DVD Digital Versatile Disc ?? ??? ?? ? ? ?? ? ? ??????? ????? ? ?

Document Sample
DVD Digital Versatile Disc ?? ??? ?? ? ? ?? ? ? ??????? ????? ? ? Powered By Docstoc
					                                        ั
                          โทรทัศน์ วีดิทศน์เพื่อการศึกษา

                                                   ั      ่
                    ความเป็ นมาของโทรทัศน์ และวีดิทศน์ เพือการศึกษา
ประวัติ
   • เดวิด ซาร์ นอฟฟ์ (DAVID SARNOFF) เด็กหนุ่มชาวรัสเซี ย
        หนีความยากจนจากชนบท เข้ามาสมัครเป็ นเด็กฝึ กงานกับ
                     ้
        มาร์โคนี ผูประดิษฐ์โทรเลขไร้สาย วันที่ 15 เมษายน 1912 ขณะที่ซาร์นอฟฟ์ ทางานอ
        ยู่ เขาได้รับสัญญาณโทรเลขไร้สาย
                                                      ่
        ขอความช่วยเหลือจากเรื อไททานิก ซึ่ งกาลังจมอยูในมหาสมุทรแปซิ ฟิก
   • เดวิด ซาร์ นอฟฟ์ (DAVID SARNOFF) เด็กหนุ่มชาวรัสเซี ย
        หนีความยากจนจากชนบท เข้ามาสมัครเป็ นเด็กฝึ กงานกับ
                       ้
        มาร์โคนี ผูประดิษฐ์โทรเลขไร้สาย วันที่ 15 เมษายน 1912 ขณะที่ซาร์นอฟฟ์ ทางานอ
        ยู่ เขาได้รับสัญญาณโทรเลขไร้สาย
                                                        ่
        ขอความช่วยเหลือจากเรื อไททานิก ซึ่ งกาลังจมอยูในมหาสมุทรแปซิ ฟิก
ประวัติ
   • โทรทัศน์เป็ นระบบโทรคมนาคมสาหรับการกระจายและรับภาพเคลื่อนไหวและเสี ยงตามร
                                          ้
        ะยะทาง และคาว่าโทรทัศน์ได้นาใช้อางอิงถึงแง่มุมต่าง ๆ
        ของรายการโทรทัศน์และการแพร่ ภาพด้วย
   • คาว่าโทรทัศน์ในภาษาอังกฤษ คือ television เป็ นคาผสมจากภาษากรี ก "Tele-"
        แปลว่า"ระยะไกล" ส่ วน "-vision" มาจากภาษาละติน "visio" แปลว่า"การมองเห็น",
                                 ี
        มักเรี ยกย่อเป็ น TV (ทีว)
   • ประเทศไทยเริ่ มมีการแพร่ ภาพโทรทัศน์เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 โดย บริ ษท ไทยทีวี
                                                                              ั
                                                          ั
        จากัด แพร่ ภาพทางช่อง 4 จากบางขุน-พรหม (ปั จจุบนเป็ นช่อง 9 อสมท.)

                             ระบบวิทยุโทรทัศน์ ในปัจจุบัน
   • ระบบการส่ งวิทยุโทรทัศน์ในโลกมีหลายระบบ
     การส่ งและการรับสัญญาณจะต้องเป็ นระบบเดียวกันจึงจะรับภาพได้และเสี ยงชัดเจนถูกต้อ
     ง
     สาเหตุที่ระบบวิทยุโทรทัศน์มีหลายระบบก็เนื่องจากความแตกต่างกันในเรื่ องระบบไฟฟ้ า
     ที่ใช้ในแต่ละประเทศ เช่น ประเทศในทวีปยุโรปใช้ไฟฟ้ า 220 โวลท์ 50 เฮิรตซ์
     ในขณะที่ประเทศอเมริ กาใช้ไฟฟ้ า 110 โวลต์ 60 เฮิรตซ์
   • เนื่องจากจานวนภาพที่ส่งต่อวินาทีตองเป็ นครึ่ งหนี่งของความถี่ไฟฟ้ าเพื่อให้ได้ภาพนิ่งที่สุ
                                       ้
     ด ทาให้จานวนภาพต่อวินาทีในการส่ งภาพไม่เท่ากัน
     อีกประการหนึ่งจานวนเส้นที่กวาดภาพบนจอโทรทัศน์ก็มีการกาหนดต่างกันออกไป
     บางระบบก็เป็ น 525 เส้น 625 เส้น หรื อ 819 เส้น
     ถ้าจานวนเส้นมากภาพก็จะมีรายละเอียดดีมาก มีความคมชัดมาก
     แต่ความกว้างของช่องสัญญาณก็จะสู งขึ้น
     ทาให้ส่งโทรทัศน์ได้นอยช่องลงเพราะความถี่มีจากัด
                            ้
   • ดังนั้นผูประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์โทรทัศน์จึงพยายามผลิตและพัฒนาระบบโทรทัศน์ของตัวเ
              ้
     องขึ้น ระบบโทรทัศน์สีในโลกเป็ น 3 ระบบใหญ่ คือ

