The Medical and Dental Hypnotherapy Association and
Shared by: ow1i5I
-
Stats
- views:
- 26
- posted:
- 6/22/2012
- language:
- Thai
- pages:
- 12
Document Sample


ิ
การบรรยายในโครงการฝึ กอบรมเชิงปฏิบัตการ
หลักสู ตร ผู้บังคับบัญชา ระดับต้ น จานวน 80 ท่ าน
สานักพัฒนาโครงสร้ างและระบบบริหารงานบุคคล กรมชลประทาน
วิทยากร: ดร. บุญเลิศ สายสนิท
ผู้เชี่ ยวชาญการสั่ งจิตบาบัดทางการแพทย์ และทันตกรรมนานาชาติ USA
Professional and Certified Hypnotherapist of 2 Associations, USA
The Medical and Dental Hypnotherapy Association and
The Association of Counselors and Therapists
And also Neuro Linguistic Programmer
……………………………………………………………………………………………………………………..
่ ่
การพัฒนาจิตเพือเพิมประสิทธิภาพในการทางาน
งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุ ข
คนมีทุกข์ เมื่อตกงาน พาลเหงาหงอย
ขาดความรู้ ความสามารถ เฝ้ าแต่ คอย
้
เหมือนรอสอย ดวงดาวจาก ฟากฟาไกล
คนจะดี ก็เพราะมี ดีอยู่ด้วย
ดีไม่ ช่วย คนจะดี ี่
ได้ ทไหน
เกิดมาดี ควรมุ่งหมั่น ทาดีไว้
สั กวันไซร้ คุณความดี จักช่ วยตน
2
ความจริ งแล้ว คนเราทุกคนที่เกิดมา เมื่อถึงวัยบรรลุนิติภาวะแล้ว จบการศึกษาในระดับหนึ่ง
พอมีความรู ้ความสามารถที่จะทางานได้ ช่วยเหลือตนเองได้ นับว่าเป็ นคนที่โชคดี
ไม่ตองคอยพึ่งพาอาศัยเงินทองจากใคร ในการพึ่งพาตนเองนี้ก็ตองมีงานทา จะเป็ นงานของรัฐ งานเอกชน
้ ้
หรื องานของตนเอง เป็ นลูกจ้างให้ตนเอง โดยตนเองเป็ นทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ที่ฝรั่งเขาเรี ยกว่า self-
employment สาหรับท่านที่อยู่ ณ ที่น้ ี เป็ นลูกจ้างของรัฐ เป็ นข้าราชการ เป็ นที่ช่วยเหลือแผ่นดิน
ั่
ช่วยเหลือประชาชน เป็ นงานที่มนคง มีสวัสดิการของรัฐให้ความช่วยเหลือดูแลดี
ส่ วนความเจริ ญก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้น
่ ั
ขึ้นอยูกบความรู ้ความสามารถของท่านและระยะเวลาการทางานของท่าน
้
ที่จะช่วยเลื่อนระดับขั้นของท่านให้สูงขึ้นไปเรื่ อย ๆ จนถึงวันและวัยของท่านที่ตองปลดเกษียณพักผ่อน
อันจะทาให้ท่านภาคภูมิใจในการทางานของตนอย่างซื่ อสัตย์สุจริ ต ช่วยรัฐ ช่วยชาติ ช่วยประชาชน
่
ให้อยูมีมีความสุ ข
้ ้ ั
ขณะนี้ ท่านได้กาวมาถึงการเป็ นผูบงคับบัญชาระดับต้นแล้ว
้ ั
ยังมีโอกาสที่จะก้าวต่อไปเป็ นผูบงคับบัญชาระดับสู ง ในอนาคตต่อไป
