C03 Challenges by 7y4z7Ve

VIEWS: 2 PAGES: 6

									  ้
ขันตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมและการตัดสินใจ                                                         3-1


                                               บทที่ 3
                                                             ้
   สิ่งท้ าทายการใช้ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมในลุ่มแม่ นาโขง
           การใช้ หลักการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมสามารถช่วยให้ ประเทศริ มฝั่ งลุ่มแม่น ้าโขงเผ
ชิ ญ กั บ การพัฒ นาในอนาคตได้ อ ย่ า งท้ า ทาย ปั จ จุ บัน ปั ญ หาความยากจน แรงกดดัน ด้ า น
ป ร ะ ช า ก ร                          ก า ร ข า ด ก า ร พั ฒ น า
และกระบวนการพั ฒ นาเทคโนโลยี ล้ วนส่ ง ผลต่ อ ปั ญหาสิ่ ง แวดล้ อมในลุ่ ม น า ทั ง สิ น        ้ ้ ้
จ า ก ที่ ไ ด้ ท ร า บ แ ล้ ว ใ น ห ลั ก สู ต ร ก่ อ น ห น้ า นี ้
                                                               ่        ้               ่
ปั ญหาการตัดไม้ ทาลายป่ าที่เกิดขึ ้นอย่างมากมายยังคงมีอยู่ตอไปทังๆ ที่ได้ มีการสังห้ ามการตัดไม้
แ ล ะ สั่ ง ห้ า ม ก า ร ส่ ง อ อ ก ไ ม้ ใ น ห ล า ย ป ร ะ เ ท ศ ข อ ง ลุ่ ม แ ม่ น ้ า โ ข ง
การทาประมงที่เกินศักยภาพและการลดลงของคุณภาพน ้ากาลัง กลายเป็ นประเด็นปั ญหาที่ร้ายแ
                                     ั                            ั
ร ง ม า ก ขึ ้น ร ะ บ บ บ า บ ด แ ล ะ ร ะ บ บ ก า ร จ ด ก า ร ข อ ง เ ส ีย ร ว ม ทั ้ง
                                                         ้ ้
การจัด การของเสี ย อั น ตรายไม่ เ พี ย งพอ ส่ ง ผลให้ น า ทั ง ผิ ว ดิ น และใต้ ดิ น มี คุ ณ ภาพต่ า ลง
ผลกระทบสิ่งแวดล้ อมจากโครงการพัฒนาที่เกี่ ยวข้ องกับการใช้ ที่ดิน การประมง การชลประทาน
     ้          ้
ไฟฟ าพลั ง น า การจั ด การและการก าจั ด ของเสี ย และระบบสาธารณู ป โภคในเมื อ ง
อ า จ เ กิ ด ขึ ้ น ไ ด้ ม า ก ม า ย ม ห า ศ า ล
ถ้ าโครงการพัฒนาเหล่านี ้ไม่ได้ ดาเนินการอย่างมีความรู้เกี่ ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ ้นแล้ ว ก็จะ
                                                   ่
ทาให้ เกิดความเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้ อมของลุมน ้าในระยะยาวได้
                            ่
            ประเทศริมฝั่ งลุมแม่น ้าโขงเผชิญกับสิ่งท้ าทายหลายประการในการตอบสนองต่อภัยจากก
า ร พั ฒ น า ใ น ลุ่ ม น ้ า โ ข ง
          ่ ้                 ่
ถึงแม้ วาทังสี่ประเทศในลุมแม่น ้าโขงตอนล่างจะมีระเบียบข้ อบังคับเกี่ยวกับการพิจารณาทบทวนด้
า น สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น อ อ ก ไ ป
                ่                                         ูั
อาจกล่าวได้ วาไม่มีประเทศใดที่จะให้ อานาจเต็มที่แก่ผ้ จดการด้ านสิ่งแวดล้ อมของประเทศตนในก
                                                                           ้
ารบังคับใช้ การพิจารณาด้ าน สิ่งแวดล้ อม และการกาหนดมาตรการปองกันได้ อย่างเพียงพอ
ดั ง นั ้ น ใ น ก า ร ใ ช้ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ
         ัิ
ผู้ปฏิบตด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมจะต้ องคานึงถึงประเด็นสาคัญดังนี ้
บทสรุ ปของสิ่งท้ าทาย
สภาพสังคม
                                          ่
        ความยากจนในประเทศริมฝั่ งลุมแม่น ้าโขงนับเป็ นข้ อจากัดของการพิจารณาทบทวนด้ านสิ่
ง แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง โ ค ร ง ก า ร ห รื อ กิ จ ก ร ร ม ก า ร พั ฒ น า ไ ด้ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ

                                                                                      ้
                                                                           ปรับปรุงครังสุดท้ าย 12 ตุลาคม 2544
  ้
ขันตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมและการตัดสินใจ                                                              3-2

                                        ั่
สงครามและระบบการเมืองที่ไม่มนคงทาให้ เป็ นการยากที่จะหลีกพ้ นจากวงจรของความยากจน
        ้                             ้
การตัง ถิ่ น ฐานมนุษ ย์ ใ นหลายพื น ที่ ไ ม่มี ค วามเหมาะสมเนื่ อ งจากที่ อ ยู่อ าศัย การสุข าภิ บ าล
แ ล ะ แ ห ล่ ง น ้ า ไ ม่ เ พี ย ง พ อ                                              ตั ว อ ย่ า ง เ ช่ น
                                                             ้
ในประเทศกัมพูชามีประชากรเพียงส่วนน้ อยเท่านันที่เข้ าถึงแหล่งน ้าที่สะอาด                             ปลอดภัย
                                                   ้             ้
ปั ญ ห า ส า ธ า ร ณ สุ ข บ า ง ป ร ะ ก า ร ใ น พื น ที่ ลุ่ ม น า มี ส า เ ห ตุ โ ด ย ต ร ง ม า จ า ก อ น า มั ย
สิ่ ง แวดล้ อมภายในหมู่ บ้ านไม่ ดี พ อ ซึ่ ง รวมถึ ง ปั ญหาโรคติ ด ต่ อ ทางผิ ว หนั ง และทางตา
โ ร ค ท้ อ ง เ สี ย เ รื ้ อ รั ง ใ น เ ด็ ก ไ ข้ เ ลื อ ด อ อ ก แ ล ะ โ ร ค พ ย า ธิ ต่ า ง ๆ
การเข้ าไม่ถึงศูนย์อนามัยในพื ้นที่ชนบทเป็ น             การซ ้าเติมให้ ปัญหาเหล่านี ้รุนแรงขึ ้น

          ใ น ร ะ ดั บ ปั จ เ จ ก ช น ก า ร ห า อ า ห า ร ที่ อ ยู่ อ า ศั ย แ ล ะ น ้ า ดื่ ม
เ ป็ น เ รื่ อ ง ที่ มั ก ม า ก่ อ น ห รื อ ส า คั ญ ก ว่ า ก า ร พิ ทั ก ษ์ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ
                                                                                    ้
อย่างไรก็ดีการศึกษาและการสร้ างจริ ยธรรมด้ านสิ่งแวดล้ อมเป็ นสิ่งสาคัญขันพื ้นฐานในการปองกั        ้
น ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ ข อ ง ลุ่ ม น ้ า ใ น ร ะ ย ะ ย า ว ที่ ส า คั ญ ยิ่ ง ก ว่ า นั ้ น คื อ
                                   ้
การใช้ ทรัพยากรอย่างฉลาดทังในระดับปั จเจกชนและระดับหมู่บ้านจะสามารถช่วยลดระดับความ
                             ้
ยากจนได้ ความรู้ พื น ๆ เกี่ ย วกั บ ความสั ม พั น ธ์ ข ององค์ ป ระกอบในระบบนิ เ วศต่ า งๆ
แ ล ะ ข้ อ จ า กั ด ใ น ส ม ร ร ถ น ะ ใ น ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ใ น ก า ร ดู ด ซั บ ข อ ง เ สี ย
จะสามารถช่วยให้ ชาวบ้ านจัดการทรัพยากรของพวกเขาในแนวทางที่ทาให้ ทรัพยากรเกิดหรื อคืนม
าใหม่ได้

