?? ? ????? ?? ?? ? INVOICE ??? by HC121002013630

VIEWS: 46 PAGES: 27

									                                                                                                                                                                ก1
                                                         โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
                                                ั          ่                                    ่
                           เรื่อง “ศึกษาผลการวิจยมาตรการเกียวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขภาษีมูลค่าเพิม ภาษีธุรกิจเฉพาะ”
                                            ้
                                    มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                  ประเด็นปัญหา
          ่                                      ่
มาตรการเกียวกับปัญหาและแนวทางแก้ ไขภาษีมูลค่ าเพิม
มาตรา 77/1 (5)                                                                                         คาว่า “ในทางธุ รกิจหรื อวิชาชีพ” ไม่มีความชัดเจนว่า มีความหมายว่าอย่างไร
        ้
      ผูประกอบการหมายความว่า บุคคลซึ่ งขายสิ นค้าหรื อให้บริ การในทางธุ รกิจหรื อวิชาชี พ…

มาตรา 77/1 (8) (10)                                                                                      การตีความ ความหมายของ “ขาย” หรื อ “บริ การ” ในกิจการบางประเภทตีความย
(8) ความหมายของคาว่า “ขาย”                                                                        เช่น
(10) ความหมายของคาว่า “บริ การ”                                                                         - กิจการ Logistics
       การให้บริ การในท่าเรื อ             ตามคาสั่ งกรมสรรพากรที่                  ป.106/2544          -           การขายสิ นค้าใน           มินิบาร์          ของกิจการโรงแรมถือเป
พิจารณาจากผูประกอบการให้บริ การมิได้พิจารณาตามกิจกรรม คือ ถ้าผูให้บริ การเป็ นเจ้าของท่าเรื อ การรับซักรี ดถือเป็ นบริ การจ้างทาของ
             ้                                                      ้                                                                         การให้เช่าอุปกรณ์เครื่ องมือ   เช่น
กิจกรรมทั้งหมดถือเป็ น              บริ การ                แต่ถาผูให้บริ การไม่ใช่เจ้าของท่าเรื อ ถือเป็ นการให้เช่าทรัพย์สิน การให้บริ การรถ Limousine ถือเป็ นการขนส่ ง
                                                                ้ ้
จะพิจารณาให้กิจกรรมบางอย่างเป็ นการขนส่ ง (ยกเว้น VAT) บางอย่างเป็ นบริ การ (VAT)



มาตรา 77/1 (22)                                                                                         กรณี ส่งออกกรมสรรพากร                                  ั
                                                                                                                                            กาหนดแนวทางปฏิบติให้ถือว่า
      ความหมายของคาว่า “ใบกากับภาษี”                                                                                      ้
                                                                                                  ส่ งออกเป็ นใบกากับภาษีดวย ตามคาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป.97/2543
                                                                                                                                                        ก2
                                          ้
                                  มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                               ประเด็นปัญหา

                                                                                            ไม่มีบทนิยามศัพท์เกี่ยวกับ
                                                                                                                      ้
                                                                                                  1. วันทาการของผูประกอบ การจดทะเบียนซึ่งขายสิ นค้าหรื อให้บริ การตลอด
                                                                                                            ั
                                                                                            ตามแนวทางปฏิบติในคาสั่งกรม สรรพากรที่ ป.45/2537
                                                                                                  2. “ภัตตาคาร” ซึ่งตาม คาสั่ งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528            กาหนดไว
                                                                                                                                ่
                                                                                            กิจการขายอาหารหรื อเครื่ องดื่มไม่วาชนิดใด ๆ รวมทั้งกิจการรับจ้างปรุ งอาหารหรื อ
                                                                                                ่
                                                                                            ไม่วาในหรื อจากสถานที่ซ่ ึ งจัดให้ประชาชนเข้าไปบริ โภคได้




มาตรา 77/2 วรรคสอง และวรรคท้าย                                                                                                                            ่
                                                                                                1. ตามมาตรา 77/2 วรรคหนึ่ง กาหนดกิจกรรมที่อยูในบังคับที่ตองเสี ย   ้
                                                                                                                      ้
        เป็ นการกาหนดขอบเขตของการให้บริ การในราชอาณาจักรทั้งกรณี บริ การที่ทาในราชอาณาจักร ต้องเป็ นการให้บริ การโดยผูประกอบการ                  แต่ในวรรคสอง
และบริ การที่ทาในต่างประเทศและได้มีการใช้บริ การนั้นในราชอาณาจักร                                                                           ้
                                                                                           มิได้กาหนดว่าการให้บริ การดังกล่าวกระทาโดย “ผูประกอบการ”
        สาหรับบริ การที่ทาในต่างประเทศและได้มีการใช้บริ การนั้นในราชอาณาจักรกาหนด               2. บริ การที่ทาในต่างประเทศและได้มีการใช้บริ การนั้นในราชอาณาจักร ไม่ได้กา
ให้ถือเป็ นการให้บริ การในราชอาณาจักร                                                                             ั
                                                                                           วิธีการ และเงื่อนไขที่ชดเจนเพียงพอ ก่อให้เกิดปั ญหาการตีความ
เป็ นการวางหลักในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักปลายทาง (Destination Principle)




มาตรา 78-มาตรา 78/3                                                                               แต่เดิมไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความรับผิดฯ   สาหรับการขายสิ นค้าและการให
                                                                                                                                                                            ก3
                                              ้
                                    มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                     ประเด็นปัญหา
       เป็ นบทบัญญัติที่กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับจุดที่จะเกิดภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม              จึงนาไปบัญญัติไว้ใน มาตรา 78/3 และออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 189
(Tax Point) สาหรับการขายสิ นค้า การให้บริ การ และการนาเข้า                                                                              ้
                                                                                                                จึงไม่มีความจาเป็ นที่ตองมี มาตรา 78/3 ในลักษณะนี้
มาตรา 78                                                                                                                             ้
                                                                                                                          การบัญญัติขอความว่า “ภายใต้ บังคับมาตรา 78/3” และ “การขายสิ นค้านอกจาก
เป็ นบทบัญญัติที่กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับจุดที่จะเกิดภาระภาษีมูลค่าเพิม (Tax
                                                                                         ่                      (2)(3)(4) หรื อ (5)” เป็ นการบัญญัติกฎหมายตามหลักกฎหมายทัวไป แล        ่
Point) สาหรับการขายสิ นค้า                                                                                                                  ่
                                                                                                                ซึ่ งเป็ นผลทาให้เกิดความยุงยากในการศึกษาและทาความเข้าใจ กล่าวคือ ต้องศึกษ
                                                                                                                ก่อนแล้วศึกษา                 (2)(3)(4)          หรื อ          (5)       ของมาต
                                                                                                                เมื่อไม่เข้ากรณี ใดกรณี หนึ่งดังกล่าวจึงจะเข้าตามเงื่อนไขมาตรา 78(1)
มาตรา 78                                                                                                                                       ั
                                                                                                                         การออกแนวทางปฏิบติในรู ปคาสั่งกรมสรรพากรดังกล่าวไม่มีความชัดเจนและยุต
             กรณีรับชาระราคาค่ าขายสิ นค้ าหรือค่ าบริการด้ วยเช็ค                                                                                                            ่
                                                                                                                ต้องนามาเขียนเป็ นหนังสื อซ้อมความเข้าใจอีก ก่อให้เกิดความยุงยากในการศึกษาทาควา
       1.        กรณี การให้ บ ริ การ ผู ้ ป ระกอบการจดทะเบี ย นมี ห น้ า ที่ ต้ อ งออกใบก ากั บ ภาษี
เมื่ อความรั บผิดเกิ ดขึ้ นตามมาตรา 78/1(1) แห่ งประมวลรั ษฎากร กล่ าวคื อ เมื่ อได้รับชาระค่าบริ การ
และในกรณี ที่ มี ก ารช าระค่ า บริ การด้ ว ยเช็ ค ให้ ถื อ ว่ า ผู ้ ป ระกอบการจดทะเบี ย นที่ ใ ห้ บ ริ การ
ได้ รั บ ช าระค่ า บริ การตามวั น ที่ ที่ ล งในเช็ ค จึ ง ต้ อ งออกใบก ากั บ ภาษี ต ามวั น ที่ ที่ ล งในเช็ ค
เว้นแต่ จะมี หลักฐานพิ สู จน์ ได้ว่า กรณี ดังกล่ าวเป็ นไปตามข้อ 2(1) หรื อ (2) ของค าสั่ งดังกล่ าว
          ู้
จึงให้ผประกอบการจดทะเบียนออกใบกากับภาษีตามวันที่ได้รับมอบเช็ค
       2.                                                                                 กรณี การขายสิ นค้า
     ้                                       ้
ผูประกอบการจดทะเบียนยังคงมีหน้าที่ตองออกใบกากับภาษีเมื่อความรับผิดเกิดขึ้นตามมาตรา                        78
แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ เมื่อส่ งมอบสิ นค้า เว้นแต่จะได้มีการชาระราคาสิ นค้าก่อนส่ งมอบสิ นค้า
ซึ่งตามมาตรา                                        78                                แห่งประมวลรัษฎากร
ก็ให้ถือว่าความรับผิดในการออกใบกากับภาษีเกิดขึ้นในขณะได้รับชาระราคาสิ นค้า
   ้
ผูประกอบการจดทะเบียนที่ขายสิ นค้า                              ต้องออกใบกากับภาษีเมื่อได้รับชาระราคาสิ นค้า
                                                                                                                                                                                       ก4
                                                 ้
                                         มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                               ประเด็นปัญหา
และในกรณี ที่การชาระราคาสิ นค้าด้วยเช็คก่อนส่ งมอบสิ นค้า
              ้
ก็ให้ถือว่าผูประกอบการจดทะเบียนที่ขายสิ นค้า                     ได้รับชาระราคาสิ นค้าก่อนส่ งมอบสิ นค้า
                                                                       ่       ั
จึงต้องออกใบกากับภาษีตามวันที่ที่ลงในเช็ค เว้นแต่จะมีหลักฐานพิสูจน์ได้วา กรณี ดงกล่าวเป็ นไปตามข้อ 2(1)
                                   ู้
หรื อ (2) ของคาสั่งดังกล่าว จึงให้ผประกอบการจดทะเบียนออกใบกากับภาษีตามวันที่ได้รับมอบเช็ค"
มาตรา 78/1                                                                                                           ้
                                                                                                         การบัญญัติขอความว่า “ภายใต้ บังคับมาตรา 78/3” และ “การให้บริ การนอกจากที่อยูใน                     ่
         เป็ นบทบัญญัติที่กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับจุดที่จะเกิดภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม หรื อ (4) เป็ นผลทาให้เกิดความยุงยากในการศึกษาทาความเข้าใจ กล่าวคือ ต้องศึก
                                                                                                                                                  ่
(Tax Point) สาหรับการให้บริ การ                                                                          ก่อนแล้วศึกษา (2)(3) หรื อ (4) ของมาตรา 78/1 เมื่อไม่เข้ากรณี ใดกรณี หนึ่งดังกล่าวจึงจะเข้าตามเงื่อนไข



มาตรา 78(1)(ก)                                                                                                         ไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความรับผิดสาหรับการขายสิ นค้ากรณี ดงต่อไปนี้
                                                                                                                                                                                  ั
มาตรา 78(3)(ก) และ ข้ อ 2(1) ข้ อ 4(1) ข้ อ 6(1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 189                                            1. กรณี โอนกรรมสิ ทธิ์ สินค้าก่อนส่ งมอบ ตาม มาตรา 78(1)(ก) และข้อ 2(1) ข
      ความรับผิดเกี่ยวกับการขายสิ นค้า กรณี โอนกรรมสิ ทธิ์ สินค้า                                                                                         ั
                                                                                                                          ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 ใช้กบสิ นค้าประเภทใดบ้าง
                                                                                                                     2. กรณี ตวแทนได้โอนกรรมสิ ทธิ์ สินค้าให้ผซ้ื อก่อนส่ งมอบ
                                                                                                                                ั                              ู้                     ตามมาตรา
                                                                                                                              ั
                                                                                                                          ใช้กบสิ นค้าประเภทใดบ้าง




