INT1101 CHARPTER10 by 2U3cbl0

VIEWS: 19 PAGES: 50

									       CHARPTER 10
 การพัฒนาระบบสารสนเทศ
Development Information System
สาระการเรียนร ้ ู

 บอกความแตกต่างของคาว่าข้อมูลและสารสนเทศ
 ทราบความหมายของคาว่าระบบสารสนเทศและแนวทางการใช้
               ้
  สารสนเทศของผูบริหารระดับต่าง ๆ
 เข้าใจแนวทางการวิเคราะห์ระบบและการพัฒนาระบบสารสนเทศ
 อธิบายขันตอนต่าง ๆ ในวงจรการพัฒนาระบบได้
          ้
 เห็นความสาคัญของการจัดจัดทาโปรโตไทป์
 สามารถนาเทคนิคหรือแนวทางในการติดตังระบบไปประย ุกต์ใช้ได้
                                    ้
  อย่างเหมาะสม
 ระบบสาสนเทศ (Information System)

           ระบบ (System) คือชุดขององค์ประกอบหลาย ๆ ส่ วน ซึ่ งแต่ละส่ วนจะมีปฏิสัมพันธ์
ต่อกันเพื่อทางานให้บรรลุจุดประสงค์หรื อเป้ าหมายร่ วมกัน

          ระบบสารสนเทศ (Information System) เป็ นการนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เข้ามา
             ั
ประยุกค์ใช้กบการจัดการข้อมูลในองค์การดังนั้นระบบสารสนเทศจึงมีส่วนประกอบหลาย
ส่ วนด้วยกัน ซึ่ งแต่ละส่ วนนั้นจาเป็ นต้องปฏิสัมพันธ์
          เพื่อให้เกิดระบบสารสนเทศที่สมบูรณ์โดยระบบสารสนเทศประกอบด้วยส่ วน
ต่าง ๆ 5 ส่ วน ดังนี้

 1. ฮาร์แวร์ (Hard ware)
 2. ซอฟต์แวร์ (Soft ware)
 3. ข้อมูล (Data)
 4. บุคลากรทางคอมพิวเตอร์ (Peopleware)
 5. กระบวนการทางาน (Procedures)
            Software
Hardware



                          DATA




Procedure

             Peopleware
  กระบวนการของระบบสาสนเทศ
        ระบบสารสนเทศ (Information System) ระบบที่มีการนาองค์ประกอบต่าง ๆ ของ
เทคโนโลยี สารสนเทศมาประยุกต์ใช้ ในการนาข้อมูลเข้าสู่ ระบบ แล้วผ่านกระบวนการ
ประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็ นสารสนเทศที่สามารถใช้สนับสนุนการตัดสิ นใจของบุคลากร
ในองค์กรได้

                               FEED BACK




      DATA                      PROCESSING                      INFORMATION
        ลักษณะการทางานอย่างเป็ นระบบ กล่าวคือ ประกอบไปด้วย 3 ส่ วน ได้แก่ส่วนนาเข้า
(Input) ส่ วนประมวลผล (Processing) , ส่ วนแสดงผลลัพธ์ (Output)
Input ของระบบสารสนเทศ คือ ซึ่ งเกิดจากการเก็บรวบรวมข้อมูลหรื อข้อเท็จจริ งต่าง
                           เพื่อนาไปทาการประมวลผล
Processing ของระบบสารสนเทศ คือ การเปลี่ยนแปลง หรื อแปรสภาพข้อมูลที่นาเข้า
                              สู่ ระบบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สารสนเทศที่ตองการ
                                                                    ้
Output ของระบบสารสนเทศ คือ สารสนเทศซึ่ งเป็ นผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล
                       ข้อมูลในรู ปแบบของรายงาน (Report) หรื อเป็ นแบบฟอร์ม
                       ต่าง ๆ
Feedback ของระบบสารสนเทศ คือ ข้อมูลป้ อนกลับที่ทาให้เกิดกาปรับปรุ ง เปลี่ยนแปลง
                          การนาเข้าข้อมูลหรื อประมวลผลข้อมูล
      ลักษณะงานตามหน้าที่ภายในองค์กร

