The Medical and Dental Hypnotherapy Association and

Document Sample
The Medical and Dental Hypnotherapy Association and Powered By Docstoc
					                                                     ิ
                 การบรรยายในโครงการฝึ กอบรมเชิงปฏิบัตการ

                หลักสู ตร ผู้บังคับบัญชา ระดับต้ น จานวน 80 ท่ าน

       สานักพัฒนาโครงสร้ างและระบบบริหารงานบุคคล กรมชลประทาน

วิทยากร:               ดร. บุญเลิศ สายสนิท
            ผู้เชี่ ยวชาญการสั่ งจิตบาบัดทางการแพทย์ และทันตกรรมนานาชาติ USA

      Professional and Certified Hypnotherapist of 2 Associations, USA

           The Medical and Dental Hypnotherapy Association and

                The Association of Counselors and Therapists

                    And also Neuro Linguistic Programmer

……………………………………………………………………………………………………………………..

                              ่ ่
                การพัฒนาจิตเพือเพิมประสิทธิภาพในการทางาน
               งานคือเงิน     เงินคืองาน    บันดาลสุ ข

               คนมีทุกข์       เมื่อตกงาน   พาลเหงาหงอย

               ขาดความรู้      ความสามารถ เฝ้ าแต่ คอย

                                                      ้
                            เหมือนรอสอย ดวงดาวจาก ฟากฟาไกล

                    คนจะดี ก็เพราะมี        ดีอยู่ด้วย

                    ดีไม่ ช่วย คนจะดี            ี่
                                            ได้ ทไหน

                    เกิดมาดี ควรมุ่งหมั่น ทาดีไว้

                    สั กวันไซร้ คุณความดี จักช่ วยตน
                                                                                                      2

        ความจริ งแล้ว คนเราทุกคนที่เกิดมา เมื่อถึงวัยบรรลุนิติภาวะแล้ว จบการศึกษาในระดับหนึ่ง
พอมีความรู ้ความสามารถที่จะทางานได้ ช่วยเหลือตนเองได้ นับว่าเป็ นคนที่โชคดี
ไม่ตองคอยพึ่งพาอาศัยเงินทองจากใคร ในการพึ่งพาตนเองนี้ก็ตองมีงานทา จะเป็ นงานของรัฐ งานเอกชน
    ้                                                   ้
หรื องานของตนเอง เป็ นลูกจ้างให้ตนเอง โดยตนเองเป็ นทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ที่ฝรั่งเขาเรี ยกว่า self-
employment สาหรับท่านที่อยู่ ณ ที่น้ ี เป็ นลูกจ้างของรัฐ เป็ นข้าราชการ เป็ นที่ช่วยเหลือแผ่นดิน
                             ั่
ช่วยเหลือประชาชน เป็ นงานที่มนคง มีสวัสดิการของรัฐให้ความช่วยเหลือดูแลดี
ส่ วนความเจริ ญก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้น
       ่ ั
ขึ้นอยูกบความรู ้ความสามารถของท่านและระยะเวลาการทางานของท่าน
                                                                              ้
ที่จะช่วยเลื่อนระดับขั้นของท่านให้สูงขึ้นไปเรื่ อย ๆ จนถึงวันและวัยของท่านที่ตองปลดเกษียณพักผ่อน
อันจะทาให้ท่านภาคภูมิใจในการทางานของตนอย่างซื่ อสัตย์สุจริ ต ช่วยรัฐ ช่วยชาติ ช่วยประชาชน
      ่
ให้อยูมีมีความสุ ข

                       ้                ้ ั
        ขณะนี้ ท่านได้กาวมาถึงการเป็ นผูบงคับบัญชาระดับต้นแล้ว
                               ้ ั
ยังมีโอกาสที่จะก้าวต่อไปเป็ นผูบงคับบัญชาระดับสู ง ในอนาคตต่อไป
ขอให้ท่านตั้งใจเรี ยนรุ ้จากการอบรมเชิงปฏิบติการในครั้งนี้
                                           ั
เพื่อส่ งเสริ มให้ท่านได้พฒนาศักยภาพในการทางานของท่านให้มีสมรรถนะและมีประสิ ทธิ ภาพมากขึ้นและ
                          ั
                                ่        ั
ดีข้ ึนกว่าระดับความรู ้ที่มีอยูในปั จจุบน โดยเฉพาะ เรื่ องพลังจิตใต้สานึก Hypnosis และ NLP
ที่ได้เรี ยนรู ้จากผมในครั้งนี้ แม้จะเป็ นระยะเวลาอันสั้นเพียงวันเดียวก็ตาม
แต่ผมจะพยายามถ่ายทอดเนื้ อหาใจความที่สาคัญ อันที่จะช่วยให้ท่านนาไปใช้ในชีวตส่ วนตัว
                                                                          ิ
   ิ            ิ
ชีวตครอบครัว ชีวตการทางาน พอเป็ นแนวทางพัฒนาจิตเพื่อเพิ่มประสิ ทธิ ภาพในการทางานของท่าน

