?????? ?????? ?? ??????????? ?? ??? ???? ???? Roc by Ps1FcI

VIEWS: 40 PAGES: 46

									                                                  ส่วนที่ 1 บทนำ

1. ควำมเป็ นมำและควำมสำคัญของกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ
                  ปั จ จุ บั น ค ว า ม เ จ ริ ญ ก้ า ว ห น้ า ท า ง ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
สัง คมของประเทศไทยได้มี ก ารพัฒ นาไปอย่ า งรวดเร็ ว ทั้ง ในด้า นการพัฒ นาเมื อ ง อุ ต สาหกรรม
ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ ก า ร บ ริ ก า ร
ในขณะเดียวกันผลกระทบสืบเนื่ องจากการพัฒนาดังกล่าวก็ปรากฏให้เห็นชัดขึ้ นพร้อมๆกับการพัฒนา
ทั้ ง ใ น ด้ า น ค ว า ม เ สื่ อ ม โ ท ร ม ข อ ง ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ ภ า ว ะ ม ล พิ ษ
และท้ายที่ สุดปั ญหาผลกระทบเหล่านี้ ก็เชื่อมโยงย้อนกลับมามีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
                                        ่
ตลอดจนคุณภาพชีวิตและความเป็ นอยูที่ดีของประชาชน

                                          ั
                     ในต่างประเทศได้พฒนาเครื่องมือ ที่เกี่ยวกับ การประเมินผลกระทบในด้านต่างๆขึ้ นมา
เ พื่ อ ช่ ว ย ข ย า ย มุ ม ม อ ง ที่ ร อ บ ค อ บ ร อ บ ด้ า น
และเชื่อมโยงผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมอันเนื่ องมาจากนโยบาย
โ ค ร ง ก า ร                                  ห รื อ แ ผ น ง า น ต่ า ง ๆ
แ ล ะ น า ไ ป สู่ ข้ อ เ ส น อ แ น ะ แ ล ะ ม า ต ร ก า ร ใ น ก า ร ล ด ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ ที่ ค ร อ บ ค ลุ ม
ประเทศไทยเองได้นาเครื่องมือในการประเมินผลกระทบหลายชนิ ดเข้ามาใช้ในการประเมิน คาดการณ์
ผลกระทบที่ เ กิ ด จากโครงการพั ฒ นาต่ า งๆ อัน ได้แ ก่ การวิ เ คราะห์ ผ ลกระทบทางสิ่ ง แวดล้อ ม
(Environmental Impact Assessment: EIA) ซึ่ งเป็ นการประเมินผลกระทบในระดับโครงการ
การประเมิ น ผลกระทบทางสั ง คม (Social                          Impact          Assessment                :        SIA)
ซึ่ ง เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ ใ น ร ะ ดั บ น โ ย บ า ย แ ผ น ง า น แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA)
ซึ่งเป็ นการประเมินผลกระทบในระดับนโยบายหรือแผนงาน และ การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ
(Health Impact Assessment: HIA)

                  ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ ไ ด้ ถู ก พั ฒ น า ขึ้ น ภ า ย ใ ต้ แ น ว คิ ด ที่ ว่ า
สุขภาพของคนเรานั้นมีความเชื่อมโยงและไม่สามารถแยกออกจากองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมและการ
พัฒนา              ทั้งในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติ สภาวะแวดล้อมทางสังคม ความเป็ นเมือง สารเคมี
สิ่ ง คุ ก ค า ม ต่ า ง ๆ ร ว ม ทั้ ง ก า ร ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ยี แ ล ะ กิ จ ก ร ร ม ต่ า ง ๆ
                        ้
จึงจาเป็ นอย่างยิ่งที่ตองพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยมองผลกระทบต่อสุขภาพอย่างเป็ นองค์รวมโดยพิจารณาผ
ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ จ า ก ปั จ จั ย ก า ห น ด สุ ข ภ า พ ใ น ด้ า น ต่ า ง ๆ
ทั้ง การวิเ คราะห์ค วามเชื่ อ มโยงปั จจัย ทางเศรษฐกิ จ สัง คมและสิ่ ง แวดล้อ ม ที่ อาจมีผ ลต่ อ สุ ขภาพ
โ ด ย พิ จ า ร ณ า ถึ ง สิ่ ง คุ ก ค า ม สุ ข ภ า พ             โ อ ก า ส เ สี่ ย ง ต่ อ สุ ข ภ า พ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
                                                ้
และนาไปสู่การจัดทามาตรการลดและปองกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในกลุ่มเสี่ยงที่คาดว่า จ
ะ          ไ        ด้            รั         บ      ผ         ล           ก            ร         ะ         ท            บ
         ่
นับได้วาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเป็ นกระบวนการที่ช่วยเพิ่มความสามารถในขยายมุมมองการ

                                                                                                                        1
ควบคุ ม ปั จจัย ที่ เป็ นตัว กาหนดสุ ข ภาพ การจัดการสิ่ งแวดล้อมเพื่ อ ลดสิ่ ง ที่ เป็ นอัน ตรายต่ อสุ ขภาพ
อ ย่ า ง ร อ บ ค อ บ แ ล ะ ร อ บ ด้ า น
                            ้
รวมทั้งการสร้างความรูและค่านิ ยมในทางบวกต่อการมีสุขภาพดีให้แก่ประชาชน




2. วัตถุประสงค์ของคู่มือ
                      จากเหตุ ผลดังกล่าวข้างต้นจึงมีการจัดทาแนวทางการประเมินผลกระทบต่อสุ ขภาพ
เล่ ม นี้ ขึ้ นโดยมี วัต ถุ ป ระสงค์เ พื่ อ ให้เ จ้า ของโครงการ ผู ้ที่ จ ะท าการประเมิ น ผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพ
ห น่ ว ย ง า น ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น ห รื อ ผู ้ มี ส่ ว น เ กี่ ย ว ข้ อ ง มี ค ว า ม รู ้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ใ น ห ลั ก ก า ร
แ น ว คิ ด ข อ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ ใ น ร ะ ดั บ โ ค ร ง ก า ร
และสามารถประยุกต์ใช้หลักการและนาแนวทางการประเมินผลกระทบต่อสุ ขภาพไปบูรณาการความเชื่
                                 ้
อมโยงกับ การวิ เ คราะห์ข อ มู ล ผลกระทบด้า นสิ่ ง แวดล้อ มให้ไ ด้ม าซึ่ ง ข้อ มูล ผลกระทบต่ อ สุ ขภาพ
และนาไปสู่การจัดหามาตรการลดผลกระทบและมาตรการในการติดตามตรวจสอบได้อย่างเหมาะสม
น อ ก จ า ก นี้ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ ใ น ร ะ ดั บ โ ค ร ง ก า ร นั้ น
จ ะ ช่ ว ย เ พิ่ ม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ใ น ก า ร ท า ง า น แ ล ะ น า ไ ป สู่ ก า ร ป อ ง กั น แ ก้ ไ ข   ้
หรือจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้ในโครงการประเภทต่างๆ 3 ส่วน ดังนี้
                      1.
โครงการพัฒนาต่างๆที่เป็ นโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น
โครงการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ า โครงการก่อสร้างโรงฟ้ า
                      2                                                                                                      .
โครงการพัฒ นาขนาดใหญ่ ที่ ไ ม่เข้าข่า ยต้องจัดท ารายงานการวิเคราะห์ผ ลกระทบสิ่ งแวดล้อม เช่ น
การเกษตรเชิงพานิ ชย์ เตาเผาขยะติดเชื้ อ เป็ นต้น
                      3. การจัดทาโครงการประเภทอื่นๆของหน่ วยงานระดับท้องถิ่น

3. กำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพระดับโครงกำร
                                                                     ้
                  การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพนั้ นจาเป็ นอย่างยิ่งที่ตองเข้าใจนิ ยามของ โครงการ
สุ ข ภาพ ปั จจัย ก าหนดสุ ข ภาพ สถานะสุ ข ภาพ และหลัก การในการประเมิ น ผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพ
เพื่อให้สามารถดาเนิ นงานไปในทิศทางเดียวกัน
                  3.1นิยำม
                             3.1.1 โครงกำร
                             ห มายถึ ง กระบวนการท างานที่ ประกอบด้ ว ยห ลายๆกิ จกรร ม
ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพสิ่งแวดล้อมและอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภ
า                                                                                            พ
ในที่นี้หมายรวมถึงโครงการพัฒนาต่างๆที่เป็ นโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระ


                                                                                                                            2
ท               บ           สิ่          ง           แ             ว           ด            ล้            อ             ม
โครงการพัฒ นาขนาดใหญ่ ที่ ไ ม่ เ ข้า ข่ า ยต้อ งจัด ท ารายงานการวิ เ คราะห์ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล้อ ม
และการจัดทาโครงการประเภทอื่นๆของหน่ วยงานระดับท้องถิ่น
                                  3.1.2 สุขภำพ
                                  ในการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพนั้น การให้นิยามของคาว่า “สุขภาพ”
ยั ง ค ง เ ป็ น ข้ อ ถ ก เ ถี ย ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น
เนื่ องจากนิ ยามดั ง กล่ า วจะน าไปสู่ ก ารก าหนดขอบเขตการประเมิ น ผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพ
ซึ่ ง จ า ก มุ ม ม อ ง สุ ข ภ า พ แ บ บ เ ดิ ม ที่ มี ก า ร ม อ ง ป ร ะ เ ด็ น ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ เ พี ย ง
มิ ติ สุ ข ภ า พ ท า ง ก า ย เ พี ย ง ด้ า น เ ดี ย ว ซึ่ ง เ ป็ น มุ ม ม อ ง แ บ บ แ ค บ
ที่เน้นประเด็นการเจ็บป่ วยและการเกิดโรคเท่านั้นอันจะทาให้มีการกาหนดขอบเขตในการประเมินผลกร
ะทบต่ อ สุ ขภาพเป็ นแบบแคบ ต่ อ มามี ผู ้ ใ ห้ นิ ยามสุ ขภาพ ในความหมายที่ กว้ า งขึ้ น โดย
องค์กำรอนำมัยโลก (WHO, 2541)ได้ให้นิยามสุขภำพ หมำยถึงสภำวะที่สมบูรณ์ของร่ำงกำย
จิ ต ใ จ แ ล ะ ก ำ ร ด ำ ร ง ชี วิ ต อ ยู่ ใ น สั ง ค ม ไ ด้ อ ย่ ำ ง เ ป็ น ป ก ติ สุ ข
แ ล ะ มิ ไ ด้ ห ม ำ ย ค ว ำ ม เ ฉ พ ำ ะ เ พี ย ง แ ต่ ก ำ ร ป ร ำ ศ จ ำ ก โ ร ค แ ล ะ ทุ พ พ ล ภ ำ พ เ ท่ ำ นั้ น ”
ในประเทศไทยเองได้มีการกาหนดนิ ยาม ของสุ ขภาพ ตามพ.ร.บ.สุขภำพแห่งชำติ พ.ศ. 2550
ห ม า ย ถึ ง “ภ ำ ว ะ ข อ ง ม นุ ษ ย์ ที่ ส ม บู ร ณ์ ทั้ ง ท ำ ง ก ำ ย ท ำ ง จิ ต ท ำ ง ปั ญ ญ ำ
แ ล ะ ท ำ ง สั ง ค ม เ ชื่ อ ม โ ย ง กั น เ ป็ น อ ง ค์ ร ว ม                                   อ ย่ ำ ง ส ม ดุ ล ”
จะเห็ น ว่า มี ก ารพิ จ ารณาขอบเขตผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพแบบกว้า ง คื อ ทั้ง ในมิ ติ ท างกาย จิ ต สัง คม
แ ล ะ จิ ต วิ ญ ญ า ณ                                                 ใ น คู่ มื อ เ ล่ ม นี้
มุ่ ง เ น้ น ก า ร ก า ห น ด ข อ บ เ ข ต ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ ต า ม นิ ย า ม ข อ ง อ ง ค์ ก า ร อ น า มั ย โ ล ก
ที่พิจารณาในมิติผลกระทบทางกาย จิตและสังคม

                 ทั้                                   ง                                      นี้
เพื่ อให้ก ารดาเนิ นงานไปในทิ ศทางเดี ย วกันและเป็ นสากลรวมทั้งสามารถเชื่ อมโยงได้ใน ทุ ก ระดับ
กระทรวงสาธารณสุขจึงอาศัยการดาเนิ นงานตามนิ ยามขององค์การอนามัยโลก

                              3.1.3 ปั จจัยกำหนดสุขภำพ
                              หมายถึ ง ขอบเขตปั จจัย ด้า นบุ คคล สัง คม เศรษฐกิ จ และสิ่ งแวดล้อ ม
ซึ่งเป็ นตัวกาหนดสถานะสุขภาพของบุคคลหรือประชากร (National Institute for Health and Clinical
Excellence; NIHCE, 2006) ตัวอย่างเช่น
                               1. รำยได้และสถำนะทำงสังคม
                                    การศึกษาจานวนมากบ่งชี้ ว่า             รายได้และสถานะทางสังคม
                                                                       ู
เป็ นปั จจัยที่สาคัญมากปั จจัยหนึ่ งที่มีผลต่อสถานะสุขภาพคนที่มีรายได้สงมักมีสุขภาพดีกว่าคนที่มีรายไ
     ่       ่      ่
ด้ตาถึงแม้วาจะอยูภายใต้ระบบบริการสุขภาพที่ยึดหลักความเท่าเทียมกันก็ตามเครือข่ายทางสังคม
                               2. เครือข่ำยทำงสังคม


                                                                                                                       3
                               ครอบครัว เพื่อ และการช่วยเหลือกันทางสังคม มีผลต่อสุขภาพที่ดีขึ้น
ช่วยลดความเครียดและแก้ปัญหาหลายประการ                                                      ั
                                                                           จากการศึกษาวิจยพบว่า
             ั                   ั                                           ั
คนที่มีปฏิสมพันธ์ทางสังคมดีจะมีอตราการตายก่อนวัยอันควรน้อยกว่าคนที่มีปฏิสมพันธ์ทางสังคมน้อย
อย่างชัดเจน
                            3. กำรศึกษำ
                                                               ั
                               ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์กบสถานะทางสุขภาพ
เพราะระดับการศึกษามีผลต่อการจ้างงาน รายได้                       ่
                                                        ความมันคงและความพึงพอใจต่อการทางาน
         ั
การมีทกษะที่จาเป็ นต่อการแก้ปัญหา
  ้
ผูที่มีการศึกษาสูงจะสามารถเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ดีกว่าการมีงานทา
และสภาพการทางาน
                            4. กำรมีงำนทำและสภำพกำรทำงำน

        การมีงานทาและการว่างงานมีผลมากต่อสถานะทางสุขภาพคนว่างงานจะเผชิญกับภาวะความเ
ครียด                  มีความวิตกกังวล                 อัตราการเจ็บป่ วยและการเข้ารับการรักษา
                     ้
ในโรงพยาบาลสูงกว่าผูที่มีงานทา แต่สภาพการทางานก็มีผลต่อสุขภาพ เช่น งานที่มีความเครียด
                             ่
งานที่ไม่มีความก้าวหน้าหรือมันคง ความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและโรคจากการทางาน
                            5. สิ่งแวดล้อมทำงสังคม

