Agglutination reaction Widal s test

Document Sample
Agglutination reaction Widal s test Powered By Docstoc
					                                                                                                        ่
                                                                                              ความรู้เรืองโรคไข้ไทฟอยด์
ICD10 : A01 ข ้อมูลการเฝ้ าระวัง | แบบสอบสวนโรค
ไข ้ทัยฟอยด์ (Typhoid fever, Typhus abdominalis) ICD-10 A01.0
ไข ้พาราทัยฟอยด์ (Para typhoid fever) ICD-10 A01.1-A01.4
ลักษณะโรค
        เป็ นโรคทีเกิดจากการติดเชอแบคทีเรียรุกล้าเข ้ากระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ
                                      ่                                                        ื้
        ทาให ้เกิดอาการไข ้เฉียบพลัน โดยไข ้จะสูงอยูเป็ นระยะเวลานาน ปวดศรษะ อ่อนเพลีย เบืออาหาร                                                       ่                                                   ี                              ่
                                    ี                            ้                  ่
        ม ้ามโต ชพจรเต ้นชา เมือเทียบกับอุณหภูมรางกายทีสงขึนจากไข ้ (relative bradycardia) จุดแดง                                                ิ่                       ่ ู ้
        (rose spots) ตามลาตัว ไอแห ้งๆ
                                  ่
        ในระยะเริมแรกอาการคล ้ายท ้องผูกหลายวันถึงจะถ่ายครังแต่อจจาระเหลวมีกลินเหม็นพบมากกว่าอาก                                                                                 ้            ุ                          ่
        ารอุจจาระร่วง และอาการของระบบเนือเยือน้ าเหลือง (lymphoid tissues)                                                  ้         ่
        พบผู ้ป่ วยทีมอาการไม่รนแรง หรือมีอาการทีไม่ชดเจนได ้บ่อย การมีแผลทีตอมน้ าเหลือง Payer's
                                           ่ ี                                    ุ                                                               ่            ั                                             ่ ่
                                            ่            ้                 ่
        patches ทีลาไสเล็กสวนกลาง (ileum) ซงทาให ้มีเลือดออกในลาไสหรือลาไสทะลุได ้ (พบประมาณ                                                  ึ่                                                         ้                  ้
        ร ้อยละ1)
        โดยเฉพาะในระยะท ้ายของผู ้ป่ วยทีไม่ได ้รับการรักษาจะพบว่าผู ้ป่ วยมีอาการไข ้ทีไม่มเหงือออก                  ่                                                                                                       ่       ี ่
            ี              ้ ึ
        ชพจรชา ซม ความไวของประสาทรับเสยงลดลง และอาจมีตอมน้ าลายหน ้าหูอักเสบ                                                     ี                                                          ่
        อัตราป่ วยตายมีประมาณร ้อยละ 10 - 20 แต่ลดลงได ้ถึงน ้อยกว่าร ้อยละ 1
        ถ ้าให ้การรักษาด ้วยยาปฏิชวนะ พบว่าร ้อยละ 15 - 20                                  ี
        ของผู ้ป่ วยอาจกลับมีอาการใหม่หลังจากหายแล ้ว
        (แต่โดยทั่วไปจะมีอาการไม่คอยรุนแรงเท่ากับการป่ วยครังแรก) ผู ้ป่ วยในท ้องถินทีเกิดโรคเป็ นประจา่                                                                            ้                                     ่ ่
                  ่ ิ       ื้
        ผู ้ทีตดเชออาจมีอาการน ้อยหรือไม่มอาการเลยก็ได ้                                                                  ี
        ไข ้พาราทัยฟอยด์ มีอาการทางคลินกคล ้ายกับไข ้ทัยฟอยด์ แต่อาการน ้อยกว่า อัตราป่ วย- ตาย                         ิ
                ่                                                    ่
        ก็ตากว่ามาก อัตราสวนการเกิดโรคระหว่าง S.Typhi กับ S.Paratyphi A และ S.Paratyphi B ประมาณ
        10 : 1 การกลับเป็ นโรคซาอีกมีประมาณร ้อยละ 3 - 4 การวินจฉั ยโรค                 ้                                                                                                 ิ
                                                      ื้
        สามารถเพาะเชอทัยฟอยด์ได ้จากเลือดในระยะเริมป่ วย แม ้ว่าระยะหลังจากมีอาการแล ้ว 1                                                                        ่
