Your Federal Quarterly Tax Payments are due April 15th Get Help Now >>

spread sheet software ???? ??? ? ???????? ?? ? data base management software by PmMsL0uP

VIEWS: 25 PAGES: 8

									                                                        ่
                                      เรื่อง ความรู้ เกียวกับซอฟต์ แวร์

   ความหมายและความสาคัญของซอฟต์ แวร์
           ซอฟต์ แวร์ (software)
หมายถึงชุดคาสั่งหรื อโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ ทางานตามลาดับขั้นตอนการทางานที่เขียนขึ้นด้ว
ยภาษาของคอมพิวเตอร์ คาสั่งเหล่านี้เรี ยงกันเป็ นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ ทางานตามคาสั่ง
การทางานพื้นฐานเป็ นเพียงการกระทากับข้อมูลที่เป็ นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็ นตัวเลข ตัวอักษร
รู ปภาพ หรื อแม้แต่เป็ นเสี ยงพูดก็ได้
                                       ั
การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ ทางานให้กบเราได้อย่างหลากหลาย เพราะมีซอฟต์แวร์ ต่างๆ ช่วยสนับสนุน
                                                                    ุ่                 ั
การทางานเหล่านั้น เช่น ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ ในการจัดทาบัญชีที่ยงยากซับซ้อน บริ ษทขายตัว  ๋
เครื่ องบินใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยในระบบการจองตัว ธนาคารใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยในการจัดการข้อมูลต่างๆ
                                                   ๋
         ่
ที่มีอยูมากมาย ครู และนักเรี ยนใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยในการจัดพิมพ์เอกสาร ดังนั้นซอฟต์แวร์ จึงหมายรวมถึง
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทาให้คอมพิวเตอร์ทางานได้
             การที่คอมพิวเตอร์ ดาเนินการได้อย่างไร
และก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใดนั้น
            ่ ั
จึงขึ้นอยูกบซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ จึงเป็ นส่ วน
สาคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์
คอมพิวเตอร์ ก็ไม่สามารถทางานได้ ซอฟต์แวร์จึง
เป็ นสิ่ งที่จาเป็ นและสาคัญมาก ซอฟต์แวร์ เป็ นส่ วน
ประกอบหนึ่งที่ทาให้ระบบสารสนเทศเป็ นไปได้ตามที่ตองการ  ้

   ซอฟต์ แวร์ และภาษาคอมพิวเตอร์
                      ้
          เมื่อมนุษย์ตองการใช้คอมพิวเตอร์ เป็ นเครื่ องมือช่วยในการดาเนินการ
มนุษย์จาเป็ นต้องบอกขั้นตอนและการดาเนิ นการให้คอมพิวเตอร์ ทราบ
การที่จะบอกสิ่ งที่มนุษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์ รับรู ้ และทางานได้อย่างถูกต้อง จาเป็ นต้องมีสื่อกลาง
                        ิ
ถ้าเปรี ยบเทียบกับชีวตประจาวันแล้ว เรามีภาษาที่ใช้ในการติดต่อซึ่ งกันและกัน
                          ้
เช่นเดียวกันถ้ามนุษย์ตองการจะถ่ายทอดความต้องการให้คอมพิวเตอร์ รับรู ้และปฏิบติตาม    ั
                                                                                 ่
จะต้องมีสื่อกลางสาหรับการติดต่อเพื่อให้คอมพิวเตอร์ รับรู ้ เราเรี ยกสื่ อกลางนี้วาภาษาคอมพิวเตอร์




