rel social resist dishon by R0p7u6K

VIEWS: 19 PAGES: 98

									ศาสนา สั งคม กับการต่ อต้ านการทุจริต



                       สมหวัง วิทยาปัญญานนท์
                            วันพุธที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕
                                       เวลา ๐๙.๐๐ -๑๒.๐๐ น.
                  ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุ งเทพฯ
                                                              1
         ยินดีต้อนรั บ
       นักบริ หารยุทธศาสตร์
การป้ องกันและปราบปรามการทุจริ ต
               ระดับสู ง

 นยปส. รุ่ นที่ ๓ สานักงาน ป.ป.ช.
                                    2
               ประวัติผู้บรรยาย
• จบปริ ญญาตรี วศ.บ.เหมืองแร่ และโลหะวิทยา จาก
  มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ปี 2523
• จบปริ ญญาโท วศ.ม.อุตสาหการโรงงาน จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กทม
  ปี 2529
                                                      ั
• รับราชการที่ กรมทรัพยากรธรณี (กพร.ในปัจจุบน) เป็ นเวลา 10 ปี ด้าน
  ความปลอดภัยในการทาเหมือง เริ่ มปี 2524
                                             ั
• ทางานที่ปูนซิ เมนต์ไทย (SCG ในปั จจุบน) เป็ นเวลา 21 ปี ด้านการทา
  เหมืองหิ น ดิน ถ่านหิ น ยิปซัม ไพโรฟิ ลไลต์ เริ่ มปี 2534
                               ่
• เจ้าของเว็บไซต์ ภูมิปัญญาอภิวัฒน์ www.budmgt.com 12 ปี
• ความเชี่ยวชาญพิเศษ ด้าน เสถียรภาพความลาดเอียง การระเบิดหิ น การ
  บริ หารงานเหมือง การบริ หารเชิงพุทธ การลดต้นทุนการทาเหมือง
                                                              ิ
  สิ่ งแวดล้อมในการทาเหมือง การฟื้ นฟูเหมือง การพัฒนาคุณภาพชีวตชุมชน
                                                    ่     ์
  การแต่งเพลงประเภทชีวิตคนทางาน เทคโนโลยีจุลินทรี ยอีเอ็ม เทคโนโลยี่
  เอ็นไซม์สมุนไพรเพื่อสุ ขภาพ                                        3
                         แนวทางบรรยาย
• ไม่ได้มุ่งเน้นการบรรยายจริ ยธรรม หรื อธรรมะ แบบทัวไป ที่สอนกันมา
                                                         ่
  มากแล้ว หรื อไม่ใช่ ธัมมะหรื อธัมโม ที่คนสมัยใหม่ชอบเรี ยกคน
  หัวโบราณ
• แต่มุ่งเน้นที่ การทาความเข้าใจหลักคิดในศาสนา ที่เรารู ้ๆ กันอยู่ แต่ยง
                                                                       ั
                   ั
  มองผิวเผิน(รู ้จก) ก็มามองให้ละเอียด(รู ้จริ ง) ลองทาตามแล้วได้ผล
  พัฒนาสานต่อจนลึกซึ้ง (รู ้แจ้ง) มาวิเคราะห์ปัญหาในการทางาน และ
  ค้นหาวิธีการ ที่จะสู่การแก้ปัญหาในการบริ หารงาน หรื อ การจัดการกับ
                           ั      ั
  ปัญหา แบบ 3 ป มี ปริ ยติ ปฎิบติ ปฏิเวธ

                                                                       4
             เนื้อเรื่ อง
ศาสนา สั งคม กับการต่ อต้ านการทุจริต
•   กรอบความคิดการต่ อต้ านทจริ ต
                                ุ
•   พฤติกรรมทุจริ ต
•   ภาพรวมการต่ อต้ านทุจริตในสังคมปัจจบัน  ุ
•   การปฏิบัติภารกิจตามหลักสัมมาวิริยะในการต่ อต้ านการทุจริ ต
•   การบริ หารเชิงพุทธมาใช้ ในการต่ อต้ านการทุจริ ต
•   พฤติกรรมสังคมต่ อต้ านทุจริ ต
•   การใช้ กลยทธปฏิบัติภารกิจต่ อต้ านทุจริ ต
              ุ
•   การจัดการความร้ ูเชิงพุทธต่ อต้ านทุจริต                     5
 กรอบความคิด
การต่ อต้ านทุจริ ต
                      6
ประเด็นคาถามเข้ าสู่ เนื้อเรื่ องตามกรอบความคิด
    •   ปรั ชญาประเด็นคาถามเข้ าสู่ กระบวนการทางปัญญา
    •   กรอบความคิดเริ่ มต้ นของการแก้ปัญหาทุจริ ต
    •                              ู ี่
        กรอบความคิดเริ่ มต้ นจากผ้ ทจะแก้ปัญหาทุจริ ต
    •   ประเด็นคาถามตีเปลือกกับการต่ อต้ านทุจริต
    •   ประเด็นคาถามเข้ าเนื้อกับการต่ อต้ านทุจริต
    •   ประเด็นคาถามลึกถึงแก่นกับการต่ อต้ านทุจริ ต


                                                        7
             ปรั ชญาประเด็นคาถามเข้ าสู่ กระบวนการทางปัญญา
             เมื่อเราต้องการเจาะลึกถึงปัญหาแล้วหาคาตอบเพื่อการลดชัว เพิ่มดี รักษาสิ่ งดี ดับปั ญหา
                                                                  ่


     คาถามเข้ าเนือ
                  ้                                 เปลือก                          คาถามตีเปลือก
     คาถาม ที่คนช่างถาม มัก                                                              คาถามที่คนทัวไปที่
                                                                                                       ่
     ถามต่อยอดจากการถามตี                                                                ช่างคิดชอบถาม เช่น
     เปลือก                                            ้
                                                    เนือ                                 ทาไม อะไร ที่ไหน
                                                                                         อย่างไร เมื่อไร และ
                                                                                                         ั
                                                                                         มักจะจบแค่น้ น แต่
                                                    แก่น                                 ส่ วนใหญ่(คนไทย)
   คาถามลึกถึงแก่ น                                                                      มักไม่ค่อยชอบถาม

คาถามที่คนมีความรู ้จะถามลึกลงไปเป็ นชั้นๆ
ลงรายละเอียดไปเรื่ อย เพื่อหาสาเหตุรากเหง้า
แห่งปัญหา รู ปแบบคาถาม เช่น ทาไมทาไม                                                          ่
                                                                                      ลด เพิม รักษา ดับ
ถามแบบ Why-Why Analysis                                                               มีความหมายอย่ างไร
ถามแบบปฏิจจสมุปบาท ถามเชิงอริ ยสัจจ์ ถาม                                              ดูที่ สัมมาวิริยะ
แบบโยนิโสมนสิ การ ถามเชิงอรรถที่ตอง  ้
                                                                                                               8
อธิบายธรรมประกอบเรื่ อง                                             อ้ างอิง ธรรมชาติของต้ นไม้ และสรรพสิ่งในโลก
                                                                                   ประเด็นคาถามสู่ การเดินเรื่องแห่ งความคิด


         กรอบความคิดเริ่มต้ นของการแก้ปัญหาทุจริ ต
                 การนาหลักศาสนามาใช้ ในการบริหารจัดการหน่ วยงาน
                                  ิ
                  การดาเนินวิถีชีวตในสั งคม กับการต่ อต้ านการทุจริต
                                                        And/or gate
                                    กฎการเกิด          เงือนไขการเกิด
                                                          ่                             ่
                                                                                 สิ่ งทีได้ รับ
              ้
หลักคิด สิ่ งปอน                                             กฏหมาย กฎแห่ง
                               ทาดีได้ดี ทา
                                                             กรรม ส่ งผลจริ ง             ผลลัพธ์                       ั
                                                                                                              ดัชนีช้ ีวด
     หลักศาสนา                          ั่
                               ชัวได้ชว กฎ
                                 ่                           สังคมยอมรับ
                               ธรรมชาติ
                                                             สภาวะที่เกิด
                                                                                                           ่ ้
                                                                                 จานวนทุจริตลดลง สุ จริตเพิมขึน
      พุทธ คริ ตส์ อิสลาม      เคมี ฟิ สิกส์
      ศาสดา คาสอน                               ปัญหาทุจริต                               วิสัยทัศน์
หลักทา                                          แก้ ให้ สุจริต
                                                                                          ิ
                                                                                 สั งคมมีวถีชีวิตสุ จริต
      การบริหารจัดการ
                                                                                ความรู้ ในการจัดการปัญหา (KM)
  ทางโลก(4M) ทางธรรม(กาย วาจา ใจ)
                                               กระบวนการ
  ทฤษฏีบริ หาร ที่ไหน (องค์กร สังคม)           แก้ ปัญหาทุจริต                    กรณีเรียนรู้ ทฤษฏีใหม่
อ้ างอิง กฎอิทัปปัจจยตา (System Analysis)                                                                                   9
                                                                                  ประเด็นคาถามสู่ การเดินเรื่องแห่ งความคิด

                                      ู ี่
            กรอบความคิดเริ่มต้ นจากผ้ ทจะแก้ปัญหาทุจริ ต
                                          กรอบการต่ อต้ านทุจริต
                                                                                                คิดเหมือนเดิม ผลไม่เปลี่ยน
   ประสบการณ์สูง
                                                                                                ต้องมีแนวคิดใหม่
          ้
   เป็ นผูบริ หาร
                                                                                                กลยุทธ์เดิม กลยุทธใหม่ ที่
   รู ้ปัญหาและ
                                                                                                สอดคล้องกับกระแสสังคมที่
   อุปสรรค์เป็ นอย่างดี               ผู้สัมมนา                        หลักสู ตร                เปลี่ยนแปลงไป
                                  นักบริหารระดับสู ง                  ยุทธศาสตร์                การวิเคราะห์ SWOT
                                                                                                การวัดประสิ ทธิ ภาพกลยุทธ

          ่
 สังคมเปลียนไป
 ปัญหายังมีอยู่
 ควบคุมไม่ ได้                                         ภารกิจ
                                               ป้ องกันและปราบปราม
                                                                                         คิดแค่ป้องกันปราบปรามอาจไม่เพียงพอ
                                                                                         จาเป็ นต้องมี Early warning และ
                                                                                         การฟื้ นฟูดึงกลับหรื อไม่
                                                                                                                     10
อ้ างอิง กฎไตรลักษณ์ อนิจจจัง ทุกขัง อนัตตา คือไม่ แน่ นอน เป็ นปัญหา และควบคุมไม่ ได้
                                                              ประเด็นคาถามสู่ การเดินเรื่องแห่ งความคิด
        ประเด็นคาถามตีเปลือกกับการต่ อต้ านทุจริ ต
• ทาไมคนจึงทุจริ ต (หาที่มา)
• ทุจริ ตไปทาไม หรื อได้อะไร (เพื่ออะไร)
• ทาไมเขาจึงไม่กลัวถูกลงโทษ (ดูสภาวะความกลัว)
• เขารู ้หรื อเปล่าว่า เขากาลังทุจริ ต (ดูสติ ความรอบรู ้ การสั่งสอน)
• เขารู ้หรื อเปล่าว่า ทุจริ ตไม่ดีแค่ไหน (ดูภาวะความคิดและปัญญา)
• มีใครบ้างที่สนับสนุนเขาให้ทุจริ ต (ดูสภาวะสังคม)
• ยอมรับการทุจริ ต แต่ขอแบ่งปั นบ้าง แสดงว่าสังคมเป็ นอย่างไร(มิฉาทิฎฐิ)
•                                                                           ่
  ทุจริ ตบ้าง สุ จริ ตบ้าง ถือว่า กลางๆ หรื อเปล่า หรื อเป็ นกลุ่มทุจริ ตอยูดี (ดูภาพการ
  วินิจฉัย ตรรกะการคิด ของสังคม)
• รวยแล้วไม่ทุจริ ตหรอก จริ งหรื อเปล่า (ดูภาษาชี้นาความคิดสังคม)
                                                                                                11
                                                             ประเด็นคาถามสู่ การเดินเรื่องแห่ งความคิด
         ประเด็นคาถามเข้ าเนื้อกับการต่ อต้ านทุจริ ต
• เขาทุจริ ต เพราะอะไร ยากจน หรื อเข้าตาจน หรื อตามน้ า หรื อไม่รู้ (คาถามนา)
• คนยากจนที่สุจริ ต มีหรื อเปล่า คนรวยที่ชอบทุจริ ต มีหรื อไม่(Y/N,N/Y)
• เขาเริ่ มทุจริ ต ตั้งแต่เมื่อไร ตั้งแต่เด็ก หรื อเริ่ มรับราชการ หรื อเมื่อมีตาแหน่งใหญ่โต
                        ั
  (ดูสิ่งแวดล้อมที่ชกจูง)
• ในสังคมของเขา เขาทุจริ ตคนเดียว หรื อส่ วนใหญ่เป็ นเช่นนั้น (ดูกระแสสังคม)
• หน่วยงานไหนที่มีโอกาสทุจริ ตสู ง เพราะเหตุใด (เล็งเพ่งจุด)
• ทุจริ ตเพื่อเงิน มีทุจริ ตเพื่ออย่างอื่นอีกหรื อไม่ (แง่มุมที่แตกต่าง)
• กรรมพันธุ์และการเลี้ยงดูอบรม ส่ งผลต่อพฤติกรรมทุจริ ตและสุ จริ ตอย่างไร (เหตุและ
  ผล)
            ้
• คิดว่า ผูประพฤติธรรม ตอนนี้ ดี ต่อไป มีโอกาสทุจริ ตหรื อเปล่า (หลักคิดเชื่อมโยง)
                                                                                               12
                                                         ประเด็นคาถามสู่ การเดินเรื่องแห่ งความคิด
      ประเด็นคาถามลึกถึงแก่นกับการต่ อต้ านทุจริ ต
• ทาไมเขาจึงยักยอกเงิน วิเคราะห์เชิงปฏิจจสมุปบาท จาก 12 ห่วงเชื่อมโยง ทุกกรณี
  มักจบด้วยอวิชชา คือความไม่รู้ หลงผิด คิดผิด
• อริ ยสัจจ์ หากใช้แบบตรงข้าม จะเป็ น มาร+มายา ดังนี้ ทุกข์ เป็ นปั ญหา ไม่มีสุข เหตุ
  จากขาดเงิน ทางแก้หาเงินเพิ่ม รวยเร็ วต้องโกงและเอาเปรี ยบ เป้ าหมายร่ ารวยอยู่
                                   ั่
  หรู หรา แต่สุดท้ายมักจบไม่ดี ไม่ยงยืน
• โยนิโสมนสิ การ คิดแยบคายพิจารณาปั ญหาและทางแก้ 10 รู ปแบบ หากวิเคราะห์
  เก่ง ก็จะจบปั ญหาด้วยดี ไม่คิดแก้ปัญหาโดยทุจริ ต
• หากทาให้เขาเป็ นคนดี แล้วเขาก็ไม่มีทางทุจริ ต ก็เป็ นการปกป้ องการทุจริ ต
• ลองอธิบาย อายตนะหก (ประตูหกทางเข้าสู่ ตวเรา) กับการทุจริ ต
                                              ั
• เราหลงกับโลกธรรมแปด จึงเป็ นเหตุให้เราจับยึดกับสิ่ งสมมติ
• ตัณหา กิเลส เป็ นสิ่ งกระตุนให้คนเรา เข้าหาสิ่ งทุจริ ตได้ง่าย
                             ้
• อคติ ในการตัดสิ น เอื้ออานวยสู่ การประพฤติมิชอบ
                                                                                           13
พฤติกรรมทุจริ ต