        ส  ัปดาห์จะเพาะเชอได ้จากปั สสาวะและอุจจาระ        ื้
        ในกรณีทผู ้ป่ วยได ้รับยาปฏิชวนะแล ้วการเพาะเชอจากไขกระดูกจะชวยยืนยัน (พบร ้อยละ 90 - 95)
                               ี่                                                                    ี                                                      ื้                                       ่
        การตรวจเลือดด ้วยวิธ ี Agglutination reaction (Widal's test) จะได ้ผลบวกในระยะสปดาห์ท ี่ 2                                                                                                                                     ั
                                                  ิ                    ่              ่
        โดยให ้การวินจฉั ยเมือมีคาเพิมขึนเปรียบเทียบกับผลทีได ้จากตัวอย่างเลือดทีเจาะครังแรก           ่ ้                                                                     ่                                     ่              ้
                         ่                      ้
        แต่ไม่คอยใชในการวินจฉั ย เนืองจากมีข ้อจากัดของความไวและความจาเพาะ   ิ                            ่
สาเหตุ
                                                                               ื้
        ไข ้ทัยฟอยด์เกิดจากเชอ Salmonella Typhi ไข ้พาราทัยฟอยด์เกิดจากเชอ S.Paratyphi A ,                                                                                                                    ื้
        S.Paratyphi B และ S.Paratyphi C สามารถแยกเชอได ้โดยนาตัวอย่าง เชน เลือด อุจจาระ                                                                                ื้                                          ่
        น้ าไขส         ันหลัง ปั สสาวะมาเพาะเลียงเชอบนอาหารเลียงเชอชนิดต่างๆ และทาการทดสอบยืนยันด ้วยวิธ ี         ้         ื้                                     ้                 ื้
        Biochemical ร่วมกับวิธ ี Serological ในกรณีทต ้องการศกษาทางระบาดวิทยาจะทา phage typing                                                           ี่                        ึ
        และวิธ ี pulsed - field gel electrophoresis
   ี
วิธการติดต่อ
        โดยการบริโภคอาหารหรือน้ าดืมทีมเชอปนเปื้ อนมาจากอุจจาระหรือปั สสาวะของผู ้ป่ วยหรือผู ้เป็ นพาหะ      ่ ่ ี ื้
                                        ื้
        อาจพบเชอในหอยทีจับได ้ในแถบชายฝั่ งทีมทอน้ าเสยระบายลงทะเล ผลไม ้ ผักดิบ
                                                                         ่                                                                       ่ ี ่                       ี
        นมและผลิตภัณฑ์จากนม ซงอาจเป็ นตัวกลางแพร่เชอ สวนมากเชอจะติดมาจากมือของผู ้ทีเป็ นพาหะ     ึ่                                                                       ื้ ่                   ื้                                        ่
                                                                                          ื้
        แมลงวันอาจเป็ นตัวแพร่เชอมาสูอาหาร ตัวเชอจะเจริญจนได ้จานวนมากพอทีจะก่อให ้เกิดโรคในคนได ้                ่                                 ื้                                                                 ่
ระยะฟั กตัว
              ้       ่                                       ื้
        ขึนอยูกับจานวนเชอ จาก 3 วันถึง 1 เดือน โดยปกติประมาณ 8 - 14 วัน สาหรับ paratyphoid
        gastroenteritis 1 - 10 วัน
ระยะติดต่อ
        สามารถติดต่อได ้ตลอดเวลาทียังคงพบเชอในอุจจาระและปั สสาวะ ตังแต่สปดาห์แรกจนกระทั่งหาย                ่                           ื้                                                             ้         ั
        (ปกติ 1 - 2 ส                               ัปดาห์สาหรับ para typhoid) ประมาณร ้อยละ 10
        ของผู ้ป่ วยทีไม่ได ้รับการรักษาจะยังคงมีเชอในอุจจาระเป็ นเวลา 3 เดือนหลังจากเริมป่ วย ร ้อยละ 2 - 5
                                              ่                                                                                            ื้                                                                                   ่
        จะกลายเป็ นพาหะเรือรัง ผู ้ติดเชอ S.paratyphoid มีจานวนน ้อยทีอาจจะเป็ นพาหะเรือรัง
                                                                   ้                                           ื้                                                                               ่                                 ้
