If you go sailing

Document Sample
If you go sailing Powered By Docstoc
					                                     แผนการจัดการเรียนรู้
                                          Unit 2 Play safe
รหัสวิชา/ชื่อรายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ชั้น ประถมศึกษาปี ที่ 6                เวลาเรียน 13 ชัวโมง ภาคเรียนที่____________
                                                      ่
ผู้สอน _______________________________ โรงเรียน___________________________________


                              ั
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วด
                 ่
สาระที่ 1 ภาษาเพือการสื่ อสาร
                                      ่
มาตรฐาน ต 1.1 เข้ าใจและตีความเรื่องทีฟังและอ่านจากสื่ อประเภทต่ างๆ และแสดงความคิดเห็น
                 อย่ างมีเหตุผล
                      ั
         ตัวชี้วด 2. อ่านออกเสี ยงข้อความ นิ ทาน และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
                         3. เลือก/ระบุประโยคหรื อข้อความสั้นๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรื อเครื่ องหมายที่อ่าน
                         4. บอกใจความสาคัญ และตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา นิทานง่ายๆ
                              และเรื่ องเล่า
                            ั                                     ่
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกษะการสื่ อสารทางภาษาในการแลกเปลียนข้ อมูลข่ าวสาร แสดงความรู้ สึกและ
                        ความคิดเห็นอย่างมีประสิ ทธิภาพ
                ั
         ตัวชี้วด 1. พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่ อสารระหว่างบุคคล
                        4. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่ องใกล้ตว
                                                     ้                                                ั
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้ อมูลข่ าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่ างๆ โดยการพูดและ
                         การเขียน
         ตัวชี้วด 1. พูด/เขียนให้ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และสิ่ งแวดล้อมใกล้ตว
                  ั                          ้                                    ั
                        3. พูด/เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่ องต่างๆ ใกล้ตว
                                                                              ั
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้ าใจความสั มพันธ์ ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้ าของภาษา และนาไปใช้ ได้
                        อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
                    ั
         ตัวชี้วด 3. เข้าร่ วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ



                                                     66
มาตรฐาน ต 2.2
                        เข้ าใจความเหมือนและความแตกต่ างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้ าของภาษากับภาษ
                        าและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้ อย่ างถูกต้ องและเหมาะสม
                  ั
         ตัวชี้วด 1. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสี ยงประโยคชนิดต่างๆ
                             การใช้เครื่ องหมายวรรคตอน
                             และการลาดับคาตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
                                           ั
สาระที่ 3 ภาษากับความสั มพันธ์ กบกลุ่มสาระการเรียนรู้ อน   ื่
                                                               ั
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ ภาษาต่ างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้ กบกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่น และเป็ นพืนฐาน ้
                        ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทัศน์ ของตน
         ตัวชี้วด 1. ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรี ยนรู ้อื่นจากแหล่งการเรี ยนรู ้
                ั
                             และนาเสนอด้วยการพูด/การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสั มพันธ์ กบชุ มชนและโลกั
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ ภาษาต่ างประเทศในสถานการณ์ ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุ มชน และสั งคม
         ตัวชี้วด 1. ใช้ภาษาสื่ อสารในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรี ยนและสถานศึกษา
                    ั
                                                         ้
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ ภาษาต่ างประเทศเป็ นเครื่องมือพืนฐานในการศึกษาต่ อ การประกอบอาชีพ และ
                                     ่          ั
                        การแลกเปลียนเรียนรู้ กบสั งคมโลก
                      ั
         ตัวชี้วด 1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสื บค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

            การเรี ยนรู้คาศัพท์ และฝึ กพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับวิธีการป้ องกันตัวเองให้ปลอดภัยในขณะเล่นกีฬา
การอ่านเนื้ อเรื่ องสั้นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬา การใช้คาคุณศัพท์แสดงความรู ้สึกต่างๆ ในขณะเล่นกีฬา
ทาให้ผเู ้ รี ยนสามารถขอและให้ขอมูลเกี่ยวกับวิธีการป้ องกันตัวเอง
                                     ้
ใช้คาคุณศัพท์แสดงความรู ้สึกในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่ งเป็ นประโยชน์ต่อการนาไปใช้สื่อสารในชีวิตประจาวัน

3. สาระการเรี ยนรู้
      3.1 สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง
            - กลุ่มคา ประโยคเดี่ยว และความหมายเกี่ยวกับอุปกรณ์การป้ องกันตัวให้ปลอดภัยในขณะ
              เล่นกีฬา
            - ประโยค บทสนทนา เนื้ อเรื่ องสั้นๆ ที่มีภาพประกอบ

                                                   67
         - คาศัพท์และประโยคบอกความรู้สึก เมื่อเล่นกีฬาชนิดต่างๆ
         - ความแตกต่างของเสี ยงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
 -         การรวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตวจากสื่ อและแหล่งการเรี ยนรู ้ต่างๆ
                                             ั
   3.2 สาระการเรี ยนรู้ ท้องถิ่น
         -

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรี ยน
     4.1 ความสามารถในการคิด
           - ทักษะการคิดวิเคราะห์
           - ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์
     4.2 ความสามารถในการสื่ อสาร

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

        -     ซื่อสัตย์สุจริ ต
                  ิ ั
            - มีวนย
            - มุ่งในการทางาน

6. ชิ้นงาน/ภาระงาน

        - การพูดถามและตอบเกี่ยวกับความรู ้สึก เมื่อเล่นกีฬาชนิ ดต่างๆ
        - การเขียนบรรยายสั้นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์การป้ องกันตัวให้ปลอดภัยในขณะเล่นกีฬา
        - การทาแผ่นพับเกี่ยวกับกีฬาที่ชอบ
        - การรวบรวมคาศัพท์ใน Your word book

7. การวัดและประเมินผล

     7.1 การประเมินก่อนเรียน
         - ประเมินการทาแบบทดสอบ
     7.2 การประเมินระหว่ างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
         - ประเมินการทาแบบฝึ กหัด
         - สังเกตพฤติกรรมการเรี ยนรู ้ในช่วงการทากิจกรรม
                                                68
      7.3 การประเมินหลังเรียน
          - ประเมินการทาแบบทดสอบ
          - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
      7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
           - ประเมินการพูดถามและตอบเกี่ยวกับความรู ้สึก เมื่อเล่นกีฬาชนิดต่างๆ
          - ประเมินการเขียนบรรยายสั้นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์การป้ องกันตัวให้ปลอดภัยในขณะเล่นกีฬา
          - ประเมินการทาแผ่นพับเกี่ยวกับกีฬาที่ชอบ
          - ประเมินการรวบรวมคาศัพท์ใน Your word book

8. กิจกรรมการเรี ยนรู้

         - กิจกรรมนาสู่ การเรี ยน
         -                                                         ั
                                          กิจกรรมพัฒนาการเรี ยนรู้ดงแนบมาพร้อมนี้
         - กิจกรรมรวบยอด

9. สื่ อ/แหล่ งการเรียนรู้

           1. หนังสื อเรี ยน Smile ป. 6
           2. แบบฝึ กหัด Smile ป. 6
           3. Audio CD Smile ป. 6
           4. บัตรภาพ บัตรคา




                                                  69
                                       แผนการจัดการเรียนรู้
                                      Unit 2 Play safe (Lesson 1)

1. สาระสาคัญ

           การเรี ยนรู ้คาศัพท์เกี่ยวกับกีฬา อุปกรณ์การป้ องกันตัว และการใช้ประโยค If clause
ทาให้ผเู้ รี ยนสามารถพูดและเขียนเกี่ยวกับกีฬาและอุปกรณ์การป้ องกันตัวได้
โดยจะเป็ นพื้นฐานความรู ้เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่ อสารในชีวิตประจาวัน

          ั
2. ตัวชี้วด/จุดประสงค์ การเรี ยนรู้

             - ออกเสี ยง สะกดคา และบอกความหมายคาศัพท์เกี่ยวกับกีฬาต่างๆ ได้
             - พูดและเขียนเพื่อขอและให้ขอมูลเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์การป้ องกันตัวได้
                                        ้
             - เขียนประโยคแสดงความรู ้สึกขณะเล่นกีฬาแต่ละชนิดได้
             - อ่านออกเสี ยงประโยคตามที่กาหนดได้
             - เล่นเกมทางภาษาตามที่กาหนดได้

3. สาระการเรี ยนรู้
      3.1 สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง
            - กลุ่มคา ประโยค และความหมายเกี่ยวกับกีฬา และอุปกรณ์การป้ องกันตัว
            - ประโยค บทสนทนา และเนื้อเรื่ องสั้นๆ ที่มีภาพประกอบ
            - คาศัพท์ และประโยคเกี่ยวกับการแสดงความรู ้สึกขณะเล่นกีฬาแต่ละชนิด เช่น
              I think (ชื่อกีฬา) is the most (คาคุณศัพท์).
            - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม
            - การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ต่างๆ
       3.2 สาระการเรี ยนรู้ ท้องถิ่น
            -

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรี ยน

                                                     70
       4.1 ความสามารถในการสื่ อสาร
       4.2 ความสามารถในการคิด
             - ทักษะการคิดวิเคราะห์
       4.3 ความสามารถในการใช้ ทักษะทางภาษา
             - กระบวนการปฏิบติ ั
             - กระบวนการทางภาษา

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

               - ซื่อสัตย์สุจริ ต
               - ใฝ่ เรี ยนรู้
 -               มุ่งมันในการทางาน
                         ่

6. กิจกรรมการเรี ยนรู้

     6.1 ชั่วโมงที่ 1-2
กิจกรรมนำสู่ กำรเรี ยน
  1. ครู ถามนักเรี ยนในชั้นว่า กีฬาโปรดของนักเรี ยนคือกีฬาชนิดใด โดยใช้ประโยค ดังนี้
                    Teacher:             What is your favourite sport?
                    Students:            Basketball, volleyball … etc.
  2. ครู นาภาพกีฬามา 1 ภาพ ติดไว้บนกระดาน เช่น ภาพนักกีฬาเทนนิส ให้นกเรี ยนดูภาพ   ั
     แล้วช่วยกันตอบคาถามของ ดังนี้
                    Teacher:             What are they doing?
                    Students:            They are playing tennis.
                    Teacher:             How many people are there playing tennis?
                    Students:            Two people.
          ั                                                              ิ
  3. ให้นกเรี ยนช่วยกันคิดว่า ควรจะเล่นกีฬาอย่างไรให้ปลอดภัย มีวธีการใดบ้าง
     นักเรี ยนช่วยกันระดมความคิด
  4. ครู บอกนักเรี ยนว่าใน Unit 2 Lesson 1 นี้ นักเรี ยนจะได้เรี ยนรู ้คาศัพท์เกี่ยวกับกีฬา
     การเปรี ยบเทียบขั้นสู งสุ ดด้วยคาว่า the most และการพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับกีฬาต่างๆ

                                                   71
กิจกรรมพัฒนำกำรเรี ยนรู้
 1. นักเรี ยนดูภาพในหนังสือเรียน หน้ ำ 18 ข้ อ 1 What can you see? ครู จบเวลานักเรี ยน 3 นาที
                                                                              ั
            ั
     ให้นกเรี ยนจารายละเอียดของภาพทั้ง 4 ภาพ ให้ได้มากที่สุด จากนั้นปิ ดหนังสื อเรี ยน
     ครู ถามนักเรี ยนเป็ นภาษาไทยว่า นักเรี ยนเห็นอะไรบ้าง พวกเขากาลังทาอะไร แต่ละภาพมีกี่คน
     นักเรี ยนช่วยกันตอบแล้วเปิ ดหนังสื อเรี ยน หน้า 18 อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ครู เปิ ด CD/Track 15
     ให้นกเรี ยนฟัง 1 ครั้ง เพื่อทากิจกรรมในหนังสือเรี ยน หน้ ำ 18 ข้ อ 2 Look, listen and answer.
          ั
                      ั
     โดยครู บอกให้นกเรี ยนฟังอย่างตั้งใจ เพื่อใช้เป็ นข้อมูลในการตอบคาถาม



                    1.   Look at the picture of the mountains. How many people are there?
                    2.   What are the girls doing on the beach?
                    3.   Can you see any rubbish on the beach?
                    4.   Find the man under the tree. What is he doing?
                    5.   Find two boys who are skateboarding. Are they wearing helmets?

                         ั
       เสร็ จแล้วครู ให้นกเรี ยนช่วยกันเฉลยคาตอบจากกิจกรรมที่ทา

                         1. Five people.                    2. Playing the volleyball.
                         3. No, I can’t.                    4. Drawing the picture.
                         5. Yes, they are.

