founda ipo
Document Sample


บทที่ 2
่
เอกสารและงานวิจัยทีเ่ กียวข้ อง
ั
รายงานการวิจย เรื่ อง การประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลังมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2544 – 2546
ผูวจยได้กาหนดหัวข้อในการเสนอแนวคิด ทฤษฎี หลักการและงานวิจยที่เกี่ยวข้องโดยมีรายละเอียด ประกอบด้วย
้ิั ั
1. การประเมินโครงการ
1.1 ความหมายของการประเมินโครงการ
1.2 ความมุ่งหมาย ความสาคัญและประโยชน์ของการประเมินโครงการ
1.3 รู ปแบบของการประเมินโครงการ
1.4 กระบวนการประเมินโครงการ
1.5 ประเภทของการประเมินโครงการ
2. รู ปแบบการประเมินแบบ IPO Model
ั
3. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ความเป็ นมา สภาพปัจจุบนและปัญหาในการพัฒนา
4. แผนพัฒนามหาวิทยาลัยมหาสารคามช่วงแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 8
ต่อเนื่องถึงแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 9
5. แผนการเปิ ดหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ในช่วงปี 2544 - 2546
6. แผนการเพิ่มอัตรากาลังที่สอดคล้องกับการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิ สิตเข้าศึกษา
ในช่วงปี 2544 - 2546
7. งานวิจยที่เกี่ยวข้อง
ั
การประเมินโครงการ
ความเจริ ญก้ า วหน้ า ของสั ง คมเป็ นไปอย่ า งรวดเร็ ว และมี ค วามสลั บ ซั บ ซ้ อ น กิ จ กรรมต่ า ง ๆ
ไ ด้ รั บ ก า ร ก า ห น ด ขึ้ น เ พื่ อ ใ ห้ ก า ร บ ริ ก า ร แ ก่ ส ม า ชิ ก ข อ ง สั ง ค ม
ทั้ งนี้ โดยมุ่ ง หวัง ให้ ส มาชิ ก ของสั ง คมนั้ นได้ รั บ ความสะดวกสบายและอยู่ ร่ วมกั น ได้ อ ย่ า งสงบสุ ข
หรื อเพื่อให้สังคมมีความเจริ ญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น กิจกรรมดังกล่าวก็คือสิ่ งที่เรี ยกว่า “แผนงาน” หรื อ “โครงการ”
นั่ น เอง (ประชุ ม รอดประเสริ ฐ. 2529 : 68) แผนและโครงการมากมายที่
เกี่ ยวข้องกับการพัฒนาความเจริ ญและต้องใช้จ่ายทรัพยากรเป็ นจานวนมากทั้งที่เป็ นเงิ น วัสดุ อุปกรณ์ กาลังคน
แผนและโครงการบางโครงการมีประโยชน์มากและเห็นคุณค่าอย่างชัดเจนแต่บางโครงการเมื่อทาไปแล้วไม่เกิดป
ระโยชน์ท าให้สิ้ นเปลื องทรั พ ยากรโดยใช่ เหตุ แต่ก ารที่ จะระบุ ว่าโครงการใดมี ประโยชน์มี คุณค่า หรื อไม่น้ ัน
ทาได้โดยใช้วธีประเมินผลสัมฤทธิ์ ของแผนหรื อโครงการ
ิ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 10
ดั ง นั้ น
การประเมินผลแผนและโครงการจึงเป็ นสิ่ งที่มีความจาเป็ นที่จะทาให้เราสามารถคาดคะเนได้วาแผนและโครงการ ่
ั
ที่กาหนดขึ้นนั้นหากนาไปปฏิบติแล้วเกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใดหรื อในขณะนาไปปฏิบติและพิจารณาดูแล้วว่ ั
า โ ค ร ง ก า ร นี้ น่ า จ ะ ด า เ นิ น ก า ร ต่ อ ไ ป ห รื อ ไ ม่
ห รื อ เ มื่ อ เ ส ร็ จ สิ้ น โ ค ร ง ก า ร แ ล้ ว ผ ล ข อ ง โ ค ร ง ก า ร จ ะ ท า ใ ห้ เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ สั ง ค ม เ พี ย ง ใ ด
ควรที่จะดาเนินการต่อไปหรื อปรับปรุ งแก้ไขประการใด
1. ความหมายของการประเมินโครงการ
"การประเมิน" หรื อ "การประเมินผล" มีความหมายตรงกับคาในภาษาอังกฤษว่า Evaluation
ซึ่ งหมายถึ ง กระบวนการรวบรวมและวิ เ คราะห์ ข้อ มู ล เพื่ อ การตั ด สิ น ใจ การวิจ ัย (Research) การวัด ผล
(Measurement) การตรวจสอบรายงานผล (Appraisal) การควบคุ มดู แล (Monitoring) การประมาณการ
(Assessment) แ ล ะ ก า ร พิ จ า ร ณ า ตั ด สิ น (Judgment) เ ป็ น ต้ น
ซึ่ ง ค า ดั ง ก ล่ า ว อ า จ ส รุ ป เ ป็ น ค ว า ม ห ม า ย ห รื อ ค า จ า กั ด ค ว า ม ร่ ว ม กั น ไ ด้ ว่ า
เป็ นการประมาณค่าหรื อการประเมินผลที่จะเกิดขึ้นจากการดาเนินงานโดยข้อมูลที่ได้รวบรวมด้วยวิธีการสอบถาม
ทดสอบ สั ง เกต และวิ ธี ก ารอื่ น ๆ แล้ว ท าการวิ เ คราะห์ เ พื่ อ ตัด สิ น ว่ า การด าเนิ น งานนั้น มี คุ ณ ค่ า หรื อ บรรลุ
วัตถุประสงค์ของการดาเนินงานนั้นมากน้อยเพียงใด (ประชุม รอดประเสริ ฐ. 2529 : 73)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 (2525 : 119) ได้ให้คาจากัดความของโครงการว่า
หมายถึ ง แผนหรื อเค้ า โครงที่ ก าหนดไว้ โครงการเป็ นศั พ ท์ ต รงกั บ ค าในภาษาอั ง กฤษว่ า "Project"
ซึ่ งเป็ นส่ วนหนึ่ งหรื อระดับหนึ่ งของแผนงาน (Plan) บางตารา ถื อว่ามีความหมายเช่ นเดี ยวกับคาว่า "Program"
ซึ่งหมายถึงแผนงานที่มีรายละเอียดในการปฏิบติงานชัดเจน ั
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล (Evaluation) เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง ก า ร ว า ง แ ผ น
แ ล ะ เ ป็ น ส่ ว น ที่ มี ค ว า ม ส า คั ญ อ ย่ า ง ม า ก
เพราะการประเมินผลจะเป็ นตัววัดและบอกให้ผวางแผนและผูปฏิบติตามแผนรวมทั้งผูเ้ กี่ยวข้องกับแผนทั้งหลายไ
ู้ ้ ั
ด้รู้ ว่า แผนหรื อ โครงการที่ ก าหนดขึ้ น และน าไปปฏิ บ ัติ ซึ่ งเสี ย ทั้ง เวลา ก าลัง แรงงาน และค่ า ใช้จ่ า ยไปนั้น
เมื่ อ ท าเสร็ จแล้ ว ได้ ผ ลเป็ นประการใดเป็ นไปตามที่ ค าดหมายและความมุ่ ง หวั ง มากน้ อ ยอย่ า งไร
และสามารถนาผลการประเมินผลนี้ มาพิจารณาตัดสิ นใจต่อไปอีกว่าควรจะดาเนิ นการตามโครงการนี้ ต่อไปหรื อค
ิ
วรจะหยุดเพียงแค่น้ ี เป็ นต้น (ศิริวช ดโนทัยและคณะ. 2537 : 17)
ไชยยศ เรื องสุ ว รรณ (2533 : 112) ได้ใ ห้ ค วามหมายของการประเมิ นโครงการไว้ว่า
เป็ นการประมาณค่าของกิจกรรมใด ๆ อย่างมีระบบเพื่อปรับปรุ งการดาเนินงานทั้งในปั จจุบนและอนาคต ั
่
สมพร แสงชัย (2520 : 3) กล่าวถึง การประเมินผลไว้วา การประเมินผล คือ
ั
1. การเปรี ยบเทียบผลการปฏิบติงานกับแผนที่ต้ งไว้ ั
ั
2. การควบคุมและเร่ งรัดการปฏิบติงานให้เป็ นไปตามแผน
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 11
ั
3. การศึกษาในทางปฏิบติเพื่อแก้ไขแผนให้สมบูรณ์ยงขึ้น ิ่
4. ก า ร ศึ ก ษ า แ ผ น ที่ ไ ด้ ด า เ นิ น ก า ร ไ ป แ ล้ ว เ พื่ อ ใ ห้ ท ร า บ ว่ า
การดาเนินงานได้ตอบสนองความต้องการ หรื อแก้ไขปั ญหาที่มีอยูอย่างไร ่
5. การศึกษาดูผลกระทบทางตรงและทางอ้อมของการดาเนินงานโครงการ
ซึ่ งอาจจะเป็ นข้อมูลช่วยในการตัดสิ นใจของฝ่ ายบริ หาร
สมหวัง พิธิยานุ วฒน์ (2524 : 1) ได้ให้ความหมายของการประเมินไว้วา เป็ นกระบวนการ
ั ่
เพื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ม าซึ่ ง ข้ อ มู ล ส าร ส น เท ศ ส าห รั บ ก า ร ตั ด สิ น คุ ณ ค่ า ข อ งโ ค ร งก า ร ผ ลิ ต ผล ข บว น ก า ร
จุ ด มุ่ ง หมายของโครงการหรื อโปรแกรมหรื อทางเลื อ กต่ า ง ๆ เพื่ อ น าไปปฏิ บ ัติ ใ ห้ บ รรลุ จุ ด มุ่ ง หมาย
จุ ด เน้ น ของการประเมิ น คื อ การรวบรวมและวิ เ คราะห์ ข ้ อ มู ล อย่ า งเป็ นระบบเพื่ อ ให้ ไ ด้ ข ้ อ สนเทศ
เพื่อตัดสิ นคุณค่าสิ่ งใดสิ่ งหนึ่งโดยเฉพาะ
บุญลือ ทองอยู่ (2525 : 24) กล่าวถึง การประเมินโครงการว่า มีผให้ความหมายไว้ต่างกัน เช่น
ู้
เ ป็ น ก า ร ค ว บ คุ ม ด้ า น ก า ร จั ด ก า ร (Management Control)
เป็ นการตรวจสอบว่า โครงการที่ ไ ด้ดาเนิ นการไปนั้น มี ค วามก้า วหน้า แค่ ไ หน มี ปั ญหาในทางปฏิ บ ติอย่า งไร ั
บ ร ร ลุ เ ป้ า ห ม า ย ที่ ตั้ ง ไ ว้ ห รื อ ไ ม่ ห รื อ มี ผ ล ก ร ะ ท บ ทั้ ง ท า ง ต ร ง แ ล ะ ท า ง อ้ อ ม อ ย่ า ง ไ ร บ้ า ง
ห รื อ ห ม า ย ถึ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร ร ว บ ร ว ม แ ล ะ เ ส น อ ข้ อ มู ล เ พื่ อ ตั ด สิ น ใ จ
โดยมีหลักเกณฑ์หรื อหลักการเพื่อการปรับปรุ งแก้ไขให้ดาเนิ นการต่อไปได้หรื อแม้แต่ยุติและได้ขอสรุ ปเอาไว้แล้ ้
ว
นิ ศ า ชู โต (2527 : 9) กล่ า วสรุ ป ถึ ง ความหมายของการประเมิ นโครงการว่า หมายถึ ง
กิ จ ก ร ร ม ก า ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม ห ม า ย แ ล ะ ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง เ กี่ ย ว กั บ โ ค ร ง ก า ร
และหาผลที่แน่ใจว่าเกิดโครงการเพื่อเป็ นการเพิ่มพูนคุณภาพและประสิ ทธิ ภาพของโครงการให้ดียงขึ้น ิ่
ไชยยศ เรื องสุ วรรณ (2533 : 120 ; อ้างอิงมาจาก Stufflebeam. 1985 : 151 – 206)
ใ ห้ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ว่ า เ ป็ น ก ร ะ บ ว น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์
รวบรวมและการอานวยข้อมูลที่เป็ นประโยชน์ต่อการตัดสิ นใจ เกี่ยวกับทางเลือกต่าง ๆ
อาลัย หงษ์ท อง (2535 : 33 ; อ้างอิงมาจาก Bhola. 1979 : 1-2) อธิ บายว่า
โ ด ย ป ก ติ ม นุ ษ ย์ จ ะ ป ร ะ เ มิ น ก า ร ก ร ะ ท า แ ล ะ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ น อ ดี ต
เพื่ อ รั ก ษาการกระท าที่ ดี ไ ว้ห รื อปรั บ ปรุ งการกระท าในอนาคตให้ ดี ยิ่ ง ขึ้ น เพื่ อ ให้ ค วามพอใจมากยิ่ ง ขึ้ น
การประเมิ น ในที่ น้ ี หมายถึ ง การพิ จ ารณาและตั ด สิ นใจเกี่ ย วกั บ คุ ณ ค่ า คุ ณ ภาพ ความส าคัญ ปริ มาณ
หรื อสภาพของบางสิ่ งบางอย่าง
ดั ง นั้ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล จึ ง เ ป็ น ง า น ที่ ส า คั ญ อั น ห นึ่ ง ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ว า ง แ ผ น
ซึ่ ง ผู ้ ว า ง แ ผ น ค ว ร ก า ห น ด ขึ้ น พ ร้ อ ม ๆ กั น กั บ ก า ร ว า ง แ ผ น ห รื อ ก า ร ก า ห น ด โ ค ร ง ก า ร
เหตุ ผ ลที่ ผู ้ว างแผนจะต้ อ งก าหนดโครงการประเมิ น ในช่ ว งเวลาเดี ย วกั น กับ การวางแผนก็ เ นื่ อ งจากว่ า
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 12
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ที่ ดี นั้ น จ ะ ต้ อ ง เ ริ่ ม ด า เ นิ น ก า ร ก่ อ น ที่ ก า ร ป ฏิ บั ติ ต า ม แ ผ น จ ะ เ ริ่ ม ต้ น ค น ทั่ ว ๆ
ไปมั ก มี ค วามรู ้ แล ะเข้ า ใ จว่ า ก ารประ เมิ น ผล จะต้ อ งกระ ท าเมื่ อ โครงการได้ สิ้ นสุ ดล งแล้ ว
ิ
ความเข้าใจดังกล่าวแม้จะไม่ผดแต่การประเมินผลรู ปแบบที่เริ่ มดาเนินการภายหลังการสิ้ นสุ ดของโครงการนั้นเป็ น
รู ปแบบการประเมินผลที่ไม่สู้จะวัดและบอกอะไรได้มากนัก
่
จากความหมายดังกล่าว สรุ ปได้วา การประเมินผล คือ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ ความหมาย
ข้อเท็จจริ งของโครงการอย่างเป็ นระบบเพื่อการตัดสิ นใจเกี่ยวกับคุณค่าของโครงการและการปรับปรุ งเพิ่มคุณภาพ
และประสิ ท ธิ ภ าพให้ ดี ยิ่ ง ขึ้ น การประเมิ น ผลคล้า ยคลึ ง กับ การวิ จ ัย ในแง่ ก ระบวนการท า แต่ แ ตกต่ า งกัน ที่
วัตถุุ ประสงค์และประโยชน์ใช้สอย
การประเมินโครงการ หมายถึ ง กระบวนการรวบรวมข้อสนเทศโดยมีการรวบรวมข้อมูลและ
วิธีการศึกษาอย่างเป็ นระบบระเบียบเพื่อเปรี ยบเทียบการปฏิบติงานกับเป้ าหมายที่กาหนดไว้วาการดาเนิ นงานบรร
ั ่
ลุ วั ต ถุ ปร ะ ส งค์ ห รื อไ ม่ โ ดย น า ผล ที่ ไ ด้ ม าพิ จา ร ณา วิ เ คร าะ ห์ เ ปรี ย บ เ ที ย บกั บ แ ผน ที่ ก าห นด ไ ว้
ผลที่ ไ ด้ จ ากการประเมิ น นี้ จะสามารถชี้ ให้ เ ห็ น ถึ ง ระดั บ ความส าเร็ จ ความผิ ด พลาด ปั ญ หา อุ ป สรรค
ผลกระทบต่อโครงการในอันที่จะนาไปปรับปรุ งการดาเนินงานตามแผนงานโครงการให้มีประสิ ทธิ ภาพต่อไป
2. ความมุ่งหมาย ความสาคัญและประโยชน์ ของการประเมินโครงการ
ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร อ ย่ า ง มี ร ะ บ บ
ย่อมจะมีส่วนช่วยให้ผบริ หารโครงการตระหนักถึงคุณภาพของแผนและโครงการที่กาหนดขึ้นไว้วาสามารถสนอง
ู้ ่
ต อ บ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง สั ง ค ม ห รื อ ส า ม า ร ถ แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ที่ เ กิ ด ขึ้ น ไ ด้ ม า ก น้ อ ย เ พี ย ง ใ ด
แ ล ะ ช่ ว ย ใ ห้ ผู ้ บ ริ ห า ร ส า ม า ร ถ ตั ด สิ น ใ จ ใ น ก า ร ด า เ นิ น ก า ร
ปรับปรุ งเปลี่ยนแปลงโครงการให้มีความถูกต้องเหมาะสมส่ งผลให้โครงการนั้นดาเนิ นงานอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
บ ร ร ลุ ถึ ง เ ป้ า ป ร ะ ส ง ค์ ที่ ก า ห น ด ไ ว้ ทุ ก ป ร ะ ก า ร
การประเมินโครงการมีความมุ่งหมายและมีความสาคัญตามความคิดเห็นของนักวิชาการ ดังนี้
ประชุม รอดประเสริ ฐ (2529 : 74 ; อ้างอิงมาจาก Alan B. Knox. 1982 : 199) กล่าวว่า
การประเมินผลโครงการมีความมุ่งหมายเฉพาะ ดังนี้
ั
1. เพื่อแสดงให้เห็นถึงเหตุผลที่ชดเจนของโครงการอันเป็ นพื้นฐานสาคัญของก
ารตัดสิ นใจว่า ลัก ษณะใดของโครงการมี ค วามส าคัญมากที่ สุ ด ซึ่ ง จะต้อ งท าการประเมิ น เพื่ อหาประสิ ท ธิ ผ ล
และข้อมูลชนิดใดที่จะต้องเก็บไว้เพื่อการวิเคราะห์
2. เพื่อรวบรวมหลักฐานความเป็ นจริ งและข้อมูลที่จาเป็ นเพื่อนาไปสู่ การพิจาร
ณาถึง ประสิ ทธิผลของโครงการ
3. เ พื่ อ ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ มู ล แ ล ะ ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง ต่ า ง ๆ
เพื่อนาไปสู่ การสรุ ปผลของโครงการ
4. เพื่อการตัดสิ นใจว่าข้อมูลหรื อข้อเท็จจริ งใดที่สามารถนาเอาไปใช้ได้
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 13
5. เพื่ อ สนั บ สนุ นการตั ด สิ นใจในการพั ฒ นาปรั บ ปรุ งโครงการให้ มี
ประสิ ทธิ ภาพมากยิงขึ้น
่
ประชุม รอดประเสริ ฐ (2529 : 74 ; อ้างอิงมาจาก Janet P. Moursund. 1973 : 9)
กล่าวถึง ความมุ่งหมายของการประเมินผลโครงการไว้ดงนี้ ั
ั
1. เพื่อที่จะทราบว่าการปฏิบติงานตามโครงการบรรลุตามเป้ าหมายที่กาหนดไ
ว้หรื อไม่
ั
2. เพื่อที่จะทราบว่าเป้ าหมายที่กาหนดไว้สามารถปฏิบติได้จริ งหรื อไม่และเป็
นเป้ าหมายที่มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด
ประชุม รอดประเสริ ฐ (2529 : 74 ; อ้างอิงมาจาก Peter H. Rossi and Howard E.