ขอให้ท่านตั้งใจเรี ยนรุ ้จากการอบรมเชิงปฏิบติการในครั้งนี้
ั
เพื่อส่ งเสริ มให้ท่านได้พฒนาศักยภาพในการทางานของท่านให้มีสมรรถนะและมีประสิ ทธิ ภาพมากขึ้นและ
ั
่ ั
ดีข้ ึนกว่าระดับความรู ้ที่มีอยูในปั จจุบน โดยเฉพาะ เรื่ องพลังจิตใต้สานึก Hypnosis และ NLP
ที่ได้เรี ยนรู ้จากผมในครั้งนี้ แม้จะเป็ นระยะเวลาอันสั้นเพียงวันเดียวก็ตาม
แต่ผมจะพยายามถ่ายทอดเนื้ อหาใจความที่สาคัญ อันที่จะช่วยให้ท่านนาไปใช้ในชีวตส่ วนตัว
ิ
ิ ิ
ชีวตครอบครัว ชีวตการทางาน พอเป็ นแนวทางพัฒนาจิตเพื่อเพิ่มประสิ ทธิ ภาพในการทางานของท่าน
่
ท่ านทราบไหมว่ า ปัจจุบันนี้ มนุษย์ ทุกคนทัวโลก ต้ องเผชิ ญกับภัย 3 ประการ
่ ั
ภัยประการแรก คือ ภัยจากโรค - ไม่มีใครที่อาศัยอยูในโลกจะหนีภยจากโรคได้
เชื้อโรคหรื อโรคต่าง ๆ
่ ่
ที่อยูในตัวของเราเดี๋ยวนี้ก็มีและที่อยูภายนอกร่ างกายของเราก็ยงมีอีกมากมายนับไม่ถวน
ั ้
้
ดังที่เราได้พบได้เห็นบุคคลภายในบ้านของเราเองที่ตองเจ็บป่ วย
ั
คนนอกบ้านเราอีกมากมายที่เจ็บป่ วยด้วยโรคต่าง ๆ มีท้ งโรคที่หนักและโรคที่เบา
่
ไม่มีใครที่จะหลบหนีจากภัยโรคได้ เพราะเราทุกคนอยูในโลกที่เต็มไปด้วยโรคนันเอง
่
่
แต่ เราสามารถทีจะสร้ างภูมิค้ ุมกันหรือภูมิต้านทานโรคได้
ั
ดังทีเ่ ราจะมีการเรียนรู้ และฝึ กปฏิบัติกนต่ อไป
3
ภัยประการที่ 2 คือ ภัยจากมนุษย์ ด้วยกันเอง -
ั ้
ทุกวันนี้มีภยที่เกิดจากมนุษย์ดวยกันมากมายหลายรู ปแบบ เริ่ มจาก การหลอกลวง การฉกชิงวิงราว
่
การจี้ปล้น ทาร้ายกันอย่างไร้สาเหตุและไร้เหตุผล
แม้เพียงเรื่ องเล็กน้อยก็ถึงกับยิงฟันกันฆ่ากันอย่างง่ายดาย
จนในที่สุดก็ทาสงครามรบพุ่งกันด้วยอาวุธร้ายรุ นแรงนานาประการ
ดังที่เราเห็นเขมรกับไทยที่ปะทะกันตามชายแดน
ั
เป็ นภัยมนุษย์ที่นาความเดือดร้อนมาให้กนทั้งสองฝ่ าย
ิ ้ ้
ภัยที่ร้ายแรงของฝี มือมนุษย์ทาขึ้นในประเทศญี่ปุ่นได้คร่ าชี วตมนุษย์ดวยกันเองตายยังนับไม่ถวน
่
ภัยประการที่ 3 คือ ภัยจากธรรมชาติ - ซึ่งในสมัยอดีตหลายทศวรรษที่ผานมาแล้วนี้
ั
ไม่เคยมีภยธรรมชาติที่มีความรุ นแรงมากเหมือนทุกวันนี้เลย
เช่นน้ าท่วมแต่ก่อนก็ไม่ถึงกับทาความเสี ยหายให้บานเรื อนข้าวของในบ้านเหมือนทุกวันนี้
้
ั ู้ ิ
ระยะหลัง ๆ นี้ น้ าท่วมถึงกับหนีไม่ทน เช่นคลื่นซูนามิ ทาให้ผคนเสี ยชีวตมาก
ทรัพย์สินเสี ยหายมาก นาความทุกข์ยากลาบากมาสู่ มนุษย์มากขึ้น ๆ ทุกที อีกทั้งแผ่นดินไหว
ิ
พายุทอนาโดในอเมริ กา ทาลายบ้านเรื อนและชีวตคนไปเป็ นจานวนมาก