   2. นักเรี ยนดูภาพใน Word box ในหนังสือเรียน หน้ ำ 19 ข้ อ 1 Listen, point and repeat.
           ั                ่                                                     ั
      ให้นกเรี ยนบอกครู วา มีภาพอะไรบ้าง จากนั้นครู เปิ ด CD/Track 16 ให้นกเรี ยนฟังและออกเสี ยงตาม
      แล้วครู เปิ ด CD อีก 3-4 ครั้ง เพื่อให้นกเรี ยนฝึ กออกเสี ยงตาม เสร็ จแล้วครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 4-5 คน
                                              ั
                     ั
      อ่านคาศัพท์ท้ ง 8 คา พร้อมกัน



                              sailing     skiing    climbing             surfing      cycling
                              frightening dangerous exciting

                                                     72
3. ครู เขียนคาศัพท์จาก Word box บนกระดาน พร้อมคาแปล ดังนี้
            sailing = กีฬาเรื อใบ                      cycling         = กีฬาปั่ นจักรยาน
            skiing       = กีฬาสกี                     frightening     = น่ากลัว
            climbing = กีฬาปี นเขา                     dangerous       = อันตราย
            surfing = กีฬาโต้คลื่น                     exciting        = น่าตื่นเต้น
          ั
   ให้นกเรี ยนช่วยกันแต่งประโยคจากคาเหล่านี้ คนละ 1 ประโยค เมื่อแต่งประโยคเสร็ จแล้ว
   ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 3-4 คน พูดประโยคที่ตนเองแต่ง แล้วเขียนบนกระดาน เพื่อเป็ นตัวอย่าง
   โดยครู ช่วยแก้ไขประโยคที่แต่งไม่ถูกต้อง เช่น
         Skiing is exciting.                  Surfing is frightening.
         Climbing is dangerous.
4. นักเรี ยนฟัง CD/Track 17 แล้วจับคู่ภาพกับคาให้สอดคล้องกันในหนังสือเรี ยน หน้ ำ 19 ข้ อ 2 Listen
   and match the names with the pictures and the words. ครู เปิ ด CD 2-3 ครั้ง เพื่อให้นกเรี ยนฝึ กฟัง
                                                                                          ั
   จากนั้นครู เปิ ดอีก 1 ครั้ง เพื่อเฉลยคาตอบ โดยพูดประโยคตาม CD 1 ครั้ง ทีละประโยค
   พร้อมเฉลยคาตอบ โดยใช้การถามเป็ นภาษาอังกฤษว่า ใครชอบหรื อไม่ชอบกีฬาชนิดใด
   เขาหรื อเธอคิดอย่างไรกับกีฬาชนิดนั้น
                   Teacher:              Who likes                + ชนิดกีฬา?
                                                  doesn’t like
                   Students:              ชื่อ ..
                   Teacher:              Why/Why not?
                   Students:             He thinks it’s _________.
                                         She

                     1.   Tom doesn’t like climbing. He thinks it’s frightening.
                     2.   Tony likes skiing. He thinks it’s fun.
                     3.   Betty likes sailing. She thinks it’s exciting.
                     4.   Jane doesn’t like surfing. She thinks it’s dangerous.
                     5.   Dave doesn’t like cycling. He thinks it’s boring.



                                                  73
    นักเรี ยนเติมประโยคทั้ง 5 ข้อ ใต้ภาพให้ได้ใจความสมบูรณ์ โดยสามารถปรึ กษากันได้ และครู
    สุ่ มเรี ยกนักเรี ยน 5 คน ให้อ่านคนละ 1 ประโยค แล้วออกมาเขียนประโยคของตนบนกระดาน

                           1.   Tom thinks climbing is frightening.
                           2.   Tony thinks skiing is fun.
                           3.   Betty thinks sailing is exciting.
                           4.   Jane thinks surfing is dangerous.
                           5.   Dave thinks cycling is boring.

              ั
   ครู ให้นกเรี ยนตรวจงานของตนและแก้ไข แล้วอ่านประโยคบนกระดานพร้อมๆ กัน
5. ครู อธิ บายการเปรี ยบเทียบขั้นสู งสุ ด (Superlative Degree) ว่าเป็ นการเปรี ยบเทียบสิ่ งของตั้งแต่ 3
   สิ่ งขึ้นไป โดยการยกตัวอย่างประโยค ดังนี้
           1) Diamond is the most expensive store.                2) An elephant is the biggest animal.
           3) Swimming is the most useful sort.
   การเปรี ยบเทียบขั้นสู งสุ ด ต้องมี “the” นาหน้า adj. หรื อ adv. เสมอ แล้วครู อธิบายกฎการเปลี่ยน adj.
                                                                       ั
   หรื อ adv. ให้เป็ นขั้นสู งสุ ด พร้อมกับเขียนบนกระดาน แล้วให้นกเรี ยนเขียนตาม ดังนี้

                                         Background Information
              กฎการเปลี่ยน adj. หรือ adv. เป็ นขั้นสู งสุ ด
        1.   เติม est หลัง adj. หรื อ adv. ที่ออกเสี ยงไม่เกิน 2 พยางค์ เช่น
                   cheap         the cheapest                long         the longest
        2.   adj. หรื อ adv. ที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็ น i แล้วเติม est เช่น
                        busy              the busiest
        3.   adj. หรื อ adv. ที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม st ได้เลย เช่น
                        brave             the bravest
        4.   คาที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะตัวเดียว และออกเสี ยงสั้น ให้เติมพยัญชนะตัวท้ายอีก 1 ตัว
             ก่อนแล้วเติม est เช่น
                        thin              the thinnest
        5.   adj. หรื อ adv. ที่ออกเสี ยงมากกว่า 2 พยางค์ ให้เติม the most หน้า adj. หรื อ adv. เช่น
                   dangerous              the most dangerous
                   exciting               the most exciting
                                                   74
          หมายเหตุ adj. บางคาเปลี่ยนรู ปไปเลย ได้แก่
                     good          the best                        bad      the worst
                 ั
6. ครู ให้นกเรี ยนแต่งประโยค Superlative Degree คนละ 1 ประโยค และสารวจอีก 1 ประโยค
    โดยเขียนลงในกระดาษ แล้วนามาให้ครู ตรวจดูก่อนเล่นเกม
    ให้นกเรี ยนพยายามเขียนประโยคที่เกี่ยวกับเรื่ องใกล้ตวที่สุด เช่น
           ั                                                         ั
                         Vena is the tallest girl in class.
                         P.E. is the best subject.
                         Our school is the most famous.
                                                  ิ
    จากนั้นให้เล่นเกมรับลูกบอลโดยมีวธีการเล่น ดังนี้
                   ั
    1) ให้นกเรี ยนยืนเป็ นวงกลม หันหน้าเข้าในวง
    2) นักเรี ยนคนหนึ่งถือลูกบอลอยูกลางวง       ่
             ้ ื
    3) ผูที่ยนกลางวงจะเรี ยกชื่อนักเรี ยนในวง 1 ลูก ก่อนจะโยนลูกบอล
              ้
    4) ผูถูกเรี ยกชื่อ ต้องรี บรับลูกบอล ก่อนที่ลูกบอลจะตกถึงพื้น
  -                                        ู
                ถ้ารับลูกบอลได้ ให้พดประโยค Superlative Degree 1 ประโยค
  -                                  ู                        ่
                ถ้ารับพลาด ให้พด 2 ประโยค แล้วยืนอยูกลางวงแทนคนเดิม
                       ่
    5) คนที่อยูกลางวงคนเดิม ให้เดินออกจากวงไปพักผ่อนชัวคราว            ่
7. นักเรี ยนเปิ ดหนังสือเรียน หน้ ำ 20 ข้ อ 3 Listen and tick (). แล้วครู ถามนักเรี ยนว่า
    ในภาพดังกล่าวมีกีฬาอะไรบ้าง ครู ออกเสี ยงคาศัพท์แต่ละภาพ ให้นกเรี ยนชี้ และออกเสี ยงตาม
                                                                                  ั
          sailing            skiing          climbing       surfing      ping-pong    tennis
                                         ั
    ครู เปิ ด CD/Track 18 ให้นกเรี ยนฟังบทสนทนา แล้วขีด  ลงในตารางให้ตรงกับข้อความและภาพ
                                       ั                                        ั
    ครู เปิ ด CD ครั้งที่ 1ให้นกเรี ยนจับใจความและคาศัพท์ ครั้งที่ 2 ให้นกเรี ยนทาแบบฝึ กหัด และครั้งที่
    3 ครู เปิ ดทีละประโยคและออกเสี ยงประโยคนั้นอีกครั้งหนึ่ ง พร้อมกับเฉลยคาตอบ

                         Sue :       OK. Catherine, which sport is the most exciting?
                         Catherine : Well, sailing is exciting, and skiing and surfing.
                                     I think skiing is the most exciting. Do you?
                         Sue :       Yes. Which is the most dangerous, then?
                         Catherine : I think climbing is the most dangerous. How about you?
                         Sue :       Me too! I think climbing is the most dangerous.
                         Catherine : Well, which is the most boring?
                         Sue :       That’s easy. Ping-pong is the most boring.
                                                75
                     Catherine : Well, then which is the best?
                     Sue :       Let me think … Er … it’s tennis.




                          Sailing Skiing Climbing Skating              Ping-pong       Tennis
    the most exciting                 
    the most
                                                  
    dangerous
    the most boring                                                        
    the best                                                                            


จากนั้นครู ถามนักเรี ยนว่า กีฬาชนิดใดน่าตื่นเต้นที่สุด (the most exciting) อันตรายที่สุด (the most
dangerous) น่าเบื่อที่สุด (the most boring) และดีที่สุด (the best) โดยใช้รูปประโยคในการถาม ดังนี้
               Teacher:             Which is the most ………?
               Students:            I think (ชนิดกีฬา) is the most …………. .
ครู แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 4 กลุ่ม แล้วแจกกระดาษซึ่ งเป็ นตารางสารวจให้นกเรี ยนกลุ่มละ 1 แผ่น
                                                                            ั
จากนั้นให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับกีฬาชนิดต่างๆ ว่าเป็ นอย่างไร
แล้วทาเครื่ องหมาย  ลงในตาราง

ตัวอย่าง
                                        Sailing       Skiing     Basketball Volleyball
               the most exciting                       
               the most dangerous         
               the most boring                                                     
               the best                                              


                                            76
      แล้วครู ถามนักเรี ยนแต่ละกลุ่ม ด้วยประโยคคาถาม ดังนี้
                    Teacher:         Which is the most exciting?
                                     Which is the most dangerous?
                                     Which is the most boring?
                                     Which is the best?
      ครู ให้นกเรี ยนในกลุ่มช่วยกันตอบ
                ั
กิจกรรมรวบยอด
  1. นักเรี ยนเปิ ดแบบฝึ กหัด หน้ ำ 14 ข้ อ 1 Listen and point. ครู ถามนักเรี ยนว่า ในภาพใครทาอะไรบ้าง
            ั
     ให้นกเรี ยนช่วยกันตอบ เช่น
                    Teacher:              What are they doing?
                    Students:             They are …………… .
                                ั
      ครู เปิ ด CD/Track 25 ให้นกเรี ยนฟังและชี้ภาพตามทีละประโยค

                           1.   A man is painting a picture.
                           2.   A man is taking photos on the mountains.
                           3.   Two boys are skateboarding.
                           4.   A girl is riding a bike.
                           5.   There are two boys in the sea.

        จากนั้นให้นกเรี ยนเติมคาในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 14 ข้ อ 2 Look at the pictures. Then complete the
                    ั
        sentences.ลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ ครู เฉลยคาตอบบนกระดาน
                 ั
        แล้วให้นกเรี ยนอ่านออกเสี ยงประโยคที่สมบูรณ์พร้อมๆ กัน
        พร้อมกับแปลประโยคเหล่านั้นเป็ นภาษาไทย ครู สุ่มนักเรี ยน 5 คน ให้ยนขึ้นอ่านคนละ 1 ประโยค
                                                                              ื
        เพื่อนๆ ช่วยครู ฟังว่าอ่านถูกต้องหรื อไม่

                          1. riding                    2. skateboarding
                          3. beach                     4. skiing
                          5. street


                                                  77
2. ครู เขียนคาศัพท์บนกระดาน ดังนี้
               surfing      bike          sailing    cycling skating skateboard
               tennis       ride          climbing
   ให้นกเรี ยนหาคาศัพท์ดงกล่าวในปริ ศนาอักษรไขว้ ในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 15 ข้ อ 1 Find ten words
             ั            ั
   about sports.
3. ให้นกเรี ยนดูรูปภาพในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 15 ข้ อ 2 Write the names of the
         ั
                                        ่
   sports.และชี้ รูปภาพพร้อมบอกให้ได้วาเป็ นภาพกีฬาอะไร
   จากนั้นครู ติดบัตรคาโดยไม่เรี ยงลาดับบนกระดาน ครู ออกเสี ยงคาศัพท์ตามบัตรคาทีละใบ
           ั
   ให้นกเรี ยนเลือกคาศัพท์จากบัตรคาบนกระดานมาเติมลงในช่องว่างใต้ภาพให้ถูกต้อง
   ครู เฉลยคาตอบบนกระดาน

                        1. climbing                   2.   skating
                        3. skiing                     4.   sailing
                        5. surfing                    6.   swimming
                        7. cycling                    8.   running