                  14
                                           ่ ้
         ทาไมมนุษย์ จึงมีพฤติกรรมทุจริ ตเพิมขึน
•   ทฤษฎีแมลงในขวดโหล
•   มนุษย์ก่ ึงพุทธกาล
•   ทฤษฏีจุลินทรี ย ์
•   อานาจเงินตรากับบารมีน้ าใจ
•   กระแสเศรษฐกิจโลกาภิวฒน์ ทุนนิยม(สามาน) พาเข้าสู่ยคบริ โภคนิยม
                             ั                       ุ
•   กระบวนการทุจริ ต-สุ จริ ต
•   กระบวนการเล่ห์กลเพื่อการทุจริ ต
•   ห่วงโซ่ปัญหากับสังคมทุจริ ต
•   สายธารแห่ งการทุจริ ต
                                                                    15
                                                               ปรั ชญาแห่ งพฤติกรรมมนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

                              ทฤษฏีแมลงในขวดโหล                                                                   อาหาร

จานวนทรัพยากร                                                                                           ขวดโหล

จานวนประชากรมนุษย์          ยุดอุดมสมบูรณ์        ยุดเริ่มขาดแคลน ยุดโรคระบาด                 ยุดฟื้ นตัวใหม่

                                                                             สิ่ งแวดล้อมเสื่ อมโทรม
    มาก                     ทรัพยากร : อาหาร พลังงาน ของใช้สอย
                                                                             วิกฤติมวลมนุษย์
                                                                 เริ่ มแย่แล้ว : ภาวะ                              แมลง
                                                                 แย่งชิงทรัพยากร
                      คุณภาพสิ่ งแวดล้อม
   ปานกลาง

                     จานวนประชากรมนุษย์


    น้ อย
                                                              ต้องแก้ไขให้ช่วงเวลานี้ส้ นลง
                                                                                        ั                       กาลเวลา
                 อดีต                              ปัจจุบัน                                อนาคต
                                                                                                                      16
                                               ปรั ชญาแห่ งพฤติกรรมมนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

                เรียนรู้จากทฤษฏีแมลงในขวดโหล
ภาพรวม
• มนุษย์เริ่ มก้าวสู่ จานวนประชากรมากเกินกว่าทรัพยากรที่มีอยู่ จนขาดสมดุล ใช้
   ทรัพยากรมากมายทั้งจาเป็ นและไม่จาเป็ น ทาลายสิ่ งแวดล้อมที่เอื้ออานวยต่อการ
   ดารงชีวิต
• สมดุลคือ จานวนประชากรที่พอดี กินพอดี กับทรัพยากรที่ใช้ แล้วไม่ขาดหายลดลง
                          ่
   สามารถฟื้ นตัวและอยูต่อใช้สอยได้อีกเป็ นล้านปี ได้
ยุคปัจจุบัน
• ภาวะเสี ยสมดุล จะเกิดโรคที่มีเหตุจากสิ่ งแวดล้อม รักษาได้ยาก เพราะต้นเหตุยงอยู่ั
• เกิดภาวะแย่ งชิงทรัพยากร เอามาเป็ นเจ้าของของกลุ่มตน โดยไม่ เลือกวิธีการว่ าสุจริ ต
                                                          ่
   หรื อทจริ ต สังคมมนุษย์ต่างชั้นห่างขึ้น ใครแข็งเรงอยูต่อ
          ุ
• เกิดทฤษฎีเศรษฐกิจ ทีเ่ น้ นการเอาเปรี ยบได้ เปรียบ ส่ งเสริ มการบริ โภคอย่างไร้ขีดจากัด
                                                                                    17
   เน้นเงินเป็ นหลัก จะมีประโยชน์อย่างแท้จริ งหรื อเปล่าก็ไม่สนใจ
                       ึ่
               มนุษย์ กงพุทธกาล (พ.ศ.๒๕๐๐)




                                                                                        จะแก้ไขกันได้ อย่ างไร
อิฐลอยน้ า

                                                       สุ นัขกินในถาดทองคา

                                                          สภาพสังคมแบบนี้ เหมือนกันทังโลก  ้
                              สิ่งไม่ ดี โผล่ ออกมา ไม่ น่าจะเป็ นไปได้ ก็เป็ นไปได้ แล้ ว
                ้
ผู้ดเี ดินตรอกขีครอกเดินถนน              ี
                              คนไม่ ดแล้ วมาเป็ นผู้นาในสังคม คนดีถอยกลับไปเก็บตัว 18
                                  ึ่
               เรียนรู้จากมนุษย์ กงพุทธกาล
• สิ่ งที่เป็ นไปไม่ได้ ก็เป็ นไปได้ 1+1 อาจไม่เท่ากับ 2 คนอาชีพไม่
  สุ จริ ตได้รับเลือกมาเป็ นตัวแทนประชาชน
• คนไม่ดีได้เป็ นใหญ่ ได้ดี เพราะใช้วิชามาร มีเปอร์เซ็นต์สูง
• แนวคิดกลับทางดาเป็ นขาว โกงรวยกว่าทาตรงๆ อาชีพทุจริ ตพาร่ ารวย
  คิดว่าใช้กลยุทธ แต่เป็ นเจ้าเล่ห์เพอุบาย โกงคนอื่นมาไม่เป็ นไรขอแบ่ง
  บ้าง
• พูดขาวเป็ นดาได้ พูดดาเป็ นขาวได้ ใช้เหตุผลชี้นาได้แบบผิดๆ โดยที่
      ้
  ผูฟังก็เคลิ้มตาม ว่าเป็ นเช่นนั้น
                                                                   ้
• ใช้หลักอาชญาเศรษฐศาสตร์ เช่น ทาผิด 10 ครั้ง ถูกจับ 2 ครั้ง คุมค่าก็
  ทา
• อานาจและเงินตราซื้ออะไรได้หลายอย่าง
                                                                     19
            ั                                 ั
• ภัยพิบติธรรมชาติลงโทษมนุษย์ แทนกฎที่บญญัติโดยมนุษย์
                                                     ิ ิ
                                             ทฤษฏีชีวตจุลนทรีย์                                ์
                                                                                     จุลินทรี ยฝ่ายร้าย : เหม็น
                   จุลินทรี ยฝ่ายดี : หอม แก๊ส
                             ์                                                       ปล่อยแก๊สพิษ บูดเน่า
                   บริ สุทธ์ ถนอมอาหาร
                                                  ดี 10%              ร้ าย 10%          จุลินทรี ยกลาง : ไม่ส่งผล
                                                                                                   ์
                                                                                         กระทบ เข้าร่ วมด้วยกับฝ่ ายชนะ
        ฝ่ ายร้ายไม่มีอานาจ หดตัวลง                                                 ฝ่ ายดีไม่มีอานาจ หดตัวลง
  ฝ่ ายดีครองอานาจ เพิมพลัง
                      ่                                    กลาง 80%                                  ฝ่ ายร้ายครองอานาจ เพิมพลัง
                                                                                                                           ่
                              ร้ าย < 5%
                                                                                  ดี < 5%
            ดี > 15%                         สังคมลูกผสม                                               ร้ าย > 15%
                                                    สังคมกลางๆ (ลูกผีลูกคน)
                              ขอแอบอิง                                                 ขอแอบอิง
                                                    หรือ สังคมสับสน
สังคมคนดี            กลาง 80%                                                                                        สังคมโจร
                                                    อาหารทีหมักดีบ้างบูดบ้ าง
                                                            ่                                กลาง 80%


                                                                สั งคมคนชั่วปกครอง
     สังคมคนดีปกครอง                                                    ่                   ิ
                                                                อาหารทีหมัก เกิดบูดเน่ า มีพษ กินแล้ วท้ องเสี ย ควร
            ่
     อาหารทีหมัก ได้ เอ็นไซม์ อยู่ได้ นาน มีประโยชน์            เอาไปเททิง้                                     20
                                 ิ ิ
                 เรียนรู้ทฤษฏีชีวตจุลนทรีย์
• สังคมมนุษย์กเ็ หมือนสังคมจุลินทรี ย ์
• ภาวะสังคมคนดีปกครอง เราก็จะเห็นคนส่วนใหญ่ทาดีเป็ นปกติวิสย ไม่  ั
  สงสัยเรื่ องทาดีได้ดี เป็ นกลุ่มสุ จริ ตชน
• ภาวะสังคมครึ่ งๆกลางๆ คนดีคนชัว สลับกันปกครอง ดูอะไรก็คลุมเครื อ
                                          ่
  ไปหมด สังคมสับสน คิดผิดคิดถูก เห็นขาวเป็ นดา เห็นดาเป็ นขาว
• ภาวะสังคมคนชัวปกครอง เราจะเห็นคนส่ วนใหญ่โกงกินจนเป็ นปกติ
                   ่
       ั              ่
  วิสย ทุจริ ตชนมีอยูมากมาย คิดว่า ไม่โกงก็โง่ตาย เห็นการทุจริ ตและ
  ร่ ารวย ไม่เห็นถูกลงโทษ สังคมมองเห็นกงจักรเป็ นดอกบัว เห็นคนชัว   ่
  เป็ นคนดี
                                                                   21
                               อานาจเงินตรากับบารมีน้าใจ
                       ่              ่
       แนวคิดสู่ ความยิงใหญ่ เหนือคนอืนทางโลก                                                           ่
                                                                                        แนวคิดสู่ ความยิงใหญ่ ทางธรรม
                                                                                                          หมดยศตาแหน่งคน
  ทาให้เกรง                                                                                               ยังนับถือ ให้คนเต็ม
  กลัว เน้นการ                                                                                            ใจทา ปรารถดีต่อคน
  บังคับ ให้คุณ
  ให้โทษ มีคน          อานาจ                                                            บารมี                         ่ ั
                                                                                                          อื่น พลังอยูที่ตวเอง

  อื่นมอบให้



ใช้ อานาจหา
เงินตรา                                                         ใช้ บารมีสร้ าง
                                                                                                                        ้
                                                                                                                   ใช้ นาใจสร้ าง
                                          ใช้ เงินตราหา           ้
                                                                นาใจ
                                          อานาจ                                            ้
                                                                                          นาใจ                     บารมี
 ใช้บารมีและ
 น้ าใจเป็ นส่ วน
                       เงินตรา                                                                                ใช้อานาจและ
 น้อย                                                                                                         เงินตราเป็ น
                                                                                                              ส่ วนน้อย
              ่
 เงินอันตรายดังอสรพิษ                                                             บัญชีออมใจสร้ างความประทับใจ          22
                                        ้
 อานาจเป็ นดาบสองคม สร้ างความเครียด เอือต่อการทุจริตได้ ง่าย                     บารมีสร้ างความอบอุ่นใจ
                                         ้
            เรียนรู้อานาจเงินตรากับบารมีนาใจ
• มารวิถี เน้นทางวัตถุ ใช้เงินมาหาอานาจ แล้วใช้อานาจเป็ นช่องทาง
  โอกาสหาเงินได้มากมาย มักมีการทุจริ ตแบบแยบยล ไม่มีใครโต้แย้ง
                 ่ ั
  เพราะอานาจอยูที่ตวเอง ไม่มีใครทาอะไรได้ และต้องครองอานาจให้
  มากและนานที่สุด ในภาพที่ปรากฎเป็ นเทพ เนื้อในแอบมาร เป็ นเทพมาร
                                                              ็
• เทพวิถี เน้นทางใจทางธรรม ใช้น้ าใจมาสร้างบารมี เมื่อมีบารมีกมีคน
  สนับสนุนยอมรับ ก็เอาบารมีมาสร้างน้ าใจแบบบัญชีออมใจ ครอง
  อานาจด้วยความเป็ นธรรม ภาพที่ปรากฎเป็ นเทพแท้ เนื้อในก็เป็ นอาริ ยะ
  ชน

                                                                   23
                                        ั
                กระแสเศรษฐกิจโลกาภิวฒน์ ทุนนิยม(สามาน)
                         พาเข้ าสู่ ยุคบริโภคนิยม
เศรษฐกิจบริโภคนิยม                                             เศรษฐกิจพอเพียง
• สอนให้ข้ ีเกียจ บริ โภคมากๆ พึ่งพาคนอื่น ทางานเป็ น          • สอนให้ขยัน บริ โภคพอควร พึ่งพาตนเองเป็ นหลัก ทางานเป็ น
หน้าที่                                                        องค์รวม ทั้งหมด หรื อหลายๆ บ้านมารวมกันเป็ นหนึ่งกลุ่ม

                  ่          ้     ่
• เน้นให้ซ้ือหา ยิงซื้อมาก ผูขายก็ยอมเติบโต กาไรมาก                                                           ้
                                                               • เน้นการทาเองกินเอง ซื้อน้อย จึงใช้เงินน้อย ผูขายไม่ชอบ เพราะ
                                                               ธุรกิจเติบโตช้า
• มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง
                                                                              ้
                                                               • ใช้ทรัพยากรคุมค่า
• มุ่งสู่ เกษตรเคมี ชีวตเคมี ทั้งคน พืชอาหาร และสัตว์เลี้ยง
                       ิ
                                                               • มุ่งสู่ วถีชีวตแบบธรรมชาติ มีความสมดุลย์ชีวต งาน สิ่ งแวดล้อม
                                                                          ิ ิ                               ิ
• มีการวิจยมีเทคโนโลยี่ ที่เป็ นเอกสิ ทธิ์ ห้ามคนอื่นใช้
          ั                                                                            ั
                                                               เศรษฐกิจ และสังคม รู ้จกพอ
• มีกลยุทธการทาลายการพึ่งพาตนเอง เช่น ให้มีหนี้สิน ใช้         • มีกลยุทธการพึ่งพาตนเอง มีปราชญ์ชาวบ้าน พยายามสร้างเมล็ด
เคมีของเขา เมล็ดพันธุ์ของเขา หากฝื นจะไม่ได้ผล การกรี ด               ั
                                                               พันธุ์ตวเอง มีภูมิปัญญา เป็ นตัวเองสู ง ถูกหลอกยาก เพราะไม่โลภ
                               ้
กันคนอื่นทางกฎหมาย การเป็ นผูขายรายเดียว                       และมักเป็ นคนที่มีภูมิธรรมสู ง สังเกตุได้เลย
                      ้                                  ้
• ประชาชนเริ่ มเป็ นผูใช้ ผลิตไม่เป็ น หนี้สินมาก เป็ นผูยอม   • ประชาชนในกลุ่มจะรวมตัวกัน หนี้สินไม่มี มีสินค้าก็ขายถูก ใน
จานน ถูกหลอกง่าย เห็นแก่เงินและวัตถุ มักสุ ขจากการรับ             ิ
                                                               ชีวตเน้นความสุ ขทางใจ จากการให้มากกว่าการรับ
• เปิ ดโอกาสให้ผล่า ออกกลยุทธทุจริ ต ได้ง่าย
                ู้                                             • จะไม่เป็ นผูล่า แต่จะเป็ นกลุ่มที่ต่อต้านการล่า มักเป็ นสุ จริ ตชน
                                                                             ้
                                                                                                                                    24
                                                               และช่วยคนอื่นปกป้ องไม่ให้เอาเปรี ยบ แบบเมตตาธรรม
                                     กระบวนการทุจริต-สุ จริต                                            ระบบและกฎมีจุดอ่อน
                                                                                                        เจ้ าหน้ าทีเ่ ผลอ ไม่ ว่าง ไม่
           ้
ยากจน มีหนีสิน อยากเท่ า                         อยากมี อยากเป็ น ไม่
เทียมเพือน
        ่                                        อยากมีไม่ อยากเป็ น                                    สนใจ ให้ ความร่ วมมือ
                                                                                            มี
                                                                                                        มีโครงการเข้ ามา มี
                                ความอยาก
            ทุกข์
                                  ตัญหา
                                                                              โอกาส                     เครือข่ ายทีมงานเป็ นสายๆ
                                                                                                               ่
                                                                                                        เหยือกลัว ต้ องการอยู่รอด
                                                                                                             ิ
                                                                                                        มีวกฤติ
ศาสนา การอบรมสั่ งสอน
การมองเห็นโทษของการทุจริต                                             รัก โลภ                            เฝ้ าระวังสู ง
ไม่ อยากได้ หากได้ มาไม่ ถูกต้ อง                                                          ไม่ มี
                                                                      โกรธ หลง                                        ่ ิ
                                                                                                         เทคโนโลยีตดตามตรวจจับ
มีโอกาสก็ไม่ ทาชั่ว
                                           บวก           การคิด                    ลบ
                                                                                        ความเป็ นมาร
            คุณธรรม จริยธรรม                                                            ประสบการณ์ ความ
                                                         เวทนา                          เชี่ยวชาญด้ านการทุจริต
                                    มีสติปัญญากากับ                          ่
                                                                           ยัวยุ
                                       ั
                                    มีกลยาณมิตร               ศูนย์                                       การคิด ตัดสิ นใจ และทา
                สุ จริต                                        เฉยๆ
                                                                                        ทุจริ ต
                                                                                                                                   25
                                            ่
                        กระบวนการเล่ ห์กลเพือการทุจริต
                   ฝ่ ายผู้ล่า                                                                  ่
                                                                                       ฝ่ ายเหยือ
คิดกลยุทธ์ ทาให้ ช้า ทาให้ กลัว ทาให้ อด ทาให้ รัก                             กลัวช้ า กลัวอันตราย กลัวหิว กลัวอีกฝ่ ายเสียใจ