่ ้
ไม่วาประเทศที่เจริ ญพัฒนาแล้วหรื อประเทศที่ดอยพัฒนายังไม่เจริ ญ
ต่างก็ได้รับผลจากภัยธรรมชาติเท่าเทียมกัน เกิดขึ้น ณ ที่ใด ไม่มีใครที่จะหนีได้ จงอย่าประมาท
่
พึงสร้างกรรมดีเข้าไว้ ไม่วาอะไรจะเกิดขึ้น เรายอมรับ และเราพร้อม
จิตที่สงบย่อมพบกับทางสว่าง
ความสั มพันธ์ ของจิตสานึกและจิตใต้ สานึก
จิตสานึก คือ จิตทีทาหน้ าที่เกี่ยวกับระบบประสาททั้ง 5 อันได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น กาย
่
ิ
ช่วยให้เราสามารถรับรู ้ถึงความรู ้สึกได้สัมผัสได้ เช่น หูได้ยนเสี ยง ตามองเห็นสิ่ งต่าง ๆ จมูกได้กลิ่นต่าง ๆ
่
ที่อยูรอบตัว ลิ้นสามารถรับรู ้ถึงรสชาติของสิ่ งที่เรากินดื่ม ส่ วนกายก็รับรู ้ถึงการสัมผัสสิ่ งที่มากระทบกาย
เพื่อรับรู ้สิ่งนั้นอ่อนหรื อแข็ง เย็นหรื อร้อน ดังที่เราทุกคนทราบกันดี แต่จิตสานึกยังมีคลื่นสมอง brain
web 4 ระดับ
ระดับคลื่นสมอง เบต้า Beta เริ่ มจาก 14 - 35 สภาวะจิตตื่นตัวปรกติ
ระดับ คลื่นสมอง อัลฝ้ า Alfa จาก 8 – 14 สภาวะจิตผ่อนคลาย
้
ระดับ คลื่นสมอง ธีตา Theta จาก 4 – 8 สภาวะจิตสงบเข้าภวังค์หลับ
4
ระดับคลื่นสมอง เด็ลต้า Delta จาก 0.05 – 4 สภาวะจิตเข้าภวังค์ลึก หลับลึก
่ ่
จิตสานึก เป็ นสภาพของจิต “ทีมีสติ” เป็ นศูนย์ ของการสื่ อสาร ทาหน้ าทีคิด มีเหตุผล คานวณ
วางแผน แสดงความรู้ สึกและการกระของร่ างกายออกมา ในลักษณะต่ าง ๆ
่
แต่ ไม่ ทาหน้ าทีในการเก็บข้ อมูลใด ๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น
จิตใต้ สานึก คือจิตทีทาหน้ าที่ เป็ นคลังสมอง เก็บข้อมูลทุกสิ่ งทั้งหมด ทั้งดีและเลว ทั้งบวกและลบ
่
ทั้งถูกและผิด โดยปราศจากการวิเคราะห์หรื อแยกแยะแต่ประการใด เก็บความคิด คาพูด และการกระทา
้
ของตนเองและผูอื่น ถ้าเก็บด้านบวกด้านดีมาก ความคิด
ั ้
คาพูดและการกระทาก็จะออกมาดีเป็ นด้านบวกและสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดผลดีท้ งแก่ตนเองและผูอื่น
ตรงกันข้าม ถ้าเก็บด้านลบด้านเลวมาก ความคิด
้
คาพูดและการกระทาก็จะออกมาเลยเป็ นด้านเสี ยด้านทาลาย ก่อให้เกิดผลเสี ยแก่ตนเองและผูอื่นได้
เมื่อตนเองคิดและพูดกับตนเองว่ า “ฉันขีเ้ กียจ” ถ้ าพูดบ่ อย พูดซ้า ๆ
้็
พฤติกรรมเช่ นนีกจะถูกเก็บไว้ ในจิตใต้ สานึก ทาให้ เขาเป็ นคนขีเ้ กียจไปได้ ดังทีเ่ ขาคิดและพูด
แม้ แต่ ความคิดและคาพูดของเขาว่ า “มันยาก ฉันทาไม่ ได้ ” ความคิด