Freeman. 1982 : 15) กล่าวว่า การประเมินผลโครงการมีความ มุ่งหมายตามเหตุผลดังต่อไปนี้
1. เพื่อพิจารณาถึงคุณค่าและการคาดคะเนคุณประโยชน์ของโครงการ
2. เพื่อเป็ นการเพิ่มประสิ ทธิ ภาพการบริ หารโครงการ
3. เพื่อเป็ นการตรวจสอบและปรับปรุ งแก้ไขการดาเนินโครงการ
้
4. เพื่อเป็ นการวิเคราะห์ขอดีหรื อข้อจากัดของโครงการเพื่อการตัดสิ นใจในกา
รสนับสนุนโครงการ
5. เพื่อการตรวจสอบว่าการดาเนินโครงการบรรลุถึงเป้ าหมายมากน้อยเพียงใด
ส ม ศั ก ดิ์ สุ ว ร ร ณ สุ จ ริ ต (2526 : 124) ไ ด้ ก ล่ า ว ว่ า
การประเมินโครงการมีความสาคัญยิงต่อการดาเนินโครงการในการปฏิบติงานโครงการไม่วาจะโดยหน่วยงานเอก
่ ั ่
ช น ห รื อ รั ฐ บ า ล ย่ อ ม ต้ อ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ขั้ น ต อ น ส า คั ญ ส า ม ขั้ น ต อ น ด้ ว ย กั น คื อ ก า ร ว า ง แ ผ น
ั
การปฏิบติตามแผนและการประเมินผลโครงการ ซึ่งอาจจะแสดงได้ตามภาพประกอบ 1
การวางแผน
การประเมินโครงการ ั
การปฏิบติตามแผน
ั
ภาพประกอบ 1 แสดงความสัมพันธ์ของขั้นตอนการปฏิบติงาน
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 14
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล โ ค ร ง ก า ร เ ป็ น ขั้ น ต อ น ที่ ส า ม
นั บ ไ ด้ ว่ า เ ป็ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ที่ ข า ด ไ ม่ ไ ด้ ใ น ก า ร บ ริ ห า ร โ ค ร ง ก า ร
เพราะเป็ นแหล่งที่มาของข้อมูลที่จะสะท้อนให้เห็ นว่าเป้ าหมายของโครงการนั้นได้บรรลุ ไปได้มากน้อยเพียงใด
่
เพือจะได้มีการปรับปรุ งแก้ไขให้การดาเนินงานมีประสิ ทธิ ภาพมากยิงขึ้น ่
สมหวัง พิธิยานุ วฒน์ (2528 : บทนา) ได้กล่าวไว้ว่า การบริ หารโครงการด้านต่าง ๆ
ั
ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น โ ค ร ง ก า ร ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม ห รื อ ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง
ก็ตามจะบังเกิ ดผลอย่างมี ประสิ ท ธิ ภาพสู งสุ ด จาเป็ นต้องอาศัยการประเมิ นโครงการที่ เป็ นระบบ กล่ าวคื อ
ผ ล จ า ก ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร จ ะ ท า ใ ห้ ผู้ บ ริ ห า ร
ั
โครงการได้ทราบจุดเด่นและจุดด้อยของโครงการเพื่อดาเนิ นการแก้ไขได้ทนท่วงทีและในฐานะที่เป็ นผูบริ หาร ้
รับผิดชอบโครงการ เมื่อได้ดาเนินการไปแล้วย่อมต้องการทราบว่า โครงการนั้นได้บรรลุเป้ าหมายหรื อไม่เพียงใด
คุ ้ม กับ ทุ น และแรงงานที่ ล งทุ น ไปหรื อไม่ ค าตอบของค าถามเหล่ า นี้ ก็ จ ะได้ จ ากการประเมิ น โครงการ
ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร จ ะ ต้ อ ง ด า เ นิ น ก า ร อ ย่ า ง มี ร ะ บ บ แ ล ะ มี ค ว า ม เ ป็ น ป ร นั ย
ผ ล ป ร ะ เ มิ น จึ ง จ ะ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ คุ ้ ม ค่ า แ ล ะ เ ป็ น ที่ ย อ ม รั บ โ ด ย ส รุ ป ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร
ย่ อ ม น า ไ ป สู่ ก า ร ตั ด สิ น ใ จ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ป รั บ ป รุ ง ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ก า ร จั ด ด า เ นิ น ก า ร โ ค ร ง ก า ร ใ น แ ง่ มุ ม ต่ า ง ๆ
่
อย่างทันท่วงทีในขณะที่โครงการนั้นกาลังดาเนินอยูซ่ ึ งย่อมนาไปสู่ ผลสาเร็ จของโครงการในที่สุด
จากความสาคัญและความมุ่งหมายของการประเมินโครงการที่ได้กล่าวมาแล้วสามารถกล่าวเป็ นข้อสรุ ปถึ
งความสาคัญและคุณประโยชน์ของการประเมินได้ดงนี้ ั
1.
การประเมินช่วยทาให้การกาหนดวัตถุประสงค์และมาตรฐานของการดาเนินงานมีความชัดเจนขึ้นกล่าวคือก่อนที่โ
ครงการจะได้รั บ การสนับ สนุ น ให้ นาไปใช้ย่อมจะได้รั บ การตรวจสอบจาก ้ ้
ผูบ ริ หารและผูป ระเมิ น
ส่ ว น ใ ด ที่ ไ ม่ ชั ด เ จ น เ ช่ น วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ห รื อ ม า ต ร ฐ า น ใ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น ห า ก ข า ด
ความแน่ นอนแจ่ม ชัดจะต้องได้รับ การปรั บ ปรุ งแก้ไ ขให้มี ค วามถู ก ต้องชัดเจนเสี ย ก่ อน ฉะนั้นจึ ง กล่ า วได้ว่า
การประเมิ น โครงการมี ส่ วนช่ ว ยท าให้ โ ครงการชั ด เจนและสามารถที่ จ ะน าไปปฏิ บ ั ติ อ ย่ า งได้ ผ ล
มากกว่าโครงการที่ไม่ได้รับการประเมิน
2.
ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร ช่ ว ย ใ ห้ ก า ร ใ ช้ ท รั พ ย า ก ร เ ป็ น ไ ป อ ย่ า ง คุ ้ ม ค่ า ห รื อ เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น์ เ ต็ ม ที่
ทั้ ง นี้ เ พ ร า ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร จ ะ ต้ อ ง วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ มู ล ทุ ก ส่ ว น ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
ข้ อ มู ล ใ ด ห รื อ ปั จ จั ย ใ ด ที่ เ ป็ น ปั ญ ห า จ ะ ไ ด้ รั บ ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข เ พื่ อ ใ ห้ ส า ม า ร ถ ป ฏิ บั ติ ง า น
หรื อใช้ในการปฏิบติงานอย่างเหมาะสมคุมค่าทรัพยากรทุกชนิดจะได้รับการจัดสรรให้อยูในจานวนหรื อปริ มาณที่
ั ้ ่
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 15
เหมาะสมเพี ย งพอแก่ ก ารด าเนิ น งาน ทรั พ ยากรที่ ไ ม่ จ าเป็ นหรื อมี ม ากเกิ น ไปจะได้ รั บ การตัด ทอน
แ ล ะ ท รั พ ย า ก ร ใ ด ที่ ข า ด ก็ จ ะ ไ ด้ รั บ ก า ร จั ด ห า เ พิ่ ม เ ติ ม ฉ ะ นั้ น
การประเมินโครงการจึงมีส่วนที่ทาให้การใช้ทรัพยากรของโครงการเป็ นไปอย่างคุมค่าและมีประสิ ทธิ ภาพ ้
3. ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร ช่ ว ย ใ ห้ แ ผ น ง า น บ ร ร ลุ เ ป้ า ป ร ะ ส ง ค์
ดั ง ที่ ไ ด้ ก ล่ า ว ว่ า โ ค ร ง ก า ร เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง แ ผ น
ดั ง นั้ น เ มื่ อ โ ค ร ง ก า ร ไ ด้ รั บ ก า ร ต ร ว จ ส อ บ วิ เ ค ร า ะ ห์ ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข ใ ห้ ด า เ นิ น ก า ร ไ ป ด้ ว ย ดี
ย่ อ ม จ ะ ท า ใ ห้ แ ผ น ง า น ด า เ นิ น ไ ป ด้ ว ย ดี แ ล ะ บ ร ร ลุ ถึ ง วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ที่ ไ ด้ ก า ห น ด ไ ว้
หากโครงการใดโครงการหนึ่ ง มี ปั ญหาในการปฏิ บ ติย่อมกระทบกระเทื อนต่ อแผนงานโดยส่ วนรวม ฉะนั้น
ั
จึงอาจกล่าวได้เช่ นเดี ยวกันว่าหากการประเมิน โครงการมีส่วนช่ วยให้โครงการดาเนิ นไปอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
ย่อมหมายถึงการประเมินโครงการมีส่วนช่วยให้แผนงานบรรลุถึงวัตถุประสงค์และดาเนิ นงานได้ดวยดีเช่นเดียวกั ้
น
4. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาอันเกิดจากผลกระทบ (Impact)
้
ของโครงการและทาให้โครงการมีขอที่ทาให้เกิดความเสี ยหายลดน้อยลงดังตัวอย่างโครงการเขื่อนน้ าโจนซึ่ งในกา
ร ส ร้ า ง ถ น น เ พื่ อ ไ ป สู่ ส ถ า น ที่ ส ร้ า ง เ ขื่ อ น นั้ น ต้ อ ง ผ่ า น ป่ า ไ ม้ ธ ร ร ม ช า ติ
ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร ลั ก ล อ บ ตั ด ไ ม้ ท า ล า ย ป่ า แ ล ะ สั ต ว์ ป่ า ห ล า ย ช นิ ด อ า จ ต้ อ ง สู ญ พั น ธุ์
การประเมินโครงการจะช่วยให้เกิดโครงการป้ องกันรักษาป่ าและโครงการอนุ รักษ์และอพยพสัตว์ป่าขึ้นเพื่อการแ
่
ก้ปัญหา เป็ นต้น ด้วยตัวอย่างและเหตุผลดังกล่าวจึงถือได้วาการประเมินโครงการมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาได้
5.
การประเมิ น โครงการมี ส่ วนช่ ว ยอย่ า งส าคั ญ ในการควบคุ ม คุ ณ ภาพของงานดั ง ที่ ไ ด้ ก ล่ า วแล้ ว ว่ า
ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร เ ป็ น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ล ะ ค ว บ คุ ม ช นิ ด ห นึ่ ง
ซึ่ ง ด า เ นิ น ง า น อ ย่ า ง มี ร ะ บ บ แ ล ะ มี ค ว า ม เ ป็ น วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ อ ย่ า ง ม า ก
ทุ กส่ วนของโครงการและปั จจัยทุ กชนิ ดจะได้รับการวิเคราะห์ อย่างละเอี ยด กล่ าวคื อ ทั้งข้อมูลนาเข้า (Inputs)
กระบวนการ (Process) และผลงาน (Outputs) จะได้ รั บ การตรวจสอบประเมิ น ผลทุ ก ขั้น ตอน
ส่ ว น ใ ด ที่ มี ปั ญ ห า ห รื อ ไ ม่ มี คุ ณ ภ า พ จ ะ ไ ด้ รั บ ก า ร พิ จ า ร ณ า ย้ อ น ก ลั บ (Feedback)
เพื่ อ ใ ห้ มี ก า ร ด า เ นิ น ง าน ใ หม่ จ น ก ว่ า จะ เ ป็ น ไ ปต า มม า ตร ฐ าน ห รื อเ ป้ าห ม าย ที่ ต้ อ ง ก า ร ดั ง นั้ น
่
จึงถือได้วาการประเมินผลเป็ นการควบคุมคุณภาพของโครงการ
6. การประเมินโครงการมีส่วนในการสร้ างขวัญกาลังใจให้ผูปฏิ บติงานตามโครงการ ้ ั
เ พ ร า ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร มิ ใ ช่ ก า ร ค ว บ คุ ม บั ง คั บ บั ญ ช า ห รื อ สั่ ง ก า ร
แต่ เ ป็ นการศึ ก ษาวิ เ คราะห์ เ พื่ อ ปรั บ ปรุ งแก้ ไ ขและเสนอแนะวิ ธี การใหม่ ๆ เพื่ อ ปฏิ บ ั ติ โ ครงการ
่
อันย่อมจะนามาซึ่ งผลงานที่ดีเป็ นที่ยอมรับของผูเ้ กี่ยวข้องทั้งปวง โดยลักษณะเช่นนี้ ยอมทาให้ผูปฏิ บติมีกาลังใจ ้ ั
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 16
มี ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ แ ล ะ มี ค ว า ม ตั้ ง ใ จ ก ร ะ ตื อ รื อ ล้ น ที่ จ ะ ป ฏิ บั ติ ง า น ต่ อ ไ ป แ ล ะ ม า ก ขึ้ น
่
ฉะนั้นจึงกล่าวได้วาการประเมินโครงการมีส่วนสาคัญอย่างยิงในการสร้างขวัญและกาลังใจในการปฏิบติงาน
่ ั
7. การประเมิ น โครงการช่ ว ยในการตัด สิ น ใจในการบริ ห ารโครงการกล่ า วคื อ
ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร จ ะ ท า ใ ห้ ผู้ บ ริ ห า ร ไ ด้ ท ร า บ ถึ ง อุ ป ส ร ร ค ปั ญ ห า ข้ อ ดี ข้ อ เ สี ย
ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ไ ด้ แ ล ะ แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข ก า ร ด า เ นิ น โ ค ร ง ก า ร
้
โดยข้อมูลดังกล่าวแล้วจะช่ วยทาให้ผูบริ หารตัดสิ นใจว่าจะดาเนิ นโครงการนั้นต่อไป หรื อยุติโครงการนั้นเสี ย
นอกจากนั้นผลของการประเมินโครงการอาจเป็ นข้อมูลอย่างสาคัญในการวางแผนหรื อกาหนดนโยบายของผูบริ ห ้
ารและฝ่ ายการเมือง
ความหมายและความส าคัญ ของการประเมิ น โครงการดัง กล่ า วแล้ว อาจวิ เ คราะห์ ไ ด้ ว่ า
การประเมินโครงการเป็ นงานที่มีความละเอี ยดละออมากกว่าการวางแผน กล่าวคือ ในขณะที่วางแผนเป็ นการ
ั
คาดคะเนอนาคตและค้นหาวิธีการในการปฏิบติงาน เพื่อให้บรรลุถึงเป้ าหมายหรื อความต้องการที่ได้คาดคะเนไว้
แ ต่ ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร แ ส ว ง ห า ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง
จ ะ ต้ อ ง แ ส ว ง ห า ทั้ ง สิ่ ง ที่ ม อ ง เ ห็ น จั บ ต้ อ ง ไ ด้ แ ล ะ สิ่ ง ที่ ม อ ง ไ ม่ เ ห็ น จั บ ต้ อ ง ไ ม่ ไ ด้
ฉะนั้ นการประเมิ น ผลโครงการจึ ง มี ค วามยากล าบากในตัว ที่ ผู ้ป ระเมิ น จะต้ อ งพยายามเสาะแสวงหา
้ ั
ข้อเท็จจริ งเหล่ านั้นให้ได้ขอมูลที่เป็ นจริ งมากที่ สุด ทั้งนี้ เพื่อจะนาไปใช้ตดสิ นใจบริ หารโครงการให้บรรลุ ถึง
เป้ าหมายและวัต ถุ ป ระสงค์ ที่ ต้อ งการ การประเมิ น โครงการจะต้อ งกระท าอย่ า งกว้า งขวางและต่ อ เนื่ อ ง
จึงจะทาให้แผนงานที่กาหนดไว้บรรลุถึงเป้ าหมาย
3. รู ปแบบของการประเมินโครงการ
มีผเู ้ สนอแนวคิดเกี่ยวกับรู ปแบบ (Approach) ในการประเมินไว้หลายแบบ แต่ละแบบมีแนวคิด
ท ฤ ษ ฏี เ ห ตุ ผ ล แ ล ะ วิ ธี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ที่ มี ผู ้ ส นั บ ส นุ น น า ไ ป ใ ช้ เ ป็ น แ บ บ อ ย่ า ง (Model)
ในการประเมินตามความเชื่อของแต่ละบุคคลและกลุ่มอาชีพตามความเหมาะสมกับสภาพการณ์ของปั ญหาที่จะปร
ะเมินต่าง ๆ กันไป (สงบ ลักษณะ. 2530 : 26-31)
รู ปแบบการประเมินโครงการ (Models for Evaluation) ไชยยศ เรื องสุ วรรณ (2529 : 5)
ไ ด้ ก ล่ า ว ว่ า เ ป็ น เ รื่ อ ง ที่ ส า คั ญ ม า ก
เ พ ร า ะ รู ป แ บ บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร น อ ก จ า ก จ ะ ใ ห้ ภ า พ ร ว ม ข อ ง ลั ก ษ ณ ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ ล้ ว
ยังให้แนวทางในการตั้งข้อค าถามและความมุ่ง หมาย ตลอดจนวิธีการรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมิ นอีก ด้วย
ในสถาบันอุดมศึกษาในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริ การู ปแบบการประเมินที่ใช้มกรวม ๆ เอา ั
รู ป แ บ บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ห ล า ย ๆ รู ป แ บ บ ม า เ ป็ น แ น ว ท า ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น (Guidelines)
