Broadcast Satellite ????? ????? ? Global Positioning System

Document Sample
Broadcast Satellite ????? ????? ? Global Positioning System Powered By Docstoc
					    การสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายทางธุรกิจ

บทที่ 2 สื่อที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลและอุปกรณ์สื่อสาร
                      สื่อประเภทเหนี่ ยวนา (Conducted Media)
2


       สายโคแอคเชียล (Coaxial cable)
       สายคู่บิดเกลียว (Twisted pair wire)
         แบบไม่มีฉนวนหุม
                        ้(Unshielded Twisted Pair: UTP)
         แบบมีฉนวนหุม (Shielded Twisted Pair: STP)
                     ้
       สายใยแก้วนาแสง (Fiber-Optic cable)
                        สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable)
3


       เป็ นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และเป็ นที่นิยมมากในเครือข่าย
        คอมพิวเตอร์สมัยแรกๆ
                ั       ่            ้                                       ั
        ในปั จจุบนถือได้วาเป็ นสายที่ลาสมัยสาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในปั จจุบน
                                                      ั
        อย่างไรก็ตามยังมีระบบเครือข่ายบางประเภทที่ยงใช้สายประเภทนี้ อยู่
    ส่วนประกอบของสายโคแอ็กเชียล
4




           สายทองแดง
           ฉนวน
           ใยโลหะถักเปี ยหรือโลหะบางๆ
                          ้
           ฉนวนและวัสดุปองกันสายสัญญาณ
                      สายโคแอ็กเชียลแบบบาง (Thin Coaxial Cable)
5


       เป็ นสายที่มขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.64 cm
                    ี
                                                       ่                   ั
        เนื่ องจากสายประเภทนี้ มีขนาดเล็กและมีความยืดหยุนสูงจึงสามารถใช้ได้กบ
        การติดตั้งเครือข่ายเกือบทุกประเภท
       สามารถนาสัญญาณได้ไกลถึง 185 เมตร ก่อนที่สญญาณจะเริ่มอ่อนกาลัง
                                                      ั
        ลง
                      สายโคแอ็กเชียลแบบหนา (Thick Coaxial Cable)

6

       เป็ นสายโคแอ็กซ์ที่ค่อนข้างแข็ง และขนาดใหญ่กว่าสายโคแอ็กซ์แบบบาง โดยมี
        เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.27 cm
       ส่วนแกนกลางที่เป็ นสายทองแดงของสายโคแอ็กซ์แบบหนาจะมีขนาดใหญ่
        ดังนั้นจึงสามารถนาสัญญาณได้ไกลถึง 500 เมตร
       นิ ยมใช้ในการเชื่อมต่อเส้นทางหลักของข้อมูล หรือ แบ็คโบน (Backbone)
        ของเครือข่ายสมัยแรกๆ
                          ั
       หัวเชื่อมต่อที่ใช้กบกับสายโคแอ็กเชียล




BNC Cable Connector         BNC T-Connector




BNC Barrel Connector        BNC Terminator
                                               7
                              สายคู่บิดเกลียว (Twisted Pairs Cable)
8

                                                              ั
        เมื่อก่อนเป็ นสายสัญญาณที่ใช้ในระบบโทรศัพท์ แต่ปัจจุบนได้กลายเป็ น
        มาตรฐานสายสัญญาณที่เชื่อมต่อในเครือข่ายท้องถิ่น (LAN)
       สายคู่บิดเกลียวหนึ่ งคู่ประกอบด้วยสายทองแดงขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง
        ประมาณ 0.016-0.035 นิ้ ว หุมด้วยฉนวนแล้วบิดเป็ นเกลียวเป็ นคู่
                                            ้
                                         ี
        การบิดเป็ นเกลียวของสายแต่ละคู่มจุดประสงค์เพื่อช่วยลดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ าที่
        รบกวนซึ่งกันและกัน
                           ี                                    ่
        สายคู่บิดเกลียวที่มขายในท้องตลาดอาจประกอบด้วยสายคูบิดเกลียวตั้งแต่หนึ่ งคู่
        ไปจนถึง 600 คู่ในสายขนาดใหญ่ สายคู่บิดเกลียวที่ใช้กบเครือข่าย LAN จะ
                                                             ั
        ประกอบด้วย 4 คู่
                                                         ้
                                        สายคู่บิดเกลียวหุมฉนวน
                                        (Shielded Twisted Pairs : STP)
9