           ความส าคั ญ ของการสนั บสนุ นช่ ว ยเหลื อท างสั ง คมจะขยายสู่ ชุ มชนที่ กว้ างขวาง
เครื อ ข่ า ยที่ เ ข้ม แข็ ง จะส่ ง ผลต่ อ ความมี ชี วิ ต ชี ว าของสั ง คม โดยจะสะท้อ นถึ ง สถาบั น องค์ ก ร
ห รื อ ก า ร ป ฏิ บั ติ ที่ ชุ ม ช น ส ร้ า ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ แ ล ะ ใ ช้ ท รั พ ย า ก ร ร่ ว ม กั น
สังคมที่เข้มแข็งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
                                     6. สิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพ
                                         สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แ ก่ อากาศ น้ า อาหาร และที่ พัก อาศัย
เป็ นปั จจั ย พื้ นฐานของสุ ข ภาพ การกระท าของมนุ ษย์ มี ผ ลท าให้ เ กิ ด มลภาวะสิ่ ง แวดล้ อ ม
แ ล ะ เ ป็ น ส า เ ห ตุ ข อ ง ก า ร เ จ็ บ ป่ ว ย ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร บ า ด เ จ็ บ แ ล ะ ก า ร ต า ย ก่ อ น วั ย อั น ค ว ร
เพิ่มมากขึ้ นอย่างต่อเนื่ องในปั จจุบน    ั
                                     7. พฤติกรรมสุขภำพและทักษะชีวิต
                                         การมีพฤติกรรมสุขภาพและทักษะชีวิตที่ ดีจะทาให้สุขภาพดี แข็งแรง
เช่น การรับประทานอาหารที่ สมดุล การออกกาลังกายเป็ นประจา ในขณะที่ การสูบบุหรี่ การใช้สาร
เสพติด การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดทาให้เกิดโรคหลายชนิ ด
                                     8. พัฒนำกำรในวัยเด็ก
                                         หลักฐานจานวนมากบ่งชี้ ว่า ช่วงชีวิตก่อนคลอดจนถึงช่วงในวัยเด็ก
มีผลต่อสถานะสุขภาพ คุณภาพชีวิต ทักษะชีวิต และความสามารถต่างๆ เด็กนั้นเมื่อเติบโตเป็ นผูใหญ่                             ้
เช่น เด็กที่มีน้ าหนักแรกคลอดน้อยจะมีความเสี่ยงต่อการตาย ความผิดปกติทางสมอง ความพิการ


                                                                                                                           4
แต่กาเนิ ดและการพัฒนาการช้ากว่าเด็กที่มีน้ าหนักปกติ                                           นอกจากนี้
การดูแลในวัยเด็กยังมีผลต่อความสมบูรณ์ของจิตใจ                                 และความสัมพันธ์ทางสังคม
                            ้     ้
เมื่อเติบโตเป็ นวัยรุ่นและผูใหญ่ดวย
                                9. ปั จจัยทำงชีวภำพและพันธุกรรม
                                    ปั จจัยและกลไกทางชีวภาพของร่างกายมนุ ษย์ เช่น การเจริญเติบโต
การชราภาพ               เพศชาย                                        เพศหญิง         ตลอดจนพันธุกรรม
เป็ นปั จจัยที่มีผลต่อสถานะสุขภาพและทาให้การเกิดโรคของแต่ละคนแตกต่างกัน
                              ั
สารเคมีหลายอย่างในปั จจุบนมีผลกระทบทาให้สารพันธุกรรมของคนเปลี่ยนแปลง
                                10. บริกำรสุขภำพ
                                                                                    ้
                                    บริการสุขภาพที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพและการปองกันโรค
มีผลต่อสถานะสุขภาพของประชาชนในทางที่ดี บริการเหล่านี้ ได้แก่ บริการอนามัยแม่และเด็ก
การดูแลสุขภาพก่อนคลอด                                       ้
                                    การเสริมสร้างภูมิคุมกันโรค          การตรวจวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะแรก
การให้สุขศึกษาเกี่ยวกับปั จจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และทางเลือกต่างๆเพื่อสุขภาพดี
                                11. เพศ
                                    เพศจะเป็ นสิ่งที่บ่งชี้ ถึงสถานภาพ บทบาท ทัศนคติ พฤติกรรม คุณค่า
อานาจ และอิทธิพลที่มีต่อสังคม เพศยังมีอิทธิพลต่อลาดับความสาคัญและการปฏิบติในระบบสุขภาพ  ั
ประเด็นสุขภาพหลายชนิ ดเป็ นบทบาทหน้าที่แยกตามเพศและสถานภาพ
                                12. พฤติกรรม

                               ั
          บุคคลหรือชุมชนอาจได้รบความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมซึ่งบ่
งชี้ โดยคุณค่าทางวัฒนธรรมที่มีผลต่อสถานภาพที่ถูกโดดเดี่ยว หรือสูญเสีย


                3.1.4 สถำนะสุขภำพ
                         ส ภ า ว ะ ท า ง ด้ า น ร่ า ง ก า ย จิ ต ใ จ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
                         ที่ ร ว ม ถึ ง สุ ข ภ า ว ะ ค ว าม เ ป็ น อ ยู่ ที่ ดี ก า ร เ ป็ น โ ร ค ก า ร เ จ็ บ ป่ ว ย
                         หรือการบาดเจ็บ ของประชาชน

                 3.1.5 กลุ่มเสี่ยง
                                                   ่
                            หมายถึง ประชาชนที่อยูในพื้ นที่มลพิษแพร่กระจายไปถึง
พื้ นที่เส้นทางการขนส่ง และพื้ นที่กิจกรรมโครงการ โดยควรคานึ งถึงกลุ่มเด็ก 0-4 ปี หญิงตั้งครรภ์
คนชรา และกลุ่มไวต่อการรับสัมผัส กลุ่มเด็ก 0-4 ปี หญิงตั้งครรภ์ คนชรา และกลุ่มไวต่อการรับสัมผัส

                3.1.6 กำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ



                                                                                                                    5
                            ที่ผ่านมามีหน่ วยงาน                                          องค์กร
และบุคคลต่างๆได้มีการให้นิยามความหมายของการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพที่แตกต่างกัน ได้แก่
                            -                  การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ                     คือ
กระบวนการตัดสินคุณค่าของนโยบาย                          แผนงาน                      หรือโครงการ
โดยพิจารณาที่ผลกระทบและการกระจายของผลกระทบนั้นที่อาจจะเกิดขึ้ นต่อสุขภาพของประชาชน
โดยใช้วิธีการ กระบวนการและเครื่องมือในการประเมินหลายชนิ ดร่วมกัน (WHO, 1999)
                            - การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ คือ การระบุ คาดการณ์และประเมิน
ผลต่อปั จจัยกาหนดสุขภาพ เช่น ปั จจัยทางภูมิศาสตร์ ปั จจัยด้านเศรษฐกิจสังคม มลพิษสิ่งแวดล้อม
รวมไปถึงการให้บริการและการเข้าถึงบริการสุขภาพ (Roc, D.B. Dalal-Clayton and Hughes, 1995)
                            -            การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ                           คือ
การประมาณการณ์ผลกระทบของการกระทาใดการกระทาหนึ่ งที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรก
ลุ่มใดกลุ่มหนึ่ ง
(Scott - Samuel, 1998)
                  ทั้งนี้                                เพื่อให้การดาเนิ นงานไปในทิศทางเดียวกัน
กระทรวงสาธารณสุขจึงกาหนดนิ ยามการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ                                      คือ
กำรคำดกำรณ์ผลกระทบต่อสุขภำพทั้งทำงบวกและทำงลบ                                      โดยใช้วิธีกำร
กระบวนกำรและเครื่องมือในกำรประเมินหลำยชนิดร่วมกัน
                          ้
เพื่อกำหนดมำตรกำรปองกันและแก้ไขผลกระทบต่อสุขภำพที่อำจจะเกิดจำกโครงกำร

             3.2 หลักกำรในกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ
                                                                                        ้
                  1) การประเมินผลกระทบต่ อสุ ขภาพใช้วิธีก าร และเครื่ องมือเพื่ อให้ได้ขอมูล
ที่สามารถคาดการณ์ถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้ นจากการพัฒนาโครงการทั้งผลกระทบทางบ
วกและทางลบ
                             ้
                    2) การคุมครองสุขภาพของประชากรกลุ่มเสี่ยง
                    3                                                                      )
                         ้
การนาเสนอมาตรการในการปองกันแก้ไขผลกระทบทางลบและส่งเสริมหรือเพิ่มผลกระทบทางบวก
                                              ้
                    4) การเปิ ดโอกาสให้กลุ่มผูมีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วม
                    5) การสื่อสารข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางบวกและทางลบที่อาจเกิดขึ้ น
จากโครงการ


ขั้นตอนในกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ
                                                   พิจารณาว่าโครงการนั้นต้องทาการประเมินผลกระทบต่อ
                                                   สุขภาพหรือไม่ รวมถึงการระบุสิ่งคุกคามสุขภาพ
                                                   โดยพิจารณาจาก
                      1. กำรกลั ่นกรอง                  พื้ นที่ต้งโครงการ
                                                                   ั
                                                        กระบวนการผลิต / สิ่งคุกคามสุขภาพ
                                                        ผลกระทบต่อปั จจัยกาหนดสุขภาพ
                                                                                               6
                                                  ระบุประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพ
                                                  ข้อห่วงกังวลประชาชนกลุ่มเสี่ยง รูปแบบ วิธีการ
                             2.
                                                  เครื่องมือ
                       กำรกำหนดขอบเข              และระยะเวลาที่จะทาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
                          ตกำรศึกษำ
กระบวนกำร                                                   คาดการณ์
 มีส่วนร่วม                                        /ระบุผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางบวกและทางลบที่เกิดขึ้
                             3.                                                      ้
                                                   นจากโครงการ โดยใช้เครื่องมือและผูทาการประเมิน
                       กำรประเมินผลกร              ทั้งทางวิทยาศาสตร์ สังคม
                        ะทบต่อสุขภำพ                                                            ้
                                                   หรือเศรษฐศาสตร์ในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ขอมูล
                                                            จัดลาดับความสาคัญของปั ญหาและจัดทามาตร
                                                   การลดผลกระทบ


                      4. กำรจัดทำรำยงำน                   แสดงความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงปั
                                                   จจัยทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ
                                                                          ้
                                                           นาเสนอมาตรการปองกันและแก้ไขผลกระทบต่
                                                    อสุขภาพ

                         5. กำรติดตำม                    เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยาของการประเ
                          ประเมินผล                       มินผลกระทบที่ศึกษาไว้
                                                         เพื่อประเมินว่ามาตรการลดผลกระทบที่เขียนไว้
                                                                                  ั
                                                          ในรายงานได้ถูกนาไปปฏิบติหรือไม่
                                                         เพื่อทราบถึงประสิทธิภาพของ
                                                          มาตรการติดตามตรวจสอบ


          ส่วนที่ 2 กำรกลั ่นกรองโครงกำร (Screening) และกำรกำหนดขอบเขต (Scoping)

   1. กำรกลั ่นกรองโครงกำร (Screening)

           เป็ นขั้นตอนเพื่อพิจารณาพิจารณาว่าโครงการนั้นต้องทาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพหรือไ
   ม่ รวมถึงการระบุสิ่งคุกคามสุขภาพ โดยมีประเด็นพิจารณา ดังนี้
                     1) โครงการที่เข้าข่ายต้องทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามความ
   ในมาตรา 46 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
   พ.ศ. 2535 จาเป็ นต้องทาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ในรายงาน การวิเคราะห์ผล


                                                                                                 7
กระทบสิ่งแวดล้อมด้วย (รายละเอียดตามภาคผนวกที่ 1)
                 2)
โครงการที่ไม่ได้เข้าข่ายในการจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและโครงการประเภทอื่
นๆ
                                                          ่
ของหน่ วยงานระดับท้องถิ่นสามารถนากระบวนการกลันกรองไปใช้ให้พิจารณาโดยมีประเด็นตัวอย่างใน
                                                                    ่
การพิจารณา ดังนี้ (รายละเอียดเครื่องมือและวิธีการในการกลันกรองตามภาคผนวกที่ 2)
                                              ู                                 ั
                         2.1) พื้ นที่ที่มีภมิศาสตร์หรือสภาพภูมิอากาศที่มีศกยภาพทาให้เกิดการ
                              กระจายตัวของมลพิษหรือสารพิษ
                         2.2) พื้ นที่ที่อ่อนไหว เช่น พื้ นที่ที่เคยเป็ นแหล่งการระบาดของโรค พื้ นที่ที่
                                                                      ั
                              เป็ นแหล่งรังโรค พื้ นที่ที่เป็ นที่ต้งกลุ่มประชากรที่ไวต่อการรับสัมผัส
                                            ั
                         2.3) มีการใช้วตถุดิบที่เป็ นอันตรายในกระบวนการผลิตหรือมีการปล่อยของ
                              เสียที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
                         2.4) มีผลกระทบต่อปั จจัยกาหนดสุขภาพที่ส่งผล ทาให้คุณภาพชีวิต
                              เปลี่ยนแปลงไปในทางแย่ลง เกิดผลกระทบต่อจิตใจ
                         2.5) มีผลกระทบทางลบเกิดขึ้ นกับกลุ่มผูดอยโอกาส ้ ้
                         2.6) หากเกิดผลกระทบแล้ว ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ฟื้ นฟูเป็ นจานวนมาก
                                   ้
                         2.7) มีขอมูลการเกิดผลกระทบต่อสุขภาพในโครงการประเภทเดียวกัน

2. กำรกำหนดขอบเขตกำรศึกษำ (Scoping)

การกาหนดขอบเขตของการศึกษาเป็ นขั้นตอนที่สาคัญเพื่อระบุประเด็นในการศึกษาผลกระทบต่อสุขภา
พ
   ้
ผูประเมินต้องให้ความสาคัญในการจัดทารายละเอียดให้ครอบคลุมประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพและข้อ
                      ้
ห่วงกังวลของกลุ่มผูมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้ครอบคลุมประเด็นด้านสุขภาพมากที่สุด
                   วัตถุประสงค์ในกำรกำหนดขอบเขต
                   1 . ร ะ บุ ป ร ะ เ ด็ น ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ
ซึ่ ง ใ น ก า ร ศึ ก ษ า ต้ อ ง แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ผ ล ก ร ะ ท บ
กิจกรรมหรือปั จจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ
                   2                                                                          .
       ้                                                                             ั
ระบุขอห่วงกังวลผลกระทบที่เกิดขึ้ นจากโครงการที่ได้จากข้อมูลข้อห่วงกังวลโครงการที่ มีลกษณะแบบเดี
                                                   ้
ยวกันที่เคยเกิดขึ้ นมาแล้ว รวมทั้งข้อห่วงกังวลจากผูที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
                   3                                                                          .
                                        ั
ระบุประชากรกลุ่มเสี่ยงที่คาดว่าจะได้รบผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มที่ไวต่อการรับสัมผัส
                   4. ระบุแนวทาง รูปแบบ วิธีการ เครื่องมือในการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพ
                           ้       ้
                   5. ระบุขอมูลที่ตองการรายละเอียดเพิ่มเติม (Data Gap Analysis)


