dj 2555128school712edocs001583 by zCcBpI7

VIEWS: 5 PAGES: 3

									                                การจัดการเรียนรู้ ทเี่ น้ นผู้เรียนเป็ นสาคัญ
         การจัดการเรี ยนรู้ที่เน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญ หมายถึง
                                                         ิ
การจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับการดารงชี วต เหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของผูเ้ รี ยน
โดยให้ผเู ้ รี ยนมีส่วนร่ วมและลงมือปฏิบติจริ งทุกขั้นตอน จนเกิดการเรี ยนรู ้ดวยตนเอง (นคร
                                                    ั                                        ้
พันธ์ณรงค์ อ้างอิงใน http://www.yupparaj.ac.th/education/topic203.doc)
ซึ่งหลักในการจัดการเรี ยนรู้ที่เน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญมีหลักการที่สาคัญดังนี้
                                         ้                 ้
         1.1. ให้ผเู้ รี ยนเป็ นผูสร้างความรู้ดวยตนเอง โดยการ
                        1.1.1 แสวงหาข้อมูล
                        1.1.2 ศึกษาทาความเข้าใจ
                        1.1.3 คิดวิเคราะห์
                        1.1.4 ตีความ
                        1.1.5 แปลความ
                        1.1.6 สร้างความหมายแก่ตนเอง
                        1.1.7 สังเคราะห์ขอมูล  ้
                        1.1.8 สรุ ปข้อความรู้
         1.2 ให้ผเู ้ รี ยนมีบทบาทและมีส่วนร่ วมในกระบวนการเรี ยนรู ้ให้มากที่สุด
         1.3                   ให้ ผู ้เ รี ยนมี ป ฏิ สั ม พัน ธ์ ซ่ ึ งกั น และกั น และได้ เ รี ยนรู ้ จ ากกั น และกั น
                                                                               ั
ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู ้ ความคิด และประสบการณ์แก่กนและกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้
         1.4 ให้ผเู้ รี ยนได้เรี ยนรู้ "กระบวนการ" ควบคู่ไปกับ "ผลงาน/ข้อความรู้ที่สรุ ปได้"
         1.5 ให้ผเู้ รี ยนนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวตประจาวัน       ิ
         การเรี ยนรู้โดยยึดผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญเป็ นแนวทางการจัดการเรี ยนรู ้อย่างมีความสุ ข
                                                             ่
เป็ นสภาพการจัดการเรี ยนรู ้ในบรรยากาศที่ผอนคลาย เป็ นอิสระ ยอมรับความแตกต่างของบุคคล
มีความหลากหลายในวิธีการเรี ยนของผูเ้ รี ยน
และเปิ ดโอกาสให้ผเู้ รี ยนพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพซึ่ งจะทาให้ผเู ้ รี ยนเกิดการพัฒนาอย่างรอบด้า
                      ั
น รักการเรี ยนรู ้อนจะส่ งผลให้ผเู ้ รี ยนเห็นความสาคัญของการเรี ยนรู ้ และ ต้องการเรี ยนรู ้สิ่งต่าง ๆ
                             ิ
อย่างต่อเนื่ องตลอดชีวต ซึ่งแนวทางจัดการเรียนรู้ เพือให้ ผ้ ูเรียนเกิดการเรียนรู้ อย่ างมีความสุ ข
                                                                        ่
มีแนวทางที่สาคัญคือ
                                                       ั
         1. สิ่ งที่เรี ยนต้องเป็ นเรื่ องใกล้ตว มีความหมาย สอดคล้องกับการดารงชี วตของผูเ้ รี ยน          ิ
                 บทเรี ยนควรจะเริ่ มจากง่ายไปหายาก และมีความต่อเนื่ องในเนื้อหาวิชา
         2. กิจกรรมการเรี ยนต้องมีความหลากหลาย น่าสนใจ
                 เร้าใจที่จะปฏิบติเปิ ดโอกาสให้ผเู้ รี ยนทุกคนมีส่วนร่ วมในกิจกรรม ได้ลงมือปฏิบติ
                                    ั                                                                              ั
                  สัมผัสจับต้องด้วยตนเอง และเป็ นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนากระบวนการคิด
                  ตลอดจนพัฒนาทักษะชีวตและสังคม     ิ
              3. สื่ อการเรี ยนน่าสนใจ มีความหลากหลาย ผูเ้ รี ยนมีส่วนร่ วมในการทา การใช้
                  เป็ นสื่ อที่สามารถสร้างความเข้าใจได้ชดเจน  ั
                  สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ที่กาหนด จนผูเ้ รี ยนเกิดความคิดรวบยอด
                  หรื อสร้างองค์ความรู้ได้ดวยตนเอง   ้
              4. การประเมินผล
                  ควรมุ่งเน้นการประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพของผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล
                  ไม่กดดันหรื อสร้างความเครี ยด และควรเปิ ดโอกาสให้ผเู ้ รี ยนได้ประเมินตนเอง
                  ประเมินซึ่ งกันและกัน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ และเติมพลังการเรี ยนรู ้ให้แก่ผเู ้ รี ยน
                                                 ั
              5. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครู กบผูเ้ รี ยน ควรแสดงออกด้วยความรัก ความเมตตา