คาพูดเช่ นนีกจะถูกเก็บไว้ ในจิตใต้ สานึกของเขา ทาให้ เขาทาได้ ยากจนทาไม่ ได้ ในสิ่ งนั้น ด้วยเหตุน้ ีกระมัง
้็
ทางด้านจิตวิทยาเกี่ยวพลังจิตใต้สานึก จึงห้าม ไม่ให้คิด พูดและกระทาด้านลบ ด้านที่ไม่ดีในทุกเรื่ อง
ิ
เพื่อป้ องกันไม่ให้ชีวตต้องประสบกับความผิดพลาด ผิดหวัง ล้มเหลวและสู ญเสี ย
ั
เรื่องความสั มพันธ์ ระหว่างจิตสานึกกับจิตใต้ สานึก จึงถือมีความสั มพันธ์ กบเป็ นอย่างมาก
ดังพอจะแยกมาให้ เห็นได้ ดังนี้
จิตสานึก จิตใต้ สานึก
่
1.โดยทัวไปอยูภายในความควบคุม
่ 1.เข้าควบคุมคอบครองเมื่อจิตสานึกขาดสติ
2.หลับในเวลานอนกลางคืน 2.ไม่เคยหลับ ทางานตลอด 24 ชัวโมง
่
้ ้
3.ออกคาสั่งให้แก่จิตใต้สานึ กเก็บข้อมูล 3.เป็ นผูรับใช้ที่ไม่ข้ ึนต่อผูใด
4.มีเหตุผล 4.ไม่มีเหตุผล
้
5.ไม่เก็บข้อมูลที่ตองจดจา 5.เป็ นคลังสมองเก็บทุกสิ่ งทึ่คุณรู ้สึกคิดพูดและทา
5
สาธิต การสั่ งจิตสานึกให้ ผ่อนคลาย ให้ จิตใต้ สานึกรับข้ อมูล
ให้ ร้ ู ถึง คลังสมอง คลังปั ญญา คลังสมบัติ คลังแพทย์ และคลังยา
สั่ งจิต ปรับและพัฒนา ธาตุ ทั้ง 4 ในร่ างกายให้ สมดุล
การทางานของสมองซีกซ้ ายและซีกขวา
สมองซีกซ้ าย สมองซีกขวา
เกี่ยวกับตรรกวิทยา เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์
เป็ นคาพูดที่ออกเสี ยง ใช้ความคิดที่สร้างเป็ นภาพ
เกี่ยวกับคณิ ตศาสตร์ เกี่ยวกับศิลป์ ศาสตร์
้
มีขอมูลของความเป็ นจริ ง เป็ นความคิดของการจินตนาการ
เป็ นข้อบ่งชี้ เฉพาะ เป็ นรู ปแบบองค์รวม
การวิเคราะห์ วิภาค จินตภาพและสัญลักษณ์
เกี่ยวกับตัวเลขและคาพูด เป็ นสัญชาตญาณหรื อสหัชญาณ
ิ่
สมองของมนุษย์เรามหัศจรรย์ยงนัก สาคัญยิงกว่าตัวเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์
่
้
ตัวเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ มีขนาดที่เก็บได้แตกต่างกันออกไป บ้างเก็บได้มาก บ้างเก็บได้นอย
ซึ่งแล้วแต่ขนาดของตัวที่เก็บ ส่ วนสมองของมนุษย์ สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไร้ขอบเขตจากัด
ตราบใดที่ยงมีชีวิตอยู่ สมองสามารถเก็บทุกสิ่ งทั้งที่ตองการและไม่ตองการโดยไม่มีวนเต็มได้เลย
ั ้ ้ ั
จนกว่าวัยที่สูงขึ้นเข้าสู่ ชราภาพ สมองแห่งเก็บข้อมูลอาจเสื่ อมถอยลงไปตามวัยและการใช้งาน
แต่ก็ยงเก็บได้จนกว่าจะสิ้ นลมปราณ
ั
6
ความคิดนั้นมีพลังอานาจมากเพียงไร
ั่
ความคิดของมนุษย์เรามีความสามารถที่แตกต่างจากสัตว์ทวไปในโลก
ั ้ ิ