                                                           ่
                ท่ านทราบไหมว่ า ปัจจุบันนี้ มนุษย์ ทุกคนทัวโลก ต้ องเผชิ ญกับภัย 3 ประการ

                                                        ่          ั
        ภัยประการแรก คือ ภัยจากโรค - ไม่มีใครที่อาศัยอยูในโลกจะหนีภยจากโรคได้
        เชื้อโรคหรื อโรคต่าง ๆ
              ่                                ่
        ที่อยูในตัวของเราเดี๋ยวนี้ก็มีและที่อยูภายนอกร่ างกายของเราก็ยงมีอีกมากมายนับไม่ถวน
                                                                      ั                  ้
                                                        ้
        ดังที่เราได้พบได้เห็นบุคคลภายในบ้านของเราเองที่ตองเจ็บป่ วย
                                                            ั
        คนนอกบ้านเราอีกมากมายที่เจ็บป่ วยด้วยโรคต่าง ๆ มีท้ งโรคที่หนักและโรคที่เบา
                                                ่
ไม่มีใครที่จะหลบหนีจากภัยโรคได้ เพราะเราทุกคนอยูในโลกที่เต็มไปด้วยโรคนันเอง
                                                                       ่
               ่
แต่ เราสามารถทีจะสร้ างภูมิค้ ุมกันหรือภูมิต้านทานโรคได้
                                         ั
ดังทีเ่ ราจะมีการเรียนรู้ และฝึ กปฏิบัติกนต่ อไป




                                                                                               3

ภัยประการที่ 2 คือ ภัยจากมนุษย์ ด้วยกันเอง -
            ั                 ้
ทุกวันนี้มีภยที่เกิดจากมนุษย์ดวยกันมากมายหลายรู ปแบบ เริ่ มจาก การหลอกลวง การฉกชิงวิงราว
                                                                                    ่
การจี้ปล้น ทาร้ายกันอย่างไร้สาเหตุและไร้เหตุผล
แม้เพียงเรื่ องเล็กน้อยก็ถึงกับยิงฟันกันฆ่ากันอย่างง่ายดาย
จนในที่สุดก็ทาสงครามรบพุ่งกันด้วยอาวุธร้ายรุ นแรงนานาประการ
ดังที่เราเห็นเขมรกับไทยที่ปะทะกันตามชายแดน
                                      ั
เป็ นภัยมนุษย์ที่นาความเดือดร้อนมาให้กนทั้งสองฝ่ าย
                                                             ิ       ้                    ้
ภัยที่ร้ายแรงของฝี มือมนุษย์ทาขึ้นในประเทศญี่ปุ่นได้คร่ าชี วตมนุษย์ดวยกันเองตายยังนับไม่ถวน

                                                                ่
ภัยประการที่ 3 คือ ภัยจากธรรมชาติ - ซึ่งในสมัยอดีตหลายทศวรรษที่ผานมาแล้วนี้
         ั
ไม่เคยมีภยธรรมชาติที่มีความรุ นแรงมากเหมือนทุกวันนี้เลย
เช่นน้ าท่วมแต่ก่อนก็ไม่ถึงกับทาความเสี ยหายให้บานเรื อนข้าวของในบ้านเหมือนทุกวันนี้
                                                ้
                                    ั                       ู้        ิ
ระยะหลัง ๆ นี้ น้ าท่วมถึงกับหนีไม่ทน เช่นคลื่นซูนามิ ทาให้ผคนเสี ยชีวตมาก
ทรัพย์สินเสี ยหายมาก นาความทุกข์ยากลาบากมาสู่ มนุษย์มากขึ้น ๆ ทุกที อีกทั้งแผ่นดินไหว
                                          ิ
พายุทอนาโดในอเมริ กา ทาลายบ้านเรื อนและชีวตคนไปเป็ นจานวนมาก
    ่                                       ้
ไม่วาประเทศที่เจริ ญพัฒนาแล้วหรื อประเทศที่ดอยพัฒนายังไม่เจริ ญ
ต่างก็ได้รับผลจากภัยธรรมชาติเท่าเทียมกัน เกิดขึ้น ณ ที่ใด ไม่มีใครที่จะหนีได้ จงอย่าประมาท
                          ่
พึงสร้างกรรมดีเข้าไว้ ไม่วาอะไรจะเกิดขึ้น เรายอมรับ และเราพร้อม
จิตที่สงบย่อมพบกับทางสว่าง