           ่ ้
        มีสวนที่ปองกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
            ้                                           ั
        ชั้นปองกันนี้ อาจเป็ นแผ่นโลหะบางๆ หรือใยโลหะที่ถกเปี ยเป็ นตาข่าย ซึ่งชั้น
         ้               ้
        ปองกันนี้ จะห่อหุมสายคู่บิดเกลียวทั้งหมด
                                                      ุ้
                                   สายคู่บิดเกลียวไม่หมฉนวน
                                   (Unshielded Twisted Pairs : UTP)
10


                             ั                                        ั
         สายสัญญาณที่นิยมใช้กนมากที่สุดในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ปัจจุบน
        การใช้สายนี้ ความยาวต้องไมเกิน 100 เมตร
                                 คุณสมบัติพิเศษของสายคู่บิดเกลียว
11


        การใช้สายคู่บิดเกลียวในการรับส่งสัญญาณนั้นจาเป็ นต้องใช้สายหนึ่ งคู่ใน
         การส่งสัญญาณ และอีกหนึ่ งคู่ในการรับสัญญาณ ซึ่งในแต่ละคู่สายจะมีท้ง  ั
                       ้
         ขั้วบวกและขัวลบ
        ในการทาเช่นนี้ เป็ นเทคนิ คอย่างหนึ่ งในการรับส่งข้อมูลที่เรียกว่า
         "Differential Signaling" ซึ่งเทคนิ คนี้ คิดค้นขึ้ นมาเพือจะกาจัดคลื่น
                                                                       ่
         รบกวน (Electromagnetic Noise) ที่เกิดกับสัญญาณข้อมูล
                                                             ั
         เมื่อเกิดคลื่นรบกวนขึ้ นกับสายสัญญาณแล้วจะทาให้สญญาณข้อมูลยากต่อ
         การอ่านหรือแปลความหมาย
                          มาตรฐานสายสัญญาณ (EIA/TIA 568)*
12


     Catego เป็ นสายที่ใช้ในระบบโทรศัพท์อย่างเดียว โดยสายนี้ ไม่สามารถใช้ในการส่งข้อมูล
     ry 1   แบบดิจิตอลได้
   Catego เป็ นสายที่รองรับแบนด์วธได้ถึง 4 MHz ซึ่งทาให้สามารถส่งข้อมูลแบบดิจิตอล
                                   ิ
   ry 2      ได้ถึง 4 MHz ซึ่งจะประกอบด้วยสายคู่บิดเกลียวอยู่ 4 คู่
   Catego เป็ นสายที่สามารถส่งข้อมูลได้ถึง 16 Mbps และมีสายคู่บิดเกลียวอยู่ 4 คู่
   ry 3
   Catego ส่งข้อมูลได้ถึง 20 Mbps และมีสายคู่บิดเกลียวอยู่ 4 คู่
   ry 4
   Catego ส่งข้อมูลได้ถึง 100 Mbps โดยใช้ 2 คู่สาย และรับส่งข้อมูลได้ถึง 1000
   ry 5      mbps เมื่อใช้ 4 คู่สาย
   Catego เช่นเดียวกับ Cat 5 แต่มีคุณภาพของสายที่ดีกว่า เพื่อรองรับการส่งข้อมูลแบบ
   ry 5e     ฟูลล์ดเพล็ ซ์ที่ 1000 Mbps ซึ่งใช้4 คู่สาย
                   ู
* EIA = Electronics กIndustries Association, TIA =
   (Enhan
Telecommunication Industries Association
                               ั
            หัวเชื่อมต่อที่ใช้กบสายคู่บิดเกลียว
13




     RJ-45 Plug            RJ-45 Jack
     Network Interface Card (NIC)
14
                   สายใยแก้วนาแสง (Fiber-Optic Cable)
15


            ั
         ใช้สญญาณแสงในการส่งสัญญาณไฟฟ้ า ทาให้การส่งสัญญาณไม่ถกรบกวน ู
         จากสนามแม่เหล็กไฟฟ้ าต่าง ๆ ทั้งยังคงทนต่อสภาพแวดล้อม อีกด้วย
        ตัวกลางที่ใช้สาหรับการส่งสัญญาณแสงก็คือใยแก้วซึ่งมีขนาดเล็กและบาง
         ทาให้ประหยัดพื้ นที่ไปได้มาก
        สามารถส่งสัญญาณไปได้ไกลโดยมีการสูญเสียของสัญญาณน้อย ทั้งยังให้
                                        ู ่
         อัตราข้อมูล (Bandwidth) ที่สงยิงกว่าสายแบบโลหะหลายเท่าตัว
     โครงสร้างของใยแก้วนาแสง
16
     ส่วนประกอบของสายใยแก้วนาแสง
17
                   วิธีการรับ - ส่งข้อมูลของสายใยแก้วนาแสง
18