อาการและอาการแสดง
        มีอาการไข ้สูงลอย ปวดศรีษะและหนาวสนเป็ นอยูหลายวัน อาการระบบทางเดินอาหารคือ เบืออาหาร                                      ั่                              ่                                                                          ่
       ท ้องอืดมาก ปวดท ้องหลายวันจึงจะถ่าย ลักษณะอุจจาระจะเหลว มีกลินเหม็น ม ้ามโต                                                                                         ่
          ี                       ้ ่                                                         ิ่
       ชพจรเต ้นชาเมือเทียบกับอุณหภูมรางกายทีสงขึนจากไข ้ (relative bradycardia) อาจมี DIC shock              ่ ู ้
       (Disseminated Intravascular Coagulopathy Shock) คือภาวะทีเลือดแข็งตัวกระจายไปทั่วร่างกาย                                                                           ่
       มีเลือดออกในลาไสหรือลาไสทะลุได ้ พบประมาณร ้อยละ       ้                      ้
       1ในระยะท ้ายของผู ้ป่ วยทีไม่ได ้รับการรักษาจะพบว่าผู ้ป่ วยมีอาการไข ้ ไม่มเหงือออก ชพจรชา ซม
                                                                        ่                                                                                                       ี ่                        ี             ้ ึ
       ความไวของประสาทรับเส                                               ียงลดลง และอาจมีตอมน้าลายหน ้าและหูอักเสบ     ่
ระบาดวิทยาของโรค
       Salmonella Typhi, S.Paratyphi A , S.Paratyphi B และ S.Paratyphi C มีเพียงมนุษย์เป็ น host
                                                                    ่
       แพร่กระจายจากคนไปสูคนโดยไม่ม ี intermediate host จึงไม่มรายงานการตรวจพบในสตว์                                                                                ี                                            ั
                                      ั
       หรืออาหารสตว์โดยทั่วไป Salmonella Typhi
       จะถูกปลดปล่อยออกมากับอุจจาระคนและปนเปื้ อนอยูในสภาพแวดล ้อมต่างๆ เชน น้ า                                                          ่                                              ่
                                              ่                   ื้ ้
       หรือมือของผู ้ทีปล่อยเชอนั นออกมาและนาไปสูการปนเปื้ อนอาหารหรือเครืองมือเครืองใชอืนๆ                               ่                                                      ่                   ่               ้ ่
                             ื้
       จึงได ้รับเชอ Salmonella Typhi เข ้าไปทางน้ าหรืออาหารทีมการปนเปื้ อนจากอุจจาระของคนเท่านัน                                                       ่ ี                                                                 ้
       ในการติดเช                  ือจาก S.Typhi ทั่วๆ ไปมักบอกไม่ได ้ว่าได ้รับเชอเข ้าไปอย่างไร แต่ในการระบาดจาก
                                    ้                                                                                                                     ื้
       S.Typhi ในต่างประเทศมีการดาเนินการสอบสวนโรคอย่างรัดกุม
       ทาให ้สามารถบอกได ้ว่าเกิดเนืองจากการปนเปื้ อนของเชอจากอุจจาระไปยังอาหารต่างๆ   ่                                                           ื้
       ในแต่ละปี ประมาณว่ามีผู ้ป่ วยใหม่จานวน 17 ล ้านราย ตายประมาณ 600,000 ราย
       มีหลายสายพันธุทดอต่อ Chloramphenicol และยาปฏิชวนะตัวอืน ๆ ในหลายพืนทีของโลก
                                                  ์ ี่ ื้                                                                                       ี                       ่               ้ ่
                   ่
       โดยสวนใหญ่จะแยกได ้จากแถบเอเซยใต ้ และเอเซยตะวันออกเฉียงใต ้                                  ี                          ี
       ตะวันออกกลางและตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกา ในปี 2533 มีสายพันธุทม ี R factor plasmid                                                                                       ์ ี่
              ึ่                                          ้                      ี
       ซงมีพันธุกรรมการดือยาปฏิชวนะหลายชนิดทีสาคัญในการให ้ผู ้ป่ วยกินเพือการรักษารวมทังยา                         ่                                                         ่                                       ้