เพราะมนุษย์รู้จกใช้ความคิดในการเรี ยนรู ้คนคว้าหาความรู ้ เพื่อนามาพัฒนาชีวตของตนให้ดีข้ ึน
ิ ่ ่
ส่ วนสัตว์มีชีวตอยูตามสัญชาตญาณของมัน เป็ นนิสัยธรรมชาติของมัน เกิดมาอย่างไร อยูอย่างไร
หากินอย่างไร ป้ องกันตัวอย่างไร ก็เป็ นไปตามชนิดพืชพันธ์ธรรมชาติของมันเช่นนั้นตลอดไป
ั
สาหรับมนุษย์น้ น พลังความคิดนั้นเหมือนคลื่นวิทยุโทรทัศน์
เมื่อคิดถึงสิ่ งใดคลื่นความคิดนี้ก็จะไปยังสิ งนั้น แม้แต่ส่งพลังของความคิดสู่ ตนเอง อวัยวะของตนเอง
อวัยวะของตนเองก็สามารถรับรู ้และสัมผัสได้ ดังที่ผมจะสาธิ ตให้ท่านได้ดูรับรู ้และสัมผัสได้จริ งและชัดเจน
เมื่อใดที่คุณคิดทุกข์ จิตใจและร่ างกายจะอ่อนระโหยโรยแรง อ่อนเปลี้ยอ่อนเพลียไปทัวทุกส่ วนของร่ างกาย
่
ตรงกันข้าม เมื่อใดที่คุณคิดสุ ขคือคิดถึงความสุ ข ความรู ้สึกและอารมณ์จะผ่องใส จิตใจเบิกบานขึ้นทันที
้
ร่ างกายกระปรี้ กระเปร่ ากระฉับกระเฉงขึ้นทันที ดังนั้นเราจึงไม่ควรคิดโกรธ คิดเกลียดคิดเคียดแค้นใครผูใด
เพราะความคิดลบคิดร้ายเช่นนี้ไม่เป็ นผลดีแก่ตนเองเลย ทาร้ายตนเองเสี ยด้วยซ้ า
และเมื่อคลื่นของความคิดลบเช่นนี้ไปสู่ ผอื่น เป็ นใครผูใดก็ตาม
ู้ ้
ก็จะทาให้เขามีความรู ้สึกโกรธเกลียดเราด้วยเช่นกันทันที จึงควรควบคุมความคิดของตนให้ดี
ั ้
ให้เป็ นไปในทางด้านบวกด้านสร้างสรรค์แต่สิ่งที่ดีท้ งแก่ตนเองและผูอื่น
้
เพื่อทาให้ตนเองมีความสุ ขและผูอื่นมีความสุ ขด้วยเข่นกัน
ทาไมบางคนชอบคิดลบและบางคนชอบคิดบวก
้
สาเหตุทคนบางคนชอบคิดลบนั้น ในทางการวิเคราะห์ดานจิตวิทยาส่ วนใหญ่พบความจริ งว่า
ี่
้
บุคคลที่คิดลบส่ วนมากเกิดมาในครอบครัวที่มีปัญหา เช่นสามีไปมีชูหรื อมีเมียมาก
เป็ นเหตุทาให้ครอบครัวเดือดร้อน ทะเลาะกัน ด่าทอกันด้วยคาด่าที่หยาบคายรุ นแรง
บางครั้งถึงกับตบตีและทาร้ายกันจนเกิดบาดเจ็บ ในที่สุดแตกแยกหย่าร้างกัน
ลูกที่เกิดมาในครอบครัวเช่นนี้ เก็บสะสมปั ญหาของพ่อแม่ของตน เกิดความเครี ยด
ความเบื่อหน่ายในการที่จะมีครอบครัว ด้วยความกลัวว่าจะเป็ นเช่นดังครอบครัวของตน
เคยทาให้คิดลบไม่อยากจะแต่งงาน ไม่อยากจะมีครอบครัว หรื อถึงกับเกลียดพ่อหรื อแม่ฝังใจจา
7
่ ่
สาหรับคนทีคิดบวกหรือเป็ นคนทีมีความคิดหรือรู้ จักคิด
บุคคลเหล่านี้สามารถที่จะควบคุมความคิดของตนได้ แยกตนเองออกมาจากปัญหาของครอบครัวได้
้
คิดว่าเป็ นเรื่ องของผูใหญ่ ไม่ใช่เรื่ องของตน สาหรับตน ต้องคิดเรี ยน ต้องคิดหาทางช่วยตนเองให้ได้