                                                                                                    8
                  ขั้นตอนกำรกำหนดขอบเขต (Scoping) มีขนตอนและขอบเขตของงานที่
                                                               ้ั
  ้
ผูประเมินจะต้องจัดทาข้อมูล ดังนี้
                  1 . ท บ ท ว น แ ล ะ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล เ อ ก ส ำ ร ที่ มี อ ยู่
ที่เกี่ยวข้องและเป็ นประโยชน์ต่อการสร้างความเข้าใจถึงการดาเนิ นโครงการพัฒนาและผลกระทบที่อาจ
จะเกิดขึ้ นจากโครงการ โดยข้อมูลที่จาเป็ น ได้แก่ (รายละเอียดดังตารางที่ 1)
                                                                               ั
                       1.1 ข้อมูลรำยละเอียดของโครงกำร เช่น ประเภท ขนาดและที่ต้ง รายละเอียด
กระบวนการกิ จ กรรมของโครงการ ความต้ อ งการวั ต ถุ ดิ บ พลั ง งาน ระบบสาธารณู ป โภค
จานวนพนักงาน คนงาน สารมลพิษหรือของเสียที่จะเกิดขึ้ นจากกระบวนการหรือการดาเนิ นโครงการ
                       1.2 ข้อมูลปั จจัยกำหนดสุขภำพ

                                                                ั
           ข้อมูลปั จจัยกาหนดสุขภาพเป็ นข้อมูลสภาพปั จจุบนเพื่อใช้ในการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
โดยข้อมูลจะต้องแสดงถึง
                            1.2.1 ข้อมูลระดับปั จเจกบุคคล
                                   1) อายุ เพศ อาชีพ รายได้ การศึกษา
                                   2) ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น พฤติกรรมการบริโภค
การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา พฤติกรรมเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ เป็ นต้น
                            1.2. 2         ข้อ มู ล ระดับ สัง คมชุ ม ชน      เช่ น การรวมกลุ่ ม ทางสัง คม
การช่ ว ยเหลื อ ทางสัง คม สภาพการมี ง านท า การจ้า งงาน ความปลอดภัย ในชี วิ ต และทรัพ ย์สิ น
การติดยาเสพติด เป็ นต้น
                            1.2.3 ข้อ มู ล ระบบการให้บ ริ ก ารด้า นสาธารณสุ ข เป็ นข้อ มู ล เบื้ องต้น
เพื่ อ ประเมิ น ศั ก ยภาพการรองรั บ การให้ บ ริ ก าร การเข้ า ถึ ง บริ ก ารด้ า น สาธารณสุ ข เช่ น
จ านวนสถานบริ ก ารทางการแพทย์ท้ัง ของภาครัฐ และเอกชน จ านวนบุ ค คลากรทางการแพทย์
การบรรเทาสาธารณภัย
                            1.2.4 ข้อ มู ล การให้บ ริ ก ารด้า นอนามัย สิ่ ง แวดล้อ ม เป็ นข้อ มู ล เบื้ องต้น
เพื่ อ ประเมิ น ศั ก ยภาพการรองรับ การให้บ ริ ก าร การเข้า ถึ ง บริ ก ารด้า นอนามัย สิ่ ง แวดล้อ ม เช่ น
                                                                           ั
ข้อมูลการรจัดการของเสีย การบริการน้ าดื่มน้ าใช้ การสุขาภิบาลที่พกอาศัย เป็ นต้น
                            1.2.5 ข้ อ มู ล ด้ า น สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม
                                                            ั
เป็ นข้อมูลเบื้ องต้นเพื่อประเมินสภาพสิ่งแวดล้อมปั จจุบนในพื้ นที่ ที่คาดว่าอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่
อมีการพัฒนาและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชน ได้แก่
                                   1) สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น ฝุ่น แสง เสียง ความร้อน รังสี
         ่
ความสันสะเทือน เป็ นต้น
                                   2) สิ่งแวดล้อมทางเคมี เช่น โลหะหนัก สารอินทรีย ์ เป็ นต้น
                                   3 ) สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ท า ง ชี ว ภ า พ                เ ช่ น เ ชื้ อ โ ร ค
แมลงหรือสัตว์พาหะนาโรคชนิ ดต่างๆ เป็ นต้น
                        1 . 3 ข้ อ มู ล ส ถ า น ะ ท า ง สุ ข ภ า พ ข อ ง ชุ ม ช น ใ น พื้ น ที่
โครงการและพื้ นที่ ที่ อาจได้รับผลกระทบ เพื่ อแสดงให้เห็ นถึ ง อัตราการเจ็ บป่ วย อัตราการตาย

                                                                                                            9
ด้วยโรคติดต่อและไม่ติดต่อที่สาคัญ อัตราการเจ็บป่ วยด้วยโรคที่คาดว่ าจะเกิดจากการพัฒนาโครงการ
สถานะทางสุ ข ภาพทางจิ ต ของประชากร อุ บั ติ เ หตุ การบาดเจ็ บ โดยจ าแนกตามกลุ่ ม เสี่ ย ง
ค ว ร เ ก็ บ ข้ อ มู ล ย้ อ น ห ลั ง อ ย่ า ง น้ อ ย                     5                          ปี
วัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลสถานะทางสุขภาพของชุมชนที่ทาการศึกษานี้ เพื่อนามาใช้เป็ นข้อมูลพื้ นฐ
านในการอ้างอิงถึงสถานะสุขภาพของประชาชนก่อนที่โครงการพัฒนาจะเกิดขึ้ น
                      1                                    .                                        4
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้ นจากการดาเนิ นโครงการพัฒนาในลักษณะเดียวกัน
โ ด ย อ า จ จ ะ เ ป็ น ใ น พื้ น ที่ เ ดี ย ว กั น พื้ น ที่ ใ ก ล้ เ คี ย ง ห รื อ พื้ น ที่ อื่ น ๆ
เพื่อให้เข้าใจถึงประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้ นจากการดาเนิ นโครงการ

               2. ระบุปัจจัยกำหนดสุขภำพที่มีศักยภำพก่อให้เกิดผลกระทบต่อสถำนะสุขภำพ
โดยนำข้อมูลจำกข้อ 1 มำวิเครำะห์ เช่น รายได้และสถานะทางสังคม เครือข่ายทางสังคม การศึกษา
การมี ง านท าและสภาพการท างาน            สิ่ ง แวดล้อ มทางสัง คม    สิ่ ง แวดล้อ มทางกายภาพ
พฤติกรรมสุขภาพและทักษะชีวิต พัฒนาการในวัยเด็ก ปั จจัยทางชีวภาพและพันธุกรรม บริการสุขภาพ
เ พ ศ                                                                     วั ฒ น ธ ร ร ม
       ั                                          ั
โดยมีวตถุประสงค์เพื่อระบุปัจจัยกาหนดสุขภาพที่มีศกยภาพในการก่อให้เกิดผลกระทบต่อ สถานะสุขภา
พทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ

                    3 . ก ำ ห น ด ข อ บ เ ข ต พื้ น ที่ แ ล ะ ร ะ ย ะ เ ว ล ำ ข อ ง ก ำ ร ศึ ก ษ ำ
เพื่อให้ครอบคลุมผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นแบ่งเป็ น
                         3 . 1 ข อ บ เ ข ต เ ชิ ง พื้ น ที่ โ ด ย แ บ่ ง เ ป็ น พื้ น ที่ ตั้ ง โ ค ร ง ก า ร
พื้ นที่ ที่ อาจได้ รั บ ผลกระทบจากการด าเนิ นโครงการทั้ ง ผลกระทบทางตรงและทางอ้ อ ม
ศึ ก ษ า ร ะ ย ะ ท า ง ร ะ ห ว่ า ง ที่ ตั้ ง โ ค ร ง ก า ร กั บ พื้ น ที่ ที่ อ า จ ไ ด้ รั บ ผ ล ก ร ะ ท บ
เส้น ทางหรื อ ทิ ศ ทางของการแพร่ ก ระจายมลพิ ษ สิ่ ง แวดล้อ ม (เช่ น ทิ ศ ทางลม การไหลของน้ า )
ปริ ม าณและศัก ยภาพของสิ่ ง คุ ก คามที่ อ าจส่ ง ผลต่ อ สุ ข ภาพที่ มี อ ยู่ ใ นสิ่ ง แวดล้อ ม (เช่ น แหล่ ง แร่
ระดับสารมลพิษสิ่งแวดล้อม) แหล่งที่ก่อมลพิษและประเภทของมลพิษที่มี อยู่เดิมในบริเวณพื้ นที่ศึกษา
                                                                                       ั
ทั้งนี้ ควรแสดงแผนที่ให้เห็นภาพขอบเขตเชิงพื้ นที่ที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่ระบุดงข้างต้น
                         3.2 ขอบเขตเชิงเวลา โดยการศึกษาควรแบ่งระยะของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้ น
ตามระยะการด าเนิ นการโครงการ เช่ น ระยะการก่ อ สร้ า ง ระยะการด าเนิ นโครง การ
โดยให้ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในลักษณะผลกระทบระยะสั้นและระยะยาว

                                                                                           ้
                        4. กำหนดกลุ่ม ประชำกรศึกษำ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเปาหมายต่างๆ อย่างครอบคลุม
และเท่าเทียมกัน โดย แบ่งเป็ น
                            4 . 1 ก ลุ่ ม ป ร ะ ช ำ ก ร ที่ มี ส่ ว น ไ ด้ ส่ ว น เ สี ย ( Stakeholder) ไ ด้ แ ก่
ก ลุ่ ม ผู ้ ไ ด้ รั บ ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ก ลุ่ ม ผู ้ เ สี ย ป ร ะ โ ย ช น์ ห น่ ว ย ง า น รั บ ผิ ด ช อ บ จั ด ท า ร า ย ง า น


                                                                                                                            10
                                                                                      ั
หน่ วยงานพิจารณารายงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่ วยงานอนุ มติ อนุ ญาต
หน่ วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวชน และประชาชน
                    4. 2 กลุ่มเสี่ยงต่อกำรรับสัมผัส (vulnerable group)
  ้                                                  ั
ผูประเมินจะต้องระบุประชากรกลุ่มเสี่ยงที่คาดว่าจะได้รบผลกระทบที่เกิดขึ้ นในแต่ละกิจกรรมของโครงก
าร พิจารณา ประชาชนที่อยู่ในพื้ นที่มลพิษแพร่กระจายไปถึง พื้ นที่เส้นทางการขนส่ง
และพื้ นที่กิจกรรมโครงการ โดยควรคานึ งถึงกลุ่มเด็ก 0-4 ปี หญิงตั้งครรภ์ คนชรา
และกลุ่มไวต่อการรับสัมผัส

                                          ้
                  5. ระบุ ข ้อ มู ล ที่ ต อ งกำรรำยละเอี ย ดเพิ่ ม เติม            (Data Gap Analysis)
โ ด ย ท า ก า ร ท บ ท ว น ข้ อ มู ล ที่ จ า เ ป็ น ต า ม ป ร ะ เ ด็ น ใ น ข้ อ 1 - 4 ที่ ยั ง ข า ด ค ว า ม ชั ด เ จ น
ซึ่งจาเป็ นต้องทาการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในพื้ นที่โครงการ

                 6 . ร ะ บุ วิ ธี ก ำ ร แ ล ะ เ ค รื่ อ ง มื อ ใ น ก ำ ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล
                                                                ้
โดยกาหนดวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมกับประเด็นที่ตองการศึกษาเพิ่มเติมในพื้ นที่โครงการ
                6.1) วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย
                         6 . 1 .1 ข้ อ มู ล ทุ ติ ย ภู มิ จ า ก ห น่ ว ย ง า น ต่ า ง ๆ เ ช่ น ส ถ า นี อ น า มั ย
สานั ก งานสาธารณสุ ขจังหวัด องค์ก รปกครองส่วนท้องถิ่ น สานั ก งานสถิ ติแ ห่งชาติ เว็บไซต์จังหวัด
เป็ นต้น
                         6.1.2 ข้อมูลปฐมภูมิ
                                    1) ระบุวิธีการในการสุ่มตัวอย่างสาหรับแต่ละบริเวณที่คาดว่าจะ
                                               ั
                                          ได้รบผลกระทบ จานวนตัวอย่างที่ใช้
                                    2) ระบุการกาหนดจานวนตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาโดยแสดงสูตร
                                                                                               ั
                                         หรือวิธีการคานวณซึ่งเป็ นไปตามระเบียบวิธีวิจยของแต่ละด้าน
                6 . 2 ) ร ะ บุ เ ค รื่ อ ง มื อ ใ น ก า ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล
โดยอธิ บายถึ งเครื่ อ งมื อ ที่ ใช้ ใ นการเก็ บ ตั ว อย่ า ง โดยมี ข ้ อ ดี ข้ อ เสี ย ของแต่ ล ะเครื่ อ งมื อ
และตัวอย่างเครื่องมือ ดังต่อไปนี้ (รายละเอียดดังแสดงในภาคผนวกที่ 3 และ 4 )
                                  1) เครื่องมือในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น การสัมภาษณ์แบบ
                                        เจาะลึก (In-depth interview) การสัมภาษณ์เฉพาะกลุ่ม
                                        (focus group interview) การศึกษาแบบมีส่วนร่วม
                                        (participatory action research)
                                    2) เครี่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น การศึกษาที่
                                         เน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจวัดค่าตัวแปร
                                         ต่างๆเป็ นตัวเลขโดยอาศัยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และ/หรือ
                                         การทดสอบตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบติการ          ั



                                                                                                                  11
             7. กำรรั บ ฟั งควำมคิ ด เห็ น ของประชำชนในกำรก ำหนดขอบเขตกำรศึ ก ษำ
 (Public Scoping) ในกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ประชำชนและภำคส่วนต่ำงๆให้ควำมคิดเห็น
 ข้ อ ห่ ว ง กั ง ว ล ที่ อ า จ จ ะ เ กิ ด ขึ้ น จ า ก โ ค ร ง ก า ร พั ฒ น า ต่ า ง ๆ ใ น พื้ น ที่
 รวมทั้ง การมี ส่ ว นร่ ว มในการก าหนดประเด็ น และแนวทางในการประเมิ น ผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพ
 เพื่อให้การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเป็ นไปอย่างครบถ้วนรอบด้านให้มากที่สุด

 ตำรำงที่ 1 ตัวอย่ำงข้อมูลปั จจัยกำหนดสุขภำพ

                                ประเภทข้อมูลสถำนะสุขภำพ
                                   และปั จจัยกำหนดสุขภำพ
1. ปั จจัยกำหนดสุขภำพระดับปั จเจกบุคคล
   1.1 อายุ
   1.2 เพศ
   1.3 อาชีพ
   1.4 รายได้
   1.5 การศึกษา
   1.6 พฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ
           พฤติกรรมการบริโภค
           การสูบบุหรี่
           การดื่มสุรา
           พฤติกรรมเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์

2. ปั จจัยกำหนดสุขภำพระดับชุมชนสังคม
   2.1 การรวมกลุ่มทางสังคม
   2.2 สภาพการมีงานทา
   2.3 การจ้างงาน
   2.4 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
   2.5 การติดยาเสพติด
3. ข้อมูลระบบกำรให้บริกำรด้ำนสำธำรณสุข
   3.1จานวนสถานบริการทางการแพทย์
     ภาครัฐ
     เอกชน