                                ระบบวิทยุโทรทัศน์ ในปัจจุบัน

1. ระบบเอ็นทีเอสซี NTSC System
เป็ นระบบโทรทัศน์ระบบแรกของโลกซึ่ งคณะกรรมการระบบโทรทัศน์ในอเมริ กาได้คิดค้นขี้น
และใช้ในทวีปอเมริ กา และ ประเทศญี่ปุ่น ลักษณะของระบบนี้คือมีจานวนเส้น 525 เส้น
จานวนภาพ 30 ภาพต่อวินาที (60 ฟิ ลด์ต่อวินาที) มีความกว้างของช่องสัญญาณ 6 เมกะเฮิรตซ์
2. ระบบพาล PAL System เป็ นระบบที่เยอรมันคิดค้นขึ้นโดยดัดแปลงจากระบบ เอ็น ที เอส ซี
      ั
มีใช้กนในยุโรป ออสเตรเลีย และทวีปเอเชียบางประเทศ ประเทศไทยก็ใช้ระบบนี้
ลักษณะระบบนี้คือมีจานวนเส้น 625 เส้น จานวนภาพ 25 ภาพต่อวินาที (50 ฟิ ลด์ต่อวินาที)
ความกว้างของช่องสัญญาณ 7 เมกะเฮิรตซ์
3. ระบบเซกัม SECAM System เป็ นระบบที่สร้างโดยเฮนรี่ ดี ฟรานซ์ (Henri de France)
ชาวฝรั่งเศส มีใช้ในประเทศฝรั่งเศส ทวีปแอฟริ กาและประเทศในแถบเอเชียบางประเทศ
ลักษณะของระบบนี้ คือ มีจานวนเส้น 625 เส้น จานวนภาพ 25 ภาพต่อวินาที (50 ฟิ ลด์ต่อวินาที)
ความกว้างของช่องสัญญาณ 7 เมกะเฮิรตซ์
         นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งระบบวิทยุโทรทัศน์ออกเป็ นระบบเอ ถึง ระบบเอ็น
                                                              ั        ่
ตามคุณลักษณะต่างๆ ที่เหมือนกันอีกด้วย ดังนั้นใน 3 ระบบใหญ่น้ นจึงอาจอยูในระบบเอถึงเอ็น
                                          ่
การถ่ายทอดสัญญาณและรับสัญญาณต้องอยูในระบบเดียวกันจึงจะรับได้
เช่นในประเทศไทยใช้ระบบ PAL B หากส่ งสัญญาณเป็ น PAL M หรื อ PAL I
ก็จะรับสัญญาณไม่ได้ เครื่ องเล่นเทปโทรทัศน์ก็ตองเป็ นระบบเดียวกัน
                                              ้
ประเภทของสถานีวิทยุโทรทัศน์
การจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งอาจแบ่งได้ตามวัตถุประสงค์ของการดาเนินงานของสถานี คือ
1. วิทยุโทรทัศน์เพื่อการค้า (CTV : Commercial Television)
เป็ นสถานีโทรทัศน์ที่มีจุดมุ่งหมายผลิตรายการเพื่อตอบสนองธุ รกิจการค้าและการโฆษณา
ต้องอาศัยรายได้สนับสนุนจากการโฆษณา จึงมุ่งผลิตรายการเพื่อความบันเทิงเกือบทั้งหมด
           http://www.tv3.co.th/ http://www.tv5.co.th/
           http://www.ch7.com/ http://www.mcot.net/
           http://www.itv.co.th/
2. โทรทัศน์การศึกษา (ETV : Educational Television) เป็ นสถานีโทรทัศน์เพื่อให้ความรู ้ทวๆ ไป ั่
ในประเทศไทยมีอยูเ่ พียงสถานีเดียวคือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์
        ่
ตั้งอยูในกรุ งเทพฯ เริ่ มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 โดยเริ่ มต้นมีกาลังส่ งต่ามากเพียง 10
กิโลวัตต์เท่านั้น ต่อมาได้มีการปรับปรุ งเครื่ องส่ งขยายกาลังส่ งให้มากขึ้น