        สายใยแก้วนาแสงใช้แสงเป็ นตัวส่งสัญญาณ
        ซึ่งมี LED (Light Emitting Diode) หรือ ILD (Injection Laser
         Diode) เป็ นต้นกาเนิ ดแสง (แปลงจากสัญญาณไฟฟ้ าเป็ นสัญญาณแสง)
        เมื่อถึงปลายทางก็จะมี Photo Diode แปลงจากสัญญาณแสงให้กลับ
         เป็ นสัญญาณไฟฟ้ าเหมือนเดิม
                         LED & ILD
19




     LED   Photo Diode      ILD
                     เปรียบเทียบระหว่าง LED และ ILD
20



        คุณสมบัติ         LED              ILD
 อัตราการส่งข้อมูล   ตา ่           สูง
 ระยะทาง             สั้น           ยาว
 อายุการใช้งาน       นาน            สั้น
 ความไวต่ออุณหภูมิ   น้อย           มากพอสมควร
 อันตรายต่อคน        น้อย           อันตรายต่อสายตา
 ราคา                ไม่แพง         แพง
 โหมด                Multimode      Multimode หรือ
                                    Single Mode
                     วิธีการส่งสัญญาณในสายใยแก้วนาแสง
21


        Multimode Step Index
        Multimode Graded Index
        Single Mode
     Multimode Step Index
22
     Multimode Graded Index
23
     Single Mode
24
                                    ั
                 หัวเชื่อมต่อที่ใช้กบสายใยแก้วนาแสง
25


     Connector   Fiber Application
                 Type
     FC          SM,M Datacom,
                 M    Telecommunications
     FDDI        SM,M
                      Fiber Optic Network
                 M
     LC          SM,M High Density
                 M    Interconnection
     MT Array    SM,M High Density
                 M    Interconnection
     SC          SM,M
                     สื่อประเภทกระจายคลื่นหรือสื่อประเภทไร้สาย
26


        คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio)
        สัญญาณไมโครเวฟ (Microwave)
                        (Terrestrial Microwave)
          แบบภาคพื้ นดิน

          แบบดาวเทียม (Satellite Microwave)

        วิทยุเซลลูลาร์ (Cellular Radio)
        วิทยุสเปรดสเปกตรัม (Spread Spectrum Radio)
        สัญญาณอินฟราเรด (Infrared)
                             คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio)
27


        มีการแพร่กระจายออกอากาศโดยทัวไปทั้งในระบบ AM และ FM
                                          ่
        มีความถี่อยูในช่วง 30 – 300 MHz
                       ่
        การแพร่กระจายคลื่นหรือการส่งออกอากาศจะเกิดขึ้ นในทุกทิศทาง
         (Omni directional)
            ่                                 ่
         แม้วารูปแบบของการแพร่คลื่นสัญญาณทัวไปจะเป็ นแบบวงกลม แต่การใช้
                         ั                                  ึ้
         เทคโนโลยีข้นสูงเข้าช่วยจะสามารถสร้างรูปทรงแบบวงรีขนมาได้ เพื่อ
                            ั                       ้
         หลีกเลี่ยงพื้ นที่ทบซ้อนของสัญญาณจากสถานี ขางเคียง
     การแพร่กระจายคลื่น
28
                                      ย่านความถี่ของสัญญาณ (1)
29


     ย่านความถี่             ชื่อ            Data Rate           การใช้งาน
 0-30 KHz          Very Low Frequency     <1 bps          โทรศัพท์
 300-300 KHz Low Frequency                1-100 bps       ใช้นาทาง
 300-3,000         Medium Frequency       10-10,000 bps   คลื่นวิทยุ AM
 KHz
 3-30 MHz          High Frequency         10-30,000 bps   Shortwave
 30-300            Very High Frequency    To 100 Kbps     คลื่นโทรทัศท์ VHF, วิทยุ
 MHz                                                      FM
 300-3,000         Ultra High Frequency   To 10 Mbps      คลื่นโทรทัศน์ UHF,
 MHz                                                      Terrestrial
                                                          Microwave
 3-30 GHz          Super High Frequency   To 100 Mbps     Terrestrial
                                                          Microwave,
                                                          Satellite
                                        ย่านความถี่ของสัญญาณ (2)
30