                                                                                                 12
                           ประเภทข้อมูลสถำนะสุขภำพ
                             และปั จจัยกำหนดสุขภำพ
  3.2 จานวนบุคคลากรทางการแพทย์
   3.3 การบรรเทาสาธารณภัย
4. ข้อมูลกำรให้บริกำรด้ำนอนำมัยสิ่งแวดล้อม
                                           ู
   4.1ข้อมูลการจัดการของเสีย (ขยะ สิ่งปฎิกล)
   4.2 การบริการน้ าดื่มน้ าใช้
                          ั
   4.3 การสุขาภิบาลที่พกอาศัย
5. ข้อมูลด้ำนสิ่งแวดล้อม
   5.1สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น ฝุ่น แสง                                                                 เก็บข้อมูลเ
                                  ่
       เสียง ความร้อน รังสี ความสันสะเทือน
       เป็ นต้น
   5.2 สิ่งแวดล้อมทางเคมี เช่น โลหะหนัก                                                                  เก็บข้อมูลเ
        สารอินทรีย ์ เป็ นต้น
  5.3 สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ เช่น เชื้ อโรค                                                                เก็บข้อมูลเ
      แมลงหรือสัตว์พาหะนาโรคชนิ ดต่างๆ
6. ข้อมูลสถำนะทำงสุขภำพของชุมชน
   6.1 อัตราการเจ็บป่ วย
   6.2 อัตราการตายด้วยโรคติดต่อและไม่ติดต่อที่สาคัญ
   6.3 อัตราการเจ็บป่ วยด้วยโรคที่คาดว่าจะเกิดจากการพัฒนาโครงการ                                                18
   6.4 สถานะทางสุขภาพทางจิตของประชากร
              ั
   6.5 อุบติเหตุ การบาดเจ็บ
8.                                                                                                                ก
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทำงสุขภำพที่เกิดขึ้ นจำกกำรดำเนินโครงกำรพัฒนำในลักษณะเดียวกัน

                  ส่วนที่ 3 ขั้นตอนกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ (Appraisal)

 วัตถุประสงค์
                 เพื่อคาดการณ์ /ระบุผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางบวกและทางลบที่เกิดขึ้ นจากโครงการ
 ท ร า บ ร ะ ดั บ ค ว า ม รุ น แ ร ง ข อ ง ผ ล ก ร ะ ท บ จั ด ล า ดั บ ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ปั ญ ห า
 และมาตรการในการลดผลกระทบที่เกิดขึ้ นจากโครงการ

   ้
 ผูที่ทำกำรประเมิน

                                                                                                   13
             เ จ้ า ข อ ง โ ค ร ง ก า ร     บ ริ ษั ท ที่ ป รึ ก ษ า ด้ า น สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม แ ล ะ สุ ข ภ า พ
          ้                               ้
ทั้งนี้ ผูที่ทาการประเมินควรจะประกอบด้วยผูเชี่ยวชาญสหสาขาวิชา เช่น สังคมวิทยา การสาธารณสุข
ระบาดวิทยา การสุขาภิบาล พิษวิทยา จิตวิทยา วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
เศรษฐศาสตร์ สถิติ เป็ นต้น

ขั้นตอนกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ ประกอบด้วย 4 ขันตอน คือ
                                                     ้
       1. การเก็บรวบรวมข้อมูล (Profiling)
       2. การบ่งชี้ และแจกแจงลักษณะของผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ
          (Identify health impact)
       3. การจัดลาดับความสาคัญของผลกระทบ
       4. การจัดทามาตรการลดผลกระทบและการติดตามตรวจสอบ

         ขั้นตอน/กระบวนกำร HIA                                                         วิธีกำรในกำรทำ HIA

                  ่
         1. การกลันกรอง
         (Screening)
                                                                   1. การเก็บรวบรวมข้อมูล (Profiling)
         2. การกาหนดขอบเขต                                         2. การบ่งชี้ และแจกแจงลักษณะของผลกระทบต่อ
         (Scoping)
                                                                       สุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ (Identify
                                                                       health impact)
         3.กำรประเมิน
                                                                   3. การจัดลาดับความสาคัญของผลกระทบ
         (Appraisal)
                                                                   4. การจัดทามาตรการลดผลกระทบและการ
                                                                      ติดตามตรวจสอบ
         4. จัดทารายงานและการรับฟั งความคิดเห็น
         5. การดาเนิ นงานและการติดตามตรวจสอบ



1. กำรเก็บรวบรวมข้อมูล (Profiling)
             เก็บข้อมูลที่จาเป็ นที่ยงขาดความชัดเจน (data gap) จากขั้นตอนการกาหนดขอบเขต (Scoping)
                                     ั
โดยจ าเป็ นต้องท าการศึ ก ษาข้อมูล เพิ่ ม เติ ม ในพื้ นที่ โ ครงการและพื้ นที่ ที่ ค าดว่า จะได้รับ ผลกระทบ
ซึ่ ง ผู ้ป ระเมิ น สามารถใช้วิ ธี ก ารเก็ บ ข้อ มู ล ผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพได้ท้ั ง เชิ ง คุ ณ ภาพ (Qualitative)
แ ล ะ เ ชิ ง ป ริ ม า ณ ( Quantitative) ขึ้ น อ ยู่ กั บ ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม กั บ ป ร ะ เ ด็ น ที่ ต้ อ ง ก า ร ศึ ก ษ า
รวมทั้งข้อจากัดและจุดแข็งในแต่ละวิธี



                                                                                                                      14
2. กำรบ่งชี้ และแจกแจงลักษณะของผลกระทบต่อสุขภำพที่อำจเกิดขึ้ นจำกโครงกำร
        2.1
วัตถุประสงค์การบ่งชี้ และแจกแจงลักษณะของผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ
         ในการบ่งชี้ และแจกแจงลักษณะของผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ
  ้
ผูประเมินควรบ่งชี้ และแจกแจงลักษณะของผลกระทบต่อสุขภาพในแต่ละประเด็น ดังนี้
(ดังแสดงตัวอย่างในภาคผนวกที่ 4)
          1) อธิบายลักษณะของผลกระทบ
          2) อธิบายกิจกรรมหรือปั จจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบ หรือมีผลทาให้ผลกระทบมากขึ้ นหรือ
             ลดลง
          3) อธิบายขนาดและความรุนแรงของผลกระทบ
          4) อธิบายความถี่ของผลกระทบที่เกิดขึ้ น
          5) อธิบายระยะเวลาที่เกิดขึ้ น (ระยะสั้น ระยะปานกลาง ระยะยาว)
                                  ั
          6) อธิบายพื้ นที่ที่ได้รบผลกระทบ
          7) อธิบายโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบ
                       ้ ั
          8) อธิบายผูที่ได้รบผลกระทบ โดยเฉพาะที่รวมตัวของกลุ่มเสี่ยง กลุ่มด้อยโอกาส

        2.2 วิธีการในการบ่งชี้ และแจกแจงลักษณะของผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ
                 2.2.1 ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณ (Quantitative Health Risk Assessment)
           ั
ซึ่งควรใช้กบข้อมูลประเภทสารมลพิษที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
                2.2.2 ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงเชิงคุณภาพ (Qualitative Health Risk Assessment)
ซึ่งเหมาะสาหรับการบ่งชี้ ผลกระทบต่อสุขภาพโดยทัวไป ่

         2.3 ตัวอย่ำง วิธีการและเกณฑ์ในการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ โดยใช้วิธี Health Risk
Matrix
                    2.3.1กาหนดเกณฑ์ในการวิเคราะห์โอกาสและความรุนแรงที่จะเกิดขึ้ นต่อสุขภาพ
                           ในการวิเคราะห์เพื่อระบุนัยสาคัญของผลกระทบ ประกอบด้วย
โอกาสของการเกิด และความรุนแรงของผลที่เกิดตามมา
                             (1) เกณฑ์การวิเคราะห์โอกาสของการเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ (Likelihood)
  ้
ผูประเมินต้องนาประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพที่ได้มากาหนดในรูปโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดขึ้ นในแต่ละประเ
ด็ น ผ ล ก ร ะ ท บ ซึ่ ง ผู ้ ป ร ะ เ มิ น จ ะ ส า ม า ร ถ พิ จ า ร ณ า ไ ด้ จ า ก ข้ อ มู ล ใ น อ ดี ต
ห รื อ จ า ก ก า ร ค า น ว ณ ค ว า ม น่ า จ ะ เ ป็ น
ที่ เ ค ย ไ ด้ รั บ สั ม ผั ส สิ่ ง คุ ก ค า ม จ า ก สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง ค น ง า น ห รื อ ค น ใ น ชุ ม ช น
จ ะ เ ป็ น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ บ น ข้ อ มู ล ห ลั ก ฐ า น ที่ มี อ ยู่
หรือข้อมูลที่ เคยเกิดเหตุ การณ์ในอดี ตของประเทศจากการพัฒนาโครงการหรือเกิดในประเทศต่างๆ


                                                                                                            15
ที่ เ ค ย มี โ ค ร ง ก า ร เ ห มื อ น กั                                                          น
          ้
ทั้งนี้ ผูประเมินจะใช้เงื่อนไขในการวิเคราะห์โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ดังตารางที่ 2

ตำรำงที่ 2 ตัวอย่ำงเกณฑ์กำรวิเครำะห์โอกำสเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อสุขภำพ (Likelihood)
     โอกำสเสี่ยงที่จะเกิด
    ผลกระทบต่อสุขภำพ                                                      นิยำม
         (Likelihood)
    น้อยมาก (1)             ไม่พบหลักฐานว่าเคยเกิดขึ้ น
    น้อย        (2)                                              ั
                            ทฤษฎีบอกว่ามีโอกาสจะเกิดขึ้ น แต่ยงไม่มีรายงานว่าเกิดขึ้ นในพื้ นที่หรือในต่างประเทศ
    ปานกลาง (3)             เคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้ น 1 ครั้งในประเทศไทย หรือต่างประเทศจากการพัฒนาโครงการที่เหมือ
    สูง         (4)         เคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้ นมากกว่า 1 ครั้ง ในประเทศไทยหรือต่างประเทศจากการพัฒนาโครงการ
    สูงมาก (5)              เคยมีเหตุการณ์กาลังเกิดขึ้ นระหว่างการดาเนิ นโครงการที่เหมือนกันและมีการดาเนิ นโครงการ
                            หรือต่างประเทศ

                       (2) เกณฑ์ก ารวิเ คราะห์ความรุ น แรงของผลที่ เกิ ด ขึ้ นตามมา (Severity of
consequence)
  ้
ผูประเมินจะต้องวิเคราะห์ระดับความรุนแรงผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้ นกับคนงานหรือคนในชุมชนที่
อ า จ ไ ด้ รั บ ผ ล ก ร ะ ท บ จ า ก โ ค ร ง ก า ร
การพิจารณาระดับความรุนแรงผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้ นจะพิจารณาบนสมมติ ฐานที่เกิดผลกระทบ
ต่ อ สุ ข ภ า พ เ ล ว ร้ า ย ที่ สุ ด
          ้
ทั้งนี้ ผูประเมินจะใช้เงื่อนไขในการวิเคราะห์ระดับความรุนแรงผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้ น ดังตารางที่
3




ตำรำงที่ 3 ตัวอย่ำงเกณฑ์กำรวิเครำะห์ควำมรุนแรงของผลที่เกิดขึ้ นตำมมำ
          (Severity of consequence)




                                                                                                 16
ระดับผลกระทบ                                                               นิยำม
    (Health
 Consequence
    Rating)
      1      ไม่เกิดบาดเจ็บหรือการเจ็บป่ วย
             : ไม่เกิดผลกระทบต่อการทางานหรือการดาเนิ นกิจวัตรประจาวัน ,                        ไม่เกิดการเจ็บป่ วยในช
                                          ั
             - สิ่งที่ก่อให้เกิดโรคไม่มีอนตรายต่อสุขภาพ
      2      เกิดการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่ วยเล็กน้อย
             : เกิดผลกระทบต่อการทางานหรือการดาเนิ นกิจวัตรประจาวัน
             (ไปโรงเรียน , ทาอาหาร , ทาความสะอาดเสื้ อผ้า)หรือส่งผลกระทบต่อความต้องการในการทากิจกรรมใน
             - สิ่งที่ก่อให้เกิดโรคส่งผลทาให้เกิดโรคเพียงเล็กน้อย (เช่น ระคายเคืองผิวหนัง , อาหารเป็ นพิษจากแบคท
      3      เกิดการบาดเจ็บหรือเจ็บป่ วยปานกลาง
             : ส่งผลกระทบต่อการทางานหรือกิจวัตรประจาวันต่อกลุ่มเสี่ยงในชุมชนเป็ นเวลานาน
             - สิ่งที่ก่อให้เกิดโรคสามารถทาให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระดับที่ไม่รุนแรง (เช่น เสียงดังรบกวน ,
             อันตรายจากท่าทางของการทางาน)
      4      ทาให้เกิดการเจ็บป่ วยอย่างถาวร
             -
             สิ่งที่ก่อให้เกิดโรคสามารถส่งผลกระทบที่รุนแรงทาให้เกิดการสูญเสียหรือเกิดการตายในกลุ่มคนงานและก
                                            ั
             (เช่น กรด-ด่าง ในห้องปฏิบติการ , สารเคมีที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งในสิ่งแวดล้อม)
      5                                 ู                                ั
             ทาให้เกิดผลกระทบทวีคณความรุนแรง(กลุ่มประชาชนได้รบผลกระทบในวงกว้าง)
             - สิ่งที่ก่อให้เกิดโรคเป็ นสาเหตุทาให้เกิดผลกระทบเพิ่มขึ้ น         (เช่น สารเคมีมีความเป็ นพิษและทา
                               ่                                                             ่
             โดยเฉพาะที่อยูปนเปื้ อนในอากาศ , ดิน และน้ า เช่น H2S , โลหะหนัก , สารเคมีฆาแมลง)
 ที่มา: ดัดแปลงจาก (http://doh.gov.ph/ehia.htm)

 3. กำรจัดลำดับควำมสำคัญของผลกระทบต่อสุขภำพที่เกิดขึ้ นโดยใช้ Health Risk Assessment
    Matrix
          ผู ้ ป ร ะ เ มิ น ต้ อ ง แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง วิ ธี ก า ร ไ ด้ ม า ซึ่ ง ห ลั ก เ ก ณ ฑ์
 วิ ธี ก า ร ใ น ก า ร จั ด ล า ดั บ ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ
 โ ด ย ค ณ ะ ผู ้ ป ร ะ เ มิ น ต้ อ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ผู ้ เ ชี่ ย ว ช า ญ จ า ก ส ห ส า ข า วิ ช า
 มาพิจารณาจัดลาดับความสาคัญของผลกระทบต่อสุขภาพ
          3 . 1 ตั ว อ ย่ ำ ง ต ำ ร ำ ง แ ส ด ง วิ ธี ก ำ ร จั ด ล ำ ดั บ ค ว ำ ม ส ำ คั ญ ข อ ง ผ ล ก ร ะ ท บ :
 เครื่องมือเมตริกซ์ความเสี่ยงต่อสุขภาพ (Health Risk Assessment Matrix)
          ในการจัดลาดับความสาคัญของผลกระทบต่อสุขภาพ โดยตารางเมตริกซ์ความเสี่ยงต่อสุขภาพ
 จะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่พิจารณาถึงโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพกับระดับความรุ
 น แ ร ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ


