??? ???????? ????????? ??? ? ???? ???? System Theory ??? David Easton INPUT CONVERSIon by 2IlmwO

VIEWS: 0 PAGES: 42

									       ิ
ดร. สุจตรา   ธนานันท์
                    1
   ระบบการบริหารทร ัพยากรมนุษย์
        ( HRM System )

๏ ความหมายของระบบ
๏ ประเภทของระบบ
๏ ประเภทของระบบ HRM
       - ระบบอุปถ ัมภ์
        - ระบบคุณธรรม
        - ระบบน ักบริหารระด ับสูง

                                    2
ความหมายของระบบ
                  ิ่      ิ่
       ชุดของสงใดสงหนึงทีประกอบขึนด้วย
                                ่ ่                     ้
           ่ ั
ขอบเขตทีชดเจนและประกอบด้วยสวนย่อย ๆ ซง            ่         ึ่
                                    ั
ทางานอย่างสอดคล้องสมพ ันธ์ก ัน เพือให้บรรลุ           ่
                 ่
ว ัตถุประสงค์รวมก ัน
 ชุดของความสมพ ันธ์ทสงผลซงก ันและก ัน
                              ั       ี่ ่     ึ่
เมือเกิดการเปลียนแปลงต ัวใดต ัวหนึงจะสงผลต่อ
    ่                    ่                          ่     ่
        ่
ต ัวหนึงหรืออีกหลาย ๆ ต ัว
 การรวมสงต่าง ๆ ซงสล ับซบซอนให้เข้าลาด ับ
                      ิ่         ึ่        ั ้
               ็
ประสานก ันเปนอ ันเดียวตามหล ักเหตุผลทาง
วิชาการ
                                                          3
ความหมายของระบบ

   สรุป   ระบบ หมายถึง กระบวนการหรือ
    ั้                 ิ่   ิ่
ขนตอนของการทางานของสงใดสงหนึง    ่
  ่              ่        ่    ่
ทีประกอบไปด้วยสวนย่อยหลายสวนทีไม่
สามารถแยกออกจากก ันได้ จาต้องประสาน
การทางานร่วมก ัน



                                       4
ทฤษฎีระบบ (System Theory) ของ David Easton



  INPUT    CONVERSIon PROCESS    OUTPUT




                FEEDBACK



              ENVIRONMENT


                                          5
Input    ปัจจ ัยนาเข้า       ่
                      ตย. เชน ความสามารถ เชาวน์
                         ั
         ปัญญา ล ักษณะนิสย ท่าทาง ท ัศนคติ ค่านิยม


Process กระบวนการ       ในการแปลงปัจจ ัยนาเข้าให้ออกมา
           ็          ่     ่
         เปนผลล ัพธ์ตาง ๆ เชน การวางแผนกาล ังคน
         การจูงใจ ผลตอบแทน การออกแบบงานและ
         การวิเคราะห์งาน


Output   ปัจจ ัยนาออก      ่     ิ
                         เชน ประสทธิภาพการทางาน
                  ี ิ
         คุณภาพชวตของพน ักงาน คุณภาพงาน และ
         ความก้าวหน้าขององค์การ
                                                   6
Environment     ิ่
               สงแวดล้อม         ็         ่ ่
                               เปนปัจจ ัยทีสงเสริมหรือมี
                                ่
               ผลกระทบต่อระบบ เชน สภาพเศรษฐกิจ
                ั                         ั
               สงคม การเมือง ว ัฒนธรรมทางสงคม และ
               ว ัฒนธรรมองค์การ



Feedback      การย้อนกล ับ         ึ่
                                  ซงเกิดจากปัจจ ัยนาออก
                           ็
              ย้อนกล ับไปเปนปัจจ ัยนาเข้าไปในระบบ
                ็              ่ ็
              เปนว ัฎจ ักร อาจสงเปนผลกระทบได้
               ั้ ิ
              ทงเชงบวกหรือลบ