การค้ นหาเหตุการณ์ รอบตัว เช่ น โครงการ ภาวะเศรษฐกิจ                                       ่
                                                                               เดินตามบท ทีกาหนด
                            ่
ภัยธรรมชาติ จุดอ่อนของเหยือ สถานการณ์ ของเหยือ ่                               หากไม่ ทาตาม ก็จะถูกแผนสองจากผู้ล่า
                         ่
วิธีการป้ องกันตัวของเหยือ

                                                                        เหยือไหวตัว
                                                                            ่                               ่
                                                                                                 เดินตามบททีวางไว้
                                          เดินตามบททีวางไว้
                                                     ่                                           เป็ นฉากๆ
     ทาเหตุการณ์ ให้ เป็ นจริง

                                                                                                      ่
                                                                                                  เหยือให้ ของโดยคิดว่ า ผู้ล่ามี
     หาขั้นตอนทีทาให้ เหยือเกิดอารมณ์ จูงใจให้ เชื่อ ให้
                ่         ่                                   ไม่ เป็ นไปตาม                      ความบริสุทธิ์ใจ
     ทาตาม จากสภาวะแวดล้อมทีกดดันและคับขัน
                                 ่                                    ่
                                                              บททีวางไว้
     ตามบท แบบเป็ นฉากๆ                                                                  เป็ นไปตาม
                             ผู้ล่าตัดสิ นใจทิงเหยือ
                                              ้ ่                                              ่
                                                                                         บททีวางไว้
                                                                                                                                    26
       ผู้ล่าทุจริตสาเร็จ                                                  ่
                                                              ผู้ล่ากินเหยือ
                                                 ห่ วงโซ่ ปัญหา
    ในการแก้ปัญหานั้น เราต้องไล่ไปหาเหตุรากเหง้าเสมอ แล้วดับเหตุปัจจัยรากเหง้านั้น ๆ ซึ่งจะเป็ นความไม่รู้ (อวิชชา) หรื อไม่มี
    ภูมิปัญญา หรื อขาดกึ๋น ขาดมาตรฐานงานที่ดี
       การไล่หาสาเหตุรากเหง้ามี 12 ห่วงโซ่ คือ
       (1) เมื่อเราไม่รู้อะไรถูกต้อง
       (2) เราก็คิดว่ามันดี
       (3) เราก็ยอมรับมันเป็ นหลักการ
       (4) จากนั้นเราก็ไปแสวงหามาใช้งานใช้ประโยชน์
       (5) ที่เรารับรู ้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จากสิ่ งที่เราใช้ไป
       (6) ใจเราก็ตีความแปลผลเป็ นภาพ เสี ยง กลิ่น รส ร้อนเย็น ขนาดไหน มากน้อยพอดี
       (7) จากข้อมูลดังกล่าวเราก็จะตัดสิ นว่าดี ไม่ดี เฉย ๆ
                  ็                        ็
       (8) ถ้าดีกอยากได้มา หากไม่ดีกผลักไสออกไป
                          ึ ่
       (9) หากดีเราก็ยดมันว่านี่แหละคือสิ่ งที่เราต้องการ
                              ิ
       (10) เกิดเป็ นวงจรชีวตแห่งการยึดมัน    ่
       (11) จากนั้นเราก็ปฏิบติต่อสิ่ งนั้นเป็ นประจาวัน
                                ั
       (12) จนกว่าจะเสื่ อมถอยและสิ้ นสุ ดวาระสิ่ งนั้น ๆ
                        หมุนเวียนไปเกิดนับหนึ่งใหม่ที่เราไม่รู้ตาม (1) สื บต่อมาทีละข้อแบบไม่รู้จบ จนว่าอวิชชาจะถูกดับลงไป โดยใช้ปัญญา
            ในการดับเหตุแห่งปัญหา

อ้างอิง : ปฏิจจสมุปบาท (ห่วงโซ่ทุกข์ 12 ห่วง)                                                                                 27
                       เรี ยนร้ ูห่วงโซ่ ปัญหากับสังคมทุจริ ต
(1)    เมื่อเราคิดว่าทุจริ ต เป็ นสิ่ งที่ยอมรับได้ หากมีการแบ่งปัน และมีการพัฒนาวัตถุ (ไม่รู้อะไรถูกต้อง)
(2)                                                              ่
       เราก็คิดว่ามันดี คือ การทุจริ ตทาให้ฐานะความเป็ นอยูดีข้ ึน โอกาสพลาดถูกจับยาก
(3)                                                   ้
       เราก็ยอมรับมันเป็ นหลักการ ว่า ทางานก็ตองมีการทุจริ ตเป็ นของธรรมดา บ้างว่านิดหน่อย บ้างก็มากก็ไม่เป็ นไร
(4)    จากนั้นเราก็ไปแสวงหามาใช้งานใช้ประโยชน์ คือ วางระบบการทุจริ ตอย่างเป็ นขั้นตอน คาพูด เอกสาร วิธีการ
(5)    ที่เรารับรู ้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จากสิ่ งที่เราใช้ไป คือ ผ่านการทางานด้วยทุจริ ตด้วย สังคมก็ไปมาลาไหว้
(6)    ใจเราก็ตีความแปลผลเป็ นภาพ เสี ยง กลิ่น รส ร้อนเย็น ขนาดไหน มากน้อยพอดี คือ ได้รับเงิน วัสดุ การเอาอกเอาใจ ได้รับลาภ
       ยศ ตาแหน่ง เจริ ญก้าวหน้าดี
(7)                                                                                ิ ่
       จากข้อมูลดังกล่าวเราก็จะตัดสิ นว่าดี ไม่ดี เฉย ๆ คือ คิดว่า ดี ไม่ดี จากชีวตที่ผานไป
(8)           ็                           ็
       ถ้าดีกอยากได้มา หากไม่ดีกผลักไสออกไป คือ วิธีการที่ได้ผลก็ทาต่อ วิธีการที่ไม่ได้ผลหรื อเสี่ ยง หรื อผูต่อต้านสร้าง IT หรื อ
                                                                                                               ้
                                                ั
       สังคมมัปญญาตรวจับเฝ้ าระวัง ก็พฒนาวิธีการหนีให้สูงกว่า
(9)                   ึ ่
       หากดีเราก็ยดมันว่านี่แหละคือสิ่ งที่เราต้องการ คือ ทุจริ ตแล้วรวยมีมากมายสบายตอนหลังเกษียณ ไม่เชื่อว่า ซื่อกินไม่หมดคดกิน
       ไม่นาน
(10)                      ิ
       เกิดเป็ นวงจรชีวตแห่งการยึดมัน คือ ต้องกระแสสังคมทุจริ ต
                                            ่
(11)   จากนั้นเราก็ปฏิบติต่อสิ่ งนั้นเป็ นประจาวัน คือ คนทุจริ ตก็ทาไปเรื่ อยๆ ผูตานทุจริ ตก็ทาไป
                            ั                                                     ้้
(12)    จนกว่าจะเสื่ อมถอยและสิ้ นสุ ดวาระสิ่ งนั้น ๆ คือ เกิดสังคมอริ ยะชน เน้นคุณธรรมน้ าใจบารมี เป็ นบ่อเกิดความสุ ข นันคือ สังคม
                                                                                                                          ่
       ทุจริ ต หรื อทุจริ ตชน หมดไป หรื อเปลี่ยนใหม่ คิดได้ ไม่หลงติดกับอานาจและเงินตรา ที่เป็ นความสุ ขจอมปลอม
                    หมุนเวียนไปเกิดนับหนึ่งใหม่ที่เราไม่รู้ตาม (1) สื บต่อมาทีละข้อแบบไม่รู้จบ จนว่าอวิชชาจะถูกดับลงไป โดยใช้ปัญญา
       ในการดับเหตุแห่งปัญหา

                                                                                                                                28
                                              สายธารแห่ งการทุจริ ต
  สร้ างความกลัวให้ เหยือ
                        ่                                                                                           CSR สั งคมทุจริต
                                                                                   ้
                                                                                ตานาซับ
                                                                                                                    เริ่มมาทดแทน ทุจริตแบบ
        ้
  ทาให้ชา ตีวน เอกสารไม่                                                                                            สั งคมมาเฟี ย
                   ่
  ครบ ไม่ยอมเซ็นต์ผาน                                                          แพรกห้ วย
                                                                                                                    การกระจายรายได้
                                                          ห้ วย                                      ั
                                                                                           หน่ วยปฏิบติ             การทามวลชนสัมพันธ์
สร้ างความกล้าให้ ผู้ล่า                                                 ศูนย์ รวมหน้ างาน รวบรวมเงิน               สร้างประเพณี ใหม่
                           สร้ างความเชื่อให้ ผู้ล่า                                                                รักษาระบบส่ งสายธาร
ติดคุกเลี้ยงลูกเมียให้ ช่วย
                            ทาให้รู้สึกไม่ผด เป็ นการทา
                                           ิ                               ศูนย์ รวมจังหวัด
ประกันตัว
                            มาหากิน ดีกว่าอดตาย                   คลอง
                       ่
  สร้ างความชอบให้ เหยือ
          ่
  ทาให้ดูวาเสี ยเงินน้อยกว่า มี                                                               ศูนย์ รวมที่กรุงเทพ
  โอกาสได้งาน มีสิทธิเข้าเรี ยน
  มีตาแหน่งขาย
                                                                                                      ้
                                                                                                 แม่ นา
                                             ชอบ กลัว เกลียด(โกรธ) หลง                                                      ทะเล
   กระแสสั งคมกดดันทุจริต
   สังคมเปิ ด รู ้มาก ใช้ IT ช่วย
                                                        ่                   ่
                                             คือ กุญแจทีคนทุจริ ตใช้ ล่าเหยือ                   หน่ วยสุ งสุ ดคุมนโยบาย
   การทุจริ ตจะยากขึ้น                                                                          ไม่ ต้องทาเอง แต่ ต้องรักษา           29
                                                                                                ระบบทุจริตไว้
                    เรี ยนร้ ูสายธารแห่ งการทุจริ ต
• ระบบสายธารแห่งทุจริ ต มีความเข้มแข็งมาก เพราะเป็ นระบบ ที่สมดุลในเชิง
  ผลประโยชน์ (Common Interest)
• การตัดสายธารทุจริ ต คงต้องเลือกคนดี คนซื่ อสัตย์มาปกครอง
• การใช้ประชาชนมีส่วนร่ วม ย่อมเป็ นตาสับปะรด สร้างความยึดเหนี่ยวสังคมที่ดี
• เมื่อ IT เพิ่มขึ้น ทั้งการสื่ อสาร ดาวเทียม นวัตกรรมต่างๆ คนรู ้มากขึ้น ฉลาดขึ้น
           ั      ั
  สิ่ งที่ลบก็ไม่ลบ นาเป็ นข้อมูลหลอกคนอื่นไม่ได้ ทุจริ ตก็จะลดลง
• การสร้างเยาวชน ตั้งแต่เป็ นนักเรี ยน ให้ซื่อสัตย์สุจริ ต ต่อไปเขาโตขึ้น ก็ไป
  ปกครองบ้านเมืองต่อ
• เปลี่ยนค่านิยม เป็ น เศรษฐกิจพอเพียง ไม่เป็ นสังคมอุปถัมถ์ นิยมความถูกต้อง ก็
  ต้องทาต่อไป
                                                                                     30
ภาพรวมการต่ อต้ านทุจริ ต
   ในสังคมปัจจบันุ

                        31
     ภาพรวมการต่ อต้ านทุจริ ตในสังคมปัจจบัน
                                         ุ
                                                                   รัฐมีทุกข์ มีตัญหาไม่ อยากให้ เงินรั่วไหล
             คนมีทุกข์ มีตัญหาอยากรวย หนีความจน                    อยากให้ ทุจริตหมดไป มีสุจริตชนมากๆ


       ระบบมีเชิงว่ าง          คนคิดทุจริต            กระทาการทุจริต                  ภาครัฐเกิดทุกข์
                                                                                       จากการทุจริต



แนวคิดป้ องกัน                แนวคิดป้ องกัน            แนวคิดปราบปราม
โดยการลดช่ อง                 โดยใช้ ศาสนา              โดยการจับให้ ได้ และ
โหว่ งระบบ เช่ น              อบรมเยาวชน                นามาลงโทษ
ระบบตรวจสอบ                                                                         เกิดปัญหาทุจริตไม่ หมด



                                                  การมีส่วนร่ วมของสั งคม เทคโนโลยี่
                      ทุจริตไม่ หมดไป             เฝ้ าระวัง เทคโนโลยีการตรวจจับ       ขาดกลยุทธและ
                     และแทบจะไม่ ลดลง                               ่
                                                  การบริหารการเปลียนแปลง          การวิเคราะห์ อย่ างแยบคาย
                                                  พฤติกรรม จิตวิทยาสั งคม
                                                                                                                    32
                                                           องค์ ความรู้ ทางพฤติกรรมสั งคม       ยังขาดกระบวนการดึงกลับฟื้ นฟู
       เรี ยนร้ ูภาพรวมการต่ อต้ านทุจริ ตในสังคมปัจจบัน
                                                     ุ
                 ั                                      ั
• สภาพปั จจุบน หน่วยงานต่อต้านทุจริ ตทางานไม่ทน กาลังพลน้อย ขั้นตอนมาก
  จานวนคนทุจริ ตเพิมขึ้น เทคโนโลยีไม่ทน การพิสูจน์ขอเท็จทาได้ล่าช้า คนที่ทุจริ ต
                         ่                ่ ั                ้
  รู ้ทน ระบบเปิ ดให้มีการหลบเลี่ยงได้ หรื อถ่วงเวลาให้ล่าช้าได้ ยิงปริ มาณงานมาก
       ั                                                             ่
  กว่าจะถึงคิวก็มาถึงได้ยาก
                                   ็่
• เมื่อเป็ นวิธีการเก่า ผลลัพธ์กยอมเหมือนเดิม ไม่แตกต่าง
                                                                 ่
• จาเป็ นต้องปรับกระบวนทัศน์ใหม่ เปลี่ยนวิธีการใหม่ ไม่วาจะเป็ นเรื่ องโครงสร้าง
  องค์กร กระบวนการทางาน หากคนนั้นมีอานาจเหนือเรา เราจะไปจับเขาก็ทาได้
  ยาก อาจเป็ นระบบแบบ เปาปุ่ นจิ้นกับจันเจาก็ได้
                                             ่
• กระบวนการดึงกลับฟื้ นฟู จากทุจริ ตชนมาเป็ นสุ จริ ต ยังไม่เป็ นรู ปธรรม
• กระบวนการสังคมมีส่วนร่ วม อาสาต้านทุจริ ต ยังมีนอย      ้
                                           ั          ้
• กระบวนการตรวจสอบก็ทางานไม่ทน ข้อมูลมีนอย ไม่ครอบคลุม การสกัดคนที่
                                 ั
  เพียงเริ่ มคิดทุจริ ต เราก็รู้ตวล่วงหน้า จะทาได้อย่างไร ที่เป็ น Early
  Warning
• การควบคุมพฤติกรรมสังคม ยังเป็ นกุญแจหลักในการต่อต้านทุจริ ต                     33
 การปฏิบัติภารกิจ
ตามหลักสัมมาวิริยะ
ในการต่ อต้ านทุจริ ต
                        34
                                                                                                ่
                                                                                  หลักความขยันทีถูกต้ อง
                                        หลักการสั มมาวิริยะ
อัตราการเกิด                                             อัตราการเกิด