จนสามารถแพร่ ภาพออกอากาศได้ครอบคลุมเกือบทัวประเทศแล้ว     ่
สถานีประเภทนี้ไม่มีรายได้จากการโฆษณาโดยตรงแต่จะอาศัยเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและรัฐวิสา
หกิจเพียงอย่างเดียว
           http://www.nfe.go.th/etv/
3. โทรทัศน์การสอน (ITV : Instructional Television)
เป็ นสถานีโทรทัศน์เพื่อทาการสอนเพียงอย่างเดียว ในประเทศไทยยังไม่มีสถานีประเภทนี้เลย
4. โทรทัศน์วงจรปิ ด (CCTV : Closed Circuit Television)
เป็ นโทรทัศน์ที่ติดตั้งตามสถานศึกษาต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานบางหน่วย
โดยมากจะทาการผลิตรายการทางการสอนแล้วส่ งภาพทางสาย (microteaching) เพื่อตรวจเช็ค
(preview) หรื อวิจารณ์การฝึ กหัดสอนของครู การติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิ ดในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น
การจัดอบรมหรื อสัมมนาซึ่งมีคนฟังมากๆ
จาเป็ นต้องส่ งสัญญาณภาพและเสี ยงตามสายไปยังห้องอื่นๆ
 5. โทรทัศน์ชุมชน (CATV : Community Attenna Television)
เป็ นสถานีโทรทัศน์ที่ก่อตั้งขึ้นเป็ นพิเศษ ซึ่ งมีลูกค้าเป็ นผูรับโดยเฉพาะ
                                                               ้
                                            ้
สถานีจะส่ งออกอากาศไปยังบ้านของผูรับที่มีเสารับสัญญาณพิเศษเข้าเครื่ องรับแต่ละบ้าน
หรื อมีเสารับสัญญาณรวมแล้วต่อสายเคเบิลไปตามบ้านแต่ละหลัง จึงเรี ยกระบบโทรทัศน์แบบนี้วา
                                              ้                                                ่
โทรทัศน์ชุมชน
                                                                   ้
สาหรับการส่ งรายการโทรทัศน์ไปตามสายเคเบิ้ลจากสถานีตนทางไปยังบ้านที่บอกรับสมาชิกนั้นมี
ชื่อเรี ยกอีกอย่างหนึ่งว่า เคเบิ้ลทีวี (Cable Television)
ในประเทศไทย องค์การสื่ อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท)
เป็ นหน่วยงานแรกที่เริ่ มให้บริ การโทรทัศน์ตามสาย โดยระบบบอกรับสมาชิกตั้งแต่ปี 2522
โดยรับสัญญาณภาพและเสี ยงด้วยระบบ MMDS (Multipoint Multichannels Distribution System)
                                             ั ู้                                  ั
และจะต้องเสี ยค่าบริ การในการรับชมภาพ ปั จจุบนมีผรับสัมปทานไปดาเนินธุ รกิจคือ บริ ษท ยูทีวี
             ้
(UTV) แต่ถาบางจุดที่ไม่สามารถส่ งสัญญาณไปตามสายได้
ก็จะติดตั้งจานรับสัญญาณจากดาวเทียมมาแทน นอกจากสมาชิกจะได้รับชมรายการบันเทิงแล้ว
ก็ยงมีช่องสัญญาณของโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมไทยคมอีก 6 ช่องสัญญาณด้วย
   ั
   http://www.ubctv.com/