4. ครู ให้เล่นเกม Body Language โดยครู ทาสลากกีฬา 8 ใบ ม้วนลงในภาชนะ สุ่ มเรี ยกนักเรี ยน 8 คน
   ออกมาหยิบสลากคนละ 1 ใบ เพื่อแสดงท่าทางให้เพื่อนทายว่า เป็ นกีฬาชนิดใด
                                ้
   คนที่ตอบถูกมากที่สุด เป็ นผูชนะ ครู เตรี ยมของรางวัลเป็ นเครื่ องเขียน
                                   ้
   หรื ออุปกรณ์การเรี ยนสาหรับผูชนะ พร้อมกับให้คะแนนคนละ 1 คะแนน
   สาหรับนักเรี ยนที่ร่วมกิจกรรม
5. ครู ให้เล่มเกม The letters โดยครู เตรี ยมบัตรอักษร ดังนี้
        C = 3 ใบ                  L = 3 ใบ                   I = 8 ใบ
        F = 1 ใบ                  M = 1 ใบ                   B = 1 ใบ
        N = 5 ใบ                  Y = 1 ใบ                   U = 1 ใบ
        G = 5 ใบ                  S = 3 ใบ                   K = 1 ใบ
        A = 1 ใบ                  R = 1 ใบ
   แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 4 กลุ่ม ครู แจกบัตรตัวอักษรตามจานวนดังกล่าวให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 ชุด
   ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันต่อเป็ นคาศัพท์เกี่ยวกับชนิดกีฬาทั้ง 5 ชนิด (climbing, skiing, sailing,
   surfing, cycling) ให้ถูกต้อง กลุ่มใดต่อได้เร็ วและถูกต้องที่สุดถือว่าเป็ นผูชนะ
                                                                               ้

                                               78
      ให้กลุ่มที่ชนะนาตัวอักษรมาติดบนกระดาน
                                                ั
      นักเรี ยนทุกคนสะกดและออกเสี ยงคาศัพท์ดงกล่าวพร้อมกัน
   6. ให้นกเรี ยนหาตัวอักษรที่หายไปในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 16 ข้ อ 3 Complete the crossword.
           ั
      โดยดูคาใบ้ตามข้อต่างๆ แล้วเติมตัวอักษรที่เหลือให้สมบูรณ์ จากนั้นครู เฉลยคาตอบบนกระดาน




                             Across        2.   frightening
                                           3.   great
                                           6.   fun
                             Down          1.   dangerous
                                           4.   exciting
                                           5.   boring

       ครู ให้นกเรี ยนท่องคาศัพท์เกี่ยวกับกีฬา และกิจกรรมต่างๆ พร้อมกัน
               ั

   6.2 ชั่วโมงที่ 3-4

กิจกรรมนำสู่ กำรเรี ยน
  1. นักเรี ยนทบทวนคาศัพท์ที่ได้เรี ยนมาในชัวโมงก่อน ด้วยบัตรภาพและบัตรคา ครู ทบทวนเรื่ อง
                                             ่
                             ั
      Superlative Degree แก่นกเรี ยนอีกครั้ง
  2. ครู ให้นกเรี ยนทดสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับ Superlative Degree ด้วยแบบฝึ กหัดต่อไปนี้
              ั
            Complete the table.

                              Adjectives                      Superlative
                   1.   fat
                   2.   easy
                   3.   thin
                   4.   hot
                   5.   friendly
                   6.   wonderful
                                                      79
                  7. interesting
                  8. small
                  9. good
                  10.bad

                                                 ั
      เสร็ จแล้วครู เฉลยคาตอบบนกระดาน ให้นกเรี ยนตรวจงานของตน
  3. ครู บอกจุดประสงค์การเรี ยนรู ้ของนักเรี ยนว่า ในชัวโมงที่ 3-4 นี้ จะได้ฝึกบทสนทนาการอ่าน
                                                         ่
     การเขียน และการออกเสี ยงพยัญชนะให้ถูกต้อง
กิจกรรมพัฒนำกำรเรี ยนรู้
  1. นักเรี ยนดูภาพ Ben และ May สนทนากันเรื่ องกีฬาในหนังสือเรียน หน้ ำ 20 ข้ อ 4 Ask and answer.
               ั
     ครู ให้นกเรี ยนอ่านประโยคทั้งหมดพร้อมกัน และช่วยกันแปลความหมาย
                                  ั
     จากนั้นให้นกเรี ยนจับคู่กบเพื่อน เพื่อฝึ กบทสนทนาถาม-ตอบ
                    ั
                                                                       ้
     โดยใช้รูปประโยคคาถามและคาตอบตามหนังสื อเรี ยน และใช้ขอมูลจริ งตามความคิดเห็นของตน
                                                                          ั
     เมื่อได้เวลาอันสมควร ให้ออกมานาเสนอหน้าชั้นเรี ยน ครู เตือนให้นกเรี ยนแสดงสี หน้า ท่าทาง
     และน้ าเสี ยงประกอบการถาม-ตอบ โดยครู คอยแก้ไขการออกเสี ยงประโยคของนักเรี ยนด้วย
      เช่น              Malee:      Which sport is in the best?
                        Dang:       I think swimming is the best.
                                    How about you? (หรื อ What about you? ก็ได้)
                        Malee:      I think skiing is the best.
  2. ครู ถามนักเรี ยนว่า ชอบเล่นกีฬาอะไรบ้าง
                        Teacher:    What sports do you like?
                        Students:   (ยกมือแล้วตอบทีละคน) Ping-pong, tennis, soccer, volleyball,
                                    swimming, skateboarding, jogging, cycling, badminton, etc.
                        Teacher:    Very good!
      นักเรี ยนดูภาพประกอบในหนังสือเรี ยน หน้ ำ 21 ข้ อ 5 Read the text and answer the question.
      แล้วตอบคาถามของครู
                        Teacher:    What is he doing?
                        Students:   He is playing tennis.
      ให้นกเรี ยนอ่านบทความเกี่ยวกับกีฬาที่ ด.ช. เบ็น ชอบ โดยอ่านในใจ และอ่านอย่างคร่ าวๆ
            ั
                                        ่
      (skimming) แล้วช่วยกันบอกครู วา เรื่ องที่อ่านเกี่ยวกับอะไรบ้าง
                      ั
      จากนั้นให้นกเรี ยนพูดตามครู ทีละประโยค และช่วยกันแปลประโยคดังกล่าวเป็ นภาษาไทย
                                                    80
   พร้อมกับตอบคาถาม ครู อ่านคาถามให้นกเรี ยนฟัง แล้วสุ่ มเรี ยกนักเรี ยน 1 คน ต่อ 1 ข้อ
                                     ั
   ตอบคาถามในบทความด้านล่าง พร้อมกับให้นกเรี ยนคนอื่นๆ มีส่วนร่ วมในการเฉลยคาตอบด้วย
                                            ั
   เช่น
                Teacher:        Deang. What is Ben’s favourite sport?
                Deang:          Tennis.

                    Teacher:            ั
                                  (ครู หนไปถามนักเรี ยนคนอื่น) Is it true?
                    Deang:        Yes.
   นักเรี ยนเขียนคาตอบ 5 ข้อ ลงในสมุดของตน ครู ให้ระวังเรื่ องการใช้คากริ ยา
                                                ั
   จากนั้นครู เฉลยคาตอบโดยเขียนบนกระดาน ให้นกเรี ยนตรวจงานของตน

                    1.   Ben’s favourite sport is tennis.
                    2.   Because it is exciting and he doesn’t need expensive/equipment.
                    3.   He needs a racket.
                    4.   He plays at a tennis court near his house.
                    5.   He plays with his dad and his sister.

3. ครู แจกกระดาษเปล่าให้นกเรี ยนคนละ 1 แผ่น เพื่อเขียนบทความเกี่ยวกับ “My favourite sport”
                             ั
                       ั
   นักเรี ยนสามารถดูตวอย่างการเขียนบทความดังกล่าวในหนังสื อเรี ยน พร้อมตกแต่งให้สวยงาม
   ครู เน้นให้นกเรี ยนมีความคิดสร้างสรรค์ เสร็ จแล้วครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 2-3 คน
               ั
   ให้ออกมานาเสนอบทความหน้าชั้น เสร็ จแล้วครู ถามนักเรี ยนเกี่ยวกับบทความของเพื่อน ดังนี้
        1. What is his/her favourite sport?
        2. Why does he/she like it?
        3. What equipment does he/she need?
        4. Where does he/she play?
        5. Who does he/she play with?
         ั
   ให้นกเรี ยนคนอื่นๆ ช่วยกันตอบคาถาม
                                             ตัวอย่ าง

       My favourite sport is swimming. I like it because it is find and I do not need to buy
   expensive equipment. I only buy a swimming suit, goggles and a swimming cap.
                                                81
        I always go swimming during weekends at a swimming pool in Y.M.C.A. near my
    apartment. I often go with friends. We have fun. Swimming is my life.

4. ครู อธิบายการออกเสี ยง /e/ และ /t/ ว่า มีความแตกต่างกัน โดยเสี ยง /e/ จะออกเสี ยงตัว “ฮ”
   ในภาษาไทย โดยแตะที่ปลายลิ้นเบาๆ เช่น thank กับ thin
                      ั
   ครู ช้ ีที่ปากให้นกเรี ยนออกเสี ยงตามทีละตัว โดยฝึ กออกเสี ยงคาละ 4-5 ครั้ง
   จากนั้นครู อธิ บายการออกเสี ยง /t/ ว่า เสี ยง /t/ นั้น จะออกเสี ยงเหมือนตัว “ท” ในภาษาไทย เช่น คาว่า
                                          ั
   tank กับ tin ครู ออกเสี ยงทีละคา ให้นกเรี ยนออกเสี ยงตาม
                    ั
   จากนั้นครู ชูบตรคาทีละใบ ดังนี้ thank, thin, thigh, thaw, thought, tank, tin, tie, tore, taught
   ครู ออกเสี ยงคาตามบัตรคาทีละใบ นักเรี ยนออกเสี ยงตาม
   ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยนอ่านออกเสี ยงคาตามที่ครู ชู ให้ทาอย่างนี้จนครบทุกคน
   ให้นกเรี ยนเปิ ดหนังสือเรียน หน้ ำ 21 หัวข้ อ English sounds โดยครู เปิ ด CD/Track 19
           ั
             ั
   ให้นกเรี ยนฟัง 3-4 ครั้ง ให้ฝึกออกเสี ยงคาทีละคา ด้วยตนเอง จนครบทุกคา

                               thank                  tank
                               thin                   tin
                               thick                  tick

                                                                   ั
นักเรี ยนฝึ กพูดประโยคต่อไปนี้ให้คล่อง โดยครู เขียนบนกระดานแล้วให้นกเรี ยนช่วยกันแปล
           1. Thank you for the thick tin.
           2. Tom took this thin tank.
    ครู สุ่มนักเรี ยนแถวหลัง 4-5 คน ให้พดคนละ 1 ประโยค
                                             ู
5. ครู จดคาศัพท์เกี่ยวกับชนิ ดกีฬาบนกระดาน นักเรี ยนจดลงสมุดของตนเอง
               climbing         = กีฬาปี นหน้าผา
               skating          = กีฬาสเกต
               skiing           = กีฬาสกี
               sailing          = กีฬาเรื อใบ
               surfing          = กีฬาโต้คลื่น (กระดานโต้คลื่น)
               swimming         = กีฬาว่ายน้ า
               cycling          = กีฬาปั่ นจักรยาน
               running          = กีฬาวิง  ่
                                                 82
     ครู นาบัตรภาพกีฬาดังกล่าวมาติดบนกระดาน ครู ช้ ีทีละภาพ
                 ั
     แล้วให้นกเรี ยนบอกคาศัพท์ชนิดของกีฬานั้น พร้อมกับช่วยกันสะกดคาศัพท์ให้ถูกต้อง
     จนครบทุกภาพ
                   Teacher:         (ชี้ภาพกีฬาวิง) What’s this sport?
                                                 ่
                   Students:        Running.
                   Teacher:         Spell “Running”, please?
                   Students:        R-U-N-N-I-N–G
                   Teacher:         Good!
กิจกรรมรวบยอด
  1. ให้นกเรี ยนแบ่งเป็ นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ช่วยกันคิดชื่อกีฬากลางแจ้งและกีฬาในร่ มอื่นๆ
          ั
     ที่นอกเหนือจากที่ได้เรี ยนมาใน Lesson 1 โดยอาจหาจาก dictionary หรื ออินเทอร์ เน็ตก็ได้
                   กีฬากลางแจ้ ง                               กีฬาในร่ ม
          running - วิงแข่ง
                       ่                              wrestling - มวยปล้ า
          jumping - กระโดสู ง                         fencing - ฟันดาบ
          roller skating - โรเลอร์สเกต                sumo wrestling - ซูโม่
          shooting - ยิงปื น                          weight lifting - ยกน้ าหนัก
          riding - ขี่มา  ้                           bowling - โบว์ลิ่ง
          diving - ดาน้ า                             boxing - ชกมวย
          water skiing - สกีน้ า                      ice skating - สเกตน้ าแข็ง
          windsurfing - วินด์เซิร์ฟ                   judo - ยูโด
          scuba diving - ดาน้ าลึก                    karate - คาราเต้ ฯลฯ
     นักเรี ยนคัดลอกคาศัพท์เหล่านี้ลงในสมุดของตน จากนั้นอ่านออกเสี ยง พร้อมกัน
  2. นักเรี ยนตอบคาถามตามความคิดของตนเองในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 16 ข้ อ 4 Answer the questions.
     โดยให้นกเรี ยนอ่านคาถามและเขียนคาตอบลงในช่องว่าง เสร็ จแล้วครู ถามสุ่ มเรี ยกนักเรี ยน 3 คน
               ั
     พูดตอบคาถามแต่ละข้อ ตามข้อมูลที่ตนได้เขียนในแบบฝึ กหัด
                                              ตัวอย่ าง
                   1. Sailing is the most exciting.
                   2. Skating is the most frightening.
                   3. Running is the most boring.
                   4. Climbing is the most dangerous.

