 มีการกาหนด
                                            ้
Address ในระกับของ Application ดังนัน source จากภายนอก จึงไม่สามารถอ้ างถึง destination ที่เป็ น
                                  ้
private IP Address ได้ ดังนันจึงจาเป็ นต้ องแก้ ไขโดยการติดตัง้ module ในการแก้ ไข แพ็กเก็ต ของ H.323
ในตัว router เพื่อให้ สามารถใช้ งานได้
                                                    10

                       A
                       B                Router with NAT                         Internet

                       C

             รูปที่ 11 การใช้ IP Address แบบ private โดยใช้ network address translation

4.5 มาตรฐานของ H.323 ยังไม่ น่ ิง
                                  ่                                 ุ ั                  ้
ทุกวันนี ้ มาตรฐาน H.323 ยังคงอยูในระหว่างการพัฒนา โดยที่ รุ่นปั จบนนี ้ (2.0) ซึงออกมาตังแต่ปี 1998
   ั        ุ      ิ                                            ่
ก็ยงคงมีคณสมบัตใหม่ๆเพิ่มขึ ้นมาอยูเ่ รื่ อยๆ ตัวอย่างเช่น การสือสารในรูปแบบของ wireless และ GSM
ทาให้ ต้องมีการ ปรับปรุง application บ่อยครัง ้

5. สิ่งสาคัญที่ผลักดันให้ VoIP เป็ นที่ต้องการทางด้ านการตลาด
5.1               ่
      การติดต่อสือสารมีราคาถูก
5.2                   ่
      สามารถติดต่อสือสารได้ กว้ างไกล
5.3                                        ั
      จานวนผู้ใช้ งานอินเทอร์ เน็ตในปั จจุบนมีจานวนมากขึ ้น
5.4   ความก้ าวหน้ าทางด้ านการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
5.5                                                 ่
      ความต้ องการที่จะมีหมายเลขเดียวในการติดต่อสือสารทัวโลก่
5.6         ่                                                           ั
      การเพิมขึ ้นอย่างมากมายของการทารายการต่างๆ บน e-Commerce ในปั จจุบน
5.7                                                            ั
      การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Wireless Communication ในปั จจุบน

6. สรุป
                                      ่
            VoIP ทางานโดยการสุมรับเสียงพูดที่เป็ น Analog เข้ ามาแล้ วแปลงเป็ นข้ อมูล Digital
ทาการบีบอัดข้ อมูล เพื่อส่งออกไปผ่านเครื อข่าย IP โดยมีวิธีการจัดการกับ แพ็กเก็ต
   ้
นันเพื่อให้ ข้อมูลเดินทางไปถึงปลายทางโดยเสียเวลาเดินทาง และมีการสูญหาย น้ อยที่สด      ุ
เพื่อรักษาคุณภาพของเสียงไว้ ให้ ใกล้ เคียงกับโทรศัพท์ระบบ PSTN มากที่สด    ุ
                                          ู                ่
            ทุกวันนี ้ VoIP ได้ รับการพิสจน์แล้ วว่าเป็ นสิงที่กระทาได้
      ้                              ่ ี่
ดังนันการแข่งขันในเรื่ องนี ้จึงอยูทการปรับเข้ ากับมาตรฐานที่มีอยู่ การออกแบบ terminals และ
                                                                                     ้
การปรับปรุงคุณภาพของการให้ บริ การ ตลอดการพัฒนาวิธีการจัดการควบคุมและปองกัน แพ็กเก็ต สูญหาย,
การล่าช้ า, ความหนาแน่น, ความน่าเชื่อถือของระบบ และ ความสามารถในการขยายพื ้นที่ใช้ งาน
                         ั
แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยงมีปัญหาเกิดขึ ้นอยูเ่ นื่องมาจาก เครื อข่าย IP
        ู
ไม่ได้ ถกออกแบบมาเพื่อส่งข้ อมูลในลักษณะที่เหมาะสมสาหรับเสียง
                                                             ่
จึงทาให้ การจัดการกับข้ อมูลยังคงมีความซับซ้ อนอยูมาก และมาตรฐานของ VoIP
                           ่                                                       ่
ยังไม่นิ่งเนื่องจากยังอยูในระหว่างการพัฒนา จึงทาให้ การติดต่อระหว่างอุปกรณ์ที่ตางชนิดกันทาได้ ยาก
                                               11

เอกสารอ้ างอิง

[1] L.R. Rabiner, The impact of voice processing on modern telecommunications, Proceeding of the
    Speech Communication 17,p 217-226,1995
[2] A.Barberis,C.Casetti,J.C.De Martin,M.Meo, A simulation study of adaptive voice communications
    on IP networks, Proceeding of the Computer Communication 24,p 757-767,2001
[3] Alcatel Inc. , IP Telephony Design Guide ,Alcatel white paper, April 2003
[4] Voice Over IP Reference Page, Available on http://www.protocols.com/pbook/VoIP.htm
     ( 19 August 2004)
[5] Roberto Arcomano berto, VoIP Howto, August 7, 2002, Available on
     http://www.tldp.org/HOWTO/VoIP-HOWTO.html (19 August 2004)
[6] Alan Percy, Senior Sales Engineer, Understanding Latency in IP Telephony, Available on
     http://www.telephonyworld.com/training/brooktrout/iptel_latency_wp.html
     (19 August 2004)
[7] Asim Karim, Ohio State University , H.323 and Associated Protocols , Available on
    http://www.cis.ohio-state.edu/~jain/cis788-99/h323/index.html (19 August 2004)
[8] ปวีณ เขื่อนแก้ ว.2004.”โทรศัพท์บนเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต (Voice over Internet Protocol
( VoIP )”.ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:12
posted:1/22/2013
language:Thai
pages:11