ั
ที่พฒนาขึ้ นโดยคณะกรรมการการประเมิ นโครงการทางการศึ กษาทั้งหลาย ซึ่ งจะพบว่าสถาบันศึกษาเหล่านั้น
เน้นการประเมินโครงการในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง จากรู ปแบบการประเมิน 4 รู ปแบบ ดังนี้
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 17
1. การประเมิ น ที่ ยึ ด จุ ด มุ่ ง หมายเป็ นหลั ก (Goal - based Model)
ผู ้ ปู พื้ น ฐ า น ต า ม รู ป แ บ บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น นี้ คื อ ไ ท เ ล อ ร์ (Tyler)
ซึ่ งเป็ นรู ปแบบการประเมิ น ที่ เ ก่ า แก่ แ ละใช้ ก ั น อย่ า งกว้า งขวางที่ สุ ดในการประเมิ น โครงการต่ า ง ๆ
การประเมินตามรู ปแบบนี้ จะเน้นความสาคัญของการประเมินโดยยึดวัตถุ ประสงค์ เป็ นหลัก (Goal Attainment
หรื อ Objective Based Model) กล่ า วคื อ ในการประเมิ น ผลนั้น สิ่ ง ส าคัญ คื อ ผลผลิ ต จาก โครงการ
ถ้ า หากผลผลิ ต จากโครงการเป็ นไปตามวัต ถุ ป ระสงค์ ก็ จ ะประเมิ น ได้ ว่ า โครงการนั้ นสั ม ฤทธิ์ ผลตาม
จุดมุ่งหมายที่วางไว้ ตามแนวคิ ดนี้ จะเห็ นได้ว่าปั ญหาใหญ่จะอยู่ที่ว่าการที่จะวัดผลสัมฤทธิ์ นั้นเป็ นเรื่ องลาบาก
เพราะบ่อยครั้งวัตถุประสงค์ของโครงการเขียนไว้ในรู ปอัตนัยทาให้การวัดตามวัตถุประสงค์เป็ นไปได้ยาก ดังนั้น
ก่ อนที่ จะมี ก ารประเมิ นโครงการใด ๆ ก็ตามจะต้องนาวัตถุ ประสงค์ของโครงการนั้นมาเขี ยนเป็ นจุ ดมุ่งหมาย
ั
เชิงพฤติกรรมเสี ยก่อน ซึ่ งจะง่ายต่อการสร้างเครื่ องมือวัดและการเปรี ยบเทียบผลจากการปฏิบติ (Performance) กับ
จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมที่วางไว้
2. การประเมินแบบตอบสนองหรื อมีส่วนร่ วม (Responsive Model) สเตค (Stake)
ั
ได้พฒนารู ปแบบการประเมินของ สคริ เวน และครอนบาค (Scriven and Cronbach) มาประยุกต์ให้เป็ นรู ปธรรม
ยิงขึ้น เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนและสะดวกในการวัดและการประเมิน การประเมินแบบ Responsive Model
่
นี้ เน้นที่กิจกรรมมากกว่าจุดมุ่งหมายของโครงการ และนอกจากนั้นยังพุ่งความสนใจไปที่ปัญหาและสิ่ งต่าง ๆ ที่
เกี่ ยวข้องกับผูใช้บริ การนั้น หรื ออาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่ งได้ว่าการประเมินแบบนี้ ก็คือการรวบรวม วิเคราะห์และ
้
ตีความข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรื อเป็ นปั ญหาของผูใช้บริ การของโครงการ โดยผลตอบสนองจากผูร่วมโครงการ
้ ้
จะสะท้อนให้เห็นความสาเร็ จหรื อความล้มเหลว ของโครงการได้
3. การประเมินโดยผูเ้ ชี่ ยวชาญ (Connoisseur Ship Model) อิสเนอร์ (Eisner) เป็ น
ผู้บุ ก เบิ ก แนวคิ ด การประเมิ น โครงการโดยผู ้เ ชี่ ย วชาญ ซึ่ งแตกต่ า งจากรู ปแบบการประเมิ น โดยทั่ว ๆ
ไปการประเมินแบบนี้จะเน้นที่บทบาทของผูประเมินโดยไม่ยึดจุดมุ่งหมาย ไม่ได้คานึ งถึงปั ญหาหรื อข้อโต้แย้งใด
้
ๆ แ ล ะ ไ ม่ ไ ด้ ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร โ ด ย อ า ศั ย ก า ร ตั ด สิ น ใ จ เ กี่ ย ว กั บ โ ค ร ง ก า ร
แต่ เ ป็ นการประเมิ น โดยผู ้เ ชี่ ย วชาญเกี่ ย วกั บ โครงการนั้ น ๆ ซึ่ งจะเป็ นผู ้ก าหนดแนว (Guide lines)
แ ล ะ เ ก ณ ฑ์ ป ร ะ เ มิ น ดั ง นั้ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น จึ ง เ กิ ด ขึ้ น จ า ก ก า ร ส า ร ว จ
ต ร ว จ ส อ บ โ ค ร ง ก า ร ข อ ง ผู ้ เ ชี่ ย ว ช า ญ แ ล ะ เ ก ณ ฑ์ ที่ ผู ้ เ ชี่ ย ว ช า ญ ก า ห น ด ขึ้ น ม า นั้ น
ส่ ว น ใ ห ญ่ จ ะ ขึ้ น อ ยู่ กั บ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ท า ง วิ ช า ชี พ ข อ ง ผู ้ เ ชี่ ย ว ช า ญ (Connoisseur Ship)
ก ล่ า ว โ ด ย ส รุ ป ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร โ ด ย ผู ้ เ ชี่ ย ว ช า ญ นี้ เ ร า ย อ ม รั บ
ผลการประเมินเพราะผูเ้ ชี่ยวชาญมีความรู ้และเชี่ ยวชาญในสาขานั้น ๆ ผนวกกับความมีชื่อเสี ยงของผูเ้ ชี่ ยวชาญเอง
จึงทาให้ผลการประเมินเป็ นที่เชื่อถือได้
4. การประเมินเพื่อการตัดสิ นใจ (Decision - making Model) มี 2 รู ปแบบ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 18
4.1 Context-Input-Process-Product (CIPP) โดยสตัฟเฟิ ลบีม (Daniel L.
Stufflebeam. 1985) ซึ่ งได้อธิ บายความหมายของการประเมินแบบ CIPP ว่า หมายถึ ง กระบวนการจาแนก
ร ว บ ร ว ม แ ล ะ เ ส น อ ข้ อ มู ล ต่ า ง ๆ เ กี่ ย ว กั บ คุ ณ ค่ า แ ล ะ ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง ค ว า ม มุ่ ง ห ม า ย
ก า ร อ อ ก แ บ บ ห รื อ ก า ร ว า ง แ ผ น ง า น ด า เ นิ น ง า น แ ล ะ แ ผ น ง า น โ ค ร ง ก า ร ใ ด โ ค ร ง ก า ร ห นึ่ ง
เพื่อเป็ นแนวในการตัดสิ นใจของรับผิดชอบ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผเู ้ กี่ยวข้องกับโครงการนั้น
4.2 UCLA Center for the Study of Evaluation (CSE) โดย อัลคิล (Alkin)
ซึ่งได้อธิบายความหมายของการประเมินแบบ CSE ว่า หมายถึง กระบวนการพิจารณาตัดสิ นใจในเรื่ องที่เกี่ยวข้อง
การเลื อกข่าวสารที่เหมาะสม รวบรวมและวิเคราะห์ขอมูลเพื่อสรุ ปผลอันจะเป็ นประโยชน์ต่อผูมีอานาจในการ
้ ้
ตัดสิ นใจได้พิจารณาเลือกตามความเหมาะสม (ไชยยศ เรื องสุ วรรณ. 2529 : 5)
ห ลั ก ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ด ย ทั่ ว ไ ป คื อ
ก า ร พิ จ า ร ณ า เ ป รี ย บ เ ที ย บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร กั บ สิ่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น จ ริ ง ๆ
ถ้ า สิ่ งที่ เ ป็ นจริ งมี ค วามแตกต่ า งจากสิ่ งที่ เ ป็ นความต้ อ งการมาก จะต้ อ งหาสาเหตุ ว่ า เป็ นเพราะอะไร
โครงการบกพร่ องตรงไหน ดังภาพประกอบ 2
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 19
ความต้ องการ ความเป็ นจริง
วัตถุประสงค์ที่ ดูความสอดคล้อง วัตถุประสงค์ที่ใช้จริ ง
กาหนด
ดูความสัมพันธ์ ดูความสัมพันธ์
ปั จจัยที่จาเป็ นต่อการ ดูความสอดคล้อง ่
ปั จจัยที่มีอยูจริ ง
ดาเนินงาน
ดูความสัมพันธ์ ดูความสัมพันธ์
กิจกรรมที่ควรจัดเพื่อ ดูความสอดคล้อง ั
กิจกรรมที่จดจริ ง
ั
ให้บรรลุวตถุประสงค์
ดูความสัมพันธ์ ดูความสัมพันธ์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ดูความสัมพันธ์ ผลที่เกิดขึ้นจริ ง
ภาพประกอบ 2 หลักการประเมินโครงการ
จากหลักการของการประเมินโครงการมีองค์ประกอบของงานที่สาคัญ 3 ส่ วนคือ
1. การจัดทาเกณฑ์หรื อความต้องการหรื อลักษณะงานที่พึงประสงค์
1.1 กาหนดองค์ประกอบของโครงการที่ควรจะเป็ น หรื อควรมี
1.1.1 วัตถุประสงค์ของงานที่เป็ นความต้องการของสังคมหรื อนโยบายของหน่
วยงาน
1.1.2 ปัจจัยที่จาเป็ นสาหรับการดาเนินงาน
1.1.3 กระบวนการหรื อกิ จ กรรมที่ ค วรจั ด ขึ้ นเพื่ อ ให้ บ ั ง เกิ ด ผลตาม
วัตถุประสงค์
1.1.4 ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 20
1.2 ก า ร จั ด ท า เ ก ณ ฑ์ ต้ อ ง มี เ ห ตุ ผ ล ร อ ง รั บ
อาจเป็ นนโยบายของรัฐหรื อแนวคิดทฤษฎีหลักวิชาการต่าง ๆ ก็ได้
1.3 การปรับเกณฑ์ คานึงถึงความเหมาะสม ความเป็ นได้ในแง่มุมต่าง ๆ
2. วิเคราะห์งานจริ ง โดยพิจารณาองค์ประกอบที่เป็ นจริ งหรื อที่มีอยูจริ ง ่
2.1 วัต ถุ ป ระสงค์ข องของโครงการที่ ร ะบุ ไ ว้จ ริ งหรื อผู้บ ริ หารโครงการหรื อ
หน่วยงานดาเนินการยึดถืออยูจริ ง ่
่
2.2 ปัจจัยหรื อทรัพยากรที่มีอยูหรื อได้รับจริ ง ๆ
2.3 กระบวนการหรื อกิจกรรมที่ทาอยูจริ ง ๆ ่
2.4 ผลที่ได้รับจริ ง ๆ
3. ดูความสอดคล้อง โดยพิจารณาความสัมพันธ์ ภายในระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ
ที่ เ ป็ นอยู่ จ ริ ง โดยใช้ ข ้อ มู ล ที่ เ ก็ บ อย่ า งเป็ นระบบ เปรี ย บเที ย บดู ค วามสอดคล้อ งระหว่ า งโครงการ เกณฑ์
กั บ โ ค ร ง ก า ร จ ริ ง
หรื อ ระหว่ า งโครงการที่ ไ ด้รั บ อนุ ม ัติ ก ับ การน าโครงการที่ ไ ด้รั บ อนุ ม ัติ ก ับ การน าโครงการไปปฏิ บ ัติ จ ริ ง
ก า ร จ ะ ป รั บ ป รุ ง โ ค ร ง ก า ร ไ ด้ จ ะ ต้ อ ง ท ร า บ ว่ า
ั
การมีความไม่สอดคล้องกันระหว่างโครงการกับการปฏิบติจริ งนั้นมีมากน้อยเพียงใด เพราะอะไร
4. กระบวนการประเมินโครงการ
ตามหลัก การแล้ว การประเมิ นโครงการเป็ นการศึ กษาความสั มพันธ์ เชิ ง เหตุ และผลระหว่า ง
ตัวแปรที่กาหนดบังคับในโครงการกับตัวแปรตามหรื อผลลัพธ์ของโครงการ รวมทั้งเป็ นการเปรี ยบเทียบความ
ส อ ด ค ล้ อ ง ข อ ง สิ่ ง ที่ เ ป็ น จ ริ ง
จากหลัก การดัง กล่ า วนัก วิ ช าการหลายท่ า นได้จ าแนกกระบวนการของการประเมิ น โครงการออกเป็ น 5
ส่ วนดังภาพประกอบ 3
การกาหนดปั ญหา
เป้ าประสงค์และวัตถุประสงค์
การสรุ ปผล การเลือกรู ปแบบ
และการเสนอแนะ การประเมิน
้
การวิเคราะห์ขอมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล
ภาพประกอบ 3 กระบวนการประเมินโครงการ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 21
5. ประเภทของการประเมินโครงการ
การประเมินโครงการบริ การสังคมนั้น สามารถจาแนกประเภทของการประเมินโดยทัวไปได้เป็ น ่
4 ประเภท คือ
5.1 การประเมินความต้องการที่จาเป็ น
แ น ว คิ ด ข อ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ที่ จ า เ ป็ น (Need Assessment)
ได้ เ ริ่ มต้ น ที่ ป ระเทศสหรั ฐ อเมริ กา ในช่ ว งกลางทศวรรษที่ 1960 โดยโครงการต่ า ง ๆ เหล่ า นั้ น
มัก ถู ก เรี ยกร้ อ งให้ มี ก ารระบุ วิ ธี ก ารวัด และประเมิ น ความต้ อ งการของโครงการไว้ใ นเป้ าหมายด้ ว ย
ทั้ ง นี้ เ พื่ อ ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ข อ ง ก า ร ว า ง แ ผ น โ ค ร ง ก า ร ซึ่ ง
ั
ต่อมาได้กลายเป็ นเกณฑ์พ้ืนฐานสาหรั บการพิจารณาอนุ มติเพื่อให้การสนับสนุ นโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
โ ค ร ง ก า ร ต่ า ง ๆ ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า เ ช่ น โ ค ร ง ก า ร ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม วิ ช า ก า ร
โครงการพัฒ นาจิ ต ใจและอารมณ์ ข องเด็ ก นั ก เรี ยน และโครงการฝึ กอบรมทางอาชี ว ศึ ก ษา เป็ นต้ น
โครงการทั้งหลายเหล่านี้ต่างก็ได้ทาการประเมินความต้องการที่จาเป็ นเพื่อนาไปสู่ การปฏิบติและเพื่อใช้ประโยชน์ ั
จากผลการประเมินให้กว้างขวางมากยิงขึ้น ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภาค และระดับชาติ (Stufflebeam, 1985)
่
หลังจากช่ วงปลายปี ค.ศ. 1970 ได้มีการเน้นในเรื่ องของการวางแผนโครงการ และการประเมิน
้
เพื่อให้เป็ นไปตามขั้นตอนที่ตองจัดดาเนิ นการร่ วมกันอย่างใกล้ชิดและในช่ วงนี้ ได้มีวารสารที่ชื่อว่า Evaluation
and Program Planning ซึ่ งเน้ น หนั ก การประ เ มิ นโครงการด้ า นสุ ขภาพอนามั ย
ก็ ไ ด้ เ น้ น เ กี่ ย ว กั บ ห ลั ก ก า ร แ ล ะ แ น ว ป ฏิ บั ติ ใ น ก า ร ใ ห้ ก า ร ส นั บ ส นุ น ใ น เ รื่ อ ง ดั ง ก ล่ า ว
รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงแผนของโครงการด้วย
ใ น ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ที่ จ า เ ป็ น นั้ น ก่ อ น ด า เ นิ น โ ค ร ง ก า ร ใ ด ๆ
ก็จะต้องมี การวางแผนของโครงการนั้น ๆ ไว้ล่วงหน้าอย่างมี ประสิ ทธิ ภาพ เพื่อให้สามารถตอบคาถามต่าง ๆ
ไ ด้ ต ร ง ต า ม ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ที่ แ ท้ จ ริ ง
ในปั จ จุ บ ัน นั ก ประเมิ น ได้ ใ ห้ ค วามสนใจเกี่ ย วกั บ การวางแผนเพื่ อ การประเมิ น และเชื่ อ ว่ า การวางแผน
โครงการจาเป็ นต้องจัดให้เป็ นส่ วนหนึ่งของกระบวนการประเมินโดยให้การวางแผนโครงการเป็ นขั้นตอนหนึ่ งขอ
งการประเมิ น โครงการนั้น ๆ ก่ อนนาโครงการไปสู่ ข้ น ปฏิ บ ติ ท าให้นัก วางแผนที่ ดีต้องมี ข ้อ มู ล สารสนเทศ
ั ั
เ กี่ ย ว กั บ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ที่ จ า เ ป็ น อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง
โดยอาศัยเทคนิคซึ่ งสามารถวัดและประเมินความต้องการที่เหมาะสมได้ในเชิ งปริ มาณ รวมทั้งอาจใช้เทคนิ คอื่น ๆ
ที่ เ อื้ อ ต่ อ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ไ ด้ เ ช่ น ก า ร ใ ช้ ข้ อ มู ล จ า ก ร ะ เ บี ย น ส ะ ส ม ที่ มี อ ยู่
หรื อการสังเคราะห์สารสนเทศที่มีอยู่ เป็ นต้น
5.2 การประเมินกระบวนการ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 22
แ น ว คิ ด ห ลั ก ข อ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ก็ คื อ
เ มื่ อ โ ค ร ง ก า ร ไ ด้ รั บ ก า ร พั ฒ น า แ ล ะ เ ริ่ ม ด า เ นิ น ก า ร แ ล้ ว