       chloramphenicol amoxicillin และtrimethoprim/sulfamethoxazole ไข ้พาราทัยฟอยด์
       เกิดประปรายหรือเกิดการระบาดและหยุดเร็ว (limited outbreaks) จะพบในเด็กทีอายุน ้อยกว่า 1 ปี                                                                                               ่
การรักษา
                                                                            ื้
       รักษาตามอาการ ปั จจุบันเชอ S.Typhi มีการดือต่อยาทีกาหนดไว ้ในการรักษาเพิมมากขึน                                ้                     ่                                              ่                 ้
       สาหรับผู ้ป่ วยในแถบเอเซย มีการรายงานว่า Asian strains         ี
                                                                               ่
       มีความไวต่อยาลดน ้อยลงเมือเชออยูในร่างกาย เมือตรวจพบเชอ Salmonella Typhi หรือ       ื้      ่                          ่                                  ื้
       Salmonella Paratyphi
       กรณีอาการไม่รนแรง                        ุ
       ผู ้ใหญ่ใช ้ Cotrimoxazole 160/800 มก.วันละ 2 ครัง นาน 3 วัน                                                               ้
       เด็กใช ้ Cotrimoxazole 10 มก.(trimetroprim)วันละ 2 ครัง นาน 3 วัน                                                                               ้
       กรณีอาการรุนแรง
       ผู ้ใหญ๋ใช ้ Ciprofloxacin 500 มก.วันละ 2 ครัง นาน 3 วัน                                                   ้
       เด็กใช ้ Ciprofloxacin 10-20 มก.วันละ 2 ครัง นาน 3 วัน                                                   ้
       หากพบเช          ือทีดอยาดังกล่าวจึงพิจารณาใช ้ Ceftrixone หรือ ofloxacin ไม่ควรดูอาการว่า
                         ้ ่ ื้
                                            ้
       ไข ้ลงเร็วหรือชาว่าเป็ น response ต่อยาหรือไม่ เพราะไข ้จะลงชา แต่ผู ้ป่ วยจะรู ้สกสบายขึน                                                                     ้                      ึ                     ้
   ี
วิธการป้ องกันและควบคุมโรค
       มาตรการปองก ัน           ้
                           ึ
       1. ให ้สุขศกษาแก่ประชาชนทั่วไป
       โดยเฉพาะอย่างยิงผู ้ประกอบการเกียวกับอาหารและผู ้ดูแลผู ้ป่ วยและเด็กในเรืองสุขนิสยในการรักษาค
                                                    ่                                            ่                                                                                  ่                    ั
       วามสะอาด เน ้นความสาคัญของการล ้างมือ จัดให ้มีอางล ้างมือ                                                                     ่
       2. จัดให ้มีการสุขาภิบาล ในเรืองการกาจัดอุจจาระ และการป้ องกันแมลงวัน       ่
       ในกรณีทไม่มส  ี่                 ี     ้วมควรกาจัดอุจจาระด ้วยการฝั ง และทีฝังจะต ้องห่างจากแหล่งน้ าดืม                         ่                                                          ่
       3. จัดทาให ้แหล่งน้ าสะอาดและใสคลอรีน                                                   ่
       รวมทังการไหลย ้อนกลับของระบบน้ าทิงซงอาจปนเปื้ อนกับแหล่งน้ าสะอาด
                 ้                                                                                     ้ ึ่
                                                            ่
       สาหรับการป้ องกันสวนบุคคลหรือในชุมชนย่อยนั น น้ าดืมน้ าใชควรได ้รับการต ้มหรือใสคลอรีน                              ้                 ่                ้                                       ่
       4. การควบคุมแมลงวัน โดยใชมุ ้งลวด พ่นยาฆ่าแมลงหรือใชกับดัก                        ้                                                                   ้
       ควบคุมการขยายพันธุด ้วยการเก็บและทาลายขยะโดยวิธทเหมาะสม  ์                                                                                 ี ี่
       5. ระมัดระวังเรืองความสะอาดในการเตรียม การขนสง
                                          ่                                                                                         ่
       และการเก็บรักษาอาหารโดยเฉพาะอย่างยิงการเก็บรักษาอาหารจาพวกสลัดหรืออาหารอืนๆ                          ่                                                                                                  ่
       ทีต ้องอาศ
