Golden Mean by HC12091814167

VIEWS: 37 PAGES: 8

									" ขอนำ..เทคนิค Golden Mean มำฝำกครับ.... "
ตะแรก..ตั้งว่าจะลงมือเขียนด้วยตนเอง

                ่
แต่นึกขึ้นมาได้วา..วันก่อนมีลูกศิษย์ได้เคยมาถามผม.."เกี่ยวกับเรื่ อง Rule of Third" (เพื่อที่จะนาไปทารายงาน)..

                               ั่    ้                                                         ้
ผมไม่มีเวลาที่จะอธิบาย จึงได้สงให้คนหาเอาจากเน็ต(เครื่ องคอมพ์ฯ ส่วนตัวของผม) โดยผมได้กาหนดให้คนหาในหัวข้อ
"Golden Mean" แทน
(ทั้งนี้เพราะว่า คาว่า "Golden Mean" นั้นจะมีความหมาย และสาระสาคัญมากกว่าแค่คาว่า Rule of Third นันเอง)
                                                                                                    ่
                                  ็ั
และ..เมื่อค้นหาได้แล้ว ลูกศิษย์กจดได้พิมพ์และจัดเก็บไว้ในรู ปของ Word

*ต้องขออภัยผูเ้ ขียนต้นฉบับเป็ นอย่างยิง "ที่ไม่ได้ใส่ เครดิตไว้เลย"
                                       ่

*ผมขออนุญาตนามาบอกเล่าต่อนะครับ....
..............................

การจัดองค์ ประกอบแบบ golden mean - Composition

การจัดองค์ประกอบยอดฮิตวิธีหนึ่งที่ตาราทั้งหลายแนะนา ก็คือ การใช้จุดตัดเก้าช่อง (rule of third) ก็คือ
การแบ่งภาพออกเป็ น 3 ส่วน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แล้ววางภาพตรงจุดตัดนั้นจริ งๆ ก็คือ
จะเป็ นวางภาพในสัดส่วนสองจากสาม (2:3)
จริ ง ๆ แล้ว rule of third นั้นก็เอามาจาก golden mean นันเอง    ่
golden mean คือ สัดส่วน (ratio) 1:1.6180339.. (ซึ่งเป็ นตัวเลขมหัศจรรย์ ที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่สมัยก่อน)
                                                           ั
และทุกวันนี้ถูกใช้ในทุก ๆ สิ่ งรอบตัวเราโดยที่เราอาจไม่รู้ตว เป็ นอะไรที่สมองของมนุษย์ตอบสนองดีเป็ นพิเศษ อย่างเช่น
มีการทดลองพบว่า รู ปสี่ เหลี่ยมผืนผ้าที่คนชอบมากที่สุดเป็ นสัดส่วน 1:1.618

1.618 มาจากไหน?
จากอนุกรม Fibonacci ( S[n] = S[n-1] + S[n-2] )
0,1,1,2,3,5,8,13,21,34,55,89,...
เอา 3/2 = 1.5
5/3 = 1.667
..
55/34 = 1.6176
89/55 = 1.6182
จากนั้น ค่าจะลู่เข้า ค่า ๆ หนึ่ง เรี ยกว่า Phi = 1.6180339... (เป็ นอีกค่าคงที่ เหมือนค่า Pi และ e ที่เรารู ้จก)
                                                                                                              ั

                   ่
จะเห็นว่า 3:2 ก็อยูในอนุกรม Fibonacci เหมือนกัน

       ั
พอรู ้จกค่า Phi แล้ว.. มาลองแบ่งตารางกันบ้างดีกว่า..
จากรู ป ขนาดสี่เหลี่ยมสี น้ าเงิน จะมีขนาดเท่ากับ 1:1.618 ของสี่ เหลี่ยมใหญ่




                                         Golden Section VS Rule of Third

                                                 ลองเทียบ 1.618:1 กับ 3:2
            ใช้หลักการแบ่งเป็ นสัดส่วนสี่ เหลี่ยมคล้ายก็จะเป็ นการเปลี่ยน golden section เป็ น rule of third




                                                      Golden Spiral




                            โดยแบ่งภาพทีละ 1:1.618 ของด้านยาว แล้วลากจุดตัด เป็ นเส้นโค้ง
      มาเป็ น Golden Triangle แบ่งเป็ นสามเหลี่ยมคล้ายเท่าๆ กัน 3 อัน
    (สี่ เหลี่ยมเป็ น 3:2 ก็ใช้ Golden Triangle แบบ 3:2 ก็ถือว่าใกล้เคียง)




...................................................................................................



                                        ภาพตัวอย่าง..