                            บทบาทของวิทยุโทรทัศน์ ทางการศึกษา

            ิ
 การใช้วทยุโทรทัศน์เพื่อการเรี ยนการสอนในระบบโรงเรี ยน
         ิ
- ใช้วทยุโทรทัศน์เป็ นเครื่ องมือทางการสอน
                                       ิ
โดยกาหนดแผนการสอนให้มีวทยุโทรทัศน์เข้ามาเป็ นกิจกรรมส่ วนหนึ่งของการเรี ยนการสอน เช่น
การบันทึกภาพเพื่อนามาวิเคราะห์ปัญหาและกาหนดวิธีแก้ไข
- ใช้เป็ นอุปกรณ์ในห้องปฏิบติการ เช่น ใช้กล้องโทรทัศน์ถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศน์
                                     ั
เพื่อประกอบการอธิบาย ซักถาม
                                                         ั
- ใช้เป็ นสื่ อกลางในการถ่ายทอดสื่ ออื่น เช่น บันทึกวีดิทศน์จากภาพยนตร์ สไลด์ รู ปภาพ
หรื อสื่ อเสี ยงอื่นๆ เข้าด้วยกัน ทาให้สะดวกต่อการใช้งาน
- รวบรวมเป็ นสื่ อไว้ในแหล่งความรู ้ เช่น
                                ู้ ้
ในห้องสมุดเพื่อบริ การให้ผตองการใช้และศึกษาด้วยตนเอง

          ิ
1. การใช้วทยุโทรทัศน์เพื่อการเรี ยนการสอนในระบบโรงเรี ยน
                                   ี ั
- ใช้ในการศึกษาระบบเปิ ด โดยใช้วดิทศน์เป็ นสื่ อหลักในการศึกษาทางไกลร่ วมกับสื่ ออื่นๆ เช่น
นาเสนอรายการโทรทัศน์ในชุดวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิ ราช
- ใช้ในระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของกรมการศึกษานอกโรงเรี ยน กระทรวงศึกษาธิ การ
ใช้การผสมผสานระหว่างสื่ อทางไกลประเภทต่างๆ และการผลิตรายการโทรทัศน์
ถ่ายทอดผ่านดาวเทียมไทยคม ไปยังโรงเรี ยนต่างๆ ในสังกัด ทั้งระดับประถมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย การผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษานอกโรงเรี ยน
 และรายการการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งมีการแนะแนวการศึกษา อาชีพ วิชากฎหมาย
 รายวิชาเสริ มความรู ้ และรายการข่าวสารคดี เพลงและรายการภาพยนตร์ เป็ นต้น
             ิ
 2. การใช้วทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษานอกระบบโรงเรี ยน (Informal Education)
                                                                     ่
 เป็ นการใช้รายการโทรทัศน์ให้ความรู ้และอาชีพแก่ผชมรายการที่อยูในที่ต่างๆ
                                                    ู้
 โดยไม่มีการกาหนดเป็ นนักเรี ยนหรื อชั้นเรี ยน
          ิ
 การใช้วทยุโทรทัศน์ในลักษณะนี้จะไม่มีหลักสู ตรตายตัว
 และไม่มีใบรับรองคุณวุฒิเหมือนเช่นการศึกษาในระบบ เช่น
 รายการทางการศึกษาที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ถือเป็ นการให้การศึกษานอกระบบ
 3. การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal education)
 เป็ นการจัดการศึกษาเพื่อให้ข่าวสารข้อมูลความรู ้และทักษะที่เป็ นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชี
 วิตของประชาชนทัวไปโดยที่จะไม่มีหลักสู ตรชัดเจนเหมือนสองประเภทแรก
                      ่
 แต่จะกาหนดเนื้ อหาในการออกอากาศทางโทรทัศน์ให้สอดคล้องกับสภาพปั ญหาปั จจุบน         ั
 และสามารถเน้นเนื้ อหาเฉพาะกลุ่มเป้ าหมายต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ ผูใช้แรงงานกลุ่มสตรี
                                                                   ้
 กลุ่มผูสูงอายุ กลุ่มเด็กและเยาวชนและกลุ่มเกษตรกร เป็ นต้น
        ้
                                             ั
                                      วีดิทศน์ ทางการศึกษา

