_____________________________ _Introduction to Electronic Commerce_

					         บทที่ 1
แนะนำกำรพำณิชย์ อเิ ล็กทรอนิกส์
จุดประสงค์ กำรเรียนรู้

   การพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
   ประเภทของ E-Commerce
   แรงผลักดันให้มีการพัฒนา E-Commerce
   แบบจาลองทางธุรกิจของ E-Commerce
   ข้อแตกต่างของการทาธุรกิจทัวไปกับ E-Commerce
                                ่
   ข้อดีและข้อเสี ยและการพัฒนา E-Commerce
                      แนะนาการพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์
                   (Introduction to Electronic Commerce)
กำรพำณิชย์ อเิ ล็กทรอนิสก์ และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Commerce : E- Commerce)
          การพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การใช้อินเตอร์เน็ตและเว็บเพื่อทา
ธุรกรรมทางการค้า หรื ออาจกล่าวอีกนัยหนึ่ งว่า เป็ นการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล
เพื่อทาธุรกรรมทางการค้าระหว่างองค์กรและบุคคลทัวไป     ่
                                          ั
          โดยพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิ กส์ มีข้ นตอนการซื้ อขาย การเคลื่อนย้าย หรื อ
แลกเปลี่ยนสิ นค้า บริ การและสารสนเทศผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึง
เครื อข่ายอินเตอร์เน็ตด้วย โดยมี 5 ประเด็นสาคัญ
5 ประเด็นสาคัญของ E-Commerce
      1. กระบวนการทางธุรกิจ (Business Process)
      2. บริ การ (Service)
      3. การเรี ยนรู้ (Learning)
      4. การประสานความร่ วมมือ (Collaboration)
      5. ชุมชน (Community)
         การพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิ กส์ (Electronic Commerce)
หมายถึ ง การใช้เ ทคโนโลยีเ ป็ นสื่ อ กลางส าหรั บ แลกเปลี่ ย น
สิ น ค้า และบริ ก ารระหว่ า งผูที่ เ กี่ ย วข้อ ง อัน ได้แ ก่ ตัว บุ ค คล
                               ้
องค์กร หรื อตัวบุคคลกับองค์กร ทั้งนี้ เพื่อช่ วยสนับสนุ นและ
อานวยความสะดวกในการดาเนิ นกิ จกรรมต่ าง ๆ ทั้งภายใน
และภายนอกองค์กร
ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Business E- Business)
        ส่ ว นค าจ ากั ด ความของค าว่ า “ ธุ ร กรรมอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์
                                    ั                ่
(Electronic Business) ” หรื อที่รู้จกกันเป็ นอย่างดีวา “อีบิสซิเนส”

           ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การดาเนิ นธุ รกิจที่มีขอบเขต
กว้างกว่าการพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิ กส์กล่าวคือ ไม่ใช่แค่เพียงการซื้ อขาย
                         ั
สิ นค้าและบริ การ แต่ ยงรวมถึ งการบริ การลูกค้า การทางานร่ วมกับ
บริ ษั ท คู่ ค ้ า การควบคุ ม การด าเนิ นงาน การเรี ยนรู ้ ผ่ า นสื่ อ
อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ และการท าธุ ร กรรมอื่ น ๆ ภายในองค์ก รโดยใช้
อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีอื่น
        ธุ ร กรรมอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ หมายถึ ง การแลกเปลี่ ย น
สารสนเทศ ซึ่ งไม่เพียงแต่เป็ นสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการซื้ อ
                                 ั
ขายสิ นค้าและบริ การ แต่ยงเป็ นการใช้สื่ออิเล็กทรอนิ กส์ เพื่อ
จั ด เตรี ยมและกระจายข่ า วให้ กั บ ลู ก ค้ า ดั ง นั้ น ธุ ร กรรม
อิเล็กทรอนิ กส์ จึงไม่ใช่แค่เพียงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการซื้ อ
ขายสิ น ค้า เท่ า นั้น แต่ เ ป็ นกิ จ กรรมที่ เ กี่ ย วข้อ งกับ การด าเนิ น
ธุรกิจทั้งหมด
ควำมเป็ นมำของ E-Commerce
        E-Commerce เกิดจากแนวคิดในการโอนเงินผ่านทาง
อิเล็กทรอนิกส์ ฦ(Electronic Fund Transfers : EFT) ซึ่ งเป็ นวิธีช่วย
อานวยความสะดวกในการชาระเงินแทนการจ่ายด้วยเงินสดหรื อเช็ค
            ้
แต่ EFT มีขอจากัดที่เหมาะสาหรับนาไปใช้ในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่
หรื อสถาบันการเงินเท่านั้น ดังนั้น จึงได้มีการพัฒนารู ปแบบ EFT จน
กลายเป็ น “ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data
Interchange : EDI) ซึ่ งทาให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจระหว่าง
องค์กรทาได้อย่างมีประสิ ทธิภาพมากยิงขึ้น
                                       ่
          ต่อมาเมื่ อกระแสเทคโนโลยีอินเตอร์ เน็ ตเข้ามามี บทบาทใน
ชี วิ ต ประจ าวัน มนุ ษ ย์ องค์ก รต่ า ง ๆ จึ ง เล็ ง เห็ น ความส าคัญ และ
ประโยชน์ที่ได้รับ และนามาใช้เป็ นช่ องทางเพื่อขยายขอบเขตของ
ธุ รกิจให้กว้างไกลขึ้น โดยการนารู ปแบบของ EDI มาปรับเปลี่ยนให้
เหมาะสมกับการดาเนิ นธุ รกิจบนอินเตอร์ เน็ต พร้อมทั้งนาเทคโนโลยี
ใหม่ ๆ เช่น การใช้ภาพ เสี ยง และสื่ อผสม Multimedia มาช่วยเพิ่ม
ความสมบูรณ์ แบบในกระบวนการซื้ อขายสิ นค้าและบริ ก ารให้กับ
ผูบริ โภคมากขึ้ น เรี ยกเทคโนโลยีที่พฒนาขึ้ นมานี้ ว่า “ การพาณิ ชย์
   ้                                      ั
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce : E-Commerce) นันเอง        ่
        ทั้งนี้ นอกจาก E-Commerce      สามารถทางานบนเครื่ อง
คอมพิวเตอร์ ได้ ยังสามารถทางานบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิ กส์ อื่น ๆ
    ้
ได้ดวย เช่ น โทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone) เครื่ องพีดีเอ (Personal
Digital Assistant : PDA)
คุณลักษณะสาคัญของ E-Commerce
     1.          ่
        การมีอยูทุกแห่งหน (Ubiquity)
     2.                    ั่
        สามารถเข้าถึงได้ทวโลก (Global Reach)
     3. ใช้มาตรฐานเดียวกัน (Universal Standard)
     4. ความสมบูรณ์ของข้อมูล (Richness)
     5. การโต้ตอบ (Interactive)
     6. ความหนาแน่นของสารสนเทศ (Information Density) ช่วยจัดทา ปรับปรุ ง
        หรื อ เผยแพร่ สารสนเทศทาได้ง่ายและมีตนทุนที่ต่า
                                              ้
     7. การปรับแต่ง และสร้างความเป็ นส่ วนตัว
         (Personalization/Customization)
ประเภทของ E-Commerce
         E-Commerce สามารถแบ่งตามกลุ่มบุคคล (หรื อองค์กร) ที่ทาธุรกรรม
ร่ วมกันได้หลายประเภท
         1. Business-to-Business (B2B)

       2. Business-to-Consumer (B2C)

       3. Consumer-to-Consumer (C2C)
ประเภทของ E-Commerce

     4. Consumer-to-Business (C2B)

     5. Intrabusiness E-Commerce เป็ นธุรกรรมที่ใช้เครื อข่ายอินทราเน็ต
        (Intranet) เป็ นสื่ อกลางในการแลกเปลี่ยนข่าวสาร การดาเนินงาน และ
         บริ การต่าง ๆ