                                                     7
ระบบ ไม่สามารถดารงอยูได้ดวยตนเอง
                     ่   ้
(self-contained) กล่าวคือ ระบบต้องพึงพา   ่
  ิ่           ่
สงแวดล้อมอยูตลอดเวลา และการดารงอยูของ         ่
        ั้ ้     ่
ระบบนนขึนอยูก ับความสมดุลระหว่างปัจจ ัยนาเข้า
                    ่          ่ ั
และปัจจ ัยนาออก เมือใดก็ตามทีปจจ ัยนาเข้าและ
ปัจจ ัยนาออกขาดความสมดุล เสถียรภาพของ
                      ึ่
ระบบจะลดน้อยลง ซงสภาพด ังกล่าวจะเปนพล ัง    ็
                                     ่
ผล ักกดด ันให้ระบบเกิดการปร ับต ัวเพือเข้าความ
สมดุลใหม่ตอไป่


                                              8
ประเภทของระบบ
1.   ระบบทางกายภาพ (Physical System)
        ็       ่          ้   ้        ั     ั้
      เปนระบบทีสามารถร ับรูได้ดวยประสาทสมผ ัสทง 5
                                          ั
      กล่าวคือ สามารถมองเห็น จ ับต้อง สมผ ัส ได้ยน  ิ
             ู         ่
      และพิสจน์ได้ เชน ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติตาง ๆ ่
      หรือระบบย่อยต่าง ๆ ในร่างกาย

2.   ระบบแนวความคิด (Conceptual System)
        ็              ่                           ้
     เปนระบบนามธรรมทีไม่สามารถร ับรู ้ จ ับต้องได้ดวย
              ั   ั้     ่
     ประสาทสมผ ัสทง 5 เชน ระบบการบริหาร ระบบ
     การเมืองการปกครอง ระบบการทางานของข้าราชการ
      ่              ็
     ฝายพลเรือน เปนต้น                                9
ประเภทของระบบ HRM
  1. ระบบอุปถ ัมภ์
      (Patronage System)

  2. ระบบคุณธรรม
      (Merit System)

  3. ระบบน ักบริหารระด ับสูง
      (Senior Executive System)

                                  10
   1. ระบบอุปถ ัมภ์
ประเด็นที่ 1                            ้
               ทุกประเทศ ในระยะเริมแรกใชระบบนี้
                                  ่

                            ็
ประเด็นที่ 2 ระบบอุปถ ัมถ์เปนระบบการค ัดเลือกบุคคลเข้าทางาน
                                                        ่
             โดยใชเหตุผลทางการเมืองหรือความสมพ ันธ์สวนต ัว
                   ้                             ั
               ็
             เปนหล ักสาค ัญ โดยไม่คานึงถึงความรู ้
ความสามารถ
                               ็
               และความเหมาะสมเปนประการสาค ัญ

               ื่ ่      ่         ้
ประเด็นที่ 3 ชออืน ๆ เชน ระบบชุบเลียง ระบบเน่าหนอนชอนไช
                       ิ         ้
             ระบบญาตินยม ระบบเสนสาย Patronage System,
             Nepotism, Spoiled System, Favoritism
                                                       11
   ่
 ทีมาของระบบอุปถ ัมภ์

อ ังกฤษ         ราชาธิปไตย              ประชาธิปไตย



สหร ัฐอเมริกา   ยุคอาณานิคมของอ ังกฤษ   ยุคปกครองตนเอง




                                                      12
หล ักการสาค ัญของระบบอุปถ ัมภ์
   1.       ื
        การสบสายโลหิต     บุตรชายคนโตจะได้
         ื
        สบทอดตาแหน่งของบิดา ต้นกาเนิดมา
        จากประเทศจีน

   2.             ็
        การชอบพอเปนพิเศษ             ั้ ้
                                แต่งตงผูท ี่
             ิ                ็
        ใกล้ชดหรือคนโปรดปรานเปนพิเศษให้ดารง
         ตาแหน่งต่าง ๆ

   3.             ่
        การแลกเปลียน           ้ ิ่
                           ใชสงของหรือ
                ิ   ่
        ทร ัพย์สนมีคามาแลกก ับตาแหน่ง    13
                          ็
ผลของการยึดระบบอุปถ ัมภ์เปนแนวปฏิบ ัติใน
การบริหารทร ัพยากรมนุษย์ในองค์การ ...