                                                83
                5. I like swimming.

                                                                ั
   ครู เรี ยกนักเรี ยน 10 คน ให้ออกมาหน้าชั้นเรี ยน และจับคู่กนเอง 5 คู่ จากนั้นให้ผลัดกันถาม-
   ตอบกันคนละ1 ประโยค ตามประโยคคาถามที่กาหนดให้ในแบบฝึ กหัด เช่น
                    Mayura:       What sport is the most exciting?
                    Naree:        I think climbing is the most exciting.
3. นักเรี ยนอ่านข้อความเกี่ยวกับกีฬาในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 17 ข้ อ 5 Read and answer the questions.
   โดยอ่านอย่างคร่ าวๆ ครู กาหนดเวลาให้ 2 นาที แล้วถามนักเรี ยนว่า มีคาว่า whitewater, rafting,
                                                                                ั
   sport, summer, river, exciting, etc. ครู เขียนคาเหล่านี้บนกระดาน แล้วให้นกเรี ยนอ่านคาถามทั้ง 4
   เพื่อให้มีจุดมุ่งหมายในการอ่าน แล้วช่วยกันแปล โดยให้นกเรี ยนอ่านข้อความอย่างละเอียด
                                                              ั
   (scanning) เพื่อหาคาตอบให้แก่คาถามทั้ง 4 ข้อ ซึ่งนักเรี ยนสามารถปรึ กษากันได้
                                                        ั
   แล้วเขียนคาตอบลงในแบบฝึ กหัด เสร็ จแล้วครู ให้นกเรี ยนช่วยกันเฉลยคาตอบ
   และครู เขียนคาตอบที่ถูกต้องบนกระดาน

                    1.   In summer.
                    2.   The river in a raft.
                    3.   Wear lifejackets.
                    4.   Because it is exciting.

        ั
   ให้นกเรี ยนตรวจงานของตนและแก้ไข เสร็ จแล้วครู ทบทวนประโยคคาถามที่ข้ ึนต้นด้วย Question
   Words อีกครั้ง อย่างคร่ าวๆ
                                                                         ั
4. ครู ถามนักเรี ยนว่า ใครชอบกีฬาอะไร โดยพูดชื่ อกีฬาแต่ละชนิด แล้วให้นกเรี ยนยกมือขึ้น เช่น
                   Teacher:     Who likes cycling?
                   Students:    ยกมือบางคน
   ครู กาหนดชื่ อกีฬาตามจานวนที่เหมาะสม เพื่อถามนักเรี ยน ได้แก่
        skating skiing          sailing      climbing surfing swimming             running
        boxing        riding    judo         karate     ice skating etc.
   นักเรี ยนแบ่งออกเป็ นกลุ่ม ตามชนิดของกีฬาที่ตนชอบ กลุ่มละ 3-4 คน
   ครู แจกกระดาษให้นกเรี ยนกลุ่มละ 1 แผ่น เขียนบทความในหัวข้อเรื่ อง “Our favourite sport”
                          ั
   และให้แต่ละกลุ่มช่วยกันบรรยาย ซึ่ งนักเรี ยนสามารถดูตวอย่างการเขียนในแบบฝึ กหัดนี้
                                                          ั
   จากนั้นให้นกเรี ยนส่ งตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรี ยน แล้วนามาติดบนบอร์ ด
                 ั
                                                   84
                                                   ตัวอย่ าง

                Our favourite sport is ice skating. We play on Saturday and Sunday at the Mall.
         We buy tickets and hire skate shoes. They are not expensive. They are a lot of young people.
         We always skate at high speed round and round. Sometimes we fall down, but we help
         ourselves to begin again. We like ice skating because it is fun and exciting.
    5. ครู ออกเสี ยงคาศัพท์ในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 17 หัวข้ อ English sounds ให้นกเรี ยนออกเสี ยงตาม ครู เปิ ด
                                                                               ั
                         ั                              ิ
       CD/Track 26 ให้นกเรี ยนฟัง แล้ววงรอบคาที่ได้ยนในรอบแรก และครู เปิ ด CD ในรอบที่สอง
       เพื่อเฉลยคาตอบ

                                 thigh            tore         thought



                                 thigh            tore         though



7. การวัดและประเมินผล
      7.1 การประเมินก่อนเรียน
          - ประเมินการทาแบบทดสอบ
      7.2 การประเมินระหว่ างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
          - ประเมินการทาแบบฝึ กหัด
          - สังเกตพฤติกรรมการเรี ยนรู ้ในช่วงการทากิจกรรม
      7.3 การประเมินหลังเรียน
          - ประเมินการทาแบบทดสอบ
          - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
      7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
          - ประเมินการพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับความรู ้สึกเมื่อเล่นกีฬาชนิดต่างๆ
          - ประเมินการเขียนบรรยายสั้นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์การป้ องกันตัวให้ปลอดภัยในขณะเล่นกีฬา

8. สื่ อ/แหล่ งการเรียนรู้
                                                    85
          1.   หนังสื อเรี ยน Smile ป. 6
          2.   แบบฝึ กหัด Smile ป. 6
          3.   Audio CD Smile ป. 6
          4.   บัตรภาพ บัตรคา


                                        แผนการจัดการเรียนรู้
                                      Unit 2 Play safe (Lesson 2)

1. สาระสาคัญ

       การเรี ยนรู ้คาศัพท์เกี่ยวกับกีฬา อุปกรณ์การป้ องกันตัว และการใช้ประโยค If clause
จะทาให้ผเู ้ รี ยนสามารถพูดและเขียนเกี่ยวกับกีฬา และอุปกรณ์การป้ องกันตัวได้
โดยจะเป็ นพื้นฐานความรู ้เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่ อสารในชีวิตประจาวัน

          ั
2. ตัวชี้วด/จุดประสงค์ การเรี ยนรู้

               - ออกเสี ยง สะกด และบอกความหมายคาศัพท์เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์การป้ องกันตัวได้
               - พูดและเขียนเพื่อขอและให้ขอมูลเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์การป้ องกันตัวได้
                                          ้
               - อ่านออกเสี ยงประโยคตามที่กาหนดได้
               - ใช้ประโยค If clause ……. ได้ถูกต้อง
               - เล่นเกมและร้องเพลงทางภาษาตามที่กาหนดได้

3. สาระการเรี ยนรู้
      3.1 สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง
            - กลุ่มคา ประโยค และความหมายเกี่ยวกับกีฬา และอุปกรณ์การป้ องกันตัว
            - ประโยค บทสนทนา และเนื้อเรื่ องสั้นๆ ที่มีภาพประกอบ
            - คาศัพท์ และประโยคเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น
              If you go cycling, wear ……… .
            - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง

                                                  86
              - การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ต่างๆ
         3.2 สาระการเรี ยนรู้ ท้องถิ่น
              -

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรี ยน
       4.1 ความสามารถในการสื่ อสาร
       4.2 ความสามารถในการคิด
             - ทักษะการคิดวิเคราะห์
       4.3 ความสามารถในการใช้ ทักษะทางภาษา
                               ั
             - กระบวนการปฏิบติ (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
             - กระบวนการทางภาษา

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

               - ซื่อสัตย์สุจริ ต
               - ใฝ่ เรี ยนรู้
 -               มุ่งมันในการทางาน
                         ่

6. กิจกรรมการเรี ยนรู้

     6.1 ชั่วโมงที่ 5-6

กิจกรรมนำสู่ กำรเรี ยน
                ั                                                  ่
  1. ครู ให้นกเรี ยนทบทวนคาศัพท์และรู ปประโยคในบทเรี ยนที่ผานมาด้วยบัตรคาและแถบประโยค
  2. ครู ทดสอบคาศัพท์ใน Unit 2 Lesson 1 โดยเขียนคาศัพท์ตามที่ครู บอก
              ั                                                              ั
  3. ครู ให้นกเรี ยนเล่นเกม “ทดสอบความจา” โดยอธิ บายกติกาการเล่นให้นกเรี ยนฟัง ดังนี้
     1) แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 2 กลุ่ม เท่าๆ กัน
                                         ่
      2) ครู บอกหัวข้อในการเล่นครั้งนี้วา ให้นกเรี ยนหาคาศัพท์เกี่ยวกับกีฬามาคนละ 1 อย่าง ในใจ
                                                ั
          ห้ามบอกใคร ถ้านักเรี ยนคนไหนออกเสี ยง ถือว่าแพ้
     3) ครู ให้นกเรี ยนแข่งกันเป็ นกลุ่มๆ โดยกลุ่มแรกเริ่ มเล่นก่อน จัดเป็ นวงกลมหรื อเรี ยงแถว
                  ั
          จากนั้นครู จบเวลาการเล่นเกม 3 นาที คนที่ 1 ของกลุ่มพูดชื่อกีฬา คนที่ 2
                      ั
                                                  87
           ต้องพูดชื่ อกีฬาของคนที่ 1 ก่อน แล้วจึงพูดชื่อกีฬาของตนที่ไม่ซ้ ากับคนที่ 1 คนที่ 3
           พูดชื่อกีฬาของคนที่ 1 และ 2 แล้วจึงพูดชื่อกีฬาของตนที่ไม่ซ้ ากับคนที่ 1 และ 2
           ทาอย่างนี้ไปเรื่ อยๆ นักเรี ยนคนใดในกลุ่มนั้นจาไม่ได้ให้ไปต่อท้ายแถว ให้คนถัดมาเล่นต่อ
           เมื่อหมดเวลามีสมาชิกกลุ่มใดตอบหรื อเรี ยงคาตอบไม่ได้ จะโดนหัก 2 คะแนน จากนั้นกลุ่มที่ 2
           ออกมาเล่นเหมือนกลุ่มแรก กลุ่มที่ชนะสามารถให้เพื่อนกลุ่มที่แพ้ทาตามคาบอก

กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. ครู เตรี ยมบัตรภาพต่อไปนี้
      เสื้ อชูชีพ (lifejacket)       ถุงมือ (gloves)            ที่คาดศอก (elbow pad)
     ที่คาดเข่า (knee pad)           แว่นกันแดด (sunglasses) เชือก (rope)
                ั
      ครู ชูบตรภาพทีละใบ พร้อมกับออกเสี ยงคาศัพท์ตามบัตรภาพ นักเรี ยนออกเสี ยงตาม
              ั                       ั
     ครู ชูบตรภาพสลับกัน แล้วให้นกเรี ยนออกเสี ยงคาศัพท์เอง ครู ทาอย่างนี้ จนนักเรี ยนจาคาศัพท์ได้
     แล้วนาบัตรภาพเหล่านั้นติดบนกระดาน
     ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยนหรื อหาอาสาสมัครมาเขียนคาศัพท์ใต้บตรภาพเหล่านั้น
                                                              ั
  2. นักเรี ยนดูภาพและคาศัพท์ในหนังสือเรียน หน้ ำ 22 ข้ อ 1 Listen, point and repeat.
      นักเรี ยนชี้ไปที่รูปภาพทีละภาพ และฝึ กอ่านออกเสี ยงคาศัพท์หลายๆ ครั้ง จากนั้นครู เปิ ด CD/Track
                  ั
      20 ให้นกเรี ยนฟังและอ่านออกเสี ยงตาม


                        lifejacket               gloves               elbow pad
                        knee pad                 sunglasses           rope
                        my leg hurt              twist ankle

    3. ครู ให้ทบทวนคาศัพท์ที่เรี ยน โดยแบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 4 กลุ่ม
       ครู แจกบัตรคาดังกล่าวให้นกเรี ยนกลุ่มละ 1 ชุด ครู อธิ บายว่า แต่ละกลุ่มจะได้บตรคากลุ่มละ 1 ชุด
                                  ั                                                 ั
       ครู ชูบตรภาพขึ้นมาทีละ 1 ใบ ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันหาบัตรคาที่ตรงกับภาพที่ครู ชูให้เร็ วที่สุด
              ั
       กลุ่มใดยกบัตรได้เร็ วและถูกต้องเป็ นฝ่ ายชนะ
                                                                   ั
    4. ครู บอกโครงสร้างประโยค If clause (ประโยคเงื่อนไข) ให้นกเรี ยนฟัง ดังนี้

                      If + Present simple, Imperative
               (if clause)                (ประโยคคาสั่ง)