            ่                                          ่
                          ัย การแชเย็น พึงระมัดระวังไม่วาจะเป็ นการประกอบอาหารในบ ้านหรือทีสาธารณะ       ่                                                                                       ่
                           ี่                                                  ่
ในกรณีทไม่แน่ใจในเรืองความสะอาดของอาหารนัน ควรเลือกรับประทานอาหารทีปรุงสุกใหม่และร ้อน                                                                                            ้                                                                                                ่
6. นมหรือผลิตภัณฑ์นมควรผ่านการพาสเจอร์ไรซ ์ หรือการต ้มก่อน
                                           ่
ให ้คาแนะนาเรืองการควบคุมการผลิต การเก็บรักษา และการจัดจาหน่ายให ้ถูกสุขลักษณะ
7. ควบคุมการผลิตอาหารและเครืองดืมให ้เหมาะสม                                                              ่                           ่
                ้
ให ้ใชน้ าผสมคลอรีนในโรงงานผลิตอาหารและเครืองดืมให ้ปรุงอาหารทุกชนิดจากสตว์ให ้สุกจริงๆ                                                                                       ่             ่                                                                                        ั
โดยเฉพาะเป็ ดไก่ทแช                                            ี่                ่แข็ง ผลิตภัณฑ์จากไข่และเนือ หลีกเลียงการปนเปื้ อนในครัว การกินไข่ดบ                               ้                                  ่                                                                                ิ
ไข่ผสมเหล ้าหรือไอสครีมทีทาโดยใชมือ และการใชไข่ทสกปรกหรือแตกร ้าว                              ่                                        ้                                                 ้          ี่
นมทุกชนิดและผลิตภัณฑ์จากไข่ควรจะต ้องได ้รับการพาสเจอร์ไรชมาก่อน                                                                                                                                                                  ์
8.
จากัดการเก็บและการจัดจาหน่ายอาหารทะเลจากแหล่งทีได ้รับการรับรองว่าสะอาดและควรได ้รับการป                                                                                                                 ่
                                                             ่
รุงโดยการต ้มหรือนึงด ้วยไอน้ าอย่างน ้อย 10 นาที ก่อนรับประทาน
                     ่ ิ        ื้
9. ผู ้ทีตดเชอหรือพาหะควรหลีกเลียงจากการประกอบอาหารและการดูแลผู ้ป่ วย                                        ่
และให ้คาแนะนาแก่ผู ้เป็ นพาหะควรพักการทางานเกียวกับอาหารจนกว่าจะตรวจไม่พบเชอจากอุจจาระ                                                                                               ่                                                                                                          ื้
หรือปั สสาวะ ติดต่อกัน 3 ครัง ห่างกันอย่างน ้อย 1 เดือนและหลังหยุดยาปฏิช                           ้                                                                                                                                                              ีวนะอย่างน ้อย 48
   ั่
ชวโมง ตัวอย่างอุจจาระนิยมเก็บจากอุจจาระสด (fresh stool) คนทีเป็ นพาหะเรือรัง                                                                                                                                                        ่                                        ้
มักพบนิวในถุงน้ าดี หรือภาพถ่ายรังสพบความผิดปกติของท่อทางเดินน้ าดี
                       ่                                                                                                            ี
ปั จจุบันมีหลายการศกษาพบว่ายากลุม quinolone ตัวใหม่                    ึ                                                          ่
ให ้ผลในการรักษาผู ้เป็ นพาหะได ้อย่างดีเยียม แม ้ว่ายังมีโรคเกียวกับทางเดินน้ าดีหรือถุงน้ าดี                                                       ่                                                                  ่
การติดตามผลการเพาะเชอ ยังมีความจาเป็ นเพือยันยันผลการรักษา                                ื้                                                                      ่
                                                ี