– วีดิทศน์มีความหมายเดียวกับคาที่ใช้เรี ยกชื่อทับศัพท์ คือ วิดีโอ (video)
           ั
 ซึ่ งเป็ นสื่ อที่ใช้ในการบันทึกภาพเคลื่อนไหวเก็บไว้ก่อนที่จะนาไปออกรายการ หรื อนาไปสอน
                                                   ั
 หรื อเผยแพร่ ในรู ปแบบอื่น ๆ การบันทึกภาพวีดิทศน์ลงในสื่ อมี 2 ประเภท คือ
             ั
 สื่ อวีดิทศน์ที่เป็ นม้วนเทป (videotape) และลงบนแผ่นจาน ( video disc) ซึ่ งทั้ง 2
                   ิ
 แบบนี้จะมีวธีการใช้และมีคุณภาพที่แตกต่างกันและต้องการเครื่ องเล่นเฉพาะของสื่ อแต่ละประเภท
 ด้วย
– สัญญาณวีดิทศน์ที่บนทึกไว้ในสื่ อทั้ง 2 ประเภทนี้มี 2 ลักษณะ คือ
                       ั    ั
                                                                                ั
 สัญญาณภาพเสี ยงที่เป็ นแอนะล็อก (analog) และสัญญาณภาพเสี ยงที่เป็ นดิจิทล (digital )

                ั
 สั ญญานภาพวีดิทศน์
 สัญญาณภาพแอนะล็อก (Analog Video)

 เป็ นสัญญาณภาพวิดีโอที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบต่อเนื่องทาให้มีการบันทึกและเล่นกลับในสื่ อที่ใช้
 บันทึก มีการเปลี่ยนระดับของสัญญาณภาพและเสี ยง เป็ นระดับความดังและความถี่แบบต่อเนื่อง
 เช่น การบันทึกภาพวิดีโอและเสี ยงลงบนเนื้อเทปโดยการปรับความเข้มของสนาม
               ่
 แม่เหล็กที่อยูบนเนื้อเทปให้เหมาะกับสัญญาณภาพและเสี ยง
สิ่ งที่สามารถนาสารที่เป็ นสัญญาณที่ต่อเนื่อง เรี ยกว่า "สื่ อแอนะล็อก"
ซึ่ งจะมีการรบกวนสัญญาณสู งมากทาให้ภาพและเสี ยงมีความชัดเจนน้อยกว่าดิจิทล       ั
ตัวอย่างการบันทึกภาพและเสี ยงที่เป็ นวิดีโอก็คือม้วนเทปวิดีโอ คาสเซ็ทเทป ที่เป็ นรู ปแบบ VHS
เป็ นต้น



                   ั
สั ญญาณภาพดิจิทล (Digital Video)
          เป็ นสัญญาณภาพวิดีโอที่มีการบันทึกข้อมูลเชิงตัวเลขฐานสองในการประมวลผลคือ 0 กับ
1 ซึ่ งทางานกับสถานะ 2 แบบ คือ สู งกับต่า หรื อถูกกับผิด
ทาให้การบันทึกสัญญาณและการเล่นกลับมีความผิดพลาดน้อยถึงแม้จะมีสิ่งรบกวนมากก็ตาม




                             รู ปแบบการบันทึกวีดิทัศน์ บนม้ วนเทป
                       ั
         การบันทึกวีดิทศน์บนสื่ อที่เป็ นม้วนเทปมีหลายชนิดทั้งที่เป็ นแบบตลับ ( Cassette)
                                          ั
และแบบม้วนเปิ ด (Open reel) แต่ปัจจุบนนี้การบันทึกด้วยม้วนเปิ ดไม่เป็ นที่นิยม
ซึ่งมีเหลือเฉพาะการบันทึกลงในตลับหรื อ คาสเซ็ท
ซึ่ งมีขนาดของตลับและม้วนเทปที่แตกต่างกันไปตามชนิดของรู ปแบบ ( format) คือ