     6. Business-to-Employee (B2E) มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข่าวสารเฉพาะ
        พนักงานภายในองค์กรเท่านั้น
ประเภทของ E-Commerce (-ต่อ-)
       7. Collaborative Commerce (C-Commerce) เป็ นการทาธุรกรรมระหว่าง
          องค์กรธุรกิจกับผูมีส่วนร่ วมทางการค้า อาทิเช่น ผูจาหน่ายวัตถุดิบ บริ ษท
                           ้                               ้                    ั
          ขนส่ งสิ นค้า และตัวแทนจาหน่าย เป็ นต้น

       8. Electronic Government (E-Goverment) เป็ นการทาธุรกรรมระหว่าง
                                         ั
          หน่วยงานภาครัฐ กับประชาชน บริ ษท ห้างร้าน หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจน
          พนักงานภายในองค์กรภาครัฐเอง
ประเภทของ E-Commerce (-ต่อ-)
       9. Exchange-to-Exchange (E2E) เป็ นธุรกรรมที่ใช้หลัก E-Commerce คือ
          แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร สิ นค้า และบริ การผ่านทางตลาดอิเล็กทรอนิกส์
                                                    ้         ้
          (E-Marketplace) ซึ่ งเป็ นแหล่งชุมนุมของผูซ้ื อและผูขายหลายราย

       10. Nonbusiness E-Commerce เป็ นการทาธุรกรรมในหน่วยงานที่ไม่แสวงหา
           กาไร เช่น องค์กรทางศาสนา สถาบันการศึกษา และองค์กรทางสังคม
หมายเหตุ
        การประมู ล อิ เ ล็ก ทรอนิ ก ส์ (E-Auction) ไม่ จ ัด ว่า เป็ น E-Commerce
แบบ C2C เสมอไป ทั้ง นี้ ขึ้ นอยู่ กับ ว่ า เป็ นการประมู ล ที่ เ กิ ด ขึ้ นระหว่ า ง
หน่ ว ยงานใด เช่ น ระหว่ า งประชาชนทั่ ว ไป หน่ ว ยงานภาครั ฐ หรื อ
     ั
บริ ษทเอกชน
แรงผลักดันให้ มีกำรพัฒนำ E-Commerce

1. การปฏิวติสู่ยคดิจิตอล
          ั ุ

2. เศรษฐกิจแบบดิจิตอล (Digital Economy) เป็ นเศรษฐกิจแบบอินเตอร์เน็ต
   (Internet Economy) หรื อ เศรษฐกิจแบบใหม่ (New Economy) หรื อ
   เศรษฐกิจบนเว็บ (Web Economy) ทาให้ติดต่อสื่ อสาร ประสานงาน และ
   ค้นหาข้อมูลเพื่อการดาเนินงานทางธุรกิจที่สะดวกยิงขึ้น
                                                  ่
                                             ิ
                   ควำมสำคัญของเศรษฐกิจแบบดิจตอล

       ลักษณะ                             คำอธิบำย
ยุคโลกาภิวฒน์
          ั            เป็ นยุคที่สามารถติดต่อสื่ อสาร และทางานร่ วมกัน
(Globalization)        ทัวโลกได้อย่างไร้พรมแดน
                         ่
ระบบดิจิตอล (Digital   ระบบสื่ อสารแบบอนาลอก (Analog) จะถูกเปลี่ยน
System)                ให้เป็ นระบบสื่ อสารแบบดิจิตอล (Digital)
ความรวดเร็ว (Speed)    สามารถรับส่ งข้อมูลแบบเรี ยลไทม์
                       (Real Time) ได้
                                             ิ
                   ควำมสำคัญของเศรษฐกิจแบบดิจตอล