           • ฝ่ ายบัญชี
           • ฝ่ ายการตลาด
           • ฝ่ ายทรัพยากรบุคคล
           • ฝ่ ายการผลิต
                     ั
           • ฝ่ ายวิจย



Page 322
                    ้
 การใช้สารสนเทศของผูบริหารระดับต่าง ๆ

            ้
          ผูบริ หารระดับต่าง ๆ จะมีการนาสารสนเทศไปใช้งานแตกต่างกัน โดยระดับการ
  ้
ผูบริ หารสามารถแบ่งออกเป็ น 3 ระดับด้วยกัน


   1. ผู้บริหารระดับสู ง
   2. ผู้บริหารระดับกลาง
   3. ผู้บริหารระดับล่ าง
      ระดับการบริหารจัดการ

      • ระดับการบริ หารจัดการ สามารถแบ่งออกเป็ น 3 ระดับ


                                 ้
                              •ผูบริ หารระดับสู ง รับผิดชอบการวางแผนระยะยาว
                              (แผนกลยุทธ์)

                                 ้
                              •ผูบริ หารระดับกลาง รับผิดชอบการวางแผนยุทธวิธี
                              •หัวหน้างาน รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับการปฏิบติงาน
                                                                       ั
                              ประจาวัน

Page 324
ผู้บริหารระบบสู ง
    เป็ นระดับวางแผนระยะยาว ควบคุมนโยบายรวมทั้งการวางกลยุทธ์เพื่อไปสู่ เป้ าหมาย
แหล่งทรัพยากรหรื อสารสนเทศภายในส่ วนใหญ่เป็ นผลสรุ ปเพื่อสามารถนาไปใช้ในการ
ประกอบการตัดสิ นใจ


ผู้บริหารระบบกลาง
                                                              ั
     เป็ นระดับวางแผนระยะสั้น ด้วยการสั่งการให้เกิดข้อปฏิบติเพื่อให้เกิดความสาเร็ จตาม
เป้ าหมายที่วางไว้ ซึ่ งผูบริ หารระดับกลางมักข้องเกี่ยวกับงานด้านงบประมาณ ด้านเวลา
                          ้
และด้านการประเมินผลการทางาน โดยใช้สารสนเทศทั้งจากแหล่งภายในองค์กรและนอก
องค์การ แต่จะใช้สารสนเทศกับแหล่งภายในมากกว่า
ผู้บริหารระบบล่ าง
                        ั                                          ้
          เป็ นระดับปฏิบติงาน ซึ่ งถือเป็ นเครื่ องมือการทางานของผูบริ หารระดับกลางและ
   ้                                         ้
ผูบริ หารระดับสู งสารสนเทศที่ใช้งานของผูบริ หารระดับล่างนั้น มักเป็ นเรื่ องของภายใน
เน้นรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบติงานเป็ นสาคัญ
                               ั
       ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ทางาน




Page 327
  ชนิดของระบบสาสนเทศ (Type of Information System)

 ระบบสานักงานอัตโนมัติ(Office Information System/Office Automation System: OIA/OAS )
 ระบบประมวลผลรายการประจาวัน (Transaction Processing System : TPS)
 ระบบสารสนเทศเพือการจัดการ (Management Information System : MIS)
                 ่
 ระบบสนับสนุนการตัดสิ นใจ (Decision Support System : DSS)
 ระบบสนับสนุนผู้บริหารระดับสู ง (Executive Support System : ESS)
 ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System)
 ระบบสานักงานอัตโนมัติ(Office Information System/Office Automation System: OIA/OAS )

          ระบบสานักงานอัตโนมัติ หรื อเรี ยกชื่อย่อว่า OIS หรื อ OAS เป็ นระบบที่เพิมประสิ ทธิภาพในการ
                                                                                   ่
จัดการสานักงานและการสื่ อสาร