มาตรา 78(2)
         การขายสิ นค้าตามสัญญาให้เช่าซื้ อหรื อตามสัญญาขายผ่อนชาระที่กรรมสิ ทธิ์ ในสิ นค้ายังไม่โอน
ไปยังผูซ้ื อเมื่อได้ส่งมอบ
       ้
                                                                                                                                                                        ก5
                                              ้
                                      มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                       ประเด็นปัญหา



มาตรา 78(3)                                                                                                       ่
                                                                                                         มีความยุงยาก
      หลักเกณฑ์วธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการฝากขายสิ นค้า
                 ิ                                                      (Consignment         Sale) เกินกว่าที่จะปฏิบติตามเสมือนหนึ่งรัฐไม่ประสงค์จะให้ผประกอบการดาเนินการเกี่ยวกบ
                                                                                                                     ั                                   ู้
ตามประกาศอธิ บดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับที่ 8                                       ต้องจดแจ้งการตั้งตัวแทน การออกใบกากับภาษี การจัดทารายงานภาษีขาย การเ
                                                                                                   หลักฐาน
มาตรา 78(4)(ก)                                                                                      1. บัญญัติกฎหมายตรงกันข้ามกับความเป็ นจริ งกล่าวคือ
(4) การขายสิ นค้าโดยส่ งออก ให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้                                            ไม่มีการจัดเก็บอากรขาออกเว้นแต่สินค้าบางประเภท
    (ก) การส่ งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรื อ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชาระอากรขาออก 2. วันที่ในใบขนสิ นค้าขาออกของกรมศุลกากรมีหลายวัน                               เช่น          วันเดิน
วางหลักประกันอากรขาออก                                          หรื อจัดให้มีผค้ าประกันอากรขาออก
                                                                              ู้                        วันตรวจปล่อยสิ นค้า วันรับบรรทุก (Loading)
                       ้
เว้นแต่ในกรณี ที่ไม่ตองเสี ยอากรขาออกหรื อได้รับยกเว้นอากรขาออกแล้วแต่กรณี
ก็ให้ ถือว่าความรับผิดเกิดขึนในวันที่มีการออกใบขนสิ นค้าขาออก ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
                             ้
มาตรา 78/1
(1) การให้บริ การให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้ชาระราคาค่าบริ การ เว้นแต่...                  1. เดิมร่ างบทบัญญัติในมาตรานี้
    (ก) ได้ออกใบกากับภาษี                                                                                                                ู
                                                                                                        กาหนดให้ความรับผิดในการเสี ยภาษีมลค่าเพิมสาหรับการให้บริ การเป็ นไปตามเกณฑ์สิทธิ
                                                                                                                                                ่
                         ่
    (ข) ได้ใช้บริ การไม่วาตนเอง หรื อบุคคลอื่น                                                          (2)                        ตามลาดับ                              เมื่อบัญญัติให้เป็ นไ
                                                                                                        จึงไม่มีความจาเป็ นต้องแยกเป็ นสองอนุมาตราดังแต่ก่อน
                                                                                                    2. ความในมาตรานี้รายละเอียดได้กล่าวถึงกรณี การชาระค่าบริ การแล้วควรแยก
                                                                                                                            ่
                                                                                                        การได้ใช้บริ การไม่วาตนเองหรื อบุคคลอื่นออกเป็ นหัวข้อใหม่เพื่อไม่ให้เกิดความส
(2)                                                        การให้บริ การตามสัญญาที่กาหนดค่าตอบ          ใช้บริ การด้วยตนเองจะไม่มีการชาระราคาและออกใบกากับ
แทนตามส่ วนของบริ การที่ทาให้ความรับผิดตามส่ วนของบริ การเกิดขึ้นเมื่อได้รับชาระราคาค่าบริ การต
ามส่ วนของบริ การที่สิ้นสุ ดลง
                                                                                                                                                               ก6
                                                  ้
                                         มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                            ประเด็นปัญหา
เว้นแต่กรณี ที่ได้มีการกระทาดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชาระราคาค่าบริ การตามส่ วนของบริ การที่สิ้น
สุ ดลง ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทานั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกากับภาษี หรื อ (ข)
                   ่
ได้ใช้บริ การไม่วาโดยตนเองหรื อบุคคลอื่น
        ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้น ตามส่ วนของการกระทานั้น ๆ แล้วแต่กรณี
มาตรา 78/2(1)                                                                                            การนาเข้าสิ นค้า     กาหนดให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อ  “ชาระอากรขาเข้ า”
                                ่                                                                      ้ ้
        การนาเข้านอกจากที่อยูในบังคับตาม (2)(3) หรื อ (4) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชาระอากรขาเข้า แต่ถาผูนาเข้ายังมิได้ชาระอากรขาเข้า              ความรับผิดในการเสี ยภาษีมูลค่าเ
                                             ู้                                    ้
วางหลักประกันอากรขาเข้า หรื อจัดให้มีผค้ าประกันอากรขาเข้า เว้นแต่กรณี ที่ไม่ตองเสี ยอากรขาเข้า และเมื่อตรวจพบความผิดก็ไม่สามารถประเมินเบี้ยปรับได้ และอาจขาดอายุความประเม
หรื อได้รับยกเว้นอากรขาเข้า
ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสิ นค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร



มาตรา 79                                                                                                        ้                  ั
                                                                                                  1. การใช้ขอความว่า “ภายใต้บงคับมาตรา 79/1” เป็ นผลทาให้บทบัญญัติมาตร
      ฐานภาษีสาหรับการขายสิ นค้า หรื อการให้ บริ การในกิจการทัวไป
                                                              ่                                      หมายทัวไปของมาตรา
                                                                                                              ่                      79/1       เท่านั้น      แต่ในความเป็ นจริ งม
                                                                                                     เป็ นกฎหมายทัวไปของบทบัญญัติอื่น ๆ ในส่ วน 3 รวมทั้งบทบัญญ
                                                                                                                        ่
                                                                                                     อานาจเจ้าพนักงานประเมินด้วย
                                                                                                                      ั
                                                                                                  2. บัญญัติไม่ชดเจนว่าเป็ นมูลค่าของฐานภาษีจากการขายสิ นค้า หรื อ การให้บริ การตา
                                                                                                                                                            ั      ่
                                                                                                  3. แท้จริ งความในวรรคแรกเป็ นความหมายของฐานภาษี แต่บญญัติวา ได้แก่ ส่ วนค
                                                                                                     เป็ นรู ปแบบของมูลค่าของฐานภาษีมิใช่ความหมายของมูลค่าของฐานภาษีก่อให้เกิด
                                                                                                  4. กรณี ไม่นบรวมเป็ นมูลค่าของฐานภาษีตามวรรคสาม มีค่าเท่ากับการยกเว้นภาษ
                                                                                                                  ั
                                                                                                                          ่               ั
                                                                                                     (4) กลับบัญญัติวา “ค่าตอบแทนที่มีลกษณะ และเงื่อนไขตามที่อธิ บดีกาหนดโดย
                                                                                                                            ั
                                                                                                     จึงเป็ นการใช้อนุบญญัติหรื อกฎหมายลูกที่ไม่เหมาะสมกับเนื้อหาของกฎหมาย
                                                                                                                    ั
                                                                                                  5. กรณี ไม่นบรวมเป็ นมูลค่าของฐานภาษีตามประกาศอธิบดีฯ เกียวกับภาษีมูลค่ าเพ
                                                                                                                                                                ่
                                                                                                                                       ก7
                                           ้
                                   มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                           ประเด็นปัญหา
                                                                                                                        ั
                                                                                  ในบางกรณี ไม่ใช่ “ค่าตอบแทน” หากแต่มีลกษณะเป็ นรายจ่าย




มาตรา 79/1
       ฐานภาษีสาหรับการขายสิ นค้าหรื อการให้บริ การในกิจการเฉพาะอย่าง ได้แก่
   1. ฐานภาษีสาหรับการขายสิ นค้าโดยการส่ งออก
   2. ฐานภาษีสาหรับการให้บริ การขนส่ งระหว่างประเทศ
มาตรา 79/3,มาตรา 79/7 และ พรฎ.(ฉบับที่ 245)                                                ั
                                                                                     ไม่มีบญญัติไว้ในมาตรา 79/3 จึงต้องอาศัยอานาจตามมาตรา 79/3 ตราเป็ นพ
       การคานวณมูลค่าของฐานภาษีกรณี ผู ้                                       เพื่อกาหนดมูลค่ากาหนดมูลค่าของฐานภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 245) พ.ศ.2
                                                                                                                                                                  ก8
                                                         ้
                                            มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                ประเด็นปัญหา
                                                      ู้
ประกอบการมีสินค้าคงเหลือและหรื อมีทรัพย์สินที่ผประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ                        ณ
วัน ที่ ไ ด้ รั บ แจ้ ง คาสั่ ง ถอนทะเบี ย นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85/10 แห่งประมวลรัษฎากร
หรื อได้รับแจ้งการเพิกถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/17 แห่งประมวลรัษฎากร
มาตรา 79/3 วรรค ท้าย                                                                                                             ั
                                                                                                               ไม่มีบทบัญญัติที่ชดเจนในการหา “ราคาตลาด” ทาให้เกิดการตีความที่แตกต่างกัน
          ราคาตลาดตามมาตรานี้
ให้ถือราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซ้ื อขายกันตามความเป็ นจริ งทัวไปในวันที่ความรับผิดในการเสี ยภาษีมู
                                                                     ่
ลค่าเพิ่มเกิดขึ้น                           ทั้งนี้ ตาที่ได้มีการตรวจสอบราคาตามหลักเกณฑ์ที่อธิ บดีกาหนด
และในกรณี ที่ไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอน
                         ั
ให้อธิบดีโดยอนุมติรัฐมนตรี มีอานาจประกาศใช้เกณฑ์คานวณเพื่อให้ได้มาซึ่งราคาตลาดได้
มาตรา79/4(1) , คาสั่ งที่ ป.132/2548                                                                                                ้
                                                                                                               อัตราแลกเปลี่ยน มีขอกาหนดที่แตกต่างกันและมีหลายมาตรา เช่น มาตรา 9
มาตรา 9                                                                                                 คาสั่ งกรมสรรพากรที่           ป.         132/2548        และมาตรา            7
          ใช้ราคาถัวเฉลี่ยรับซื้ อของธนาคารแห่งประเทศไทย หรื อถัวเฉลี่ยรับซื้ อธนาคารพาณิ ชย์
                                                                       ่                                ขัดแย้งกับการทารายงานที่ถูกกาหนดให้ลงรายงานภายใน 3 วันทาการตามมาตรา 87
มาตรา79/4(1)
           ให้ถือตามอัตราถัวเฉลี่ย
ที่ธนาคารพาณิ ชย์รับซื้ อซึ่ งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คานวณไว้ในวันทาการสุ ดท้ายของเดือนที่ความ
รับผิดในการเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น