       ลักษณะ                              คำอธิบำย
สารสนเทศ              เกิดภาวะสารสนเทศมีมากเกินไป (Information
(Information)                         ็
                      Overload) แต่กมีเครื่ องมือ เช่น เสิ ร์ชเอนจิ้น (Serch
                      Engine) ที่ช่วยผูใช้ให้สามารถค้นหาข้อมูลได้
                                        ้
                      รวดเร็ วขึ้น
การตลาด (Market)      เปลี่ยนจากการตลาดแบบเดิม (Physical
                      Marketplace) เป็ นการตลาดออนไลน์ ที่ช่วยเพิ่ม
                      ช่องทางทาการค้าไปพร้อมกับมีคู่แข่งรายใหม่เกิดขึ้น
                      ด้วย
       ลักษณะ                            คำอธิบำย
ผลิตภัณฑ์ ดิจตอล
             ิ        สิ นค้าและบริ การ เช่น ดนตรี หนังสื อ และรู ปภาพ
(Digitization)                           ่
                      จะถูกแปลงให้อยูในรู ปแบบดิจิตอล เพื่อให้สามารถ
                      ส่ งสิ นค้าได้รวดเร็ วขึ้นผ่านระบบออนไลน์
การปฏิบัติงาน และ     ปรับปรุ งการดาเนินงานรู ปแบบใหม่ โดยนาสื่ อ
แบบจาลองทางธุรกิจ     อิเล็กทรอนิกส์มาช่วยสร้างโอกาสในการทาธุรกิจ
(Business Model and   ทาให้มีอุตสาหกรรมรายใหม่เติบโตจานวนมาก
Process)
       ลักษณะ                            คำอธิบำย
นวัตกรรม (Innovation) อินเตอร์เน็ตกลายเป็ นเทคโนโลยีพ้ืนฐานที่นามาใช้
                       สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
ความล้าสมัย                              ั
                       นวัตกรรมใหม่ที่พฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ ว ส่ งผลให้
(Obsolescent)                      ้
                       เทคโนโลยีลาสมัยเร็ วขึ้นกว่าอายุการใช้งานจริ ง
โอกาส (Opportunities) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีช่วยสร้างโอกาสสาคัญ
                       ในการดาเนินงาน และสร้างอาชีพรู ปแบบอื่น
กลโกง (Fraud)          เกิดอาชญากรและกลโกงรู ปแบบใหม่ผานระบบ่
                       เครื อข่ายคอมพิวเตอร์
องค์ กร (Organization) พัฒนาไปสู่องค์กรดิจิตอล (Digital Enterprise)
สภำพแวดล้อมทำงธุรกิจ
      สภำพแวดล้อมทำงธุรกิจ (Business Environment) หมายถึง ปัจจัย
ภายนอกที่มีผลต่อการดาเนินธุรกิจขององค์กร แบบเป็ น 3 ประการ
      1. แรงผลักดันด้ ำนกำรตลำดและสภำพเศรษฐกิจ (Market and
Economic Pressure)
               - การแข่งขันที่รุนแรง
               - การรวมกลุ่มทางการค้า
               - อานาจการต่อรองของลูกค้า
               - ฯลฯ
สภำพแวดล้อมทำงธุรกิจ
      2. แรงผลักดันทำงสั งคม (Social Pressure)
            - หน่วยงานภาครัฐ
            - จรรยาบรรณทางธุรกิจ
            - กฎหมายหรื อนโยบายของรัฐที่ส่งผลต่อธุรกิจ
            - ฯลฯ
สภำพแวดล้อมทำงธุรกิจ
      3. แรงผลักดันทำงเทคโนโลยี (Technology Pressure)
            - การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้น
            - ปริ มาณสารสนเทศเพิมขึ้น
                                 ่
            - ต้นทุนการผลิตด้านค่าแรงเพิ่มขึ้น
            - ฯลฯ
แบบจำลองทำงธุรกิจของ E-Commerce
         เป็ นวิธีการดาเนิ นธุ รกิ จที่ ช่วยสร้ างรายได้ อันจะทาให้
                         ่
บริ ษทสามารถดารงอยูต่อไป นอกจากนี้ ยังรวมถึงกิจกรรมช่วย
       ั
                                             ั
สร้ างมูลค่าเพิ่ม (Value Add) ให้กบสิ นค้าและบริ การด้วย
ซึ่ งกิจกรรมเหล่านี้ สามารถวิเคราะห์ได้จากตัวแบบห่ วงโซ่ แห่ ง
คุณค่า (Value Chain Model)
หมายเหตุ
        ห่ วงโซ่ แห่ งคุณค่า (Value Chain) หมายถึง กิจกรรมที่ช่วย
                                      ั
สร้างสรรค์คุณค่าต่อเนื่ องและสัมพันธ์กนเหมือนกับห่ วงโซ่ ซึ่ งแต่ละ
กิจกรรมตั้งแต่การนาเข้าวัตถุดิบ การผลิต การวางจาหน่าย การตลาด
ไปถึงบริ การหลังการขาย จะเป็ นตัวช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มกับกินค้าและ
บริ การ ก่อนที่จะส่ งมอบไปยังลูกค้า
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจโดยทั่วไป
        1. Value Proposition ต้องรู ้ความต้องการของลูกค้า
        2. Revenue Model ต้องรู ้แนวทางการสร้างรายได้ หรื อผลตอบแทนที่
                          ่
           ได้รับต้องรู ้วาหากให้บริ การจะสามารถมีรายได้อะไรบ้าง
            2.1 Advertising Revenue Model สามารถสร้างรายได้จากการ
                 ให้เช่าพื้นที่โฆษณา
            2.2 Subscription Revenue Model สามารถสร้างรายได้จาก
                  บุคคลภายนอกเข้ามาสมัครเป็ นสมาชิก
                                   ่
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจโดยทัวไป
         2.3 Transaction Fee Revenue Model สามารถสร้างรายได้จาก
              การคิดค่าธรรมเนียมจากการทาธุรกรรมทางการค้า
          2.4 Sale Revenue Model เป็ นวิธีสร้างรายได้จากการขายสิ นค้า
                                    ่                    ั
              และบริ การ ซึ่งอาจอยูในรู ปของสิ นค้าที่จบต้องได้ (Physical
                           ้                           ่
              Product) ที่ตองมีบริ การจัดส่ ง หรื อ อยูในรู ปของสิ นค้า
              ดิจิตอล (Digital Product) สามารถส่ งผ่านระบบออนไลน์ได้
         2.5 Affiliate Revenue Model สามารถสร้างรายได้จากค่า
              นายหน้า,รับฝากลิงค์ (Link)
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจโดยทั่วไป (-ต่ อ-)