ความสั มพันธ์ ของจิตสานึกและจิตใต้ สานึก
                  จิตสานึก คือ จิตทีทาหน้ าที่เกี่ยวกับระบบประสาททั้ง 5 อันได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น กาย
                                    ่
                                                             ิ
ช่วยให้เราสามารถรับรู ้ถึงความรู ้สึกได้สัมผัสได้ เช่น หูได้ยนเสี ยง ตามองเห็นสิ่ งต่าง ๆ จมูกได้กลิ่นต่าง ๆ
      ่
ที่อยูรอบตัว ลิ้นสามารถรับรู ้ถึงรสชาติของสิ่ งที่เรากินดื่ม ส่ วนกายก็รับรู ้ถึงการสัมผัสสิ่ งที่มากระทบกาย
เพื่อรับรู ้สิ่งนั้นอ่อนหรื อแข็ง เย็นหรื อร้อน ดังที่เราทุกคนทราบกันดี แต่จิตสานึกยังมีคลื่นสมอง brain
web 4 ระดับ

         ระดับคลื่นสมอง เบต้า Beta เริ่ มจาก 14 - 35 สภาวะจิตตื่นตัวปรกติ

         ระดับ คลื่นสมอง อัลฝ้ า Alfa        จาก 8 – 14         สภาวะจิตผ่อนคลาย

                            ้
         ระดับ คลื่นสมอง ธีตา Theta จาก 4 – 8                    สภาวะจิตสงบเข้าภวังค์หลับ



                                                                                                               4

         ระดับคลื่นสมอง เด็ลต้า Delta จาก 0.05 – 4 สภาวะจิตเข้าภวังค์ลึก หลับลึก

                                     ่                                         ่
         จิตสานึก เป็ นสภาพของจิต “ทีมีสติ” เป็ นศูนย์ ของการสื่ อสาร ทาหน้ าทีคิด มีเหตุผล คานวณ
วางแผน แสดงความรู้ สึกและการกระของร่ างกายออกมา ในลักษณะต่ าง ๆ
                 ่
แต่ ไม่ ทาหน้ าทีในการเก็บข้ อมูลใด ๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น

         จิตใต้ สานึก คือจิตทีทาหน้ าที่ เป็ นคลังสมอง เก็บข้อมูลทุกสิ่ งทั้งหมด ทั้งดีและเลว ทั้งบวกและลบ
                              ่
ทั้งถูกและผิด โดยปราศจากการวิเคราะห์หรื อแยกแยะแต่ประการใด เก็บความคิด คาพูด และการกระทา
             ้
ของตนเองและผูอื่น ถ้าเก็บด้านบวกด้านดีมาก ความคิด
                                                                      ั             ้
คาพูดและการกระทาก็จะออกมาดีเป็ นด้านบวกและสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดผลดีท้ งแก่ตนเองและผูอื่น
ตรงกันข้าม ถ้าเก็บด้านลบด้านเลวมาก ความคิด
                                                                                  ้
คาพูดและการกระทาก็จะออกมาเลยเป็ นด้านเสี ยด้านทาลาย ก่อให้เกิดผลเสี ยแก่ตนเองและผูอื่นได้
เมื่อตนเองคิดและพูดกับตนเองว่ า “ฉันขีเ้ กียจ” ถ้ าพูดบ่ อย พูดซ้า ๆ
               ้็
พฤติกรรมเช่ นนีกจะถูกเก็บไว้ ในจิตใต้ สานึก ทาให้ เขาเป็ นคนขีเ้ กียจไปได้ ดังทีเ่ ขาคิดและพูด
แม้ แต่ ความคิดและคาพูดของเขาว่ า “มันยาก ฉันทาไม่ ได้ ” ความคิด
คาพูดเช่ นนีกจะถูกเก็บไว้ ในจิตใต้ สานึกของเขา ทาให้ เขาทาได้ ยากจนทาไม่ ได้ ในสิ่ งนั้น ด้วยเหตุน้ ีกระมัง
            ้็
ทางด้านจิตวิทยาเกี่ยวพลังจิตใต้สานึก จึงห้าม ไม่ให้คิด พูดและกระทาด้านลบ ด้านที่ไม่ดีในทุกเรื่ อง
                      ิ
เพื่อป้ องกันไม่ให้ชีวตต้องประสบกับความผิดพลาด ผิดหวัง ล้มเหลวและสู ญเสี ย