นักประเมิ นต้องย้อนกลับไปทบทวนเอกสารที่ เกี่ ยวข้องกับ โครงการอี กครั้ ง เพื่อตรวจสอบว่า โครงการนั้น ๆ
ได้ปฏิบติไปตามทุกขั้นตอนที่ได้ออกแบบไว้หรื อไม่และได้จดกิจกรรมเพื่อให้บริ การต่อกลุ่มเป้ าหมายตรงตามที่
ั ั
ก า ห น ด ไ ว้ ใ น โ ค ร ง ก า ร ห รื อ ไ ม่
้
การประเมินกระบวนการของโครงการเช่นนี้ ถาจะกล่าวอีกนัยหนึ่ งก็คือเป็ นการตรวจสอบความพยายามของโครง
การว่าได้ดาเนินการไปอย่างครบถ้วนตรงตามแผนที่วางไว้ทุกขั้นตอนหรื อไม่
ต า ม ป ก ติ แ ล้ ว ข้ อ มู ล แ ล ะ ส า ร ส น เ ท ศ ที่ จ า เ ป็ น ส า ห รั บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร
มัก จะถู ก รวบรวมไว้โ ดยตัวแทนของหน่ ว ยงาน และมัก จะไม่ อ ยู่ใ นรู ป แบบที่ ใ ช้ป ระโยชน์ ไ ด้โ ดยตรง เช่ น
ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ ผู ้ รั บ บ ริ ก า ร ก็ มั ก จ ะ ป ร า ก ฏ อ ยู่ ใ น ใ บ ส มั ค ร
ซึ่ งไม่มีรายละเอียดเท่าที่ควรเกี่ยวกับการเข้ารับบริ การจากโครงการ ในทางกลับกันมักจะเป็ นเพียงบันทึกสั้น ๆ
ของเจ้ า หน้ า ที่ ผู ้ ใ ห้ บ ริ หารเท่ า นั้ น ด้ ว ยเหตุ น้ ี การที่ จ ะจั ด ข้ อ มู ล ให้ อ ยู่ ใ นรู ปแบบที่ เ รี ยกใช้ ไ ด้ น้ ั น
จึงต้องเสี ยเวลาและค่าใช้จ่ายด้วยซึ่ งนักประเมินกระบวนการควรตระหนักในเรื่ องนี้ และควรมีความพยายามที่จะอ
อกแบบการเก็ บ ข้ อ มู ล ที่ จ าเป็ นต่ า ง ๆ อย่ า งมี ร ะบบ ทั้ งนี้ เพื่ อ ช่ ว ยอ านวยความสะดวกในด้ า นการ
รวบรวมข้อมูลและการสรุ ปข้อมูลข่าวสารที่เป็ นประโยชน์ต่อการปฏิบติโครงการให้มากที่สุด ั
ถึงแม้ว่าการประเมิ นกระบวนการ มิ ได้บ่งชี้ ถึงความสาเร็ จของโครงการ แต่ก็มีความสาคัญต่อ
ผูรับผิดชอบโครงการในส่ วนที่เกี่ยวกับเงิ นทุนที่จะนามาสนับสนุ นโครงการ หรื อนามาใช้เพื่อการขยายโครงการ
้
ซึ่ งจ าเป็ นจะต้ อ งมี ข ้ อ มู ล เบื้ องต้ น จากก ารประเมิ น ดั ง กล่ า ว เพื่ อ จะ ได้ ท ราบว่ า โครงการนั้ น ๆ
มี แ ผ น ง า น ที่ ส า ม า ร ถ น า ไ ป ป ฏิ บั ติ ไ ด้ จ ริ ง เ พี ย ง ใ ด แ ล ะ น่ า จ ะ ป ร ะ ส บ ผ ล ส า เ ร็ จ ห รื อ ไ ม่
เ พ ร า ะ ไ ด้ เ ค ย ใ ห้ บ ริ ก า ร กั บ ก ลุ่ ม เ ป้ า ห ม า ย ที่ ว า ง แ ผ น ไ ว้ ก่ อ น แ ล้ ว เ ป็ น ต้ น น อ ก จ า ก นั้ น
เ มื่ อ มี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ข อ ง โ ค ร ง ก า ร แ ล้ ว สิ่ ง ส า คั ญ ก็ คื อ
เป็ นการเปิ ดโอกาสให้ผอานวยการโครงการสามารถจะปรับการดาเนิ นงานให้เป็ นไปในทิศทางที่นาไปสู่ ความสาเ
ู้
ร็ จของ โครงการได้อย่างสมเหตุสมผลด้วย
5.3 การประเมินผลผลิต
่
เท่าที่ผานมานักประเมินมักจะเน้นการประเมินผลสัมฤทธิ์ ของโครงการจากการประเมินผลผลิตโ
ด ย ต ร ง ข อ ง โ ค ร ง ก า ร นั้ น ๆ ซึ่ ง ค ว า ม จ ริ ง แ ล้ ว เ ป็ น ก า ร ย า ก ที่ จ ะ ร ะ บุ “เ ห ตุ ”
ซึ่ งมักจะหมายถึ งปั จจัยนาเข้าในระหว่างการดาเนิ นโครงการกับ “ผล” ที่เกิ ดตามมาของโครงการ ตัวอย่างเช่ น
เมื่อมีการจัดโครงการพัฒนานิสัยการอ่านสาหรับเยาวชนท้องถิ่น ปรากฏว่ามีคาถามที่น่าสนใจ คือ
้
5.3.1 ผูเ้ ข้าร่ วมโครงการจะมีนิสัยรักการอ่านมากกว่าผูไม่ได้เข้าร่ วมโครงการหรื อไม่
5.3.2 มีหลักฐานหรื อไม่ ที่แสดงว่าผูเ้ ข้าร่ วมโครงการมีความสนใจในการอ่านมากขึ้น
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 23
คาถามข้างต้นเป็ นคาถามที่ดีและมีเหตุผล แต่ก็ยากที่จะชี้ ชดลงไปในการตอบคาถามที่เกี่ ยวกับ
ั
ผลผลิ ตของโครงการโดยตรง ที่ เป็ นเช่ นนี้ ก็เพราะว่าอาจจะมี อิทธิ พลจากตัวแปรอื่ น ๆ เข้ามาเกี่ ยวข้องได้ เช่ น
้
สภาพแวดล้อมของผูรับบริ การ เป็ นต้น
ดั ง นั้ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ผ ลิ ต ข อ ง โ ค ร ง ก า ร ที่ ส า คั ญ ก็ คื อ
นั ก ประเมิ น จะต้ อ งแสดงแนวทางในการวัด ผลส าเร็ จของโครงการให้ น่ า เชื่ อ ถื อ มี ก ารวัด ที่ แ ม่ น ย า
มี ผ ล ก า ร วั ด ที่ ต ร ง กั บ ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง แ ล ะ มี ค ว า ม ค ง ที่ ด้ ว ย
ั ั
สาหรับวิธีการวัดนั้นอาจต้องใช้การออกแบบตามวิธีวิจยที่ซบซ้อน คล้ายกับการออกแบบโครงการวิจยเชิ งทดลอง ั
ส่ วนการก าหนดความส าเร็ จของโครง ยั ง มี ค วามเห็ น แตกต่ า งกั น ตามกลุ่ ม ของผู ้ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง เช่ น
ห น่ ว ย ง า น ที่ ส นั บ ส นุ น เ งิ น ทุ น
บุ ค ลากรของโครงการและผูรับ บริ ก ารซึ่ ง แต่ ล ะกลุ่ ม มี ระดับ ของการยอมรั บ ความส าเร็ จ ที่ ต่า งกันไป ดัง นั้น
้
นักประเมินจึงต้องหาตัวบ่งชี้ที่สามารถเป็ นที่ยอมรับของทุกกลุ่มและมีความเป็ นไปได้สาหรับการประเมินผลผลิต
ด้วย
5.4 การประเมินประสิ ทธิภาพ
ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร โ ด ย ทั่ ว ไ ป โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ที่ ผ่ า น ม า
ยังจากัดอยู่แต่เพีย งการประเมิ นผลผลิ ต โดยมุ่ งที่ จะทราบความสาเร็ จหรื อความล้มเหลวของโครงการเท่านั้น
ทั้ ง นี้ เ พื่ อ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ข อ ง ผู ้ ใ ห้ บ ริ ก า ร ห รื อ ผู ้ ใ ห้ ทุ น ใ น ก า ร ยุ ติ ห รื อ ข ย า ย โ ค ร ง ก า ร
แ ต่ ใ น ปั จ จุ บั น นั ก ป ร ะ เ มิ น แ ล ะ ผู ้ บ ริ ห า ร โ ค ร ง ก า ร
ไ ด้ ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ข อ ง โ ค ร ง ก า ร ด้ ว ย
โ ด ย ถื อ ว่ า เ ป็ น ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ที่ จ า เ ป็ น ส า ห รั บ โ ค ร ง ก า ร บ ริ ก า ร ทั่ ว ไ ป
เพราะจะช่ ว ยเสริ มให้ โ ครงการเหล่ า นั้ นสามารถด าเนิ น การอย่ า งสอดคล้ อ งกั บ สภาวการณ์ ข องสั ง คม
โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง โ ค ร ง ก า ร ที่ เ อื้ อ อ า น ว ย ต่ อ ก า ร พั ฒ น า ท้ อ ง ถิ่ น ห รื อ
โ ค ร ง ก า ร ที่ เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด เ ก ณ ฑ์ ส า คั ญ ส า ห รั บ ป ร ะ กั น โ ค ร ง ก า ร ข น า ด ใ ห ญ่ ร ะ ดั บ ช า ติ
ที่ จ ะ ไ ม่ ต้ อ ง สู ญ เ สี ย ท รั พ ย า ก ร ที่ มี อ ยู่ อ ย่ า ง จ า กั ด โ ด ย ไ ม่ จ า เ ป็ น
ก า ร ด า เ นิ น โ ค ร ง ก า ร บ ริ ก า ร สั ง ค ม นั้ น จ ะ ไ ม่ มุ่ ง แ ต่ เ พี ย ง ค ว า ม ส า เ ร็ จ ข อ ง โ ค ร ง ก า ร เ ท่ า นั้ น
แ ต่ จ ะ ต้ อ ง ใ ห้ คุ ้ ม ค่ า ใ น เ ชิ ง ข อ ง ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ด้ ว ย
ตามปกติการประเมินประสิ ทธิภาพของโครงการมักจะเริ่ มจากคาถามต่าง ๆ กัน เช่น
5.4.1 ความสาเร็ จของโครงการเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายแล้วมีความเหมาะสมหรื อไม่
5.4.2 ผลผลิตของโครงการเกิดจากปั จจัยที่ลงทุนไปใช่หรื อไม่
5.4.3 โครงการนี้มีผลผลิตสู งกว่าโครงการอื่น ๆ เมื่อลงทุนเท่ากันหรื อ และเพราะเหตุใด
ศุภวัฒน์ วาจาสัตย์ (2544 : 27-29) ได้แบ่งประเภทของการประเมินออกเป็ น 3 ลักษณะ คือ
1. ลักษณะเกณฑ์ลาดับเวลาของการบริ หารโครงการ แบ่งการประเมินออกเป็ น 3 ระยะ คือ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 24
่
1.1 การประเมินก่อนเริ่ มดาเนิ นการ การประเมินระยะนี้ อยูในขั้นการวางแผนโครงการ
การประเมินก่อนเริ่ มโครงการอาจทาได้ 2 ลักษณะ คือ
1.1.1 การศึ ก ษาสภาพความเป็ นไปได้ใ นการท าโครงการ กล่ า วคื อ
ต้ อ งการจะตอบค าถามว่ า ควรเริ่ มโครงการนี้ หรื อไม่ โครงการที่ จ ั ด ท ามุ่ ง แก้ ปั ญหาส าคั ญ หรื อไม่
มี ท รั พ ย า ก ร ทั้ ง ด้ า น บุ ค ล า ก ร ก า ร เ งิ น ห รื อ ง บ ป ร ะ ม า ณ วั ส ดุ ค รุ ภั ณ ฑ์ อ า ค า ร ส ถ า น ที่
ตลอดจนระบบการจัดการพร้อมที่จะทาโครงการหรื อไม่
1.1.2 การประเมิ น ร่ า งโครงการหรื อ มัก เรี ย กว่ า การวิ เ คราะห์ โ ครงการ
การประเมิ น ในระยะนี้ ก็ คื อ การพยายามตอบค าถามว่า แผนงานหรื อ โครงการที่ เ สนอมาเหมาะสมหรื อ ไม่
้ ั
ควรปรับปรุ งแก้ไขตรงไหนบ้าง ถ้าไม่มีขอแก้ไขก็สมควรอนุมติให้ดาเนินการต่อไป
1.2 ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร ข ณ ะ ด า เ นิ น ง า น
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ใ น ขั้ น นี้ เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม ก้ า ว ห น้ า ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
เพื่ อ ศึ ก ษาว่ า มี ปั ญหาหรื ออุ ป สรรคในการด าเนิ นงานในแต่ ล ะช่ ว งหรื อไม่ จะต้ อ งแก้ ไ ขอย่ า งไร
โดยเฉพาะในการดาเนินงานช่วงต่อไปของโครงการ จัดเป็ นการประเมินเพื่อการปรับปรุ งโครงการ
1.3 การประเมิ น โครงการ เป็ นการประเมิ น โครงการเพื่ อ รวมสรุ ปว่ า
เ มื่ อ ไ ด้ ด า เ นิ น ง า น โ ค ร ง ก า ร สิ้ น สุ ด ล ง แ ล้ ว
ไ ด้ รั บ ค ว า ม ส า เ ร็ จ ต า ม วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ห รื อ เ ป้ า ห ม า ย ที่ ก า ห น ด ไ ว้ ม า ก น้ อ ย เ พี ย ง ใ ด
ตลอดจนเป็ นการติดตามตรวจสอบผลกระทบของโครงการ
2. ลักษณะเกณฑ์การตัดสิ นใจเกี่ ยวกับการดาเนิ นงานโครงการ แบ่งการประเมินออกเป็ น 2
ประเภท คือ
2.1 การประเมินความก้าวหน้าของโครงการ เป็ นการประเมินเพื่อปรับปรุ งโครงการ
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ ภ ท นี้ จ ะ ต้ อ ง จั ด ท า ข ณ ะ ที่ โ ค ร ง ก า ร ด า เ นิ น ก า ร อ ยู่
ซึ่ งเป็ นการประเมิ นตามกิ จกรรมของโครงการที่ อาจกาหนดไว้ในรู ปของแผนภูมิ PERT (PERT : Program
Evaluation And Review Technique) หรื อ ซีพีเอ็ม (CPM : Critical Path Model)
2.2 การประเมิ นผลสั ม ฤทธิ์ ของโครงการ เป็ นการประเมิ นเพื่ อตรวจสอบว่า
โ ค ร ง ก า ร ป ร ะ ส บ ค ว า ม ส า เ ร็ จ ต า ม วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ เ ป้ า ห ม า ย ที่ ว า ง ไ ว้ ห รื อ ไ ม่
ผลการประเมิ นจะเป็ นประโยชน์ ต่อการตัดสิ นใจว่า ควรยุติโครงการ หรื อควรจะดาเนิ นงานโครงการต่ อไป
้
โดยไม่ตองปรับขยายบางส่ วนก่อนดาเนินการต่อไป หรื อแปรเปลี่ยนสภาพโครงการเป็ นส่ วนหนึ่งของงานประจา
ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ ผลโครงการว่าสามารถเป็ นไปตามวัตถุประสงค์เป้ าหมายของ
โครงการนั้น การประเมิ น จ าเป็ นต้อ งครอบคลุ ม ทุ ก ขั้น ตอนตลอดโครงการจากสิ่ ง ที่ ป้ อนเข้า กระบวนการ
ผลกระทบภายใน (ผลลัพธ์) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบภายนอก ดังนั้น การประเมินผลโครงการจึงต้อง
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 25
ครอบคลุม 4 ประเด็น คือ การประเมินสิ่ งป้ อนเข้า (Input) การประเมินกระบวนการ (Process) การประเมินผลลัพธ์
(Output) และการประเมินผลกระทบ (Impact) ดังนี้
2.2.1 การประเมินสิ่ งที่ป้อนเข้า (Input Evaluation) สิ่ งที่ป้อนเข้า หมายถึ ง
ท รั พ ย า ก ร (Resource) ที่ ใ ช้ ใ น โ ค ร ง ก า ร ทั้ ง บุ ค ล า ก ร วั ส ดุ อุ ป ก ร ณ์ กิ จ ก ร ร ม ต่ า ง ๆ
ที่ โ ครงการด าเนิ น การไปเพื่ อ ให้ บ รรลุ ว ัต ถุ ป ระสงค์ ดั ง นั้ น การประเมิ น สิ่ งที่ ป้ อนเข้ า จึ ง หมายถึ ง
การหาข้อเท็จจริ งที่เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรเพื่อให้บรรลุวตถุประสงค์ของโครงการ
ั
2.2.2 การประเมิ น กระบวนการ (Process Evaluation) หมายถึ ง
ั ั
การประเมินผลการปฏิบติงานเปรี ยบเทียบกับแผนปฏิบติงานของโครงการเพื่อตอบคาถาม 2 ข้อ คือ
ั
2.2.2.1 การปฏิบติงานเป็ นไปตามแผนที่กาหนดไว้หรื อไม่
ั
2.2.2.2 ทุกหน่วยของโครงการปฏิบติหน้าที่มีประสิ ทธิ ภาพหรื อไม่
2.2.3 การประเมินผลลัพธ์ (Output Evaluation) ผลลัพธ์ หมายถึง ผล (Result)
ที่ ผู ้ ว า ง แ ผ น ป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ใ ห้ เ กิ ด ขึ้ น โ ด ย ก า ร บ ริ ห า ร ท รั พ ย า ก ร ที่ ดี ข อ ง โ ค ร ง ก า ร แ ล ะ ถู ก ต้ อ ง
การประเมินผลลัพธ์จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลลัพธ์ที่ปรากฏว่าบรรลุวตถุประสงค์ที่ต้ งไว้หรื อไม่ เพียงใด
ั ั
2.2.4 การประเมิ น ผลกระทบ (Impact Evaluation) หมายถึ ง
การประเมิ น ผลกระทบของโครงการต่ อ ประชาสั ง คมและสภาพแวดล้อ มหรื อ ปั จ จัย ด้า นอื่ น ๆ มี อ ย่ า งไร
การประเมินนี้ มี จุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษาว่าผลของโครงการนั้นเป็ นเหตุให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
แ ล ะ ผ ล ที่ เ กิ ด ขึ้ น นั้ น เ ป็ น ไ ป ใ น ทิ ศ ท า ง ที่ พึ ง ป ร ะ ส ง ค์ ห รื อ ไ ม่
ผลกระทบนั้นมีผลมากกว่าผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรื อไม่ ถ้าไม่มีโครงการ ผลนั้นจะเกิดขึ้นหรื อไม่