        3. Market Opportunity เป็ นการวิเคราะห์หาแนวโน้มกลุ่มลูกค้าที่ใช้
           ผลิตภัณฑ์ของบริ ษทั
                                                                 ่
        4. Copetitive Environment ต้องทราบและตอบคาถามให้ได้วา มีคู่
           แช่งรายใดบ้าง โดยทราบถึง คู่แข่งโดยตรง (Direct Competitor)
           และ คู่แข่งทางอ้อม (Indirec Competitor)
                                                   ั ้
        5. Competitive Advantage ต้องทราบว่าบริ ษทมีขอได้เปรี ยบทางการ
           แข่งขันด้านใดบ้างและสามารถนาข้อได้เปรี ยบมาใช้ได้อย่างไร
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจโดยทั่วไป (-ต่ อ-)

                                            ่    ั
        6. Market Strategy ต้องทราบให้ได้วาบริ ษทมีแผนที่จะเพิ่มลูกค้า
           รายใหม่ หรื อตลาดกลุ่มใหม่ได้อย่างไร
                                                    ่
        7. Oganization Development ต้องทราบให้ได้วามีโครงสร้างใด
           ภายในบริ ษทที่ช่วยสนับสนุนต่อแผนงานทางธุรกิจบ้าง
                      ั
                                               ่
        8. Management Team ต้องทราบให้ได้วาทักษะที่สาคัญใดบ้างที่
                              ั
           พนักงานภายในบริ ษทควรมี
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจของ E-Commerce ทำอะไรบ้ ำง