มาตรา 80-มาตรา 80/2
          อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเป็ นระบบอัตราเดียว ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ดังนี้
          (1) กรณี ต้อ งการจัด เก็ บ ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม จากบริ โภคสิ น ค้า หรื อบริ การในราชอาณาจัก ร
ร ว ม ทั้ ง ก า ร น า เ ข้ า สิ น ค้ า ห รื อ ใ ช้ บ ริ ก า ร ที่ ไ ด้ ใ ห้ ใ น ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ใ น ร า ช อ า ณ า จั ก ร
            ั
รัฐจะใช้อตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80
          (2) กรณี ต้ อ งการขจัด ภาระภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม ที่ แ ฝงรวมอยู่ ใ นราคาสิ นค้ า หรื อค่ า บริ การ
                                                                                                                                                                   ก9
                                                              ้
                                                  มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                       ประเด็นปัญหา
              ั
รัฐจะใช้อตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1 หรื ออัตราร้อยละ 0
           (                                                          3                                                   )
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเป็ นอัตราแยกนอกฐานภาษีจึงไม่ถือเป็ นรายได้หรื อรายจ่ายในการคานวณกาไรสุ ทธิ
                                          ้
เพื่อเสี ยภาษีเงินได้นิติบุคคลของผูประกอบ การจดทะเบียน
           ( 4 ) อั ต ร า ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ยั ง ไ ม่ ร ว ม อั ต ร า ภ า ษี ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น ใ น อั ต ร า 1 ใ น 9
ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
           สาหรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา                                  80/2                      เป็ นอัตราเฉพาะกิจ
                        ้
กาหนดจัดเก็บจากผูประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่า 600,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,200,000
                                                                   ั
บาทในอัตราร้อยละ 1.5 ของมูลค่าของฐานภาษี ใช้บงคับระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2535 จนถึงวันที่ 31
                                     ั             ั
มีนาคม 2542 เท่านั้นในปั จจุบนนับแต่วนที่ 1 เมษายา 2542 เป็ นต้นมา ไม่มีผลใช้บงคับแล้ว                 ั
มาตรา 80/1 (1)(2)                                                                                  ตามคาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543 และคาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป
          ประกาศอธิบดีฯ เกียวกับภาษีมูลค่ าเพิม (ฉบับที่ 105)
                                ่                         ่                                  กาหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการได้รับสิ ทธิ เสี ยภาษีในอัตราร้อยละ
คาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543 และคาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544                                                             ั
                                                                                             ให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือปฏิบติซ่ ึงเจ้าพนักงานสรรพากรเหล่านั้น
                                                                                                             ั                                           ั
                                                                                             ก็นาแนวปฏิบติตามคาสังกรมสรรพากรดังกล่าวไปถือปฏิบติในการเสี ยภาษีอากรของผป
          เกี่ยวกับการส่ งออกสิ นค้าที่มิใช่การส่ งออกสิ นค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(3)               ่
และการให้บริ การที่กระทาในราชอาณาจักรและได้ใช้บริ การนั้นในต่างประเทศ…                       ทะเบียน ทว่าคาสั่งกรมสรรพากรที่ ป. เป็ นเพียงแนวทางปฏิบติมิใช่กฎหม            ั
                                                                                             โดยบางกรณี ได้นาแนวทางจากคาพิพากษาของศาลฎีกามารวบรวมไว้
                                                                                             โดยแท้จริ งไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมายแต่อย่างใด                                    ในยุคสมัย
                                                                                                                                              ั ั
                                                                                             การรู้กฎหมายมีมากขึ้นจึงควรที่จะนาแนวทางปฏิบติดงกล่าวมาบัญญัติเป็ นอนุบญญัติหรื อั
                                                                                             อให้เกิดความถูกต้องเหมาะสมตามหลักของกฎหมายที่ดี
มาตรา 80/1(3)                                                                                      1. ก รณี ข นส่ งร ะ หว่ า ง ป ระ เท ศ โ ดย เรื อ เดิ นท ะ เล ซึ่ ง ได้ รั บสิ ทธิ เ สี
         การให้บริ การขนส่ งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรื อเรื อเดินทะเลที่กระทาโดยผูประกอบกา ถ้าขนของออกจากประเทศนั้น ถ้าภายหลังได้มีการขนส่ งนอกประเทศทั้งหมด ภาษีซ้ื อ
                                                                                   ้
รที่เป็ นนิติบุคคล                                                                          ใช้เป็ นภาษีซ้ื อทั้งหมด เป็ นช่องโหว่ของกฎหมาย และไม่อานวยให้เกิดความเป็ นธรรม
                                                                                                                                                                         ก 10
                                                ้
                                        มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                       ประเด็นปัญหา
                                                                                                                  2.     การขนส่ งระหว่างประเทศ                ้         ั
                                                                                                                                                         ไม่มีขอกาหนดที่ชดเจนแต่มีการตีคว
                                                                                                              ้
                                                                                                            ผูประกอบการขนส่ งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรื อเรื อเดินทะเล
                                                                                                            ต้องมียานพาหนะเป็ นของตนเองซึ่ งแตกต่างจากการขนส่ งภายใน ประเทศเป็ นอย่างยิง
                                                                                                                                                                                       ่



มาตรา 80/1                                                                                                              ู้
                                                                                                                 ทาให้ผประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวมีภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น              เป็ นก
            ้
          ผูประกอบการจดทะเบียนซึ่ งเป็ นบริ ษทหรื อห้างหุ นส่ วนนิ ติบุคคลที่ต้ งขึ้นตามกฎหมายไทย
                                              ั           ้                     ั                                                           ้
                                                                                                             และทาให้ไม่สามารถแข่งขันกับผูรับเหมาจากต่างประเทศได้ ในขณะที่การให้บริ กา
ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างนาเครื่ องจักรอุปกรณ์                                                             และได้มีการใช้บริ การต่าง ประเทศได้สิทธิ เสี ยภาษีมูลค่า เพิ่มในอัตรา 0
ซึ่ งเป็ นทรัพย์สินในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มไปใช้ในการประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างในต่างประเทศ
ตามข้อกฎหมาย              ้
                        ผูประกอบการดังกล่าวต้องเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา              ร้อยละ     7.0
                                                                       ่
เนื่องจากนาทรัพย์สินในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มไปใช้ในกิจการที่ไม่อยูในข่ายต้องเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตามมาตรา 77/1 (10) ภาษีมูลค่าเพิมที่ชาระดังกล่าวถือเป็ นต้นทุนของกิจการรับเหมาในต่างประเทศ
                                     ่
                                                                                         ้
ซึ่ งไม่สามารถนาไปใช้เป็ นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคานวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ตองเสี ยตามมาตรา
82/3 วรรคแรกได้
มาตรา 80/1(5) และประกาศอธิบดีฯ เกียวกับภาษีมูลค่ าเพิม (ฉบับที27)
                                       ่                    ่        ่                                             การกาหนดให้เสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0% ดังกล่าว เป็ นการทาให้แก่เฉพาะห
          การขายสิ นค้า                  หรื อการให้บริ การกับ                      องค์การสหประชาชาติ                   ั
                                                                                                            มิได้ให้แก่ตวบุคคลที่เป็ น        ้
                                                                                                                                            ผูชานาญการพิเศษของสหประชาชาติ         เจ้าหน้าที่ข
ทบวงการชานัญพิเศษของสหประชาชาติ สถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุ ลใหญ่ สถานกงสุ ล                         เอกอัครราชทูต ราชทูต กงสุ ล หรื อบุคคลในคณะทูต ไม่เป็ นไปตามหลักถ้อยทีถอยป  ้
หรื อองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ                                                                                                                                                ั
                                                                                                            ซึ่ งแตกต่างจากต่างประเทศที่ใช้ภาษีมูลค่าเพิมทั้งหลาย ซึ่ งยอมให้อตราภาษีมูลค่าเพ
                                                                                                                                                        ่
ที่ประเทศไทยมีพนธกรณี ตามความตกลงที่จะต้องให้ผลปฏิบติเท่าเทียมกับ
                    ั                                         ั                      สถานเอกอัครราชทูต      แก่บุคคลดังกล่าว ด้วย
องค์การสหประชาชาติ                   หรื อทบวงการชานัญพิเศษของสหประชาชาติ                         ทั้งนี้
เฉพาะที่เป็ นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศอธิบดีฯ เกียวกับภาษีมูลค่ าเพิม
                                                                                      ่               ่
(ฉบับที27)่
                                                                                                                                                                                    ก 11
                                                   ้
                                           มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                          ประเด็นปัญหา
         มาตรา80/2, มาตรา 82/16-มาตรา 82/18, มาตรา 87 วรรคสอง                                                   ั           ั
                                                                                                         ปั จจุบนไม่มีผลใช้บงคับแล้ว
         การเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขน   เพราะรัฐไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป
าดย่อมแต่ไม่เกินกว่ามูลค่าฐานภาษี ที่กฎหมายกาหนด โดยเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มใน อัตราร้อยละ 1.5
ตามมาตรา 80/2, การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับการส่ งออกตามมาตรา 81(3), การคานวณภาษีมูลค่า
เพิ่มตามมาตรา 82/16 – มาตรา 82/18, และการจัดทารายงานมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 87
วรรคสอง
มาตรา 81                                                                                                           ั                                             ้            ้
                                                                                                          ในปั จจุบนการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับการส่ งออกของผูประกอบการที่ตองเส
         เ ป็ น บ ท บั ญ ญั ติ ห ลั ก เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ย ก เ ว้ น ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม                                                      ั
                                                                                                    ในอัตราร้อยละ 1.5 ตามมาตรา 81(3) ไม่มีผลใช้บงคับแล้ว จึงควรยกเลิกบทบัญญัต
                               ั
ที่รัฐมีนโยบายที่จะไม่จดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากกิจกรรมดังต่อไปนี้                                    เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็ นจริ ง
(1) การขายสิ นค้าที่ไม่ใช่การส่ งออก หรื อการ ให้บริ การบางกรณี
(2) การนาเข้าสิ นค้า บางกรณี
                             ้           ้
(3) การส่ งออกของผูประกอบการที่ตองเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5
                                                              ู้
           ทั้งนี้ เพื่อเป็ นการบรรเทาภาระภาษีมูล ค่าเพิ่มแก่ผบริ โภค
มาตรา 81 (1) (ค)                                                                                               แ น ว คิ ด เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ย ก เ ว้ น ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ใ น ส่ ว น ที่ เ กี่ ย ว กั บ
มาตรา 81/3 มาตรา 3                                                                                  เ ป็ น แ น ว คิ ด ที่ ท า ใ ห้ ธุ ร กิ จ ผ ลิ ต ปุ๋ ย ใ น ร า ช อ า ณ า จั ก ร เ สี ย เ ป รี ย บ ธุ ร กิ
แ ล ะ                            พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า ฯ                                         เพราะท าให้ ต้ น ทุ น สู งกว่ า การน าเข้ า ปุ๋ ยส าเร็ จรู ป ต่ อ มาจึ ง มี ก ารตราพระ
ที่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับการนาเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ ย                     ว่ า ด้ ว ย ก า ร ย ก เ ว้ น รั ษ ฎ า ก ร เ พื่ อ ก า ร ย ก เ ว้ น ภ
                                                                                                    เพิมสาหรับการนาเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ ยอีกหลายรายการ โดยอาศัยอานาจตามค
                                                                                                        ่
                                                                                                    เนื่องจากผิดหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1) ที่มุ่งยกเว้นเฉพาะปุ๋ ย
                                                                                                    จึ ง ไม่ ส ามารถอาศั ย อ านาจตามความใน มาตรา 81(1)(น) ได้ ท าให้ เ กิ ด ความ
                                                                                                                      ้
                                                                                                    โดยเฉพาะกับผูที่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของการบัญญัติกฎหมายดังกล่าว
                                                                                                                                                                                                         ก 12
                                              ้
                                      มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                        ประเด็นปัญหา
                                                     ่
พระราชกฤษฎีกาต่ างๆ ว่ าด้ วยการยกเว้ นภาษีมูลค่ าเพิม                                                                                                                                  ่                 ้
                                                                                                                                  พระราชกฤษฎีกาต่างๆ ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม อยูกระจัดกระจายทาให้คน

มาตรา 81 (1)(ช)                                                                                                                  เนื่ อ งจาก เนติ บ ัณ ฑิ ต ยสภา และสถาบัน เอ ไอ ที (Asian Institute                           of
      การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับการให้บริ การการศึกษาของสถานศึกษาตามที่กฎหมายกาหนด                                     ไม่ถือเป็ นสถานศึกษาตามที่กฎหมายกาหนด จึงต้องบัญญัติเพิ่มเติมให้ครอบคลุม

มาตรา 81/1                                                                                                                       1. ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ มี ร า ย ไ ด้ เ กิ น ก ว่ า มู ล ค่ า ข อ ง ฐ า น ภ า ษี ข อ ง กิ จ ก
      การยกเว้นไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม                                                                    ต า ม ที่ ก า ห น ด โ ด ย พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า อ อ ก ต า ม ค ว า ม ใ น ม า
                                                                                                                                                                                                 ั
                                                                                                                           มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วนที่มีรายได้เกินกว่ามูลค่าของฐ
                                                                                                                           ตามมาตรา 85/1 มีภาระต้องเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับรายได้ในส่ วนที่เกิ นมูลค่าของฐ
                                                                                                                           โ ด ย ไ ม่ ต้ อ ง เ สี ย เ บี้ ย
                                                                                                                                  ้
                                                                                                                           และผูประกอบการไม่มีสิทธิ นาภาษีซ้ื อมาเครดิตหักออกจากภาษีขายเพราะมิใช่ผประกอ                      ู้
                                                                                                                                             ั
                                                                                                                           น ทั้งที่ได้ปฏิบติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายโดยครบถ้วน
                                                                                                                                 2. ก า ร น า ส่ ง ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ต า ม ม า ต ร า 8 3 / 6 ( 1 )
                                                                                                                           มีสิทธิ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81/1 หรื อไม่อย่างไร