      • Microsoft Office
      • โปรแกรมออกแบบกราฟิ ก (Graphic) = Photoshop
      • จอหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) = Outlook Express
      • เว็บเบราเซอร์ (Web Browser) = Internet Explorer
      • โปรแกรมด้ านการสื่ อสารและกรุ๊ปแวร์ (Groupware)
      • ฯลฯ
 ระบบประมวลผลรายการประจาวัน (Transaction Processing System : TPS)
         ระบบประมวลผลรายการประจาวัน เป็ นการประมวลผลข้อมูลทางธุรกิจประจาที่เกี่ยวข้องกับการ
                     ้
ดาเนินงานประจาวันที่ตองทาในธุรกิจ เช่น การบันทึกยอดขายแต่ละวัน, การบันทึกการสังสิ นค้าในแต่ละวัน,
                                                                              ่
รายการฝากถอนเงินตู้ ATM

  ระบบสารสนเทศเพือการจัดการ (Management Information System : MIS)
                  ่

             ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการหรื อ MIS ซึ่ งโดยปกติจะเป็ นแหล่งรวมของระบบประมวลผลราการ
ประจาวันหรื อ TPS ด้วยการนาไปประมวลผลเช่น เมื่อมีการซื้อสิ นค้า ระบบ TPS ก็จะมีการจัดเก็บรายการ
สิ นค้าต่าง ๆ มีการ อัปเดต รายการบัญชี ดังนั้นระบบ MIS ก็จะสามารถทาการสร้าง รายงานการขายสิ นค้า
ประจาวัน,สัปดาห์,เดือนเป็ น มีการสร้างกราฟเพื่อช่วยวิเคราะห์
 ระบบสนับสนุนการตัดสิ นใจ (Decision Support System : DSS)
                                                                        ้
           ระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสิ นใจเป็ นระบบสารสนเทศของผูบริ หารด้วยการจัดทารายงาน
เพื่อใช้ประโยชน์ต่อการตัดสิ นใจของผูบริ หารระดับต่าง ๆ สามารถนาข้อมูลมาทาการวิเคราะห์เพื่อช่วยตัดสิ นใจ
                                    ้
และแก้ปัญหา รวมทั้งใช้วางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ

 ระบบสนับสนุนผู้บริหารระดับสู ง (Executive Support System : ESS)

                              ้                                               ู้
           เป็ นระบบสนับสนุนผูบริ หารระดับสูงในระดับกลยุทธ์และนโยบาย ที่ทาให้ผบริ หารสามารถค้นคืน
สารสนเทศทั้งจากแหล่งภายในและภายนอกมาพิจารณา รวมถึงความสามารถในการอธิบายเหตุผลว่าทาไม
เหตุการณ์น้ ีจึงเกิดขึ้นได้
      แบบจาลองการตัดสินใจ

      • แบบจาลองกลยุทธ์

      • แบบจาลองยุทธวิธี

      • แบบจาลองการปฏิบัตงาน
                         ิ




Page 330
     ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System)

           เป็ นระบบที่เป็ นแหล่งรวมของความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งสามารถนาเหตุการณ์ต่าง ๆ
                                                 ู้
มาทาการประมวลผลเป็ นภาพรวมและให้คาตอบแก่ผใช้ ซึ่ งแตกต่างกับระบบ DSS ที่นาเสนอเพียงแนวทาง
                     ู้ ั
หรื อทางเลือกและให้ผใช้ตดสิ นใจได้เอง
      ลักษณะงานตามหน้าที่ภายในองค์กร

           • ฝ่ ายบัญชี
           • ฝ่ ายการตลาด
           • ฝ่ ายทรัพยากรบุคคล
           • ฝ่ ายการผลิต
                     ั
           • ฝ่ ายวิจย



Page 322
  ระบบธ ุรกิจ (Business System)