                                ั้    ่   ั้
    1. การพิจารณาบรรจุ แต่งตง เลือนขน เลือน    ่
                   ็                    ่
       ตาแหน่ง เปนไปตามความพอใจสวนบุคคลของ
                 ็
       ห ัวหน้าเปนหล ัก ไม่ได้คานึงถึงความรู ้
                                    ่
    2. การค ัดเลือกคนไม่เปิ ดโอกาสทีเท่าเทียมก ันแก่ผู ้
           ุ                 ่ ้
       มีคณสมบ ัติตรงตามทีตองการ แต่จะให้โอกาส
       ก ับพวกพ้องของตนเองก่อน
         ้            ่        ่
    3. ผูปฏิบ ัติงานมุงทางานเพือเอาใจห ัวหน้าหรือผู ้
                                              ่ ่
       ครองอานาจมากกว่าจะปฏิบ ัติตามหน้าทีเพือให้
               ึ
       บรรลุถงว ัตถุประสงค์                           14
                          ็
ผลของการยึดระบบอุปถ ัมภ์เปนแนวปฏิบ ัติใน
การบริหารทร ัพยากรมนุษย์ในองค์การ ( ต่อ )

         ้                              ี
    4. ผูปฏิบ ัติงานขาดสมรรถภาพเพราะไม่มความรู ้
                                         ้
        ความสามารถในการทางาน ทาให้งานไม่กาวหน้า
        ไม่บรรลุว ัตถุประสงค์ขององค์การ

    5. อิทธิพลทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการ
        ดาเนินงาน

         ้              ี    ่ั         ่ ี่
    6. ผูปฏิบ ัติงานไม่มความมนคงในหน้าทีทกาล ังทาอยู่


                                                   15
              ่
ระบบอุปถ ัมภ์ชวยในการบริหาร


     ระบบอุปถ ัมภ์ทาให้การบรรจุคน
 เข้าหรือค ัดคนออกทาได้รวดเร็วและ
 กว้างขวาง




                                    16
              ่
ระบบอุปถ ัมภ์บอนทาลายการบริหาร
                ึ
   1. การแทรกซมของระบบอุปถ ัมภ์ ต ัวอย่างเชน   ่
                    ่             ้
      การสอบเข้าเพือทางานโดยใชระบบคุณธรรม
                                       ั
      ถูกครอบงาโดยจดหมาย โทรศพท์ นามบ ัตร
                  ็
      หรืออาจจะเปนวาจา โดยขอให้กรรมการสอบ
                        ็           ู้       ่
      ให้ความอุปถ ัมภ์เปนพิเศษแก่ผสม ัครคนหนึงคน
      ใดโดยเฉพาะ

             ้                 ่ ู
   2. การใชระบบอุปถ ัมภ์ในทางทีถกต้องย่อม
         ้          ่
      เอืออานวยผลดีตอการบริหาร ตรงก ันข้ามถ้า
           ้          ่                 ิ
      ใชเกินขอบเขตทีสมควร จะกระทบประสทธิภาพ
      ของงาน
                                            17
ข้อดีของระบบอุปถ ัมภ์...

                                     ่
    1. สามารถบริหารงานได้รวดเร็ว เนืองจากไม่ม ี
                          ้      ่ ี
       หล ักกฎเกณฑ์มาก ผูบริหารทีมอานาจ
สามารถ
         ่ั
       สงการอย่างไรก็ได้

                 ่
    2. สามารถเปลียนแปลงแก้ไขได้สะดวก เนืองจาก ่
                    ็
       กฎเกณฑ์ไม่เปนลายล ักษณ์อ ักษร และไม่ม ี
                                            ้
       กฎระเบียบมาก ทาให้สามารถแก้ไขได้ถาเห็นว่า
                               ้
       กฎระเบียบเดิมไม่สามารถใชได้ในปัจจุบ ัน