ชื่อ                         ขนาด                  บริษัท                   ความชัดเจน
V                            ½                     JVC                      200
H
S
Bata Max                     ½                     Sony                     200

U-matic                      ¾                     Sony                     400
1 inch                      1                                             600

2 Inch                      2                                             800

Beta-cam                    ½                    Sony                     600

8 มม.(8 Millimeter)         1/8                  Sony                     300

DVC (Digital Video          1/8                  Sony                     530
Cassette)
DVC PRO และ Mini DV         1/8                  Panasonic                600

                HDV         1/8                  Sony                     1025




                                    ระบบการใช้ เครื่องเล่ นวีดิทัศน์
                                                  ่
          สื่ อบันทึกภาพวีดิทศน์ที่เป็ นที่นิยมอยูในปั จจุบนมีอยู่ 2 ชนิดคือ VCD (Video Compact
                             ั                              ั
Disc) และ DVD (Digital Versatile Disc) ซึ่ งสื่ อทั้ง 2 รู ปแบบนี้
ถึงแม้จะดูรูปร่ างและขนาดภายนอกเหมือนกันแต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านความจุของแผ่นและคุ
                 ั
ณภาพของวีดิทศน์ที่ได้ ผสมทั้งราคาก็แตกต่างกันด้วย

1. VCD (Video Compact Disc) VCD มีขนาดมาตรฐานของแผ่นซี ดีเท่ากับ 12 นิ้ว
                                                                             ั
โดยมีการผลิตแผ่นซี ดีออกมาครั้งแรกเมื่อ พ. ศ. 2525 โดยบันทึกข้อมูลในระบบดิจิทล
และใช้แสงเลเซอร์ เป็ นตัวบันทึกและอ่านข้อมูล การบันทึกข้อมูลในแผ่น VCD ใช้ไฟล์ภาพ เอ็มเพ็ก
1 (Mpeg I ) มีความละเอียดของภาพเท่ากับ 352 x 288 (PAL) และ 352 x 240 (NTSC)
                  ั
สามารถบันทึกวีดิทศน์ได้เวลาสู งสุ ด 80 นาที

2 . SVCD (Super Video Compact Disc)
                         ั     ั
เป็ นมาตรฐานของแผ่นวีดิทศน์ที่พฒนาขึ้นในประเทศซึ่ งเพื่อต้องการสร้างมาตรฐานใหม่
                                 ้
ให้มีคุณภาพสู งกว่า VCD มีความคุมค่ามากที่สุด เนื่องจาก SVCD
สามารถใช้ส่วนประกอบทุกอย่างของ VCD ได้ แต่ให้คุณภาพที่ดีกว่า VCD
มีความละเอียดของภาพเท่ากับ 480 x 576 (PAL) และ 480 x 480 (NTSC)
              ั
จึงบันทึกวีดิทศน์ได้ส้ ันกว่า VCD

                                              ั
3. DVD (Digital Versatile Disc) เป็ นแผ่นวีดิทศน์ที่มีความคมชัดมากที่สุด มีขนาดแผ่นเท่ากับแผ่น
VCD โดยบันทึกวีดิ-ทัศน์ได้ถึง 133 นาที พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 1997
                                     ้                       ั
โดยใช้มาตรฐานของการบีบอัดไฟล์ขอมูลแบบ MPEG 2 ปั จจุบนเครื่ องเล่น DVD สามารถเล่นแผ่น
VCD และ SVCD ได้ดวย ้



                                สมาชิกกลุ่ม
    •   1.นางสาววราภรณ์         สมการ            รหัสนิสิต 52010512004
    •   2.นางสาวกุสุมา          กลิ้งรัมย์       รหัสนิสิต 52010512088
    •   3.นางสาวทิพรัตน์        มูลมณี           รหัสนิสิต 52010512090
    •   4.นางสาวเบญจพร          แสนพลเมือง       รหัสนิสิต 52010512093

                      คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา
                        มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:10
posted:10/8/2012
language:Thai
pages:8