          เนื่องจากคาว่า “ระบบ” หมายถึงองค์ประกอบส่ วนต่าง ๆ ที่ทางานร่ วมกันเพื่อ
แสดงจุดประสงค์เดียวกัน ดังนั้นระบบธุรกิจก็จะประกอบด้วย ระบบย่อยพื้นฐานต่าง ๆ
ประกอบเข้าด้วยกัน เช่น ระบบการผลิต, ระบบการตลาด, ระบบบัญชี, ระบบสิ นค้าคงคลัง,
                                                        ั           ่ ั
ระบบบริ หารงานบุคคล ซึ่ งก็อาจมีระบบย่อยอื่น ๆ อีกได้ท้ งนี้ข้ ึนอยูกบประเภทของธุรกิจ
เป็ นสาคัญ
                                        ระบบสินค้า   ระบบบริหาร
ระบบการผลิต   ระบบการตลาด ระบบบัญชี
                                          คงคลัง      งานบ ุคคล




                          ระบบธ ุรกิจ
  การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis)

                                                                       ั
         การวิเคราะห์ระบบเป็ นการศึกษาถึงปั ญหาที่เกิดขึ้นในระบบปั จจุบนเพื่อหาแนวทาง
                           ่
ในการจัดการกับระบบให้อยูในรู ปแบบทิศทางให้ดีข้ ึนกว่าเดิมโดยนักวิเคราะห์ระบบจะเป็ นผู ้
ที่ทาหน้าที่ในการศึกษาปั ญหาและความต้องการขององค์การเพื่อกาหนด บุคคล ข้อมูล การ
ประมวลผล การสื่ อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ว่าจะจัดการอย่างไร เพื่อพัฒนาระบบ
ธุรกิจไปสู่ เป้ าหมายได้
                                                                                      ่
1. ไม่ ต้องดาเนินการใด ๆ ยังคงใช้ ระบบงานเดิม ต่ อไป ซึ่งอาจเกิดจากงบประมาณ หรือระบบทีมี
   ความซับซ้ อนจนเกินไป
                           ี             ่ ้
2. ปรับปรุงระบบงานเดิมให้ มประสิ ทธิภาพยิงขึน
3. พัฒนาระบบใหม่
         นอกจากที่ดาเนิ นการพัฒนาขึ้นมาเองแล้วเราสามารถที่จะหาซื้ อซอฟต์แวร์ เข้ามาใช้
งานโยการจัดหาซอฟต์แวร์ เพื่อมาใช้ในหน่วยงานให้สามารถใช้งานได้ตาม วัตถุประสงค์ที่
                                            ้
เราต้องการนั้นไม่ใช่เรื่ องง่าย โดยสิ่ งที่ตองดามาพิจารณา 4 อย่างคือ

What                                       ั              ่
         คือ วัตถุประสงค์ของระบบคืออะไรมีข้นตอนอย่ างไรเพือไปสู่ ความสาเร็จ
How                                  ่
         คือ วิธีการทางานอย่ างไร เพือให้ งานสาเร็จ
When               ่                      ่                ่
         คือ เวลาทีจะเริ่มดาเนินการจนกระทังระบบงานสาเร็จเมือไร
Who                   ่
         คือ บุคคลใดทีรับผิดชอบในโครงการดังกล่ าว
                                                  ่
          การพัฒนาระบบสารสนเทศนั้นเต็มไปด้วยความยุงยากและซับซ้อน ซึ่ งการพัฒนา
                                            ั
สารสนเทศมานั้นควรจะจ้องมีการวางแผนและปฏิบติงานตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยคาถาม
พื้นฐานที่ของเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศประกอบด้วย
           ้


           ่ ั          ั                                        ี
  1. ระบบทีพฒนานั้นใช้ กบฮาร์ ดแวร์ ชนิดใด และฮาร์ ดแวร์ เดิมที่มอยู่สามารถนามาใช้ ได้ หรือไม่
  2. งบประมาณหรือค่ าใช้ จ่ายเท่ าไร
           ่
  3. เวลาทีใช้ ในการพัฒนาใช้ ระยะเวลานานแค่ ไหน
  4. ซอฟต์ แวร์ น้ันมีความน่ าเชื่อถือ มีประสิ ทธิภาพและตรงความต้ องการหรือไม่
   ทีมงานพัฒนาระบบ