                                            18
ข้อดีของระบบอุปถ ัมภ์...
                                        ่     ่
    3. เกิดความข ัดแย้งในองค์การน้อย เนืองจากสวน
               ็                  ็   ่
       ใหญ่จะเปนพวกเดียวก ันหมด เปนเพือน ญาติพ ี่
             ่                             ึ
       น้องทีมาจากจ ังหว ัดเดียวก ัน จบการศกษาจากที่
                   ็
       เดียวก ัน เปนต้น จึงมีความคิดความเห็นสอดคล้อง
       ไปในทิศทางเดียวก ัน
                                  ่
    4. เหมาะสมก ับบางตาแหน่ง เนืองจากบางตาแหน่ง
               ั         ้     ื่
       ต้องอาศยความไว้เนือเชอใจเปนหล ัก เชน
                                      ็       ่
                                          ่ ้
       ตาแหน่งทางด้านการเงิน ตาแหน่งทีตองร ักษา
                             ็          ้
       ความล ับขององค์การ เปนต้น การใชพรรคพวกที่
          ื่               ่
       เชอใจและสนิทใจจะชวยให้การทางานมีความ
                                    ิ
       สะดวก เร็วเร็ว และมีประสทธิภาพ           19
ข้อดีของระบบอุปถ ัมภ์ ( ต่อ )
   5.                              ่ ี
        สอดคล้องก ับการปกครองทีมระบบพรรค
        การเมือง พรรคการเมืองใด ๆ ก็ตามหาก
               ั                     ่
        ไม่อาศยระบบอุปถ ัมภ์ก็ยากทีจะไปถึง
        ตาแหน่งทางการเมืองระด ับสูง เพราะใน
                                       ้
        ทุกประเทศพรรคการเมืองต่างก็ตองการ
                    ่        ็             ั้ ิ้
        อานาจร ัฐเพือเข้ามาเปนร ัฐบาลแทบทงสน




                                             20
     ี
ข้อเสยของระบบอุปถ ัมภ์...

           ี
   1. ไม่มหล ักประก ันว่าจะได้คนมีความรู ้
      ความสามารถมาทางาน เนืองจากการ่
      ค ัดเลือกคนยึดหล ักความพึงพอใจมากกว่า
                     ้ ี     ้
      การเลือกสรรผูมความรูความสามารถ

         ่     ้ ุ
   2. มุงร ับใชบคคลมากกว่าหน่วยงาน มุง่
                      ้ ี
      ประจบประแจงผูมอานาจมากกว่าคานึง
                        ้
      ว ัตถุประสงค์และเปาหมายขององค์การ
      ทาให้องค์การไม่พ ัฒนา
                                          21
     ี
ข้อเสยของระบบอุปถ ัมภ์...

  3.       ้                      ่ั
       ผูปฏิบ ัติงานขาดความมนคงและไม่ม ี
                      ่
       หล ักประก ันเรืองความก้าวหน้าในตาแหน่ง
                    ี          ี่      ั
       เพราะไม่มหล ักเกณฑ์ทแน่ชดในการร ับคน
       หรือการให้ออกทุกอย่างทาตามความพอใจ
               ่ ู้                  ็
       ว ันใดทีผปฏิบ ัติงานไม่ได้เปนคนโปรดของผู ้
       มีอานาจอีกต่อไป       ตาแหน่งอาจถูกยกให้
       คนโปรดคนใหม่


                                              22
     ี
ข้อเสยของระบบอุปถ ัมภ์ ( ต่อ )

                              ่
  4. การเมืองเข้ามาแทรกแซงได้งาย เพราะ
      บุคคลจะเข้ามาดารงตาแหน่งทางการเมือง
             ั ้ ่                     ่
      ต้องอาศยผูชวยเหลือในด้านต่าง ๆ เชน
                 ่
      การให้เงินชวยเหลือ        ็
                           การเปนห ัวคะแนนให้