                                                                                  ั
        เรื่องความสั มพันธ์ ระหว่างจิตสานึกกับจิตใต้ สานึก จึงถือมีความสั มพันธ์ กบเป็ นอย่างมาก
ดังพอจะแยกมาให้ เห็นได้ ดังนี้

                 จิตสานึก                                   จิตใต้ สานึก

                         ่
            1.โดยทัวไปอยูภายในความควบคุม
                   ่                                 1.เข้าควบคุมคอบครองเมื่อจิตสานึกขาดสติ

            2.หลับในเวลานอนกลางคืน                     2.ไม่เคยหลับ ทางานตลอด 24 ชัวโมง
                                                                                   ่

                                                             ้                     ้
            3.ออกคาสั่งให้แก่จิตใต้สานึ กเก็บข้อมูล 3.เป็ นผูรับใช้ที่ไม่ข้ ึนต่อผูใด

            4.มีเหตุผล                                  4.ไม่มีเหตุผล

                               ้
            5.ไม่เก็บข้อมูลที่ตองจดจา                 5.เป็ นคลังสมองเก็บทุกสิ่ งทึ่คุณรู ้สึกคิดพูดและทา

                                                                                                            5

             สาธิต การสั่ งจิตสานึกให้ ผ่อนคลาย ให้ จิตใต้ สานึกรับข้ อมูล

                 ให้ ร้ ู ถึง คลังสมอง คลังปั ญญา คลังสมบัติ คลังแพทย์ และคลังยา

             สั่ งจิต ปรับและพัฒนา ธาตุ ทั้ง 4 ในร่ างกายให้ สมดุล



                             การทางานของสมองซีกซ้ ายและซีกขวา

                 สมองซีกซ้ าย                               สมองซีกขวา
                 เกี่ยวกับตรรกวิทยา                                  เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์

                 เป็ นคาพูดที่ออกเสี ยง                              ใช้ความคิดที่สร้างเป็ นภาพ

                 เกี่ยวกับคณิ ตศาสตร์                                เกี่ยวกับศิลป์ ศาสตร์
                   ้
                มีขอมูลของความเป็ นจริ ง                           เป็ นความคิดของการจินตนาการ

                เป็ นข้อบ่งชี้ เฉพาะ                               เป็ นรู ปแบบองค์รวม

                การวิเคราะห์ วิภาค                                 จินตภาพและสัญลักษณ์

                เกี่ยวกับตัวเลขและคาพูด                            เป็ นสัญชาตญาณหรื อสหัชญาณ

                                  ิ่
        สมองของมนุษย์เรามหัศจรรย์ยงนัก สาคัญยิงกว่าตัวเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์
                                              ่
                                                                                       ้
ตัวเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ มีขนาดที่เก็บได้แตกต่างกันออกไป บ้างเก็บได้มาก บ้างเก็บได้นอย
ซึ่งแล้วแต่ขนาดของตัวที่เก็บ ส่ วนสมองของมนุษย์ สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไร้ขอบเขตจากัด
ตราบใดที่ยงมีชีวิตอยู่ สมองสามารถเก็บทุกสิ่ งทั้งที่ตองการและไม่ตองการโดยไม่มีวนเต็มได้เลย
          ั                                          ้           ้             ั
จนกว่าวัยที่สูงขึ้นเข้าสู่ ชราภาพ สมองแห่งเก็บข้อมูลอาจเสื่ อมถอยลงไปตามวัยและการใช้งาน
แต่ก็ยงเก็บได้จนกว่าจะสิ้ นลมปราณ
      ั




                                                                                                      6

                              ความคิดนั้นมีพลังอานาจมากเพียงไร
                                                          ั่
        ความคิดของมนุษย์เรามีความสามารถที่แตกต่างจากสัตว์ทวไปในโลก
               ั                          ้                                ิ
เพราะมนุษย์รู้จกใช้ความคิดในการเรี ยนรู ้คนคว้าหาความรู ้ เพื่อนามาพัฒนาชีวตของตนให้ดีข้ ึน
               ิ ่                                                              ่
ส่ วนสัตว์มีชีวตอยูตามสัญชาตญาณของมัน เป็ นนิสัยธรรมชาติของมัน เกิดมาอย่างไร อยูอย่างไร
หากินอย่างไร ป้ องกันตัวอย่างไร ก็เป็ นไปตามชนิดพืชพันธ์ธรรมชาติของมันเช่นนั้นตลอดไป