                                                     1
          เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทางานด้วยสัญญาณไฟฟ้ า เปิ ดและปิ ด ซึ่งใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้
  ้                              ั
ผูออกแบบคอมพิวเตอร์จึงใช้ตวเลข 0 และ 1 นี้เป็ นรหัสแทนคาสังในการสังงานคอมพิวเตอร์
                                                                 ่        ่
รหัสแทนข้อมูลและคาสั่งโดยใช้ระบบเลขฐานสองนี้ คอมพิวเตอร์ สามารถเข้าใจได้
                                                                            ่
เราเรี ยกเลขฐานสองที่ประกอบกันเป็ นชุดคาสั่งและใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ วาภาษาเครื่ อง
                                       ่                       ั              ู้     ้ ่
          การใช้ภาษาเครื่ องนี้ถึงแม้วาคอมพิวเตอร์ จะเข้าใจได้ทนที แต่มนุษย์ผใช้จะมีขอยุงยากมาก
                                    ู้
เพราะเข้าใจและจดจาได้ยาก จึงมีผสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ ในรู ปแบบที่เป็ นตัวอักษร เป็ นประโยคข้อความ
                                                                                 ่
ภาษาในลักษณะดังกล่าวนี้เรี ยกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ ระดับสู ง ภาษาระดับสู งมีอยูมากมาย
บางภาษามีความเหมาะสมกับการใช้สั่งงานการคานวณทางคณิ ตศาสตร์
และวิทยาศาสตร์ บางภาษามีความเหมาะสมไว้ใช้สั่งงานทางด้านการจัดการข้อมูล
          ในการทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแปลภาษาระดับสู งให้เป็ นภาษาเครื่ อง
              ู้ ั
ดังนั้นจึงมีผพฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สาหรับแปลภาษาคอมพิวเตอร์ ระดับสู งให้เป็ นภาษาเครื่ อง
โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาคอมพิวเตอร์ ระดับสู งให้เป็ นภาษาเครื่ อง มี 2 ลักษณะดังนี้




        1. คอมไพเลอร์ (compiler)
จะทาการแปลโปรแกรมที่เขียนเป็ นภาษาระดับสู งทั้งโปรแกรมให้เป็ นภาษาเครื่ องก่อน
แล้วจึงให้คอมพิวเตอร์ ทางานตามภาษาเครื่ องนั้น
        2. อินเทอร์ พรีเตอร์ (interpreter) จะทาการแปลทีละคาสั่ง แล้วให้คอมพิวเตอร์ ทาตามคาสั่งนั้น
เมื่อทาเสร็ จแล้วจึงมาทาการแปลคาสั่งลาดับต่อไป
                                             ั                   ่
          ข้อแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์ กบอินเทอร์ พรี เตอร์ จึงอยูที่การแปลทั้งโปรแกรมหรื อแปลทีละคาสั่
                     ั
ง คอมไพเลอร์ ที่รู้จกกันดี เช่น ตัวแปลภาษาซี และ ตัวแปลภาษาปาสคาล ส่ วนอินเทอร์ พรี เตอร์ เช่น
ตัวแปลภาษาเบสิ ก ตัวแปลภาษาโลโก และตัวแปลภาษาโคบอล
          ซอฟต์แวร์ หรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จึงเป็ นส่ วนสาคัญที่ควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์ ให้ดาเ
นินการตามแนวความคิดที่ได้กาหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว คอมพิวเตอร์ ทางานตามโปรแกรมเท่านั้น
ไม่สามารถทางานที่นอกเหนื อจากที่กาหนดไว้ในโปรแกรม

                                                  2
                                  เรื่อง ประเภทของซอฟต์ แวร์

                                                  ั ้                       ั
         ซอฟต์ แวร์ ระบบ คือซอฟต์แวร์ ที่บริ ษทผูผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จดการกับระบบ
หน้าที่การทางานของซอฟต์แวร์ ระบบคือดาเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น
รับข้อมูลจากแผงแป้ นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ
นาข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรื อนาออกไปยังเครื่ องพิมพ์
จัดการข้อมูลในระบบแฟ้ มข้อมูลบนหน่วยความจารอง
                                                                          ั
         เมื่อเราเปิ ดเครื่ องคอมพิวเตอร์ ทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้ าให้กบคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์จะทางานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สั่งคอมพิวเตอร์ ทางานนี้เป็ นซอฟต์แวร์ ระบบ
ซอฟต์แวร์ ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรื อในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ ระบบ
คอมพิวเตอร์ จะทางานไม่ได้
ซอฟต์แวร์ระบบยังใช้เป็ นเครื่ องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ
และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ ที่ใช้ในการแปลภาษาต่าง ๆ