     ย่านความถี่                 ชื่อ        Data Rate          การใช้งาน
 >300 GHz          Infrared               >740 Mbps      TV Remote
                   Lasers                                Control
                                                         Fiber-Optic, การ
                                                         ผ่าตัด,
                   Ultraviolet
                                                         มองเห็นด้วยตาเปล่า
                                                         ไม่สามารถมองเห็นด้วยตา
                                                         เปล่า
                                                  ข้อดีของคลื่นวิทยุ
31


        ติดตั้งง่าย อุปกรณ์ราคาไม่แพงมากนัก
        สามารถทะลุสิ่งกีดขวางได้
                                                                    ่
         แพร่กระจายสัญญาณแบบวงกลมหรือวงรี ทาให้เครื่องรับสัญญาณที่อยูใน
                                           ้
         ระยะสามารถรับสัญญาณได้ โดยไม่ตองหันหน้าอุปกรณ์ให้ตรงกัน (ยกเว้น
         เสาอากาศโทรทัศน์)
                                                 ข้อเสียของคลื่นวิทยุ
32


                          ่
         อัตราการส่งข้อมูลตา
        สามารถถูกคลื่นสัญญาณอื่น รวมทั้งสภาพอากาศ และอุณหภูมิรบกวนได้
                                               ั
         ต้องขออนุ ญาตใช้ความถี่จากหน่ วยงานที่รบผิดชอบก่อน
                                         ไมโครเวฟ (Microwave)
33


        คลื่นไมโครเวฟที่ใช้ถ่ายทอดสัญญาณมีความถี่สงมาก (3-30 GHz)ทาให้
                                                    ู
                                                  ู
         สามารถส่งข้อมูลออกไปด้วยอัตราความเร็วที่สงมาก
        สัญญาณเดินทางเป็ นแนวเส้นตรง (Line-of-Sight Transmission)
         จึงเรียกว่าเป็ นสัญญาณทิศทางเดียว (Unidirectional)
        ไมโครเวฟแบ่งออกเป็ น 2 ชนิ ด
                                   (Terrestrial Microwave)
          ไมโครเวฟชนิ ดตั้งบนพื้ นดิน

          ไมโครเวฟชนิ ดดาวเทียม (Satellite Microwave)
                                          ไมโครเวฟชนิ ดตั้งบนพื้ นดิน
34


        ส่งสัญญาณแลกเปลี่ยนกันระหว่างสถานี บนพื้ นดิน (Earth Station)
         สองสถานี
        โดยปกติขนาดของจานรับ-ส่งสัญญาณ (Dish) จะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง
         ประมาณ 10 ฟุต
                                        ่ ่
         โดยปกติสถานี บนพื้ นดินตั้งอยูหางกันไม่เกิน 40-48 กิโลเมตร และอาจไกล
                                    ั          ่ ่
         ถึง 88 กิโลเมตร ถ้าสถานี ท้งสองตั้งอยูหางจากพื้ นดินมากๆ
                                     ีั
         ระหว่างสองสถานี จะต้องไม่มวตถุใดๆ ขวางกั้นระหว่างสองสถานี
     การถ่ายทอดสัญญาณไมโครเวฟสถานี
     ภาคพื้ นดิน
35
                               ข้อดีของไมโครเวฟชนิ ดตั้งบนพื้ นดิน
36


        กาลังส่งสูง ครอบคลุมพื้ นที่สื่อสารได้กว้าง โดยจะส่งเป็ นทอดๆ
        อัตราในการส่งข้อมูลสูง
             ่         ู        ู
         ใช้ยานความถี่สงทาให้ถกรบกวนจากสัญญาณอื่นได้ยาก
                                         ั                            ่
         ช่วยขจัดปั ญหาในเรื่องสถานที่ต้ง หรือภูมิประเทศที่ยากต่อการเชือมต่อสาย
         สื่อสาร
     ข้อเสียของไมโครเวฟชนิ ดตั้งบนพื้ นดิน
37