                       ั
        สาหรับมนุษย์น้ น พลังความคิดนั้นเหมือนคลื่นวิทยุโทรทัศน์
เมื่อคิดถึงสิ่ งใดคลื่นความคิดนี้ก็จะไปยังสิ งนั้น แม้แต่ส่งพลังของความคิดสู่ ตนเอง อวัยวะของตนเอง
อวัยวะของตนเองก็สามารถรับรู ้และสัมผัสได้ ดังที่ผมจะสาธิ ตให้ท่านได้ดูรับรู ้และสัมผัสได้จริ งและชัดเจน
เมื่อใดที่คุณคิดทุกข์ จิตใจและร่ างกายจะอ่อนระโหยโรยแรง อ่อนเปลี้ยอ่อนเพลียไปทัวทุกส่ วนของร่ างกาย
                                                                               ่
ตรงกันข้าม เมื่อใดที่คุณคิดสุ ขคือคิดถึงความสุ ข ความรู ้สึกและอารมณ์จะผ่องใส จิตใจเบิกบานขึ้นทันที
                                                                                                    ้
ร่ างกายกระปรี้ กระเปร่ ากระฉับกระเฉงขึ้นทันที ดังนั้นเราจึงไม่ควรคิดโกรธ คิดเกลียดคิดเคียดแค้นใครผูใด
เพราะความคิดลบคิดร้ายเช่นนี้ไม่เป็ นผลดีแก่ตนเองเลย ทาร้ายตนเองเสี ยด้วยซ้ า
และเมื่อคลื่นของความคิดลบเช่นนี้ไปสู่ ผอื่น เป็ นใครผูใดก็ตาม
                                       ู้             ้
ก็จะทาให้เขามีความรู ้สึกโกรธเกลียดเราด้วยเช่นกันทันที จึงควรควบคุมความคิดของตนให้ดี
                                                   ั             ้
ให้เป็ นไปในทางด้านบวกด้านสร้างสรรค์แต่สิ่งที่ดีท้ งแก่ตนเองและผูอื่น
                              ้
เพื่อทาให้ตนเองมีความสุ ขและผูอื่นมีความสุ ขด้วยเข่นกัน



                       ทาไมบางคนชอบคิดลบและบางคนชอบคิดบวก
                                                     ้
        สาเหตุทคนบางคนชอบคิดลบนั้น ในทางการวิเคราะห์ดานจิตวิทยาส่ วนใหญ่พบความจริ งว่า
               ี่
                                                              ้
บุคคลที่คิดลบส่ วนมากเกิดมาในครอบครัวที่มีปัญหา เช่นสามีไปมีชูหรื อมีเมียมาก
เป็ นเหตุทาให้ครอบครัวเดือดร้อน ทะเลาะกัน ด่าทอกันด้วยคาด่าที่หยาบคายรุ นแรง
บางครั้งถึงกับตบตีและทาร้ายกันจนเกิดบาดเจ็บ ในที่สุดแตกแยกหย่าร้างกัน
ลูกที่เกิดมาในครอบครัวเช่นนี้ เก็บสะสมปั ญหาของพ่อแม่ของตน เกิดความเครี ยด
ความเบื่อหน่ายในการที่จะมีครอบครัว ด้วยความกลัวว่าจะเป็ นเช่นดังครอบครัวของตน
เคยทาให้คิดลบไม่อยากจะแต่งงาน ไม่อยากจะมีครอบครัว หรื อถึงกับเกลียดพ่อหรื อแม่ฝังใจจา



                                                                                                    7

                  ่                  ่
        สาหรับคนทีคิดบวกหรือเป็ นคนทีมีความคิดหรือรู้ จักคิด
บุคคลเหล่านี้สามารถที่จะควบคุมความคิดของตนได้ แยกตนเองออกมาจากปัญหาของครอบครัวได้
                       ้
คิดว่าเป็ นเรื่ องของผูใหญ่ ไม่ใช่เรื่ องของตน สาหรับตน ต้องคิดเรี ยน ต้องคิดหาทางช่วยตนเองให้ได้
คนพวกนี้จึงสามารถเรี ยนได้ดี มีความขยันหมันเพียรอดทน พยายามคิดด้านดี ด้านบวกด้านสร้างสรรค์
                                          ่
คิดพัฒนาตน นาพาตนออกมาจากปัญหาในครอบครัว และสิ่ งแวดล้อมได้
          ิ
จนทาให้ชีวตของเขาประสบความสาเร็ จได้