                                                   88
   เช่น         If I go to school, bring a schoolbag.
                ถ้าฉันไปโรงเรี ยน ถือกระเป๋ านักเรี ยนไปด้วย
                If you ride a motorcycle, were a helmet.
                ถ้าคุณขี่รถมอเตอร์ไซค์ สวมหมวกนิรภัยด้วย
                If she reads book, switches on the light.
                ถ้าเธออ่านหนังสื อ เปิ ดไฟด้วย
   ครู อธิบายการใช้ประโยคเงื่อนไขที่เป็ นจริ ง โดยมีโครงสร้างตามหลักไวยากรณ์ดงกล่าวั
   โดยข้อความนั้นจะเป็ นจริ งในอนาคต กล่าวคือ เหตุการณ์ใน If clause เกิดขึ้น
   อีกเหตุการณ์หนึ่งก็จะเกิดขึ้นตามมา (ตามที่สั่งให้ทา)
            ั                                                           ั
   ให้นกเรี ยนจดโครงสร้างประโยคและตัวอย่างลงในสมุด จากนั้นให้นกเรี ยนแต่งประโยค If clause
   ในสมุด เมื่อนักเรี ยนทาเสร็ จแล้ว ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 3-4 คน
   เขียนประโยคของตนเองบนกระดาน พร้อมกับอ่านออกเสี ยงประโยคของตนเองให้เพื่อนฟัง
                                                                    ั
   ครู ตรวจสอบและแก้ไขข้อความที่ไม่ถูกต้อง และอธิ บายในจุดที่นกเรี ยนไม่เข้าใจ
5. ครู เปิ ด CD/Track 21 ให้นกเรี ยนฟังประโยค If clause จากนั้นให้นกเรี ยนเปิ ดหนังสือเรียน หน้ ำ 22
                                  ั                                   ั
   ข้ อ 2 Listen and match. Then complete the instructions.
                                                     ั
   ให้จบคู่กีฬากับสิ่ งของที่ตองใช้ให้สัมพันธ์กน ครู จบเวลา 3 นาที แล้วเปิ ด CD อีก 2 ครั้ง
          ั                         ้                      ั
                      ั
   ครั้งแรกให้นกเรี ยนจับใจความ ครั้งที่ 2 ครู เปิ ด CD ทีละประโยค พร้อมเฉลยคาตอบ
   ให้นกเรี ยนตรวจคาตอบและแก้ไขให้ถูกต้อง ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 5 คน ออกมาเขียนคาตอบคนละ 1
              ั
                                      ั
   ประโยค บนกระดาน ให้นกเรี ยนอ่านประโยคที่สมบูรณ์พร้อมกัน


                    1.   If you go sailing, were a lifejacket.
                    2.   If you go skiing, were eyeglasses.
                    3.   If you go cycling, were knee pads.
                    4.   If you go running, were trainers.
                    5.   If you go climbing, were a helmet.

6. นักเรี ยนดูภาพ a-d ในหนังสือเรียน หน้ ำ 23 ข้ อ 3 Listen and match.
   ครู ถามนักเรี ยนเกี่ยวกับรายละเอียดของแต่ละภาพว่า มีใคร ทาอะไร ที่ไหน ให้นกเรี ยนช่วยกันตอบ
                                                                               ั
                                     ั
   แล้วครู เปิ ด CD/Track 22 ให้นกเรี ยนฟัง 3 ครั้ง ครั้งแรกฟังแล้วจับใจความ โดยครู เปิ ด CD

                                                  89
             ั                                   ่
ทีละข้อ ให้นกเรี ยนเดาคาตอบว่า ข้อความที่ฟังอยูในภาพใด แล้วเรี ยงลาดับภาพ ครั้งที่ 2
                                                      ั
ครู เฉลยคาตอบพร้อมกับบอกคาตอบของแต่ละข้อ ให้นกเรี ยนตรวจคาตอบและแก้ไข
         ั
แล้วให้นกเรี ยนดูคาถามทั้ง 4 ข้อ ก่อนฟัง CD เมื่อดูคาถามแล้ว ครู เปิ ด CD ครั้งที่ 3
โดยเปิ ดทีละประโยค พร้อมกับออกเสี ยงประโยคดังกล่าวอีกครั้ง แล้วช่วยกันตอบคาถาม




        1. Teacher :        There are three things to remember. First, always
                            wear a helmet. You can’t go skateboarding if you don’t
                            wear a helmet. Second, wear knee pads and elbow pads.
                            And third, don’t go skateboarding on the street.
           Tom :            OK. I’ve got a helmet. I’ll buy knee pads and elbow pads,
                            please.
           Teacher :        Of course.
        2. Teacher : Ow! Tom. Are you OK?
           Tom : No, my knee hurts!
           Teacher : Oh dear! Let’s have a look.
        3. Ann : What’s wrong, Jane?
           Jane : I’ve got a cold. I was sailing yesterday.
           Ann : Was it exciting?
           Jane : Yes, it was but it was cold.
        4. David: Ow!
           Nick : What’s wrong, David?
           David : My elbow hurts.
           Nick : Oh dear! Let’s have a look.



                a. – 1      b. – 2      c. – 4       d. – 3

                                          90
                       1.   Knee pads and elbow pads.
                       2.   His knee hurts.
                       3.   He has a twist ankle.
                       4.   She’s got a cold.

      ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 4 คน ให้อ่านประโยคคาถามและคาตอบ คนละ 1 ข้อ
   7. นักเรี ยนเปิ ดหนังสือเรียน หน้ ำ 23 ข้ อ 4 Classify the words. แล้วแยกประเภทของคาว่า
      ต้องใส่ ในช่องใด ระหว่าง go และ play โดยครู อธิ บายเพิ่มเติมว่า go ตามด้วย v. ing และ play
      ตามด้วยคานาม ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยนให้ออกมาเฉลยคาตอบ
                                                           ั
      โดยครู คอยตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบที่นกเรี ยนแต่ละคนเฉลย

                       go - skateboarding                       play -       football
                            sailing                                          tennis
                            skiing                                           ping-pong
                            climbing                                         baseball
                            cycling                                          basketball
                            surfing

กิจกรรมรวบยอด
  1. ครู นาบัตรภาพเพื่อทบทวนคาศัพท์เกี่ยวกับอุปกรณ์การป้ องกันตัวในขณะเล่นกีฬา ดังนี้ เสื้ อชูชีพ
     ถุงมือ ที่คาดศอก แว่นกันแดด ที่คาดเข่า เชือก หมวกนิรภัย และรู ปขาอีก 1 รู ป
                                              ั               ั
     ครู ติดบัตรภาพพร้อมเขียนหมายเลขใต้บตรภาพนั้นๆ ชี้บตรภาพทีละใบ
                                                      ั
     และถามนักเรี ยนด้วยประโยคภาษาอังกฤษ ให้นกเรี ยนช่วยกันตอบ เช่น
                  Teacher :         What’s this (that)?
                  Students : This (That)’s a (an) ____________.
     เมื่อถามครบทุกภาพแล้ว ให้นกเรี ยนทาแบบฝึ กหัด หน้ ำ 18 ข้ อ 1 Look at the pictures and write the
                                  ั
     words. โดยดูภาพและเขียนตัวอักษรลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ครู ให้เวลานักเรี ยนทาแบบฝึ กหัด
                   ั
     ซึ่งในขณะที่นกเรี ยนทาแบบฝึ กหัด ครู เตรี ยมบัตรคาและบัตรภาพ ดังนี้ lifejacket, gloves, elbow
                                                                      ั
     pads, knee pads, helmet, ankle, sunglasses และ rope แล้วครู ชูบตรคาทีละใบแบบไม่เรี ยงตามข้อ
     ให้นกเรี ยนออกเสี ยงตามบัตรคานั้น จากนั้นครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 1 คน
           ั
                                        ั
     นาบัตรคาที่ออกเสี ยงแล้วมาติดใต้บตรภาพให้ถูกต้อง
                                                 91
                     Teacher :                                                    ั
                                     Can you pronounce this word, please? (ครู ชูบตรคา Rope)
                     Students : Rope.
                     Teacher :       Sompong, stick this paper under the picture on the board.
                     Sompong : นาบัตรภาพจากครู มาวางใต้ภาพเชือก
                     Teacher :       Correct! Very good!
   ถ้านักเรี ยนที่ถูกสุ่ มวางบัตรคาผิด ให้ครู เลือกนักเรี ยนอีกคนมาช่วยวางบัตรคาให้ถูกต้อง
2. ครู ทบทวนการใช้ If - clause
   ซึ่งนักเรี ยนสามารถดูโครงสร้างและคาอธิบายได้จากสมุดของนักเรี ยนที่จดเรื่ อง If - clause
   แล้วครู จดคาโดยไม่เรี ยงคาตามประโยคบนกระดาน
              ั
   เพื่อให้นกเรี ยนเรี ยงคาให้เป็ นประโยคให้ถูกต้อง 3-4 ประโยค เช่น
        1. climbing / If / go, need / rope / a / you.
                = If you go climbing, you need a rope.
        2. you / If / baseball / play, pads / elbow / wear.
                = If you play baseball, wear elbow pads.
        3. go / you / cycling / If, a / wear / helmet.
                = If you go cycling, wear a helmet.
        4. If / play / you / basketball, ball / a / you / need.
                = If you play basketball, you need a ball.
            ั
   ครู ให้นกเรี ยนช่วยกันเฉลยคาตอบ โดยพูดเรี ยงประโยคใหม่ให้ถูกต้อง
                                   ั
   และครู เขียนประโยคตามที่นกเรี ยนบอกบนกระดาน แล้วแก้ไขพร้อมกับอธิ บายรู ปประโยคที่ถูกต้อง
   จากนั้นให้นกเรี ยนเลือกคาในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 18 ข้ อ 2 Complete the sentences.
                   ั
   มาเติมลงในช่องว่างให้สอดคล้องกับประโยค If – clause ที่ให้มาในแบบฝึ กหัด ครู อ่านประโยค If -
                        ั
   clause แล้วให้นกเรี ยนบอกประโยค main clause ครู เฉลยคาตอบบนกระดาน
                      ั
   พร้อมกับให้นกเรี ยนช่วยกันแปลความหมาย

                           1.   If you ski, wear sunglasses.
                           2.   If you do skateboarding, wear kneepads.
                           3.   If you play baseball, you need a bat.
                           4.   If you swim, wear a swimsuit.
                           5.   If you play tennis, you need a racket.

                                              92
                            6. If you go sailing, wear a lifejacket.

   จากนั้นครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 6 คน ให้ยนขึ้นอ่านประโยคคนละ 1 ประโยค
                                           ื
3. ครู แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 5-6 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มดูภาพ อ่านคาถาม และตอบคาถามในแบบฝึ กหัด
   หน้ ำ 19 ข้ อ 3 Look at the pictures and answer the questions. ครู ถามคาถามนักเรี ยนทีละข้อ
   ให้ทุกกลุ่มช่วยกันตอบ เสร็ จแล้วให้ฝึกถาม-ตอบข้ามกลุ่มกัน
   ซึ่งครู ช่วยเหลือและสังเกตนักเรี ยนที่ไม่ค่อยให้ความร่ วมมือกับสมาชิกในกลุ่ม
                   ้
   โดยการกระตุนให้ตอบและให้โอกาสพูดมากขึ้น



                            1.   Her elbow hurts.
                            2.   He is buying a helmet and knee pads.
                            3.   He has a twist ankle.
                            4.   She has a cold.
                            5.   His leg hurts.

4. ครู อธิบายการใช้ go, play และ do กับกีฬา โดยครู จดคาอธิ บายบนกระดาน ดังนี้
        go            ั
                 ใช้กบกิจกรรมที่กริ ยาเติม -ing เช่น
                 If you go cycling, wear knee pads.
                 She is going climbing.
                        ั      ้                                    ้
        play ใช้กบกีฬาที่ตองมีการแข่งขันกัน หรื อเป็ นเกมกีฬาที่ตองใช้ลูกบอลเป็ นอุปกรณ์
                 ในการเล่น เช่น
                 Manat likes to play ping-pong.
                 Suda plays the chess with her uncle.
        do                ั
                 ใช้กบกีฬาที่ไม่ตองมีการแข่งขันกับคู่แข่งขัน และไม่ตองใช้ลูกบอลเป็ นอุปกรณ์การเล่น
                                  ้                                   ้
                            ั
                 แต่ใช้กบกิจกรรมเพื่อให้ความบันเทิงและผ่อนคลาย เช่น
                 Tom does exercise every evening.
   จากนั้นให้นกเรี ยนเลือกเติม go, play หรื อ do ลงในช่องว่างในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 19 ข้ อ 4 Complete
               ั
   the sentences with go, play or do. โดยดูคาอธิบายบนกระดานหรื อในสมุดของนักเรี ยน
         ั
   ให้นกเรี ยนปรึ กษากับเพื่อนได้ เสร็ จแล้วเฉลยคาตอบพร้อมกัน

                                               93
                                  1.   play
                                  2.   go
                                  3.   go
                                  4.   do
                                  5.   go
                                  6.   play

        ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยนอีก 6 คน ให้อ่านประโยคที่ถูกต้อง คนละ 1 ข้อ



   6.2 ชั่วโมงที่ 7-8

กิจกรรมนำสู่ กำรเรี ยน
  1. ครู ให้นกเรี ยนทบทวนคาศัพท์หมวดหมู่เกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬา ด้วยบัตรภาพและบัตรคา
             ั
  2. ครู ถามนักเรี ยนว่า มีใครออกกาลังกายเป็ นประจาทุกวันบ้าง จากนั้นครู บอกประโยชน์ของการ
     ออกกาลังกาย ซึ่งจะส่ งผลให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี
  3. ครู บอกนักเรี ยนว่า ในชัวโมงนี้ นักเรี ยนจะได้เรี ยนเกี่ยวกับกีฬาต่างๆ รวมทั้งการอ่านและการเขียน
                              ่
กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. ครู แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 4 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มอ่านข้อความในหนังสือเรียน หน้ ำ 24 ข้ อ 5 Read and
     answer the questions. แล้วช่วยกันตอบคาถาม เสร็ จแล้วให้นกเรี ยนช่วยกันเฉลยคาตอบ
                                                                     ั

                              1. He is going to go surfing next month.
                              2. He has a cold and a sore throat.

        จากนั้นครู อธิ บายรู ปประโยคเงื่อนไขที่แสดงการขออนุญาต โดยใช้ may หรื อ can ในประโยคหลัก
                                                                ั
        ครู จดโครงสร้างประโยคและตัวอย่างการใช้บนกระดาน ให้นกเรี ยนจดลงสมุด
        If-clause (ประโยคเงื่อนไขที่แสดงการขออนุญาต)
                        If + Present Simple, may + v.1
                                             (can)
             If you go swimming, you may take your swimming suit.