                                                  ั                                 ้
        ซอฟต์ แวร์ ประยุกต์ เป็ นซอฟต์แวร์ ที่ใช้กบงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผูใช้
                                               ั ู้ ั
ที่สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปั จจุบนมีผพฒนาซอฟต์แวร์ ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจาหน่ายมาก
การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์ จึงกว้างขวางและแพร่ หลาย
เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ ประยุกต์ออกเป็ นสองกลุ่มคือ ซอฟต์แวร์สาเร็ จ
                 ั                                               ั
และซอฟต์แวร์ ที่พฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์ สาเร็ จในปั จจุบนมีมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคา
ซอฟต์แวร์ตารางทางาน ฯลฯ




                                              3
ซอฟต์ แวร์ ระบบ
          คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยส่ งออก หน่วยความจา และหน่วยประมวลผล
ในการทางานของคอมพิวเตอร์ จาเป็ นต้องมีการดาเนินงานกับอุปกรณ์พ้ืนฐานที่จาเป็ น
ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ ระบบเพื่อใช้ในการจัดการระบบ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ ระบบประกอบด้วย
           1. ใช้ ในการจัดการหน่ วยรับเข้ าและหน่ วยส่ งออก เช่น รับการกดแป้ นต่าง ๆ บนแผงแป้ นอักขระ
ส่ งรหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรื อเครื่ องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า และส่ งออกอื่น ๆ เช่น เมาส์
อุปกรณ์สังเคราะห์เสี ยง
                                                                                     ั
           2. ใช้ ในการจัดการหน่ วยความจา เพื่อนาข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยงหน่วยความจาหลัก
หรื อในทานองกลับกัน คือนาข้อมูลจากหน่วยความจาหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก
           3. ใช้ เป็ นตัวเชื่ อมต่ อระหว่ างผู้ใช้ งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น
การขอดูรายการสาระบบในแผ่นบันทึก การทาสาเนาแฟ้ มข้อมูล
                                                                       ั
ซอฟต์แวร์ ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทัวไป แบ่งออกเป็ นระบบปฏิบติการ และตัวแปลภาษา
                                          ่
ซอฟต์แวร์ ทงสองประเภทนี้ ทาให้เกิดพัฒนาการประยุกต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น ระบบปฏิบัติการ
               ั่
          ระบบปฏิบัติการ หรื อที่เรี ยกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS)
เป็ นซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์
                                                                  ั                    ั             ั
เครื่ องคอมพิวเตอร์ ทุกเครื่ องจะต้องมีซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบติการนี้ เป็ นที่นิยมใช้กนมากและเป็ นที่รู้จกกันดี
เช่น ดอส วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู (OS/2) ยูนิกซ์

                                 ั            ั
        1) ดอส เป็ นซอฟต์แวร์จดระบบงานที่พฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาสั่ง เป็ นตัวอักษร
ดอสเป็ นซอฟต์แวร์ ที่รู้จกกันดีในหมู่ผใช้ไมโครคอมพิวเตอร์
                         ั            ู้

        2) วินโดวส์ เป็ นระบบปฏิบติการที่พฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถ
                                 ั        ั


                                                     4
                                                    ่
ทางานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยูในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ
การใช้งานเน้นรู ปแบบกราฟิ ก
  ้
ผูใช้งานสามารถใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพื่อเลือกตาแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ
ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปัจจุบน ั