มาตรา 82/1 (2)                                                                                                                               เมื่ อ ความรั บ ผิ ด ในการเสี ย ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม เกิ ด ขึ้ น ตามมาตรา 78(5) และ
      เ ป็ น ก ร ณี ที่ ก ฎ ห ม า ย เ ป ลี่ ย น ตั ว ผู ้ เ สี ย ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม จ า ก ผู ้ ข า ย ห รื อ ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก า ร ซึ่ งตามมาตรา 83/7 บัญ ญัติ ใ ห้ผู้ต้อ งเสี ย ภาษี ต ามมาตรา 82/1(2) มี ห น้า ที่ ยื่น แ
                                                                                                                                                                                                     ก 13
                                                     ้
                                             มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                       ประเด็นปัญหา
       ้             ้
เป็ นผูซ้ื อหรื อผูรับบริ การ                                                                                        น า ส่ ง ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ใ น ลั ก ษ ณ ะ ท า น อ ง เ ดี ย ว กั บ ม า ต ร า 83/5 แ ล ะ
                                                                                                                     แต่มีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างมาก อาทิ กาหนดเวลาในการยืนรายการ ความรับผิดเก   ่
มาตรา 82/3                                                                                                                     บ ท บั ญ ญั ติ ใ น ม า ต ร า 82/3 ว ร ร ค ท้ า ย ก ร ณี ผู้
            เป็ นบทบัญญัติหลักเกี่ยวกับการคานวณภาษีมูลค่า เพิ่ม ที่ตองเสี ยโดยวิธีเครดิต
                                                                       ้                                            การจดทะเบี ย นไม่ ไ ด้ น าภาษี ซ้ื อไปหั ก ในการค านวณภาษี ใ นเดื อ นภาษี ที่ ร ะบุ ใ
                             ่ ้
             – ภาษีมูลค่าเพิมที่ตองเสี ย เท่ากับ ภาษีขาย หักด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม                                     ใ ห้ มี สิ ท ธิ น า ไ ป หั ก ใ น ก า ร ค า น ว ณ ภ า ษี ใ น เ ดื อ น ภ า ษี ห ลั ง
                                    ้
             – ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ตองชาระ เท่ากับ ส่ วนต่างของภาษีขายที่มากกว่าภาษีซ้ื อ                             แต่ ต้อ งไม่ เ กิ น สามปี นับ จากวัน ที่ ไ ด้มี ก ารออกใบก ากับ ภาษี มี ปั ญ หาความไม่ ชัด
– ภาษีมูลค่าเพิมที่มีสิทธิ ขอคืน เท่ากับ ส่ วนต่างของภาษีซ้ื อที่มากกว่าภาษีขาย
                   ่                                                                                                “แต่ ต้ องไม่ เกิ น สามปี นั บ จากวั น ที่ ไ ด้ มี ก ารอ อกใบก ากั บ ภาษี ”                         นั้ น
                                                                                                                    “น าภาษี ซ้ื อไปหั ก ในการค านวณภาษี ใ นเดื อ นภาษี ที่ ร ะบุ ใ นใบก ากั บ ภาษี ”
                                                                                                                    “ในเดือนภาษีหลังจากนั้น
มาตรา 82/3 มาตรา 84 และพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรั ษฎากร ว่ าด้ วยภาษีมูลค่ าเพิ่ม                                  ประเด็ น ปั ญหา การน าเครดิ ตภาษี ไ ปใช้ ใ นเดื อนถั ด ไปมิ ไ ด้ ก าหนด
(ฉบับที่ 242)                                                                                                       อ า จ ท า ใ ห้ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ม า ข อ คื น เ ป็ น เ งิ น ส ด เ มื่ อ เ ว ล า ผ่ า น ไ ป เ ป็ น ร ะ
            กรณี เครดิ ต ภาษี ที่ เ หลื อ อยู่จ ากการค านวณในเดื อนภาษี ใ ด ให้ น าเครดิ ต ภาษี ที่ เหลื ออยู่น้ ัน ยากแก่การค้นหาเอกสาร และเป็ นปั ญหาในการตรวจสอบ
ไ ป ช า ร ะ ภ า ษี ใ น เ ดื อ น ถั ด จ า ก เ ดื อ น ภ า ษี นั้ น
                                                  ั
และหากในเดือนภาษีที่นาเครดิตภาษีที่ยงคงเหลืออีกให้นาไปใช้ในเดือนถัดไป
มาตรา 82/5 (1) – (6) ประกาศอธิบดีฯ เกียวกับภาษีมูลค่ า เพิม (ฉบับที่ 17) และ (ฉบับที่ 42)
                                                    ่             ่                                                            หลัก เกณฑ์ และเงื่ อนไข เกี่ ย วกับ ภาษี ซ้ื อต้องห้า มตามมาตรา 82/5 (1)
หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เกี่ยวกับภาษีซ้ื อต้องห้าม                                                                    ภาษี ซ้ื อ ตามที่ อ ธิ บ ดี ก าหนดโดยอนุ ม ัติ รั ฐ มนตรี ตามมาตรา 82/5 (6) ตามป
                                                                                                                    เ กี่ ย ว กั บ ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ฉ บั บ ที่ 17 แ ล ะ ฉ
                                                                                                                    กาหนดไว้ในหลายแห่งทาให้ยากต่อการค้นหาและเข้าใจ
มาตรา 82/6 และ ประกาศอธิบดีฯ เกียวกับภาษีมูลค่ าเพิม (ฉบับที่ 29)
                                               ่             ่                                                                 หลั ก เกณฑ์ วิ ธี ก าร และเงื่ อ นไข มี ค วามยุ่ ง ยาก สลั บ ซั บ ซ้ อ น และมี เ
            ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ วิ ธี ก า ร แ ล ะ เ งื่ อ น ไ ข เ กี่ ย ว กั บ ก า ร เ ฉ ลี่ ย ภ า ษี ซื้ อ เกินกว่าที่ประชาชนทัวไปจะเข้าใจได้โดยง่าย
                                                                                                                                                ่
กรณี ผประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้งประเภทที่ตองเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ตอ
         ู้                                                         ้                                             ้            ( 1 ) ไ ม่ ก า ห น ด ห ลั ก ก า ร ใ ห้ ชั ด เ จ น ใ น ก า ร เ ฉ ลี่ ย ภ า ษี ซื้ อ แ ต่ ล ะ วิ ธ
                                                                                                                                                                                             ก 14
                                                 ้
                                         มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                        ประเด็นปัญหา
งเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่ม                                                                                          การเฉลี่ ย ภาษี ซ้ื อตามส่ ว นของรายได้ ใ ห้ ใ ช้ ร ายได้ ข องปี นั้ นๆ เป็ นฐานในกา
                                                                                                               แล้ ว จึ ง วางข้ อ ยกเว้ น โดยบอกเจตนารมณ์ ห รื อวัต ถุ ป ระสงค์ ข องข้ อ ยกเว้ น ใ
                                                                                                               เ พื่ อ อ า น ว ย ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ส ะ ด ว ก ใ น ก า ร เ ฉ ลี่
                                                                                                                                                           ้
                                                                                                               และถือว่าการประกอบกิจการของผูประกอบการจดทะเบียนนั้นมีความต่อเนื่องตามหลัก
                                                                                                               กิจการ (on going concern assumption)
                                                                                                                            (                                                       2
                                                                                                                                     ั
                                                                                                               ไม่กาหนดให้แน่ชดว่าจะต้องใช้รายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หรื อแบบแสด
                                                                                                               ค่าเพิ่มเป็ นฐานในการเฉลี่ยภาษีซ้ื อตามส่ วนของรายได้
มาตรา 82/9 วรรคท้าย และมาตรา 82/10 วรรคท้าย                                                                                 ใ บ เ พิ่ ม ห นี้ ห รื อ ใ บ ล ด ห นี้ ถื อ เ ป็ น ใ บ ก
       ก าหนดให้ ผู ้ป ระกอบการจดทะเบี ย นที่ ไ ด้รั บ ใบเพิ่ ม หนี้ หรื อ ใบลดหนี้ น าภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม   ใ น ข ณ ะ ที่ มี ข้ อ ก า ห น ด เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ไ ด้ รั บ ใ บ ก า กั บ
ตามใบเพิ่ ม หนี้ หรื อ ใบลดหนี้ ไปหั ก ในการค านวณภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม ในเดื อ นที่ ไ ด้รั บ ใบเพิ่ ม หนี้    ที่ ย อ ม ใ ห้ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น ที่ เ ป็ น ผู ้ ซื้ อ ห รื อ ผู ้
หรื อใบลดหนี้น้ น แล้วแต่กรณี เท่านั้น
                ั                                                                                              นาไปหักในการคานวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนอื่นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข
มาตรา 82/9 และมาตรา 82/10                                                                                               ก า ร ล ด ห นี้ เ นื่ อ ง จ า ก ต ก ล ง ร า ค า ชั่ ว ค ร า ว แ ล้ ว ม า เ จ ร จ า ต ก ล ง ล ด ร
       เหตุในการออกใบลดหนี้/ใบเพิ่มหนี้                                                                        กา รล ด ห นี้ ดั ง ก ล่ าว ไ ม่ ถื อ ว่ า มี เ ห ตุ ต า ม ม า ต ร า 82/10 ใ บล ดห นี้ จึ ง ไ ม่ เ ป็ น
                                                                                                                      ้                          ้
                                                                                                               แต่ถาการเจรจานั้นทาให้ตองมีการเพิ่มราคา ต้องออกใบเพิ่มหนี้และเรี ยกเก็บภาษีมูลค่าเพ
                                                                                                                            การเพิมหนี้/ลดหนี้ เกิดจากเหตุผลเดียวกันแต่ปฏิบติต่างกัน
                                                                                                                                  ่                                                    ั
มาตรา 82/11                                                                                                             น า ห ลั ก เ ก ณ ฑ์                              วิ ธี ก า ร                  แ ล ะ เ ง
      การนาภาษี มูลค่า เพิ่มที่ เกิ ดจากหนี้ สูญ ตามหลักเกณฑ์ วิธี การ และเงื่ อนไข ที่ อธิ บดี ก าหนด         เ กี่ ย ว กั บ ก า ร จ า ห น่ า ย ห นี้ สู ญ ใ น ท า ง ภ า ษี เ งิ น ไ ด้ นิ ติ บุ ค ค ล
ไปหักออกจากภาษีขาย                                                                                                                                             ่                    ั
                                                                                                               และเพิ่มเงื่อนไขพิเศษก่อให้เกิดความยุงยากในทางปฏิบติเหมือนหนึ่ งรัฐไม่ประสงค์จะให้น
                                                                                                               กิดจากหนี้สูญ ไปหักออกจากภาษีขาย
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกียวกับภาษีมูลค่ าเพิม (ฉบับที่ 85)
                          ่                  ่                                                                          เป็ นพ้นวิสัย เพราะพ้นกาหนดเวลาที่กฎหมายกาหนดแล้ว เช่นเดียวกับข้อ 6 ทวิ
      ข้      อ             6/1       แ          ล         ะ                ข้        อ                 6/2    เบญจ และข้อ 6 ฉ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ข้อ 6 ทวิ ข้อ 6 จัตวา ข้อ 6 เบญจ และข
                                                                                                                                                                                          ก 15
                                                         ้
                                                มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                  ประเด็นปัญหา
กรณี ห นี้ สู ญที่ เ กิ ด จากการปรั บ โครงสร้ า งหนี้ ตามหลั ก เกณฑ์ ข องธนาคารแห่ ง ประเทศไทย กรณี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
เช่นเดียวกับกรณี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
มาตรา 82/16 – มาตรา 82/18                                                                                                       ปั จ จุ บั น บ ท บั ญ ญั ติ ดั ง ก ล่ า ว ไ ม่ มี ผ ล ใ ช้ บั ง
การคานวณภาษีมูลค่าเพิ่มของผูประกอบการจดทะเบียนที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่ามูลค่าของฐานภา เพราะรัฐไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป
                                      ้
ษี ข องกิ จการขนาดย่อมแต่ ไ ม่ เกิ นกว่า มู ล ค่ าฐานภาษี ที่ ก ฎหมายกาหนด โดยเสี ย ภาษี มูล ค่ า เพิ่ ม ใน
อัตราร้อยละ 1.5
มาตรา 83 – มาตรา 83/10
เ ป็ น บ ท บั ญ ญั ติ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร แ ล ะ ก า ร ช า ร ะ ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม
อั น เป็ นวิ ธี ก ารเกี่ ย วแก่ ภ าษี อ ากรประเมิ น ซึ่ งล้ ว นแต่ บ ทขยายความมาตรา 17 ในหมวด 2
วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินทั้งสิ้ น
มาตรา 83                                                                                                                        การใช้ ข ้ อ ความว่ า “ภายใต้ บ ัง คับ มาตรา 83/1”        เป็ นผลท าให้ บ ทบัญ
                                                                                                                        เ ป็ น ก ฎ ห ม า ย ทั่ ว ไ ป ข อ ง ม า ต ร า 83/1 เ ท่ า นั้ น แ ต่ ใ น ค ว า ม เ ป็ น จ ร
                                                                                                                        เป็ นกฎหมายทัวไปของบทบัญญัติอื่นๆ ในส่ วน 7 ด้วย
                                                                                                                                         ่
มาตรา 83 วรรคสอง                                                                                                                ก า ร ข ย า ย เ ว ล า ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร
         โดยทั่ ว ไปการยื่ น แบบแสดงรายการภาษี แ ละการช าระภาษี ส าหรั บ เดื อนภาษี ใ ด ให้ แ ก่ รั ฐ วิ ส าหกิ จ ประเภทสาธารณู ป โภคที่ มี ส าขาเป็ นจ านวนมาก เช่ น การปร
ให้ยนภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิ บดีจะกาหนดเป็ นอย่างอื่น
      ื่                                                                                                                หรื อองค์การ โทรศัพท์ โดยขยายเวลาจากวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเป็ นภายในสิ้ นเดื อน
                                                                                                                        ซึ่ งในการขยายเวลาดังกล่าวกรมสรรพากร กระทรวงการคลังมิได้อาศัยอานาจตามควา
                                                                                                                                  ั                    ั
                                                                                                                        83 ให้ชดเจน ถือเป็ นการปฏิบตินอกเหนือกฎหมาย (Over Rule)
มาตรา 83 วรรคสาม                                                                                                                                  ้                                  ่
                                                                                                                              1. เป็ นสิ ทธิของผูประกอบการจดทะเบียนที่จะเลือกยืนแบบแสดงรายการเป็ นรายส
สถานที่ยนแบบแสดงรายการ
           ื่                                                                                                                              ั ื่
                                                                                                                        ารหรื อขออนุมติยนแบบรวมกัน ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง
         ก า ร ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร ภ า ษี แ ล ะ ช า ร ะ ภ า ษี เ ป็ น ร า ย ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร             2. ในปั จ จุ บ ัน กรมสรรพากรปรั บ เปลี่ ย นโครงสร้ า งการบริ ห ารราชการเป็ น
                                                                                                                                                                                              ก 16
                                     ้
                             มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                           ประเด็นปัญหา
            ั ื่
และการขออนุมติยนแบบแสดงรายการรวมกัน                                                                 การบริ ห ารการจัด เก็ บ ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม ควรอ านวยให้ เ กิ ด ความสะดวกแก่ ผูเ้ สี ย ภาษ
                                                                                                                     ่
                                                                                                    จึงจะจัดได้วาเป็ นภาษีอากรที่ดีตามหลักสากลนิยม
มาตรา 83/3                                                                                                   ไ ม่ มี บ ท บั ญ ญั ติ ห้ า ม มิ ใ ห้ ผู ้ เ ย า ว์ เ ป็ น ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น
      การยืนแบบแสดงรายการภาษีแทนหรื อร่ วมกับผูประกอบการจดทะเบียน
            ่                                       ้                                               จึ งควร ก าหนด ใ ห้ ผู ้ แ ท นโดย ช อบธ รร มเป็ นผู ้ มี หน้ า ที่ ยื่ นแบบ แส ดงร าย
                                                                                                                         ้
                                                                                                    หรื อร่ วมกับผูประกอบการจดทะเบียนที่เป็ นผูเ้ ยาว์
มาตรา 83/10                                                                                                  เป็ นแนวคิดที่ ดีในการบริ หารการจัดเก็บภาษี อากร ทั้งนี้ เพื่อการให้บริ การแก่ ผ
      การเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับการขายสิ นค้า หรื อการให้บริ การที่ตองเสี ยภาษีสรรพสามิตด้วย จุ ด เดี ย วกัน (One /stop Services) แต่ ใ นทางปฏิ บ ัติมี ค วามยุ่ง ยากในการจัด เ
                                                                          ้
ให้กรมสรรพสามิตเรี ยกเก็บเพื่อกรมสรรพากร                                                            โ ด ย เ ฉ พ า ะ ใ น เ ข ต ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร ห รื อ ใ น เ ข ต จ
                                                                                                    ที่ ห น่ ว ยรั บ ช าระภาษี ส รรพสามิ ต มี จ านวนน้ อ ยไม่ ส ะดวก ผู้ป ระกอบการต้
                                                                                                    ป ร ะ ก อ บ กั บ ก ร ม ส ร ร พ า ก ร ส า ม า ร ถ ใ ห้ บ ริ ก า ร ท า ง อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต ไ ด้ จึ ง
                                                                                                                       ้                         ้
                                                                                                    รวมทั้งไม่มีขอกฎหมายที่จะลงโทษผูประกอบการกรณี ไม่ปฏิบติตามบทบัญญัติดงกล่าว       ั                  ั
มาตรา 84 – มาตรา 84/4                                                                                           ก ร ณี ผู ้ น า ส่ ง ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ต า ม ม า ต ร า 8 3 / 5 ห รื อ ม
      เป็ นบทบัญญัติเกี่ยวกับการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่บญญัติไว้เป็ นพิเศษ นอกเหนื อจากมาตรา 27 ตรี ได้ น าส่ งภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม โดยไม่ มี ห น้ า ที่ ต้ อ งน าส่ งหรื อน าส่ งเกิ นกว่ า จ านว
                                                        ั
ในหมวด 2 อันเป็ นกฎหมายทัวไป ดัง นั้น กรณี ที่ไม่ เข้า ลักษณะการขอคื นภาษี มูลค่ าเพิ่ มตามส่ วน 8 ให้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวตามมาตรา 27 ตรี
                              ่
ให้ขอคืนได้ตามมาตรา 27 ตรี