                      ่
         ถูกรบกวนได้งายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า อุณหภูมิ และภูมิอากาศ
                          ่
         อุปกรณ์ และค่าใช้จายในการติดตั้งมีราคาแพง
                                               ั
         ต้องขออนุ ญาตใช้ความถี่จากหน่ วยงานที่รบผิดชอบ
                   ้
         ต้องอาศัยผูมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง และบารุงรักษา
     ไมโครเวฟชนิ ดดาวเทียม
38


                                                                  ื้
         ประกอบด้วยดาวเทียมหนึ่ งดวง ซึ่งจะต้องทางานร่วมกับสถานี พนดินตั้งแต่
                     ึ้
         สองสถานี ขนไป
        สถานี พื้นดินถูกนามาใช้เพื่อการรับและส่งสัญญาณไปยังดาวเทียม
        ดาวเทียมทาหน้าที่เป็ นอุปกรณ์ทวนสัญญาณ ซึ่งจะถูกส่งกลับลงมาบนพื้ น
         โลก
                                 ่
         ดาวเทียมส่วนใหญ่ลอยอยูเหนื อพื้ นโลกประมาณ 35,680 กิโลเมตร ตาม
         แนวเส้นศูนย์สตรู
        เรียกว่าดาวเทียมวงโคจรสถิตย์ (Geosynchronous Orbiting
         Satellites: GEOS)
     การสื่อสารผ่านดาวเทียม
39
     พื้ นที่รบสัญญาณ (Footprint)
              ั
40


                                                                    ั
         เนื่ องจากสัญญาณดาวเทียมเดินทางเป็ นเส้นตรงเท่านั้น ทาให้สญญาณที่ส่ง
         มาบนพื้ นโลกมีพื้นที่เพียงบางส่วนเท่านั้น ที่สามารถรับสัญญาณได้ เรียกว่า
         “พื้ นที่รบสัญญาณ” (Footprint)
                   ั
        Footprint อาจมีอาณาเขตกว้างปกคลุมพื้ นที่ของหลายประเทศ หรืออาจ
                          ี
         เป็ นพื้ นที่ที่มเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 2-3 กิโลเมตรก็ได้
        ดังนั้นการใช้ดาวเทียม GEOS เพียง 3 ดวงก็สามารถถ่ายทอดสัญญาณได้
         ครอบคลุมพื้ นที่ทวโลก ั่
     พื้ นที่รบสัญญาณ (Footprint)
              ั
41
                               การรับ-ส่งสัญญาณของดาวเทียม
42


        ดาวเทียมใช้เสาอากาศรับสัญญาณที่ส่งขึ้ นไปจากพื้ นโลก (Uplink)
        จากนั้นจะทาการขยายสัญญาณให้มีความชัดเจนมากขึ้ น และเปลี่ยนขนาด
         ความถี่คลื่น
        แล้วจึงใช้อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่ส่งสัญญาณ (Transponder) เพื่อส่ง
         สัญญาณกลับลงมายังพื้ นโลก (Downlink)
        การแยกคลื่นความถี่ของ Uplink และ Downlink เพื่อไม่ให้รบกวน ซึ่ง
         กันและกัน
                       การหน่ วงเวลา (Propagation Delay)
43


        เนื่ องจากดาวเทียมมีระยะทางห่างจากพื้ นโลกมาก การส่งสัญญาณจากพื้ น
         โลกขึ้ นไป หรือการส่งสัญญาณจากดาวเทียมลงมาจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ ง
                                                 ั
         ระยะเวลาการหน่ วงเวลาของดาวเทียมจะมีต้งแต่ครึ่งวินาทีสาหรับการ
         ถ่ายทอดข้อมูลคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงสามวินาทีสาหรับการถ่ายทอด
         สัญญาณเสียงและโทรทัศน์
                                                              ่
                                            ดาวเทียมแบบวงโคจรตา
44


        Low Earth Orbiting Satellite (LEOS)
        มีรศมีโคจรเพียง 520 – 1600 กิโลเมตร จากผิวโลก
              ั
        ใช้เวลาในการโคจรรอบโลกเพียง 90 – 100 นาที
                                               ้
         ข้อดีคืออุปกรณ์ในการรับ-ส่งสัญญาณไม่ตองมีกาลังมากนัก และสามารถ
                                 ้
         กาหนดวงโคจรตามแนวขัวโลกเหนื อ-ใต้ได้
        ในการใช้งานจึงจาเป็ นต้องใช้ดาวเทียมมากถึง 12 ดวง จึงจะครอบคลุม
                  ั่
         พื้ นที่ทวโลก
                                        ดาวเทียมวงโคจรระยะกลาง
45