3. ลักษณะเกณฑ์ของสิ่ งที่ถูกประเมิน แบ่งการประเมินออกเป็ น 4 ประเภท คือ
3.1 ประเมิ น บริ บทหรื อสภาพแวดล้ อ ม (Context Evaluation)
เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ที่ เ กี่ ย ว กั บ น โ ย บ า ย เ ป้ า ห ม า ย แ ร ง ก ด ดั น ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม
ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง บุ ค ค ล แ ล ะ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ โครงการ
ตลอดจนแรงกดดันทางการเมืองที่มีต่อโครงการนั้น
3.2 กา รป ระ เมิ นปั จจั ย ห รื อ ตั ว ป้ อ น (Input Evaluation)
เป็ นการประเมินเพื่อมุ่งเน้นว่ามีปัจจัยพร้อมที่จะดาเนินงานโครงการหรื อไม่ ซึ่ งคล้ายกับการประเมินข้อ 1.1
3.3 ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร (Process Evaluation)
เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร ข ณ ะ ด า เ นิ น ก า ร
อั น เป็ นการประเมิ น ผลโครงการในเชิ ง ความก้ า วหน้ า ของโครงการหรื อการประเมิ น เพื่ อ ปรั บ ปรุ ง
โครงการซึ่ งคล้ายกับการประเมินข้อ 1.2 และ ข้อ 2.1
3.4 การประเมิ น ผลผลิ ต หรื อผลงาน (Product Evaluation)
เป็ นการประเมินโครงการหลังจากการดาเนินงานสิ้ นสุ ดลงแล้ว ประกอบด้วยการประเมิน 2 ส่ วน คือ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 26
3.4.1 การประเมิ น ผลลั พ ธ์ (Output Evaluation)
เป็ นการพิจารณาจากปริ มาณและคุณภาพของผลผลิตเปรี ยบเทียบกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
3.4.2 การประเมินผลกระทบ (Impact Evaluation) เป็ นการประเมินเพื่อ
เปรี ยบเทียบกับวัตถุประสงค์ของแผนงานหรื อโครงการ
นอกจากการแบ่ ง ประเภทของการประเมิ น โครงการบริ การสั ง คมดั ง ที่ ก ล่ า วมาแล้ ว
การประเมินยังอาจแบ่งออกได้อีก 3 ประเภท ตามระยะเวลาที่ทาการประเมิน ดังนี้
1) ก า ร ป ร ะ เ มิ น ร ะ ห ว่ า ง ด า เ นิ น ง า น
เป็ นการประ เมิ นเพื่ อ ติ ดตามดู ผลผลิ ตของโคร งก ารใ นขณะ ที่ โครงก ารนั้ น ๆ ก าลั ง ด าเนิ นอยู่
้ ้ ั
การประเมิ นประเภทนี้ ใ ห้ ข ้อ มู ล เชิ ง วิเคราะห์ ที่ จาเป็ นแก่ ผูจ ัดการโครงการและผูตดสิ นใจเพื่ อปรั บ นโยบาย
วัต ถุ ป ระสงค์ ตลอดจนการจัด การทรั พ ยากรของโครงการผลจากการประเมิ น ระหว่ า งด าเนิ น งานนี้
อาจจะให้สารสนเทศที่เป็ นประโยชน์สาหรับการวางแผนโครงการใหม่ได้ดวย ้
2) ป ร ะ เ มิ น เ มื่ อ สิ้ น สุ ด โ ค ร ง ก า ร
เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น เ พื่ อ วิ เ ค ร า ะ ห์ ผ ล ผ ลิ ต ทั้ ง ห ม ด ที่ เ กิ ด ขึ้ น เ มื่ อ สิ้ น สุ ด โ ค ร ง ก า ร
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ ภ ท นี้ จ ะ ใ ห้ ส า ร ส น เ ท ศ ที่ จ า เ ป็ น ทั้ ง ห ม ด แ ก่ ผู ้ ตั ด สิ น ใ จ แ ล ะ ว า ง แ ผ น
สาหรับใช้เพื่อการวางแผนโครงการใหม่และเพื่อเป็ นแนวทางการประเมินผลในอนาคตต่อไป
3) ก า ร ป ร ะ เ มิ น ย้ อ น ห ลั ง เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น เ พื่ อ ต ร ว จ ส อ บ ย้ อ น ห ลั ง
เมื่อโครงการสิ้ นสุ ดไปแล้วในช่วงระยะเวลาหนึ่งว่า มีผลกระทบจากโครงการหรื อไม่ อย่างไร
รู ปแบบการประเมินแบบ IPO Model
รู ปแบบการประเมินแบบ IPO Model ประกอบด้วย Input, Process และ Output หรื อ Product คือ
1. ปัจจัยนาเข้า (Input) เพื่อออกแบบโครงการ
2. กระบวนการ (Process) เพื่อประเมินขั้นตอนในการดาเนินการตามโครงการ
3. ผลผลิต (Output หรื อ Product) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ ตามโครงการ
การประเมินด้านต่าง ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ก า ร ป ร ะ เ มิ น ปั จ จั ย น า เ ข้ า (Input Evaluation)
เป็ นการจั ด หาข้ อ มู ล เพื่ อ ใช้ ใ นก ารตั ด สิ นความเหมาะสมของแผนงานต่ า ง ๆ ที่ จ ั ด ขึ้ น โดยดู ว่ า
ข้อมูลนั้นจะมีส่วนช่วยให้บรรลุจุดมุ่งหมายของโครงการหรื อไม่ ซึ่ งมักจะประเมินในด้านต่าง ๆ คือ
1.1 ความสามารถของหน่วยงานหรื อตัวแทนในการจัดโครงการ
ั
1.2 ยุทธวิธีที่ใช้ในการบรรลุวตถุประสงค์ของโครงการ
1.3 การได้รับความช่ วยเหลื อในด้านต่าง ๆ ซึ่ งจะช่ วยให้โครงการดาเนิ นไปได้ เช่ น
หน่วยงานที่จะช่วยเหลือ เวลา เงินทุน อาคารสถานที่ อุปกรณ์เครื่ องมือ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 27
ผ ล ที่ ไ ด้ จ า ก ก า ร ป ร ะ เ มิ น ปั จ จั ย น า เ ข้ า คื อ
การวิ เ คราะห์ รู ปแบบวิ ธี ก ารที่ ใ ช้ ใ นรู ปของราคาและก าไร (Cost and Benefit) ที่ จ ะได้ รั บ
โ ด ย ก า ร ป ร ะ เ มิ น ใ น อั ต ร า ก า ลั ง เ ว ล า ง บ ป ร ะ ม า ณ วิ ธี ก า ร ที่ มี ศั ก ย ภ า พ
แ ต่ ถ้ า เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ด้ า น ก า ร ศึ ก ษ า ผ ล ก า ไ ร อ า จ ไ ม่ อ ยู่ ใ น รู ป ตั ว เ ล ข ก็ ไ ด้
การประเมิ น ปั จ จัย น าเข้า นี้ จะช่ ว ยให้ ไ ด้ข ้อ มู ล ที่ จ ะตัด สิ น ใจได้ว่ า ควรตั้ง วัต ถุ ป ระสงค์ เ ชิ ง ปฏิ บ ัติ อ ย่ า งไร
ใช้อ ัต ราก าลัง เท่ า ใด วางแผนงานและด าเนิ น การอย่ า งไร ซึ่ งจะแตกต่ า งจากการประเมิ น บริ บ ทในแง่ ที่ ว่ า
การประ เมิ น ปั จจั ย น าเข้ า เป็ นก ารท าเฉพาะก รณี นั้ น ๆ แล ะวิ เ คราะ ห์ ภาย ใ นโครงก ารเท่ า นั้ น
รู ปแบบ ของค า ถ ามที่ ใ ช้ ถ ามมี มาก มา ย เช่ น วั ต ถุ ประ ส ง ค์ จ ะ ก า หนดวิ ธี ด าเนิ น ก ารได้ ห รื อไ ม่
แล ะ จ ะ ป ระ ส บ ผ ล ส าเ ร็ จ ห รื อ ไม่ วิ ธี ก า รที่ ก า ห น ดส อ ด ค ล้ อ งกั บ วั ต ถุ ป ระ ส ง ค์ ที่ ตั้ งไ ว้ ห รื อ ไ ม่
จ ะ ด า เ นิ น ก า ร กั บ ยุ ท ธ วิ ธี ที่ เ ลื อ ก ม า อ ย่ า ง ไ ร ฯ ล ฯ ค า ถ า ม ต่ า ง ๆ
เ ห ล่ า นี้ จ ะ แ ส ด ง ถึ ง ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ ปั จ จั ย น า เ ข้ า
ั
เพื่อที่จะได้เป็ นตัวกาหนดยุทธวิธีเพื่อเป็ นการดาเนิ นงานสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้ งไว้โดยคาถามที่จะใช้มีต้ ง ั
แต่ระดับกว้าง ๆ และคาถามเฉพาะ
2. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เมื่อแผนดาเนินการได้รับอนุมติและลงมือทา ั
้
การประเมินกระบวนการจาเป็ นต้องได้รับการเตรี ยมการเพื่อให้ขอมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่ผูรับผิดชอบและ ้
ผูดาเนินการทุกลาดับขั้น การประเมินกระบวนการมีวตถุประสงค์ใหญ่อยู่ 3 ประการ คือ
้ ั
2.1
เพื่อหาและทานายข้อบกพร่ องของกระบวนการหรื อการดาเนินการตามขั้นตอนที่กาหนดไว้
้ั
2.2 เพื่อรวบรวมสารสนเทศสาหรับผูตดสิ นใจวางแผนงาน
ั
2.3 เพื่อเป็ นรายงานสะสมถึงปฏิบติการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ยุทธวิธีในการปะเมินกระบวนการ มี 3 วิธี คือ
1.
แส ดงใ ห้ เ ห็ นหรื อกระ ตุ ้ น เตื อ นศั ก ย ภาพของทรั พ ย าก รที่ ท าใ ห้ เ กิ ดความล้ ม เหล วใ นโครงก าร
ซึ่ งอาจจะเป็ นสิ่ ง ต่ อ ไปนี้ เช่ น ความสั ม พัน ธ์ ร ะหว่ า งบุ ค คลในกลุ่ ม บุ ค ลากรและนั ก ศึ ก ษาวิ ธี ก ารสื่ อ สาร
ก า ร ใ ห้ เ ห ตุ ผ ล ค ว า ม เ ข้ า ใ จ แ ล ะ ค ว า ม เ ห็ น พ้ อ ง กั น ใ น วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง แ ผ น ก า ร
โดยผู ้ที่ เ กี่ ย วข้อ งในแผนการนั้ น และผู ้ที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจากแผนการความเพี ย งพอของแหล่ ง บุ ค ลากร
อุปกรณ์อานวยความสะดวก บุคลากร ปฏิทินการปฏิบติงาน เป็ นต้น ั
2. เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ว า ง โ ค ร ง ก า ร แ ล ะ ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ก่ อ น ว า ง แ ผ น
้
โดยผูอานวยการระหว่างดาเนิ นโครงการนั้น ตัวอย่างการตัดสิ นใจก่อนวางแผน เช่ น โครงการพัฒนาแบบสอบ
ซึ่ งมี ค วามจ าเป็ นจะต้อ งเลื อ กโรงเรี ย นอย่ า งเจาะจง ส าหรั บ เข้า ร่ ว มในการทดลองสร้ า งข้อ กระทงใหม่ ๆ
ของแบบสอบผู ้ ต ั ด สิ นใจจะสามารถจั ด เตรี ยมวางโครงการล่ ว งหน้ า ได้ ดี เ มื่ อ มี โ รงเรี ยนให้ เ ลื อ ก
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 28
แต่ ต ัวเลื อ กเหล่ า นี้ จ ะยัง ไม่ มี จ นกว่า จะมี รายชื่ อโรงเรี ย นที่ จะสอบถามไป เมื่ อ โรงเรี ย นได้รับ การติ ด ต่ อ แล้ว
จึ ง ตั ด สิ น ใ จ เ กี่ ย ว กั บ โ ร ง เ รี ย น ที่ มี ค ว า ม เ ต็ ม ใ จ เ ข้ า ร่ ว ม ใ น ก า ร ท ด ล อ ง แ บ บ ส อ บ ดั ง นั้ น
ผู ้พ ัฒ นาแบบสอบจึ ง ต้อ งเลื อ กโรงเรี ยนที่ ส อดคล้อ งกับ ความต้อ งการตามแบบการสุ่ ม ตัว อย่ า งมากที่ สุ ด
(แ บ บ ก า ร สุ่ ม จ ะ ไ ด้ รั บ ก า ร ตั ด สิ น ใ จ เ ลื อ ก วิ ธี ก า ร ม า ก่ อ น )
และเขาต้องกาหนดตารางเฉพาะในการบริ หารแบบสอบถามในการทดลองตามรู ปแบบของแบบสอบถาม ดังนั้น
ในโครงการส่ วนใหญ่สถานการณ์จึงต้องตัดสิ นใจจึงมีจานวนมากและนี่ เป็ นเครื่ องมือที่แสดงความชัดเจนถึงความ
ต้องการข้อมูลจากการประเมินกระบวนการ
3. ยุทธวิธีในการประเมิ นกระบวนการ จะบอกลักษณะสาคัญใหญ่ ๆ ของโครงร่ าง
โครงการ เป็ นต้ น ว่ า มโนทั ศ น์ ต้ อ งการสอนและปริ มาณของการอภิ ป รายที่ จ ะมี ใ นความหมายนี้
เพื่ อ บรรยายว่ า เกิ ด อะไรขึ้ นจริ ง ๆ สารสนเทศนี้ จะเป็ นประโยชน์ โ ดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง ในการก าหนดว่ า
ทาไมวัตถุประสงค์จึงบรรลุและไม่บรรลุผล
ส่ วนประกอบทีเ่ ป็ นหัวใจสาคัญของการประเมินกระบวนการ มี 4 อย่าง คือ
1. การจัดหานักประเมินกระบวนการเต็มเวลา
2. เครื่ องมือที่เป็ นสื่ อในการบรรยายกระบวนการ
3. การร่ วมประชุมอย่างสม่าเสมอระหว่างนักประเมินกระบวนการและบุคลากรใน
โครงการหรื อแผนงานเอง
4. การปรับปรุ งโครงร่ างการประเมินอยูเ่ ป็ นนิจสิ น
้ั
นักประเมินกระบวนการควรจะได้ประชุ มพบปะกับผูตดสิ นใจในโครงการเป็ นระยะแต่ในการประชุ มนี้
ผูอานวยโครงการอาจอภิปรายกับบุคลากรในแผนงานเพื่อชี้ถึงผูเ้ กี่ยวข้องและผลประโยชน์ของกิจกรรมในอนาคต
้
โ ด ย ผู ้ ป ร ะ เ มิ น ยั ง ค ง เ งี ย บ แ ล ะ ฟั ง เ ป็ น ส่ ว น ใ ห ญ่ ผู ้ ป ร ะ เ มิ น อ า จ จ ะ จั ด เ ต รี ย ม
สารสนเทศเกี่ ย วกั บ การด าเนิ น การที่ ผ่ า นมาให้ พ ร้ อ มเพื่ อ ช่ ว ยในการจ าแนกประเด็ น ที่ จ ะท าต่ อ ไป
หลั ง จากผู้ ต ั ด สิ นเองได้ แ จกแจงประโยชน์ แ ละค าถามแ ล้ ว ผู ้ ป ระเมิ น อาจจะให้ ข ้ อ มู ล อี ก ครั้ งว่ า
อ ะ ไ ร อ ยู่ ใ น ป ร ะ เ ด็ น ที่ เ ข า มี อ ยู่ ถึ ง แ ม้ ว่ า จ ะ มี ข้ อ มู ล อื่ น ที่ น่ า ส น ใ จ
ผูประเมินก็จะเก็บเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมระหว่างการประชุ มเพื่อให้ขอมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการประเมิ
้ ้
น ก ร ะ บ ว น ก า ร ผู ้ ต ั ด สิ น อ า จ จ ะ ก า ห น ด เ งื่ อ น ไ ข ข อ ง ป ร ะ เ ด็ น ที่ ต้ อ ง ก า ร ข้ อ มู ล ย้ อ น ก ลั บ
้ ั ้ ้
และผูประเมินให้สารสนเทศตามกรอบที่ให้ไว้น้ นหรื อผูประเมินอาจจะช่วยผูวางแผนเองในการกาหนดปั ญหาที่ต้
้ ้
องการคาตอบในการประชุ มเพื่อให้ขอมูลย้อนกลับในครั้ งต่อไป ซึ่ งผูประเมิ นอาจทาได้โดยวางแผนรวบรวม
้ ั
ข้อมูลยิ่ง ๆ แทรกในขณะนั้นทันทีและชี้ แจงให้ผูตดสิ นทราบว่ามันจะช่ วยให้สารสนเทศที่ เขาต้องการหรื อไม่
ห รื อ นั ก ป ร ะ เ มิ น อ า จ จ ะ ท า ไ ด้ ม า ก ก ว่ า นั้ น กั บ ผู ้ ว า ง แ ผ น ง า น
้ ้
โดยกาหนดปั ญหาที่ตองการคาตอบและข้อมูลที่ตองการเลยก็ได้ (สมหวัง พิธิยานุวฒน์. 2528 : 200-202) ั
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 29
ใ น ก า ร ร ว บ ร ว ม ส า ร ส น เ ท ศ
นั ก ป ร ะ เ มิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ต้ อ ง ใ ช้ ก ร ะ บ ว น ก า ร ทั้ ง ที่ มี แ บ บ แ ผ น แ ล ะ ไ ม่ มี แ บ บ แ ผ น เ ช่ น
การวิเคราะห์ปฏิกิริยาการบันทึกอย่างอิสระภาพหลังสิ้ นสุ ดการดาเนิ นงานแต่ละวัน การสัมภาษณ์ การจัดอันดับ
บัน ทึ ก รายวัน ของเจ้า ของโครงการ วิ ธี ก าร Semantic Differential บัน ทึ ก การประชุ ม คณะกรรมการ
การปรั บปรุ งข่ายงานของ PERT (Program Evaluation and Review Technique) และ Suggestion Boxes
นอกจากตั ว แปรส าคั ญ ตามทฤษฎี แ ล้ ว ผู้ ป ระเมิ น กระบวนการอาจค้ น หาสาเหตุ หรื อกรณี อื่ น ๆ
ที่ไม่ได้เข้ามามีส่วนร่ วมแต่เป็ นเหตุการณ์ที่มีความสาคัญต่อกระบวนการ ดังนั้นผูประเมินจึงต้องใช้เครื่ องมือใด ๆ
้
ที่จะหาได้ เพื่อสื บสาวให้ถึงสิ่ งที่แสดงให้เห็นปั ญหาอย่างแท้จริ ง
คุ ณค่าของการประเมินกระบวนการไม่ได้อยู่ที่ความสัมพันธ์ กบการประเมิ น ั
อื่น ๆ เท่านั้นแต่อยูที่่
1.