   5. องค์การพ ัฒนายาก ระบบอุปถ ัมภ์ไม่ได้
                ้                   ึ
      คานึงถึงพืนฐานการทางานและการศกษา
                      ็      ้
      ทาให้การพ ัฒนาเปนไปได้ชาและยาก
                                         23
 2. ระบบคุณธรรม

    เกิดจากความพยายามในการขจ ัดข้อบกพร่อง
                   ็
ของระบบอุปถ ัมภ์ เปนการค ัดเลือกบุคคลเข้าทางาน
      ้                        ่
โดยใชการสอบรูปแบบต่าง ๆ เพือประเมินความรู ้
ความสามารถของบุคคล โดยไม่คานึงถึงเหตุผล
                     ั       ่      ็
ทางการเมืองหรือความสมพ ันธ์สวนต ัวเปนสาค ัญ


                                ิ
                             วิจตร ศรีสะอ้าน
                                  ั
                             อวยชย ชะบา
                                          24
  ่
ทีมาของระบบคุณธรรม

อ ังกฤษ         ความกดด ัน                     ุ
                                      เปิ ดให้บคคล
                      ั้
                จากชนชนกลาง           สอบแข่งข ัน


สหร ัฐอเมริกา   การตราร ัฐบ ัญญ ัติ             ็
                                      เปิ ดสอบเปน
                ระเบียบข้าราชการ            ่ั
                                      การทวไป



                                              25
หล ักการสาค ัญของระบบคุณธรรม...

   1.   หล ักความเสมอภาคในโอกาส
        (Equality of opportunity) เปิ ดโอกาสทีเท่า ่
                                                ้     ่
        เทียมก ันในการสม ัครเข้าทางานสาหร ับผูสม ัครทีม ี
                                     ้       ้
        คุณสมบ ัติ ประสบการณ์และพืนความรูตามที่
                            ี ้         ่
        กาหนดไว้ โดยไม่มขอกีดก ันอ ันเนืองมาจาก
                      ี ิ
        ฐานะ เพศ สผวและศาสนา และไม่มขอกีดก ัน  ี ้
        ในการกาหนดค่าตอบแทน ยึดหล ัก “งานเท่าก ัน
        เงินเท่าก ัน”

                                                     26
หล ักการสาค ัญของระบบคุณธรรม...

    2.    หล ักความสามารถ     (Competence)
                         ้           ็
          การยึดถือความรูความสามารถเปนเกณฑ์
   ใน
          การค ัดเลือกบุคคลเข้าทางาน   โดยเลือก
   ผู ้
            ่ ี    ้
          ทีมความรูความสามารถให้เหมาะสมก ับ
                       ่ ุ
          ตาแหน่งมากทีสด


                                              27
หล ักการสาค ัญของระบบคุณธรรม...

 3.             ่ั      ี
      หล ักความมนคงในอาชพการงาน
      (Security on tenure) บุคคลจะได้ร ับการ
        ้         ู  ่ั
      คุมครอง ไม่ถกกลนแกล้ง หรือถูกให้ออก
      จากงาน    โดยปราศจากความผิด         ่
                                      ไม่วา
                 ่
      ด้วยเหตุผลสวนต ัวหรือเหตุผลทางการเมือง
       ่     ู้                   ้ ึ ่ั
      ชวยให้ผปฏิบ ัติงานเกิดความรูสกมนคงใน
      หน้าที่
                                         28
หล ักการสาค ัญของระบบคุณธรรม ( ต่อ )
   4.              ็
        หล ักความเปนกลางทางการเมือง
        (Political    neutrality) ไม่เปิ ดโอกาสให้ม ี
             ้ ิ
        การใชอทธิพลทางการเมืองเข้าแทรกแซงกิจการ
                  ่      ิ
        งานหรืออยูภายใต้อทธิพลของน ักการเมืองหรือ
        พรรคการเมืองใด ๆ         ่    ้
                              เพือให้ขาราชการประจา
        ปฏิบ ัติงานตามนโยบายของร ัฐบาลอย่างเต็ม
        ภาคภูม ิ     และความสามารถในระบบการเมือง
        การปกครองแบบประชาธิปไตย
                                                   29
ข้อดีของระบบคุณธรรม...