10. การให ้วัคซนแก่ผู ้ทีมโอกาสสมผัสเชอจากหน ้าที่ เชน นั กเทคนิคการแพทย์          ่ ี                      ั                                  ื้                                                  ่
                  ิ
สมาชกของครอบครัวผู ้เป็ นพาหะ หรือผู ้ทีเดินทางไปยังพืนทีทมความชุกของโรคสูง                                                                       ่                                                     ้ ่ ี่ ี
หรือพืนทีทการสุขาภิบาลไม่ด ี วัคซ ่
                    ้ ่ ี่                                                                                                                          ้
                                                                                                                    ีนทีใชเป็ นวัคซนตัวเป็ นชนิดให ้ทางปากใชเชอ S.Typhi strain  ี                                                                                   ้ ื้
Ty21a (ใช ้ 3 - 4 dose ห่างกัน 2 วัน) สาหรับชนิดฉีด มี Polysaccharide Vi.antigen (ให ้ครังเดียว)                                                                                                                                                                                                      ้
             ี ้
วัคซนทังชนิดกินและฉีดนีให ้การป้ องกันโรคได ้เชนเดียวกับวัคซนชนิดทีใชแบคทีเรียทังเซลล์ (whole้                                                                              ่                                              ี                       ่ ้                                       ้
cell bacteria vaccine) และมีปฏิกรยาข ้างเคียงน ้อยมาก ซงเป็ นทางเลือกการใชวัคซน อย่างไรก็ด ี                    ิ ิ                                                                                           ึ่                                                                 ้       ี
              ี
วัคซนชนิดกิน Ty21a และชนิด whole cell ไม่ควรให ้ในผู ้ได ้รับยาปฏิชวนะ หรือยารักษามาเลเรีย                                                                                                                                                  ี
mefloquine เพราะเกิดปฏิกริยาข ้างเคียงค่อนข ้างรุนแรง การให ้วัคซ                                                                                                                                                                     ีนกระตุ ้น
         ่                                                        ี่
เพือป้ องกันความเสยงต่อการติดเชอ ชวงการให ้วัคซนกระตุ ้น 2 - 5 ปี ขึนอยูกับชนิดของวัคซน                          ื้                          ่                                          ี                                                           ้           ่                                   ี
                                                         ี
สาหรับการให ้วัคซนในไข ้พาราทัยฟอยด์ ในการทดลองภาคสนาม พบว่าวัคซนทัยฟอยด์ชนิดกิน (Ty                                                                                                                                                                              ี
                         ่
21 a) ชวยป้ องกัน paratyphoid B แต่ไม่ดเท่าป้ องกัน typhoid                                                                                               ี
การควบคุมผูปวย ผูสมผ ัส และสงแวดล้อม:        ้่                             ้ ั                                         ิ่
การแยกผู ้ป่ วย:- การแยกแยะผู ้ติดเชอไม่มอาการเป็ นสงจาเป็ น ควรระมัดระวังเรืองอาหาร น้ า                                      ื้                       ี                                     ิ่                                                                         ่
และการถ่ายของผู ้ป่ วย การป่ วยในระยะเฉียบพลันควรได ้รับการดูแลทีโรงพยาบาล                                                                                                                                                              ่
ควรติดตามผู ้ป่ วยจนกว่าการเพาะเชอจากอุจจาระหรือปั สสาวะได ้ผลลบติดต่อกัน 3 ครัง                                     ื้                                                                                                                                                                    ้
โดยแต่ละครังห่างกันไม่น ้อยกว่า 24 ช