       1. การตลาดขายตรงออนไลน์ (Online Direct Market) ใช้รูปแบบ
          พาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ B2C หรื อเรี ยกว่า E-Retailing และ
                    ่
          อาจมีอยูใน B2B บางประเภท
       2. การประมูลออนไลน์ (Online Auction) เป็ นแบบจาลองที่ผสนใจ   ู้
                  ่
          เข้าไปยืนเสนอราคาประมูล เพื่อซื้อสิ นค้าผ่านระบบออนไลน์
                       ่
       3. ระบบการยืนประมูลอิเล็กทรอนิสก์ (Electronic Tendering
                         ู้
          System ) มีผซ้ือขนาดใหญ่ มีมูลค้าการซื้อจานวนมาก โดยให้ผขาย  ู้
          ที่สนใจเสนอราคาขายผ่านระบบการประมูล (Tendering System)
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจของ E-Commerce ทำอะไรบ้ ำง

                                      ั
       4. การตลาดออนไลน์โดยใช้ตวแทนเพื่อโฆษณาสิ นค้า (Affiliate
                                                                      ้
          Marketing) เป็ นแบบจาลองที่เป็ นการทาธุรกิจร่ วมกันระหว่างผูขาย
                            ั
          สิ นค้าและบริ ษทตัวแทนรับฝากโฆษณา โดยรับฝากลิงค์ของบริ ษท     ั
             ้
          ผูขาย
       5. การรวมกลุ่มกันซื้อ (Group Purchasing) เรี ยกอีกชื่อหนึ่งว่า
          “E-Co-Ops” เป็ นการจาลองเพื่อซื้อขายสิ นค้าโดยรวมกลุ่มกันซื้อ
          เพื่อให้ได้รับส่ วนลด (Discount) หรื อเงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจของ E-Commerce ทำอะไรบ้ ำง (-ต่ อ-)
       6. การสังทาสิ นค้าและบริ การ (Product and Service Customization)
                ่
          เป็ นแบบจาลองอนุญาตให้ลูกค้าสามารถสังทาสิ นค้าและบริ การ
                                                  ่
                  ้         ่
          ตามที่ตองการได้ผานทางเว็บไซต์ เช่น รู ปแบบ สี วัสดุ ลวดลาย
                                         ั
          และขนาด เป็ นต้น จากนั้นบริ ษทจึงกาหนดราคาเพื่อทาการ
          ผลิต และจัดส่ งไปยังลูกค้า
       7. การสมัครสมาชิก (Membership) เป็ นแบบจาลองที่ให้สิทธิพิเศษ
          สาหรับผูที่สมัครเป็ นสมาชิก เช่น การให้ส่วนลดการเข้าใช้บริ การ
                    ้
                                            ั
          และการแจ้งข้อมูลข่าวสารของบริ ษท เป็ นต้น
โครงสร้ ำงของแบบจำลองทำงธุรกิจของ E-Commerce ทำอะไรบ้ ำง (-ต่ อ-)
                               ้
       8. การกาหนดราคาที่ตองการด้วยตนเอง (Name Your Own Price)
                            ู้
          เป็ นแบบจาลองที่ผซ้ือสามารถกาหนดราคาสิ นค้าและบริ การตาม
                                                       ั ้
          วงเงินที่ตนเองมีอยู่ จากนั้น โปรแกรมจะจับคู่กบผูขายที่สามารถ
                                     ู้
          ให้ราคาตามวงเงินตามที่ผซ้ือระบุไว้ได้
       9. บล็อกและชุมชนเพื่อการติดต่อสื่ อสาร (Communities and
          Blogging) เป็ นแบบจาลองที่นาเครื อข่ายการติดต่อสื่ อสารมาใช้
          ประโยชน์ทางการค้า เช่น การโฆษณา แจ้งข้อมูลข่าวสาร หรื อซื้อ
          ขายแลกเปลี่ยนสิ นค้า โดยผ่านห้องสนทนา (Chat Room) บล็อก
          (Blog) และโปรแกรมสนทนาอื่น ๆ เป็ นต้น
                                            ่
                ข้ อแตกต่ ำงของกำรทำธุรกิจทัวไปกับ E-Commerce
   รำยละเอียด                          ่
                          กำรทำธุรกิจทัวไป            E-Commerce
สถานประกอบการ         ใช้ร้านค้าจริ ง (Physical   ใช้ร้านค้าเสมือน (Virtual
                      Market)                     Market) โดยขายสิ นค้า
                                                  และบริ การผ่านทาง
                                                  เว็บไซต์
ต้ นทุนจากการ         สูง เพราะต้องสร้างสถาน      ต่ากว่า โดยเป็ นต้นทุน