                                                           ุ
         การศึกษาด้ านสิ่งแวดล้ อมสามารถช่วยให้ ชมชนท้ องถิ่นเข้ าใจและเห็นคุณค่าของระบบนิเ
ว ศ ที่ ซั บ ซ้ อ น ข อ ง ลุ่ ม น ้ า
       ้
รวมทังความสาคัญของสิ่งแวดล้ อมที่มีการจัดการที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจ สาธารณชนที่ได้ รับรู้
ไ        ด้         รั      บ         ก         า            ร      ก           ร       ะ         ตุ้       น
                                 ้                                            ้
และได้ รับการมอบหมายเท่านันที่จะเป็ นรากฐานที่จาเป็ นสาหรับการปองกันทรัพยากรธรรมชาติใน
ร                 ะ                ย                   ะ                 ย                า                 ว
การศึกษาด้ านสิ่งแวดล้ อมยังมีความสาคัญอย่างยิ่งสาหรับนักการเมืองและบุคลากรของหน่วยงา
น ภ า ค รั ฐ เ นื่ อ ง จ า ก บุ ค ค ล เ ห ล่ า นี ้มี อ า น า จ ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ม า ก ก ว่ า ช า ว บ้ า น
                                                                                    ้
เมื่ อความเข้ าใจและความรู้ เกี่ ยวกับสิ่ ง แวดล้ อมธรรมชาติของลุ่ม แม่นาโขงแพร่ ขยายออกไป
ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ท า ง ก า ร เ มื อ ง ก็ ย่ อ ม มี แ น ว โ น้ ม ไ ป ใ น ท า ง ที่ จ ะ
                ั
ส่งเสริมการพิทกษ์สิ่งแวดล้ อมมากขึ ้น

ประเด็นปั ญหาระหว่ างประเทศ


                                                                                           ้
                                                                                ปรับปรุงครังสุดท้ าย 12 ตุลาคม 2544
  ้
ขันตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมและการตัดสินใจ                                                                                3-3

          ปั ญ ห า ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
                                                                                                                     ้
ห ม า ย ถึ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ มิ ไ ด้ อ ยู่ เ ฉ พ า ะ ใ น ข อ บ เ ข ต ป ร ะ เ ท ศ ใ ด ป ร ะ เ ท ศ ห นึ่ ง เ ท่ า นั น
ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ อ า จ มี ค ว า ม ส า คั ญ ม า ก
                                    ้
เพราะว่าผลกระทบที่เกิดขึ ้นนันมักอยู่เกินขอบเขตการควบคุมของประเทศใดประเทศหนึ่งซึ่งได้ รับ
ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ ป ร ะ เ ท ศ ข อ ง ต น ไ ม่ ไ ด้ ก่ อ ขึ ้ น
กระบวนการพิจารณาทบทวนด้ านสิ่งแวดล้ อมที่ดีเลิศในประเทศหนึ่งไม่อาจปองกันผลกระทบที่เป็      ้
น ผ ล ม า จ า ก ก า ร พั ฒ น า ที่ ว า ง แ ผ น เ อ า ไ ว้ ไ ม่ ดี ใ น ป ร ะ เ ท ศ เ พื่ อ น บ้ า น ไ ด้
อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ที่ ส ม บู ร ณ์ ข อ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ที่ ดี นั ้น
ก็ คื อ ก า ร พิ จ า ร ณ า ห รื อ ใ ส่ ใ จ แ ล ะ มี ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ต่ อ ป ร ะ เ ท ศ อื่ น ๆ
เ นื่ อ ง จ า ก ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ไ ม่ ไ ด้ ขึ ้ น อ ยู่ กั บ เ ข ต แ ด น ท า ง ก า ร เ มื อ ง
ก า ร จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ อ ย่ า ง ยั่ ง ยื น
จาเป็ นต้ องใช้ ความพยายามในการจากัดและจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้ อมเพื่อผลประโยชน์ของปร
          ้
ะชากรทังหมดในภูมิภาค มิใช่เพียงแต่ภายในประเทศหนึงๆ เท่านัน          ่         ้