                                                                                                             17
ซึ่งตารางดังกล่าวเป็ นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดลาดับนัยสาคัญของผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากโครงก
ารและนาไปสู่การดาเนิ นการแก้ไขปั ญหาที่เกิดขึ้ นจากโครงการ
        เมตริกซ์ความเสี่ยงต่อสุขภาพ (ดังแสดงตัวอย่างในตารางที่ 4) ประกอบด้วย
        1)        ร ะ ดั บ ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ( แ น ว ตั้ ง )
แบ่งระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้ นหากเกิดเหตุการณ์หรือความเสี่ยงนั้นขึ้ นจริง จาก 1ระดับ ถึงระดับ 5
        2)            ระดับ ควำมน่ ำ จะเป็ น (แนวนอน) แบ่ ง ระดั บ โอกาสของการเกิ ด ผลกระทบ
โดยอ้า งอิ ง ข้อ มู ล ในอดี ต จากการค านวณ จากข้อ มู ล ในอดี ต ของประเทศ ที่ เ คยเกิ ด เหตุ ก ารณ์
หรือจากข้อมูลที่เคยเกิดขึ้ นในประเทศต่างๆ ที่มีโครงการเหมือนกัน โดยแบ่งระดับ1 ถึงระดับ 5

ตำรำงที่ 4 ตัวอย่ำงเมตริกซ์ควำมเสี่ยงต่อสุขภำพ (Health Risk Matrix)
   ควำมรุนแรงของผลที่เกิดตำมมำ
                                                    โอกำสของกำรเกิด (Likelihood)
         (Severity of consequence)
ระดับผลกระท
     บ                                                        ปานกลา
                    อันตรายต่อสุขภาพ      น้อยมาก     น้อย                  สูง      สูงมาก
                                                                 ง
(Consequence           (Health Harm)         1         2                    4           5
                                                                3
   Rating)
     1            ไม่บาดเจ็บ /              1          2         3           4         5
                  ไม่เจ็บป่ วย
     2            บาดเจ็บ /                 2          4         6           8        10
                  เจ็บป่ วยเล็กน้อย
     3            บาดเจ็บ / ป่ วย           3          6          9         12        15
     4            ทาให้เกิดการสูญเสีย /     4          8         12         16        20
                  ตาย
     5            ทาให้เกิดการสูญเสียมา     5          10        15         20        25
                  ก
                                                    ระดับความสาคัญของความเสี่ยง
ที่มา: ดัดแปลงจาก (http://doh.gov.ph/ehia.htm)


        3.2
กำรจัดลำดับควำมสำคัญหรือระดับนัยสำคัญของควำมเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อสุภำพ
        จาก Health Risk Assessment Matrix                 จะได้ร ะดับ นั ย ส าคัญ ของความเสี่ ย ง
คือจุดตัดระหว่างแนวตั้งและแนวนอน โดยแบ่งเป็ น 4 ระดับ คือ



                                                                                               18
   ่
“ ตา ”    เป็ นระดับที่ยอมรับได้
“ปานกลาง” เป็ นระดับที่พอยอมรับได้ แต่ตองมีการควบคุมเพื่อปองกันไม่ให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้ นไปยังระดับ
                                       ้                  ้
          ที่ยอมรับไม่ได้
“สูง”                                                                   ่
         เป็ นระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องจัดการความเสี่ยงเพื่อให้อยูในระดับที่ยอมรับได้ต่อไป
“สูงมาก” เป็ นระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องเร่งจัดการความเสี่ยงให้อยูในระดับที่ยอมรับได้ทนที
                                                                          ่                  ั

                                                                        ั
       ทั้งนี้ ในการกาหนดค่าคะแนนเพื่อจัดลาดับผลกระทบต่อสุขภาพขึ้ นอยู่กบความเหมาะสมของผล
ก ร ะ ท บ                     โ ด ย ค ว ร แ ส ด ง เ งื่ อ น ไ ข
รายละเอียดในการจัดทารวมทั้งแสดงให้เห็นถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้ นที่ในการจัด
ลาดับความสาคัญของผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้ น (ดังแสดงตัวอย่างในตารางที่ 5)

ตำรำงที่ 5 ตัวอย่ำงแสดงระดับของควำมเสี่ยงและคำนิยำม
ระดับความเสี่ยง ค่าคะแนน นิ ยาม
ตา่             1-3      ระดับที่ยอมรับได้
ปานกลาง         4-9      ระดับที่พอยอมรับได้
                              ้                   ้
                         แต่ตองมีการควบคุมเพื่อปองกันไม่ให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้ นไปยังระดับที่ยอมรับไม่ได้
สูง             10-16 ระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้
                                                         ่
                         ต้องจัดการความเสี่ยงเพื่อให้อยูในระดับที่ยอมรับได้ต่อไป
สูงมาก          17-25 ระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้
                                                       ่                    ั
                         ต้องเร่งจัดการความเสี่ยงให้อยูในระดับที่ยอมรับได้ทนที

หมำยเหตุ : คานิ ยามของระดับความเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามดุลยพินิจของผูเ้ ชี่ยวชาญ
และลักษณะของโครงการโดยจะต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในการประเมินความสาคัญของผลกระทบต่
อสุขภาพเป็ นสาคัญ




                                                                                                      19
   ตำรำงที่ 6 ตัวอย่ำงสรุปประเด็นผลกระทบต่อสุขภำพจำกโครงกำร

            กิจกรรมที่จะก่อให้เกิ ระบุสิ่งคุกคำ กลุ่มเสี่ยงที่คำดว่ ผลกระทบต่อสุข ควำมรุนแรงของผล โอกำสเสี่ยงที่จะเกิ ลำดับควำมสำคัญของ
ระยะโครงก ดผลกระทบต่อสุขภำ มสุขภำพ ำจะได้รบผลกระ          ั             ภำพ           กระทบ         ดผลกระทบ          ผลกระทบต่อสุขภำพ
    ำร              พ                                  ทบ             +      _
ระยะก่อสร้ำ
ง


ระยะดำเนิน
กำร


ระยะหลังดำ
เนินกำร




                                                                                                                                20
4. กำรจัดทำมำตรกำรลดผลกระทบและกำรติดตำมตรวจสอบ
         จากการจัดลาดับความสาคัญของผลกระทบต่อสุขภาพ หากพบว่าเป็ นประเด็นที่มีความเสี่ยง
อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ สู ง ม า ก ร ะ ดั บ สู ง                          ห รื อ ร ะ ดั บ ป า น ก ล า ง
จ า เ ป็ น อ ย่ า ง ยิ่ ง ที่ จ ะ ต้ อ ง มี ม า ต ร ก า ร ห รื อ กิ จ ก ร ร ม ใ น ก า ร ป อ ง กั น     ้
หรือลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นต่อประชาชนในพื้ นที่เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ ในระดับน้อยที่สุด
และควรมีมาตรการส่งเสริมผลกระทบด้านบวกต่อสุขภาพ
         4.1หลักการในการจัดทามาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพ
                  1 )               ม า ต ร ก า ร ป อ ง กั น                           ้
เ ป็ น ก า ร ก า ห น ด ม า ต ร ก า ร ใ น ก า ร ค ว บ คุ ม ไ ม่ ใ ห้ เ กิ ด ผ ล เ สี ย จ า ก ก า ร ด า เ นิ น ง า น
             ้          ั
ซึ่งสามารถปองกันได้ต้งแต่
                                                                                     ้
                          - แหล่ ง ก าเนิ ด (Source) เช่ น การฉี ด สเปรย์ป องกั น ฝุ่ นจากการขนส่ ง
การปิ ดปกคลุมที่แหล่งกาเนิ ด เป็ นต้น
                          - ช่ อ ง ท า ง ก า ร ไ ด้ รั บ สั ม ผั ส ( Pathway)                                เ ช่ น
การจัดทารั้วเพื่อกาหนดเขตก่อสร้าง
                               ้ ั
                          - ผูได้รบผลกระทบ(Receivers) เช่น การใช้อุปกรณ์ปองกันส่วนบุคคล  ้
                  2 )            ม า ต ร ก า ร ล ด ผ ล ก ร ะ ท บ
เป็ นการกาหนดมาตรการในการลดปริมาณและโอกาสของการได้รบสัมผัส                ั
                          - แ ห ล่ ง ก า เ นิ ด                                   ( Source)              เ ช่ น
การกาหนดปริมาณการปล่อยสารพิษจากแหล่งกาเนิ ด
                                              ั
                          - ช่องทางการได้รบสัมผัส(Pathway)
                                ้ ั
                          - ผูได้รบผลกระทบ(Receivers)
         4.2 ข้อพิจารณาในการจัดทามาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพ
                                                 ั
                  1. การเปลี่ยนแปลงสถานที่ต้งโครงการ
                  2. การเปลี่ยนแปลงการออกแบบโครงการ
                  3. การเปลี่ยนแปลงการดาเนิ นโครงการ
                  4. การมีมาตรการในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
                  5. การเสริ ม สร้า งความเข้ม แข็ ง ของบริ ก ารทางสุ ข ภาพ เช่ น การตรวจสุ ข ภาพ
                                     ้      ้
                      การให้ความรูในการปองกันผลกระทบต่อสุขภาพ
                  6. การจัดทาระบบการติดตามตรวจสอบและเฝ้ าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ
                  7. การฟื้ นฟูความเสียหาย การให้ค่าชดเชย ค่าทดแทน
                ในการเสนอมาตรการต่ า งๆเห ล่ า นี้ ควรน าประเด็ นการยอมรั บ ของชุ มชน
มาตรการที่ ไ ด้ รั บ การเสนอแนะจากทุ ก ภาคส่ ว น การมี ส่ ว นร่ ว มของผู ้ มี ส่ ว นได้ ส่ ว นเสี ย
                                       ้
ความยากง่ายในดาเนิ นการ ความคุมทุน การครอบคลุมถึงประชากรกลุ่ม เสี่ยง ทั้งทางด้านกายภาพ
เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม แ ล ะ ก า ร ติ ด ต า ม ต ร ว จ ส อ บ ใ น ร ะ ย ะ ย า ว แ ผ น ง บ ป ร ะ ม า ณ
รองรับกรณีฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดกรณีพบความผิดปกติของสุขภาพของประชาชนไปพิจารณาร่วมด้วย



                                                                                                               21
        กล่าวโดยสรุปมาตรการลดผลกระทบที่ดีควรประกอบด้วย
                 1) ความเหมาะสมทางเทคนิ ค ได้แก่ การออกแบบโครงการ การดาเนิ นโครงการ
การใช้เทคนิ คที่เหมาะสมกับสภาพพื้ นที่ และสภาพภูมิอากาศ
                 2 ) ก า ร เ ป็ น ที่ ย อ ม รั บ ท า ง สั ง ค ม โ ด ย พิ จ า ร ณ า ถึ ง บ ริ บ ท ข อ ง สั ง ค ม
การใช้ประโยชน์ในพื้ นที่
                 3) ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์

รูปแบบการนาเสนอมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพควรแสดงให้เห็นโดยพิจารณาแยกระยะโครงการ
ทั้งในระยะก่อสร้าง ระยะดาเนิ นการ และระยะปิ ดโครงการถ้ามี และควรมีประเด็นดังต่อไปนี้
                1) ปั จจัยกาหนดสุขภาพ
                2) ผลกระทบ
                                 ้
                3) มาตรการปองกันและแก้ไขผลกระทบต่อสุขภาพ
                4) มาตรการส่งเสริมสุขภาพ
                5) พื้ นที่ดาเนิ นการ
                6) ความถี่ หรือ ระยะเวลาดาเนิ นการ
                       ้ั
                7) ผูรบผิดชอบ




                                                                                                            22
                           ้
ตำรำงที่ 7 ตัวอย่ำงมำตรกำรปองกันและแก้ไขผลกระทบต่อสุขภำพ

    ระยะโครงกำร           ปั จจัย   ผลกระทบ       มำตรกำรปองกันและ
                                                          ้             มำตรกำรส่งเสริ พื้ นที่ดำเนินกำ   ระยะเวลำ     ้ั
                                                                                                                     ผูรบผิดชอบ
                                                แก้ไขผลกระทบต่อสุขภำพ     มสุขภำพ               ร
ระยะก่อสร้าง




ระยะดาเนิ นโครงการ




ระยะปิ ดโครงการ (ถ้ามี)




                                                                                                                        23
                            ส่ วนที่ 4 การจัดทารายงานการประเมินผลกระทบต่ อสุ ขภาพ

                  วัตถุประสงค์ :
        เพื่อแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงปั จจัยทางสิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภ
                                                       ้
        าพจากโครงการ และนาเสนอมาตรการปองกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้ น
                  ในขั้นตอนนี้ หลังจากมีการดาเนิ นงานที่สาคัญประกอบด้วย การกาหนดขอบเขตการศึกษา
        (Scoping) และ การประเมินผลกระทบต่อสุ ขภาพ (Appraisal) ซึ่ งสามารถนาข้อมูลพื้ นฐานสุ ขภาพ
        ข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่างๆที่ ได้ทาการศึกษามาจัดลาดับความสาคัญของผลกระทบต่อสุขภา
        พ
        และประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพได้ทาการศึกษาอย่างชัดเจนแล้วมาจัดทามาตรการลดผลกระทบต่อสุ
        ขภาพ
                  ใ น ก า ร จั ด ท า ร า ย ง า น ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ
        กรณี ที่ เ ป็ นโครงการตามประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล้อ ม ฯ
                                                                    ั
        นั้นควรมีรายละเอียดที่เพิ่มเติมจากที่กาหนดไว้ในปั จจุบน ได้แก่
                  1 ) ส่ ว น ข อ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ โ ด ย ต้ อ ง มี ร า ย ล ะ เ อี ย ด เ กี่ ย ว กั บ
        ข้ อ มู ล พื้ น ฐ า น ส ถ า น ะ ท า ง สุ ข ภ า พ ( Baseline       Information/                 Profiling)
        การประเมินผลกระทบและจัดลาดับความสาคัญของปั ญหา
                  2) ส่วนของมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพ
                  3) ส่วนของมาตรการในการติดตามตรวจสอบ มีรายละเอียดแสดงดังภาพ

ข้อกำหนดในกำรจัดทำรำยงำนกำรวิเครำะห์ผลกระท                           รำยงำนกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ
                   บสิ่งแวดล้อม                                       ในกำรวิเครำะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
1. บทนา                                                  1. บทนา
2. รายละเอียดโครงการ                                     2. รายละเอียดโครงการ
                           ั
3. สภาพสิ่งแวดล้อมในปั จจุบน                             3. สภาพสิ่งแวดล้อมในปั จจุบน  ั
4. ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ           (เพิ่มข้อมูลพื้ นฐำนด้ำนสำธำรณสุข/อื่นๆ)
4.2 ทางกายภาพ                                            4.ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภำพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ
4.2 ทางชีวภาพ                                                     4.1 ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
4.3 คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุ ษย์                                4.2 ผลกระทบต่อสุขภำพ หรืออยูในคุณค่ำต่อคุณภำพชีวิต
                                                                                                      ่
4.4 คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต
                                                          -           ข้อมูลพื้ นฐาน (Baseline Information/ Profiling)
                                                          -
                                                         ข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากโครงการประเภทเดียวกัน
                                                                  - การประเมินผลกระทบและจัดลาดับความสาคัญของปั ญหา
           ้
5. มาตรการปองกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม               5.
และการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้ น                                  ้
                                                         มาตรการปองกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภำพและการช
6. มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม                ดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้ น
7. บทสรุป                                                6 .มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภำพ
                                                         7.บทสรุป
                                                                                                               24
      ส่วนการจัดทารายงานการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในกรณีโครงการที่อยู่นอกเหนื อประกา
                ู
ศกระทรวงฯควรมีรปแบบการจัดทารายงาน ดังนี้ คือ