        Medium Earth Orbiting Satellite (MEOS)
        โคจรห่างผิวโลกประมาณ 9,600 – 16,000 กิโลเมตร
        มีคุณสมบัติผสมระหว่างดาวเทียม GEOS และ LEOS
                                           ่
         การใช้งานสื่อสารขอบเขตให้ครอบคลุมทัวโลกต้องใช้ดาวเทียม   6 ดวง
                               การนาดาวเทียมมาประยุกต์ใช้งาน
46


        นามาใช้ในการสื่อสารไร้สายสาหรับโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
         ประเภทพกพา (Mobile Satellite Service)
        การแพร่สญญาณคลื่นผ่านดาวเทียม (Direct Broadcast Satellite)
                   ั
        ระบบชี้ ตาแหน่ ง (Global Positioning System: GPS)
     ข้อดีของไมโครเวฟแบบดาวเทียม
47


           ั
         มีอตราการส่งข้อมูลสูง
                                            ั่
         สามารถครอบคลุมพื้ นที่การสื่อสารได้ทวโลก
     ข้อเสียของไมโครเวฟแบบดาวเทียม
48


        ต้องลงทุนมากนับหมื่นล้านบาท
                                           ู้
         การติดตั้งระบบ และดูแลรักษาต้องใช้ผมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ
                                                  ้             ั
         มีการหน่ วงเวลา ทาให้ไม่เหมาะกับงานแบบที่ตองการผลลัพธ์ทนที
        ถูกรบกวนจากสภาพภูมิอากาศได้
     วิทยุเซลลูลาร์ (Cellular Radio)
49


        ใช้ในการรับ-ส่งสัญญาณเสียงสนทนาหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิ กส์ ที่อาศัยสื่อ
         ประเภทคลื่นสัญญาณวิทยุ
                                         ่
         มีระยะการรับ-ส่งสัญญาณที่จากัดอยูภายในพื้ นที่หนึ่ ง เรียกว่า “เซลล์”
         (Cell)
     เซลล์ (Cell)
50


        เซลล์แต่ละเซลล์จะมีเสาอากาศสาหรับรับและส่งสัญญาณเป็ นของตนเอง
                                                        ่
         เนื่ องจากเซลล์มีอาณาเขตติดต่อกับเซลล์อื่นที่อยูติดกันทุกด้าน จึง
                                               ่
         จาเป็ นต้องใช้คลื่นสัญญาณที่มีพลังงานตา
               ้             ั
         เมื่อผูใช้นาอุปกรณ์รบ-ส่งสัญญาณข้ามเขตจากเซลล์หนึ่ งไปยังอีกเซลล์หนึ่ ง
         เรียกว่า “การโอนการติดต่อ” (Roaming)
     พื้ นที่การติดต่อของเซลลูลาร์
51
     Cell Site
52
                                                        ข้อดีของเซลลูลาร์
53


                                    ้
         สามารถโอนการติดต่อเมื่อผูใช้เคลื่อนที่ออกจากพื้ นที่เซลล์หนึ่ งไปยังอีก
                               ั
         เซลล์หนึ่ งได้ โดยที่ยงสามารถรับ-ส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่ องได้
        คุณภาพของเสียง เนื่ องจากมีการรับ-ส่งสัญญาณแบบดิจิตอลจึงมีความ
         คมชัดกว่าแบบอนาล็อกมาก
                                                        ู้ ั
         มีการเข้ารหัสสัญญาณดิจิตอลที่ส่งออกไป ทาให้ผลกลอบดักฟั งไม่สามารถ
         เข้าใจได้
                                                        ข้อเสียของเซลลูลาร์
54


        เวลาใช้งานโทรศัพท์แต่ละเครื่องก็จะต้องใช้ความถี่ที่แตกต่างกัน ทาให้เมื่อมี
           ้
         ผูใช้งานโทรศัพท์พร้อมกันมากๆ จะทาให้ไม่สามารถทาการติดต่อสื่อสารได้
                                                              ้
         เซลล์มีขนาดเล็กครอบคลุมพื้ นที่ไม่กว้างมากนัก ทาให้ตองติดตั้งเสา
         สัญญาณ (Cell Site) จานวนมาก
                ่
         หากอยูในอาคารหรือในตัวเมืองใหญ่ๆ อาจเกิดจุดอับของสัญญาณได้
                     วิทยุแบบสเปรดสเปกตรัม (Spread
                     Spectrum)
55