                เสียม่ ุงศูนย์

                                                                          ดีม่ ุงร้ อย
                                                  เวลา                                               เวลา
     สิ่งที่ไม่ ดี (ทุจริต พิษภัย สิ่งเลวร้ าย)              สิ่งที่ดี (สุ จริต ปลอดภัย สิ่งดีงาม)
อัตราการเกิด                                             อัตราการเกิด

                                                                 หายนะรุนแรง
          ดีสุดแล้ วรั กษา                                       ป้ องกันไม่ ให้ เกิด
          (ต้ องเต็มร้ อยตลอด)                                   (ต้ องเป็ นศูนย์ ตลอด)
                                                  เวลา                                               เวลา
      สิ่งดีงาม (ระเบียบ พฤติกรรม ประเพณี                   สิ่งชั่วร้ ายแรง (สงคราม โรคระบาด วาง     35
      วัฒนธรรม วิธีการ)                                     ระเบิด)
           การบริ หารเชิงพุทธ
           ในการต่ อต้ านทุจริ ต
พุทธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน   36
     การบริหารเชิงพุทธในการต่ อต้ านทุจริ ต

• การเปรี ยบเทียบหลักการบริ หาร
• หลักการพุทธบริ หาร 3 ป
• เรี ยนรู้ปัญหาเพื่อการจัดการทุจริ ต


                                              37
                          การเปรียบเทียบหลักการบริหาร
ความรู้            จัดเตรียม      ดาเนินการ             ควบคุม         ตรวจผล   ทบทวน     ทามาตรฐาน
                                               พุทธบริหาร 3 ป
              ั
          ปริยติ                                   ั
                                               ปฏิบติ                            ปฏิเวธ
                                                 ่
                                           เด็มมิง      PDCA

          วางแผน                         ั
                                     ปฏิบติ                  ตรวจสอบผล              บาบัดปรับปรุง
                                               Toss P O S D C

วางแผน จัดองค์กร จัดคน                         กากับทิศทาง        ควบคุม

                                                 Freibee P O I C

   วางแผน จัดองค์กร                  ปฏิบัติ            ควบคุม

                      Throw : Satisfaction, Achievement, Growth
                                                                                                    38
                       หลักการพุทธบริหาร: 3ป
      ทุกข์
(ประเด็นเรื่องที่ยก
                               วัฏจักร 3 ป
   มาพิจารณา                              การดาเนินการ และการควบคุม
   หรือปัญหา)                   ปฏิบัติ
                                                    การพิจารณาผลลัพธ์
                                                    การทบทวน และ
                                                    การจัดทามาตรฐาน
                      ปริยติ
                          ั                ปฏิเวธ

     การใช้ ความรู้                                     มรรค
     และการเตรียมการ                             (มาตรการตอบโต้ และ
                                                  การจัดทามาตรฐาน)
                                                                        39
                       หลักการพุทธบริหาร: 3ป
ทุกข์ หรือ
                                       ิ
                    ทิศทางของ 3 ป ในชีวตและงาน
ปัญหา                                                       เป้ าหมาย : นิโรธ หรือ
           ึ
(ความไม่ พงพอใจ               ปฏิบัติ                       ความสิ้นสุ ดแห่ งทุกข์ หรือ
ในชีวตและงาน)
      ิ                                                     ปัญหา
                                              ปฏิเวธ
                            ปริยติ
                                ั                              แรงต้ าน จาก
                                                               กิเลส (สิ่ งที่ทาให้ เศร้ า
                                                               หมอง) และ
      จุดตั้งต้ น                       มรรค หรือ วิธีการ      ตัณหา (ความอยาก
                                        ดับปัญหา               ทะยาน)
           แรงขับดัน จากความ
           ต้ องการมุ่งสู่ ความเป็ นเลิศ
                                                                                             40
                เรี ยนร้ ูพุทธบริ หารต่ อต้ านทุจริ ต
• เรามักคิดว่าเรามีความรู ้เพียงพอ เพราะทางานมานาน มีประสบการณ์สูง
• แต่ทาไมดูเหมือนปั ญหาทางทุจริ ตเพิ่มขึ้นเรื่ อยๆ เราถูกตัดแขนขาหรื อเปล่า เหมือน
  ให้ไม้จิ้มฟันหนึ่ งอันเอาไปยึดเมือง
• เราอาจไม่ได้คิดเชื่อมโยงองค์รวม ทาให้การทางานเป็ นจุดๆ ไม่ได้ดูตลอดทั้งสาย
  ทาให้ห่วงโซ่ปัญหา(ปฏิจจสมุปบาท) ไม่ถกตัดขาดู
                                               ั
• เราอาจจะเก่งทางความรู ้ทฤษฏี ทักษะปฏิบติ แต่เรายังไม่เก่งด้านการจัดการผลลัพธ์
                ้
  (ปฏิเวธ) ที่ตองชนะถึงเป้ าหมายแบบเบ็ดเสร็ จเด็ดขาด
• เราจาเป็ นต้องหมุนวงล้อ 3 ป ขึ้นสู งไปเรื่ อยๆ แล้วใช้มาตรฐานหนุนวงล้อป้ องกัน
  ล้อไหลกลับไปสู่ เส้นทางที่เราผ่านมาแล้ว
• ให้ระวังแรงต้านจากกิเลส(ตัวที่น่ากลัวคือความโลภ) และตัญหา(ตัวที่น่ากลัวคือ
  ความอยากรวย) ที่พยายามฉุ ดเราให้ถอยหลัง

                                                                                41
                                  ่
                เรี ยนร้ ูปัญหาเพือการจัดการทุจริ ต
• ปัญหาหรื อทุกข์คืออะไร
    – ปัญหาคือ ความแตกต่างระหว่างความต้องการหรื อเป้ าหมาย เทียบกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริ ง
      (Problems = GAP = Target - Actual)
• ปั ญหาทุจริ ตในสังคม เท่ากับ ปริ มาณการทุจริ ต มีมาก จนก่อให้เกิดปั ญหาในสังคม
  จนยอมรับไม่ได้ จงนิยามปั ญหาให้ชดเจน    ั
             ั
• ดัชนี ช้ ีวดการทุจริ ต คืออะไร แค่ไหนพอใจ ในแต่ละช่วงเวลาในอนคต
• วิสัยทัศน์ จะให้ทุจริ ตเป็ นศูนย์ เลยหรื อเปล่า หรื อเป็ นศูนย์ที่กลุ่มไหนก่อน
  วิสัยทัศน์ตอนนี้ มีหรื อยัง ถ้ามี ประสิ ทธิ ภาพเป็ นอย่างไร
• การจัดการทุจริ ต จึงเป็ นการบริ หาร GAP ในแต่ละปี
• กลยุทธ มีการวิเคราะห์ SWOT แล้วชี้บ่งชัดเจน ถึงขั้นปฏิบติได้ผล ในแต่ละั
  กลุ่มชน หรื อ Market Segments หรื อยัง
                                                                                         42
พฤติกรรมสังคม
ต่ อต้ านการทุจริ ต
                      43
    พฤติกรรมสังคมต่ อต้ านการทุจริ ต
• แนวคิดไฟจราจรเพิ่ม               •   จิตคนสี่ กลุ่ม
  สุ จริ ตชน                       •   ทวารทั้งหกสู่ตวเรา ั
• บทเรี ยนครู นางกับเด็กเร่ ร่อน   •   จริ ตหก
• การควบคุมพฤติกรรมมนุษย์          •   บัวสี่ เหล่า ทุจริ ต-สุ จริ ต
• ขับรถเร็ ว                       •   สัมมาอาชีพกับมิจฉาอาชีพ
            ั
• สร้างวินยสุ จริ ต                •   สติ ต้านทุจริ ต เพิมสุ จริ ต
                                                            ่

                                                                       44
                                                  แนวคิดไฟจราจร
                                  ร้ าย     ดีงคนชั่ว               ร้ าย                   ร้ าย    ดีงคนชั่ว       ร้ าย
     ร้ าย                                  ให้ เป็ นกลาง
                                                                                                     ให้ เป็ นกลาง
                                                                                                         ่ ้
                                                                                                     เพิมขึนๆ


                                  กลาง                              กลาง                    กลาง                     กลาง
     กลาง
                                                                                                    ดีงคนกลางๆ
                                                    ดีงคนกลางๆ              ดีงคนกลางๆ              ให้ เป็ นคนดี
                                                                            ให้ เป็ นคนดี               ่ ้
                                                                                                    เพิมขึนๆๆๆ
      ดี                             ดี             ให้ เป็ นคนดี
                                                                                ่ ้
                                                                            เพิมขึน
                                                                      ดี
                                                                                              ดี
คนชั่วครองเมือง                ช่ วงสับสน                                                                              ดี
โมหะนคร
                                                            คนดีครองเมือง
                                                            บัณฑิตนคร         คนดีมีเมตตาครองเมือง
ดี = สุ จริ ต กลาง = คลุมเครื อ ร้าย = ทุจริ ต                                สุ จริตนคร           คนจิตสู งครองเมือง        45
                                                                                                   อารยะนคร
                                   ่ ่
           เรียนรู้แนวคิดไฟจราจรเพือเพิมสุ จริตชน
• ต้องทาให้สังคมที่มีไฟแดง(ทุจริ ตชน) ครองเมือง มีจานวนน้อยลง โดยดึงให้เป็ นไฟ
  เหลือง(กลางๆ) แล้วผลักไฟเหลืองให้เป็ นไฟเขียว(สุ จริ ตชน) เพิ่มขึ้น
• สร้างเงื่อนไขให้เป็ นบัณฑิตนคร มาทดแทนโมหะนคร ยกระดับไปเรื่ อยๆ จนเป็ น
  สุ จริ ตนคร มุ่งสู่ เป้ าหมายสุ ดท้ายเป็ นอริ ยะนคร โดยส่ งเสริ มให้คนดี มีจิตสู ง มี
  เมตตา มาปกครองเมือง หรื อส่ งเสริ มให้คนดีเป็ นใหญ่
                ่
• ปั ญหาอยูที่ เราจะสร้างเงื่อนไขได้อย่างไร อะไรคือเงื่อนไข ต้องใช้กระบวนการ
  ทางปั ญญาเข้าช่วย ลองไปวิปัสสนา วงจรอริ ยสัจจ์ ห่วงโซ่ทุกข์(ปฏิจจสมุปบาท)
                                            ั
  และการวิเคราะห์ระบบการเกิด (อิทปปัจจยตา) เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้ จึงเกิด เมื่อไม่มีสิ่งนี้
             ็
  สิ่ งนี้ กไม่เกิด
• มีวินยเป็ นเกราะ(ศีล=การกระทา) มีความตั้งใจเป็ นกาลัง(สมาธิ =ความมุ่งมัน) มี
           ั                                                                        ่
  ปัญญาเป็ นอาวุธ(ปัญญา=ความรู้ภูมิปัญญา) นี่เป็ นกุญแจหลัก อีกสูตรหนึ่ง ในการ
  ต่อต้านทุจริ ต                                                                        46
                 บทเรี ยนครูนางกับเด็กเร่ ร่อน
• เด็กเร่ ร่อน ไม่ไว้วางใจคน เปลี่ยนชื่อบ่อย ไม่มีคนสนใจ ไม่มีคนคิดจะ
  จ้าง เป็ นปัญหาสังคม
• ครู นางเดิมเป็ นแม่คา รับมาเป็ นครู รับเด็กเร่ ร่อน คิดในเชิงว่าจะให้อะไร
                        ้
  กับเด็ก แบบยัดเยียดให้ แต่เด็กก็กลับไปเหมือนเดิม จนคิดอยากลาออก
  (Fail Case)
• คิดวิธีการใหม่ ครู นาง เปลี่ยนแนวคิดตัวเอง ทาตัวให้เหมือนเป็ นทั้งพี่
  พ่อ แม่ เพื่อน รับฟัง เข้าใจความต้องการของเด็ก พูดคุย คิดเชิงบวกกับ
  เด็ก ทาแบบไม่คิดผลตอบแทนมาที่ตนแต่เป็ นเพื่อเด็ก เด็กเริ่ มเชื่อใจ
  ไว้วางใจ ก็พาไปฟังธรรม จนเขาศรัทธา แล้วเชียร์ให้เขาบวชเณรดู ดู
  แล้วเด็กเปลี่ยนแปลงไปในทางดี (Success Case)
• ลองคิดในเชิงป้ องกันและปราบปราม นั้นไม่พอ ต้องมีการฟื้ นฟูดวย 47    ้
          วิเคราะห์ บทเรี ยนครูนางกับเด็กเร่ ร่อน
• เริ่ มจากกลุ่มคนในสังคมกลุ่มหนึ่ง ผิดพลาด เป็ นกลุ่มไฟแดง
• การลงโทษโดยการตัดสิ นใจของสังคมว่า นอกกลุ่มคนดี
• การเข้าช่วยเหลือแบบเอาแนวคิดผูช่วยเหลือเป็ นศูนย์กลาง มักเป็ นแค่ไฟ
                                    ้
  เหลือง แล้วกลับไปเป็ นไฟแดงเหมือนเดิม
• การเข้าช่วยเหลือแบบเอาแนวคิดกลุ่มผูถูกช่วยเหลือเป็ นศูนย์กลาง จะดึง
                                        ้
  ให้ไฟแดง กลายเป็ นไฟเขียวตลอด
                                               ไว้วางใจ ระแวง
                                                                 ร้ าย
                                                      กลาง ถอดใจ

                                                     มั่นใจ
                                                                ดี
                                                                         48
                                 การควบคุมพฤติกรรมมนุษย์
     ชื่นชม ยกย่อง                       Social
                                                               Legal                     ผ่านไป เป็ นปกติ
                 เชื่อ
 เน้ นการควบคุม                                                                           เชื่อ
 ทางการยอมรับ                  สั งคม                Human             กฎข้ อบังคับ             เน้ นการควบคุม
                                                                                                คนอืน่
                   ้
                 ดือดึง                              Control
                                                                                            ้
                                                                                          ดือดึง
      ประนาม ติเตียน
      ไม่ ส่งเสริม                                                                        ลงโทษ