         ในทีมงานพัฒนาระบบสารสนเทศของแต่ละหน่วยงานนั้น มักแตกต่างกัน กล่าว
คือจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่สามารถระบุลงไปอย่างชัดเจน ผูที่เกี่ยวข้องกับทีมงานพัฒนาระบบ ก็ยง
                                                 ้                                 ั
สามารถแจงเป็ นกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.คณะกรรมการดาเนินงาน
           ้
    เป็ นผูบริ หารระดับสู ง ที่ทาหน้าที่ในการจัดทา นโยบาย กาหนดแนวทาง และกฎเกณฑ์
ต่าง ๆ เพื่อให้ดาเนินการเป็ นไปตามวัตถุประสงค์


2.ผู้ จัดการโครงการ (Project Manager)
        ้ั
      ผูจดการโครงการเป็ นหัวหน้าโครงการที่มีหน้าที่ในการควบคุมทีมงาน กาหนดทิศทาง
                                                           ่
เพื่อให้ทีมงานสามารถดาเนิ นงานตามแผนงานที่ได้วางไว้ ไม่วาจะเป็ น ด้านงบประมาณ
                        ้ั
บุคลากร และเวลาโดยผูจดการโครงงานต้องบริ หารงานให้สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์
ได้
3.นักวิเคราะห์ ระบบ (System Analyst)
                 ้
          เป็ นผูที่ทาหน้าที่ในการวิเคราะห์ และออกแบบระบบงาน

4.โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
               ้
        เป็ นผูที่ทาหน้าที่ในการวิเคราะห์ และออกแบบระบบงาน

5.วิศวกรระบบ (System Engineer)
                ้
         เป็ นผูที่ทาหน้าที่ในการจัดการหรื อแก้ไขปั ญหาด้านระบบคอมพิวเตอร์ การติดตั้ง
ซอฟต์แวร์ การวางแผนและออกแบบระบบเครื อข่ายและติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารและเครื อข่าย
ต่าง ๆ
6.ฝ่ ายงานเทคนิคและสนับสนุน (Technical Support)
                 ้
          เป็ นผูที่ทาหน้าที่สนับสนุนงานด้านเทคนิคต่าง ๆ ทั้งทางด้านฮาร์ ดแวร์ และ
ซอฟต์แวร์ ซึ่ งอาจเป็ นส่ วนงานหนึ่ งของฝ่ ายวิศวกรระบบ

              ่
7.เจ้ าหน้ าทีรวบรวมข้ อมูล
                   ้
            เป็ นผูที่ทาหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ


 8.ผู้ ใช้ งาน (End User)
                     ้                         ้
              เป็ นผูใช้งานปลายทาง ซึ่ งก็คือผูใช้ระบบนันเอง
                                                        ่
  วงจรการพัฒนาระบบ
  (System Development Life Cycle :SDLD)
            เมื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ จาเป็ นต้องได้รับการวางแผนที่ดี ดังนั้น จึงมีการ
กาหนดขั้นตอนของการพัฒนาระบบสารสนเทศตั้งแต่เริ่ มต้นจนกระทังจบ ซึ่ งขั้นตอนดังกล่าว
                                                               ่
เรี ยกว่า “วงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศ”


                                                                        ิ
         สาเหตุที่มีการพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นมาสื บเนื่องจาก วงจรชีวต และซอฟต์แวร์
เหมือนกันก็มีวงจรการพัฒนาตั้งแต่เริ่ มต้นจนถึงใช้งานจริ ง ซึ่ งวงจรในการที่ พัฒนาระบบ
สารสนเทศนั้นประกอบไปด้วย 7 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1. การกาหนดปัญหา (Problem Definition)
2. การวิเคราะห์ (Analysis)
3. การออกแบบ (Design)
4. การพัฒนา (Development)
5. การทดสอบ (Testing)
6. การติดตั้ง (Implementation)
7. การบารุงรักษา (Maintenance)
                                          1.การกาหนดปัญหา
                                       (Problem Definition)




       7.การบาร ุงรักษา   (Maintenance)                         2.การวิเคราะห์   (Analysis)




                                                                      3.การออกแบบ     (Design)
6.การติดตัง
          ้   (Implementation)