มาตรา 84 และ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 242)                                                                           ก า ร น า เ ค ร ดิ ต ภ า ษี ไ ป ใ ช้ ใ น เ ดื อ น ถั ด ไ ป มิ ไ ด้ ก า ห น ด เ ว
กรณี เครดิ ต ภาษี ที่ เ หลื อ อยู่ จ ากการค านวณในเดื อ นภาษี ใ ด ให้ น าเครดิ ต ภาษี ที่ เ หลื อ อยู่ น้ ั น อ า จ ท า ใ ห้ ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ม า ข อ คื น เ ป็ น เ งิ น ส ด เ มื่ อ เ ว ล า ผ่ า น ไ ป เ ป็ น ร ะ
ไ ป ช า ร ะ ภ า ษี ใ น เ ดื อ น ถั ด จ า ก เ ดื อ น ภ า ษี นั้ น ยากแก่การค้นหาเอกสาร และเป็ นปั ญหาในการตรวจสอบ
                                          ั
และหากในเดือนภาษีที่นาเครดิตภาษีที่ยงคงเหลืออีกให้นาไปใช้ในเดือนถัดไป
มาตรา 84/1                                                                                                          1. ไม่มีขอกาหนดเกี่ยวกับ
                                                                                                                                 ้
                                                                                                                                                                             ก 17
                                              ้
                                      มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                          ประเด็นปัญหา
       การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็ นรายสถานประกอบการ                                                     ( 1 ) ก ร ณี ที่ ย ก เ ลิ ก ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ เ ป็ น ส า ข า แ ล ะ ส ถ
                                                                                                                                    ่่
                                                                                              สาขานั้นยังคงมีเครดิตเหลือ อยูวาจะต้องปฏิบติอย่างไร      ั
                                                                                                        ( 2 ) ก ร ณี ไ ด้ รั บ อ นุ มั ติ ใ ห้ ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร ร ว ม กั น โ ด ย ส ถ
                                                                                                      ้         ่                                  ่
                                                                                              การที่ตองรวมยืนแบบนั้นมีเครดิตเหลืออยูจะต้องปฏิบติอย่างไร        ั
                                                                                                    2 . ส ถ า น ที่ ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร ที่ เ ป็ น ที่ ว่ า ก
                                                                                              ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างองค์การของกรมสรรพากรที่ปรับเปลี่ยนเป็ นส่ วนกลางทั้งหม
มาตรา 84/2                                                                                          ห          ลั      ก           เ        ก            ณ       ฑ์                 วิ     ธี     ก
          การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผได้รับคืนภาษีได้รับดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 4 ทศ
                                     ู้                                                       และเงื่ อ นไขเกี่ ย วกับ การให้ ด อกเบี้ ยแก่ ผู ้ไ ด้รั บ คื น ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม ตามกฎกระทร
                                                                                                                          ู้
                                                                                              ไม่มีความเป็ นธรรมแก่ผประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิ ได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างเพ
มาตรา 85 – มาตรา 85/19                                                                              การได้ม าซึ่ ง ข้อมู ล เกี่ ย วกับ ผูต้องเสี ย ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม หาใช่ มี แต่ โดยการจดทะเ
                                                                                                                                          ้
                                                                                                             ิ
          เ ป็ น บ ท บั ญ ญั ติ เ กี่ ย ว กั บ ท ะ เ บี ย น ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม เท่านั้น ยังมีวธีการอื่นๆ อีกที่สามารถกระทาได้
ซึ่ งเป็ นส่ วนหนึ่งของวิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินตามหมวด 2 ที่บญญัติไว้เป็ นอย่างอื่น
                                                                       ั
          กฎหมายมีเจตนารมณ์ที่จะให้ทางราชการมีขอมูลเกี่ยวกับผูประกอบการให้มากที่สุดในอันที่จะ
                                                      ้              ้
นามาใช้ในการบริ หารการจัดเก็บให้เกิดความเป็ นธรรมสู งสุ ด
มาตรา 85                                                                                            1
บัญญัติเกี่ยวกับ                                                                              ไม่มีบทบัญญัติที่อธิ บายสิ ทธิ ประโยชน์ของการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันประกอ
                           ่
          1. สิ ทธิ ในการยืนคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันเริ่ มประกอบกิจการ                   2                        ส ถ า น ที่ ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร ที่ เ ป็ น ที่ ว่ า
          2. สถานที่ยนคาขอสดทะเบียนฯ
                       ื่                                                                     ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างองค์การของกรมสรรพากรที่ปรับเปลี่ยนเป็ นส่ วนกลางทั้งหม