                                                  วิธีการควบคุม
                                                                                         ชื่นชม ยกย่อง
     ได้ กาไร ลดค่าใช้ จ่าย                                                           เชื่อ
              เชื่อ                                                                           เน้ นความสมัครใจ
เน้ นการควบคุม                                                                                ควบคุมตัวเอง
ทางการเงิน                    เศรษฐกิจ                                 จริยธรรม         ้
                                                                                      ดือดึง
             ดือดึง
               ้                           Economic                                       ไม่ ว่ากัน
        ่
     เพิมภาษี ขาดทุน                                              Ethics
                                                                                                       49
              เรียนรู้การควบคุมพฤติกรรมมนุษย์
                                                ่ ั
• เราจะจูงใจให้คนในสังคมเป็ นเช่นไร ขึ้นอยูกบวิธีการที่เราบังคับ สร้างเงื่อนไขไว้
             ิ
• เราอาจใช้วธีการผสมผสาน ตามเหตุการณ์ และแต่ละกรณี
                                  ้                                           ่
• ตราบใดที่เขาคิดว่า ทุจริ ตแล้วคุมค่าในการเสี่ ยง เขาก็จะไม่เปลี่ยนแปลง แม้วา ครั้ง
  นี้เขาจะถูกจับ ปรับ และติดคุก
                                      ่
• ตราบใดที่เขารวยแต่ทุจริ ตมา แม้วาจะดูแบบไม่ค่อยชัด แต่สังคมยังเลือกเขา นับถือ
  เขา ไหว้เขา ไม่มีทางที่เขาจะมาเป็ นสุ จริ ตชน เพราะหาเงินยาก
• ตราบใดที่กฎหมายไม่ศกดิ์สิทธิ์ โทษน้อย ใช้เวลานานในการตัดสิ น พอวิ่งเต้นได้
                          ั
                  ั
  เทคโนโลยี่ ไม่ทนคนทุจริ ต ก็อย่าหวังว่าเขาจะกลับตัวกลับใจ
                                              ่
• ตราบใดที่เขามีคุณธรรมจริ ยธรรมสู ง แม้วาจะเอาตาแหน่งสู งสุ ดมาให้ เอาเงินทอง
  มากองเท่าภูเขา ก็อย่าหวังว่า เขาจะทุจริ ต เพราะเขา มีเกราะป้ องกัน เขาเป็ นคนที่
                                    ั
  แสวงหาความสุ ขทางใจ ไม่ใช่วตถุ หากเขาทุจริ ตขึ้นมา แม้เพียงเล็กน้อย เขาจะ
  ทุกข์มาก และรี บขอรับโทษ คืนทรัพย์ เพื่อที่จะได้แลกกับความสุ ขกลับคืนมา
                                                                                  50
                                   ขับรถเร็ ว
• คนขับรถเร็ ว รถเก๋ งกฎหมายกาหนด ไม่เกิน 90 กม./ชม. มาหลายสิ บปี แล้ว ทาง
       ั
  ปฏิบติอนุโลม 120 กม./ชม. ขับจริ ง 140 กม./ชม. โดยใช้กล้องถ่าย
• ตารวจออกใบสั่ง ปรับ แล้วยังอ้างกม. ที่ 90 กม./ชม.
           ั
• ทางปฏิบติรถเก๋ งดังกล่าวสมรรถนะสู งมาก แตะคันเร่ งนิ ดเดียวขึ้น 120 เผลอ
                                                    ั
  มองข้างทางไม่มองมีเตอร์ ข้ ึน 140 โดยไม่รู้ตว ทางที่วิ่งเร็ วนั้นโล่งกว้างเป็ นทาง
                         ั
  ลง ไม่มีโอกาสเกิดอุบติเหตุ
• ลองพยายามวิ่งบริ เวณนั้น ควบคุม ที่ไม่เกิน 120 กม./ชม. ต้องพยายามอย่างสู ง
  แตะคันเร่ งนิดเดียว สลับเหยียบเบรดเป็ นระยะๆ พอเผลอมองข้างทาง ก็วิ่งไปที่
  140 อีก
• เหตุการณ์น้ ี ลองคิดว่าอะไรผิดถูก ในเรื่ องทุจริ ต สุ จริ ต

                                                                                  51
                                     ั
                          เรี ยนร้ ูขบรถเร็ ว
• กฎหมายเป็ นธรรมหรื อเปล่า ตารวจเป็ นธรรมหรื อเปล่า
                                                 ั
• ทาไม ต้องมีกฎหมายเก่า และข้ออนุโลมทางปฏิบติอย่างยาวนาน โดยไม่มีการแก้
        ั
  ให้ทนสมัย (Update) เหมือน ISO9001
• ต้องโทษถนนดีเกินไปหรื อเปล่า
                                                     ๊
• ต้องโทษสมรรถนะรถดีเกินไปหรื อเปล่า แล้วทาไมไม่ลอคความเร็ วที่รถ ที่โรงงาน
  ที่ผลิต
• การถ่ายภาพแล้วสังปรับเลยทางไปรษณี เป็ นการยุติธรรมหรื อเปล่า
                  ่
• ใครที่ประพฤติมิชอบ มี คนออกกฎหมายที่ไม่ยอม update ตารวจจับอ้างที่
  90 จริ งๆ อนุโลม 120 คนสร้ างถนน ที่ดีเกินไป ผู้ผลิตรถยนต์ ที่สร้าง
  สมรรถนะเกินกฎหมายอย่างมาก จริ งๆ วิ่งได้เร็ วถึง 180 กม./ชม. ได้อย่าง
  สบายๆ
                                                                         52
                     วิธีการสร้ างวินัยสุ จริต
• มีศูนย์ยดเหนี่ยวจิตใจ เช่น เพื่อ
            ึ                         •    มีเครื่ องเตือนสติตลอดเวลา
ลูกเมีย หน้าที่การงาน ฯลฯ             •   เข้าจิตตน ทาให้ใจรัก
• อธิษฐานจิต หรื อ สาบานตน            •   ทาซ้ า ๆ ฟังบ่อย ๆ
• ศรัทธาที่จะทา                       •   ทาเป็ นเกมลับสมอง
• หาแบบอย่างบุคคลตัวอย่าง             •   มีกรอบให้เดิน
• หาของดลใจ ให้คุณมีประโยชน์          •   พิจารณาโทษแห่งการไม่รักษา
• สร้างบรรยากาศให้น่ารักษาวินย    ั       วินยั

                                                                        53
                     กระบวนการสร้ างวินัยสุ จริต
1.สร้างแนวคิดใหม่ (สร้างศรัทธา นิ สัยใหม่ที่จะส่ งเสริ ม ข้อดี และข้อเสี ยจากนิ สัยที่ไม่ดี)
2.สนับสนุนให้คิด (การเปลี่ยนแปลงเป็ นธรรมดา ใช้ความพอดี ยกตัวอย่างตัวเอง)
3.ฝึ กวิพากษ์ (เล่าตัวอย่าง แล้ววิจารณ์ นิสัยต่างๆ ในชีวิตจริ งและตัวละคร)
4.ลงมือทา (ละลายพฤติกรรม ทาบ่อยๆ จนชิน)
       ึ ่                                           ั
5.ให้ยดมันในสัจจะ (ปฎิญาณตน สร้างกฎเอง ปฎิบติเอง เพลง คาขวัญ)
            ่
6.ทาให้อยูในวิถีชีวิต (ฝึ กสติรักษานิสัยนั้นๆ ในชีวิตประจาวัน )
7.ทาให้เป็ นนิสัยตัวเองให้ได้(5ส พูดบ่อยๆ ทาบ่อยๆ)
8.สร้างเป็ นวัฒนธรรมประเพณี (สื่ อสารทัวถึง จัดงานประจาปี )
                                            ่
9 รักษาวัฒนธรรมไว้ (ทาให้เป็ นประเพณี และกิจวัตรประจาวัน)
                                                                                       54
                                 จิตคนสี่ กลุ่ม
1. จิตเทพ
คือคิดในเชิงดี โดยบริ สุทธิ์ เช่นเมตตา ทาได้แน่ มันใจ ช่วยเหลือคน ไม่เอาเปรี ยบคน
                                                  ่
2. จิตเทพมาร
คือ คิดดี พูดดี ในเชิงเทพ และแอบแฝงด้วยมารที่หวังประโยชน์ส่วนตน สร้างภาพดูดี ซ่อน
                                                             ้            ้
การเป็ นคอรัปชันไว้ภายใน ช่วยเหลือเขาก็หวังผลตอบแทนที่ซอนเร้นไว้อางประชาธิปไตยแต่
                 ่
                                                                                 ่
จริ งๆ เผด็จการชัดๆ บางคนเรี ยกว่า เทพบุตรในคารซาตาน หน้าเนื้อใจเสื อ มารอยูในร่ างเทพ
3. จิตมารเทพ
                                  ็
คือ คิดชัว ทาชัว ในเชิงมารแต่กแอบแฝงความหวังดีซ่อนไว้ ชอบด่าว่าด่ากราดแต่เพื่อต้องการ
           ่       ่
ดัดนิสย หวังดีต่อเขา พูดไม่รักษาน้ าใจ เป็ นเผด็จการรัฐประหารที่ทาให้คนไม่ชอบ แต่เพื่อเอา
       ั
         ่
ชาติอยูรอดบางคนเรี ยกว่าโจรมีคุณธรรม
4. จิตมาร
คือ คิดชัว ทาชัวในเชิงมาร กล้าเปิ ดเผยตัวว่าตัวเองทาไม่ดีอย่างเปิ ดเผยชัวแบบสุ ดๆ ดูง่ายว่าชัว
             ่       ่                                                  ่                    ่
จริ งๆ คิดว่าข้าจะทาแบบนี้ละใครจะทาอะไรฉันได้
                                                                                            55
   นาสิ่งใหม่ มาเทียบกับข้อมูลเดิม         ้
                                     ทวารทังหกสู่ ตัวเรา
  เทียบคุณภาพว่ า ดี ไม่ ดี เฉยๆ                       อารมณ์
  ตัดสินใจว่ า ชอบ ไม่ ชอบ เฉยๆ
                                           ใจ
          ใจปรุงแต่ ง
                                                                     รูป
ใจสั่งการให้ กายทาตาม                                           ตา
ทุจริต สุ จริต
                        กาย

เย็นร้ อน                                                            เสียง
อ่ อนแข็ง                   ลิน
                              ้                                 หู
                                                จมูก
                     รส
                                                       กลิ่น                 56
                                ่
           เรี ยนร้ ูอายตนะหกเพือสร้ างสุจริ ตชน
• เมื่อมองเห็นของสวยของถูกใจ ก็เกิดความอยากได้เป็ นเจ้าของ การเข้า
                      ั
  ครอบครองก็มีท้ งสุ จริ ตและทุจริ ต
        ิ
• ได้ยนเสี ยง รู ้เห็นข้อมูล ก็อยากได้เป็ นเจ้าของ
• การได้กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ ก็เช่นเดียวกัน
                                 ึ
• หากคนคุมอายตนะได้ ไม่พงอยากได้ในสิ่ งที่ไม่ควรเป็ นเจ้าของก็จะเป็ น
  สุ จริ ตชน
• ลองฝึ กอายตนะหก ลองไปเที่ยวห้างดู ถ้ารู ้สึกเฉยๆ เมื่อออกจากห้าง โดย
  ไม่ซ้ือของติดมือกลับมาเลย แสดงว่า ฝึ กได้เข้าขั้น
• ลองนาเอาอายตนะหกไปเป็ นกลยุทธสร้างสุ ริตชนเพิ่มขึ้น เช่น เมื่อพบ
  ของมีค่าตกหล่น แล้วไม่คิดอยากได้ แต่นาไปคืนเจ้าของ
                                                                    57
                                                       จริ ตหก
1. รักสวยรักงาม เขากลัวไม่สวย กลัวความเสื่ อม ควรพัฒนาเขาด้วยการพบหลักแห่ ง
   ความจริ งตามรู ปแบบต่าง ๆ ตลอดจนกฎความไม่แน่นอน
                                                              ั
2. โกรธง่ ายใจร้ อน มักหงุดหงิด ขัดเคือง ใจร้อน กลัวช้าไม่ทนใจ ควรพัฒนาเขาด้วย
   การฝึ กให้ช่วยคนอื่น ฝึ กเมตตา
                                                                ั
3. เหงาซึมงมงาย มักเงื่องงง เบาปั ญญา เชื่อคนง่าย กลัวไม่ทนคน กลัวรับผิดชอบ
   งานใหญ่ กลัวเรี ยนรู ้ กลัวปรับตัว กลัวการแก้ปัญหางาน ควรพัฒนาเขาด้วยการให้
      ่
   อยูใกล้ชิดครู ระบบพี่เลี้ยง
4. ซาบซึ้งเลือมใสง่ าย มักมีจิตชื่นบาน น้อมใจ เชื่อง่าย ไม่ค่อยไตร่ ตรองให้ชดก่อน
             ่                                                              ั
   ควรพัฒนาเขาด้วยการชี้ทางแห่ งปั ญญา
5. คิดพิจารณามีเหตุผล มักชอบไตร่ ตรองคิดมีเหตุมีผล ควรพัฒนาเขาด้วยการ
   ปรับปรุ งงาน ส่ งไปเรี ยนรู ้ ฝึ กให้ระดมสมอง
6. จับจรดฟุ้ งซ่ านวิตก มักคิดฟุ้ งซ่ าน อ่อนไหว วิตก กังวล และชอบคัดค้านเพราะ
   กลัวการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาเขาต้องควรมีพี่เลี้ยง คู่มือแนะนา ให้กาลังใจ
                                                                                   58
อ้างอิง : จริ ต, จริ ยา มหานิทเทส ขุททกนิกาย สุ ตตันตปิ ฎก พระไตรปิ ฎกเล่มที่ 29
                    เรี ยนร้ ูจริ ตหก ทุจริ ต-สุ จริ ต
                              ่
• คนรักสวยรักงาม มักตกอยูในความโลภและทุจริ ตได้ง่าย ลุ่มหลงง่าย การมองเห็น
  เป็ นประตูสาคัญ หากฝึ กเรื่ องอนิ จจังได้ ก็จะเข้าสู่ สุจริ ตได้
• คนโกรธง่ายใจร้อน มักทาทุจริ ตหากสิ่ งนั้นล่าช้า ชอบแก้แค้น รุ นแรง สิ่ งนั้นไม่พึง
  พอใจ ต้องฝึ กความอดทน การให้อภัย ก็จะเข้าสู่ สุจริ ตได้
• คนเหงาซึ มงมงาย มักทาทุจริ ตด้วย ถูกหลอกให้เชื่อ ทาทุกอย่างเพื่อการต่อต้านการ
  เปลี่ยนแปลง ต้องฝึ กโดยให้ความรู ้ การชนะความกลัว ก็จะเข้าสู่ สุจริ ตได้
• คนซาบซึ้ งเลื่อมใสง่าย มักทาทุจริ ตด้วยความไม่รู้ ต้องฝึ กการใช้เหตุและผล การ
  พิจารณาแยบคาบ ก็จะเข้าสู่ สุจริ ตได้
• คนมีเหตุผล มักไม่ค่อยทาทุจริ ต ต้องฝึ กให้เขายกระดับการใช้เหตุผลที่สูงขึ้น
• คนจับจรดฟุ้ งซ่ านวิตก มักทาทุจริ ต จากความอ่อนไหวทางอารมณ์ การคิดมากเกิน
  ใจ ต้องฝึ กให้เขาสร้างกาลังใจให้ตวเองได้ การควบคุมอารมณ์ ก็จะเข้าสู่ สุจริ ตได้
                                      ั
                                                                                  59
                    บัวสี่เหล่ า ทุจริ ต-สุ จริ ต
•   บัวใต้ตม สอนให้สุจริ ตไม่ได้เลย
•   บัวเหนือตม สอนให้สุจริ ตได้ยาก
•   บัวใต้น้ า สอนให้สุจริ ตได้พอสมควร
•   บัวพ้นน้ า สอนให้สุจริ ตได้ง่าย