                                         รำยงำนกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ
                 1. บทนา
                 2. รายละเอียดโครงการ
                 3. ปั จจัยกาหนดสุขภาพและสถานะสุขภาพ(Baseline Information/ Profiling)
                 4. ผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการ
                            - การประเมินผลกระทบ และจัดลาดับความสาคัญของปั ญหา
                 5.มาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพ
                 6. มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภาพ
                 7.บทสรุป



4.1 แนวทำงในกำรจัดทำรำยงำนกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพนั้นควรมีรำยละเอียด ดังนี้
           1) ข้อมูลปั จจัยกำหนดสุขภำพและสถำนะสุขภำพ
             ้ั
           ผูจดทารายงานต้องนาเสนอข้อมูลพื้ นฐานปั จจัยกาหนดสุขภาพและสถานะทางสุขภาพปั จจุบน                               ั
ของประชาชนกลุ่ มที่ อ าจได้รับ ผลกระทบต่ อสุ ข ภาพ ซึ่ ง ควรเป็ นข้อ มูลย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี
น า เ ส น อ ข้ อ มู ล ใ น ข อ บ เ ข ต เ ชิ ง พื้ น ที่ คื อ แ ผ น ที่ พื้ น ที่ ชุ ม ช น โ ด ย ร อ บ
ภาพพื้ นที่ ไ ด้รั บ ผลกระทบจากโครงการ ขอบเขตเชิ ง เวลา คื อ ระยะการก่ อ สร้า งโครงการ
                                                                        ้
ระยะการดาเนิ นโครงการ โดยแบ่งตามประเภทของกลุ่มผูมีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ประชากรกลุ่มเสี่ยง
เ ช่ น ก ลุ่ ม เ ด็ ก ส ต รี มี ค ร ร ภ์ ผู ้ สู ง อ า ยุ ค น พิ ก า ร เ ป็ น ต้ น
ปร ะช า กร ที่ อ า จไ ด้ รั บ ผล กร ะ ท บ จา ก กา รก่ อ สร้ า ง โ คร งก า ร ได้ แ ก่ กลุ่ ม ชุ ม ชน ดั้ งเ ดิ ม
ร ว ม ทั้ ง อ ธิ บ า ย ถึ ง วิ ธี ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น ต อ น ก า ร ศึ ก ษ า ร ะ ย ะ เ ว ล า จ า น ว น ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง
และระบุสิ่งคุกคามสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นในแต่ละระยะโครงการข้อมูลปั จจัยกาหนดสุขภาพที่จาเป็ นใช้ใน
การประเมินความเสี่ยง โดยข้อมูลจะต้องแสดงถึง
                                 1.ข้อมูลระดับปั จเจกบุคคล
                                 2. ข้อมูลระดับสังคมชุมชน
                                 3. ข้อมูลระบบการให้บริการด้านสาธารณสุข ภัย
                                 4. ข้อมูลการให้บริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม
                                 5. ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม
                                 6. ข้อมูลสถานะทางสุขภาพของชุมชน
                                 7. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้ นจากการดาเนิ นโครงการ
                                         พัฒนาในลักษณะเดียวกัน


                                                                                                                       25
            2) ผลกระทบต่อสุขภำพที่อำจเกิดขึ้ นจำกโครงกำร
                      2.1 กำรประเมินผลกระทบ จัดลำดับควำมสำคัญของปั ญหำ
                      รูปแบบการนาเสนอข้อมูลควรให้เห็นความเชื่อมโยงของผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิด
ขึ้ น ต า ม ข อ บ เ ข ต เ ชิ ง พื้ น ที่ ข อ บ เ ข ต เ ชิ ง เ ว ล า
ในแต่ละกลุ่มประชากรซึ่งอาจมีสถานะทางสุขภาพและประเด็นอนามัยสิ่งแวดล้อมที่อาจคล้ายคลึงกันห
รื อ แ ต ก ต่ า ง กั น โ ด ย อ า จ เ ส น อ ใ น รู ป แ บ บ แ ผ น ที่ ค ว า ม เ สี่ ย ง
ห รื อ ใ น ก ร ณี ข้ อ มู ล บ า ง ป ร ะ เ ภ ท ค ว ร น า เ ส น อ เ ป็ น ก ร า ฟ เ พื่ อ ใ ห้ เ ห็ น แ น ว โ น้ ม ที่ ชั ด เ จ น
มีการจัดลาดับความเสี่ยงของประเด็นกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้ นจากโครงการในประเด็นที่มีความเ
สี่ ย งอยู่ ใ นระดั บ ที่ ไ ม่ ส ามารถยอมรั บ ได้ห รื อ มี ค วามเสี่ ย งสู ง อย่ า งมี นั ย ส าคั ญ จากมากไปน้ อ ย
ทั้ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า ว ะ ท า ง ก า ย แ ล ะ ท า ง สั ง ค ม โ ด ย อ ธิ บ า ย ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ขั้ น ต อ น
วิ ธี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม เ สี่ ย ง เ ค รื่ อ ง มื อ ป ร ะ ช า ก ร ก ลุ่ ม เ สี่ ย ง ที่ ท า ก า ร ศึ ก ษ า
เ งื่ อ น ไ ข ห รื อ เ ก ณ ฑ์ ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม เ สี่ ย ง
รวมอาจแสดงให้เ ห็ น ถึ ง การวิ เ คราะห์ค วามเชื่ อ มโยงระหว่ า งข้อ มู ล สิ่ ง แวดล้อ ม อนามัย ชุ ม ชน
กับผลกระทบต่อสุขภาพ
            3) มำตรกำรลดผลกระทบต่อสุขภำพ
            รูปแบบการนาเสนอมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพควรเป็ นตารางที่แสดงให้เห็นถึงประเด็น
ผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีรายละเอียดดังได้อธิบายในหัวข้อมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพ
            4) มำตรกำรติดตำมตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภำพ
            รูปแบบการนาเสนอมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพควรเป็ นตารางที่แสดงให้เห็นถึงประเด็น
ผ         ล        ก            ร    ะ        ท        บ        ต่       อ        สุ          ข        ภ         า           พ
โดยมีรายละเอียดดังได้อธิบายในหัวข้อมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภาพ
            5) บทสรุป
            ควรมีเนื้ อหาระบุถึงกิจกรรมในแต่ละระยะโครงการ ประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้ น
ประชากรกลุ่มเสี่ยง พื้ นที่เสี่ยง ตลอดจนมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบ




                                                                                                                          26
        ส่ วนที่ 5 กำรติดตำมตรวจสอบและประเมินผล (Monitoring and Evaluation)


               วัตถุประสงค์
               -เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยาของการประเมินผลกระทบที่ศึกษาไว้
               -เพื่อประเมินว่ามาตรการลดผลกระทบที่เขียนไว้ในรายงานได้ถูกนาไปปฏิบติหรือไม่               ั
               -เพื่อทราบถึงประสิทธิภาพของมาตรการติดตามตรวจสอบ
               หลักกำรของมำตรกำรติดตำมตรวจสอบ
               1) กำรติดตำมตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภำพ
               การพิจารณาเสนอมาตรการติดตามตรวจสอบควรครอบคลุมประเด็น ดังนี้
               - กลุ่มประชากรที่ อาจได้รับผลกระทบ เช่ น ในประชากรกลุ่มเสี่ ย ง ได้แ ก่ เด็ ก คนชรา
สตรีมีครรภ์
               - ครอบคลุ ม ทุ ก ระยะในการด าเนิ นโครงการ ทั้ ง ในระยะก่ อ สร้า ง ซึ่ ง ประกอบด้ว ย
ผ ล ก ร ะ ท บ ท า ง สุ ข ภ า พ ข อ ง ค น ง า น ก่ อ ส ร้ า ง แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ท า ง สุ ข ภ า พ
รวมทั้งติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่ องในระยะดาเนิ นการ
               - ค ร อ บ ค ลุ ม ใ น พื้ น ที่ เ สี่ ย ง ห รื อ พื้ น ที่ ที่ โ ค ร ง ก า ร ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ไ ป ถึ ง
ซึ่ ง พื้ นที่ เ สี่ ย งที่ อ าจส่ ง ผลกระทบต่ อ สุ ภ าพที่ ส าคัญ ได้แ ก่ พื้ นที่ บ ริ เ วณที่ พัก อาศัย คนงานก่ อ สร้า ง
พื้ นที่บริเวณก่อสร้างโครงการ พื้ นที่การคมนาคมขนส่งหรือทางเข้าออกโครงการ พื้ นที่รอบๆโครงการ
หรือพื้ นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมอันเกิดจากการดาเนิ นโครงการซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ
สุ                     ข               ภ          า              พ                               เ          ช่           น
การเปลี่ยนแปลงระบบนิ เวศน์ทางชีวภาพจะส่งผลกระทบต่อแหล่งเพาะพันธุ ์ สตว์พาหะนาโรค เช่น ยุง          ั
หนู การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพก่อให้เกิด เสียงดังรบกวน อุบติเหตุ เป็ นต้น          ั
                  ใ น ก า ร ต ร ว จ ติ ด ต า ม ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ ค ว ร พิ จ า ร ณ า แ น ว โ น้ ม (Trend)
ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ข ภ า พ นั้ น ว่ า มี ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ไ ป จ า ก ที่ ผ่ า น ม า ห รื อ ไ ม่ อ ย่ า ง ไ ร
พ ร้ อ ม ทั้ ง เ ส น อ แ น ะ แ น ว ท า ง ก า ร เ ฝ้ า ร ะ วั ง ห รื อ แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า
ในกรณีพบว่ามีแนวโน้มที่มีค่าสูงมากขึ้ นเรื่อยๆ
               2)
               กำรติดตำมตรวจสอบกำรดำเนินงำนตำมมำตรกำรลดผลกระทบต่อสุขภำพควรประกอบ
               ด้วย




                                                                                                                       27
        ในการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภาพควรมีการจัดทาแผนการดาเนิ นงานและจัดทารา
        ยงานติดตามผลกระทบต่อสุขภาพและปั จจัยที่กาหนดสุขภาพอย่างต่อเนื่ องทุก 6 เดือนหรือ 1
        ปี ตลอดระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี หรือจนสิ้ นสุดโครงการ โดยประกอบด้วย
                                 ั
                 - แผนปฏิบติการติดตามตรวจสอบในระยะก่อสร้าง
                                   ั
                 - แผนปฏิบติการติดตามตรวจสอบในระยะการดาเนิ นโครงการ
                               ั
                 - แผนปฏิบติการติดตามตรวจสอบระยะปิ ดการดาเนิ นโครงการ (ถ้ามี)
เช่นกรณีโครงการสารวจและผลิตปิ โตรเลียม
                 ทั้งนี้ ควรมีมาตรการติดตามตรวจสอบที่เชื่อมโยงกับมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพเ
                                                                     ั
พื่อประเมินว่ามาตรการลดผลกระทบที่เขียนไว้ในรายงานได้ถูกนาไปปฏิบติหรือไม่
และเพื่อติดตามการดาเนิ นงานตามมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพ
        รวมทั้งทราบถึงสถานะทางสุขภาพของประชาชนในพื้ นที่
        3) ตัวแปร(Parameters) ในกำรติดตำมตรวจสอบผลกระทบทำงสุขภำพ
        ในการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภาพนั้น ประเภทตัวแปรหรือตัวชี้ วัดที่สาคัญคือ
        1) ปั จจัยกาหนดสุขภาพหรือสิ่งคุกคามสุขภาพ
        2) สถานะสุขภาพหรือประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพ
        โดยในการกาหนดตัวแปรหรือตัวชี้ วัดในการติดตามตรวจสอบผลกระทบทางสุขภาพควรเชื่อมโ
ยงกับประเด็นปั จจัยกาหนดสุขภาพซึ่งเป็ นสิ่งคุกคามทางสุขภาพที่ได้ระบุไว้ในขั้นตอนของการกาหนดข
                           ้
อบเขตการศึกษา และขันตอนการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับมาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพที่ได้ระบุไว้ในรายงาน
ดังแสดงในตารางตัวอย่างที่ 8




                                                                                         28
 ตำรำงที่ 8 ตัวอย่ำงแผนกำรติดตำมตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภำพ

ระยะโครงกำร มลพิษ/กิจกรรม/ม    กลุ่มเสี่ยง             พื้ นที่                ตัวชี้ วัด         ระยะเวลำ/ค วิธีกำร/เครื่องมือ     ้ั
                                                                                                                                  ผูรบผิดชอบ
                   ำตรกำร                                            สิ่งแวดล้อม           สุขภำพ    วำมถี่
ระยะก่อสร้าง เสียง          -คนงานก่อสร้าง                         มาตรฐานเสียงน ระดับการได้ ทุก 6 เดือน ตามมาตรฐาน/กฎ
                                                   -พื้ นที่ก่อสร้าง
                            -                      -               อกอาคาร              ยิน       -1 ปี      หมายกาหนด
                            ประชาชนในชุม           ชุมชนที่มลพิษก
                            ชน                     ระจายไปถึง
             ฝุ่น           คนงานก่อสร้าง          -พื้ นที่ก่อสร้าง ปริมาณอนุ ภาค   -            ทุก 6 เดือน   ตามมาตรฐาน/กฎ
                            -                      -                 แขวนลอยในบรร    โรคระบบทา    -1 ปี         หมายกาหนด
                            ประชาชนในชุม           ชุมชนที่มลพิษก ยากาศ              งเดินหายใจ
                            ชน                     ระจายไปถึง                        -
                                                                                     สมรรถภาพป
                                                                                     อด
ระยะดาเนิ นกา NOX              -                   -              ระดับ NOX          -            ทุก 6 เดือน   ตามมาตรฐาน/กฎ
ร                              ผูเ้ ป็ นโรคระบบท   ชุมชนที่มลพิษก ในบรรยากาศ         โรคระบบทา    -1 ปี         หมายกาหนด
                               างเดินหายใจ         ระจายไปถึง                        งเดินหายใจ
                               -
                               ประชาชนในชุม
                               ชน
             VOCs              -                   -              ระดับ VOCs         -         ทุก 6 เดือน      ตามมาตรฐาน/กฎ
                               ผูเ้ ป็ นโรคระบบท   ชุมชนที่มลพิษก ในบรรยากาศ         โรคระบบทา -1 ปี            หมายกาหนด

                                                                                                                                    29
                างเดินหายใจ    ระจายไปถึง   งเดินหายใจ
                -                           -โรคมะเร็ง
                ประชาชนในชุม
                ชน
ระยะปิ ดโครงก
าร(ถ้ามี)