                       ู้ ี     ้
   1. ด้านหน่วยงาน ได้ผมความรูความสามารถเข้า
                              ิ
      ทางาน หน่วยงานจะมีประสทธิภาพและ
           ิ        ้
      ประสทธิผลตามเปาหมาย

                      ่        ่ั
   2. ด้านบุคลากร เมือมีความมนคงก้าวหน้าจาก
      ระบบคุณธรรม ย่อมมีขว ัญกาล ังใจในการปฏิบ ัติ
      หน้าที่  ทาให้หน่วยงานเจริญก้าวหน้า

       ่
   3. สงเสริมความเสมอภาค              ็
                             และความเปนธรรม
         ึ่ ็
      ซงเปนหล ักการสาค ัญของระบอบประชาธิปไตย

                                              30
ข้อดีของระบบคุณธรรม ( ต่อ )
                        ู ิ                         ั
   4. เสริมสร้างเกียรติภมของข้าราชการ และก่อให้เกิดสม
                 ่ ี
      พ ันธภาพทีดระหว่างการเมืองก ับข้าราชการประจา
        ่                   ่
      สวนในภาคเอกชนจะสงเสริมการบริหารงานโดยมี
          ่                          ื่
      สวนร่วมแล้วทาให้เกิดการติดต่อสอสารสองทางใน
      องค์การ

       ้
   5. ปองก ันการแทรกแซงทางการเมือง ไม่ทาให้
                             ั                   ่
      ข้าราชการเกิดความโลภ สบสน และปฏิบ ัติงานเพือ
         ่     ็          ่    ่
      สวนรวมเปนหล ัก ไม่ใชทาเพือน ักการเมือง
       ่                                 ่
   6. สงเสริมระบอบประชาธิปไตย ในเรืองความเสมอภาค
      และความเท่าเทียมก ัน                      ุ  ้
                               เปิ ดโอกาสให้บคคลผูม ี
                                 ี
      คุณสมบ ัติเท่าก ันทุกคนได้มโอกาสเข้าร ับราชการ ไม่
               ่            ่      ่
      จาก ัดอยูเฉพาะในกลุมชนกลุมใดกลุมหนึง ่  ่
                                                    31
     ี
ข้อเสยของระบบคุณธรรม...
                     ้
   1. เกิดความล่าชา กว่าจะร ับคนเข้ามา
                              ั้
      ทางานต้องมีกระบวนการขนตอน
                   ็     ้
      มากมาย จาเปนต้องใชเวลานานจึงจะ
      ได้คนดีเข้ามา
             ่ ้ ่      ่
   2. มีคาใชจายมาก เนืองจากมีระเบียบ
                                 ู้
      กฎเกณฑ์จานวนมาก ต้องมีผเข้ามา
         ่
      เกียวข้องร ับผิดชอบมาก และมีการ
                     ิ    ็ ่
      บริหารแบบเชงร ับเปนสวนใหญ่
           ่       ้
      เชน ต้องใชว ัสดุและบุคลากรเปน ็
      จานวนมาก                        32
     ี
ข้อเสยของระบบคุณธรรม ( ต่อ )
             ั
3. สร้างความสมพ ันธ์แบบทางการมาก
   เกินไป         ้
            ระบบนีเต็มไปด้วยระเบียบ
                ี
   กฎเกณฑ์และวิธปฏิบ ัติมากมาย     ทุกอย่าง
           ็
   ต้องทาเปนทางการหมด      ในทางปฏิบ ัติ
                     ็
   กระทาได้ลาบาก จาเปนต้องติดต่อแบบไม่
     ็
   เปนทางการด้วย    จะทาให้การทางาน
             ้
   สาเร็จได้ดวยดี
                ่    ่
4. จะได้ผลต่อเมือทุกฝายให้ความร่วมมือ
                                              33
ตารางเปรียบเทียบระหว่างระบบคุณธรรม ก ับ ระบบอุปถ ัมภ์