                                ั                                ั ้ ั           ั
        3) โอเอสทู เป็ นระบบปฏิบติการแบบเดียวกับวินโดว์ส แต่บริ ษทผูพฒนาคือ บริ ษทไอบีเอ็ม
               ั          ู้
เป็ นระบบปฏิบติการที่ให้ผใช้สามารถใช้ทางานได้หลายงานพร้อมกัน
และการใช้งานก็เป็ นแบบกราฟิ กเช่นเดียวกับวินโดวส์

                                 ั         ั                    ั
         4) ยูนิกซ์ เป็ นระบบปฏิบติการที่พฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กบเครื่ องมินิคอมพิวเตอร์
            ั                          ั
ระบบปฎิบติการยูนิกซ์เป็ นระบบปฏิบติการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทางานได้หลาย ๆ
                                     ั
งานในเวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กบเครื่ องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่ องปลายทางได้หลายเครื่ องพร้อมกัน
                        ั                                   ั
          ระบบปฏิบติการยังมีอีกมาก โดยเฉพาะระบบปฏิบติการที่ใช้ในเครื อข่ายคอมพิวเตอร์
                                                              ั
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ทางานร่ วมกันเป็ นระบบ เช่น ระบบปฏิบติการเน็ตแวร์ วินโดว์สเอ็นที




          ซอฟต์ แวร์ ประยุกต์
                                              ั
         การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ได้พฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ ว
โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทาให้มีการใช้งานคล่องตัวขึ้น
จนในปัจจุบนสามารถนาคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก
              ั
                          ้
การใช้งานคอมพิวเตอร์ ตองมีซอฟต์แวร์ประยุกต์
                                    ู้ ั
ซึ่ งอาจเป็ นซอฟต์แวร์ สาเร็ จที่มีผพฒนาเพื่อใช้งานทัวไปทาให้ทางานได้สะดวกขึ้น
                                                     ่
                                            ้      ้ ั
หรื ออาจเป็ นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ ซึ่ งผูใช้เป็ นผูพฒนาขึ้นเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทางานของตน



                                                    5
ซอฟต์ แวร์ สาเร็จ
                                            ั ่
        ในบรรดาซอฟต์แวร์ ประยุกต์ที่มีใช้กนทัวไป ซอฟต์แวร์สาเร็ จ (package)
                                   ั                                             ั
เป็ นซอฟต์แวร์ ที่มีความนิยมใช้กนสู งมาก ซอฟต์แวร์ สาเร็ จเป็ นซอฟต์แวร์ ที่บริ ษทพัฒนาขึ้น
                                ู้                              ้
แล้วนาออกมาจาหน่าย เพื่อให้ผใช้งานซื้ อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ตองเสี ยเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์ อีก
ซอฟต์แวร์ สาเร็ จที่มีจาหน่ายในท้องตลาดทัวไป และเป็ นที่นิยมของผูใช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
                                          ่                        ้
ซอฟต์แวร์ประมวลคา (word processing software) ซอฟต์แวร์ ตารางทางาน (spread sheet software)
            ั
ซอฟต์แวร์จดการฐานข้อมูล (data base management software) ซอฟต์แวร์ นาเสนอ (presentation software)
และซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล (data communication software)

        1) ซอฟต์ แวร์ ประมวลคา เป็ นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สาหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิ่ม
                                                            ั
แทรก ลบ และจัดรู ปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พิมพ์ไว้จดเป็ นแฟ้ มข้อมูล
เรี ยกมาพิมพ์หรื อแก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่ องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรู ปแบบ
                                   ั
เอกสารจึงดูเรี ยบร้อยสวยงาม ปั จจุบนมีการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ ประมวลคาอีกมากมาย
                               ่       ั
ซอฟต์แวร์ ประมวลคาที่นิยมอยูในปั จจุบน เช่น วินส์เวิร์ด จุฬาจารึ ก โลตัสเอมิโปร