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ขึ้ น อ ยู่ กั บ ผ ล ป ร ะ เ มิ น บ ริ บ ท แ ล ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ปั จ จั ย น า เ ข้ า คื อ
้ั
ถ้าสามารถประเมิ นบริ บทและปั จจัยนาเข้าได้ดีมากผูจดโครงการมี ความมันใจมากขึ้ นในการเลื อกดาเนิ นการ
่
แ ล ะ ถ้ า ป ร า ก ฏ ค ว า ม ขั ด แ ย้ ง น้ อ ย ต้ อ ง มี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ม า ก ขึ้ น นั่ น คื อ
ถ้าการกาหนดวัตถุประสงค์และการวางโครงการคลุมเครื ออาจจะเป็ นหัวข้อของปั ญหาและบางครั้งก็เป็ นเหตุแห่ ง
ความล้ ม เหล ว ซึ่ งก ารประ เมิ นบริ บทแล ะปั จจั ย น าเข้ า จะ ชี้ ใ ห้ เ ห็ นแล ะ แก้ ปั ญหาแล้ ว ตั้ งแต่ ต้ น
พอถึงการทาตามกระบวนการจาเป็ นที่จะต้องมีขอมูลย้อนกลับโดยต่อเนื่องเกี่ยวกับว่าทาอย่างไรโครงการนั้นจึงจะ
้
ทาหน้าที่สมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นในกรณี เช่นนี้การประเมินกระบวนการจึงจาเป็ นที่สุดที่สามารถกระทาหน้าที่น้ ี
2. ก าร ป ร ะ เ มิ นก ร ะ บ ว น ก าร มี ค ว า ม ส าคั ญ ม า ก ก ว่ า
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ผ ลิ ต ใ น ร ะ ย ะ แ ร ก ข อ ง ก า ร ก า ห น ด แ ผ น ง า น
แ ต่ แ น ว โ น้ ม นี้ จ ะ ก ลั บ กั น ถ้ า โ ค ร ง ร่ า ง ข อ ง ก า ร พั ฒ น า แ ผ น ง า น อ า ศั ย ก า ร ส า ร ว จ น้ อ ย ล ง
แต่ มี โ ครงร่ า งที่ แ น่ น อนมากขึ้ น การประเมิ นกระบวนการและการประเมิ นผลผลิ ตจะขึ้ น ต่ อ กันและกัน คื อ
การประเมินกระบวนการจะเข้าไปมีส่วนแปลความสิ่ งที่เกิดขึ้นและถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงกระบวนการจะไม่สาม
า ร ถ ต ก ล ง ใ จ ไ ด้ โ ด ย ไ ม่ ท ร า บ ว่ า ก ร ะ บ ว น ก า ร นั้ น ไ ด้ ผ ล อ ย่ า ง ไ ร บ้ า ง
ก า ร ตั ด สิ น อ อ ก แ บ บ โ ค ร ง ร่ า ง ใ ห ม่ ห รื อ ร ะ เ บี ย บ ป ฏิ บั ติ ก ร ะ บ ว น ก า ร ใ ห ม่
จึงต้องอาศัยสารสนเทศจากการประเมินผลผลิตเข้ามาร่ วมด้วย
โ ด ย ส รุ ป ภ า ย ใ ต้ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร
ู้
สารสนเทศจะถูกวิเคราะห์รวบรวมและนาเสนอเท่าที่ผดาเนินโครงการต้องการสารสนเทศนั้นอาจจะบ่อยทุกวันถ้า
จ า เ ป็ น เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ใ น ช่ ว ง แ ร ก ๆ ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
้ ้ั
ทั้งนี้การประเมินนี้ไม่เพียงแต่จะให้สารสนเทศที่ตองการผูตดสิ นใจในการคาดคะเนล่วงหน้าและการปฏิบติเพื่อกา ั
ั
รแก้ปัญหาเท่านั้น แต่ยงต้องบันทึกสารสนเทศของกระบวนการสาหรับแปลความหมายของความสาเร็ จด้วย
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 30
3. การประเมิ น ผลผลิ ต (Output & Product Evaluation)
มี จุ ดมุ่ ง หมายเพื่ อ วัดและแปลความหมายของความส าเร็ จ ไม่ เฉพาะเมื่ อ สิ้ นสุ ดวัฏ จัก รของโครงการเท่ า นั้น
ั ั
แต่ยงมีความจาเป็ นอย่างยิ่งในระหว่างการปฏิ บติตามโครงการด้วย ระเบียบวิธีทว ๆ ไปของการประเมินผลผลิ ตั่
จ ะ ร ว ม สิ่ ง เ ห ล่ า นี้ เ ข้ า ด้ ว ย กั น คื อ ดู ว่ า ก า ร ก า ห น ด วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ นั้ น น า ไ ป ใ ช้ ไ ด้ ห รื อ ไ ม่
เ ก ณ ฑ์ ใ น ก า ร วั ด ที่ สั ม พั น ธ์ กั บ วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม คื อ อ ะ ไ ร
ั
เปรี ยบเทียบผลที่วดมาได้มาตรฐานสัมบูรณ์ (Absolute Criteria) หรื อมาตรฐานสัมพันธ์ (Relative Criteria)
ที่ ก าหนดไว้ก่ อ น และท าการแปลความหมายถึ ง เหตุ ข องสิ่ งที่ เ กิ ด ขึ้ น โดยอาศั ย การประเมิ น บริ บท
ั
ปั จจัยนาเข้าและกระบวนการร่ วมด้วย เกณฑ์น้ นอาจเป็ นทั้ง Instrumental Criteria หรื อ Congruence Criteria ซึ่ ง
สคริ เวน ได้ช้ ีให้เห็นถึงความแตกต่างของเกณฑ์ท้ งสอง ดังนี้ ั
3.1 Instrumental Criteria จะสั ม พัน ธ์ ก ับ ความส าเร็ จ ที่ อ ยู่ใ นระดับ ปานกลาง
และมี ส่ วนช่ ว ยให้ เ กิ ด สั ม ฤทธิ์ ผลตามวั ต ถุ ป ระสงค์ ใ นที่ สุ ด เช่ น ก่ อ นที่ แ บบสอบจะถู ก สร้ า งขึ้ น
รู ปแบบของแบบสอบและ ค าถามจ านวนมากในแบบสอบนั้ นจะต้ อ งได้ รั บ การจั ด ท าขึ้ นก่ อ น
ห รื อ ก่ อ น ที่ นั ก เ รี ย น จ ะ อ่ า น ค า ว่ า cake ไ ด้ อ ย่ า ง เ ข้ า ใ จ
เขาจะต้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่ งที่เป็ นความหมายของคามาก่อน
3.2 Congruence Criteria จะเป็ นเกี่ ยวกับเงื่ อนไขเบื้ องต้นที่ถูกกาหนดไว้โดยกลุ่ ม
นัก เรี ย นจะต้อ งได้รั บ คะแนนจากแบบทดสอบที่ ร ะบุ ม ากกว่า หรื อ เท่ า กับ จ านวนที่ ก าหนด หรื อ จะต้อ งน า
่ ั
แผนการสอนใหม่เข้าไปใช้ในโรงเรี ยนนั้น การระบุเกณฑ์แบบนี้ข้ ึนอยูกบความต้องการของผูตดสิ นใจโดยเฉพาะ ้ั
ก า ร ป ร ะ เ มิ น มี ค ว า ม ห ม า ย เ พี ย ง ส่ ว น ที่ เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ผ ลิ ต เ ท่ า นั้ น
ถึ ง แ ม้ ว่ า จ ะ มี ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ บ บ อื่ น ที่ แ ต ก ต่ า ง จ า ก ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ผ ลิ ต
แ ต่ ก า ร ป ร ะ เ มิ น เ ห ล่ า นี้ ก็ ยั ง ค ง มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ค ล้ า ย ค ลึ ง กั น ม า ก
ทั้ง การประเมิ น บริ บทและการประเมิ น ผลผลิ ต จะประเมิ น สิ่ งที่ มี อ ยู่ ว่ า บรรลุ เ ป้ าหมายใดอย่ า งมี ร ะบบ
โ ด ย ที่ ก า ร ป ร ะ เ มิ น บ ริ บ ท จ ะ พิ จ า ร ณ า ร ะ บ บ โ ด ย ส่ ว น ร ว ม
แ ล ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ผ ลิ ต พิ จ า ร ณ า ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ร ะ บ บ ดั ง นั้ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น บ ริ บ ท
จึ ง แ ส ด ง สิ่ ง ที่ จ า เ พ า ะ ใ น รู ป ที่ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ผ ลิ ต น า ไ ป ใ ช้ ภ า ย ห ลั ง
(สิ่ งที่แสดงอย่างเจาะจงนั้นจะเป็ นเกณฑ์สาหรับตัดสิ นความสาเร็ จขั้นสุ ดท้ายของผลผลิต)
การประเมิ น ปั จ จัย น าเข้า และการประเมิ น ผลผลิ ต สามารถที่ จ ะแยกให้ เ ห็ น ได้ง่ า ย
ส า ห รั บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ปั จ จั ย น า เ ข้ า จ ะ เ กิ ด ขึ้ น ก่ อ น ก า ร ด า เ นิ น ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง โ ค ร ง ก า ร
ในขณะที่ ก ารประเมิ น บริ บทก าหนดสิ่ งจ าเพาะส าหรั บ การประเมิ น ผลผลิ ต การประเมิ น ปั จ จัย น าเข้า
ก็แสดงสิ่ งจาเพาะสาหรับการประเมินกระบวนการ
ก า ร ตั ด สิ น ใ จ โ ด ย ใ ช้ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ปั จ จั ย น า เ ข้ า เ ป็ น พื้ น ฐ า น
โดยเฉพาะส าหรั บ การวางแผนการประเมิ น ผลผลิ ต ขั้น ตอนที่ ส าคัญ ที่ สุ ด ในการประเมิ น ปั จ จัย น าเข้า คื อ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 31
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ข อ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร ที่ เ ลื อ ก
และแผนการประเมินผลผลิตซึ่ งสามารถประยุกต์เข้าเป็ นส่ วนหนึ่งของระเบียบปฏิบติได้ ั
ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ผ ลิ ต จ ะ สื บ ส า ว สิ่ ง ที่ มี อ ยู่ ว่ า
ได้บรรลุวตถุประสงค์ไปแล้วหรื อกาลังจะบรรลุแต่การประเมินกระบวนการจะประเมินสิ่ งที่มีอยูวาระเบียบการนั้
ั ่่
น ไ ด้ รั บ ก า ร ก ร ะ ท า ไ ป ต า ม ที่ ตั้ ง ใ จ ไ ว้ ห รื อ ไ ม่ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ทั้ ง 2 ช นิ ด
จะให้เ ขี ย นข้อ มู ล ย้อ นกลับ ส าหรั บ การควบคุ ม และพัฒ นาการเปลี่ ย นแปลงระเบี ย บปฏิ บ ัติ ใ นกระบวนการ
่
การประเมินกระบวนการทาให้สามารถที่จะลงความเห็นได้วา การนาระเบียบปฏิ บติไปทาจริ งนั้นบรรลุหรื อไม่ ั
สารสนเทศทั้ง สองชนิ ด จะแสดงให้ เ ห็ น อย่ า งหนั ก แน่ น ถึ ง สาเหตุ ไ ด้ ม ากกว่ า อัน ใดอัน หนึ่ งโดยล าพัง
ั ั
ในการตัดสิ นใจว่าระเบียบปฏิ บติน้ นควรดาเนิ นการต่อไปโดยมีการแก้ไขหรื อว่าต้องกลับไปเริ่ มต้นใหม่ท้ งหมด ั
ถึ ง แ ม้ จ ะ เ พิ่ ม ห น้ า ที่ มี ก า ร ค ว บ คุ ม โ ค ร ง ก า ร เ ข้ า ม า ด้ ว ย
การประเมินทั้งสองก็ยงคงอานวยความสะดวกและช่วยอธิ บายถึงผลที่ได้จากโครงการอยู่ (สมหวัง พิธิยานุวฒน์.
ั ั
2528 : 209)
รู ป แ บ บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล แ ผ น พั ฒ น า อั ต ร า ก า ลั ง ข อ ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย ม ห า ส า ร ค า ม
กาหนดใช้รูปแบบของ IPO Model ตามรายละเอียดดังผังกรอบการประเมิน คือ
การประเมินปัจจัยนาเข้ า (Input) - การจัดสรรงบประมาณ
- การบริ หารงานบุคคล
- วัสดุ อุปกรณ์ อาคารสถานที่
- กลไกในการอานวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น กฎระเบียบ ข้อบังคับ ฯลฯ
การประเมินกระบวนการ - การแปลงแผนไปสู่การปฏิบติ ั
(Process) - การประชาสัมพันธ์
- การประสานงาน
- การบริ หารและการจัดการ
- การติดตามและประเมินผล
การประเมินผลผลิต (Output) - การรับนิสิตเข้าศึกษา
- การเพิ่มอัตรากาลัง
- การดาเนินการเปิ ดสอนหลักสูตร
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ความเป็ นมา สภาพปัจจุบัน และปัญหาการพัฒนา
1. ความเป็ นมาและสภาพปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2537 เมื่อ
วัน ที่ 9 ธัน วาคม 2537 มี ภ ารกิ จ หลัก 4 ประการ คื อ ผลิ ต บัณ ฑิ ต การวิ จ ัย บริ ก ารวิ ช าการแก่ สั ง คม
ั
และทานุ บารุ งศิ ลปะและวัฒนธรรม ปั จจุบนแบ่งส่ วนราชการเป็ น 9 ส่ วน ประกอบด้วย สานักงานอธิ การบดี
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 32
คณะศึกษาศาสตร์ คณะมนุ ษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยี สานักวิทยบริ การ
ส า นั ก ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ส ถ า บั น วิ จั ย ว ลั ย รุ ก ข เ ว ช แ ล ะ ส ถ า บั น วิ จั ย ศิ ล ป ะ แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม อี ส า น
มี ค ณะวิ ช าที่ บ ริ หารงานในรู ปแบบนอกระบบราชการอี ก 12 คณะ คื อ คณะพยาบาลศาสตร์
ค ณ ะ เ ภ สั ช ศ า ส ต ร์ แ ล ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ สุ ข ภ า พ ค ณ ะ วิ ศ ว ก ร ร ม ศ า ส ต ร์ (เ ดิ ม คื อ
คณะวิศ วกรรมศาสตร์ และวิท ยาการคอมพิ วเตอร์ ) คณะการบัญชี และการจัดการ คณะศิ ล ปกรรมศาสตร์
คณะสาธารณสุ ข ศาสตร์ คณะสถาปั ต ยกรรมศาสตร์ ผัง เมื อ งและนฤมิ ต ศิ ล ป์ คณะวิ ท ยาการสารสนเทศ
วิทยาลัยการเมืองการปกครอง บัณฑิตวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ และคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม
ั
หลังจากที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จดตั้งเป็ นมหาวิทยาลัยเอกเทศในเดือนธันวาคม 2537 แล้ว
ั
มหาวิทยาลัยได้รับการจัดสรรอัตรากาลังรวมจนถึงปั จจุบน ดังรายละเอียดตามตาราง 1
ตาราง 1 จานวนอัตรากาลังที่ได้รับจัดสรร ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งแต่เป็ นมหาวิทยาลัย
เอกเทศ ปี 2537 จนถึงปั จจุบน ั
ปี งบประมาณ ก.ม. ั
คปร. อนุมติ อัตรามีเงิน อัตราไม่มีเงิน หมายเหตุ
เห็นชอบ
2537 - - - - * อัตรามีเงินรวม อัตราว่างเดิม 6
2538 - - - - อัตรา
** รวมอัตราเดิมที่ ก.ม.
2539 180 168 112 56
เห็นชอบปี 2539, 2541 และ คปร.