      ระบบคุณธรรม                ระบบอุปถ ัมภ์

1. ยึดหล ักความสามารถ      1. ยึดหล ักความพึงพอใจสวน่
   ของบุคคล                   บุคคล
                 ุ
2. เปิ ดโอกาสให้ทกคน       2. ให้โอกาสแก่พรรคพวก
   เท่าเทียมก ัน                            ี่ ้   ้ ื่
                                หรือญาติพนองก่อนผูอน
            ่ั
3. มีความมนคงในการทางาน                  ่ั
                           3. ขาดความมนคงใน
                              ตาแหน่งหน้าที่
    ้
4. ปองก ันการแทรกแซงของ          ิ
                           4. มีอทธิพลการเมืองเข้า
    อิทธิพลทางการเมือง         แทรกแซง




                                                      34
 สรุป
      ระบบคุณธรรม            และ   ระบบอุปถ ัมภ์        ต่างมี
ว ัตถุประสงค์ทสรรหาบุคคลมาทางาน
              ี่                        ่             ิ
                                     เพือหว ังผลในประสทธิภาพ
           ่
ของงานเชนเดียวก ัน แต่  ระบบคุณธรรม             มีหล ักเกณฑ์ใน
                  ้
การทดสอบความรูความสามารถของคน และเปิ ดโอกาสให้ทกคนทีม ี ุ    ่
คุณสมบ ัติได้แข่งข ันก ัน เหมาะสมก ับการสรรหาคนเข้าทางานใน
ตาแหน่งราชการประจา

      สวน่ระบบอุปถ ัมภ์           ้ ิ
                               ใชวจารณญาณพิจารณาจาก
        ่ ู้         ้             ้ ็      ี่ ้
บุคคลทีรจ ักสนิทสนมคุนเคย หรือผูเปนญาติพนอง พรรคพวก
   ่                                 ่   ื่      ่
เพือนฝูง ทางวิชาการจึงขาดเหตุผลทีจะเชอถือได้วาการเลือกสรร
                                       ้
คนตามระบบอุปถ ัมภ์จะได้คนดี มีความรูความสามารถอย่างแท้จริง

                                                           35
           ิ
ยุทธศาสตร์พท ักษ์ระบบคุณธรรม
                   ุ                       ็      ่
       การพิท ักษ์คณธรรมในระบบราชการ เปนอีกหนึงยุทธ
ศาสตร์ของสาน ักงาน ก.พ.       มีการวางมาตรการสาหร ับ
                     ุ         ่
ภารกิจการพิท ักษ์คณธรรม เชน การกาหนดโครงสร้าง
             ี
กลไก วิธดาเนินการทางวิน ัยและการร้องทุกข์ วางระบบ
 ้                               ั้    ็
ปองก ันการกระทาผิดวิน ัย รวมทงการเปนองค์กรกลางที่
           ิ
พิท ักษ์สทธิประโยชน์อ ันชอบธรรมของข้าราชการและการ
         ี
จ ัดให้มกฎหมายว่าด้วยวิน ัยกลางสาหร ับข้าราชการทุก
               ็
ประเภทให้เปนมาตรฐานเดียวก ัน


                                                 36
ระบบน ักบริหารระด ับสูง
(SES : SENIOR EXECUTIVE SERVICE)


         ้ ื่                     ็
 ระบบนีเชอว่าน ักบริหารระด ับสูงเปนต ัว
          ่       ่          ู
 ข ับเคลือนต ัวหนึงในการปฏิรประบบราชการ
      ็
 จาเปนต้องมีการสร้างและพ ัฒนาน ักบริหาร
 ระด ับสูงในภาคร ัฐ




                                          37
 ว ัตถุประสงค์ของระบบ SES :

         ่                ้          ี่ ี
      เพือสร้างและพ ัฒนาผูนายุคใหม่ทมความรู ้
ความสามารถและปฏิบ ัติงานได้อย่างมีประสทธิภาพ ิ
            ่                          ่
มีเจ้าหน้าทีเพียงพอสาหร ับการปร ับเปลียนระบบ
ราชการ            ั้                      ั้
              รวมทงทาให้ระบบการแต่งตงมีความ
               ็
โปร่งใสและเปนธรรม