              5.การทดสอบ   (Testing)                     4.การพัฒนา   (Development)




                           วงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศ (System Development)
   การกาหนดปัญหา(Problem Definition)

          การกาหนดปั ญหาเป็ นขั้นตอนของการกาหนดขอบเขตของปั ญหา สาเหตุของปั ญหา
                             ั
ที่เกิดจากการดาเนินงานปั จจุบน ความเป็ นไปของการพัฒนาระบบสารสนเทศใหม่ การ
กาหนดความต้องการ (Requirements) ซึ่ งขั้นตอนของการกาหนดปั ญหา เราเรี ยกว่า “ขั้นตอน
การศึกษาความเป็ นไปได้ (Feasibility Study)”
สรุ ปขั้นตอนการกาหนดปั ญหา คือ
                                ้
     1. รับรู้สภาพปัญหาที่เกิดขึนจากการดาเนินงาน
                                                 ่                ่
     2. สรุปสาเหตุของปัญหา และสรุปผลเป็ นรายงานยืนต่ อผู้บริหารเพือพิจารณา
                              ั
     3. ศึกษาความเป็ นไปได้ ท้งด้ านบุคลากร ต้ นทุน และทรัพยากร
     4. รวบรวมความต้ องการ ซึ่งอาจได้ จากเอกสาร การสั มภาษณ์ การสั งเกต และการตอบ
        แบบสอบถาม
                       ่
     5. สรุปข้ อกาหนดทีชัดเจน ถูกต้ อง และยอมรับทั้งสองฝ่ าย
การวิเคราะห์ (Analysis)

   เพื่อให้ทราบถึงรายละเอียดขั้นตอนการดาเนินงานว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง และมี
ความสัมพันธ์ของเกี่ยวกับสิ่ งใด สรุ ปขั้นตอนการวิเคราะห์ คือ
              ้

  1. วิเคราะห์ ระบบงานเดิม
  2. กาหนดความต้ องการของระบบใหม่
  3. สร้ างแบบจาลองเชิงตรรกะ (Logical Model)
  4. สร้ างพจนานุกรมข้ อมูล (Data Dictionary)
   เครื่ องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ระบบประกอบด้วย เครื่ องมือ 2 ชนิด ได้แก่

1. แผนภาพกระแสข้ อมูล (Data Flow Diagram)
2. แผนภาพกระแสข้ อมูลในลักษณะเชิงวัตถุ (OOP:Uses Case Diagram)
1. แผนภาพกระแสข้ อมูล (Data Flow Diagram)
2.แผนภาพกระแสข้ อมูลในลักษณะเชิงวัตถุ (OOP: Uses Case Diagram)
 การออกแบบ (Design)

   การออกแบบเป็ นขั้นตอนของการนาผลลัพธ์ที่ได้จากวิเคราะห์ตรรกะ หรื อ ลอจิกมา
                                         ั
พัฒนาเป็ นรู ปแบบทางกายภาพหรื อทางฟิ สิ คล เช่น การออกแบบยูสเซอร์ อินเตอร์ เฟส
การออกแบบฐานข้อมูล เป็ นต้น

1. การออกแบบรายงาน ฟอร์ มต่ าง ๆ
2. การออกแบบจดภาพ
3. การออกแบบข้ อมูลนาเข้ า
4. การออกแบบผังระบบ
5. ออกแบบฐานข้ อมูล
6. สร้ างต้ นแบบ
การออกแบบจอภาพ




                 การออกแบบรายงาน



                        การอินพุต+เอาต์ พต
                                         ุ
 การพัฒนา (Development)