ดาเนินงาน             ประกอบการจริ ง              จากการพัฒนาระบบ
                                            ่
                ข้ อแตกต่ ำงของกำรทำธุรกิจทัวไปกับ E-Commerce
     รำยละเอียด                            ่
                              กำรทำธุรกิจทัวไป            E-Commerce
ช่ องทางจาหน่ ายสิ นค้ า ผ่านทางหน้าร้านค้า หรื อ   ผ่านทางเครื อข่าย
                         ตัวแทนจาหน่าย              อิเล็กทรอนิกส์ทุกรู ปแบบ
                                                    เช่น เครื อข่าย Internet ,
                                                    Intranet หรื อ Extranet
                                                    เป็ นต้น
                               ่ ั ้
วันและเวลาที่ให้ บริการ ขึ้นอยูกบผูประกอบการ        ทุกวันตลอด 24 ชม.
การดาเนินการสั่ งซื้อ ใช้พนักงานคอยอานวยความ                     ้
                                                    ลูกค้าเป็ นผูดาเนินการเอง
                        สะดวก                       โดยมีเครื่ องมือช่วยในการ
                                                    ค้นหาเลือกชม และ
                                                    เปรี ยบเทียบสิ นค้า
      รำยละเอียด                       ่
                          กำรทำธุรกิจทัวไป       E-Commerce
การครอบงาจาก       เกิดขึ้นบ่อยครั้ง      ไม่เกิดขึ้น เพราะลูกค้า
ผู้ขาย                                           ้
                                          เป็ นผูดาเนินการสังซื้อ
                                                            ่
                                          และตัดสิ นใจด้วยตนเอง
                                                    ั
การตอบสนองต่ อการ ต้องใช้เวลา และงบประมาณ ทาได้ทนที และใช้
แข่ งขัน          ค่อนข้างสูง             งบประมาณต่า เช่น การ
                                          ปรับเปลี่ยนหน้าร้าน หรื อ
                                          ส่ งเสริ มการขายผ่านทาง
                                          เว็บไซต์ เป็ นต้น
    รำยละเอียด                    ่
                     กำรทำธุรกิจทัวไป               E-Commerce
การติดตาม         ไม่สามารถทาได้ (หรื อทาได้   ใช้ระบบติดตามการใช้
พฤติกรรมผู้ซื้อ   ยาก)                         งาน (Tracking System)
ภาพลักษณ์ของ             ่ ั
                  ขึ้นอยูกบการให้บริ การของ               ่ ั
                                               ขึ้นอยูกบความสามารถ
องค์ กร           พนักงาน การจัดวางสิ นค้าใน   ในการออกแบบเว็บไซต์
                  สถานประกอบการจริ ง           ให้ใช้งานง่าย สะดวก
                                               รวดเร็ ว และให้ผลลัพธ์ที่
                                               ถูกต้อง รวมทั้งต้องใช้กล
                                               ยุทธ์ดึงดูดความสนใจให้
                                                               ่
                                               มีผเู ้ ข้ามาเยียมชมเว็บไซต์
                                               ด้วย
ข้ อดี และข้ อเสี ย ของกำรพัฒนำ E-Commerce

ข้ อดีของการพัฒนา E-Commerce
                                                       ้
         แบ่งออกเป็ น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์กรธุรกิจ ผูบริ โภค และสังคม
                                ้
         1. ด้านองค์กรธุรกิจ (ผูประกอบการ)
                 - ช่วยเพิ่มช่องทางการขายและจัดจาหน่ายสิ นค้ามากขึ้น
                 - สามารถประหยัดต้นทุนในการดาเนินงาน
                 - สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงและมีประสิ ทธิภาพ
ข้ อดี และข้ อเสี ย ของกำรพัฒนำ E-Commerce