คนพวกนี้จึงสามารถเรี ยนได้ดี มีความขยันหมันเพียรอดทน พยายามคิดด้านดี ด้านบวกด้านสร้างสรรค์
่
คิดพัฒนาตน นาพาตนออกมาจากปัญหาในครอบครัว และสิ่ งแวดล้อมได้
ิ
จนทาให้ชีวตของเขาประสบความสาเร็ จได้
การสร้ างความคิดเชิงบวกและความคิดสร้ างสรรค์
่
บุคคลใดก็ตาม ไม่วาจะเกิดในครอบครัวที่มีฐานะความเป็ นยากจนต่าต้อยเพียงใดก็ตาม
ถ้าเขาสามารถพัฒนาความคิดของเขาในด้านบวกด้านดี คือคิดรักความรู้
่
รักแสวงหาความรู ้พฒนาตนอยูเ่ สมอ เมื่อวันเรี ยนก็เรี ยนอย่างมุ่งมันตั้งใจ เมื่ออยูในวัยทางาน
ั ่
ก็คิดรักงานที่ตนทา มีความสื่ อสัตย์รับผิดชอบในหน้าที่การงานของตนอย่างดีที่สุด ตรงต่อเวลา
้ ั ั
เชื่อฟังผูบงคับบัญชาที่ดีที่สั่งงานถูกต้อง ปฏิบติตนต่อเพื่อนร่ วมงานด้วยความเป็ นมิตรที่ดี
ให้ความช่วยเหลือในหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้อง ปราศจากความอิจฉา
้ ่ ั
ริ ษยาใด ๆ ทั้งสิ้ น และปฏิบติต่อผูอยูใต้บงคับบัญชาผูนอยด้วยความรักความเมตตา
ั ้ ้
ไม่ใช้อานาจดุด่าว่าตาหนิติเตียนด้วยภาษาคาพูดที่รุนแรงหยาบคาย ตรงกันข้าม ให้คาเตือน คาแนะนา
ู้ ั ิ
คาสังสอนให้ผใต้บงคับบัญชาทาได้ทาเป็ นและทาอย่างมีความรู ้ความเข้าใจทาได้ถูกต้องไม่ผดพลาดอีกต่อไ
่
ป การคิดดีต่อองค์กร ต่อเพื่อนร่ วมงานทุกระดับ โดยคานึ งถึงองค์กรของตนเป็ นสาคัญ เมื่อทาได้เช่นนี้
ปั ญหาที่จะเกิดความขัดแย้งปั ดแข้งปั ดขาอิจฉาริ ษยานินทากล่าวร้ายกันก็จะหมดสิ้ นไป
8
่ ่
การสร้ างพลังอานาจของความคิดและพัฒนาจิตเพือเพิมประสิ ทธิภาพในการทางาน
่ ิ่ ิ
ขอให้ ทาความเข้ าใจ 4 พลังอานาจทียงใหญ่ ในชีวตของเรา
1. พลังอานาจของความคิด
ดังที่กล่าวแล้วว่า ความคิดของเรานั้นสาคัญยิงนักและมีพลังมาก สามารถทาให้เราทุกข์
่
และสุ ขได้ ทาให้มีสุขภาพจิตและกายดีหรื อเจ็บป่ วยได้ ยิงกว่านั้นพลังอานาจของความคิด
่
ิ
สามารถทาให้ผดพลาดล้มเหลวหรื อประสบความสาเร็ จสมหวังได้ และทาให้เราประสบกับความ
หายนะล่มจมหรื อประสบความเจริ ญรุ่ งเรื องได้ ซึ่ งล้วนมาจากพลังอานาจของความคิดของเรา
้
เองทั้งสิ้ น จึงควรที่จะพึงระวังความคิดของคุณ ให้คิดในด้านดีดานบวกด้านสร้างสรรค์ ทั้งแก่ตน
คนในครอบครัว งานและเพื่อนร่ วมงานในองค์ กรของตน คิดรักงาน คิดทางานให้ มี
ความสุ ข ปราศจากความคิดเบื่อหน่ ายท้ อถอยในเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น
2. พลังอานาจของคาพูด
อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้ นซาก