           2) ซอฟต์ แวร์ ตารางทางาน เป็ นซอฟต์แวร์ ที่ช่วยในการคิดคานวณ
การทางานของซอฟต์แวร์ตารางทางาน ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทางานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้
มีเครื่ องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่ องคานวณเตรี ยมไว้ให้เสร็ จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ ตวเลข
                                                                                        ั
ข้อความหรื อสู ตร สามารถสังให้คานวณตามสู ตรหรื อเงื่อนไขที่กาหนด
                             ่
  ้
ผูใช้ซอฟต์แวร์ตารางทางานสามารถประยุกต์ใช้งานประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง
ซอฟต์แวร์ ตารางทางานที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส



                                                 6
           3) ซอฟต์ แวร์ จัดการฐานข้ อมูล การใช้คอมพิวเตอร์ อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล
                           ั                                               ั
และจัดการกับข้อมูลที่จดเก็บในคอมพิวเตอร์ จึงจาเป็ นต้องมีซอฟต์แวร์จดการข้อมูล
การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่ องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็เรี ยกว่าฐานข้อมูล
ซอฟต์แวร์จดการฐานข้อมูลจึงหมายถึงซอฟต์แวร์ ที่ช่วยในการเก็บ การเรี ยกค้นมาใช้งาน การทารายงาน
               ั
                                      ั
การสรุ ปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์ จดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น เอกเซส ดีเบส พาราด็อก ฟ๊ อกเบส
             4) ซอฟต์ แวร์ นาเสนอ เป็ นซอฟต์แวร์ที่ใช้สาหรับนาเสนอข้อมูล
การแสดงผลต้องสามารถดึงดูดความสนใจ
ซอฟต์แวร์ เหล่านี้ จึงเป็ นซอฟต์แวร์ ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่ อความหมายได้ง่ายแล้
วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรู ปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ นาเสนอ เช่น เพาเวอร์ พอยต์
โลตัสฟรี แลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิ ก
            5) ซอฟต์ แวร์ สื่อสารข้ อมูล
ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ ที่จะช่วยให้ไมโครคอมพิวเตอร์ ติดต่อสื่ อสารกับเครื่ องคอมพิวเ
ตอร์ อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์
ซอฟต์แวร์ สื่อสารใช้เชื่ อมโยงต่อเข้ากับระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์ เน็ต
                                                                       ์
ทาให้สามารถใช้บริ การอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สามารถใช้รับส่ งไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้ายแฟ้ มข้อมูล
                                               ั
ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยงใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์ หรื อเมนเฟรม
เพื่อเรี ยกใช้งานจากเครื่ องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์ สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์ เช่น
โปรคอมครอสทอล์คเทลิก


      ซอฟต์ แวร์ ใช้ งานเฉพาะ
การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์ สาเร็ จมักจะเน้นการใช้งานทัวไป แต่อาจจะนามา
                                                          ่

ประยุกต์โดยตรงกับงานทางธุ รกิจบางอย่างไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้านบัญชี
หรื อในห้างสรรพสิ นค้าก็มีงานการขายสิ นค้า การออกใบเสร็ จรับเงิน การควบคุมสิ นค้าคงคลัง
                                                                                           ้
ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะสาหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการของผูใช้
แต่ละราย

                                            ู้ ั
ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็ นซอฟต์แวร์ที่ผพฒนาต้องเข้าไปศึกษารู ปแบบการทางานหรื อความต้องการขอ
งธุ รกิจนั้น ๆ แล้วจัดทาขึ้น โดยทัวไปจะเป็ นซอฟต์แวร์ ที่มีหลายส่ วนรวมกันเพื่อร่ วมกันทางาน
                                  ่
                               ั
ซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะที่ใช้กนในทางธุ รกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจาหน่าย
ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริ หารการเงิน และการเช่าซื้ อ

                                                   7
ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานทางธุ รกิจยังมีอีกมาก
                             ้ ั
ดังนั้นจึงต้องมีความต้องการผูพฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย




                                                8

								
To top