              ้
โครงสร้าง : ผูบริหารระด ับ 9, 10 และ 11


                                           38
สาระสาค ัญและหล ักเกณฑ์
            ื่ ้ ่
1. มีรายชอผูผานการทดสอบสมรรถนะหล ักทางการบริหารที่
              ้
   ก.พ. ขึนบ ัญชไว้   ี
                                          ึ่ ็     ้
2. มีคณะกรรมการค ัดเลือก โดยมีประธานซงเปนผูทรงคุณวุฒ ิ
                   ั้        ื่                ็
   ที่ ก.พ. แต่งตงจากรายชอที่ อ.ก.พ. กระทรวงเปนผูเสนอ  ้
                                            ่
3. มีการประเมินความเหมาะสมก ับตาแหน่งเกียวก ับสมรรถนะ
                                 ่ ่
   หล ักทางการบริหาร สมรรถนะทีเกียวข้องก ับงาน ผลการ
                        ้
   ปฏิบ ัติงานตามเปาหมายในอดีต ด้านการบริหารจ ัดการ
       ั                  ั้
   วิสยท ัศน์ รวมทงความประพฤติและคุณล ักษณะอืน ๆ ที่ ่
         ็
   จาเปนต่อการปฏิบ ัติงาน
                                   ู ้ ี่        ุ
4. มีการประกาศร ับสม ัคร โดยให้ผทสนใจและมีคณสมบ ัติ
     ่
   ยืนใบสม ัคร


                                                      39
 ผลล ัพธ์
                        ่ ี ิ ั
    ทาให้ได้น ักบริหารทีมวสยท ัศน์
                ั
กว้างไกล มีศกยภาพสูง คิดใหม่
ทาใหม่                      ั้
          ระบบการแต่งตงมีความ
             ็            ่
โปร่งใสและเปนธรรม เพือปร ับเปลียน  ่
                  ี   ิ
ระบบราชการให้มประสทธิภาพ


                                   40
      มติคณะร ัฐมนตรี เมือว ันที่ 29 สงหาคม 2543
                         ่            ิ
ให้ความเห็นชอบการจ ัดระบบน ักบริหารระด ับสูง (SES) ใน
ราชการพลเรือนและให้ดาเนินการเปน 3 ระยะ ด ังนี้
                              ็

ระยะที่ 1 : เริมการแต่งตงน ักบริหารระด ับ 9
               ่        ั้
            ั้
           ตงแต่ว ันที่ 1 ต.ค. 2544
ระยะที่ 2 : เริมการแต่งตงน ักบริหารระด ับ 10
               ่        ั้
            ั้
           ตงแต่ว ันที่ 1 ต.ค. 2545
ระยะที่ 3 : เริมการแต่งตงน ักบริหารระด ับ 11
               ่        ั้
            ั้
           ตงแต่ว ันที่ 1 ต.ค. 2547
            ึ่ ็
           ซงเปนการดาเนินการเต็มรูปแบบ
                                                        41
การบริหารคน                                ้
                                  ความรอบรูในการบริหาร
                           ่
• การปร ับต ัวและความยืดหยุน                        ่
                                  • การบริหารการเปลียนแปลง
              ื่
• ท ักษะในการสอสาร                        ิ ่
                                  • การมีจตมุงบริการ
            ั
• การประสานสมพ ันธ์               • การวางแผนกลยุทธ์

                      สมรรถนะหล ักของ
                      น ักบริหารระด ับสูง

                    ี
การบริหารอย่างมืออาชพ                            ่   ั
                                   การบริหารแบบมุงผลสมฤทธิ์
          ิ
• การต ัดสนใจ                     • ร ับผิดชอบตรวจสอบได้
          ิ
• การคิดเชงกลยุทธ์                                     ั
                                  • การทางานให้บรรลุผลสมฤทธิ์
        ็  ้
• ความเปนผูนา                     • การบริหารทร ัพยากร
                                                ่
                                     (เงิน, เครืองมือ)          42

								
To top