                                                         30
                                       ภำคผนวกที่ 1

ตำรำงที่ 1.1 ตำรำงประกำศกระทรวงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนด
            หลักเกณฑ์ วิธีกำร ระเบียบและแนวทำงในกำรจัดทำรำยงำนกำรวิเครำะห์
            ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2535)
                                   โครงกำรหรือกิจกรรม
                                                                                            ที่มีปริมาตรเก
1. เขื่อนเก็บน้ าหรืออ่างเก็บน้ า
                                                                                            มีพื้นที่เก็บกัก
2. การชลประทาน                                                                              ที่มีพื้นที่การช
3. สนามบินพาณิชย์                                                                           ทุกขนาด
4. ระบบทางพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการทางพิเศษ
                  ั
หรือโครงการที่มีลกษณะเช่นเดียวกับการทางพิเศษ หรือระบบ                                       ทุกขนาด
ขนส่งมนชนที่ใช้ราง
5. การทาเหมืองตามกฎหมายว่าด้วยแร่                                                           ทุกขนาด
6. นิ คมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยนิ คมอุตสาหกรรม
                                                                                            ทุกขนาด
                    ั
หรือโครงการที่มีลกษณะเช่นเดียวกับนิ คมอุตสาหกรรม
7. ท่าเรือพาณิชย์                                                                           สามารถรับเร
8. โรงไฟฟ้ าพลังความร้อน                                                                    ที่มีกาลังผลิต
9. การอุตสาหกรรม
                                  ั
   (1) อุตสาหกรรมปิ โตรเคมีที่ใช้วตถุดิบ :                                                  ตั้งแต่ 100 ต
และ/หรือการแยกก๊าซธรรมชาติในกระบวน
การผลิต                                                                                     ทุกขนาด
                       ่
   (2) อุตสาหกรรมกลันนามันปิ โตรเลียม                                                       ทุกขนาด
   (3) อุตสาหกรรมแยกหรือแปรสภาพก๊าซธรรมชาติ                                                 ที่มีกาลังผลิต
   (4) อุตสาหกรรมคลอแอลคาไลน์ ที่ใช้โซเดียมคลอไรด์ เป็ นวัตถุดิบในการผลิตโซเดียมคาร์บอเนต   ตันต่อวันขึ้ นไ
โซเดียมไฮ ดรอกไซด์ กรอไฮโดรคลอริค คลอรีน โซเดียมไฮโพคลอไรด์ และปูนคลอรีน
   (5) อุตสาหกรรมเหล็กและ/หรือเหล็กกล้า
   (6) อุตสาหกรรมผลิตปูนซิเมนต์                                                             ที่มีกาลังผลิต
   (7) อุตสาหกรรมถลุงแร่หรือหลอมโลหะ ซึ่งมิใช่อุตสาหกรรมเหล็กหรือเหล็กกล้า                  ทุกขนาด
   (8) อุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษ                                                         ที่มีกาลังผลิต
                                                                                            ที่มีกาลังผลิต
                                  ่
10. โครงการทุกประเภทที่อยูในพื้ นที่ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ
                                                                                            ทุกขนาด
กาหนดให้เป็ นพื้ นที่ลุ่มน้ าชั้น 1บี
11. การถมที่ดินในทะเล                                                                       ทุกขนาด
              ั ่                   ่                             ่
12. อาคารที่ต้งอยูริมแม่น้ า ฝังทะเล ทะเลสาบ หรือชายหาด หรือที่อยูใกล้ หรือในอุทยานแห่งชาติ อาคารที่มีขน

                                                                                         31
                                        โครงกำรหรือกิจกรรม
หรืออุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็ นบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม 1. ความสูงตั้ง
                                                                                             2. ที่มีพื้นที่รว
                                                                                             ตั้งแต่ 10,00
                                                                                             จานวนที่ดินแ
                                   ่
13. การจัดสรรที่ดินเพื่อเป็ นที่อยูอาศัย หรือเพื่อประกอบการพาณิชย์
                                                                                             เนื้ อที่เกินกว่า
14. โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล
           ั ่            ่
1. กรณีต้งอยูริมแม่น้ า ฝังทะเล ทะเลสาบ หรือชายหาด                                           1. ที่มีเตียงสา
ซึ่งเป็ นบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม                         2. ที่มีเตียงสา
2. กรณีโครงการที่ไม่อยูในข้อ 1.่
15. อุตสาหกรรมผลิตสารออกฤทธิ์ หรือ
                                                                                                ทุกขนาด
            ้
สารที่ใช้ปองกันหรือกาจัดศัตรูพืชหรือสัตว์โดยกระบวนการทางเคมี
                            ๋
16. อุตสาหกรรมผลิตปุยเคมีโดยกระบวนการทางเคมี                                                    ทุกขนาด
                                                                     ั        ั
17. ทางหลวงหรือถนน ซึ่งมีความหมายตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง ที่ตดผ่านพื้ นที่ดงต่อไปนี้
                              ์ ั
1. พื้ นที่เขตรักษาพันธุสตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามกฎหมาย ว่า
                         ้
ด้วยการสงวนและคุมครองสัตว์ป่า                                                                   ทุกขนาดที่เท
2. พื้ นที่เขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ                                      ชนบทขึ้ นไป
3. พื้ นที่เขตลุ่มน้ าชั้น 2 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้ว                                  โดยรวมความ
4. พื้ นที่เขตป่ าชายเลนที่เป็ นป่ าสงวนแห่งชาติ
                  ่
5. พื้ นที่เขตฝังทะเลในระยะ 50 เมตรห่างจากระดับน้ าทะเลขึ้ นสูงสุด
18. โรงแรมหรือสถานที่พกตากอากาศ   ั                                                             ที่มีจานวนห้อ
                    ่
19. อาคารอยูอาศัยรวมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร                                              ที่มีจานวนห้อ
                                                      ู
20. โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวม เฉพาะสิ่งปฎิกลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน       ทุกขนาด
21. อุตสาหกรรมประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ าตาลดังต่อไปนี้
                                                                                                1. ทุกขนาด
1. การทาน้ าตาลทรายดิบ น้ าตาลทรายขาว น้ าตาลทรายขาวบริสุทธิ์
                                                                                                2. ที่มีกาลังก
2. การทากลูโคล เดกซ์โทรส ฟรักโทส หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่คล้ายคลึงกัน
22. การพัฒนาปิ โตรเลียม
                                                                                                1. ทุกขนาด
1. การสารวจและ/หรือผลิตปิ โตรเลียม
                                                                                                2. ทุกขนาด
2. ระบบการขนส่งปิ โตรเลียมและน้ ามันเชื้ อเพลิงทางท่อ




                                                                                             32
                                     ภำคผนวกที่ 2

ตำรำงที่ 2.1 ตัวอย่ำงเครื่องมือในกำรกลั ่นกรอง (Screening)
1.ชื่อโครงกำร
2. รำยละเอียดโครงกำรโดยสรุป
3. ประเภทโครงกำร
4. ปั จจัยกำหนดสุขภำพ
โครงกำรที่จำเป็ นต้องดำเนินกำรมีผลกระทบต่อปั จจัยกำหนดสุขภำพดังต่อไปนี้ หรือไม่ ?
 กำรดำรงชีวิตประจำวัน                                                                   ผลกระทบ
อาหาร
การออกกาลังกายหรือกิจกรรมทางร่างกายของคน
สารเสพติด เหล้า บุหรี่
ความปลอดภัยกิจกรรมทางเพศ
อื่นๆ
ถ้ำมีผลกระทบด้ำนบวกหรือลบเกิดขึ้ น ผลกระทบเหล่ำนั้น คืออะไร ให้ระบุ
 สิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพ                                                                   ผลกระทบ
อากาศ
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
เสียงรบกวน
น้ า


                                                                                    33
อื่นๆ
 สิ่งแวดล้อมทำงเศรษฐกิจและสังคม
อาชญากรรม             โครงการจะทาให้เกิดอาชญากรรมหรือเกิดความหวาดกลัวหรือไม่
การศึกษา              โครงการจะทาให้เกิดผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาหรือไม่
การจ้างงาน            โครงการทาให้เกิดผลกระทบต่อการจ้างงานหรือไม่
                      -โอกาสการจ้างงาน
                      - สิ่งแวดล้อมในการทางาน
ความใกล้ชิดในครอบครัว โครงการทาให้จะเกิดผลกระทบต่อการติดต่อของสมาชิกในครอบครัวหรือไม่

 สิ่งแวดล้อมทำงเศรษฐกิจและสังคม                                                        ผลกระทบ
    ั
ที่พกอาศัย              โครงการจะเกิดผลกระทบต่อโอกาสในการ
                                    ั
                        อาศัยในที่พกเสื่อมโทรมลงหรือไม่
รายได้                  โครงการจะเกิดผลกระทบต่อระดับความยากจนหรือไม่
การพักผ่อนหย่อนใจ       โครงการจะเกิดผลกระทบต่อกิจกรรมการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น
                        การออกกาลังกาย กิจกรรมวัฒนธรรมของชุมชนหรือไม่
การเดินทาง              โครงการจะเกิดผลกระทบต่อ
                        - ระดับมลพิษหรือไม่
                        - ระดับการออกกาลังกายหรือไม่
                                          ั
                        - ระดับการเกิดอุบติเหตุ
อื่นๆ
ถ้ามีผลกระทบเชิงบากหรือลบเกิดขึ้ น ผลกระทบนั้นคืออะไร ให้ระบุ



 บริกำรสุขภำพ                                                                          ผลกระทบ
การเข้าถึงบริการสุขภาพ
ถ้ามีผลกระทบเชิงบากหรือลบเกิดขึ้ น ผลกระทบนั้นคืออะไร ให้ระบุ



 ผลกระทบต่อประชำกร
พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้ นข้างต้นและระบุผลกระทบนั้นเกิดขึ้ นต่อประชากรด้านใด
ประชำกรทั้งหมด                                                                          ผลกระทบ
ใช่
กลุ่มประชำกร

                                                                                  34
เด็ก
  ้
ผูพิการ
                                                                                                ผลกระทบ
  ้
ผูป่วยเรื้ อรัง
หญิงตั้งครรภ์
                                     ั
หมายเหตุ อาจมีกลุ่มประชากรที่อาจได้รบผลกระทบที่มิได้ระบุไว้ สามารถเพิ่มข้อมูลใส่แถวลงไปในตารางได้
ถ้ามีผลกระทบเชิงบากหรือลบเกิดขึ้ น ผลกระทบนั้นคืออะไร ให้ระบุ




 ข้อเสนอแนะ
                    ้
ผลกระทบที่ระบุขางต้นมีน้ าหนักเพียงพอ ควรที่จะทาการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่
ใช่
ไม่ใช่
                        ่ ั                                          ้
(การตัดสินใจนี้ ขึ้ นอยูกบข้อพิจารณาและข้อมูลหลักฐานวิชาการ รวมทั้งผูมีส่วนได้ส่ วนเสีย)
ถ้าไม่ใช่ให้ระบุเหตุผลที่ไม่ควรทาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
หมายเหตุ (เหตุผลดังกล่าวอาจประกอบด้วย)
             - ผลกระทบต่อสุขภาพไม่สาคัญ
             - ขาดหลักฐานที่แสดงผลกระทบต่อสุขภาพ
             - เวลาไม่เพียงพอที่จะนาเสนอความเห็นในการพิจารณาข้อเสนอแนะโครงการนั้น
             - ขาดทรัพยากรในการทาการศึกษาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ

ที่มา : ปรับปรุงจาก The Institute of Public Health in Ireland, 2006




                                                                                           35
                                             ภำคผนวกที่ 3

      ตำรำงที่ 3.1 จุดอ่อนและจุดแข็งของวิธีที่ใช้ในกำรประเมินผลกระทบ
     วิธี           คุณลักษณะ                     จุดแข็ง                              จุดอ่อน
ตารางเมตริกซ์ เป็ นการใช้ตารางซึ่งประ  ง่าย                              ไม่สามารถเป็ นตัวแทนใน
              กอบด้วยแถวตอนและแ  สามารถประยุกต์หรือดัดแปลง              ภาพกว้างได้
              ถวแนวนอนในการบอก          ใช้กบงานประเภทต่างๆได้อย่า
                                             ั                           เนื่ องจากการตั้งข้อกาหนดค่อนข้างเ
              ความสัมพันธ์ระหว่างโอ     งกว้างขวาง                       ฉพาะเจาะจงกับข้อมูลที่มี
              กาสของการเกิดเหตุกา                                         บางครั้งถ้าข้อกาหนด
              รณ์และผลกระทบ                                                                      ้
                                                                         สาหรับตัวแปรที่ใช้ไม่มีขอมูลสนับสนุ
                                                                         นเพียงพอ
                                                                         ผลการประเมินอาจมีความคลาดเคลื่
                                                                         อน
                                                                         ไม่สามารถระบุขนาดของผลกระทบ
                                                                                               ิ
                                                                         อย่างไรก็ตามถ้ามีใช้วธีการให้น้ าหนั
                                                                         กและจัดลาดับเข้าไปในกระบวนการ
                                                                         ก็จะสามารถลดข้อจากัดนี้ ได้
                                                                         ถ้าไม่มีการจัดหมวดหมู่ที่ดี
                                                                                  ั
                                                                         หรือมีตวแปรมากเกินไป
                                                                         ตารางอาจจะรุงรัง
                                                                         ทาให้แปลผลลาบาก
สารสนเทศ     เป็ นการประมวลความสั     สามารถให้ขอมูลในเชิงพื้ นที่ได้  ไม่สามารถอธิบายได้อย่าง
                                                         ้
ภูมิศาสตร์   มพันธ์ระหว่างโครงการ        ดี                              ชัดเจนในเชิงสาเหตุและผลลัพธ์
             และผลกระทบต่อสุขภา       สามารถประยุกต์ใช้กบกรณีเห  ต้องใช้ขอมูลจานวนมาก
                                                                 ั                    ้
                                                                          สิ้ นเปลืองทรัพยากร
             พ                                               ่
                                         ตุการณ์ที่เกิดชัวคราว
             โดยอาศัยคอมพิวเตอร์ใ        โดยใช้การวิเคราะห์แบบอนุ กร (งบประมาณ เวลา และบุคลากร)
             นการซ้อนภาพถ่ายต่าง         มเวลา
                                      สามารถประมวลจาก
             ๆ เช่น
             ภาพถ่ายดาวเทียม                               ้
                                     ข้อมูลเชิงเดี่ยวสู่ขอมูลเชิงซ้อนได้
             ภาพถ่ายทางอากาศ
             เข้าด้วยกัน
การประเมินคว เป็ นการคาดการณ์ควา  สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน  ไม่สามารถเป็ นตัวแทนในภาพก
ามเสี่ยง     มเสี่ยงของการเกิดผลก    ในเชิงสาเหตุและผลลัพธ์       ว้างได้
             ระทบเชิงลบต่อสุขภาพ  เป็ นที่ยอมรับในเชิง          สามารถทาได้เฉพาะอันตรายบา
             ทั้งในลักษณะใน                 ู
                                  สามารถพิสจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์   งประเภทเท่านั้น