แต่ลมปากหวานหุ ไม่รู้หาย
อันเจ็บอื่นหมื่นแสนยังแคลนคลาย
เจ็บจนตายเพราะพูดเหน็บให้เจ็บใจ
ปากเป็ นเอกเหมือนเสกมนตร์ให้คนเชื่อ
ฉลาดเหลือวาจาปรี ชาฉาน
จะกล่าวถ้อยร้อยคาไม่ราคาญ
เป็ นรากฐานมันคงพ้นราเค็ญ
่
9
ิ ่ ิ
ปากหรื อคาพูดของเรานั้นมีความสาคัญต่อชีวตความเป็ นอยูและชีวตการทางานของเราเป็ นอย่างมา
ก เราจะเห็นคนที่ชอบพูดดุด่าวาจาหยาบคาย กล่าวร้ายเป็ นเนื องนิตย์ บุคคลเช่นนี้
่
ไม่วาจะเป็ นบุคลากรในตาแหน่งใด ๆ มีแต่คนกลัวและเกลียด ดังมีคากล่าวว่า “ปลาหมอตายเพราะปาก”
้
เราจะเห็นคนที่ตกงาน คนที่ไม่ได้เลื่อนยศเลื่อนขั้น ส่ วนมากมาจากปากของเขาไม่นอยเลย
้ ั
ที่ชอบพูดตาหนิเพื่อร่ วมงาน นินทาผูบงคับบัญชา อย่าลืมไปว่า ออกจากปากย่อมเข้าหู คน
ถ้าเข้าหุ คนดีที่ไม่ชอบพูดก็ดีไป ถ้าเข้าหูคนที่ชอบพูดชอบเล่าต่อ นี่ แหละอันตราย
้ ั
จึงควรระวังคาพูดด้านลบด้านร้ายให้ดี แต่ถารู ้จกใช้วาทศิลป์ ในการพูดทาให้คนรักคนชอบได้
ั
รู ้จกให้เกียรติชมเชยยกย่องกันโดยพูดให้กาลังใจกัน ก็จะเป็ นที่รักของคนทัวไป
่
ทาให้ทางานมีความสุ ขและประสบความสาเร็ จเจริ ญรุ่ งเรื องก้าวหน้า
3. พลังอานาจของพฤติกรรมและการกระทา
เมื่อพลังอานาจของความคิดและคาพูดถูกสะสมไว้ในจิตใต้สานึกของคุณมากขึ้น พลัง
อานาจทั้งสองนี้ก็จะทางานในชีวตของคุณอย่างเข้มข้น โดยผลักดันออกมาเป็ นการกระทา แต่
ิ
่ ่ ั
การกระทาที่วานี้จะเป็ นด้านลบหรื อบวก ด้านร้ายหรื อด้านดี ย่อมขึ้นอยูกบพลังอานาจทั้งสองดัง
กล่าวข้างตน คือพลังอานาจของความคิดและพลังอานาจของคาพูดที่สะสมไว้ในจิตใต้สานึก ว่า
อย่างใดจะมากน้อยกว่ากัน ด้านลบมากกว่าหรื อด้านบวกมากกว่า ถ้าด้านลบมากผลที่ออกมา
้ ้
เป็ นการกระทาก็จะเป็ นไปในทางลบทางร้ายทั้งแก่ตนเองและผูอื่น แต่ถาเป็ นด้านบวก ก็จะทาให้
ั
การกระทาของเขาล้วนแต่เป็ นการกระทาที่ดีท้ งแก่ตนเอง คนในครอบครัว ที่ทางานในองค์กรของ
ตนรวมถึงสังคม ขอให้พลังอานาจของพฤติกรรมและการกระทาของท่านส่ งผลดีให้แก่ตน แก่คน
ในที่ทางานองค์กรของตน อันจะช่วยพัฒนาศักยภาพของตนและองค์กรให้เป็ นประโยชน์ต่อประ
ชาชนและประเทศชาติสืบไป
10
4. พลังอานาจของนิสัย
่
พลังอานาจทั้ง 3 ข้างต้นที่สะสมอยูในจิตใต้สานึกของคุณ อันได้แก่ พลังอานาจของความ
คิด พลังอานาจของคาพูด และพลังอานาจของการกระทา เมื่อพลังทั้ง 3 รวมตัวกันแน่นก็จะทา
ิ
การหล่อหลอมรวมตัวให้เกิดเป็ นนิสัย ตรงนี้แหละเป็ นพลังของชีวตที่สาคัญยิง คือพลังอานาจ