             ิ
         ใช้วธีการส่งสัญญาณออกไปหลายคลื่นความถี่พร้อมๆ กันภายใน แถบคลื่น
         (Spectrum) ที่กาหนด
                 ้
         สามารถปองกันการดักฟั งสัญญาณ และทาให้การรบกวนการสื่อสารทาได้
         ยาก
               ั
         ปั จจุบนได้นาเทคนิ คนี้ มาใช้สาหรับการสื่อสารไร้สายของระบบเครือข่าย
         เฉพาะบริเวณ (Wireless LAN)
        เทคนิ คในการส่งมี 2 แบบ
          Frequency Hopping Spread Spectrum (FHSS)
          Direct Sequence Spread Spectrum (DSSS)
                          Frequency Hopping Spread Spectrum
56


                                                                    ่
         สัญญาณจะถูกส่งออกไปที่คลื่นความถี่แรก ซึ่งเลือกมาจากการสุมจากแถบ
                                          ั
         คลื่นที่กาหนดเป็ นระยะเวลาที่ส้นมาก
        จากนั้นก็เปลี่ยน (กระโดด หรือ Hopping) ไปใช้คลื่นความถี่ที่สอง ซึ่ง
                          ่
         เลือกโดยการสุมขึ้ นมาเหมือนกัน
        แล้วจึง Hopping ไปใช้คลื่นความถี่อื่นสลับกันไปเรื่อยๆ
        ในระบบนี้ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับสัญญาณจาเป็ นจาต้องทราบวิธีการเลือก
         หรือทราบลาดับการเลือกใช้คลื่นสัญญาณ รวมทั้งระยะเวลาการส่งในช่วง
                        ู
         คลื่นนั้นๆ ที่ถกต้อง จึงจะสามารถรับ-ส่งสัญญาณได้
                                                ข้อดีของ FHSS
57


        เครื่องส่งใช้พลังงานน้อยกว่าแบบ DSSS
        อุปกรณ์มีขนาดเล็ก
        มีราคาถูกกว่าแบบ DSSS
                        Direct Sequence Spread Spectrum
58


        ส่งสัญญาณออกไปทุกความถี่ในแถบคลื่นที่กาหนดพร้อมๆ กัน
        ข้อมูลจะถูกแบ่งออกเป็ นรหัสย่อย เรียกว่า “Chip” ซึ่งจะถูกกระจายและ
         ส่งออกไปในคลื่นความถี่ต่างๆ กัน
        ทางด้านเครื่องผูรบก็จะต้องทราบวิธีการค้นหา และนา Chip มาประกอบ
                         ้ั
         กันเป็ นข้อมูลตามเดิม
                                                   ข้อดีของ DSSS
59


                            ู
         ส่งข้อมูลในอัตราที่สง
        ถูกรบกวนได้นอยกว่าแบบ FHSS
                       ้
        มีระยะการรับ-ส่งข้อมูลถึง 1,000 ฟุต หรือประมาณ 330 เมตร
                                     แสงอินฟราเรด (Infrared)
60


        แสงอินฟราเรดเป็ นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า (Electromagnetic) ที่มีความถี่
         ระหว่างแสงที่ตามองเห็น และคลื่นวิทยุ
                                              ่
         เมื่อก่อนนามาใช้ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้ าทัวไป
        ปั จจุบนนามาใช้ในการสื่อสารไร้สายสาหรับเครือข่าย LAN เรียกว่า การส่ง
                ั
         สัญญาณด้วยแสงอินฟราเรด (Infrared Transmission)
                                     คุณสมบัติของแสงอินฟราเรด
61


        ลาแสงอินฟราเรดเดินทางในแนวเส้นตรง
        สามารถสะท้อนบนวัตถุผิวเรียบได้เหมือนแสงทัวไป่
        เมื่อนามาใช้สาหรับการสื่อสารในเครือข่าย LAN สามารถส่งสัญญาณได้ใน
         ระยะทางประมาณ 30-80 ฟุต หรือประมาณ 10-30 เมตร
                          ่                            ่
         จัดเป็ นสื่อที่มีชองสื่อสารกว้างพอประมาณ และอยูในระดับสูงเมื่อเทียบกับ
         สื่อประเภทสายลวดทองแดง
                             ช่องสื่อสาร IrDA (Infrared Data
                             Association)
62