                  มีความอาทรซึ่ งกันและกัน ยอมรับในความแตกต่างซึ่ งกันและกัน
                  เชื่อมันในศักยภาพของกันและกัน
                         ่
                  เปิ ดโอกาสให้ได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ตามแบบของตนเอง
              6. ค รู ค ว ร ใ ห้ ก า ร เ ส ริ ม แ ร ง แ ล ะ ส นั บ ส นุ น ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ป ร ะ ส บ ค ว า ม ส า เ ร็ จ
                  ซึ่ งจะส่ ง ผลให้ ผู ้เ รี ยนเกิ ด ความสุ ข เกิ ด การยอมรั บ และเห็ น คุ ณ ค่ า ของตนเอง
                  มี ค วามกล้ า ที่ จ ะเผชิ ญ กับ ปั ญ หา กล้ า ที่ จ ะเรี ยนรู ้ สิ่ ง ใหม่ มี เ จตคติ ที่ ดี ต่ อ ตนเอง
                  บุคคลอื่นและสิ่ งต่าง ๆ รอบตัว
              7. ครู ไม่ควรใช้อานาจกับผูเ้ รี ยน ไม่เข้มงวดจนผูเ้ รี ยนเกิดความเครี ยด
                  ซึ่ งจะเป็ นการสกัดกั้นความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์
                  และการกล้าแสดงออกที่หลากหลายของผูเ้ รี ยน
              สรุปได้ ว่าการเรี ยนรู้อย่ างมีความสุ ขนั้น
                                                        ้
ครูผ้ สอนจาเป็ นต้ องจัดให้ เกิดขึ้นตลอดเวลาทังในระหว่ างการเรี ยนรู้ และ หลังการเรี ยนรู้แล้ ว
      ู
        ่
การทีครูจะจัดการเรี ยนรู้ให้ ผ้ ูเรี ยนมีความสุ ขนั้น
   ่
ทีสาคัญครูจะต้ องมีความสุ ขในการจัดการเรี ยนรู้ด้วย ยอมรั บในความสาคัญของผู้เรี ยน
            ่                                  ั                               ่
พร้ อมทีจะเปิ ดโอกาสทีเ่ หมาะสมให้ กบผู้เรี ยนทุกคน และ พร้ อมทีจะเรี ยนรู้สิ่งต่ าง ๆ
ร่ วมกันกับผู้เรี ยน
ซึ่งครูและนักเรี ยนควรจะมีการปรั บปรุงบทบาทของตนเองตามแนวทางการจัดการเรี ยนการสอนทีเ่
น้ นผู้เรี ยนเป็ นสาคัญ
              บทบาทครู และบทบาทผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็ นสาคัญ
                        1. บทบาทครู
                               1) ศึกษามาตรฐานการศึกษา และ วิเคราะห์หลักสู ตร
                               2) วางแผนการสอน กาหนดเป้ าหมาย และจุดประสงค์การเรี ยนรู ้
                                  ร่ วมกับผูเ้ รี ยน
                                                        ั
                               3) นากระบวนการวิจยในชั้นเรี ยนเข้ามาใช้ในการสอน
                               4) ออกแบบกิจกรรมการเรี ยนรู ้ที่เน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญ
                                   และการเรี ยนรู ้อย่างมีความสุ ข ร่ วมกับผูเ้ รี ยน
                               5) เตรี ยมวัสดุ อุปกรณ์ สื่ อการเรี ยนรู้
                                                                   ้            ั
                               6) ดูแลกระบวนการเรี ยนรู้ กระตุนให้ปฏิบติ ให้คาแนะนา
                               7) นาอภิปราย ช่วยผูเ้ รี ยนประมวลสรุ ปข้อเรี ยนรู ้
                               8) เสริ มความรู ้ และ ส่ งเสริ มการนาความรู ้ไปใช้
                               9) วัดผล ประเมินผลการเรี ยนรู้ของผูเ้ รี ยนตามสภาพจริ ง
                               10) บันทึกสรุ ปผลการสอน
                               11) วิเคราะห์เพื่อปรับปรุ งการเรี ยนการสอน
               2. บทบาทผูเ้ รี ยน
                               1) ร่ วมกาหนดเป้ าหมาย และ จุดประสงค์การเรี ยนรู ้
                               2) ร่ วมวางแผน ออกแบบกิจกรรมการเรี ยนรู ้
                                                     ้
                               3) สร้างความรู้ดวยตนเอง โดยการแสวงหาข้อมูล
                                   ศึกษาทาความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ ตีความ
                                   แปลความสร้างความหมายแก่ตนเองสังเคราะห์ขอมูล        ้
                                   สรุ ปข้อความรู้
                               4) มีส่วนร่ วมในกระบวนการเรี ยนรู ้
                               5) มีปฏิสัมพันธ์ซ่ ึ งกันและกัน และเรี ยนรู ้จากกันและกัน
                               6) เรี ยนรู ้กระบวนการควบคู่ไปกับผลงาน / ข้อความรู้ที่สรุ ปได้
                               7) นาความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน
จะเห็นได้ ว่าบทบาทของครูในการจัดการเรี ยนรู้ที่เน้ นผู้เรี ยนเป็ นสาคัญนั้น
คือจะอยู่ในฐานะผู้คอยอานวยความสะดวกโดยจัดสภาพแวดล้ อมการเรี ยน
บรรยากาศการเรียน
วิธีการเรี ยนเรี ยนและสื่ อวัสดุอุปกรณ์ ในการเรี ยนให้ เอื้อต่ อการเรี ยนรู้ด้วยตนเอวของผู้เรี ยน
                                               ั
ให้ ผ้ เู รี ยนได้ เรี ยนรู้ด้วยตนเอง ได้ พฒนาองค์ ความรู้ต่าง ๆ ด้ วยตนเอง การเรี ยนรู้ นั้น ๆ
                       ่
จึงจะเป็ นสิ่ งทีมีความหมายต่ อผู้เรี ยน

								
To top