                                                                   ้
                       ประเด็นปั ญหาระหว่ างประเทศและการจัดการแม่ นาดานูบ

           แ ม่ น ้ า ด า นู บ ซึ่ ง ไ ห ล ผ่ า น ยุ โ ร ป ต ะ วั น อ อ ก แ ล ะ ยุ โ ร ป ต อ น ก ล า ง
                                                                                                     ้
เป็ นตัว อย่า งของประเด็ น ปั ญ หาการจัด การสิ่ ง แวดล้ อ มระหว่า งประเทศซึ่ ง จะคล้ า ยกัน กับ แม่น า โขงมาก
         ้         ้
ต้ น น า ของแม่ น า ดานู บ อยู่ ใ นประเทศเยอรมัน และไหลไปทางตะวัน ตกเป็ นระยะทาง 2,860 กิ โ ลเมตร
                                               ้
ลงสู่ ท ะเลด าในประเทศโรมาเนี ย แม่ น า ดานู บ จึ ง ไม่ อ าจ หลี ก เลี่ ย งผลกระทบที่ เ กิ ด จากมนุ ษ ย์ ไ ด้
       ้               ้
แม่ น า ดานู บ มี ล าน า สาขา 300 สาย ใช้ เดิ น เรื อ ได้ 60 สาย นั บ เป็ นเส้ นทาง ขนส่ ง หลัก ของทวี ป ยุ โ รป
                                                         ้
และเป็ นแหล่งพลังงานสาคัญของประเทศที่สร้ างเขื่อนกันแม่น ้าและโรงไฟฟ้ าพลังงานน ้า

                  ้                    ้
           ลุ่ม น า ดานูบ ครอบคลุม พื น ที่ ม ากกว่า 777,000 ตารางกิ โลเมตร ของประเทศเยอรมัน ออสเตรี ย
สโลวาเกีย ฮังการี เซอร์ เบีย มองเตนีโกร โครเอเชีย บอสเนียและเฮอเซโกวีนา สโลเวเนีย บัลกาเรี ย โรมาเนีย
                                                                                       ้
และยู เ ครน ประเทศต่ า ง ๆ มี ค วามต้ องการใช้ ประโยชน์ จากแม่ น า และทรั พยากรต่ า ง ๆ กั น
ข้ อ ขั ด แ ย้ ง ที่ เ กิ ด จ า ก ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ดั ง ก ล่ า ว จึ ง เ ป็ น สิ่ ง ที่ ไ ม่ อ า จ ห ลี ก เ ลี่ ย ง ไ ด้
                                         ่
การตัดสินใจสร้ างเขื่อนของประเทศหนึงย่อมกระทบการใช้ ประโยชน์จากแม่น ้าของประเทศที่อยูท้ายน ้าของเขือน  ่               ่
                                               ่    ่
การช่วงชิงการใช้ น ้าจึงเป็ นประวัติศาสตร์ สวนหนึงของประเทศเหล่านี ้

            แ ม่ น ้ า ด า นู บ ยั ง เ ป็ น แ ห ล่ ง น ้ า ดื่ ม ส า ห รั บ ป ร ะ ช า ก ร เ กื อ บ 1 0 ล้ า น ค น ทั ้ ง ๆ
                             ้
ที่ ห ลายส่ว นของแม่ น า ประสบปั ญ หาสิ่ ง แวดล้ อ มเสื่อ มโทรมอย่า งรุ น แรง ผลกระทบจากมนุษ ย์ สงคราม
ภา ว ะ ม ลพิ ษ แ ละ ก า รปนเ ปื ้ อ นส า รพิ ษ ที่ ไม่ ไ ด้ รั บก า รแ ก้ ไข ม า เ ป็ นเ ว ล า นา นห ลา ย ท ศ ว รร ษ
ไ ด้ ร่ ว ม กั น ท า ล า ย พื ้น ที่ ชุ่ ม น ้า แ ล ะ ที่ ร า บ น ้า ท่ ว ม ถึ ง ข อ ง ลุ่ ม น ้า ด า นู บ ไ ป เ กื อ บ ร้ อ ย ล ะ 8 0
ภายในช่วงศตวรรษที่ผานมา    ่

                                                                                                          ้
                                                                                               ปรับปรุงครังสุดท้ าย 12 ตุลาคม 2544
  ้
ขันตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมและการตัดสินใจ                                                                    3-4