2540 - - 50 6 ั
ยังไม่อนุมติ
2541 142 98 67 * 37 *** อัตราพนักงานมหาวิทยาลัย
2542 252 ** - - -
2543 - - 88*** -
2544 - - 117*** -
2545 - - 173*** -
2546 - - 224*** -
ที่มา : กองแผนงาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2543
ในปี การศึ ก ษา 2543 มี อ าจารย์ พนัก งานมหาวิท ยาลัย ข้า ราชการและลู ก จ้า ง รวม 1,181 คน
จนถึงปี การศึกษา 2546 มีอาจารย์ พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้าง รวม 1,471 คน จาแนกตาม ตาราง 2
ตาราง 2 จานวนบุคลากร จาแนกตามประเภท ในปี การศึกษา 2543 - 2546
ประเภทบุคลากร ปี 2543 ปี 2544 ปี 2545 ปี 2546 หมายเหตุ
1. อาจารย์ 323 311 306 302
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 33
2. ข้าราชการ 220 201 196 190
3. พนักงานมหาวิทยาลัย 88 117 173 224
4. ลูกจ้างประจา 88 82 82 79
5. ลูกจ้างชัวคราว
่ 462 476 585 676
รวมทั้งสิ้น 1,181 1,187 1,342 1,471
ที่มา : กองแผนงาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2543, 2544, 2545, 2546
เมื่ อปี การศึ กษา 2537 มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีนิสิตเพี ยง 2,878 คน ต่อมาในปี การศึ ก ษา 2542
มีนิสิตเพิ่มขึ้นเป็ น 11,879 คน ปี การศึกษา 2543 มีนิสิตรวม 13,070 คน และปี การศึกษา 2546 มีนิสิตรวม 19,879
คน เพิ่ ม ขึ้ นจากปี การศึ ก ษา 2537 ถึ ง ร้ อ ยละ 587 เปิ ดด าเนิ น การสอนทั้ง หมด 79 หลัก สู ต ร
(ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต 9 สาขาวิชา, ระดับปริ ญญาตรี 47 สาขาวิชา และ ระดับปริ ญญาโท 21 สาขาวิชา
ปริ ญญาเอก 1 สาขาวิชา)
2. ปัญหาในการพัฒนามหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิ ท ยาลัย มหาสารคามได้ จ ัด การศึ ก ษาให้ เ กิ ด ความสอดคล้ อ งกัน ระหว่ า งการจัด หา
งบประมาณและการพัฒ นาทางกายภาพ ซึ่ งประกอบด้วยการพัฒ นามหาวิท ยาลัย แห่ ง ใหม่ (ตาบลขามเรี ย ง
อ าเภอกั น ทรวิ ชั ย ) เป็ นหลั ก รวมทั้ ง การจั ด หาบุ ค ลากรและการผลิ ต บั ณ ฑิ ต ในสาขาวิ ช าใหม่
อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี ภ า ย ใ ต้ ส ภ า ว ะ วิ ก ฤ ติ ก า ร ณ์ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ ป ร ะ เ ท ศ ก า ลั ง ป ร ะ ส บ อ ยู่ ใ น ปั จ จุ บั น
จึ ง ส่ ง ผ ล ใ ห้ ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ กิ ด ส ภ า ว ะ ช ะ งั ก งั น ใ น ก า ร พั ฒ น า ม ห า วิ ท ย า ลั ย
่ ั
ปั ญหาที่มหาวิทยาลัยประสบอยูในปั จจุบนได้แก่ (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 2544 : ก-5 - ก-6)
2.1 ความไม่พร้อมด้านบุคลากร ทั้งด้านปริ มาณและคุณภาพ ดังนี้
2.2.1 ด้ า น ป ริ ม า ณ
เมื่อเป็ นมหาวิทยาลัยเอกเทศมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้รับจัดสรรอัตรามาจานวนหนึ่งและมีแนวโน้มจะได้อตราเ ั
พิ่ ม เ ติ ม อี ก เ มื่ อ ก .ม . ไ ด้ เ ห็ น ช อ บ อั ต ร า ใ ห ม่ จ า น ว น 252 อั ต ร า
แ ต่ ก็ ถู ก ร ะ งั บ อั ต ร า ทั้ ง ห ม ด เ นื่ อ ง จ า ก น โ ย บ า ย จ า กั ด ก า ลั ง ค น ภ า ค รั ฐ ดั ง นั้ น
มหาวิทยาลัยจึ งยังขาดแคลนอัตราอาจารย์อยู่อีกเป็ นจานวนมากเมื่ อวิเคราะห์ตามภาระงาน (ปี การศึกษา 2543
มีอาจารย์/ พนักงานวิชาการ รวม 411 คน นิสิต 13,070 คน จานวนอาจารย์ที่ควรมี คือ 655 คน ซึ่ งยังขาดอยู่ 244
คน จึงจะเหมาะสมกับภาระงาน และในปี การศึกษา 2546 มีอาจารย์/พนักงานวิชาการ 497 คน นิ สิต 19,879 คน
จานวนอาจารย์ที่ควรมี คือ 993 คน ซึ่ งยังขาดอยู่ 496 คน จึงจะเหมาะสมกับภาระงาน)
2.2.2 ด้ า นคุ ณ ภาพ ในปี 2543 มหาวิ ท ยาลั ย มี สั ด ส่ วนอาจารย์ ต าม
ั
คุณวุฒิยงไม่เป็ นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน กล่าวคือ มีสัดส่ วนวุฒิปริ ญญาเอก : ปริ ญญาโท : ปริ ญญาตรี เท่ากับ 0.8 :
7.3 : 1.9 (มีอาจารย์ปริ ญญาเอก 34 คน ปริ ญญาโท 302 คน ปริ ญญาตรี 75 คน) และปี การศึกษา 2546 มีสัดส่ วน
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 34
1.2 : 7.9 : 0.9 (มี อ าจารย์ป ริ ญ ญาเอก 61 คน ปริ ญ ญาโท 392 คน ปริ ญ ญาตรี 43 คน)
ซึ่ งตามเกณฑ์ ที่ ค วรเป็ นของทบวงมหาวิ ท ยาลั ย คื อ 3.5 : 6 : 0.5 ดั ง นั้ น
จึงมีความจาเป็ นอย่างยิงที่จะต้องพัฒนาอาจารย์โดยการแสวงหาทุนการศึกษาสนับสนุนให้อาจารย์ไปศึกษาต่อทั้งใ
่
นประเทศและต่างประเทศ
ปั ญหาด้านความไม่พร้อมด้านบุคลากรทั้งด้านปริ มาณและคุณภาพของมหาวิทยาลัยมหา
สารคาม ในปี การศึกษา 2543 และ ปี การศึกษา 2546 สรุ ปได้ตามตาราง 3 และ ตาราง 4
ตาราง 3 เปรี ยบเทียบข้อมูลอาจารย์เชิงปริ มาณ และเชิงคุณภาพ ตามเกณฑ์ภาระงาน และ
สัดส่ วนคุณวุฒิที่ควรเป็ นตามเกณฑ์มาตรฐานของสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัย)
ปี การศึกษา 2543
เปรี ยบเทียบ รวม ป. เอก ป. โท ป. ตรี หมายเหตุ
จานวนมีจริ งปัจจุบน ั 411 34 302 75
ภาระงาน จานวนที่ควรมีตาม 655 229 393 33
FTES
สัดส่ วนคุ จานวนมีจริ งปัจจุบน ั 411 34 302 75
ณวุฒิ (0.8) (7.3) (1.8)
สัดส่ วนคุณวุฒิตามเก 411 143 247 21
ณฑ์ทบวงฯ (สกอ.) (3.5) (6) (0.5)
(3.5 : 6 : 0.5)
ตาราง 4 เปรี ยบเทียบข้อมูลอาจารย์เชิงปริ มาณ และเชิงคุณภาพ ตามเกณฑ์ภาระงาน และ
สัดส่ วนคุณวุฒิที่ควรเป็ นตามเกณฑ์มาตรฐานของสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัย)
ปี การศึกษา 2546
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 35
เปรี ยบเทียบ รวม ป. เอก ป. โท ป. ตรี หมายเหตุ
จานวนมีจริ งปัจจุบน ั 497 61 392 43
ภาระงาน จานวนที่ควรมีตาม 993 347 595 51
FTES
สัดส่ วนคุ จานวนมีจริ งปัจจุบน ั 497 61 392 43
ณวุฒิ 1.2 (7.9) (0.9)
สัดส่ วนคุณวุฒิตามเก 497 174 298 25
ณฑ์ทบวงฯ (สกอ.) (3.5) (6) (0.5)
(3.5 : 6 : 0.5)
แผนพัฒนามหาวิทยาลัยมหาสารคามในช่ วงแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 8 ต่ อเนื่องจากแผนฯ 9
การพัฒนามหาวิทยาลัยในช่วงแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 8 ต่อเนื่ องจากแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 9 การพัฒนาในระยะเริ่ มต้น ได้กาหนดการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิ จและสังคมแห่ งชาติ
ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 - 2544) และแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 - 2544) ของ
ทบวงมหาวิทยาลัยโดยกาหนดประเด็นการพัฒนาไว้ ดังนี้ (กองแผนงาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 2544 : ข-1)
1. ก า ร พั ฒ น า ส า ข า วิ ช า ม นุ ษ ย ศ า ส ต ร์ แ ล ะ สั ง ค ม ศ า ส ต ร์
เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่สาขาวิชาทางด้านมนุ ษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยมุ่งพัฒนาคุ ณภาพทางวิชาการ
ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น วิ ช า พื้ น ฐ า น ส า ห รั บ ส า ข า อื่ น ๆ ก า ร ผ ลิ ต บั ณ ฑิ ต ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า ต รี
ยกเว้นสาขาที่ประเทศยังมีความขาดแคลน เช่น สาขาบริ หารธุ รกิจ เป็ นต้น โครงการใหม่ต่าง ๆ ในสาขานี้ได้แก่
1.1 โครงการหลักสู ตรปริ ญญาเอกทางด้า นศึ กษาศาสตร์ ผลิ ตร่ วมกับ มหาวิท ยาลัย
น็อตติงแฮม ประเทศสหราชอาณาจักร
ิ
1.2 โครงการผลิตครู วทยาศาสตร์ - คณิ ตศาสตร์ - ภาษาอังกฤษ หลักสู ตรประกาศนียบัตร
บั ณ ฑิ ต ท า ง ด้ า น ก า ร ส อ น
โดยเป็ นโครงการของมหาวิทยาลัยเองและดาเนินการอีกส่ วนหนึ่งร่ วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
1.3 โครงการเพิ่มการผลิตบัณฑิต ระดับบัณฑิตศึกษาสาขาต่าง ๆ
1.4 โครงการหลักสู ตรบริ หารธุ รกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.)
1.5 โครงการผลิ ตบัณฑิ ตระดับปริ ญญาตรี สาขาบริ หารธุ รกิ จ การบัญชี การจัดการ
การตลาด และคอมพิวเตอร์ ธุรกิจ
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 36
1.6 ก า ร เ พิ่ ม ค ว า ม เ ข้ ม แ ข็ ง วิ ช า พื้ น ฐ า น ใ น ห ม ว ด ก า ร ศึ ก ษ า ทั่ ว ไ ป
และหมวดวิชาเฉพาะบางกรณี (เช่น ภาษาอังกฤษ) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่การผลิตบัณฑิตสาขาวิชาอื่น ๆ
ทุกสาขาวิชา
1.7 โครงการบัณฑิตสาขาวิชาเฉพาะที่มุ่งสร้างบุคลากรสาหรับการปกครองส่ วนท้องถิ่น
(ระดับจังหวัด)
1.8 โครงการวิจยด้านศิลปวัฒนธรรม เน้นท้องถิ่นอีสานและลุ่มแม่น้ าโขง
ั
1.9 โครงการอาณาบริ เวณศึกษา เน้นลาวศึกษา และเวียตนามศึกษา
1.10 โครงการจัดตั้ง " ศูนย์เอเชียศึกษา " ร่ วมกับ สถาบันในประเทศญี่ปุ่น
2. การขยายสาขาด้านวิทยาศาสตร์ - เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยได้
เ ร่ ง ด า เ นิ น ก า ร เ พื่ อ ผ ลิ ต บั ณ ฑิ ต ส า ข า ต่ า ง ๆ ใ ห้ ทั น แ ก่ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ
โดยขยายสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความขาดแคลน ทั้งนี้ บางโครงการได้มีการรับนิ สิตแล้ว และโครงการอื่น ๆ
เกื อบทุก โครงการได้พฒนาศักยภาพถึ งขั้นที่พร้ อมที่จะรับนิ สิตได้ในปี การศึกษาต่อไปสาขาต่าง ๆ ที่มุ่งพัฒนา
ั
ได้แก่
2.1 สาขาพยาบาลศาสตร์ (เริ่ มรับปี การศึกษา 2540)
2.2 สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (เริ่ มรับนิสิตในปี การศึกษา 2540)
2.3 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ (จะเริ่ มรับนิ สิตปี การศึกษา 2542 ภายใต้ 3 โครงการ คือ
โครงการการผลิ ตบัณฑิ ตสาขาวิช าวิศ วกรรมชนบทส าหรั บกระทรวงมหาดไทย โครงการผลิ ตบัณฑิ ตสาขา
วิ ศ วกรรมการออกแบบและการผลิ ต และโครงการนานาชาติ ร่ วมกั บ มหาวิ ท ยาลั ย ในสหรั ฐ อเมริ กา
ประเทศสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย)
2.4 ส า ข า อุ ต ส า ห ก ร ร ม เ ก ษ ต ร
เ ป็ น โ ค ร ง ก า ร ที่ พั ฒ น า ม า จ า ก ค ณ ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ที่ จ ะ มุ่ ง ด้ า น ก า ร เ ก ษ ต ร
โดยมีโครงการพัฒนาวิชาการร่ วมกับภาคเอกชนและต่างประเทศ (สาขาเทคโนโลยีการผลิตพืชและการผลิตสัตว์
เริ่ ม รั บ นิ สิ ต ปี การศึ ก ษา 2540 เพิ่ ม เติ ม จากสาขาเดิ ม ที่ ด าเนิ น การอยู่ แ ล้ว เช่ น สาขาเทคโนโลยี ชี ว ภาพ
สาขาเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ
2.5 สาขาเภสัชศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สุขภาพเน้นการผลิ ตและพัฒนาบุคลากรด้าน
สาธารณสุ ขให้ ก ั บ กระทรวงสาธารณสุ ข (เริ่ มรั บ นิ สิ ตหลั ก สู ต รสาธารณสุ ขศาสตร์ ปี การศึ ก ษา 2541
และหลักสู ตรเภสัชศาสตร์ ปี การศึกษา 2542)
2.6 ส า ข า เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ
ั
เป็ นโครงการผลิตบัณฑิตสาขาวิชาที่มีความสาคัญยิงในปั จจุบนผนวกกับการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรภายใน
่
มหาวิ ท ยาลัย โดยรวมส านัก คอมพิ ว เตอร์ ภาควิ ช าวิ ท ยาการคอมพิ ว เตอร์ ภาควิ ช าบรรณารั ก ษศาสตร์
แ ล ะ ส า ร ส น เ ท ศ ศ า ส ต ร์ แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร จั ด ตั้ ง ค ณ ะ ส า ร ส น เ ท ศ ศ า ส ต ร์
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 37
เพื่อประหยัดทรั พยากรและลดความซ้ า ซ้อนของงาน (เปิ ดรับนิ สิ ตสาขาสารสนเทศศาสตร์ ปี การศึ กษา 2541
ส า ข า ร ะ บ บ ส า ร ส น เ ท ศ เ พื่ อ ก า ร จั ด ก า ร ปี ก า ร ศึ ก ษ า 2540
โครงการหลักสู ตรปริ ญญาโทสาขาวิทยาการคอมพิ วเตอร์ ร่วมกับ California State University at Chico
เพิมเติมจากหลักสู ตรบรรณารักษศาสตร์ ที่เปิ ดดาเนินการอยูแล้ว)
่ ่
2.7 โครงการพัฒนาคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาขี ดความสามารถทางวิชาการเพื่ อ
รองรั บ การผลิ ตบัณฑิ ตของคณะที่ สู ง ขึ้ น และเพื่ อเป็ นฐานในการสอนวิช าพื้ นฐานที่ มี คุ ณภาพสู ง ให้แก่ ส าขา
ขาดแคลนอื่น ๆ
ตามแผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ ร ะยะที่ 8 (2540 - 2544)
ทบวงมหาวิทยาลัยให้ความเห็ นชอบให้มหาวิทยาลัยขยายการศึ กษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม
โดยให้ขยายงานด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. การพัฒนาคณะ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ระยะที่ 8 มหาวิทยาลัย
ได้ รั บ การอนุ ม ัติ จ ากทบวงมหาวิ ท ยาลัย ให้ บ รรจุ ห น่ ว ยงานใหม่ ใ นระดั บ คณะเพิ่ ม อี ก 4 คณะได้ แ ก่
ค ณ ะ ศิ ล ป ก ร ร ม ศ า ส ต ร์ ค ณ ะ พ ย า บ า ล ศ า ส ต ร์ ค ณ ะ วิ ศ ว ก ร ร ม ศ า ส ต ร์ แ ล ะ ค ณ ะ เ ภ สั ช ศ า ส ต ร์
นอกจากนี้ ม หาวิทยาลัยยังมี โครงการ จัดตั้งคณะวิทยาการจัดการเป็ นคณะนอกระบบราชการขึ้ นอี ก 1 คณะ
ดังนั้นในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ระยะที่ 8 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะจัดการศึกษาใน 9
คณะดังต่อไปนี้
1.1 คณะศึกษาศาสตร์
1.2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
1.3 คณะวิทยาศาสตร์
1.4 คณะเทคโนโลยี
1.5 คณะศิลปกรรมศาสตร์ (สถาปั ตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ )
(2540)
1.6 คณะพยาบาลศาสตร์ (2544)
1.7 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (2544)
1.8 คณะเภสัชศาสตร์ (2544)
1.9 คณะวิทยาการจัดการ (คณะนอกระบบราชการ) (2540)
ทั้ ง นี้
มหาวิทยาลัยคาดว่าจะสามารถดาเนินการจัดตั้งคณะใหม่ท้ งในระบบและนอกระบบราชการให้สาเร็ จลุล่วงในช่วง
ั
ก ล า ง ข อ ง แ ผ น พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ ร ะ ย ะ ที่ 8 ห รื อ ใ น ร า ว ปี 2542
ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะขอปรับแผนเพื่อเปิ ดคณะเพิ่มเติมอีก 4 คณะในช่ วงปลายแผนพัฒนาเศรษฐกิ จและสังคม
แห่งชาติ ระยะที่ 8 ได้แก่
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 38
1.10. คณะสารสนเทศศาสตร์
1.11. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
1.12. คณะเกษตรอุตสาหกรรม
1.13. คณะแพทยศาสตร์
การจัดตั้งคณะ/หน่วยงานของมหาวิทยาลัยมหาสารคามตามแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระยะที่
8 (พ.ศ.2540 – 2544) สรุ ปตามตารางที่ 5
ตาราง 5 แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 – 2544)