                     การสร้ างความคิดเชิงบวกและความคิดสร้ างสรรค์
                         ่
        บุคคลใดก็ตาม ไม่วาจะเกิดในครอบครัวที่มีฐานะความเป็ นยากจนต่าต้อยเพียงใดก็ตาม
ถ้าเขาสามารถพัฒนาความคิดของเขาในด้านบวกด้านดี คือคิดรักความรู้
                                                                                  ่
รักแสวงหาความรู ้พฒนาตนอยูเ่ สมอ เมื่อวันเรี ยนก็เรี ยนอย่างมุ่งมันตั้งใจ เมื่ออยูในวัยทางาน
                  ั                                               ่
ก็คิดรักงานที่ตนทา มีความสื่ อสัตย์รับผิดชอบในหน้าที่การงานของตนอย่างดีที่สุด ตรงต่อเวลา
          ้ ั                                  ั
เชื่อฟังผูบงคับบัญชาที่ดีที่สั่งงานถูกต้อง ปฏิบติตนต่อเพื่อนร่ วมงานด้วยความเป็ นมิตรที่ดี
ให้ความช่วยเหลือในหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้อง ปราศจากความอิจฉา

                                   ้ ่ ั
ริ ษยาใด ๆ ทั้งสิ้ น และปฏิบติต่อผูอยูใต้บงคับบัญชาผูนอยด้วยความรักความเมตตา
                            ั                        ้ ้
ไม่ใช้อานาจดุด่าว่าตาหนิติเตียนด้วยภาษาคาพูดที่รุนแรงหยาบคาย ตรงกันข้าม ให้คาเตือน คาแนะนา
            ู้ ั                                                                   ิ
คาสังสอนให้ผใต้บงคับบัญชาทาได้ทาเป็ นและทาอย่างมีความรู ้ความเข้าใจทาได้ถูกต้องไม่ผดพลาดอีกต่อไ
    ่
ป การคิดดีต่อองค์กร ต่อเพื่อนร่ วมงานทุกระดับ โดยคานึ งถึงองค์กรของตนเป็ นสาคัญ เมื่อทาได้เช่นนี้
ปั ญหาที่จะเกิดความขัดแย้งปั ดแข้งปั ดขาอิจฉาริ ษยานินทากล่าวร้ายกันก็จะหมดสิ้ นไป




                                                                                                    8

                                                 ่ ่
       การสร้ างพลังอานาจของความคิดและพัฒนาจิตเพือเพิมประสิ ทธิภาพในการทางาน

                                                     ่ ิ่        ิ
                    ขอให้ ทาความเข้ าใจ 4 พลังอานาจทียงใหญ่ ในชีวตของเรา

    1. พลังอานาจของความคิด

                 ดังที่กล่าวแล้วว่า ความคิดของเรานั้นสาคัญยิงนักและมีพลังมาก สามารถทาให้เราทุกข์
                                                            ่

        และสุ ขได้ ทาให้มีสุขภาพจิตและกายดีหรื อเจ็บป่ วยได้ ยิงกว่านั้นพลังอานาจของความคิด
                                                               ่
                   ิ
       สามารถทาให้ผดพลาดล้มเหลวหรื อประสบความสาเร็ จสมหวังได้ และทาให้เราประสบกับความ

       หายนะล่มจมหรื อประสบความเจริ ญรุ่ งเรื องได้ ซึ่ งล้วนมาจากพลังอานาจของความคิดของเรา

                                                                     ้
        เองทั้งสิ้ น จึงควรที่จะพึงระวังความคิดของคุณ ให้คิดในด้านดีดานบวกด้านสร้างสรรค์ ทั้งแก่ตน

        คนในครอบครัว งานและเพื่อนร่ วมงานในองค์ กรของตน คิดรักงาน คิดทางานให้ มี

        ความสุ ข ปราศจากความคิดเบื่อหน่ ายท้ อถอยในเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น