                                                    60
                                 สัมมาอาชีพกับมิจฉาอาชีพ
                  ในการประกอบธุรกิจเป็ นอาชีพ ควรละเว้นอาชีพทุจริ ตทุกรู ปแบบ
                  “อย่ าโกงแล้ วรวย จะไม่ ยงยืน” โกงน้ าหนัก โกงตราชัง ปลอมปน ใส่ สาร
                                           ั่                        ่
                  พิษลงในอาหาร หลอกลวง การบีบบังคับ ข่มขู่ เหล่านี้เป็ นบาป ควรละเว้น

 อาชีพต้องห้ามอีก 5 อาชีพ ดังนี้
 ค้ าขายอาวุธ เนื่องจากเป็ นเครื่ องมือประหัตประหาร ทาลายล้างเผ่าพันธุ์
 ค้ าขายมนุษย์ หรื อเอาศักดิ์ศรี ของมนุษย์เอาไปขาย (ขายตัว)
 เลียงสั ตว์ ไว้ ขาย เพื่อฆ่าหรื อนาไปทรมาน
     ้
 ค้ าขายนาเมา เนื่องจากสนับสนุนให้คนผิดศีล 5 ทาให้ขาดสติ
              ้
 ค้ าขายยาพิษ เนื่องจากเป็ นพิษภัยต่อมนุษย์ แมลง และสัตว์ ตลอดจนทาลาย
       สิ่ งแวดล้อม
                                                                                         61
อ้างอิง :   สัมมาอาชีวะ ปัญจกนิบาติ อังคุตตรนิกาย สุ ตตันตปิ ฎก พระไตรปิ ฎก เล่มที่ 22
                                                     ่
                                 สติ ต้ านทุจริ ต เพิมสุจริ ต
 1. การรู้กระบวนงาน
                  ต้องรู้กระบวนการทุจริ ต กระบวนการต้านสุ จริ ต กระบวนการเพิ่มสุ จริ ต เป็ นอย่างไรอย่าง
         เข้าใจถ่องแท้ ตลอดจนเงื่อนไข เหตุการณ์ที่เอื้ออานวย ลักษณะจริ ต
                 ่ ี
 2. การหยังรู้ดไม่ ดี
                                                ่                                                    ่
                  เมื่อพบเหตุการณ์ทุกขณะ ไม่วาจะเป็ นก่อนหรื อหลัง ที่เชื่อมโยงกัน สามารถรู้ได้วาสิ่ งนั้น
                                                                ั
         ดีหรื อไม่ดี และเหมาะกับกาละ สังคม กฎระเบียบวินย ว่าสิ่ งนั้นเป็ นทุจริ ตหรื อสุ จริ ต ถ้าไม่ดีจะ
         แก้ให้ดีได้อย่างไร
                            ่
 3. การรู้เหตุปัจจัยทีทาให้ เกิดดีไม่ ดี
                  เหตุปัจจัยเหตุการณ์น้ นๆ คนๆนั้น ดีหรื อไม่ดีน้ นมาจากเหตุปัจจัยอะไร หรื อไม่ถารู ้ก็
                                        ั                         ั                                ้
                                  ้
     ต้องศึกษาจากตารา ถามผูรู้ หรื อพิจารณาเอง หรื อไล่หาสาเหตุให้ได้
 4. สรุปเป็ นหลักการ
                              ่
                  จากการรู้วาทาไมจึงเป็ นเช่นนั้น การพิจารณาผลงานและทฤษฎีที่
                                                                                                ้
 ร่ าเรี ยนมา แล้วสรุ ปเป็ นหลักการความรู้ภูมิปัญญาว่า การต้านการทุจริ ตและเพิ่มสุ จริ ตที่ดีตองทา
 อะไรบ้างเป็ นหลักการเอาไว้
                                                                                                        62
อ้างอิง : สติปัฏฐาน 4 (กาย เวทนา จิต ธรรม)
   การใช้ กลยทธ์
             ุ
   ปฏิบัติภารกิจ
ต่ อต้ านการทุจริ ต
                      63
การใช้ กลยทธ์ ปฏิบัติภารกิจต่ อต้ านการทุจริ ต
          ุ

         •การสร้างกลยุทธ
         •โยนิโสมนสิ การ
         •พุทธวิธีชนะมาร

                                                 64
    วิเคราะห์ ช่องทางกลยทธ์ จาก SWOT
                        ุ

•   จุดแข็ง
•   จุดอ่อน
                     ค้นหากลยุทธ
•   โอกาส
•   อุปสรรค์




                                       65
                                                 ่
                  ตารางค้ นหากลยุทธ์ ขององค์ กรทีอาจเป็ นไปได้

         SWOT                  จุดแข็ง (S)               จุดอ่ อน (W)
                          รายการจุดแข็งที่สาคัญ
              ่
เลือกมาเฉพาะทีสาคัญ กลยุทธ ์ W - S
                                                     รายการจุดอ่ อนที่สาคัญ
                           แกจุดออนปรับให้เป็ นจุดแข็ง
                              ้     ่
      โอกาส (0)              กลยุทธ ์ S - O            กลยุทธ ์ W - O
                             เปิ ด น
กลยุทธ ์ T - O ปรับภัยคุกคามให้เป็จุดแข็งแสวงหาโอกาส เอาโอกาสไปลบจุดออน  ่
โอกาส                                                               ่
                                                       ปิ ดจุดออนเพิมโอกาส
                                                               ่
 รายการโอกาสที่สาคัญ
     ภัยคุกคาม (T)          กลยุทธ ์ S - T           กลยุทธ ์ W - T
                            เปิ ยคุกคาม
  กลยุทธ ์ O - T เอาโอกาสไปลดภัดจุดแข็งลดภัยคุกคาม   ปิ ดจุดออนลดภัยคุกคาม
                                                             ่
รายการภัยคุกคามที่สาคัญ
                                                                         66
                                ั      ่
             ตัวอย่ างกลยุทธ์ ท้งแปดเพือชัยชนะ
1. กลยุทธ์ S-O เปิ ดจุดแข็ง      5. กลยุทธ์ W-S แก้ จุดอ่ อนปรั บ
แสวงหาโอกาส                      เป็ นจุดแข็ง
                  ่ าๆไดพราเลม ศักยภาพบุคคลากรทีง อนหัดม
                       ่
        ใช้เครือขายทีกระจายไป         ฝึ กพุงให้แข็    เพิ่
 ่ ้
ทัวเขาหาลูกค้า ช้                                   ่
                                                    อ่
                         ้ ้ ่ ใหดาวสาหรับลูกคาทีทาความดี
งาม                               ้              ้ ่
2.1 กลยุทธ์ W-O เอาโอกาสไปลบ 6. กลยุทธ์ S-W เอาจุดแข็งไปปิ ด
จุดอ่ อน                         จุดอ่ อน
      รัฐสนับสนุ นเรืองนี้ก็เลย
                     ่                เอาศอกไปปิ ดทองน้อย
                                                   ้
                       ้
นามาใช้ประโยชน์ น้าขึนให้รีบ ให้สาวสวยพูดดีไปสลายแรง
ตัก                             โกรธของลูกค้า
2.2 กลยุทธ์ W-O ปิ ดจุดอ่ อนเพิ่ม 7. กลยุทธ์ T-O ปรั บภัยคุกคาม
โอกาส                            ให้ เป็ นโอกาส
                         ่
       แกไขระบบสื่ อสารทียอดแย่
         ้ ยมเพือเพิมจานวน              ทาวิกฤติเป็ นโอกาส
เป็ นยอดเยี่      ่  ่                            ้ อยๆ ชวน
                                เอาขยะมาเป็ นสิ นคา
ลูกค้า                                   ่
          ปิ ดหูปิดตาเขาหาความ นักขาวทีโจมตีเราบ่
                       ้              ่                  มา67
สงบ                             เป็ นพวก
                                                           ่
                                    บางท่ านหลงผิดคิดว่าเพือชัยชนะ หรือถูกฝ่ ายศัตรูซ้อนกล

                                   ั      ่
                ตัวอย่ างกลยุทธ์ ท้งแปดเพือพ่ายแพ้
1. กลยุทธ์ S-O ลดจุดแข็งตัด    5. กลยุทธ์ W-S ทาจุดแข็งเป็ น
โอกาส                          จุดอ่ อน
      ปลอยให้นักวิจยไมมี
                   ั                   ใช้ทองคาไมเป็ น ตอง
                                                    ่      ้
        ่
งานทา เลยไมมีสินค้าใหม่่       รักษาและพาโจรเขาบาน มีแต่
ออกตลาด    ่                                          ้
                               คนมาหาเพือขอเงิน้ จนไมมีเวลา
                                           ่             ่
                               ส่วนตัว
2. กลยุทธ์ W-O เอาโอกาสไป
                               6. กลยุทธ์ S-W เอาจุดอ่ อนไปปิ ด
เพิ่มจุดอ่ อน                  จุดแข็ง
        ตลาดตองการของมาก
                ้
ส่งของไมดีไปขาย เลยทาให้
         ่ ยิงเสี ย                เอาหน้าไปปิ ดขอศอก
                                                   ้
ภาพลักษณ์ ่                ให้คนไมเกงไปทางานสาคัญ
                                    ่ ่
3. กลยุทธ์ S - T ลดจุดแข็ง 7. กลยุทธ์ T-O ปรั บโอกาสเป็ นภัย
เพิ่มภัยคุกคาม                 คุกคาม
                                          ทาโอกาสเป็ นวิกฤติ
           กินบุญเกาไมสรางบุญ ไมยอมเปลียนแปลงก็เลยออก
ใหม่               ่   ่ ้
             ภาพลักษณตรา                    ่
                                    ่ คาชากวาคูแขง
                        ์                               ดานัก 68
สิ นคาเริมเสื่ อมลง คูแขงเห็ น สิ นจมตีเ้ ราบ่ อยๆ ่ จนกลายเป็ขาว
         ่                             ้         ่       ่     ่
     ้
ชองทางเขาทาชิง        ่ ่      ทีโ่            ่              น
                  ตัวอย่ างกลยุทธ์
         สัตว์ โลก                      มนุษย์
•   แกลงปี กหัก
         ้                   •       ้
                                 ตังรางวัล
•              ั      ้ ่
    ปรับสี ตวเหมือนกิงกา     •   ใช้ความสวยงาม
•   แกลงตาย้                 •   สรางความแตกตาง
                                       ้             ่
•   หดเขากระดองเตา           •   ส่งเสี ยงดังให้กลัว       เจ็บน้อย
             ้         ่     •   ใช้ความสงบสยบการเคลือนไห      ่
•     ่
    วิงให้เร็ว               •                   ่
                                 ใช้ปัญญาทีเหนือกวา
•   ทาปี กให้เหมือนดวงตาโต•      ๆ าเลเป็ นตอ            ่
                                 ท             ่
•   หากินกลางคืน             •   โฆษณาเขาไว้ ้
•   ขนหนาเหมือนหมีกนผึง •ิ ้     แจกแถม นาทีทอง
•   หมาหมู่                  •   ใช้ความเป็ นเพือน ่
•   ซุ่มโจมตี    กลินเหม็น •
                    ่        •
                                 ใช้อากาศที่
                                 ขูคาราม หนาวเย็น อกวา
                                   ่
                                 ใช้ความรวดเร็วทีเหนื  ่
                                                             ใช้ภาว
                                                                 ่
                                                           69
                  โยนิโสมนสิ การ มาใช้ในการแก้ปัญหา
• คิดแบบสื บสาวหาเหตุปัจจัย แล้วแก้ที่สาเหตุ (Investigation)
• คิดแยกแยะส่ วนประกอบ ให้ลงรายละเอียดพอที่จะแก้ปัญหาได้ (Analytic)
• คิดแบบรู้เท่าทันธรรมดา ในเรื่ องของความไม่แน่นอน ความผิดปกติ และการเสื่ อมชารุ ด
  (Uncertainty)
• คิดแบบแก้ปัญหาเชิงอริ ยสัจ มีที่มาปัญหา สาเหตุ เป้ าหมาย และแนวทางตอบโต้ปัญหา (Root
  Clause)
• คิดแบบหลักการและจุดมุ่งหมาย โดยมีเป้ าหมายท่ามกลางก่อนถึงเป้ าหมายสุ ดท้าย (Target and
  Milestone)
                    ้
• คิดแบบเห็นข้อดีขอเสี ย และทางออก ในการเลือกวิธีการและสิ่ งของ (Pro & Cons)
                                            ิ
• คิดแบบรู้คุณค่าแท้ คุณค่าเทียม ซึ่งอาจใช้วธีวเิ คราะห์คุณค่า ว่าสิ่ งใดจาเป็ น สิ่ งใดฟุ่ มเฟื อย (Values)
• คิดแบบเป็ นบวกกุศล ผิดก็เป็ นครู แต่ถูกก็เป็ นครู ให้เรี ยนรู้ พลิกวิกฤติให้เป็ นโอกาส (Positive)
• คิดแบบสติตามทัน โดยเฝ้ าสังเกตดู ไม่ประมาท ทาไปคิดไป ปรับปรุ งไป (Monitoring)
• คิดแบบแยกแยะทุกด้าน ไม่ใช่เอาด้านหนึ่งด้านใดมาตีคลุมลงไปทั้งหมด ต้องทาให้สมดุลทุกปั จจัย ในการ
  ตัดสิ นใจ (Integrate)                                                                                 70
             โยนิโสมนสิ การกับงานต่อต้านทุจริ ต
• สื บสวนหาสาเหตุ จากหลักฐาน การเชื่อมโยงเหตการณ์ มักจบลงที่หาคนผิด แต่
  ควรหาสาเหตุถึงว่าทาไมเขาทุจริ ต แล้วหาทางแก้ไข
• แยะแยก กลุ่มการทุจริ ตตามสาขาอาชีพ เพื่อแยกบริ หารตามกลุ่ม แยกลง
  รายละเอียด ตามชนิ ดการโกง อาจเป็ นเรื่ องการเงิน ล่อลวง ขู่กรรโชก
• รู ้เท่าทันความไม่แน่นอน คนรวยก็โกงได้ การเสื่ อมของสังคม กฎหมายที่เปลี่ยนไป
• การค้นหาสาเหตุรากเหง้า จากปั ญหาการทุจริ ต มาเป็ นวิธีการต่อต้านหรื อดับทุจริ ต
• วางเป้ าหมายเรื่ องการลดการทุจริ ต โดยวางเป้ าหมายรองเป็ นขั้นๆ ไปตามลาดับ
  หรื อการ การปิ ดคดีทุจริ ต โดยวางขั้นตอน แล้วดาเนินการไปตามนั้น