                                   ้                                                                                                       ่
                                                                                                                                          ัวโมงและอย่างน ้อย 48 ชวโมงหลังได ้รับยาปฏิชวนะ                                    ั่                                                                ี
และไม่ควรเร็วกว่า 1 เดือนหลังเริมเกิดอาการ ถ ้ามีผลเพาะเชอครังใดครังหนึงได ้ผลบวก                       ่                                                                                                           ื้          ้                ้            ่
ให ้ติดตามเพาะเชอทุก ๆ 1 เดือน ระหว่างระยะเวลา 12     ื้
เดือนหลังเกิดอาการจนกว่าจะพบว่าการเพาะเชอให ้ผลลบติดต่อกัน 3 ครัง                                                                                                   ื้                                                                                 ้
การทาลายเชอ:-                           ื้
                                                                         ิ่
สาหรับอุจจาระและสงของทีปนเปื้ อนในชุมชนซงมีระบบการกาจัดของเสยทีทันสมัยและดีพอ                    ่                                                                     ึ่                                                                             ี ่
อุจจาระสามารถทีจะปล่อยโดยตรงลงในภาชนะทีเก็บโดยไม่ต ้องมีการฆ่าเชอเบืองต ้นใด ๆ
                                                    ่                                                                                                                     ่                                                                                ื้              ้
แต่ต ้องทาความสะอาดขันสุดท ้าย                                                       ้
การแยกผู ้ต ้องสงส                                         ัย: ไม่จาเป็ น
                              ิ                                              ั
การให ้ภูมคุ ้มกันแก่ผู ้สมผัส: ฉีดวัคซนป้ องกันโรคทัยฟอยด์ให ้แก่สมาชกในบ ้าน ผู ้ดูแลผู ้ป่ วย                           ี                                                                                                              ิ
      ึ่                             ื้
ซงอาจติดเชอจากผู ้ป่ วยหรือพาหะได ้ สาหรับกรณี paratyphoid Aการให ้วัคซนไม่มผลต่อการป้ องกัน                                                                                                                                                                           ี               ี
                                                  ั
การสอบสวนผู ้สมผัส : ควรตรวจหาแหล่งทีมโอกาสแพร่เชอ สอบสวนหาผู ้ป่ วยทียังไม่ได ้รับรายงาน                                                                   ่ ี                                            ื้                                                                  ่
ผู ้เป็ นพาหะ ตรวจสอบอาหาร น้ า นม หรืออาหารทะเลทีอาจปนเปื้ อนเชอโรค                                                                                                                             ่                                            ื้
           ่                                                         ิ
กลุมผู ้เดินทางสมาชกในบ ้านและผู ้สมผัสใกล ้ชดผู ้ป่ วยไม่ควรให ้ทาหน ้าทีเกียวข ้องกับอาหาร                                 ั                                  ิ                                                                                        ่ ่
จนกว่าจะมีผลการเพาะเชอจากอุจจาระหรือปั สสาวะไม่พบเชออย่างน ้อย 2 ครัง                  ื้                                                                                                                        ื้                                                  ้
โดยทาห่างกันอย่างน ้อย 24 ชวโมง                                                                      ั่
มาตรการในระยะระบาด:
                                                          ่
ทบทวนรายงานผู ้ป่ วย เพือพิจารณาเวลาและสถานทีสมผัสโรคและประชากรกลุมเสยง                                                  ่ ั                                    ่   ี่
                                                            ื่