    2. พลังอานาจของคาพูด

                อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้ นซาก

                แต่ลมปากหวานหุ ไม่รู้หาย

                อันเจ็บอื่นหมื่นแสนยังแคลนคลาย

                เจ็บจนตายเพราะพูดเหน็บให้เจ็บใจ

                ปากเป็ นเอกเหมือนเสกมนตร์ให้คนเชื่อ

                ฉลาดเหลือวาจาปรี ชาฉาน

                จะกล่าวถ้อยร้อยคาไม่ราคาญ

                เป็ นรากฐานมันคงพ้นราเค็ญ
                             ่

                                                                                                     9

                                                ิ            ่     ิ
        ปากหรื อคาพูดของเรานั้นมีความสาคัญต่อชีวตความเป็ นอยูและชีวตการทางานของเราเป็ นอย่างมา
ก เราจะเห็นคนที่ชอบพูดดุด่าวาจาหยาบคาย กล่าวร้ายเป็ นเนื องนิตย์ บุคคลเช่นนี้
    ่
ไม่วาจะเป็ นบุคลากรในตาแหน่งใด ๆ มีแต่คนกลัวและเกลียด ดังมีคากล่าวว่า “ปลาหมอตายเพราะปาก”
                                                                            ้
เราจะเห็นคนที่ตกงาน คนที่ไม่ได้เลื่อนยศเลื่อนขั้น ส่ วนมากมาจากปากของเขาไม่นอยเลย
                                   ้ ั
ที่ชอบพูดตาหนิเพื่อร่ วมงาน นินทาผูบงคับบัญชา อย่าลืมไปว่า ออกจากปากย่อมเข้าหู คน
ถ้าเข้าหุ คนดีที่ไม่ชอบพูดก็ดีไป ถ้าเข้าหูคนที่ชอบพูดชอบเล่าต่อ นี่ แหละอันตราย
                                        ้ ั
จึงควรระวังคาพูดด้านลบด้านร้ายให้ดี แต่ถารู ้จกใช้วาทศิลป์ ในการพูดทาให้คนรักคนชอบได้
     ั
รู ้จกให้เกียรติชมเชยยกย่องกันโดยพูดให้กาลังใจกัน ก็จะเป็ นที่รักของคนทัวไป
                                                                        ่
ทาให้ทางานมีความสุ ขและประสบความสาเร็ จเจริ ญรุ่ งเรื องก้าวหน้า

    3. พลังอานาจของพฤติกรรมและการกระทา

                เมื่อพลังอานาจของความคิดและคาพูดถูกสะสมไว้ในจิตใต้สานึกของคุณมากขึ้น พลัง

        อานาจทั้งสองนี้ก็จะทางานในชีวตของคุณอย่างเข้มข้น โดยผลักดันออกมาเป็ นการกระทา แต่
                                     ิ

                    ่                                                        ่ ั
        การกระทาที่วานี้จะเป็ นด้านลบหรื อบวก ด้านร้ายหรื อด้านดี ย่อมขึ้นอยูกบพลังอานาจทั้งสองดัง

        กล่าวข้างตน คือพลังอานาจของความคิดและพลังอานาจของคาพูดที่สะสมไว้ในจิตใต้สานึก ว่า

        อย่างใดจะมากน้อยกว่ากัน ด้านลบมากกว่าหรื อด้านบวกมากกว่า ถ้าด้านลบมากผลที่ออกมา

                                                               ้        ้
        เป็ นการกระทาก็จะเป็ นไปในทางลบทางร้ายทั้งแก่ตนเองและผูอื่น แต่ถาเป็ นด้านบวก ก็จะทาให้

                                                  ั
        การกระทาของเขาล้วนแต่เป็ นการกระทาที่ดีท้ งแก่ตนเอง คนในครอบครัว ที่ทางานในองค์กรของ

        ตนรวมถึงสังคม ขอให้พลังอานาจของพฤติกรรมและการกระทาของท่านส่ งผลดีให้แก่ตน แก่คน

        ในที่ทางานองค์กรของตน อันจะช่วยพัฒนาศักยภาพของตนและองค์กรให้เป็ นประโยชน์ต่อประ

        ชาชนและประเทศชาติสืบไป




                                                                                                 10

    4. พลังอานาจของนิสัย

                                                 ่
                พลังอานาจทั้ง 3 ข้างต้นที่สะสมอยูในจิตใต้สานึกของคุณ อันได้แก่ พลังอานาจของความ

        คิด พลังอานาจของคาพูด และพลังอานาจของการกระทา เมื่อพลังทั้ง 3 รวมตัวกันแน่นก็จะทา