                                                                               71
             โยนิโสมนสิ การกับงานต่อต้านทุจริ ต
         ้            ้
• ข้อดีขอเสี ยของวิธีตานทุจริ ตแต่ละวิธี เช่น กฎหมายลงโทษ ประจาน ริ บทรัพย์
                                                    ้
  จาคุก บาเพ็ญประโยชน์ สังคมประนาม ไม่สวัสดีดวย แล้วเลือกมาให้เหมาะสม
  ตามกลุ่มชน ตามจริ ต
• คุณค่าแท้คุณค่าเทียม เมื่อการทุจริ ต มีการเสนอของปลอมแปลง การนาเสนอ
                  ้
  โครงการที่ตองการคุณภาพเกินจริ ง โฆษณาเกินจริ ง สร้างความเชื่อใหม่ วาง
  วัตถุประสงค์เกินจริ ง ต้องทาให้แสดงคุณค่าที่แท้จริ งออกมา
• คิดเชิงบวก พลิกวิกฤติเป็ นโอกาส เมื่อมีการทุจริ ตแล้วจับได้ ต้องมีการวิเคราะห์ ให้
                ู                 ั                       ิ
  ได้ความรู ้ภมิปัญญา อย่าได้แค่จบคนผิด เอาคนผิดกรณี ผดมาสอนคน สอนเยาวชน
  รุ่ นใหม่ หรื อนาความคิดมาพัฒนา IT มาทดลองใช้
                               ั
• สติตามทัน หมันดูแลดัชนี ช้ ีวด จุดสังเกตุเตือน หากเป็ นโครงการนี้ งานแบบนี้ กรม
                    ่
  นี้ กระทรวงนี้ คนคนนี้ จับตาเป็ นพิเศษ มีราคากลาง มีคนเฝ้ าตาม
• องค์รวม คือมองถึง กาลังพล เหตุการณ์ งบประมาณ กิจกรรม เป้ าหมาย กลยุทธ์ที่
  ใช้ ต้องสมดุล พอดีพอเพียง                                                       72
                                            พุทธวิธีชนะมาร
    1. การให้ สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากคนที่ชอบก่อกวน หรื อคนที่เห็นว่าเรามาตักตวงประโยชน์ ต้อง
        มีการให้ การช่วยเหลือเขาบ้าง
    2. การใช้ ความอดทน สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากคนที่ใจร้อน มีเวลาน้อย คนมีอานาจมากกว่าเรา
        ต้องมีความอดทน
    3. การใช้ ความเมตตา สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากคนที่ชอบใช้กาลัง มีใจนักเลง คนที่ชอบโวยวาย
        ต้องใช้ความเมตตาและปลอบบ้าง ชมบ้าง
    4. ใช้ ฝีมือทีเ่ หนือกว่ า สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากคนที่เชื่อมันในตนเองสูง หัวดื้อ ต้องใช้อานาจ
                                                                  ่
        ผูบงคับบัญชาสัง ตักเตือน ขู่ให้กลัว
           ้ ั             ่
    5. ระงับใจไว้ สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากคนใส่ ร้ายป้ ายสี ต้องระงับใจไว้ และรอให้ความจริ งปรากฎ
    6. ใช้ ปัญญาสั่ งสอน สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากคนที่ชอบพูดโอ้อวดแต่รู้ไม่จริ ง ต้องใช้ปัญญาที่สูง
        กว่าสังสอน
                ่
    7. มอบฤทธิ์ให้ ศิษย์ ไปจัดการ สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากคู่แข่งที่ฝีมือไม่คู่ควร ต้องมอบให้มือขวา
        ไปจัดการแทน
                                               ้
    8. หยังรู้ใจ สาหรับอุปสรรคที่เกิดจากผูที่สาคัญผิดว่าตัวเองเก่งสุ ดยอด แล้ว เช่นผูเ้ ชี่ยวชาญ
              ่
            ้                    ิ         ่
        ผูชานาญการ ต้องใช้วธีสอนให้รู้วาเขายังไม่บรรลุสิ่งสุ ดยอด
                                                                                               73
อ้างอิง : พุทธวิธีชนะมาร (คาถาพาหุง หรื อ ชัยมงคลคาถา)
  การจัดการ
ความร้ ูเชิงพุทธ
 ต่ อต้ านทุจริ ต
                    74
75
                          เกิดปั ญญาใหม่

                       คิดวิเคราะห์ภายในตน

      สิ่ งแวดล้อม                                 ้
                                                 ผูอื่น

                         จิตโปร่ งเบาสบาย

                                             เน้นเนื้อหาตายตัว
                           ความรู้ฐาน
                                             จาและเอาไปใช้
ปรัชญาฐานการเรียนรู้
                        ไม่เกิดปั ญญาใหม่
                                                             76
                                      ิ
                  เรียนรู้การสร้ างภูมปัญญาเชิงพุทธ
                                       ั                            ่
• เราทราบว่าอริ ยสัจจ์แค่ ทุกข์ สมุทย นิโรธ มรรค แต่เรามักไม่รู้วา สิ่ งนี้เป็ นกระบวนการสร้าง
  ปัญญา เพื่อการแก้ปัญหาทั้งปวง
• คนที่จะใช้ได้ ต้องมีจิตว่าง จึงจะเห็น
• เมื่อเราคิดว่า ทุจริ ตเป็ นปั ญหา เราก็ใช้กระบวนการนี้ หาความรู ้ เพื่อการต่อต้านทุจริ ต
                                                                                   ิ
• ปัญหาคือการทุจริ ต เหตุคือตัญหา และกิเลส ทางแก้ คือละความเป็ นตัวตน ชีวตพอเพียง เห็นโทษ
  ของการทุจริ ต ทางรอด คือ ความสุ จริ ต
     ้          ั                            ้                                           ้
• ผูที่จะแก้ตวเขาให้สุจริ ต เขาต้องเป็ นผูแก้ไขเอง คนอื่นเป็ นเพียงก้อนหินทับหญ้า ผูอื่นเป็ นเพียงผู้
  ชี้ทาง และสร้างเงื่อนไขและเหตุการณ์ให้เอื้ออานาย ต่อการเปลี่ยนใจ ที่จะเปลี่ยนแปลง เป็ น
  สุ จริ ตชน
• อย่าลืม เรื่ อง คนมีหกจริ ต และ เป็ นบัวสี่ ประเภท เพื่อที่เราจะหาวิธี ฝึ กอบรมจิตเขา ได้อย่าง
  เหมาะสม
• อย่าลืม ทุกกรณี ทุกคดีที่มีการจับทุจริ ตได้ อย่าคิดแค่หาข้อผิดจับมาลงโทษ จงสัมภาษณ์ เชิง
                                                                                           ั
  จิตใจ ตั้งแต่เด็กจนโต จนถึงเวลาที่เขาทุจริ ต เพื่อเป็ นข้อมูลในการแก้ไขป้ องกันให้กบคนอื่นที่
  คล้ายคลึงกัน เก็บเป็ นภูมิปัญญา ในหน่วยงานที่ต่อต้านการทุจริ ต วิเคราะห์ในเชิงจิตวิทยาและ
  ธรรมะ                                                                                          77
                    ั                      ิ
    เรียนรู้จากกรณีตวอย่ างการทุจริตมาทาภูมปัญญา
•                         ั
    เรี ยนรู ้จากกรณี ตวอย่างการทุจริ ตมาทาภูมิปัญญา
•   เรี ยนรู ้เล่ห์เหลี่ยมการทุจริ ตทุกสาขาอาชีพ
•   เรี ยนรู ้การป้ องกันปราบปรามการทุจริ ตทุกสาขาอาชีพ
•   เรี ยนรู ้การตรวจจับเฝ้ าระวังการทุจริ ตทุกสาขาอาชีพ
•   เรี ยนรู ้พฤติกรรมสุ จริ ตชนทุกสาขาอาชีพ
•   เรี ยนรู ้การใช้สร้างพฤติกรรมสุ จริ ตชนทุกวัย


                                                           78
                                สร้ างสรรค์ งานต่ อ
           ศาสนา สังคม กับการต่ อต้ านการทุจริต
• ไม่ใช่ หลักศาสนา หลักสังคม จะมีเท่าที่นาเสนอ ยังมีอีกอย่างมากมาย
• ควรส่ งเสริ มให้มีการศึกษาต่อ ลองปฏิบติต่อ แบบองค์กรเรี ยนรู ้ สร้างเป็ นภูมิปัญญา
                                             ั
• ลองพิจารณาหลักศาสนาอื่นๆ เช่น คริ สต์ อิสลาม มีหลักคิดเรื่ อง สุ จริ ต ทุจริ ต และการต่อต้าน
  ทุจริ ต อะไรบ้าง
• ลองดูงาน ประเทศอื่นๆ มีการศึกษา รู ปแบบไหน มีองค์ความรู ้อะไร อาจจัดเป็ นสภาต่อต้าน
  ทุจริ ตนานาชาติ ทานองนี้เป็ นต้น
• เรี ยนรู้รูปแบบอื่น เช่น เปาปุ่ นจิ้น มีระบบอะไร อย่างไร หรื อวิชานพลักษณ์ โหง้วเฮง
• ลองดูหนังภาพยนต์ที่เกี่ยวกับมาเฟี ย กลโกง แล้ววิเคราะห์ดู
                  ้
• การวิเคราะห์ตอง มาเรี ยนรู ้ มิเช่นนั้นจะได้แค่เปลือก ไม่ลงลึกพอ
                ั
• การให้ทุนวิจย หรื อที่ปรึ กษาบ้างก็ดี
• การกระจายงาน ให้ประชาชน มีส่วนร่ วมในการต่อต้านทุจริ ต ก็ดี ก็จะเป็ นองค์ความรู ้อีกอย่าง
  หนึ่ง
• ลองศึกษาพิจารณาดู เทียบ การทุจริ ตเหมือนปลวกที่ข้ ึนบ้าน ได้ความรู ้อะไรบ้าง                 79
                       องค์ กรเรียนร้ ู
• สร้างองค์กรเรี ยนรู ้แบบ การก่อสร้าง (Constructionism)
• หลักการ 4 อย่าง มี สะท้อนความรู ้สึก(Reflection) แลกเปลี่ยน
  เรี ยนรู ้(Show and Share) เรี ยนรู ้จากการทางานจริ ง(Action
  Learning) และพัฒนาต่อยอด (Continuous Improvement)
• เทคนิคที่ใช้ มี เวทีสนทนา(Dialogue) สมาธิ (EQ Camp)
  เรี ยนรู ้ชีวิตของฉัน(My Life) สร้างจินตนาการ (Micro-
  world) ต่อจิ๊กซอร์ (Jig Jaw) จาลองธุรกิจ(Business
  Simulation) มอบหมายโครงการ (Project
  Assignment) การกระจายอานาจ(Empowerment)
                                              ั
  การโค๊ช (Coaching) เรี ยนรู ้จากกรณี ตวอย่าง (Learning
  from Cases เช่น ภาพยนต์ สารคดี คดีความ ภัยพิบติ)       ั
                                                            80
         จบการนาเสนอ
           สวัสดีครับ
อ้ างอิงเว็ปไซต์ ของผู้บรรยาย
             ั
ภูมิปัญญาอภิวฒน์
                                  ิ
ดูหมวด พุทธวิธีบริหาร เรียนรู้ ชีวต บริหารงาน
www.budmgt.com                                  81
ภาคผนวก

          82
                                ้
                       ขอบเขตเนือหา
หัวข้ อ ศาสนา สังคม กับการต่อต้านการทุจริ ต
แนวคิด การนาหลักศาสนามาใช้ในการบริ หารจัดการหน่วยงาน การดาเนิน
   วิถีชีวิตในสังคม กับการต่อต้านการทุจริ ต

ผู้อภิปราย
๑. ผศ. ร.ท.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ (วิทยากรร่ วมอภิปราย)
๒. นายสมหวัง วิทยาปัญญานนท์ (วิทยากรร่ วมอภิปราย)
                    ิ
๓. นายแทนคุณ จิตต์ อสระ     (วิทยากรผู้ดาเนินการอภิปราย)

                                                            83
                                  ้
                         ตีความเนือหาวิชาความรู้
• หัวข้อ ศาสนา สังคม กับการต่อต้านการทุจริ ต
• ศาสนา
               ึ                                                     ิ
    – สิ่ งที่ยดเหนี่ยว ที่เป็ นศาสดา และคาสังสอน มาใช้ในการดาเนินชีวตในแง่มุมต่างๆ
                                             ่
• สั งคม
                            ่
    – กลุ่มมนุษย์ที่มีการอยูร่วมกัน ติดต่อสื่ อสารกัน ส่ งผลกระทบต่อกัน เชื่อมโยงกัน
• การต่ อต้ าน
    – เป็ นปฏิปักษ์ ยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้น ทาให้สิ่งนั้นหมดไป
• การทุจริต
                                        ิ                                   ั        ่
    – ตรงกันข้ามกับสุ จริ ต กระทาการที่ผดกฎหมาย ผิดข้อบัญญัติ ผิดศีล ที่ได้บญญัติไว้วา ไม่
      ควรกระทา ที่ได้กระทาผิด ทางกาย(กายภาพ) ทางวาจา(พูด) และทางใจ(การคิด)
                                                                                             84
                             แนวคิดรวบยอด
• การนาหลักศาสนามาใช้ในการบริ หารจัดการหน่วยงาน การดาเนินวิถี
  ชีวิตในสังคม กับการต่อต้านการทุจริ ต
• หลักศาสนา
   – มีท้ งเกี่ยวข้องกับสุ จริ ต ทุจริ ต และที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่อาจนามาประยุกต์
          ั
     เทียบเคียงได้
• การบริ หารจัดการหน่วยงานและการดาเนินวิถีชีวิตในสังคม
   – ใช้หลักการบริ หารมาแก้ปัญหา ในหน่วยงาน และสังคม ที่เกี่ยวข้องกับปั ญหา
• การต่อต้านการทุจริ ต
   – ปั ญหาที่กาลังสนใจคือ ทาให้การทุจริ ตลดลงหรื อหมดไปอย่างเป็ นระบบ เพิ่ม
     ความสุ จริ ตในจิตวิญญาณให้เพิ่มขึ้น ตามหลักสัมมาวิริยะ
                                                                                  85
                                           ทุจริต
การทุจริต ในทางปรัชญา เทววิทยา และเรื่ องอื่น ๆ ทางศีลธรรม หมายถึงความไม่ บริสุทธิ์ทาง
   ศีลธรรมหรื อจิตวิญญาณ หรื อความประพฤติที่เบี่ยงเบนไปจากอุดมคติ

อุดมคติ หมายถึง จินตนาการที่ถือว่าเป็ นมาตรฐานแห่งความดี ความงาม และความจริ ง ทางใดทาง
                                                                  ั
    หนึ่งที่มนุษย์ถือว่าเป็ น เป้ าหมายแห่ งชีวตของตน อุดมคติน้ นประกอบไปด้วยคติ และ คุณค่ า ซึ่ง
                                                  ิ
                                                               ู้            ่ ั
    มีบทบาทสาคัญในจริ ยธรรม เพราะ คติ และ คุณค่า ที่ผคนยึดถือนั้น ขึ้นอยูกบลาดับความสาคัญ
    ของมันต่อแต่ละคน
                               ้
สาหรับอุดมคตินิยม คนที่อางว่ามีความซื่อตรงเป็ นอุดมคติ แต่กลับพูดโกหกเพื่อปกป้ องเพื่อนนั้น
    แสดงว่าคนๆนั้นมีมตรภาพเป็ นอุดมคติที่สาคัญกว่าความซื่ อตรง
                          ิ
อุดมคติ นั้นต่างจากวีรบุรุษหรื อฮีโร่ ซ่ ึ งเป็ นแบบอย่างของศีลธรรม จรรยาบรรณ และ ความประพฤติ
การใช้อุดมคติในเชิงปฏิบติน้ นไม่ง่าย ทั้งยังต้องแก้ไขความขัดแย้งระหว่างหลายอุดมคติที่ขดกัน
                             ั ั                                                          ั
    บ่อยครั้งหลักความเชื่อ หรื อลัทธิศาสนาจึงกลายเป็ นทางออก เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์น้ ี เราสามารถ
    ใช้คุณงามความดี ซึ่งเป็ นอุดมคติที่เราสามารถทาให้เป็ นนิสยได้   ั