ดาเนินการตรวจเช็ครายชออาหารทีรับประทานและอาหารทีแชเหลือไว ้ในตู ้เย็น              ่                                              ่ ่
            ั
การซกถามอาการทางคลินคร่วมกับการประมาณเวลาของระยะฟั กตัวจะชวยในการตังสมมติฐานของเช ื้
                                                                 ิ                                                                                     ่               ้
อสาเหตุ ให ้เก็บตัวอย่างอาเจียน อุจจาระสงตรวจทางห ้องปฏิบัตการ                                     ่                                       ิ
พร ้อมกับการวินจฉั ยเบืองต ้นประกอบไปด ้วย สมภาษณ์ผู ้ป่ วยโดยการสุมมาจานวนหนึง
                                ิ                  ้                                                           ้                                     ่                   ่
เปรียบเทียบอัตราป่ วยตามชนิดอาหารในกลุมทีรับประทานและไม่ได ้รับประทาน อาหารทีสงสยคือ                      ่ ่                                                              ่   ั
                          ่ ี
ชนิดอาหารทีมความแตกต่างของอัตราป่ วยทัง 2 กลุม โดยกลุมทีรับประทานจะมีอตราป่ วยทีสงกว่า                       ้         ่               ่ ่                        ั          ่ ู
   ั
ซกถามแหล่งทีมาของอาหารทีสงสย และวิธการปรุง และการเก็บถนอมอาหารก่อนนาไปบริโภค
                              ่                                          ่     ั                           ี
                                  ่
ตรวจหาแหล่งทีอาจมีการปนเปื้ อน และชวงเวลาของการแชในตู ้เย็นและการอุนอาหาร                     ่                                    ่                          ่
       ่                                   ่ ื้
เพือคานวณเวลาทีเชอแบ่งตัวพร ้อมตรวจสอบตัวกลางนาโรค เชน น้ าและอาหารอย่างถูกต ้อง                                                         ่
         ่
จัดสงอาหาร (ทีเหลือ) ทีสงสยตรวจทางห ้องปฏิบตการ
                                    ่                          ่       ั                                           ั ิ
                                      ื้
การตรวจแยกเชอไม่พบไม่ได ้เป็ นการแยกโรค
                     ้                      ่
ถ ้าอาหารนันมีการอุนเพราะสารพิษทนทานต่อความร ้อนได ้ดีควรค ้นหาผู ้ป่ วยหรือพาหะ
ซ  ึงจะเป็ นแหล่งแพร่เชอ แหล่งน้ าทีสงสยว่าอาจมีการปนเปื้ อนของเชอควรใสคลอรีน
     ่                                          ื้                               ่          ั                                                  ื้           ่
หรือหลีกเลียงไม่ใช ้ น้ าดืมต ้องใสคลอรีนหรือต ้มก่อน
                        ่                               ่                   ่
                   ่
โอกาสทีจะเกิดการระบาดใหญ่:
กรณีทมปัญหาการขาดแคลนน้ า มีการสุขาภิบาลไม่ดพอการควบคุมสงปฏิกล
              ี่ ี                                                                                                        ี                       ิ่      ู
และการควบคุมเรืองอาหารและน้ าดืม         ่                                           ่
                                                                     ่
หากมีผู ้ป่ วยหรือมีพาหะในกลุมผู ้อพยพเคลือนย ้ายอาจจะทาให ้มีโอกาสเกิดการแพร่ระบาดของโรคได ้        ่
อย่างไรก็ตาม การเกิดการระบาดจากกรณีนพบได ้ไม่บอยนัก การจัดหาน้ าดืมทีสะอาด                             ี้                   ่                            ่ ่
และควบคุมการกาจัดสงปฏิกลเป็ นสงทีจาเป็ นมากกว่า      ิ่            ู                   ิ่ ่
การให ้วัคซ            ีนจะเลือกเฉพาะรายทีมข ้อบ่งชเป็ นพิเศษ เชน กลุมเด็กนั กเรียน นั กโทษ
                                                                           ่ ี                  ี้                              ่    ่
บุคลากรในโรงพยาบาลเป็ นต ้น
มาตรการระหว่างประเทศ
สาหรับไข ้ทัยฟอยด์แนะนาให ้ฉีดวัคซนให ้แก่ผู ้ทีจะเดินทางไปยังพืนทีทมความชุกของโรคสูง    ี                       ่                           ้ ่ ี่ ี
และโดยเฉพาะถ ้าจะต ้องบริโภคอาหารหรือน้ าจากพืนทีนัน                                                                 ้ ่ ้
           ้ ้
แต่ทังนีไม่เป็ นข ้อบังคับตามกฎหมายระหว่างประเทศทังไข ้ทัยฟอยด์ และไข ้พาราทัยฟอยด์                                           ้

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:95
posted:6/24/2012
language:Thai
pages:4