                                                                    ิ
        การหล่อหลอมรวมตัวให้เกิดเป็ นนิสัย ตรงนี้แหละเป็ นพลังของชีวตที่สาคัญยิง คือพลังอานาจ
                                                                               ่
ของนิสัย ถ้าพลังทั้ง 3 เก็บมาดี ก็จะทาให้เขาเป็ นคนดี ถ้าพลังทั้ง 3 ไม่ดี ย่อมทาให้นิสัยของเขา

ไม่ดี นิสัยของบุคคลที่ไม่ดี จะนาพาชีวตของเขาไปสู่ ความตกต่า ประสบแต่ปัญหาของความทุกข์
                                     ิ

ยากลาบากอยูเ่ ป็ นเนืองนิตย์ ไม่ประสบความสุ ขความสาเร็ จในชีวิตเป็ นรางวัล ส่ วนคนที่มีนิสัยดี

คิดดี พูดดีและทาดีมาตลอด จนมีนิสัยดี ทั้ง 4 พลังอานาจนี้ ย่อมส่ งเสริ มและสนับสนุ นให้เขา

                             ่
เจริ ญก้าวหน้า มีความเป็ นอยูอย่างมีความสุ ขในครอบครัว มีความสุ ขกับการทางานในที่ทางาน

                  ่
และความความสุ ขอยูร่วมในสังคมอย่างมีสันติสุข



            Neuro Linguistic Programming Workshop

NLP คือ การบวนการพัฒนาการพูดการสื่ อสารอย่ างมีระบบระเบียบและมีหลักการ

          ่                      ิ
        ทีจะช่ วยพัฒนาศักยภาพชี วตของเขาให้ มีความมั่นใจในการทางาน รู้ จักสั่ งจิตตน

      ่           ิ
เองเพือแก้ปัญหาชีวต แก้ ปัญหาในการทางาน และแก้ ปัญหาสุ ขภาพจิตและร่ างกาย

                           ่     ่
NLP ถือว่าเป็ นเครื่องมือทียอดเยียมในทางจิตวิทยาเชิงวิทยาศาสตร์ ทางจิต

NLP Anchoring เป็ นเทคนิค ของการฝังคาสั่ งจิตไว้ในจิตใต้ สานึก ในคลังสมอง

อันเป็ นแหล่ งเก็บความจาถาวรและเซลล์ประสาทเซลล์สมอง ซึ่งมีความสาคัญต่ อระบบ

                                          ่
ประสาททั้ง 5 พัฒนาสมาธิ ความจา และปรับเปลียนแปลงความคิดความรู้ สึกและ

                                                                                                 11

            ่
อารมณ์ ดังทีผมจะสาธิต การโปรแกรมจิตด้ วยเทคนิคของ NLP ให้ เห็นในปลายรู ป

                     ่                          ่
แบบ ซึ่งเป็ นเทคนิคทีมีประโยชน์ ในการพัฒนาจิตเพือเพิ่มประสิ ทธิภาพในการทางาน

                               ิ่
ได้ เป็ นอย่างดี และมหัศจรรย์ ยงนัก

                                                   ่            ั
        ถ้ าสะดวกต่ อการฝึ กปฏิบัติ ขอให้ จับคู่เพือฝึ กปฏิบัติกน จะช่ วยให้ คุณทาได้
    และทาเป็ น ขอให้ ทุกคนให้ ความร่ วมมือ ในการฝึ กปฏิบัติ เพราะมีเวลาเรียนรู้ เพียง

    เล็กน้ อยมาก ถ้ ามีโอกาสฝึ กได้ 2 – 4 วัน จะเป็ นการดีมาก

                                  ิ                                                 ิ
            ขอให้ ช่วยวัยแห่ งชี วตของท่ านทีเ่ หลืออยู่นี้ จงเป็ นช่ วงวัยแห่ งชี วตของท่ านที่

       ี่
    ดีทสุด ให้ มีความสงบ ความสุ ขสั นติสุขในความเป็ นอยู่และการทางาน ตั้งแต่

         ้
    วันนีและตลอดไป

                                            ...............................

                 ท่ านสามารถติดต่ อสอบถามได้ ที่ ดร. บุญเลิศ สายสนิท

               โทร 02-551-3856 // 089-689-7287 แฟ็ กซ์ 02-551-3856

www.hypnoticquality.com Email: boonlert_saisanit@hotmail.com

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:32
posted:6/23/2012
language:Thai
pages:12