                                                    94
         (ถ้าคุณไปว่ายน้ า ก็เอาชุดว่ายน้ าของคุณไปด้วย)
   ครู แจกกระดาษให้นกเรี ยนแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 แผ่น เขียนข้อความในหนังสื อเรี ยน หน้า 24 ข้อ 5
                             ั
   ลงในกระดาษ ให้สมาชิกในกลุ่มดูภาพ แล้วเขียนคาแนะนาของหมอ โดยใช้ If clause
   ที่แสดงการขออนุ ญาต เช่น
         1) If you eat fruit, you can go surfing in two weeks.
         2) If you eat rice, you can go surfing in two weeks.
         3) If you go to bed early, you can go surfing in 2 weeks.
   เสร็ จแล้วให้นกเรี ยนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรี ยน แล้วนาผลงานไปติดบอร์ ด
                      ั
   จากนั้นให้ทุกคนแต่งประโยค If clause ที่แสดงการขออนุญาตคนละ 5 ข้อ ลงสมุด และส่ งครู ตรวจ
                        ั
2. นักเรี ยนจับคู่กบเพื่อน 2 คน ผลัดกันถามและตอบ โดยดูประโยคการถาม-ตอบในหนังสือเรียน
   หน้ ำ 24 ข้ อ 6 Ask and answer. ครู จบเวลาให้นกเรี ยนฝึ กพูดบทสนทนา 10-15 นาที
                                             ั         ั
   จากนั้นสุ่ มเรี ยกนักเรี ยน 4-5 คู่ ออกมานาเสนอการสนทนาหน้าชั้นเรี ยน เสร็ จแล้วครู เป็ นผูถาม   ้
   นักเรี ยนเป็ นผูตอบ ครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 5-6 คน ตอบคาถามโดยใช้ประโยคจากข้อ 6
                    ้
   ให้นกเรี ยนที่ถูกสุ่ มเรี ยกเป็ นผูตอบคาถาม เช่น
         ั                            ้
                          Teacher:       What’s your favourite sport?
                          Students:      I like football.
                          Teacher:       What do you need for it?
                          Students:      I need a T-shirt, shorts, trainers, a ball and my friends.
                          Teacher:       Well done!
3. นักเรี ยนอ่านหนังสือเรียน หน้ ำ 25 ข้ อ 7 Read the leaflet about how to ride a bike safely and
   complete the chart. ให้อ่านบทความในใบปลิวเกี่ยวกับการขี่จกรยานอย่างปลอดภัย
                                                                       ั
                                                                   ั
   แล้วร่ วมกันอภิปรายว่าสิ่ งที่ควรทาและไม่ควรทาในการขี่จกรยานมีอะไรบ้าง ครู แบ่งกระดานเป็ น 2
   ด้าน เขียนหัวข้อ Things you should do และ Things you shouldn’t do บนกระดาน
   ครู และนักเรี ยนร่ วมกันอภิปรายในแต่ละหัวข้อ
                               ั
   โดยครู จดประโยคที่นกเรี ยนได้อภิปรายตามหัวข้อบนกระดาน และนักเรี ยนจดลงสมุด


                           Things you should do              Things you shouldn’t do
                       - Wear a helmet.                  - Don’t carry friends on your
                       - Give hand signals.                bike.

                                               95
                          - Stop at traffic lights.          - Don’t ride with no hands.
                                                             - Don’t ride on the wrong side of
                                                               the road.

    4. นักเรี ยนฝึ กเขียนใบปลิวเกี่ยวกับการเล่นกระดานลื่นอย่างปลอดภัย
       โดยใช้คาที่กาหนดให้ในตารางในหนังสือเรียน หน้ ำ 25 ข้ อ 8 Write a leaflet about how to do
       skateboarding safely. Use the words in the box to help you. นักเรี ยนสามารถปรึ กษากับเพื่อนๆ
                                           ่               ั
       โดยดูรูปแบบใบปลิวในกิจกรรมที่ผานมา ครู เน้นให้นกเรี ยนมีความคิดสร้างสรรค์



                                Tips for safe skateboarding
                                    - Wear a helmet.
                                   - Wear knee pads.
                                   - Wear elbow pads.
                                   - Don’t play in the street.

                                  ่
    5. นักเรี ยนอ่านคาศัพท์ที่อยูใน Your word book ในหนังสื อเรี ยน หน้า 25 พร้อมๆ กัน แล้วช่วยกันแปล
                                ั
       ความหมาย จากนั้นให้คดลอกคาศัพท์เหล่านี้ลงในสมุดรวบรวมคาศัพท์
พร้อมกับวาดภาพประกอบกิจกรรมรวบยอด
    1. นักเรี ยนเติมกลุ่มคาที่กาหนดลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 20 ข้ อ 5 Complete the
       instructions. เสร็ จแล้วครู สุ่มเรี ยกนักเรี ยน 3 คน อ่านประโยคและกลุ่มคาที่ตนเองเติม คนละ 1
       ประโยค ครู ถามความเห็นของนักเรี ยนในห้องว่า ประโยคที่เพื่อนพูดนั้นมีใครตอบอย่างอื่นบ้าง
                         ั
       เพราะอะไร ให้นกเรี ยนทุกคนช่วยกันอภิปราย

                            1. I have a bad cold. I can’t go to school.
                               If you have some medicine, you can go to school in three days.
                            2. I have a twist ankle. I can’t walk.
                               If you take a rest, you can walk in a week.
                            3. I can’t speak. I have a sore throat.
                               If you drink warm water, you can speak in three days.

                                                      96
2. ครู อธิบายการใช้ Question words ที่ข้ ึนต้นด้วย What, When, Where และ Why ดังนี้
                                              ้
        What แปลว่า อะไร เป็ นการถามที่ตองการคาตอบเป็ นคน สัตว์ สิ่ งของ หรื อเวลาก็ได้
                                                  ้
        When แปลว่า เมื่อไหร่ เป็ นการถามที่ตองการคาตอบเป็ นเวลา ช่วงเวลา หรื อวัน
                                                ้
        Where แปลว่า ที่ไหน เป็ นการถามที่ตองการคาตอบเป็ นสถานที่
                                            ้
        Why แปลว่า ทาไม เป็ นการถามที่ตองการคาตอบเป็ นเหตุผลของการกระทา
   จากนั้นให้นกเรี ยนเลือกคาเหล่านี้มาเติมลงในช่องว่างของแบบฝึ กหัด หน้ ำ 20 ข้ อ 6 Complete with
                 ั
   What, When, Where or Why. ให้ถูกต้อง
   ครู และนักเรี ยนร่ วมกันอภิปราย โดยครู ถามนักเรี ยนว่าแต่ละข้อนักเรี ยนเติมคาใดลงไป เพราะเหตุใด
   ครู จดคาตอบบนกระดาน เสร็ จแล้วสุ่ มเลือกนักเรี ยน 5 คน อ่านประโยคที่สมบูรณ์ทีละคน

                        1.   What
                        2.   What
                        3.   When
                        4.   Where
                        5.   Why

                                                              ั
   เมื่ออ่านเสร็ จแล้ว ครู ถามนักเรี ยนด้วยประโยคเหล่านั้นให้นกเรี ยนช่วยกันตอบ
                     ั
3. นักเรี ยนจับคู่กบเพื่อนผลัดกันถาม-ตอบในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 20 ข้ อ 7 Answer the questions about
   yourself. ให้นกเรี ยนเขียนคาตอบของตนเองตามจริ งลงในแบบฝึ กหัด
                       ั
                   ั
   เสร็ จแล้วให้นกเรี ยนฝึ กถามและตอบกับเพื่อน เมื่อทาเสร็ จแล้ว
                                                ตัวอย่ าง


                        1. My favourite sport is tennis.
                        2. I need a racket, a T-shirt and shorts.
                        3. I play in the evening.

   ครู จบเวลา 5 นาที เพื่อให้นกเรี ยนฝึ กถาม-ตอบกับเพื่อน แล้วให้นกเรี ยนทุกคู่ออกมานาเสนอ
        ั                     ั                                   ั
   หน้า ชั้นเรี ยน



                                                97
   4. นักเรี ยนอ่านเนื้อเรื่ องที่กาหนดในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 21 ข้ อ 8 Read and complete. แล้วเลือกคา 6 คา
      มาเติมลงในช่องว่าง ซึ่งนักเรี ยนสามารถปรึ กษากับเพื่อนข้างเคียงได้
      ครู และนักเรี ยนช่วยกันเฉลยคาตอบ

                              1. instructions
                              2. helmet
                              3. signals
                              4. stop
                              5. handle bars
                              6. don’t
      ครู เลือกนักเรี ยน 2 คน ออกมาหน้าชั้นเรี ยน โดยนักเรี ยนคนแรกอ่านประโยค 3 บรรทัดแรก และอีก
      1 คน อ่านประโยคที่เหลืออีก 3 บรรทัด
   5. ครู แบ่งนักเรี ยนเป็ น 5-6 กลุ่ม ทาแบบฝึ กหัด หน้ ำ 21 ข้ อ 9 Complete the health and safety poster.
      ให้สมาชิกของแต่กลุ่มช่วยกันคิดและเขียนข้อความลงในช่องว่างให้เหมาะสม
      ครู ให้นกเรี ยนออกมานาเสนอหน้าชั้นเรี ยน โดยให้ตวแทนกลุ่มอ่านข้อความทั้งหมดให้เพื่อนฟัง
               ั                                             ั
      และติดผลงานของแต่ละกลุ่มบนกระดาน

                                      BE SAFE
                            1.   a helmet
                            2.   wear sunglasses
                            3.   drink warn water
                            4.   Wear trainers
                            5.   do some exercises
                            6.   wear a lifejacket



  6.3 ชั่วโมงที่ 9-10

กิจกรรมนำสู่ กำรเรี ยน
  1. ครู ทบทวนการใช้ประโยคเงื่อนไข และ Wh-Questions
          ั
     ให้นกเรี ยนตั้งใจฟังและช่วยกันพูดตอบคาถาม
                                                     98
                                                                                          ้
  2. ครู บอกนักเรี ยนว่า ในชัวโมงนี้ จะเป็ นการทบทวนบทเรี ยนที่ได้เรี ยนไปแล้ว ตั้งแต่ตนคือ Lesson 1
                             ่
     และ Lesson 2
กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
  1. ครู เตรี ยมบัตรภาพกีฬามา 4 ชนิด ชนิดใดก็ได้ สุ่ มเรี ยกนักเรี ยน 1 คน ออกมาเลือกบัตรภาพ 1 ใบ
            ั                                                                           ั
     ให้นกเรี ยนถือบัตรภาพกีฬาชนิดนั้นไว้ จากนั้นครู ถามนักเรี ยน 4 คาถาม และให้นกเรี ยนตอบคาถาม
     ดังนี้
                        Teacher:        What’s your favourite sport?
                        Sommai:         I like basketball. (ถือภาพกีฬาบาสเกตบอล)
                        Teacher:        Why do you like this sport?
                        Sommai:         It is exciting.
                        Teacher:        Where do you do the sport?
                        Sommai:         At the gym.
                        Teacher:        What do you need for your favourite sport?
                        Sommai:         I need elbow pads, knee pads and trainers.
                        Teacher:        That’s very good Sommai.
                                                                      ั
     จากนั้นครู เขียนคาถามทั้ง 4 ข้อ บนกระดาน ให้นกเรี ยนจับคู่กบเพื่อน 1 คน
                                                        ั
     ฝึ กถามตอบกันตามตัวอย่างที่ครู ได้ถามกับสมหมาย
     หรื อนักเรี ยนอาจดูประโยคคาถามในหนังสือเรียน หน้ ำ 26 ข้ อ 1 Work with a friend. Ask and
     answer the questions. ซึ่งนักเรี ยนสามารถเลือกชนิดกีฬาอะไรก็ได้มา 1 อย่าง
     และนักเรี ยนสามารถเปิ ดดูคาศัพท์ต่างๆ จากบทเรี ยนได้ ครู จบเวลา 10 นาที
                                                                    ั
     เพื่อให้นกเรี ยนฝึ กสนทนากับเพื่อน แล้วออกมานาเสนอหน้าชั้นเรี ยนจนครบทุกคู่
                  ั
  2. ให้นกเรี ยนเปิ ดหนังสือเรียน หน้ ำ 26 ข้ อ 2 Put the dialogue in the correct order. Then listen and
              ั
     check your answer. แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 4-5 กลุ่ม เท่าๆ กัน
     สมาชิกในกลุ่มช่วยกันเรี ยงประโยคสนทนาในหนังสื อเรี ยนให้ถูกต้อง จากนั้นครู เปิ ด CD/Track 23
                ั                                ั
     ให้นกเรี ยนฟังเพื่อเฉลยคาตอบ แล้วให้นกเรี ยนทุกคนฝึ กอ่านประโยคด้วยตนเองอีกครั้ง



                               A:     What sports do you like?
                               B:     I like surfing. What do you think about it?
                               A:     I think it is dangerous.
                               B:     Sometimes, but it is exciting.
                                                   99
                         A:       When do you do it?
                         B:       Every time I go to the beach.