               - สามารถจัดการกับสิ นค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสม
               - องค์กรขนาดเล็กก็สามารถดาเนินธุรกิจแข่งกับองค์กรขนาด
                 ใหญ่ได้
               - การบริ การหลังการขายทาได้สะดวกขึ้น โดยจะทาผ่าน
                 เครื่ องมือ อาทิเช่น กระดานข่าว , ห้องสนทนา หรื อ อีเมลล์
                 เป็ นต้น
2. ด้ านผ้ บริ โภค
           ู
         - สามารถสังซื้อสิ นค้าและบริ การได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่าน
                      ่
             ทางเว็บไซต์
         - สามารถซื้อสิ นค้าและบริ การได้ในราคาที่ต่ากว่าเดิม
         - สามารถเปรี ยบเทียบสิ นค้าและบริ การได้สะดวกขึ้น
         - ประหยัดเวลาในการเดินทางไปเลือกซื้อสิ นค้าจากหน้า
              ร้านค้า
         - มีส่วนร่ วมในการเจรจาต่อรอง หรื อประมูลซื้อขายสิ นค้า
             และบริ การได้
         - สามารถรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ นค้า และบริ การได้
                                                              ่
             ตลอดเวลาผ่านทางบริ การอีเมลล์ หรื อผ่านทางการเยียมชม
             ในหน้าเว็บขององค์กรธุรกิจนั้น
3. ด้ านสังคม
        - ประชาชนสามารถรับรู้ข่าวสารผ่านทางเทคโนโลยี
          ใหม่ ๆ ทาให้เกิดการเรี ยนรู้ และสร้างทักษะด้าน
          ความชานาญได้มากขึ้น
        - สนับสนุนและส่ งเสริ มด้านเศรษฐกิจโดยรวม ทาให้
          มีการเจริ ญเติบโต มันคง และยังยืนต่อไป
                              ่           ่
        - ประชาชนสามารถเข้าถึงบริ การสาธารณะต่าง ๆ ได้
          อย่างรวดเร็ วมากยิงขึ้น เช่น ด้านการศึกษา สุ ขภาพ
                            ่
          และบริ การของภาครัฐต่าง ๆ
ข้ อดี และข้ อเสี ย ของกำรพัฒนำ E-Commerce

ข้ อเสียของการพัฒนา E-Commerce

               - มาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และระดับความ
                 น่าเชื่อถือ E-Commerce ยังไม่มีความแน่นอน
                   ้
               - ผูบริ โภคขาดความเชื่อมันในคุณภาพของสิ นค้า เนื่องจาก
                                           ่
                 เป็ นการซื้อขายสิ นค้าที่เห็นเพียงแค่รูปภาพเท่านั้น แต่
                 สามารถเห็นหรื อจับต้องสิ นค้าตัวจริ งได้
ข้ อดี และข้ อเสี ย ของกำรพัฒนำ E-Commerce

               - E-Commerce ยังเป็ นเทคโนโลยีใหม่ที่บางองค์กรอาจยัง
                 ลังเล และไม่กล้านามาใช้งาน
               - การประยุกต์ใช้ E-Commerce ร่ วมกับแอปพลิเคชัน    ่
                 (Application) และฐานข้อมูล (Database) มีความซับซ้อน
                                 ั
                 จาเป็ นต้องใช้ทกษะหรื ออาศัยผูเ้ ชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการ
                 สร้างและพัฒนา
               - ต้นทุนในการสร้างและพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce
                 ค่อนข้างสูง ทั้งในด้านซอฟต์แวร์ การเชื่อมโยงเครื อข่าย
                 อินเตอร์เน็ต ตลอดจนบุคลากรที่คอยดูแลระบบ
END

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:81
posted:9/25/2012
language:Thai
pages:45