่
ของนิสัย ถ้าพลังทั้ง 3 เก็บมาดี ก็จะทาให้เขาเป็ นคนดี ถ้าพลังทั้ง 3 ไม่ดี ย่อมทาให้นิสัยของเขา
ไม่ดี นิสัยของบุคคลที่ไม่ดี จะนาพาชีวตของเขาไปสู่ ความตกต่า ประสบแต่ปัญหาของความทุกข์
ิ
ยากลาบากอยูเ่ ป็ นเนืองนิตย์ ไม่ประสบความสุ ขความสาเร็ จในชีวิตเป็ นรางวัล ส่ วนคนที่มีนิสัยดี
คิดดี พูดดีและทาดีมาตลอด จนมีนิสัยดี ทั้ง 4 พลังอานาจนี้ ย่อมส่ งเสริ มและสนับสนุ นให้เขา
่
เจริ ญก้าวหน้า มีความเป็ นอยูอย่างมีความสุ ขในครอบครัว มีความสุ ขกับการทางานในที่ทางาน
่
และความความสุ ขอยูร่วมในสังคมอย่างมีสันติสุข
Neuro Linguistic Programming Workshop
NLP คือ การบวนการพัฒนาการพูดการสื่ อสารอย่ างมีระบบระเบียบและมีหลักการ
่ ิ
ทีจะช่ วยพัฒนาศักยภาพชี วตของเขาให้ มีความมั่นใจในการทางาน รู้ จักสั่ งจิตตน
่ ิ
เองเพือแก้ปัญหาชีวต แก้ ปัญหาในการทางาน และแก้ ปัญหาสุ ขภาพจิตและร่ างกาย
่ ่
NLP ถือว่าเป็ นเครื่องมือทียอดเยียมในทางจิตวิทยาเชิงวิทยาศาสตร์ ทางจิต
NLP Anchoring เป็ นเทคนิค ของการฝังคาสั่ งจิตไว้ในจิตใต้ สานึก ในคลังสมอง
อันเป็ นแหล่ งเก็บความจาถาวรและเซลล์ประสาทเซลล์สมอง ซึ่งมีความสาคัญต่ อระบบ
่
ประสาททั้ง 5 พัฒนาสมาธิ ความจา และปรับเปลียนแปลงความคิดความรู้ สึกและ
11
่
อารมณ์ ดังทีผมจะสาธิต การโปรแกรมจิตด้ วยเทคนิคของ NLP ให้ เห็นในปลายรู ป
่ ่
แบบ ซึ่งเป็ นเทคนิคทีมีประโยชน์ ในการพัฒนาจิตเพือเพิ่มประสิ ทธิภาพในการทางาน
ิ่
ได้ เป็ นอย่างดี และมหัศจรรย์ ยงนัก
่ ั
ถ้ าสะดวกต่ อการฝึ กปฏิบัติ ขอให้ จับคู่เพือฝึ กปฏิบัติกน จะช่ วยให้ คุณทาได้
และทาเป็ น ขอให้ ทุกคนให้ ความร่ วมมือ ในการฝึ กปฏิบัติ เพราะมีเวลาเรียนรู้ เพียง
เล็กน้ อยมาก ถ้ ามีโอกาสฝึ กได้ 2 – 4 วัน จะเป็ นการดีมาก
ิ ิ
ขอให้ ช่วยวัยแห่ งชี วตของท่ านทีเ่ หลืออยู่นี้ จงเป็ นช่ วงวัยแห่ งชี วตของท่ านที่
ี่
ดีทสุด ให้ มีความสงบ ความสุ ขสั นติสุขในความเป็ นอยู่และการทางาน ตั้งแต่
้
วันนีและตลอดไป
...............................
ท่ านสามารถติดต่ อสอบถามได้ ที่ ดร. บุญเลิศ สายสนิท
โทร 02-551-3856 // 089-689-7287 แฟ็ กซ์ 02-551-3856
www.hypnoticquality.com Email: boonlert_saisanit@hotmail.com
Related docs
Other docs by ow1i5I
His car apparently left a secondary highway and after traveling through a field
Views: 1 | Downloads: 0
Get documents about "