                                                                    ้
          ในปั จจุ บั น ได้ มี ค วามพยายามที่ จ ะฟื ้ น ฟู ลุ่ ม น า ดานู บ ร่ วมกั น ประธานาธิ บ ดี ข อง 6 ชาติ
ยุ โ ร ป ก ล า ง แ ล ะ ต ะ วั น อ อ ก แ ล ะ รั ฐ ม น ต รี สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม จ า ก 9 ป ร ะ เ ท ศ
ได้ ตกลงร่ วมกั น ประกาศเพื่ อ การแก้ ไขภาวะมลพิ ษ และฟื ้ น ฟู ท รั พ ยา กรธรรมชาติ ภ ายในลุ่ ม น า          ้
                                                    ้
ผู้นาเหล่านี ้ยอมรับว่าปั ญหาเกี่ยวกับการใช้ และการปองกันสภาพแวดล้ อมของแม่น ้าดานูบมากเกิดกว่าความสา
ม า ร ถ ใ น ก า ร จั ด ก า ร ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ใ ด ป ร ะ เ ท ศ ห นึ่ ง ไ ด้
                                             ่                    ่
พวกเขาตระหนักว่าการประเมินผลกระทบสิงแวดล้ อมระดับลุมน ้าและการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ ที่ถกต้ องจาเป็   ู
นต้ องดาเนินการในระดับภูมิภาคด้ วยการแนะแนวทางและสนับสนุนจากนานาชาติอย่างเพียงพอ



           ในแม่น ้าโขงยังไม่มีการออกกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับกฎข้ อบังคับที่ชดเจนในเรื่ อง           ั
                                     ้
การใช้ และการจั ด สรรน า ระหว่ า งประเทศริ มฝั่ งน า ในปี พ .ศ.2500    ้                                   (ค.ศ.1957)
ไ ด้ มี ก า ร แ บ่ ง ลุ่ ม น ้า อ อ ก เ ป็ น ลุ่ ม น ้า โ ข ง ต อ น บ น (ป ร ะ เ ท ศ จี น แ ล ะ เ มี ย น ม า ร์ )
                  ้
และลุ่ม แม่ น า โขงตอนล่ า ง(ประเทศกัม พู ช า สาธารณรั ฐ ประชาธิ ป ไตยประชาชนลาว ไทย
และเวี ยดนาม )                                    ้                                  ้        ้
                                     และจั ด ตั ง คณะ กรรม าธิ การ แม่ น า โ ขง ขึ น ใ นปี เดี ย วกั น นั น            ้
เ พื่ อ ท า ห น้ า ที่ ส นั บ ส นุ น ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก แ ม่ น ้า ร่ ว ม กั น ใ น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
ทั ้ ง สี่ ข อ ง ลุ่ ม น ้ า โ ข ง ต อ น ล่ า ง
เป็ นที่ทราบกันมาช้ านานแล้ วถึงศักยภาพพลังงานน ้าที่มีอยู่อย่างมหาศาลของแม่น ้าโขงและแม่น ้า
ส า ข า ข ณ ะ ที่ ก า ร พั ฒ น า ยั ง ค ง ด า เ นิ น ต่ อ ไ ป ใ น ลุ่ ม น ้ า นี ้
จึ ง เ ป็ น ไ ป ไ ด้ อ ย่ า ง ม า ก ที่ จ ะ มี ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก แ ม่ น ้ า โ ข ง ม า ก ขึ ้ น
ก า ร ส ร้ า ง เ ขื่ อ น ต ร ง ส่ ว น ใ ด ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง แ ม่ น ้ า โ ข ง แ ล ะ /ห รื อ แ ม่ น ้ า ส า ข า
อ า จ ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ ป ร ะ เ ท ศ ที่ อ ยู่ ท้ า ย น ้ า ไ ด้ ย ก ตั ว อ ย่ า ง เ ช่ น
ประเทศจีนซึ่งได้ สร้ างเขื่อนหลายเขื่อนในช่วงต้ นทศวรรษที่ 1990 อาทิ เขื่อนแมนวัน (Man Wan
dam)             ย่ อ มก่ อ ให้ เกิ ด ผลกระทบอย่ า งมากต่ อ ทุ ก ประเทศในลุ่ ม แม่ น า โขงตอนล่ า ง  ้
                                                                                       ้
ใน เ มื่ อ ยั ง ไ ม่ มี ข้ อ ต กล ง ร่ วม กั น ใ น ร ะห ว่ า ง ป ระ เ ท ศริ ม ฝั่ ง น า เกี่ ย วกั บ สิ ทธิ เ รื่ อ ง น า้
                              ้
ประเทศที่ อ ยู่ ท้ ายน า จึ ง อาจไม่ ไ ด้ รั บ ค่ า ชดเชยในกรณี ค วามสู ญ เสี ย ด้ านการประมง
น ้าเพื่อการชลประทาน และความสูญเสียอื่นๆ ที่อาจเป็ นผลมาจากการไหลของน ้าที่ลดลง