          การพัฒนาเป็ นขั้นตอนของการพัฒนาโปรแกรมด้วยการเขียน โปรแกรมด้วย
ภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่ งควรเลือก ภาษาคอมพิวเตอร์ ที่เหมาะสมกับระบบงาน บารุ งรักษา
ง่าย โดยในขั้นตอนของการพัฒนาอาจใช้เครื่ องมือ ที่เรี ยกว่า CASE Z(Computer Aided
                                                                     ิ่
Software Engineering) มาช่วยในการพัฒนาเพื่อให้มีคุณภาพและสมบูรณ์ยงขึ้น
    สรุ ปขั้นตอนการพัฒนา คือ
1.                         ่
     พัฒนาโปรแกรมตามทีได้ ออกแบบไว้
2.   เลือกภาษาคอมพิวเตอร์ ทเี่ หมาะสมกับงานพัฒนาและบารุ งรักษาง่ าย
3.                                               ่                  ่ ้
     สามารถใช้ เครื่องมือ CASE ช่ วยในการพัฒนาเพือให้ ระบบมีคุณภาพยิงขึน
4.   สร้ างเอกสารประกอบโปรแกรม
 การทดสอบ (Testing)
         การทดสอบเป็ นขั้นตอนของการทดสอบระบบก่อนที่จะนาไปติดตั้งเพื่อใช้งาน
จริ ง โดยทาการตรวจสอบรู ปแบบภาษาเขียน (Syntax) และการตรวจสอบระบบว่าตรง
                   ้
กับความต้องการของผูใช้หรื อไม่
   สรุ ปขั้นตอนการทดสอบ คือ
             ่
1. ระหว่ างทีทาการพัฒนาควรมีการทดสอบโปรแกรมร่ วมไปด้ วย
                               ่           ้
2. การทดสอบควรทดสอบข้ อมูลทีได้ จาลองขึนมาเองก่ อน
3. ควรทดสอบทั้งในส่ วนของตัวซอฟต์ แวร์ ว่าทางานถูกต้ องหรือไม่ และตรวจสอบว่ าซอฟต์ แวร์ ที่
   พัฒนานั้นตรงกับความต้ องการของผู้ใช้ งานหรือไม่
5. ฝึ กอบรมการใช้ งาน
         ้
 การติดตัง (Implementation)
          การติดตั้งเป็ นขั้นตอนที่ดาเนิ นการติดตั้งระบบเพื่อใช้งานจริ ง โดยเทคนิคการ
ติดตั้งระบบสามารถติดตั้งได้ทนทีทนใด ติดตั้งทีละเฟส หรื อติดตั้งแบบคู่ขนาน
                               ั

     สรุ ปขั้นตอนการติดตั้ง คือ

1.                         ้ ี่
     ศึกษาสภาพแวดล้ อมพืนที่ทต้องการติดตั้ง
2.   เตรียมอุปกรณ์ ฮาร์ ดแวร์ อุปกรณ์ สื่อสารและเครือข่ ายให้ พร้ อม
3.                                        ั
     ติดตั้งระบบ ลงโปรแกรมระบบปฏิบติการและโปรแกรมประยุกต์
4.   ดาเนินการใช้ ระบบใหม่
5.            ื
     จัดทาคู่มอการใช้ งาน
การบาร ุงรักษา (Maintenance)
        การบารุ งรักษาเป็ นขั้นตอนของการแก้ไขปรับปรุ งระบบงานหลังจากทีได้
พบปั ญหาบางอย่างและรวมถึงความต้องการเพิ่มเติม รวมทั้งการบารุ งรักษาท้งฮาร์ ดแวร์
                   ่
และซอฟต์แวร์ ให้อยูในสภาพใช้งานได้เสมอ
     สรุ ปขั้นตอนการบารุ งรักษา คือ

1.   หากพบปัญหาทีเ่ กี่ยวข้ องกับข้ อผิดพลาดของโปรแกรม รีบแก้ ไขโดยด่ วน
2.                      ่
     อาจจาเป็ นต้ องเพิมเติมความต้ องการของโปรแกรมใหม่ ในกรณีผ้ ูใช้ ต้องการ
3.   อุปกรณ์ ฮาร์ ดแวร์ ต่าง ๆ ต้ องได้ รับการตรวจเช็กตามระยะเวลา
4.   บารุงรักษาทั้งด้ านซอฟต์ แวร์ และฮาร์ ดแวร์
 การจัดทาต้นแบบ (Prototype)
          การสร้างต้นแบบโดยขั้นตอนนี้ เป็ นการจัดทาต้นแบบของผลิตภัณฑ์เพื่อให้เห็น
รู ปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นว่าเป็ นอย่างไร พอใจหรื อไม่ตรงตามที่ออกแบบไว้หรื อ
เปล่า ก่อนที่จะดานินการสร้างผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นจริ ง ๆ ต่อไป
                        ั
   การจัดทาโปรโตไทป์ ก็ยงสามารถจัดทาได้ 2 รู ปแบบด้วยกัน คือ