หน่ วยงานเดิม หน่ วยงานจัดตั้งใหม่ ในแผนฯ 8
หน่ วยงานใหม่ 2540 2541 2542 2543 2544
1. คณะศึกษาศาสตร์ 1. คณะวิทยาการจัดการ /
2. คณะมนุษยศาสตร์ฯ 2. คณะศิลปกรรมศาสตร์
3. คณะวิทยาศาสตร์ 3. คณะพยาบาลศาสตร์ /
4. คณะเทคโนโลยี 4. คณะวิศวกรรมศาสตร์ /
5. คณะเภสัชศาสตร์ /
6. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ /
7. คณะสารสนเทศศาสตร์
8. คณะเกษตรอุตสาหกรรม
9. คณะแพทยศาสตร์
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 39
2. ก า ร แ บ่ ง ส่ ว น ร า ช ก า ร แ ล ะ ก า ร บ ริ ห า ร ง า น ภ า ย ใ ต้ ข้ อ จ า กั ด
หลั ง จากที่ ม หาวิ ท ยาลั ย มหาสารคาม ได้ แ ยกตั ว เป็ นมหาวิ ท ยาลั ย เอกเทศเมื่ อ เดื อ นธั น วาคม 2537
แ ล้ ว ไ ด้ ด า เ นิ น ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ส อ ด ค ล้ อ ง ต า ม แ ผ น พั ฒ น า ม ห า วิ ท ย า ลั ย ทุ ก ด้ า น
ั
ปั จจุบนมหาวิทยาลัยแบ่งโครงสร้างการบริ หารออกเป็ นส่ วนราชการเป็ น 9 หน่วยงานได้แก่ สานักงานอธิ การบดี
คณะศึก ษาศาสตร์ คณะมนุ ษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยี สานักวิทยบริ การ
ส า นั ก ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ส ถ า บั น วิ จั ย ว ลั ย รุ ก ข เ ว ช แ ล ะ ส ถ า บั น วิ จั ย ศิ ล ป ะ แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม อี ส า น
มี ค ณะวิ ช าที่ บ ริ หารงานในรู ปแบบนอกระบบราชการอี ก 4 คณะ คื อ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะ
เภสัชศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สุขภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะการบัญชี และการ
จัดการ และคณะสถาปั ตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มีโครงการจัดตั้งคณะ 1 โครงการคือ โครงการ
จัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ (วิทยา จันทร์ศิริ. 2546 : 26)
การพั ฒ นามหาวิ ท ยาลั ย ที่ ผ่ า นมาได้ ด าเนิ นมาด้ ว ย ดี ใ นระ ดั บ หนึ่ ง
โดยมหาวิทยาลัยได้วางแผนให้เกิ ดความสอดคล้องกันระหว่างการจัดหางบประมาณกับการพัฒนาทางกายภาพ
ซึ่ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ห่ ง ใ ห ม่ เ ป็ น ห ลั ก
ก า ร จั ด ห า บุ ค ล า ก ร แ ล ะ ก า ร ด า เ นิ น ก า ร เ ริ่ ม ก า ร ผ ลิ ต บั ณ ฑิ ต ใ น ส า ข า วิ ช า ใ ห ม่ อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี
ภ า ย ใ ต้ ส ภ า ว ะ วิ ก ฤ ติ ก า ร ณ์ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ ป ร ะ เ ท ศ ก า ลั ง ป ร ะ ส บ อ ยู่ ใ น ปั จ จุ บั น
ไ ด้ เ ริ่ ม เ กิ ด แ น ว โ น้ ม ว่ า ก า ร พั ฒ น า ดั ง ก ล่ า ว จ ะ เ ข้ า สู่ ส ภ า ว ะ ช ะ งั ก งั น แ ล ะ อ า จ ห ยุ ด นิ่ ง
ดั ง นั้ น ม ห า วิ ท ย า ลั ย จึ ง อ า ศั ย แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ห น่ ว ย ง า น ใ ห ม่ ใ ห้ เ ป็ น ห น่ ว ย ง า น ภ า ย ใ น
โดยจัดตั้งขึ้นตามความเห็ นชอบของสภามหาวิทยาลัยและจากการดาเนิ นการที่ผ่านมา ระหว่างปี 2540 – 2546
ั
มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้จดตั้ง หน่ วยงานใหม่ เป็ น หน่ วยงาน ภายใน รวม 11 คณะและหน่ วยงานอื่ น
อีกหลายหน่วยงาน ดังตาราง 6
ตาราง 6 หน่วยงานภายในที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นภายใต้ความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
ที่ คณะ / หน่ วยงาน ่
วันทีอนุมัติจัดตั้ง หมายเหตุ
1. คณะ/วิทยาลัย
1 คณะการบัญชีและการจัดการ 19 ก.ค. 2541
2 คณะพยาบาลศาสตร์ 19 ก.ค. 2541
3 คณะเภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ 13 ก.พ. 2542
4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ 29 มี.ค. 2542
5 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ 1 ก.ค. 2543
6 คณะศิลปกรรมศาสตร์ 21 ก.พ. 2545
7 คณะวิทยาการสารสนเทศ 24 เม.ย. 2546
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 40
8 คณะสาธารณสุ ขศาสตร์ 17 ก.ค. 2546
9 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง 17 ก.ค. 2546
10 บัณฑิตวิทยาลัย 17 ต.ค. 2546
11 คณะแพทยศาสตร์ 21 พ.ย. 2546
แผนการเปิ ดหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้ าศึกษา ในช่ วงปี 2544-2546
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้กาหนดแผนการเปิ ดหลักสู ตรและแผนการรับนิ สิตเข้าศึกษาในช่วงปี 2544 –
2546 ตามแผนพัฒนาอัตรากาลังของมหาวิทยาลัย ปี 2544 – 2546 และสอดคล้องกับการเปิ ดสอนหลักสู ตรต่าง ๆ
ดังตาราง 7 – 16
ตาราง 7 แผนการเปิ ดหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะมนุษยศาสตร์ และสั งคมศาสตร์
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. ศศ.บ. ภาษาอังกฤษ / 321 / 275 / 275
2. ศศ.บ. ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่ อสาร - - / - / 60
3. ศศ.บ. ประวัติศาสตร์ / 199 / 172 / 162
4. ศศ.บ. ภาษาญี่ปุ่น - - / 50 / 100
5. ศศ.บ. ภาษาจีน - - - - / 50
6. ศศ.บ.ภาษาไทยในฐานะต่างประเทศ - - / 20 / 40
7. วท.บ. สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ - - / 20 / 40
8. ศศ.บ. ภาษาไทย / 461 / 383 / 315
9. ศศ.บ. การพัฒนาชุมชน / 221 / 232 / 213
10. ศศ.บ. การท่องเที่ยวและการโรงแรม / 30 / 60 / 60
11. ศศ.บ.การบริ หารท้องถิ่น / 50 / 90 / 130
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 41
12. ศศ.บ. สารสนเทศศาสตร์ / 383 / 337 / 280
13. วท.บ. วิทยาการสารสนเทศ - - / 20 / 40
14. ศศ.บ. การสื่ อสารมวลชน / 194 / 254 / 314
15. วท.บ. สื่ อนฤมิต - - - - / 50
รวม 8 1,859 13 1,913 15 2,129
ตาราง 7 (ต่อ)
คณะ/สาขาวิชา แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
2544 2545 2546
ระดับบัณฑิตศึกษา หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. ศศ.ม. บรรณารักษศาสตร์และ / 10 / 30 / 40
สารสนเทศศาสตร์
2. ศศ.ม. ไทยคดีศึกษา / 15 / 40 / 50
3. ศศ.ม. การสอนภาษาอังกฤษ - - - 20 - 50
4. ศศ.ม. ภาษาไทย / 7 / 15 / 30
5. ศศ.ม. ภาษาศาสตร์ภาษาอังกฤษ / - / - / 30
6. รป.ม. นโยบายสาธารณะ - 50 / 100 / 100
- 10 / 20 / 20
7. ปร.ด.ไทศึกษา
8. ศศ.ด. ภาษาไทย - - - - / 10
รวม 4 92 6 225 7 330
รวมทั้งสิ้น 12 1,951 19 2,138 22 2,459
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 42
ตาราง 8 แผนการเปิ ดหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะการบัญชีและการจัดการ
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. บธ.บ. การตลาด (ต่อเนื่อง 2 ปี ) / 478 / 640 / 640
2. บธ.บ. การบัญชี (ต่อเนื่อง 2 ปี ) / 718 / 950 / 880
3. บธ.บ. การจัดการ (ต่อเนื่อง 2 ปี ) / 779 / 1,160 / 1,160
4. บธ.บ. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ (ต่อเนื่อง 2 ปี ) / 495 / 640 / 680
5. บธ.บ. การเงินการธนาคาร - - - - / 160
6. บธ.บ. การจัดการทรัพยากรมนุษย์ - - - - / 80
7. บช.บ. การบัญชี - - / - / 160
รวม 4 2,470 5 3,390 7 3,760
ระดับบัณฑิตศึกษา
1. บธ.ม. บริ หารธุรกิจ / 92 / 100 / 100
2. บธ.ม. บริ หารธุรกิจ (นานาชาติ) - - / - / 60
รวม 1 92 2 100 2 160
รวมทั้งสิ้น 5 2,562 7 3,490 9 3,920
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 43
ตาราง 9 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะศึกษาศาสตร์
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. วท.บ. พลศึกษา (ต่อเนื่อง 2 ปี ) / 79 / 90 / 90
2. กศ.บ. เทคโนโลยีการศึกษา - - / 60 - 60
3. กศ.บ. การศึกษาปฐมวัย - - / 60 / 120
4. วท.บ. จิตวิทยา - - / 60 / 120
5. กศ.บ. การประถมศึกษา / 375 / 282 / 182
6. กศ.บ. สังคมศึกษา / 37 / - / -
7. กศ.บ. ภาษาไทย / 26 / - / -
8. กศ.บ. วิทยาศาสตร์-ฟิ สิ กส์ / 40 - - - -
รวม 5 557 7 552 6 572
ระดับบัณฑิตศึกษา
1. ป. บัณฑิตทางการสอน / 150 / 340 / 340
2. กศ.ม. การบริ หารการศึกษา / 30 / 60 / 60
3. กศ.ม. การศึกษานอกระบบ / 20 / 40 / 40
4. กศ.ม. เทคโนโลยีการศึกษา / 33 / 40 / 40
5. กศ.ม. การวัดผลการศึกษา / 20 / 20 / 20
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 44
ั
6. กศ.ม. การวิจยการศึกษา - - / 20 / 20
7. กศ.ม. สถิติศึกษา - - - - / 20
8. กศ.ม. จิตวิทยาการศึกษา / 30 / 40 / 40
9. กศ.ม. จิตวิทยาการให้คาปรึ กษา / 20 / 40 / 40
10. กศ.ม. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ - - - - / 20
11. กศ.ม. จิตวิทยาการบริ หาร - - - - / 20
12. กศ.ม. หลักสูตรและการสอน - - - - / 40
13. กศ.ม. การพัฒนาระบบการเรี ยนการสอน - - - - / 20
ตาราง 9 (ต่อ)
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
14. กศ.ม. การประถมศึกษา / 32 / 20 - -
15. กศ.ม. ภาษาไทย / 52 / 60 / 60
16. กศ.ม. ภาษาอังกฤษ / 42 / 55 / 30
17. การบริ หารและพัฒนาการศึกษา
(ป.บัณฑิตชั้นสูง) - - - - / 10
18. เทคโนโลยีการศึกษา (ป.บัณฑิตชั้นสูง) - - / 10 - -
19. จิตวิทยาการศึกษา (ป.บัณฑิตชั้นสูง) - - / 10 - -
20. School Improvement (ป.บัณฑิตชั้นสูง) - - - - / 20
21. กศ.ด. การบริ หารและพัฒนาการศึกษา - - / 10 - 10
22. กศ.ด. เทคโนโลยีการศึกษา - - / 10 / 10
23. กศ.ด. จิตวิทยาการศึกษา - - - - / 10
24. Ph.D. School Improvement - - / 20 / 20
รวม 10 2,980 16 3,340 20 3,436
รวมทั้งสิ้น 15 3,537 23 3,892 26 4,008
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 45
ตาราง 10 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะวิทยาศาสตร์
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. วท.บ. เคมี / 408 / 407 / 405
2. วท.บ. ชีววิทยา / 539 / 467 / 371
3. วท.บ. ฟิ สิ กส์ประยุกต์ / 382 / 403 / 419
4. วท.บ. สถิติ / 339 / 302 / 246
5. วท.บ. ฟิ สิ กส์ / 85 / 115 / 110
6. วท.บ. คณิ ตศาสตร์ / 125 / 165 / 166
7. วท.บ. จุลชีววิทยา - - / 25 / 50
8. วท.บ. วิทยาศาสตร์ชีวสุขภาพ - - / 40 / 80
รวม 6 1,878 8 1,924 8 1,847
ระดับบัณฑิตศึกษา
1. วท.ม. เคมี - - / 6 / 6
2. วท.ม. เคมีศึกษา / 10 / 20 / 20
3. วท.ม. ชีววิทยา - - / 10 / 30
4. วท.ม. ชีววิทยาศึกษา / 10 / 40 / 60
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 46
5. วท.ม. การจัดการทรัพยากรชีวภาพ/สิ่ งแวดล้อม - - / 10 / 20
6. วท.ด. การจัดการทรัพยากรชีวภาพ/สิ่ งแวดล้อม - - / 10 / 20
รวม 2 20 6 96 6 156
รวมทั้งสิ้น 8 1,898 14 2,020 14 2,003
ตาราง 11 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะเทคโนโลยี
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. วท.บ. เทคโนโลยีอาหารและโภชนาการ / 191 / 194 / 196
2. วท.บ. เทคโนโลยีชีวภาพ / 187 / 192 / 197
3. วท.บ. เทคโนโลยีการผลิตพืช / 197 / 206 / 204
4. วท.บ. เทคโนโลยีการผลิตสัตว์ / 196 / 201 / 197
5. วท.บ. เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม / 202 / 201 / 202
รวม 5 973 5 994 5 996
ระดับบัณฑิตศึกษา
1. วท.ม. เทคโนโลยีชีวภาพ - - / - / -
2. วท.ม. เทคโนโลยีการอาหาร - - / 10 / 20
รวม - - 2 10 2 20
รวมทั้งสิ้น 5 973 7 1,004 7 1,016
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 47
ตาราง 12 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริ ญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. วศ.บ. วิศวกรรมโยธา (วิศวกรรมชนบท) / 115 / 165 / 187
2. วศ.บ. วิศวกรรมเครื่ องกล (การผลิต) / 93 / 143 / 168
3. วศ.บ. วิศวกรรมความปลอดภัย - - / 50 / 100
4. วศ.บ. วิศวกรรมเคมี - - / 40 / 80
5. วศ.บ. วิศวกรรมเครื่ องกล - - / 40 / 80
6. วศ.บ. วิศวกรรมโยธา (ระบบอาคาร) - - / 40 / 80
7. วศ.บ. วิศวกรรมไฟฟ้ า - - / 40 / 80
8. วท.บ. วิทยาการคอมพิวเตอร์ / 196 / 197 / 201
9. วท.บ. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ / 203 / 204 / 204
รวมทั้งสิ้น 4 607 9 919 9 1,180
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 48
ตาราง 13 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะเภสั ชศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สุขภาพ
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. ภ.บ. เภสัชศาสตร์ (6ปี ) / 97 / 157 / 217
2. ส.บ. สาธารณสุ ขศาสตร์ / 143 / 150 / 150
3. วท.บ. การแพทย์แผนไทยประยุกต์ - - / 30 / 60
รวม 2 240 3 337 3 427
ระดับบัณฑิตศึกษา
1. ส.ม. สาธารณสุ ขศาสตร์ / 30 / 60 / 60
2. ส.ม. การจัดการสุ ขภาพ / 30 / 60 / 60
รวม 2 60 2 120 2 120
รวมทั้งสิ้น 4 300 5 457 5 547
ตาราง 14 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะพยาบาลศาสตร์
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. พย.บ. พยาบาลศาสตร์ / 132 / 145 / 167
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 49
2. พย.บ. พยาบาลศาสตร์ (ต่อเนื่อง 2 ปี ) / - / - / -
รวม 2 132 2 145 2 167
ระดับบัณฑิตศึกษา
1. พย.ม. พยาบาลศาสตร์ - - / 40 / 40
รวม - - 1 40 1 40
รวมทั้งสิ้น 2 132 3 185 3 207
ตาราง 15 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. สถ.บ. สถาปัตยกรรม / 190 / 197 / 198
2. สถ.บ. สถาปัตยกรรมเมืองและชุมชน / 186 / 191 / 189
3. ศป.บ. นฤมิตศิลป์ / 154 / 167 / 173
รวม 3 530 3 555 3 560
ตาราง 16 แผนการเปิ ดสอนหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้าศึกษา ปี 2544-2546
คณะศิลปกรรมศาสตร์
แผนเปิ ดหลักสู ตรและแผนจานวนนิสิตรวม
คณะ/สาขาวิชา 2544 2545 2546
ระดับปริญญาตรี หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต หลักสู ตร นิสิต
1. ศป.บ. ดุริยางคศิลป์ / 217 / 203 / 211
2. ศป.บ. ทัศนศิลป์ / 211 / 207 / 200
3. ศป.บ. นาฏยศิลป์ / 158 / 171 / 217
รวม 3 586 3 581 3 628
ประเมินแผนพัฒนาอัตรากาลัง 50
่ ่
แผนการเพิมอัตรากาลังทีสอดคล้องกับการเปิ ดหลักสู ตรและแผนการรับนิสิตเข้ าศึกษา ในช่ วงปี 2544-2546
ม ห า วิ ท ย า ลั ย ม ห า ส า ร ค า ม
ได้กาหนดแผนการเพิ่มอัตรากาลังที่สอดคล้องกับการเปิ ดหลักสู ตรและแผนการรับนิ สิตเข้าศึกษาในช่วงปี 2544 –
2546 ตามแผนพัฒนาอัตรากาลังของมหาวิทยาลัย ปี 2544 – 2546 รายละเอียดดังตาราง 17 – 26
Get documents about "