                                                                                               86
                                    ทุจริต
ทุจริต ๓ อย่ าง
                ั่
๑. ประพฤติชวด้วยกาย เรี ยก กายทุจริต
                      ั่
๒. ประพฤติชวด้วยวาจา เรี ยก วจีทุจริต
                   ั่
๓. ประพฤติชวด้วยใจ เรี ยกว่า มโนทุจริต
กายทุจริต ๓ อย่ าง
                                   ิ
ฆ่าสัตว์ ๑ ลักฉ้อ ๑ ประพฤติผดในกาม ๑
วจีทุจริต ๔ อย่ าง
พูดเท็จ ๑ พูดส่ อเสี ยด ๑ พูดคาหยาบ ๑ พูดเพ้อเจ้อ ๑
มโนทุจริต ๓ อย่ าง
โลภอยากได้ของเขา ๑ พยาบาทปองร้ายเขา ๑ เห็นผิดจากครองธรรม ๑
ทุจริ ต ๓ อย่ างนีเ้ ป็ นกิจไม่ ควรทา ควรจะละเสี ย
                                                             87
                                      สุ จริต
สุ จริต ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ .....สุ จริ ต แปลว่า การประพฤติดี การประพฤติงาม
     หมายถึงการทาความดี , การทาถูกต้อง
     .....สุ จริ ต มี 3 อย่าง คือ กายสุ จริ ต การประพฤติดีทางกาย วจีสุจริ ต การประพฤติ
     ดีทางวาจา มโนสุ จริ ต การประพฤติดีทางใจ (ดูเรื่ องนั้นๆ)
                                                                 ้
     .....สุ จริ ต เป็ นสิ่ งที่ดีงาม ควรประพฤติให้มีในตน เพราะผูประพฤติสุจริ ตย่อม
     ได้รับผลดังนี้
     .....๑. ตนเองตาหนิ ตนเองไม่ได้
     .....๒. ได้รับการยกย่องสรรเสริ ญจากผูรู้     ้
     .....๓. ชื่อเสี ยงงดงามขจรไป
     .....๔. เวลาใกล้ตายก็มีสติ ไม่หลงตาย
     .....๕. ตายแล้วไปสู่ สุคติ
                                                                                    88
                                          สุ จริต
สุ จริต ๓ อย่ าง
๑. ประพฤติชอบด้วยกาย เรี ยกว่ากายสุ จริต
๒. ประพฤติชอบด้วยวาจา เรี ยกวจีสุจริต
๓. ประพฤติชอบด้วยใจ เรี ยกมโนสุ จริต
กายสุ จริต ๓ อย่ าง
                                                    ิ
เว้นจากฆ่าสัตว์ ๑ เว้นจากลักฉ้อ ๑ เว้นจากประพฤติผดในกาม ๑
วจีสุจริต ๔ อย่ าง
เว้นจากพูดเท็จ ๑ เว้นจากพูดส่ อเสี ยด ๑ เว้นจากพูดคาหยาบ ๑ เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ ๑
มโนสุ จริต ๓ อย่ าง
ไม่โลภอยากได้ของเขา ๑ ไม่พยาบาทปองร้ายเขา ๑ เห็นชอบตามคลองธรรม ๑
สุจริ ต ๓ อย่ างนี ้ เป็ นกิจควรทา ควรประพฤติ
                                                                                  89
                             อกศลมูล- กศลมูล
                               ุ       ุ
อกศลมล ๓ อย่ าง
   ุ ู
• รากเง่ าของอกุศล เรี ยกอกุศลมูล มี ๓ อย่ าง คือ โลภะ อยากได้ ๑ โทสะ คิด
    ประทุษร้ ายเขา ๑ โมหะ หลงไม่ ร้ ู จริ ง ๑
                                                                       ั                ้
• เมื่ออกุศลมูลเหล่ านี ้ โลภะ โทสะ โมหะ ก็ดี มีอยู่แล้ ว อกุศลอื่นที่ยงไม่ เกิดก็เกิดขึน
                               ้
    ที่เกิดแล้ วก็เจริ ญมากขึน เหตุนั้นควรละเสี ย
กศลมูล ๓ อย่ าง
 ุ
• รากเง่ าของกุศล เรี ยกกุศลมูล มี ๓ อย่ าง คือ อโลภะ ไม่ อยากได้ ๑ อโทสะ ไม่ คิด
    ประทุษร้ ายเขา ๑ อโมหะ ไม่ หลง ๑
                                                                         ั
• เมื่อกุศลมูลเหล่ านี ้ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ก็ดี มีอยู่แล้ ว กุศลอื่นที่ยงไม่ เกิดก็
           ้                         ้
    เกิดขึน ที่เกิดแล้ วก็เจริ ญมากขึน เหตุนั้นควรให้ เกิดมีในสั นดาน
                                                                                       90
                        การทุจริตทางการเมือง
การทุจริตทางการเมือง (อังกฤษ: political corruption, ภาษาปากใน
                             ่
   ภาษาไทยเรี ยกทับศัพท์วา "คอร์รัปชัน") คือการใช้ตาแหน่งหรื ออานาจทาง
   ราชการและการเมือง หรื อในองค์กรของเอกชน เพื่อให้ได้มาซึ่ งรายได้ หรื อการ
   ฉ้อโกงเอาเงินสาธารณะมาเป็ นของตนและพรรคพวก หรื อหาประโยชน์อื่นๆ ซึ่ ง
                                                                         ิ
   การทุจริ ตนี้อาจมิใช่เป็ นตัวเงิน วิธีการที่ใช้อาจจะผิดกฎหมายหรื อไม่ผดก็ได้ แต่
   เป็ นพฤติกรรมซึ่ งสาธารณชนจะไม่พอใจหรื อผิดจากจารี ตประเพณี นิยม เนื่องจาก
                      ั
   เป็ นการกระทาที่ขดกับความคาดหวังของสาธารณชน เรื่ องมาตรฐานจริ ยธรรมและ
   พฤติกรรมที่ดีของบุคคลสาธารณะ (ข้าราชการและนักการเมืองหรื อองค์กร
   เอกชน) คาจากัดความส่ วนหลังนี้ เขียนไว้เพื่อเปิ ดช่องให้มีการตีความพฤติกรรม
   การทุจริ ตที่อาจจะแตกต่างกันในแต่ละสังคม หรื อแม้แต่ในสังคมเดียวกัน
                                                                                 91
    ประเภทการทุจริ ตทางการเมือง
•   การละเมิดระบบ (abuse of the system)
•   การฮั้วประมูล (bid rigging)
•   การให้ สินบน (bribery)
•                   ่
    การรวมกลุ่มเพือผูกขาดทางธุรกิจ (cartel)
•   การสมรู้ ร่วมคิด (collusion)
•   การเล่ นพรรคเล่ นพวก (cronyism)
•   การโกงการเลือกตั้ง (electoral fraud)
•   การยักยอก (embezzlement)
•           ิ
    การใช้ อทธิพลมืด (influence peddling)
•   การกรรโชก การรีดไถ (extortion)
•   องค์ กรอาชญากรรม (organized crime)
•   คติเห็นแก่ ญาติ (nepotism)
•   การอุปถัมภ์ (patronage)
•   การรวมหัวกันกาหนดราคา (price fixing)
                                              92
                         จริ ยธรรม
จริยธรรม ถูกนิยมตามพจนานุ กรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ . ศ .
                           ่                 ั
   2542 วา หมายถึง “ธรรมทีเป็ นขอประพฤติปฏิบต ิ ศี ลธรรม กฎ
           ่                     ้
   ศี ลธรรม ” ซึงมาจากคาบาลีและสั นสฤต 2 คาผสมกัน คือ จริ ย
                ่
   แปลวา ความประพฤติ กริยาทีควรประพฤติ และ ธรรม ซึงมี
         ่                     ่                       ่
   ความหมาย 4 ประการ คือ

1. ธรรม หมายถึง ตัวธรรมชาติ คือทุกสิ่ งทุกอยางทีเกิดขึนจากเหตุ
                                              ่   ่    ้
   ปัจจัย ( เหตุกอให้เกิดผล ) ตามธรรมชาติ
                  ่
2. ธรรม หมายถึง กฎธรรมชาติ หรื อกฎแห่ งเหตุและผล ซึงตัวกฎ่
                 ี ่
   ธรรมชาตินี้มอยูหรือแฝงอยูในธรรมชาติทุกสิ่ งทุกอยาง อิงอาศัย
                              ่                      ่
   กัน และธรรมชาติให้เกิดความสมดุล
3. ธรรม หมายถึง คาสอนของพระพุทธเจ้ า ซึงถูกรวบรวมไว้ใน
                                            ่
                                      ่
   พระไตรปิ ฎก แบงเป็ น 2 คือ คาสอนทีเป็ นหลักสั จธรรม และคา
                     ่
          ่
   สอนทีเป็ นหลักจริยธรรม8
                                                             93
4. ธรรม หมายถึง ความถูกต้ องชอบธรรม มุงหมายถึงความ
                                          ่
                                       ธรรมาภิบาล
        ้
หลักพืนฐานของการบริหารกิจการบ้ านเมืองและสั งคมทีดี    ่
                     ้
ประกอบด้ วยหลักพืนฐาน 6 ประการ ดังนี ้
                                                   ู
    1.หลักนิติธรรม หมายถึง การตรากฎหมายที่ถกต้ อง เป็ นธรรม การบังคับการให้ เป็ นไปตาม
    กฎหมาย การกาหนดกฎ กติกาและการปฏิบัติตามกฎ กติกาที่ตกลงกันไว้ อย่ างเคร่ งครั ด โดย
    คานึงถึงสิ ทธิ เสรี ภาพความยุติธรรมของสมาชิ ก
                                          ่
    2.หลักคุณธรรม หมายถึง การยึดมันในความถูกต้ องดีงาม การส่ งเสริ มสนับสนุนให้ ประชาชน
    พัฒนาตนเองไปพร้ อมกัน เพื่อให้ คนไทยมีความซื่ อสัตย์ จริ งใจ อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบ
    อาชี พสุจริ ตจนเป็ นนิสัยประจาชาติ
    3.หลักความโปร่ งใส หมายถึง การสร้ างความไว้ วางใจซึ่ งกันและกันของคนในชาติ
    4.หลักความมีส่วนร่ วม หมายถึง การเปิ ดโอกาสให้ ประชาชนมีส่วนร่ วมรั บรู้ และเสนอความ
    คิดเห็นในการตัดสิ นใจในปั ญหาสาคัญของประเทศ เช่ น การประชาพิจารณ์ การแสดงประชามติ
    5.หลักความพร้ อมรั บผิด หมายถึงความตระหนักในสิ ทธิ หน้ าที่ความสานึกในความรั บผิดชอบ
    ต่ อสังคม การใส่ ใจปั ญหาสาธารณะของบ้ านเมือง การกระตือรื อร้ นในการแก้ ปัญหา ตลอดจน
    เคารพในความคิดเห็นที่แตกต่ าง และมีความกล้ าที่จะยอมรั บผลดีและผลเสี ยจากการกระทาของ
    ตน
    6.หลักความคุ้มค่ า หมายถึง การบริ หารจัดการและใช้ ทรั พยากรที่มีจากัดเพื่อให้ เกิดประโยชน์
    สูงสุดแก่ ส่วนร่ วม เช่ น รณรงค์ ให้ คนไทยมีความประหยัด ใช้ ของอย่ างคุ้มค่ า สร้ างสรรค์ สินค้ า
    และบริ การที่มีคุณภาพ (วิภาส ทองสุทธิ์ . 2551 : 125 – 134)                                        94
               ความหมายของธรรมาภิบาล
UNESCAP ได้กำหนดว่ำ หลักธรรมำภิบำล ควรประกอบด้วย 8 หลักกำรคือ
     (What is good governance: http://www.unescap.org/)
1. กำรมีส่วนร่วม (participatory)
2. นิ ติธรรม (rule of law)
3. ควำมโปร่งใส(transparency)
4. ควำมรับผิดชอบ (responsiveness)
5. ควำมสอดคล้อง(consensus oriented)
6. ควำมเสมอภำค (equity and inclusiveness)
7. กำรมีประสิทธิภำพและประสิทธิผล (effectiveness and efficiency) และ
8. กำรมีเหตุผลอธิบำยได้ (accountability)
(What is good governance: http://www.unescap.org/)
                                                              95
                หลักของธรรมาภิบาลในภาครัฐ
1.   ยึดมันในหลักของวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ประชาชนหรือผูที่มาใช้
           ่                                                      ้
     บริการ (Clear statement-high service quality)
2.   ทางานอย่างมีประสิทธิภาพในหน้ าที่และบทบาทของตน (Public Statement
     ว่าจะทาหน้ าที่อย่างไรโดยวิธีอะไรที่จะบรรลุเป้ าหมาย)
3.   ส่งเสริมค่านิยม (Values) ขององค์กร และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของ
     ธรรมาภิบาลโดยการปฏิบติหรือพฤติกรรม (Behaviors) (moral integrity
                               ั
     and etiquette in the responsiveness to the diverse public)
4.   มีการสื่อสารที่ดี การตัดสินใจอย่างโปร่งใส และมีการบริหารความเสี่ยง
         ั
     ที่รดกุม (Providing information to flow two-ways)
5.   พัฒนาศักยภาพและความสามารถของส่วนบริหารจัดการอย่างต่อเนื่ อง
     และให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึน (ผูบริหารต้องมีความสามารถและพัฒนาตัวเอง
                                 ้ ้
     อย่างต่อเนื่ อง)
6.   การเข้าถึงประชาชน และต้องรับผิดชอบต่อการทางานและผลงานอย่าง
     จริงจัง                                                            96
                  หลักบรรษัทภิบาล 7 ประการ
1) Creation of Long Term Value: สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยังยืน
                                                       ่

2) Accountability: แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่

3) Responsibility: รู้สานึกในหน้าที่

                                                 ั
4) Promotion of Best Practices: ส่ งเสริ มการปฏิบติที่เป็ นเลิศ

5) Equitable Treatment: ปฏิบติต่อผูมีส่วนได้เสี ยอย่างเท่าเทียมกัน
                            ั      ้

6) Transparency: แสดงความโปร่ งใสในการดาเนินงาน

7) Social and Environmental Awareness: สานึกต่อสังคมและ
   สิ่ งแวดล้อม
                                                                     97
     การทาธุรกิจโดยยึดหลัก"บรรษัทภิบาล"
                   ั
1.ทุกฝ่ ายในบริ ษทต้องมีความตระหนักในภาระหน้าที่ของตน โดยคานึงถึงหลัก
  จริ ยธรรมควบคู่กนไป    ั
                 ั             ั                                ่
2.ทุกฝ่ ายในบริ ษทต้องปฏิบติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ไม่วาจะเป็ นคณะกรรมการ
  ฝ่ ายบริ หาร ไปจนถึงพนักงานระดับต่างๆ..
3.บริ ษทต้องปฏิบติต่อผูเ้ กี่ยวข้องทุกฝ่ ายอย่างยุติธรรม ทั้งผูถือหุ น พนักงาน คู่คา และ
        ั              ั                                       ้ ้                 ้
  ลูกค้า..
                                 ั
4.ข้อมูลต่างๆทางธุรกิจที่บริ ษทเปิ ดเผย โดยเฉพาะผลประกอบการและฐานะการเงิน
  ต้องโปร่ งใส..
5.บริ ษทต้องมุ่งมันกับการทาธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ผถือหุ น มิใช่เป็ นเพียง
          ั          ่                                               ู้ ้
  การเก็งกาไรในช่วงสั้นๆ.. และ
            ั                      ั ั
6.บริ ษทต้องส่ งเสริ มการปฏิบติอนเป็ นเลิศในทุกๆด้าน ทั้งด้านการผลิตสิ นค้า การ
                             ั
  ให้บริ การ และการปฏิบติงานอย่างเป็ นระบบ..
                                                                                      98

								
To top