                              4          Sometimes, but it is exciting.
                              2          I like surfing. What do you think about it?
                              6          Every time I go to the beach.
                              1          What sports do you like?
                              3          I think it is dangerous.
                              5          When do you do it?

   ครู แบ่งนักเรี ยนเป็ นกลุ่มชายกับหญิง ให้กลุ่มผูชายเป็ นคนถาม ส่ วนกลุ่มผูหญิงเป็ นคนตอบ
                                                    ้                        ้
   จากนั้นผลัดกันให้ฝ่ายชายเป็ นคนตอบ ส่ วนฝ่ ายหญิงเป็ นคนถาม
3. ครู หยิบภาพกีฬา 1 ชนิด ชนิ ดใดก็ได้ แล้วสุ่ มถามนักเรี ยน 1 คน นักเรี ยนที่ถูกถาม
        ื
   ให้ยนขึ้นและตอบคาถาม
                      Teacher:        (ครู ชูภาพกีฬาสกี) What is this sport, Fah?
                      Fah:            Volleyball.
                      Teacher:        Can you play volleyball, Som?
                      Som:            Yes, I can.
                      Teacher:        Is it dangerous, Tong?
                      Tong:           Yes, it is.
                      Teacher:        I should wear knee and elbow pads.
                      Teacher:        That’s right.
   จากนั้นให้นกเรี ยนเปิ ดหนังสื อเรียน หน้ ำ 27 ข้ อ 3 Read and complete the text.
                 ั
                                                              ั
   นักเรี ยนทุกคนอ่านข้อความในหัวข้อ “PLAY SAFE” ครู จบเวลา 5 นาที ในการอ่าน เมื่อหมดเวลา
                                                 ั
   ให้ครู บอกนักเรี ยนว่า “Times up!” เพื่อให้นกเรี ยนทราบ ครู ถามนักเรี ยนด้วยคาถาม ดังนี้
            1. What sport can you get hurt everyday?
            2. What should you do before you start to play sport?
            3. If you like skateboarding, what equipment do you need?
            4. How can you play safety?

                                              100
    นักเรี ยนสามารถดูคาตอบจากบทความได้ แล้วให้ช่วยกันเฉลยคาตอบ

            1.   Football or tennis.
            2.   Warm up.
            3.   A helmet, knee and elbow pads.
            4.   First you need the right equipment and you should always warm up before you start.

        ั
    ให้นกเรี ยนนาคาศัพท์ที่ให้มาเติมในช่องว่างให้ถูกต้อง ครู ให้เวลา 5 นาที แล้วเฉลยคาตอบ
    โดยการอ่านข้อความเมื่อถึงช่องว่างที่นกเรี ยนต้องเขียนคาตอบ ให้ครู สุ่มเลือกนักเรี ยน 1 คน
                                         ั
    บอกคาตอบที่เขียนลงในช่องว่างนั้นๆ ถ้านักเรี ยนที่โดนสุ่ มตอบผิด ให้เพื่อนๆ
    ในห้องเรี ยนช่วยกันตอบ ครู แก้ไขคาตอบให้ถูกต้อง

                          1.   advice             2. dangerous
                          3.   hurt               4. equipment
                          5.   knee pads          6. helmet
                          7.   eyeglasses         8. warm up

   นักเรี ยนอ่านข้อความที่สมบูรณ์พร้อมกันอีกครั้ง
4. นักเรี ยนอ่าน e-mail ของ Catherine ที่เขียนถึง Pat ในหนังสือเรียน หน้ ำ 28 ข้ อ 4 Read the e-mail.
                                                          ั
   ทีละประโยค พร้อมกับช่วยกันแปลเป็ นภาษาไทย ให้นกเรี ยนดูแผนผัง (Venn Diagram)
   ระหว่างกีฬาปี นเขา (climbing) และกีฬาสกี (skiing)
   ครู ถามนักเรี ยนเป็ นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับกีฬาแต่ละชนิด และให้นกเรี ยนช่วยกันตอบคาถาม
                                                                    ั
   โดยดูจากแผนผังในหน้า 28
                     Teacher:             Look at the diagram. When will you play climbing?
                     Students:            In summer.
                     Teacher:             What equipments do you need?
                     Students :           Rope and helmet.
                     Teacher:             What’s about skiing? When will you play skiing?
                     Students:            In winter.
                     Teacher:             What equipments do you need?

                                               101
                          Students :           Warm clothes, boots, gloves and sunglasses.
        จากนั้นครู อ่านข้อความที่ Pat เขียน e-mail ตอบ Catherine ทีละประโยค พร้อมกับเฉลยคาตอบ
                  ั                                        ั
        โดยให้นกเรี ยนช่วยกันตอบว่า ในช่องว่างที่เว้นไว้นกเรี ยนจะเติมอะไร
        ครู เขียนคาตอบของนักเรี ยนบนกระดานและแก้ไขคาตอบ ถ้านักเรี ยนตอบผิด
                                                             ้
        นักเรี ยนเขียนคาตอบที่ถูกต้องลงในช่องว่าง เมื่อได้ขอความที่สมบูรณ์แล้ว นักเรี ยนช่วยกันอ่าน e-
        mail ดังกล่าวพร้อมกัน

                        Hi,
                        You asked me to tell you which sport to choose : climbing or skiing.
                        Climbing is a summer sport. It’s interesting. The equipment that you
                        need are ropes and helmet.
                        Skiing is fun. You can play in winter. The equipment that you need are
                        warm clothes, boots, gloves and sunglasses.

                        Both climbing and skiing are dangerous and exciting.
                        To me the two sports are interesting. You should choose the sport you
                        like most.
                        Good luck,
                        Pat

     นักเรี ยนออกมานาเสนอหน้าชั้นเรี ยน ครู ให้คะแนนในเรื่ องของการออกเสี ยง
     และแนะนาในข้อบกพร่ องของแต่ละคู่ เพื่อนาไปปรับปรุ งให้ดีข้ ึน
กิจกรรมรวบยอด
  1. นักเรี ยนเปิ ดแบบฝึ กหัด หน้ ำ 22 ข้ อ 1 Complete the dialogue with the questions. เลือกข้อความ a-d
     เติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง นักเรี ยนปรึ กษากับเพื่อนได้ เสร็ จแล้วครู เฉลยคาตอบบนกระดาน

                            1. b         2. c        3. a         4. d

                                 ั
        จากนั้นให้นกเรี ยนจับคู่กบเพื่อนฝึ กสนทนาตามบทสนทนาดังกล่าว
                     ั
        เสร็ จแล้วให้นกเรี ยนแต่งบทสนทนาของคู่ตนเอง โดยยึดคาถามดังกล่าวเป็ นหลัก
                       ั

                                                  102
2. ให้นกเรี ยนอ่านเนื้อเรื่ อง Water Sport Club ในแบบฝึ กหัด หน้ ำ 22 ข้ อ 2 Read and complete.
       ั
   แล้วเลือกข้อความที่ให้มาเติมในช่องว่างให้ถูกต้อง เสร็ จแล้วครู เฉลยคาตอบบนกระดาน

                     1.   there is a camp for you.
                     2.   Here you can learn sailing and surfing.
                     3.   get out into the fresh sea air!
                     4.   and to work with other people.

   นักเรี ยนตรวจคาตอบของตนเอง และแก้ไขให้ถูกต้อง ครู ขออาสาสมัครนักเรี ยน 1 คน
   อ่านเนื้อเรื่ องที่สมบูรณ์ให้เพื่อนฟัง
3. นักเรี ยนเปิ ดแบบฝึ กหัด หน้ ำ 23 ข้ อ 3 Complete the chart about your favourite sport.
         ั
   ให้นกเรี ยนเขียนข้อความลงไปตามแต่ละหัวข้อ แล้วนาข้อความเหล่านั้นมาแต่งบทความ
   โดยเขียนบทความเหล่านั้นลงในกรอบที่กาหนดในหัวข้อ Now write about the sport.



                     Sport : Cycling
                     When you do it : On Sunday afternoon
                     Where you do it : In the park near my house
                     With whom you do it : My friends
                     Dangers : Accident
                     Things you need : A helmet and knee pads
                     Why you do it : I love it

4. ครู แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 3-4 กลุ่ม และแจกบัตรคาเกี่ยวกับอุปกรณ์การเล่นกีฬาให้กลุ่มละ 1 ชุด ดังนี้
        gloves       helmet       knee pads      elbow pads trainers boots
        sunglasses         eyeglasses special clothes         lifejacket
   จากนั้นทบทวนคาศัพท์ทีละคา ครู ออกเสี ยงและถามความหมายของคาศัพท์น้ น         ั
   นักเรี ยนออกเสี ยงตามและตอบคาถามของครู เช่น
                     Teacher:                 ั
                                          (ชูบตรคา gloves) gloves (ครู ออกเสี ยงคาศัพท์)
                     Students:            gloves
                     Teacher:             What does it mean “gloves”?
                                                 103
                         Students :         ถุงมือ

  6.4 ชั่วโมงที่ 11-13

กิจกรรมนำสู่ กำรเรี ยน
     ครู บอกจุดมุ่งหมายในการเรี ยนของชัวโมงที่ 11-13 ว่า นักเรี ยนจะเรี ยนรู ้การประดิษฐ์กระดาษ
                                            ่
     การร้องเพลง และเล่นเกมกระดาน
กิจกรรมพัฒนำกำรเรี ยนรู้
  1. ครู ให้นกเรี ยนจัดทาแผ่นพับใบปลิวเกี่ยวกับกีฬาที่ตนชอบ ครู แจกกระดาษให้นกเรี ยนคนละ 1 แผ่น
                ั                                                                     ั
     เพื่อทาใบปลิวเกี่ยวกับกีฬา โดยมีข้ นตอนดังนี้
                                          ั
                    ั                                      ั
      1) ครู ให้นกเรี ยนหยิบสมุดขึ้นมา แล้วให้คิดกีฬาที่นกเรี ยนชื่นชอบมา 1 ชนิด แล้วเขียนหัวข้อ
          พร้อมคาตอบของตนเองลงสมุด
                          Sport                  : (ชื่อชนิ ดกีฬา)
                          When you do it         : (ช่วงที่เล่นกีฬานั้น)
                          Where you do it        : (สถานที่เล่นกีฬานั้น)
                          Dangers                : (Yes/No)
                          Things you need                           ้
                                                 : (เครื่ องมือที่ตองเตรี ยมไป)
                          Why you do it          : (เหตุผลที่เล่น)
      2) แบ่งกระดาษในแนวนอนออกเป็ น 3 ส่ วน เท่าๆ กัน
          เขียนกีฬาที่ชอบในช่องซ้ายและติดรู ปหรื อวาดรู ปกีฬาในช่องกลาง ตามตัวอย่าง
      3) เขียนเกี่ยวกับกีฬาตามหัวข้อในข้อ 1 ในช่องขวามือ
      4) พับกระดาษตามรอยประหรื อรอยพับ
      5) เขียนชื่อชนิ ดกีฬาลงบนแผ่นพับ
      6) นักเรี ยนนาชิ้นงานของแต่ละคนมาติดแสดงหน้าชั้นเรี ยน และวิจารณ์งานของคนอื่นๆ
                        ั
          สุ ดท้ายให้นกเรี ยนลงมติ และคัดเลือกชิ้นงานที่ดีที่สุด 3 ชิ้น และบอกเหตุผลว่า
          ทาไมจึงเป็ นชิ้นงานที่ดี
  2. ครู ให้นกเรี ยนฝึ กร้องเพลง Safety first ในหนังสือเรียน หน้ ำ 30 ข้ อ 1 Sing along. โดยครู เปิ ด
              ั
                           ั                        ั
     CD/Track 24 ให้นกเรี ยนฟัง 2-3 ครั้ง แล้วให้นกเรี ยนร้องเพลงตาม CD จนคล่อง
                  ั                    ั
     ขณะที่นกเรี ยนร้องเพลง ครู ให้นกเรี ยนช่วยกันคิดท่าทางประกอบเพลง จากนั้นแสดงท่าทาง
     หรื อแสดงบัตรภาพคาศัพท์ประกอบบทเพลงที่ร้องด้วย


                                                 104
               Safety first
        Safety first from the start
      Safety first makes you smart.
If you ride your bike, wear your helmet.
            Wear your helmet.
If you fall down, then you’ll be all right.
            Wear your helmet.
Wear your helmet if you ride your bike.
        Safety first from the star
      Safety first makes you smart.