                           ้                                ่
1. โปรโตไทป์ ใช้ แล้ วโยนทิง คือ พัฒนาอย่ างเร็วและมีการเปลียนบ่ อยจนลูกค้ าพอใจ
                                              ั่
2. โปรโตไทป์ แบบมีการพัฒนา คือ สร้ างอยู่มนคงตั้งแต่ เริ่มต้ นจนสาเร็จเป็ นโปรแกรม
การเลือกในการพัฒนาโปรแกรม

          ในการพิจารณาว่าจะใช้ทางเลือกใดในการพัฒนาโปรแกรม คงต้องคานึ งถึง
ปั จจัยและความเหมาะสมหลายด้านด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามสามารถเลือกทางเลือกเพื่อ
พัฒนาโปรแกรมด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

                    ้
1. การพัฒนาโปรแกรมขึนใช้ งานเอง (In-house)
2. การซื้อโปรแกรมสาเร็จรูป (Software Package)
                  ั
3. การว่ าจ้ าบริษทพัฒนาระบบ (Outsourcing)
การเลือกในการพัฒนาโปรแกรม

          ขั้นตอนสุ ดท้ายของการติดตั้งระบบก็ คือ การเปลี่ยนระบบงานเดิมมาเป็ น
ระบบงานใหม่ ซึ่ งจัดเป็ นเรื่ องใหญ่ทีเดียว โดยฉพาะเมื่อระบบงานเดิมนั้นที่เคยใช้
               ั
คอมพิวเตอร์ จดเก็บข้อมูลมาก่อนและต้องการปรับเปลี่ยนระบบเดิมด้วยการใช้ระบบใหม่
ซึ่ งคอมพิวเตอร์ มีความแตกกต่างกันในเรื่ องเพลตฟอร์ ม ดังนั้นการถ่ายโอนข้อมูลมายัง
ระบบงานใหม่ เป็ นเรื่ องไม่ง่าย ซึ่ งต้องทาการระมัดระวัง แต่อย่างไรก็ตาม การติดตั้ง
ระบบมีเทคนิคการติดตั้งให้สามารถพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าเราจะใช้เทคนิคการ
ติดตั้งระบบด้วยวิธใด
  แนวทางหรื อเทคนิคในการติดตั้งระบบประกอบด้วย

                ่                 ั
1. การติดตั้งเพือใช้ ระบบงานใหม่ ทนที (Direct Changeover)
2. การติดตั้งระบบแบบคู่ขนาน (Parallel Running)
3. การติดตั้งแบบทีละเฟส (Phase Changeover)
4. การติดตั้งระบบแบบโครงการนาร่ อง (Plot Project)
สร ุปท้ายบทที่ 10

            ความหมายของข้อมูลและสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ การใช้สารสนเทศ
          ้
ของผูบริ หารระดับต่าง ๆ ชนิดของระบบสารสนเทศ ซึ่ งประกอบด้วยระบบสานักงาน
อัตโนมัติ ระบบประมวลผลผลรายการประจา ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบ
                                               ้
สนับสนุนการตัดสิ นใจ ระบบสารสนเทศสนับสนุนผูบริ หารระดับสูง และระบบ
ผูเ้ ชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ระบบและทีมงานพัฒนาระบบ วงจรการพฒนาระบบ การ
จัดทาโปรโตไทป์ ทางเลือกในการพัฒนาโปรแกรม และเทคนิคแนวทางในการติดตั้ง
ระบบ ซึ่ งรายละเอียดดังกล่าว ทาให้มองภาพของการพัฒนาระบบสารสนเทศได้เข้าใจ
และชัดเจนยิงขึ้
              ่

								
To top