                                                                    ้
         เป็ นมาตรฐานจัดตั้งขึ้ นมาจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทผูผลิตอุปกรณ์
                       ั่
         คอมพิวเตอร์ทวไป
                                            ้
         ช่วยให้สามารถสื่อสารถึงกันได้โดยไม่ตองติดตั้งสาย
        เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบ และโทรศัพท์มือถือ ชนิ ดใหม่ๆ มักจะมี
         ช่องสื่อสารอินฟราเรดติดตั้งมาด้วย
                                               ข้อดีของอินฟราเรด
63


             ้
         ไม่ตองติดตั้งสายสื่อสาร
        ง่ายต่อการโยกย้ายตาแหน่ งของอุปกรณ์
           ่
         มีชองสื่อสารกว้างสูงกว่าสื่อประเภทสายสวดทองแดง
                                                ข้อเสียของอินฟราเรด
64


        สัญญาณจะลดทอนไปตามระยะทาง
        ไม่สามารถทะลุสิ่งกีดขวางได้
                                ่ ่
         อัตราเร็วในการส่งข้อมูลตาเมือเทียบกับสื่อประเภทไร้สายชนิ ดอื่นๆ
                                                     Bluetooth
65


        พัฒนาโดย Ericssons, Toshiba และ Intel
        เป็ นเทคโนโลยีที่ใช้ส่งคลื่นวิทยุในระยะทางใกล้ๆ ระหว่างอุปกรณ์
         อิเล็กทรอนิ กส์
        ออกแบบมาให้มีราคาถูกและใช้พลังงานตา      ่
        Bluetooth ใช้ชวงความถี่ระหว่าง 2.402 GHz ถึง 2.480 GHz
                           ่
        ระยะทางที่สามารถใช้ Bluetooth ได้10 เมตร และสามารถเพิ่มกาลังส่ง
         ได้ถึง 100 เมตร
        สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 8 ชนิ ด
     เครือข่าย Bluetooth
66
                                       Wifi (Wireless LAN)
67


        มาตรฐาน IEEE 802.11b ในปี 2542
        ใช้คลื่นวิทยุที่ความถี่ 902 - 928 MHz และ 2.4 - 2.484 GHz
        ถ่ายทอดข้อมูลด้วยความเร็ว 1, 2, 5.5, 11, 22 และ 54 Mbps ใน
                ั
         ปั จจุบน
                            ้                  ่
         มีจุดเด่นตรงที่ไม่ตองเสียเวลาและค่าใช้จายในการติดตั้งสายสื่อสาร แต่
         อุปกรณ์จะมีราคาสูงกว่าเครือข่ายแบบใช้สายสื่อสาร
     Wifi
68
                    อุปกรณ์สาหรับ Wifi
69




     Access Point         Adapter
                        WiMAX
                        (Worldwide Interoperability for Microwave
70
                        Access)
                                         ื้
         เป็ นระบบเครือข่ายความเร็วสูง มีพนที่ให้บริการครอบคลุมกว้างขวางได้
         หลายกิโลเมตร
        มาตรฐานเทคโนโลยี WiMAX รุ่นแรกเปิ ดตัวในปี พ.ศ. 2548 ยังไม่
         สามารถรองรับการใช้งานอุปกรณ์สื่อสารที่มีการเคลื่อนที่ได้
        ใช้คลื่นความถี่ 2.5, 3.5 และ 5 GHz ซึ่งยังไม่ได้รบการจัดสรรเป็ นย่าน
                                                          ั
         ความถี่สาธารณะในประเทศไทยเลย
                              ู้
         สามารถให้บริการแก่ผใช้ในรัศมี 48 กิโลเมตร
        ความเร็วสูงสุดประมาณ 70 Mbps
     เครือข่าย WiMAX
71
                                        การเลือกสื่อ
72


        ราคาของสื่อ
        ความเร็วในการสื่อสาร
        อัตราความผิดเพี้ ยนของข้อมูล
        ความปลอดภัยของข้อมูล
                 เปรียบเทียบความเร็วในการสื่อสารข้อมูล
73




         ชนิดของสื่อ                 ความเร็ว
 UTP Cable                  1 – 100 Mbps
 Coaxial Cable              1 – 100 Mbps
 Fiber-Optic Cable          2 Gbps
 Terrestrial Microwave      45 Mbps
 Satellite Microwave        50 Mbps
 Spread Spectrum Radio      54 Mbps
 Infrared                   1 – 4 Mbps

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:33
posted:9/12/2012
language:Unknown
pages:73