    If you go skating, wear your pads.
              Wear your pads.
If you fall down, then you won’t get hurt.
              Wear your pads.
    Wear your pads, if you go skating.
        Safety first from the start
      Safety first makes you smart.
 If you go sailing, wear your lifejacket.
          Wear your lifejacket.
  If you fall down, then you’ll be safe.
          Wear your lifejacket.
 Wear your lifejacket, if you go sailing.
        Safety first from the start
      Safety first makes you smart.

                   105
  3. ครู ให้นกเรี ยนเล่นเกมกระดาน โดยแบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 3-4 กลุ่ม ให้ใช้หนังสื อเรี ยนกลุ่มละ 1 เล่ม
              ั
     แล้วเปิ ดหนังสือเรียน หน้ ำ 31 Play Board Game. สมาชิกในกลุ่มหาตัวเดินของตน
     ครู แจกลูกเต๋ าให้กลุ่มละ 1 ลูก ผูเ้ ล่นแต่ละกลุ่มวางตัวเดินของตนที่จุดเริ่ มต้น (Start) ผูเ้ ล่นคนที่ 1, 2,
     3, 4 … ทอยลูกเต๋ าตามลาดับ ทอยได้คะแนนเท่าไรให้เดินตามช่อง (ตามจานวนแต้มที่ตนทอยได้)
     หยุดช่องใดให้อ่านข้อความในช่องนั้นและปฏิบติตาม สมาชิกในกลุ่มคนใดถึงจุดสิ้ นสุ ด (Finish)
                                                         ั
     ก่อนถือว่าเป็ น ผูชนะ และให้ผชนะของแต่ละกลุ่มออกมาแข่งขันกันอีกครั้ง
                         ้                ู้
                   ู้
     เพื่อให้ได้ผชนะในห้องเพียง 1 คน
กิจกรรมรวบยอด
                ั                                      ้
  1. ครู ให้นกเรี ยนเล่นเกม Sport Players ซึ่งเกมนี้ตองอาศัยความว่องไว
     และทักษะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล วิธีการเล่นมีดงนี้      ั
      1) ครู เตรี ยมบัตรคาเกี่ยวกับชื่อกีฬาต่างๆ เช่น

                   boxing            swimming             ping-pong             skating

                    tennis           climbing                 football          basketball
                   baseball            volleyball             skiing        riding

                    judo             sailing

         2) นักเรี ยนทุกคนยืนขึ้นเตรี ยมตัว เมื่อครู เป่ านกหวีด พร้อมชูป้ายบัตรคากีฬา
            นักเรี ยนต้องรวบรวมสมาชิกให้เท่ากับผูเ้ ล่นกีฬาชนิดนั้นๆ
                  เช่น         ครู ชูป้าย      boxing     นักเรี ยนต้องรวมกลุ่ม จับคู่ 2 คน

                               ครู ชูป้าย      riding     นักเรี ยนยืนคนเดียว        เป็ นต้น

         3) นักเรี ยนที่ไม่มีคู่ ทาไม่ถูกต้อง หรื อรวมกลุ่มไม่ได้ ต้องออกจากการเล่นเกม
         4) นักเรี ยนที่เหลืออยู่ 3 คนสุ ดท้าย เป็ นผูชนะ
                                                      ้

7. การวัดและประเมินผล
      7.1 การประเมินก่อนเรียน
          - ประเมินการทาแบบทดสอบ
                                                        106
      7.2 การประเมินระหว่ างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
          - ประเมินการทาแบบฝึ กหัด
          - สังเกตพฤติกรรมการเรี ยนรู ้ในช่วงการทากิจกรรม
      7.3 การประเมินหลังเรียน
          - ประเมินการทาแบบทดสอบ
          - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
      7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
          - ประเมินการทาแผ่นพับเกี่ยวกับกีฬาที่ชอบ
          - ประเมินการรวบรวมคาศัพท์ใน Your word book

8. สื่ อ/แหล่ งการเรียนรู้

           1. หนังสื อเรี ยน Smile ป. 6                 2. แบบฝึ กหัด Smile ป. 6
           3. Audio CD Smile ป. 6                       4. บัตรภาพ บัตรคา




                                          English Pre-Test
      Choose the correct answer.
      1. What is your ………………….. sport?
              a. fairy             b. favourite         c. frank              d. front
      2. I think ………………….. is dangerous.
              a. walking           b. running           c. cycling            d. climbing
      3. Do you think boxing is …………………..?
              a. exciting          b. beautiful         c. fine               d. exit
      4. Pook-Look is the ………………….. beautiful girl in our class.
              a. much              b. many              c. most               d. more
      5. Bangkok is the ………………….. city in Thailand.
              a. busier            b. busiest           c. more busy          d. most busy
                                                  107
6. This is ………………….. elephant I have ever seen.
      a. big               b. bigger              c. biggest       d. the biggest
7. Mae-Khon is ………………….. river in Asia.
      a. longer            b. the longest         c. more longer   d. the most longest
8. I am playing table-tennis. Table-tennis = ………?…………..
      a. ping-pong         b. football            c. tennis        d. basketball
9. We like to see soccer. Soccer = ………?…………..
      a. ping-pong         b. football            c. tennis        d. basketball
10. I need ………………….. to go swimming.
      a. a helmet          b. a racket            c. a ball        d. a swimming suit




                                  English Post-Test
Choose the correct answer.
1. She sometimes ………………….. tennis in the evening.
      a. does              b. plays               c. goes          d. has
2. Susan ………………….. sailing every Sunday.
      a. goes              b. does                c. plays         d. has
3. We ………………….. our homework at night.
      a. go                b. play                c. has           d. do
4. What’s your favourite sport?
      a. reading           b. pudding             c. surfing       d. singing
5. ………………….. do you go sailing? In summer.
      a. Where             b. When                c. What          d. Who

                                            108
     6. What do you need for cycling?
           a. a helmet          b. a jacket                                                                                   c. a swimming suit                                                                      d. a racket
     7. If you have a sore throat, …………………..
           a. eat salad         b. drink coca-cola                                                                            c. wear a helmet                                                                        d. drink lemonade
     8. If you go sailing, …………………..
           a. wear eyeglasses b. wear a helmet                                                                                c. wear a lifejacket                                                                    d. drink juice
     9. ………………………., you will be healthy.
           a. If you have much money                                                                                          b. If you study hard
           c. If you take exercise                                                                                            d. If you eat a lot of pizza
   10. What sport do we play on ice?
           a. Football, basketball                                                                                            b. Tennis, boxing
           c. Ping-pong, cycling                                                                                              d. Skiing, ice-skating



                                                       แบบประเมินทักษะทางภาษา

วิชาภาษาอังกฤษ                                  ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
Lesson …………………………………..                          กิจกรรม…………………………………..
คาชี้แจง ให้ ผูสอน สังเกตการใช้ทกษะทางภาษาในขณะปฏิบติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนนลงใน
               ้                ั                      ั
         ตาราง ให้ตรงกับความสามารถของผูเ้ รี ยน
เกณฑ์ การให้ คะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุ ง
                                                                                                                                                                                                                               สรุปผล
                                                                                                                                                                              ออกเสี ยงคาที่มี t และ th ประกอบได้
                                                                                                          พูดสนทนาถาม-ตอบเกี่ยวกับกีฬาด้วย
                                 และบอกความหมายคาศัพท์ที่เรี ยนได้

                                                                     เพื่อให้ขอมูลเกี่ยวกับกีฬาที่ตนชอบ




                                                                                                                                                                                                                             การประเมิน
                                                                                                                                             และประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 ได้
                                                                     และอุปกรณ์ประกอบการเล่นได้



                                                                                                                                             ใช้การเปรี ยบเทียบขั้นสู งสุ ด




  เลขที่        ชื่อ-สกุล                                                                                                                                                                                           รวมคะแ
                                 ฟัง ออกเสี ยง สะกดคา




                                                                                                                                             (Superlative Degree)
                                                                                                          Wh- Questions ได้




                                                                                                                                                                                                                      นน ผ่าน           ่
                                                                                                                                                                                                                                    ไม่ผาน
                                                                     พูดและเขียน
                                                                              ้




                                                                                                 109
                                                    ลงชื่อ…………….……………………..ผูประเมิน  ้
การประเมิน: นักเรี ยนที่ได้คะแนน 10 คะแนนขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน (คะแนนเต็ม 20)


                                                            แบบประเมินชิ้นงาน
                    ้
   คาชี้แจง : ให้ ผูสอน ตรวจชิ้นงานของนักเรี ยน โดยเขียนระดับคะแนนลงในตาราง
              ให้ตรงกับความสามารถของผูเ้ รี ยน
   เกณฑ์ การให้ คะแนน 4 = ดีมาก                             3 = ดี                                  2 = พอใช้                                                     1 = ควรปรับปรุ ง

                                                                                                                                                                                      สรุปผล
                                                            การเตรี ยมความพร้อมก่อนนาเสนอ




                                                                                                                                                                                    การประเมิน
                                การนาเสนอผลงาน (ในภาพรวม)


                                                            (หรื อความสามัคคีในการทางาน)




                                                                                                                                             ความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์
                                                                                              ความถูกต้องของชิ้นงาน

                                                                                                                      ความเรี ยบร้อยสวยงาม




  เลขที่         ชื่อ-สกุล                                                                                                                                                รวมคะแน
                                                                                                                                                                             น    ผ่าน       ่
                                                                                                                                                                                         ไม่ผาน




                                                                                            110
                                                                           ้
                                                   ลงชื่อ…………….……………………..ผูประเมิน

การประเมิน: นักเรี ยนที่ได้คะแนน 10 คะแนนขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน (คะแนนเต็ม 20)



                              ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้ าน
                   ้
  คาชี้แจง : ให้ ผูสอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรี ยน ในระหว่างเรี ยนและนอกเวลาเรี ยน แล้วขีด  ลงในช่องว่าง
             ให้ตรงกับระดับคะแนน และตามความเป็ นจริ ง โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
                                        ั ั
                   4 = พฤติกรรมที่ปฏิบติชดเจนมาก และบ่อยครั้ง สม่าเสมอ
                                      ั ั
                   3 = พฤติกรรมที่ปฏิบติชดเจนและสม่าเสมอ
                                       ั ั
                   2 = พฤติกรรมที่ปฏิบติชดเจนและบ่อยครั้ง
                                         ั
                   1 = พฤติกรรมที่ปฏิบติบางครั้ง
  คุณลักษณะอัน                                                                         ระดับคะแนน
                                             รายการประเมิน
  พึงประสงค์ดาน   ้                                                                  4   3 2 1
 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภูมิใจในความเป็ นชาติ
     กษัตริย์                     ั
                      1.2 ปฏิบติตนตามหลักธรรมของศาสนา
                      1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริ ย ์
                                    ั
 2. ซื่อสั ตย์ สุจริต 2.1 ปฏิบติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน
                                         ั
                      2.2 ประพฤติ ปฏิบติ ตรงต่อความเป็ นจริ งต่อตนเอง
                                           ั                      ้
                      2.3 ประพฤติ ปฏิบติ ตรงต่อความเป็ นจริ งต่อผูอื่น
 3. มีวนัย
        ิ             3.1 เข้าเรี ยนตรงเวลา

                                                  111
                     3.2   แต่งกายเรี ยบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ
                     3.3         ั
                           ปฏิบติตามกฎระเบียบของห้อง
4.   ใฝ่ เรียนรู้    4.1   แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรี ยนรู ้ต่างๆ
                     4.2   มีการจดบันทึกความรู ้อย่างเป็ นระบบ
                     4.3   สรุ ปความรู ้ได้อย่างมีเหตุผล
5.                   5.1   ใช้ทรัพย์สินและสิ่ งของของโรงเรี ยนอย่างประหยัด
     อยู่อย่ างพอเพี 5.2   ใช้อุปกรณ์การเรี ยนอย่างประหยัดและรู ้คุณค่า
     ยง              5.3   ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน
6.                   6.1   มีความตั้งใจ และพยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมาย
     มุ่งมั่นในการ 6.2     มีความอดทนและไม่ทอแท้ต่ออุปสรรค เพื่อให้งานสาเร็ จ
                                                    ้
     ทางาน
7.                   7.1                           ั
                           มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
     รักความเป็ นไ 7.2                      ั
                           เห็นคุณค่าและปฏิบติตนตามวัฒนธรรมไทย
     ทย
8.   มีจตสาธารณะ 8.1
          ิ                     ั                              ้
                           รู ้จกการให้เพื่อส่ วนรวม และเพื่อผูอื่น
                     8.2                                                     ้
                           แสดงออกถึงการมีน้ าใจหรื อการให้ความช่วยเหลือผูอื่น
                     8.3   เข้าร่ วมกิจกรรมบาเพ็ญตนเพื่อส่ วนรวมเมื่อมีโอกาส



                                                                      บันทึกหลังแผนการสอน

       ด้านความรู้


       ด้านสมรรถนะสาคัญของผูเรียน
                             ้


       ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์




         ั
       ปญหา/อุปสรรค
                                                    112
 แนวทางการแก้ไข




                         ้                     ้       ั
             ความเห็นของผูบริ หารสถานศึกษาหรือผูที่ได้รบมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ




                                                  ลงชื่อ
                                                  (               )
                                                 ตาแหน่ง




                                    113

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:173
posted:6/24/2012
language:Thai
pages:48