                                                                             ้
        การพิ จ ารณาทบทวนด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ มของการพัฒ นาพลัง งานนา (และโครงการหรื อ
กิ จ ก ร ร ม อื่ น ๆ ที่ อ า จ ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ ป ร ะ เ ท ศ เ พื่ อ น บ้ า น )
ก า ห น ด ใ ห้ มี ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ผ ล ก ร ะ ท บ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ที่ อ า จ เ กิ ด ขึ ้ น ไ ด้
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมในภาพรวมควรได้ พิจารณาถึงความต้ องการของประเทศที่อยู่ติ
           ้
ดกัน รวมทังข้ อกาหนดเกี่ยวกับการชดเชยของประเทศเหล่านี ้ด้ วย

                                                                                                 ้
                                                                                      ปรับปรุงครังสุดท้ าย 12 ตุลาคม 2544
  ้
ขันตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมและการตัดสินใจ                                                                3-5

ข้ อจากัดด้ านสารสนเทศเชิงวิทยาศาสตร์

                                ้                  ้
           ประเทศริ ม ฝั่ ง นา ในลุ่ม แม่นา โขงตอนล่า งหลายประเทศมี ข้อจ ากัดในเรื่ อ งฐานข้ อมูล
วิชาการสาหรับใช้ พยากรณ์ ผลกระทบได้ อย่างแม่นยา จึงทาให้ เ กิดความต้ องการที่จะรวบรวม
ข้ อ มู ล ที่ ใ ช้ เ ป็ น ฐ า น ส า ห รั บ ก า ร ศึ ก ษ า เ ป รี ย บ เ ที ย บ ใ น ห ล า ย ส า ข า วิ ช า
ข้ อมูลที่เป็ นฐานมีความสาคัญในการให้ รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพแวดล้ อมธรรมชาติของภูมิภาค
ห นึ่ ง ๆ ห รื อ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ ห นึ่ ง ๆ
เ ร า ส า ม า ร ถ เ รี ย น รู้ รู ป แ บ บ ก า ร ไ ห ล ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ ข อ ง แ ม่ น ้า แ ล ะ แ ม่ น ้า ส า ข า
จ า ก ก า ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล ที่ เ ป็ น ฐ า น
                                                                                  ้
เราสามารถเรี ยนรู้ ที่ อ ยู่ อ าศัย และชนิ ด พั น ธุ์ ป ลาอพยพรวมทั ง เข้ าใจวั ฏ จั ก รชี วิ ต ของมั น
                                                       ่
การเก็บข้ อมูลที่เป็ นฐานไปตลอดช่วงเวลาหนึงทาให้ ทราบเกี่ยวกับกระบวนการทางธรรมชาติของร
ะ บ บ นิ เ ว ศ ไ ด้ ดี ขึ ้ น ร ว ม ถึ ง ช นิ ด ข อ ง ดิ น ก า ร ห มุ น เ วี ย น ข อ ง ส า ร อ า ห า ร
อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ชุ ม ชี พ พื ช แ ล ะ สั ต ว์
และสมรรถนะของระบบนิ เ วศที่ จ ะรั บ เอาหรื อฟื ้ น คื น สภาพเดิ ม จากแรง กดดั น ต่ า งๆ
ข้ อ มู ล ที่ เ ป็ น ฐ า น ส า ห รั บ ก า ร ศึ ก ษ า เ ป รี ย บ เ ที ย บ นี ้ มี ค ว า ม ส า คั ญ เ ป็ น พิ เ ศ ษ
                    ั                          ั
เพราะว่าทาให้ นกวิทยาศาสตร์ และผู้จดการด้ านสิ่งแวดล้ อมสามารถหาสภาพธรรมชาติและกระบว
น ก า ร ข อ ง ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ไ ด้
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ ้นตามกาลเวลาภายในระบบนิเวศหนึ่งซึ่งเป็ นผลมาจากสภาพธรรมชาติเอ
                                                 ้
งหรื อจากกิ จ กรรมของมนุ ษ ย์ นั น สามารถที่ จ ะวิ เ คราะห์ แ ละหาแนวโน้ มออกมาได้
น อ ก จ า ก นั ้ น ค ว า ม รู้ เ กี่ ย ว กั บ ส ภ า พ ธ ร ร ม ช า ติ ข อ ง ท รั พ ย า ก ร ห นึ่ ง ๆ
จะเป็ นประโยชน์ม ากสาหรับการกาหนดมาตรการลดผลกระทบของโครงการพัฒนาที่เสนอมา
ก า ร ป รั บ ป รุ ง พื ้น ที่ ที่ ไ ด้ รั บ ผ ล ก ร ะ ท บ ใ ห้ ก ลั บ คื น สู่ ส ภ า พ เ ดิ ม จ ะ ง่ า ย ขึ ้น ม า ก
หากเรามีความรู้อย่างลึกซึ ้งเกี่ยวกับระบบนิเวศประเภทเดียวกันที่ยงไม่ถกรบกวน      ั ู