                                 แบบ Golden Section
แบบ Golden Spiral
                                            แบบ Golden Triangle




*เข้ามาเติมเต็มเกี่ยวกับ "Golden Mean" อีกซักหน่อยก็ล่ะกัน
      ่                                                        ่
จาได้วาสมัยเรี ยน...ยังมี "กฎ(รู ปแบบ)การแบ่งองค์ประกอบภาพ" อยูอีกรู ปแบบหนึ่ง นันคือ
                                                                                 ่

"Rule of Third from Golden Triangle" (หรื อ Golden Triangle > Rule of Third)

*เป็ นอีกรู ปแบบหนึ่งของ Rule of Third (การแบ่ง 9 ส่ วน)..อันมาจาก Golden Triangle นันเอง
                                                                                     ่

อธิบาย :
                                                ิ
เป็ นการกาหนด"จุดวางภาพ" อีกรู ปแบบหนึ่ง ซึ่งมีวธีการกาหนด ดังนี้

อ้างอิงจากกรอบ 2:3 :

ลากเส้นทะแยงมุมไปหามุมตรงกันข้ามให้ครบทั้ง 4 มุม

                                     ั
จากแต่ละมุมให้เราลากเส้นตรงลงมาให้ต้ งฉากกันเส้นทะแยงมุมข้างหน้า

ซึ่งจะเกิด "จุดสัมผัสบนเส้นทะแยงมุม" 4 จุดด้วยกัน

หากเราลากเส้นประจาก "จุดสัมผัสบนเส้นทะแยงมุม" แต่ละจุดไปยังจุดสัมผัสบนเส้นทะแยงมุมด้านตรงกันข้าม
ก็จะเกิดจุดตัดขึ้นมา 4 จุดด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะเป็ นการแบ่งกรอบออกเป็ น 9 ส่วนด้วยกัน

รู ปประกอบ 1 :
                 ่
ซึ่งเราจะเห็นได้วา..

ลักษณะของ "Rule of Third from Golden Triangle" เมื่อนาไปเปรี ยบเทียบกับ "Rule of Third" (ปกติ :
                                                  ่
แบบแบ่ง 3 ส่วนแต่ละด้านเท่า ๆ กัน) แล้ว จะเห็นได้วา...

"จุดตัด" อันเกิดจากแบบ Golden Triangle จะมี "กรอบจุดตัด" ที่มีขนาดกว้างกว่า "Rule of Third"(ปกติ)

รู ปประกอบ 2 : "Rule of Third" (ปกติ)




เดี๋ยวต้องไปเซ็ทระบบคอมพ์ฯ ให้กะลูกค้าก่อน

ไว้มีเวลาจะเขียนเรื่ อง "องค์ประกอบภาพ" มาฝากครับ
...............

ออ! แถมอีกนิดนึง

แถมเรื่ อง..ความสมดุลของภาพ(Balance)... ล่ะกัน

ในการถ่ายภาพ..เราสามารถวางองค์ประกอบภาพให้เกิดความสมดุลได้ 2 แบบด้วยกัน คือ

1. สมดุลแบบสมมาตร
คือ การวางส่วนประกอบภาพที่เหมือนกันทั้งด้านซ้ายและขวา ภาพลักษณะนี้จะดูเป็ นทางการ สงบนิ่ง มีระเบียบแบบแผน
2. สมดุลแบบอสมมาตร
คือ ภาพด้านซ้ายและขวามีความแตกต่างกันทางรู ปร่ าง แต่สามารถถ่วงน้ าหนักภาพให้รู้สึกว่ามีความน่าสนใจเท่า ๆ กันได้
หรื อจะเรี ยกว่า “สมดุลกันโดยความรู ้สึก” ก็คงจะไม่ผิดอะไร

*ในการจัดวางภาพในลักษณะที่เน้น "ภาพเอก" เป็ นหลักนั้น เมื่อเราคิดจะ "จับวาง" ภาพใด ๆ ลงไป ก็ควรคานึ งถึง
"จุดถ่วง/สมดุลแบบอสมมาตร" เป็ นสาคัญ (เพราะหากเราไปจัดวางในลักษณะสมดุลแบบสมมาตรแล้ว..จะกลายเป็ นว่า
"จุดที่มาถ่วงสมดุลย์" จะไปแย่งความเด่นของภาพเอก(ที่เราต้องการ)ไปทันที

อีกประเด็นหนึ่งที่เราควรจะคานึงถึงในการจัดวางภาพแบบสมดุลอสมมาตร ก็คือ การเกิด Space ในภาพมากเกินไป
                                                      ั
ทาให้ภาพขาดความน่าสนใจได้ รวมถึงดูแล้ว "ภาพเอก" จะมีลกษณะโดดเดี่ยว "วิเวก วิโหวเหว" มากเกินไป

เน้น!
*"จุดถ่วง/สมดุล" ในลักษณะ "สมดุลแบบอสมมาตร" นั้นจะต้องไม่ไปแย่งความสนใจของภาพเอกอย่างเด็ดขาด

ง้ง งง ๆๆๆ กันหรื อปล่าวครั?????....

เพราะผมนึกทบทวนความรู ้/ความทรงจาเดิม ๆ ไป...และพิมพ์ไปพลาง การจัดลาดับความคิด
                 ่
ความเรี ยงอาจจะยุงเหยิงไปซัหน่อย
........................

ตัวอย่าง : ภาพสมดุลแบบอสมมาตร

								
To top