มาตรา 85/1(1)                                                                                                    กรณี ผู ้ ประกอบการมี รายได้ เกิ นมู ลค่ าฐานภาษี ของกิ จการขนาดย่ อม (1.8 ล้ าน
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกียวกับภาษีมูลค่ าเพิม (ฉบับที่ 57)
                          ่                  ่                                                            และยื่ นค าขอจดทะเบี ยนและเจ้าพนักงานฯ รั บจดทะเบี ยนในวันที่ 30 ของเดื อนนั้น โดยระ
                                                                                                          ว่ า ประสงค์ จ ะเป็ น ผู ้ ป ระกอบการจดทะเบี ยนตั้ งแต่ วั น ที่ 1 แต่ ตามประกาศอธิ บ
                                                                                                                                                                                             ก 18
                                                   ้
                                          มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                              ประเด็นปัญหา
                                      ่
        ตามมาตรา 85/1(1) บัญญัติวา ประกอบการฯ ต้องยื่นคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30                               ้                                ั
                                                                                                              ให้ เป็ นผูประกอบการจดทะเบี ยนตั้งแต่ ว นที่ เจ้าพนักงานฯ รั บค าขอจดทะเบี ยน ดังนั้นตั้งแ
วันนับแต่วนที่ฐานภาษีเกินมูลค่าฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม
            ั                                                                                                 ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ะ มี สิ ท ธิ แ ล ะ ห น้ า ที่ ต า ม ก ฎ ห ม า ย อ ย่ า ง
ต า ม ป ร ะ ก า ศ อ ธิ บ ดี ก ร ม ส ร ร พ า ก ร เ กี่ ย ว กั บ ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ( ฉ บั บ ที่ 57)      เนื่องจากการกาหนดเวลายืนคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิ บวันนั้นจะมีช่วงเวลาที่เป็ น
                                                                                                                                       ่
ก า ห น ด ใ ห้ ถื อ วั น ที่ ใ ห้ เ ป็ น ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น คื อ                         สี ยภาษีมูลค่าเพิ่ม กฎหมายทั้ง 2 ฉบับจึงขัดกัน
วันเดือนปี ที่เจ้าพนักงานสรรพากรรับคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
มาตรา 85/1(1)                                                                                                               ใ น ท า ง ป ฏิ บั ติ ไ ม่ มี ก า ร แ จ้ ง ต่ อ อ ธิ บ ดี เ พื่ อ เ สี ย ภ า ษ
        ส าหรั บผู ้ประกอบการที่ ได้ แจ้ งต่ ออธิ บดี กรมสรรพากรเพื่ อเสี ยภาษี มู ลค่ าเพิ่ มตามมาตรา 81/3   เ มื่ อ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ข อ เ สี ย ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ก็ เ พี ย ง แ ต่ ยื่ น
ให้ยนคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิ บวันนับแต่วนที่ได้แจ้งต่ออธิ บดี
     ื่                                                   ั                                                   เพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทนที      ั
มาตรา 85/5                                                                                                            การบั ญ ญั ติ ใ ห้ ต้ อ งติ ด ต่ อ ด าเนิ นก าร ณ สถานที่ ที่ ได้ จ ดทะเบี ยนภาษ
         บัญญัติให้ติดต่อดาเนินการ ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ดังนี้                          เป็ นการบัญญัติอย่างแคบก่อให้เกิดปั ญหาการตีความกฎหมายโดยเฉพาะกรณี ได้มีการย
         1. การยื่นคาขอรับใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่า เพิ่ม กรณี ที่ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสู ญหาย              บการไปยังที่แห่งใหม่ จึงไม่ใช่สถานทีทได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่ าเพิมไว้ แต่ แรก
                                                                                                                                                            ่ ี่                               ่
ถูกทาลาย หรื อชารุ ดในสาระสาคัญ (มาตรา 85/5)
         2. การแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสาคัญ (มาตรา 85/6)
         3. การแจ้งเปิ ดสถานประกอบการเพิ่มเติม และการปิ ดสถานประกอบการบางแห่ ง (มาตรา
85/7)
         4. การแจ้งย้ายสถานประกอบการ (มาตรา 85/8)
         5. การแจ้ง การโอนกิ จ การและการเปลี่ ย นแปลงรายการทะเบี ย นภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม ถ้า มี
หรื อแจ้งการโอนและแจ้งการเลิกประกอบกิจการ และการแจ้งการรับโอน (มาตรา 85/13)

        6. การแจ้งการควบกิจการ ตามมาตรา 85/14 และการเลิกประกอบกิจการตามมาตรา 85/15
                                                                 ้
        7. การแจ้งให้นายทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทราบถึงความตายของผูประกอบการจดทะเบียน
                                                                                                                                                                                                    ก 19
                                                     ้
                                             มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                    ประเด็นปัญหา
มาตรา 85/8                                                                                                                     ให้แจ้งกรมสรรพากรก่อนการแจ้งย้ายจริ งกับกระทรวงพาณิ ชย์ จึงเกิดปั ญหา
          ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น ใ ด ป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ย้ า ย ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร                           1. ไม่มีหลักฐานแนบในขณะที่แจ้งกับกรมฯ
ใ ห้ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น นั้ น แ จ้ ง ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ท ะ เ บี ย น ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ณ                                                          ั
                                                                                                                                 2. เมื่อมีการย้ายสถานที่จริ งไม่ตรงกับที่ได้แจ้งไว้กบกรมฯ
                                                                                 ้
สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ก่อนวันย้ายสถานประกอบการไม่นอยกว่าสิ บห้าวัน                                            3                       ก า ร แ จ้ ง เ ปิ ด ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร แ
          ให้ ผู ้ประกอบการจดทะเบี ยนที่ ย ้ายสถานประกอบ การแจ้งการเปิ ดสถานประกอบการแห่ งใหม่ ณ                        ที่ ว่ า ก า ร อ า เ ภ อ ท้ อ ง ที่ ที่ ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร แ ห่ ง ใ
ที่ ว่ า ก า ร อ า เ ภ อ ท้ อ ง ที่ ที่ ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร แ ห่ ง ใ ห ม่ ตั้ ง อ ยู่                             ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างองค์การของกรมสรรพากรที่ปรับเปลี่ยนเป็ นส่ วนกลางทั้งหม
ก่ อ น วั น เ ปิ ด ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร แ ห่ ง ใ ห ม่ ไ ม่ น้ อ ย ก ว่ า สิ บ ห้ า วั น
เ พื่ อ ข อ รั บ ใ บ ท ะ เ บี ย น ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ส า ห รั บ ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร แ ห่ ง ใ ห ม่ นั้ น
พร้อมกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของสถานประกอบการเดิม ให้นามาตรา 85/6 วรรคสอง มาใช้บงคับ               ั
มาตรา 85/12                                                                                                                            การแจ้งเปิ ดสถานประกอบการแห่ งใหม่ ณ ที่ ว่าการอ าเภอท้องที่ ที่ สถานประกอบก
           การแจ้ ง หยุ ดประ กอบกิ จการชั่ ว คราวเป็ นเวลาติ ดต่ อกั น เกิ นกว่ า ส ามสิ บวั น ณ ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างองค์การของกรมสรรพากรที่ปรับเปลี่ยนเป็ นส่ วนกลางทั้งหมด
     ่
ที่วาการอาเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
มาตรา 85/13                                                                                                                          ้
                                                                                                                                  ผูประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะโอนกิจการทั้งหมดต้องแจ้งการโอนและแจ
              ผูประกอบการจดทะเบียนใดประสงค์จะโอนกิจการทั้งหมดให้แจ้งการโอนและแจ้งการเลิกกิจ ก่อนวันโอนกิจการไม่นอยกว่าสิ บห้าวัน
                ้                                                                                                                                         ้
การตามมาตรา 85/15                         (การเลิ ก ประกอบกิ จการ ให้แจ้ง การเลิ ก กิ จการ ภายในสิ บ ห้า วัน                                                                                            ั
                                                                                                                                  แต่การเลิกกิจการต้องแจ้งเลิกกิจการภายในสิ บห้าวัน นับแต่วนเลิก และตามคาสั่ งก
นับจากวันเลิกประกอบกิจการ) ก่อนวันโอนกิจการไม่นอยกว่าสิ บห้าวัน    ้                                                        ป                    .               66/2539                    ข้                อ
                                                                                                                              ้                                                                  ั ั
                                                                                                                            ผูประกอบการที่แจ้งเลิกกิจการไม่มีสิทธิ ออกใบกากับภาษีต้ งแต่วนถัดจากวันที่ยื่นแบบเ
                                                                                                                            จการ จึงเกิดปั ญหาการออกใบกากับภาษีก่อนวันโอน และระยะเวลาของการแจ้งเลิกแจ้ง
มาตรา 85/15                                                                                                                       เ นื่ อ ง จ า ก ค า สั่ ง ก ร ม ส ร ร พ า ก ร ที่ ป .
           ประกอบกับคาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป. 66/2539                                                                         มี ก า ร ร ะ บุ ถึ ง ก า ร เ ลิ ก ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร ว่ า จ ะ ต้ อ ง ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง
กรณี เลิกประกอบกิจการ                                                                                                       มู ล ค่ า เ พิ่ ม ต่ อ ไ ป จ น ก ว่ า อ ธิ บ ดี จ ะ ขี ด ชื่ อ อ อ ก จ า ก ท ะ เ บี ย น จึ ง ท า ใ
                                                                                                                                                        ่
                                                                                                                            การยังต้องรับภาระในการยืนแบบดังกล่าวต่อไป
                                                                                                                                                                                                                       ก 20
                                                                  ้
                                                      มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                                  ประเด็นปัญหา
มาตรา 85 – มาตรา 85/19 ประกอบกับมาตรา 83/3                                                                                                    ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม เ ป็ น ห น้ า ที่ ห นึ่ ง ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า
                ผูมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิ บติการแทนผูประกอบการจดทะเบียนที่เป็ นผูเ้ ยาว์
                   ้                                                      ั            ้                                               เ ช่ น เ ดี ย ว กั บ ห น้ า ที่ ใ น ก า ร ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร แ ล ะ ช า ร ะ ภ า ษ
ผู ้ ที่ ศ าลสั่ ง ให้ เ ป็ นคนไร้ ค วามสามารถ หรื อเสมื อ นไร้ ความสามารถ ผู ้ ถึ ง แก่ ค วามตาย                                                      ู้
                                                                                                                                       เว้นแต่กรณี ผประกอบการถึงแก่ความตาย
           ้                                                                 ั            ้
ห้างหุ นส่ วนสามัญหรื อคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล บริ ษทหรื อห้างหุ นส่ วนนิติบุคคล หรื อนิติบุคคลอื่น
มาตรา 86 – มาตรา 86/14                                                                                                                          ไม่ มี ข ้อ ก าหนดเกี่ ย วกับ การจัด ท าและการจัด เก็ บ เอกสารหลัก ฐานตามปร
              เ ป็ น บ ท บั ญ ญั ติ เ กี่ ย ว กั บ ห น้ า ที่ ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น อี ก ป ร ะ ก า ร ห นึ่ ง   ที่ มีขอความอยู่ในรู ปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิ กส์ ตามแนวทางปฏิ บติในคาสั่ งกรม
                                                                                                                                              ้                                                                          ั
อันเป็ นวิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินที่บญญัติไว้เป็ นอย่างอื่นนอกเหนือจากที่บญญัติไว้ในหมวด 2
                                                           ั                                               ั                           121/2545
มาตรา 86                                                                                                                                        (1) การใช้ ข ้ อ ความว่ า “ภายใต้ บ ั ง คั บ มาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และ
              หลักเกณฑ์ และเงื่อนในในการจัดทาใบกากับภาษีและสาเนาใบกากับภาษีสาหรับการขายสิ นค้า                                         เป็ นผลทาให้บทบัญญัติ มาตรา 86 เป็ นกฎหมายทัวไปของมาตรา 83/1 มาตรา 86/2 แ
                                                                                                                                                                                              ่
หรื อการให้บริ การ                                                                                                                     เท่านั้น แต่ในความเป็ นจริ งมาตรา 88 เป็ นกฎหมายทัวไปของบทบัญญัติอื่นๆ ในส่ วน 10
                                                                                                                                                                                                ่
              ( 1 ) .              ใ ห้ จั ด ท า แ ล ะ ส่ ง ม อ บ ทุ ก ค รั้ ง                                                                  (2) การก าหนดให้ จ ั ด ท าใบก ากั บ ภาษี แ ละส าเนาใบก ากั บ ภาษี ส าหรั บ
และต้องจัดทาในทันทีที่ความรับผิดในการเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น                                                                      หรื อ การให้ บ ริ ก ารทุ ก ครั้ ง และต้อ งจัด ท าในทัน ที ที่ ค วามรั บ ผิ ด ในการเสี ย ภาษี ม
              (2) การออกใบกับ ภาษี ข องผู ้ป ระกอบการที่ ไ ด้รั บ ยกเว้น การจดทะเบี ย นภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม                           พ ร้ อ ม ทั้ ง ใ ห้ ส่ ง ม อ บ ใ บ ก า กั บ ภ า ษี นั้ น แ ก่ ผู ้ ซื้ อ สิ น ค้ า ห รื อ ผู ้ รั บ
และได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชัวคราว            ่                                                                                                      ั                      ้       ั
                                                                                                                                       ในทางปฏิบติมีการละเว้นให้ไม่ตองปฏิบติตามในบางกรณี เช่น ตามคาสั่ งกรมสรรพา
              (3) ให้ออกใบกากับภาษีเป็ นรายสถานประกอบการ                                                                               ป.86/2542
             (4) การออกใบกากับภาษีโดยตัวแทนในนามของผูประกอบการจดทะเบียน        ้