                                                                         ้
           ในการจัดเตรี ยมรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมนัน ค่าใช้ จ่ายที่สูงมากกว่า
ร า ย ก า ร อื่ น ๆ มั ก จ ะ เ ป็ น ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ใ น ก า ร ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล ที่ เ ป็ น ฐ า น
การรวบรวมและการวิ เ คราะห์ ข้ อมู ล อาจเป็ นกิ จ กรรมที่ ใ ช้ เวลามากกว่ า กิ จ กรรมอื่ น ๆ
ข อ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ ว ย เ ช่ น กั น
      ้
ฉะนันหากว่ามีข้อมูล ที่ เป็ นฐานและสารสนเทศที่จาเป็ นที่มีคุณภาพและมีความถูกต้ องอยู่ แล้ ว
ก็ จ ะสามารถลดค่ า ใช้ จ่ า ยลงได้ อย่ า งมาก แผนงานการติ ด ตามตรวจสอบระยะยาว เช่ น
                                                        ้
การริ เริ่ มให้ มี ก ารติ ด ตามตรวจสอบคุ ณ ภาพน า ของคณะกรรมาธิ การแม่ น า โขงนั น          ้       ้
นับว่ามีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการจัดเตรี ยมการพิจารณาทบทวนด้ านสิ่งแวดล้ อมของท้ องถิ่น


                                                                                             ้
                                                                                  ปรับปรุงครังสุดท้ าย 12 ตุลาคม 2544
  ้
ขันตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ อมและการตัดสินใจ                                                       3-6

ความพยายามในการเก็บรวบรวมข้ อมูลตามกาลเวลาของแผนงานนี ้สามารถนามาใช้ เป็ นเกณฑ์วั
ด ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ น ้ า โ ด ย ร ว ม ข อ ง ลุ่ ม น ้ า
ร ว ม ทั ้ ง ส า ม า ร ถ น า ม า ก า ห น ด แ ห ล่ ง ที่ เ ป็ น ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ที่ เ ป ร า ะ บ า ง ไ ด้
ดั ง นั ้ น ใ น ก า ร พิ จ า ร ณ า ใ ห้ ค ว า ม เ ห็ น ช อ บ โ ค ร ง ก า ร
                                            ้
จึงสามารถกาหนดเป็ นเงื่อนไขเพื่อให้ มีการปองกันด้ านสิ่งแวดล้ อมได้ อย่างเพียงพอเหมาะสมกับโ
                                                            ้      ้
ครงการที่ เ สนอมา ไม่ ว่ า จะเป็ นโครง การที่ มี ที่ ตั ง ในพื น ที่ ที่ มี ภ าวะมลพิ ษ สู ง อยู่ แ ล้ ว
หรื อพื ้นที่ที่อาจมีปัญหาจากการพัฒนาได้ ง่าย




                                                                                    ้
                                                                         ปรับปรุงครังสุดท้ าย 12 ตุลาคม 2544

								
To top