มาตรา 86/1                                                                                                                                          ู้
                                                                                                                                              ยังมีผประกอบการจดทะเบียนที่ไม่มีสิทธิ ออกใบกากับภาษีที่มิได้นามาบัญญัติอีกห
       ห้ามมิให้ผประกอบการจดทะเบียนออกใบกากับภาษี
                 ู้                                                                                                                          - กรณี มิได้ประกอบการจริ ง
                                                                                                                                                           ก 21
                                            ้
                                    มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                   ประเด็นปัญหา
                                                                                                  ู้
                                                                                 - กรณี ออกให้แก่ผที่มิได้ซ้ื อสิ นค้าหรื อรับบริ การ
                                                                                 - กรณี ออกไม่ตรงตามความเป็ นจริ ง




มาตรา 86/4                                                                        กรณี ใบกากับภาษีออกเป็ นชุ ดตามข้อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวก
และข้ อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกียวกับภาษีมูลค่ าเพิม (ฉบับที่ 39)
                                       ่                  ่                (ฉบั บ ที่ 39) ไม่ ส อดคล้อ งกับ แนวทางปฏิ บ ัติ แ ละบทบัญ ญัติ ข องกฎหมาย โดยเฉ
เกี่ยวกับใบกากับภาษีแบบเต็มรู ป                                            “ไม่ ใช่ กากับภาษี” และ “สาเนา...”



มาตรา 86/12                                                                        (1) หลักเกณฑ์ วิธีก าร และเงื่ อนไขเกี่ ยวกับการออกใบแทนใบก ากับ ภาษี ใบ
      การออกใบแทนใบกากับภาษี ใบเพิมหนี้ และใบลดหนี้
                                  ่                                        ใบแทนใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/12 ที่ อ ธิ บดี ก รม สรรพากรก าหนดตามปร
                                                                           เ กี่ ย ว กั บ ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม                                                ( ฉ บั บ
                                                                           ที่ ก า ห น ด ใ ห้ ใ ช้ วิ ธี ถ่ า ย เ อ ก ส า ร เ พี ย ง วิ ธี ก า ร เ ดี ย ว ไ ม่ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ แ น
                                                                                                                                                ่
                                                                           ที่สามารถพิมพ์ออกจากเครื่ องหรื อพิมพ์จากข้อความอยูในรู ปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอน
                                                                                   (2) ไม่ มี ข ้ อ ก าหนดเกี่ ย วกั บ การยกเลิ ก แล้ ว ออกใบก ากั บ ภาษี ฉ บั บ ใหม
                                                                                                  ั
                                                                           ตามแนวทางปฏิบติในคาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542
                                                                                                                                                                                                           ก 22
                                                        ้
                                                มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                              ประเด็นปัญหา
มาตรา 87 – มาตรา 87/3                                                                                                                     ไม่ มี ข ้อ ก าหนดเกี่ ย วกับ การจัด ท าและการจัด เก็ บ เอกสารหลัก ฐานตามปร
                                                                                                                                        ้             ่
          เ ป็ น บ ท บั ญ ญั ติ เ กี่ ย ว กั บ ห น้ า ที่ ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น อี ก ป ร ะ ก า ร ห นึ่ ง ที่มีขอความอยูในรู ปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามคาสั่ งกรมสรรพากรที่ ป. 121/25
ซึ่ ง เ ป็ น บ ท บั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ย วิ ธี ก า ร เ กี่ ย ว แ ก่ ภ า ษี อ า ก ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม ห ม ว ด 2
     ั                                                ั
ที่บญญัติไว้เป็ นอย่างอื่นนอกเหนือจากที่บญญัติไว้ในมาตรา 17
ประกาศอธิบดีฯ เกียวกับภาษีมูลค่ า เพิม (ฉบับที่ 89)
                        ่                        ่                                                                                        1. หลักเกณฑ์การลงรายการในรายงานภาษี มูล ค่าเพิ่ม โดยการจัดทาด้วยระบ
ออกตามความในมาตรา 87 เกี่ยวกับ แบบของรายงาน และวิธีการลงรายการในรายงาน                                                           มี ส่ วนที่ เ กี่ ยวข้ อ งกั บ การลงรายการในบั ญ ชี แยกประเภทตามกฎหมายว่ า
                                                                                                                                                                                                          ั
                                                                                                                                 แต่ไม่เคยมีการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกาหนดหลักเกณฑ์ดงกล่าวที่ตองมีค     ้
                                                                                                                                          ั
                                                                                                                                 ะไม่ขดแย้งกัน
                                                                                                                                          2. หลักเกณฑ์การลงรายการในรายงานฯ โดยการจัดทาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีมา
                                                                                                                                   ้                                    ้                              ั
                                                                                                                                 ผูประกอบการต้องลงทุนสู ง ไม่คุมกับบทลงโทษที่มี จึงไม่มีการปฏิบติตามกฎหมาย

มาตรา 88 – มาตรา 88/6
          เ ป็ น บ ท บั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ย อ า น า จ เ จ้ า พ นั ก ง า น ป ร ะ เ มิ น
อั น เ ป็ น วิ ธี ก า ร เ กี่ ย ว แ ก่ ภ า ษี อ า ก ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม ห ม ว ด 2 ที่ มี บั ญ ญั ติ ไ ว้ เ ป็ น อ ย่ า ง อื่ น
                                                    ่
ซึ่งถือเป็ นกฎหมายพิเศษของบทบัญญัติวาด้วยอานาจเจ้าพนักงานประเมินตามหมวด 2 ดังกล่าว
มาตรา 88 และ มาตรา 89                                                                                                                   อานาจของเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 88 ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติเกี่ ยว
                                                                                                                                  ม า ต ร า                  89                                                               ก ล
                                                                                                                                  มี บ ทบัญ ญัติ ว่ า ด้ว ยเบี้ ย ปรั บ แต่ ไ ม่ มี บ ทบัญ ญัติ ว่า ด้ว ยอ านาจเจ้า พนัก งานประเมิ น
                                                                                                                                  จึงไม่มีอานาจประเมินได้ เช่น
                                                                                                                                        (1) กรณี ภาษี ขายแสดงไว้ข าดไป หรื อกรณี ภาษี ซ้ื อแสดงไว้เกิ นไป ต้องรั บผิดเ
                                                                                                                                  ตามมาตรา 89 (4) แต่หากเมื่ อผลการคานวณภาษี มูลค่าเพิ่มปรากฏว่าไม่มีภาษีที่ต
                                                                                                                                  หรื อมีภาษีที่ชาระไว้เกิน เจ้าพนักงานประเมินก็จะไม่สามารถประเมินเบี้ยปรับได้
                                                                                                                           ก 23
                              ้
                      มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                              ประเด็นปัญหา
                                                                  ้
                                                       (2) กรณี ผูประกอบการไม่ออกใบกากับภาษี ต้องรับผิดเบี้ยปรั บ 2 เท่า ตาม
                                              เจ้าพนักงานประเมินก็จะไม่สามารถประเมินเบี้ยปรับได้
                                                                    ู้            ั
                                                       (3) กรณี ผประกอบการไม่จดทารายงานหรื อมีสินค้าขาดจากรายงานต้องรับผ
                                              ตามมาตรา 89 (5) เจ้าพนักงานประเมินก็จะไม่สามารถประเมินเบี้ยปรับได้
                                                      (4) อานาจในการกาหนดรายรับขั้นต่ากรณี ให้บริ การที่ระบบบัญชีไม่เป็ นที่น่าเช
                                                                                                      ้้
                                                      (5) ไม่มีบทบัญญัติให้อานาจการเข้าถึงข้อมูลของผูตองเสี ยภาษี มูลค่าเพิ่มดังเช่น
                                              ห รื อ ก ฎ ห ม า ย ป ป ช . อ า ทิ ข้ อ มู ล ท า ง ก า ร เ งิ น ใ น Bank
                                                                                                                       ้
                                              การชาระค่าสิ นค้าหรื อบริ การด้วยบัตรเครดิต ข้อมูลการบันทึกรายการบัญชีดวยระบบอีเ




มาตรา 88/6 วรรคท้าย                                   ม า ต ร า 88/6                (1)(ข ) ก า ห น ด เ ว ล า ก า ร ป ร ะ เ มิ น ข อ ง เ จ้ า พ นั ก
                                                        ู้
                                              กรณี ที่ผมีหน้าที่เสี ยภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีหลังวันสุ ดท้ายแห่ งกาหนดเวลายื่นแบบ
                                                                                                               ั
                                              ษี ให้ ก ระท าได้ภายในก าหนดเวลาสองปี นับ แต่ ว น ที่ ผู ้มี หน้ า ที่ เสี ย ภาษี ยื่ น แบบแส
                                              แ ต่ ต้ อ ง ไ ม่ เ กิ น สิ บ ปี นั บ แ ต่ วั น สุ ด ท้ า ย แ ห่ ง ก า ห น ด เ ว ล า ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง
                                              โดยมิได้อยู่ในอานาจอธิ บดีที่จะอนุ มติให้ประเมินภาษีภายในกาหนดเวลาห้าปี ตามมาตร
                                                                                            ั
                                              แ ห่ ง ป ร ะ ม ว ล รั ษ ฎ า ก ร เ นื่ อ ง จ า ก บ ท บั ญ ญั ติ
                                                                             ั
                                              กาหนดเวลาการขออนุ มติอธิ บดี เพื่อขอประเมิ นภาษี ได้ภายในกาหนดเวลาห้าปี เฉพาะ
                                              88/6                 (1)(ก ) ( 2)                (3)               แ ห่ ง ป ร ะ ม ว ล รั ษ ฎ า ก ร เ ท
                                                                    ้
                                              หากเกิ ดกรณี ที่ ผูประกอบการยื่ นแบบแสดงรายการภาษี เกิ นเวลาตามกฎหมายก าหน
                                              จะมี อ านาจประเมิ น ภาษี ไ ด้ ภ ายในสองปี นั บ แต่ ว ัน ที่ ผู ้ป ระกอบการยื่ น แบบแส
                                                                       ้
                                              แต่หากเป็ นกรณี ที่ผูประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเวลาที่กฎหมายกาหน
                                                                                                                                                                                ก 24
                                            ้
                                    มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                ประเด็นปัญหา
                                                                                                  จะมี อ านาจประเมิ น ภาษี ไ ด้ ภ ายในสองปี นั บ แต่ ว ัน ที่ ผู ้ป ระกอบการยื่ น แบบแส
                                                                                                                                 ั
                                                                                                  และอธิ บดีมีอานาจอนุมติให้ประเมินภาษีภายในกาหนดเวลาห้าปี ตามมาตรา 88/6 วรรคท้า
มาตรา 89 – มาตรา 89/2                                                                                     เป็ นบทบัญญัติ ว่ า ด้วยเบี้ ย ปรั บ และเงิ นเพิ่ ม อันเป็ นส่ วนหนึ่ งของอ านาจเจ้า พ
เบี้ยปรับ – เงินเพิ่ม                                                                             แ ล ะ เ ป็ น วิ ธี ก า ร เ กี่ ย ว แ ก่ ภ า ษี อ า ก ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม ส่ ว น 2 ที่ มี บั ญ ญั ติ ไ ว
                                                                                                                                                    ่
                                                                                                  ซึ่ งถือเป็ นกฎหมายพิเศษของบทบัญญัติวาด้วยอานาจเจ้าพนักงานประเมินตามหมวด 2 ดังก
บทกาหนดโทษตามมาตรา 90 – มาตรา 90/5                                                                        บทกาหนดโทษปรับทางอาญาในส่ วนที่กาหนดค่าปรับเป็ นตัวเงิ นตามประมวลร
     บทกาหนดโทษปรับทางอาญาเป็ นตัวเงินตามประมวลรัษฎากร                                            นั้
                                                                                                  เนื่องจากค่าของเงินเปลี่ยนแปลงไปจนทาให้ดูเหมือนจานวนค่าปรับที่กาหนดไว้ในกฎ
                                                                                                  มศักดิ์สิทธิ์ ที่จะปฏิบติตาม
                                                                                                                           ั

          ่
มาตรการเกียวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขภาษีธุรกิจเฉพาะ
มาตรา 91/1                                                                                                                 ั
                                                                                                        ไม่มีนิยามศัพท์ดงนี้ เพราะตราไว้ในพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในมาตรา
       นิยามศัพท์                                                                                          - “ธุ รกิจแฟ็ กเตอริ ง”
                                                                                                           - “กิจการซื้ อหรื อขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรื อซื้ อคืน
มาตรา 91/2 มาตรา 91/2(8)                                                                                                                ่
                                                                                                     ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับกิจการที่อยูในบังคับที่ตองเสี ยภาษีธุรกิจเฉพาะ อาทิ
                                                                                                                                                    ้
      กิ จ ก า ร ที่ อ ยู่ ใ น บั ง คั บ ที่ ต้ อ ง เ สี ย ภ า ษี ธุ ร กิ จ เ ฉ พ า ะ                                                                                       ่ ั
                                                                                                        (1) ไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการประกอบกิจการเยียงธนาคารพาณิ ชย์วามีลกษณ
                                                                                                                                                          ่
การประกอบกิจการอื่นตามที่กาหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ที่ออกตามความในมาตรา 91/2(8) ได้แก่                      (2) การขายอสังหาริ มทรัพย์เป็ นทางค้าหรื อหากาไร ต่างจากการให้เช่า 99 ปี อย่า
       ( 1 ) กิ จ ก า ร ซื้ อ แ ล ะ ข า ย คื น ห ลั ก ท รั พ ย์ ที่ ไ ด้ รั บ อ นุ ญ า ต จ า ก                               ิ
                                                                                                        (3) การประกันชีวตและการประกันสุ ขภาพ ฯ
คณะกรรมการก ากับ หลัก ทรั พ ย์แ ละตลาดหลัก ทรั พ ย์ต ามกฎหมายว่ า ด้ว ยหลัก ทรั พ ย์แ ละตลาด                             ่         ้
                                                                                                        (4) กิจการที่อยูในข่ายที่ตองเสี ยภาษีธุรกิจเฉพาะตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎ
หลักทรัพย์ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 350) พ.ศ. 2542                                                                                                        ั ้
                                                                                               ที่ออกตามความในมาตรา 91/2(8) เป็ นกิจการที่มีความแน่ชดที่ตองจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพ
       (2) “ธุ รกิจแฟ็ กเตอริ ง” ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 358) พ.ศ. 2542
                                                                                                                                                                                                      ก 25
                                                            ้
                                                  มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                                      ประเด็นปัญหา
            (3) “กิ จการซื้ อหรื อขายหลักทรั พย์โดยมีสัญญาขายหรื อซื้ อคืน” ตามพระราชกฤษฎีกาฯ
(ฉบับที่ 364) พ.ศ. 2543
มาตรา 91/3 มาตรา 91/3(7) และพระราชกฤษฎีกา ฉบับต่ างๆ                                                                                                  ่
                                                                                                                                 การยกเว้นภาษีต่างๆอยูกระจัดกระจายทาให้คนหาลาบาก
                                                                                                                                                                        ้
ในส่ วนที่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ
มาตรา 91/4 และ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 246)                                                                                                                                                        ่
                                                                                                                               การเสี ยภาษีของกิจการเฉพาะอย่างที่เกี่ยวเนื่ องโดยตรงกับกิจการที่อยูในบังคับต้อ
            ก า ร ก า ห น ด กิ จ ก า ร เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ที่ เ กี่ ย ว เ นื่ อ ง โ ด ย ต ร ง                                                    ้
                                                                                                                           ฉพาะให้เป็ นกิจการที่ตองเสี ยภาษีมูลค่า เพิม ตาม พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 246)
                                                                                                                                                                      ่
กั บ กิ จ การที่ อ ยู่ ใ นบั ง คั บ ต้ อ งเสี ยภาษี ธุ รกิ จ เฉพาะให้ เ ป็ นกิ จ การที่ ต้ อ งเสี ยภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม
                                                                                        ้
ซึ่ งการประกอบกิ จการดังกล่าวเป็ นส่ วนหนึ่ งของการประกอบกิ จการที่ตองเสี ยภาษีธุรกิ จเฉพาะ เช่ น
ก า ร ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร ก า ร ใ ช้ บั ต ร เ ค ร ดิ ต ห รื อ ใ น ลั ก ษ ณ ะ ท า น อ ง เ ดี ย ว กั น
ก า ห น ด ใ ห้ เ ป็ น กิ จ ก า ร ที่ ต้ อ ง เ สี ย ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม
โดยมี ป ระเด็ น ปั ญ หาเกี่ ย วกับ การน าภาษี ซ้ื อ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ในแผนกบัต รเครดิ ต ไปใช้เ ป็ นเครดิ ต ภาษี
                          ั                                                       ้
ซึ่ งนาไปใช้ไม่ได้ท้ งหมดเนื่ องจากในแผนกบัตรเครดิตมีรายรับทั้งที่ตองเสี ยภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ตองเ                ้
สี ย ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม จึ ง ต้อ งน าภาษี ซ้ื อ มาเฉลี่ ย ตามรายรั บ ของแต่ ล ะกิ จ การในแผนกบัต รเครดิ ต
แต่ ห ลัก เกณฑ์ ก ารเฉลี่ ย ภาษี ซ้ื อ ต้อ งใช้ห ลัก เกณฑ์ ต ามประกาศอธิ บ ดี ก รมสรรพากร (ฉบั บ ที่ 29)
ต้ อ ง เ ฉ ลี่ ย จ า ก ร า ย รั บ ข อ ง ทั้ ง กิ จ ก า ร
ซึ่ งเมื่อเฉลี่ยแล้วส่ วนใหญ่ภาษีซ้ื อจะไม่สามารถนามาใช้เครดิตภาษีมูลค่าเพิ่มได้
มาตรา 91/5                                                                                                                        (                                                       1
           ฐานภาษี ส าหรั บ การประกอบกิ จ การที่ อ ยู่ ใ นข่ า ยที่ ต้ อ งเสี ยภาษี ธุ รกิ จ เฉพาะ ได้ แ ก่                                                                   ั
                                                                                                                           การคานวณฐานภาษีธุรกิจเฉพาะในทางปฏิบติได้มีการคานวณโดยนากาไรที่เกิดจากการ
รายรับที่ผมีหน้าที่เสี ยภาษีได้รับหรื อพึงได้รับเนื่องจากการประกอบกิจการ
              ู้                                                                                                           ซื้ อ ข า ย เ งิ น ต ร า ก า ร อ อ ก ตั๋ ว เ งิ น ห รื อ ต ร า ส า ร แ ส ด ง สิ ท ธ
(1) รายรับสาหรับกิจการธนาคาร ตามมาตรา 91/2 (1) ได้แก่                                                                      หั ก ด้ ว ย ข า ด ทุ น ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น ห รื อ ซื้ อ ข า ย เ งิ น ต ร า ก า
            (ก) ดอกเบี้ ย ส่ วนลด ค่ า ธรรม เนี ยม ค่ า บริ การ หรื อก าไรก่ อ นหั ก รายจ่ า ยใดๆ                          ห รื อ ต ร า ส า ร แ ส ด ง สิ ท ธิ ใ น ห
จากการซื้ อหรื อขายหรื อที่ไดจากตัวเงิน หรื อตราสารแสดงสิ ทธิ ในหนี้ใด ๆ
                                           ๋                                                                               ในแต่ละเดือนภาษีโดยที่กฎหมายกาหนดให้เสี ยภาษีจากฐานกาไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ
                                                                                                                                                                                  ก 26
                                                         ้
                                                มาตราเนือหาโดยสั งเขป                                                                                           ประเด็นปัญหา
           (ข) ก าไรก่ อ นหั ก รายจ่ า ยใด ๆ จากการแลก เปลี่ ย นหรื อ ซื้ อ ขายเงิ น ตรา การออกตั๋ว เงิ น                    (2) ก าไรก่ อ นหั ก รายจ่ า ยใดๆ จากการแลก เปลี่ ย นหรื อ ซื้ อ ขายเงิ น ตรา
หรื อตราสารแสดงสิ ทธิ ในหนี้ใด ๆ หรื อการส่ งเงินไปต่างประเทศ                                                          ห รื อ ต ร า ส า ร แ ส ด ง สิ ท ธิ ใ น ห นี้ ใ ด ๆ ห รื อ ก า ร ส่ ง เ งิ น ไ ป ต่
                                                                                                                       ในทางปฏิ บ ัติ ก รมสรรพากรยอมให้ ผู ้ป ระกอบกิ จ การหั ก ขาดทุ น จากอัต ราแล
                                                                                                                       จึงไม่สอดคล้องกับกฎหมาย
          การจัดทารายงานภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/14                                                                              ั                                                  ั
                                                                                                                             กรณี ดงกล่าวยังไม่มีการกาหนดวิธีลงรายการในรายงานไว้ให้ชดเจน จึงมีการปฏ
                                                                                                                                      ั
           ให้ผมีหน้าที่เสี ยภาษีธุรกิจเฉพาะมีหน้าที่ทารายงานแสดงรายรับก่อนหักรายจ่ายที่ตองเสี ยภาษี และกรณี ที่ไม่จดทารายงานจะมีบทลงโทษตามมาตรา 91/14
                ู้                                                                                       ้
                       ้
และรายรับที่ไม่ตองรวมคานวณเพื่อเสี ยภาษี
          ร า ย ง า น ที่ ต้ อ ง จั ด ท า ต า ม ว ร ร ค ห นึ่ ง
                                                    ั
ให้เป็ นไปตามแบบที่อธิ บดีกาหนดและให้จดทาเป็ นรายสถานประกอบการ
          วิธีลงรายการในรายงานให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิ บดีกาหนดและลงราย
ก า ร ใ น ร า ย ง า น ใ ห้ ล ง ภ า ย ใ น ส า ม วั น ท า ก า ร นั บ แ ต่ วั น ที่ มี ร า ย รั บ ทั้ ง นี้
เว้นแต่ในกรณี ที่อธิ บดีเห็นสมควรสาหรับการประกอบกิจการบางประเภทหรื อไม่ในกรณี จาเป็ นเฉพาะ
รายอธิ บดีจะกาหนดเป็ นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้
          ก ร ณี ดั ง ก ล่ า ว ยั ง ไ ม่ มี ก า ร ก า ห น ด วิ ธี ล ง ร า ย ก า ร ใ น ร า ย ง า น ไ ว้ ใ ห้ ชั ด เ จ น
จึ ง มี ก ารปฏิ บ ั ติ ที่ แ ตกต่ า งกั น และกรณี ที่ ไ ม่ จ ั ด ท ารายงานจะมี บ ทลงโทษตาม มาตรา 91/14
แห่งประมวลรัษฎากร
           มาตรา 91/18 มาตรา 91/19 มาตรา 91/20 และ มาตรา                                                                       เนื่องจากค่าของเงินเปลี่ยนแปลงไปจนทาให้ดูเหมือนจานวนค่าปรับที่กาหนดไว
          บทกาหนดโทษปรับทางอาญาเป็ นตัวเงินตามประมวลรัษฎากรทั้งหลาย                                                    กิดความศักดิ์สิทธิ์ ที่จะปฏิบติตาม
                                                                                                                                                    ั
           พระราชกฤษฎีกา ฉบับต่ างๆ ว่ าด้ วยการยกเว้ นภาษีธุรกิจเฉพาะ                                                                                  ่
                                                                                                                               การยกเว้นภาษีต่างๆอยูกระจัดกระจายทาให้คนหาลาบาก
                                                                                                                                                                         ้
                                       ก 27
        ้
มาตราเนือหาโดยสั งเขป   ประเด็นปัญหา

								
To top