                                                                                                       36
     วิธี            คุณลักษณะ                      จุดแข็ง                           จุดอ่อน
            การก่อให้เกิดมะเร็งและ                                       ในบางครั้งยากต่อการพิสจน์ควา
                                                                                                    ู
            ไม่ใช่                                                          มถูกต้องเมื่อเทียบกับเหตุการณ์เ
            มะเร็ง                                                          กิดจริง
การสารวจภาค เป็ นการใช้คาถามที่ได้มี  ปกติใช้สาหรับรวบรวมข้อมูลพื้      สิ้ นเปลืองทรัพยากร
สนาม        การปรับเทียบความถูก        นฐาน หรือข้อวิตกของชุมชน          ต้องใช้จานวนตัวอย่างขนาดใหญ่
            ต้องแล้วในการรวบรวม  สามารถเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง
                                                                         อาจเกิดความลาเอียงได้
            ข้อมูล
                                                                         จานวนผูตอบคาถามมีผลต่อการ
                                                                                     ้
            สาหรับการประมวลผล
                                                                            แปลผลมาก
                                                                         อาจจาเป็ นต้องใช้กลุ่มควบคุม
การวิเคราะห์เค เป็ นการสร้างแผนภูมิ/แ  ง่ายและไม่สิ้นเปลือง             ไม่สามารถเป็ นตัวแทนในภาพก
รือข่าย        ผนผังในการเชื่อมโยงค งบประมาณ                                ว้าง
               วามสัมพันธ์ระหว่างกิจ  เหมาะสาหรับการแสดงความสั             และไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่เกิ
               กรรมของโครงการและ             มพันธ์ระหว่างสาเหตุและผลลั         ่
                                                                            ดชัวคราว
               การเกิดผลกระทบในระ            พธ์                         ไม่แสดงขนาดของผลกระทบ
               ดับต่างๆ                                                 ได้อย่างชัดเจน
                                                                         ถ้าขาดข้อมูลหรือประสบการณ์
                                                                        ในการทา
                                                                                       ่
                                                                        อาจเกิดความยุงยากซับซ้อนหรือซ้าซ้
                                                                        อน จนยากต่อการแปลผล
การประชุมกลุ่ เป็ นการเฉพาะผูที่รเู้ รื่อง  สามารถใช้ได้ท้งสาหรับการรว  ต้องอาศัยความร่วมมือและควา
                              ้                             ั
ม              หรือเข้าใจในประเด็นนั้        บรวมข้อมูลพื้ นฐานและการคา                       ้่
                                                                            มรับผิดชอบของผูรวมประชุมอย่
               น                             ดการณ์ผลลัพธ์                  างมาก
               มาร่วมกันประมวลข้อมู  สามารถเข้าได้ถึงกลุ่มเสี่ยง        อาจไม่สามารถเป็ นตัวแทนของป
                                            สามารถนาไปสู่ขอตกลงร่วมกั
               ลต่างๆและวิเคราะห์ผล                                         ระชากรกลุ่มใหญ่ได้
                                                              ้
               ลัพธ์                         นและลดข้อขัดแย้งต่างๆได้    อาจเกิดความลาเอียงได้


คณะกรรมการ เป็ นการใช้ความคิดเห็น  เป็ นการใช้ความรูและประสบก  ผลลัพธ์ที่ได้ขนกับผูเ้ ชี่ยวชาญ
                                                            ้                  ึ้
ผูเ้ ชี่ยวชาญ ของผูเ้ ชี่ยวชาญ           ารณ์ของผูเ้ ชี่ยวชาญในด้านนั้น
              ซึ่งอาจจะเป็ นรายบุคคล     ๆ
              หรือเป็ นกลุ่มก็ได้     ใช้ได้ดีและมีประสิทธิภาพในก
                                                ้
                                         รณีที่ขอจากัดในเรื่องของเวลา
                                         และทรัพยากร
                                      สารถนาไปสู่ขอตกลง ้
                                     ร่วมกันและลดข้อขัดแย้งต่างๆได้


                                                                                                     37
                                         ภำคผนวกที่ 4

                    ตัวอย่ำงกำรประเมินควำมเสี่ยงต่อสุขภำพเชิงปริมำณ

กำรได้รบสัมผัสสำรเคมี
       ั                  (Chemical exposure)

                                 ั
            ความเสี่ยงจากการได้รบสัมผัส และเกิดผลเสียต่อสุขภาพมี 2
                         ั
แบบตามระยะเวลาของการได้รบ ได้แก่
              1) ความเสี่ยงที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง (Non-cancer risk; Acute exposure with high dose)
              2) ความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง (Cancer risk ;Chronic exposure with low dose)
               สมการทัวไป : ความเสี่ยง = ปริมาณในสิ่งแวดล้อม (media concentration) x ค่า
                         ่
                                           ปั จจัยในการได้รบสัมผัส(exposure factors) x ค่า
                                                            ั
                                           ปั จจัยทางชีวภาพ (biological factors) x ความเป็ น
                                           พิษ (toxicity)
               การได้รบสารในแต่ละวันโดยเฉลี่ย (Average daily intake; ADI)
                       ั



                                  ADI = C×CR×EF×ED
                                          BW×AT


              ADI     =           ั
                          การได้รบสารในแต่ละวันโดยเฉลี่ย (มิลลิกรัม/กิโลกรัม-น้ าหนักร่างกายต่อวัน)
              C       =   ความเข้มข้นเฉลี่ยของสิ่งคุกคามในตัวกลางระหว่างที่มีการสัมผัส
              CR      =   อัตราการสัมผัส, ปริมาณการสัมผัสตัวกลางที่ปนเปื้ อนต่อหน่ วยเวลา
              EF      =   ความถี่ของการสัมผัส (วัน/ปี )
              EP      =                ั
                          ระยะเวลาที่สมผัส (ปี )
              BW      =   น้ าหนักของร่างกาย, น้ าหนักของร่างกายตลอดระยะเวลาที่มีการสัมผัส

                                                                                                38
           (กิโลกรัม)
AT       = ระยะเวลาที่ใช้ในการเฉลี่ย (วัน)




 ความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง = average daily dose / chronic daily intake
                                  x slop Factor


                      Cancer risk = ADI x SF



                                           ั
ADI ได้จากค่าตรวจวัดแล้วนาไปคานวณค่าการได้รบสัมผัส
                ั
SF ได้จากงานวิจยหรือค่ามาตรฐานที่กาหนดโดยหน่ วยงาน เช่น IRIS, HEAST




 ความเสี่ยงที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง = hazard quotient
                            (HQ) = Intake /exposure
                                    Reference dose


                       HQ =       E
                                  RfD



     E : การได้รบสัมผัส
                ั
     Reference dose (RfD) : ได้จากค่ามาตรฐานที่กาหนดโดยหน่ วยงาน IRIS หรือ
                             HEAST

 Hazard index x (HI) = ผลรวมของ HQ ของสารเคมีท้งหมดที่แต่ละบุคคลสัมผัส
                                                ั

                                                                              39
                                     ภำคผนวกที่ 5
                ตำรำงแสดงตัวอย่ำงผลกระทบต่อสุขภำพจำกโครงกำรพัฒนำต่ำงๆ

ตำรำงที่ 5.1 แสดงสิ่งคุกคำมสุขภำพ (Health hazard) จำกโครงกำรเหมืองแร่

                                  อันตรำยต่อสุขภำพ              ตัวอย่ำงและสำเหตุ
ระยะกำรดำเนินโครงกำร
                                    (Health Hazard)           (Examples and causes)
         (Project stage)
พื้ นที่(ท้องถิ่น)          โรคติดต่อ                                       ่
                                                          ติดต่อจากโรคที่อยูในท้องถิ่น
                            โรคไม่ติดต่อ                  (foci)
                            ทุพโภชนาการ                   มลพิษจากกองแร่ (spoil heaps)
                                                          สูญเสียแหล่งอาหาร
วางแผนและออกแบบ             โรคไม่ติดต่อ                  ฝุ่นทาให้เกิดโรคปอด
การก่อสร้าง                 โรคติดต่อ                     มีการสุขาภิบาล,การจัดหาน้ าสะอ
                                                          าดและสุขาภิบาลอาหารไม่ดี,
                                                          โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์,
                                                          สัมผัสแมลงพาหะนาโรค
                            โรคไม่ติดต่อ                  การตรวจสอบความปลอดภัยในกา
                                                          รทางานไม่เพียงพอ
                            การบาดเจ็บ                    การตรวจสอบความปลอดภัยในกา
                                                          รทางานไม่เพียงพอ
การดาเนิ นการ               โรคติดต่อ                     โรคระบบทางเดินหายใจ,
                                                                              ่
                                                          ติดต่อจากโรคที่อยูในท้องถิ่น
                                                          (foci) ,
                            โรคไม่ติดต่อ                  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
                                                          โรคระบบทางเดินหายใจ,มลพิษจา
                                                          กกองแร่ (spoil heaps) หางแร่,
                            การบาดเจ็บ                    เสียงดัง
                                                          ก่อสร้างโครงสร้างไม่ดี,
                                                          น้ าท่วม,การระเบิด,ถนนที่ใช้ในกา

                                                                                      40
                                                                      รลาเลียง,การละทิ้ งการทางาน




          ตำรำงที่ 5.2 แสดงสิ่งคุกคำมสุขภำพ (Health hazard)
          จำกโครงกำรภำคอุตสำหกรรมกำรผลิตและกำรค้ำ

      ขั้นตอนของโครงกำร            สิ่งคุกคำมสุขภำพ                            ตัวอย่ำง
 ้
ขันตอนการเลือกพื้ นที่ (Location)- โรคติดต่อ                                 ้
                                                          - การสัมผัสกับผูป่วย
                                 - โรคไม่ติดต่อ           - มลพิษ
                                 - ภาวะโภชนาการ           - ขาดแคลนทรัพยากรขั้นพื้ นฐาน
                                 - การบาดเจ็บ             - การระเบิดและไฟไหม้
 ้
ขันตอนการวางแผนและการออกแบบ - โรคไม่ติดต่อ                - มลพิษ, ขยะพิษ
(Planning and Design)            - การบาดเจ็บ             - การออกแบบสถานที่ทางาน
   ้
ขันตอนการก่อสร้าง (Construction) -โรคติดต่อ               - การสุขาภิบาลที่ไม่ถูกต้อง,
                                                          สุขอนามัยในการบริโภคน้ าและอาหาร,
                                                          โรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ,์
                                    - โรคไม่ติดต่อ        การสัมผัสกับแมลงหรือสัตว์นาโรค
                                                          -
                                    - การบาดเจ็บ                     ้
                                                          มาตรการปองกันโรคที่เกิดจากการทางานที่ไม่ได้มาตรฐาน
                                                          -
                                                                       ้
                                                          มาตรการปองกันโรคที่เกิดจากการทางานที่ไม่ได้มาตรฐาน
 ้
ขันตอนการดาเนิ นการ (Operation)     - โรคติดต่อ                          ั
                                                          - โรคที่มีสตว์เป็ นพาหะ, โรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ ์
                                    - โรคไม่ติดต่อ        - ความผิดปกติแต่กาเนิ ด, โรคระบบทางเดินหายใจ,
                                                          การใช้สารเคมีผิดประเภท, สิ่งปนเปื้ อนในอาหาร,
                                                          โรคผิวหนัง
                                    - ภาวะโภชนาการ        - ตลาดไม่ถูกสุขลักษณะ, ขาดแคลนทรัพยากรขั้นพื้ นฐาน
                                                          - อาชีวอนามัยและความปลอดภัย, การจราจร,
                                    - การบาดเจ็บ          แรงงานเด็ก
                                                          - ความเครียดจากการทางาน,
                                    -                     การเจ็บป่ วยและการขาดงาน
                                    ความผิดปกติทางจิตใจ



                                                                                                    41
ตำรำงที่ 5.3 แสดงสิ่งคุกคำมสุขภำพ (Health hazard) จำกโครงกำรพลังงำน

       ขั้นตอนโครงกำร           สิ่งคุกคำมสุขภำพ           ตัวอย่ำงและสำเหตุ
        (Project stage)          (Health Hazard)         (Examples and causes)
ท้องถิ่น/พื้ นที่          โรคติดต่อ                  ติดต่อกับโรคท้องถิ่น
                                                      แหล่งมลพิษทางน้ า
                           โรคไม่ติดต่อ               มลพิษทางอากาศและน้ า

                           ทุพโภชนาการ                สูญเสียแหล่งอาหาร
                           การบาดเจ็บ                 ไฟไหม้, ระเบิด,แผ่นดินไหว
การออกแบบและวางแผน         โรคติดต่อ                  ตัดถนน,
                                                                      ู
                                                      การกาจัดสิ่งปฏิกล
                           โรคไม่ติดต่อ               มลพิษทางอากาศและน้ า
                           ทุพโภชนาการ                ก่อสร้าง
                           การบาดเจ็บ                 ถนนขรุขระ/โครงสร้างไม่ดี
ก่อสร้าง                   โรคติดต่อ                  สุขาภิบาลไม่ถูกสุขลักษณะ
                                                      การจัดหาน้ าสะอาดและการสุ
                                                      ขาภิบาลอาหารไม่ดี
                                                      โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
                                                      แมลงและพาหะนาโรค
                           โรคไม่ติดต่อ               อาชีวอนามัยและความปลอด
                                                      ภัยไม่เพียงพอ
                           การบาดเจ็บ                 อาชีวอนามัยและความปลอด
                                                      ภัยไม่เพียงพอ
ดาเนิ นการ                 โรคติดต่อ                  แมลงพาหะนาโรคแพร่พนธุ ์ั

                           โรคไม่ติดต่อ               มลพิษทางอากาศ ควัน
                                                      เถ้าลอยและการกาจัดน้ าชะมู
                                                      ลฝอย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า

                                                                                   42
      ขั้นตอนโครงกำร                สิ่งคุกคำมสุขภำพ              ตัวอย่ำงและสำเหตุ
      (Project stage)                (Health Hazard)            (Examples and causes)
                                                                                ่
                                                             เสียงและความสันสะเทือน
                                ทุพโภชนาการ                  ปลูกพืชที่ใช้เป็ นเชื้ อเพลิงแทน
                                                             พืชที่ใช้เป็ นอาหาร
                                การบาดเจ็บ                   รถชนและโครงสร้างไม่ดี

ตำรำงที่ 5.4 แสดงสิ่งคุกคำมสุขภำพ (Health hazard) จำกโครงกำรเขื่อน

                  ระยะโครงกำร                      ควำมเสี่ยงต่อสุขภำพ                                  ั
                                                                                      กลุ่มเสี่ยงที่ได้รบผลกระทบ
                                                        (Health risk)                                      group )
1. กำรคัดเลือกสถำนที่ /                       โรคติดต่อ                           - กลุ่มประชาชนใน
กำรวำงแผนและกำรออกแบบ(Location/Planning                                           พื้ นที่
and Design)

                                              สังคมจิตวิทยา/                      - กลุ่มประชาชนใน
                                              สุขภาวะทางสังคม                     พื้ นที่
2. ระยะก่อสร้ำง                               โรคติดต่อ                           - กลุ่มคนงานก่อสร้าง
(Construction)                                                                    - กลุ่มเด็ก
                                                                                  - กลุ่มประชาชนที่ไป
                                                                                  หาของป่ า
                                                                                  -กลุ่มคนงานก่อสร้าง
                                                                                  -กลุ่มเด็ก
                                                                                  -กลุ่มประชาชนในพื้ นที่
                                                                                  - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่
                                                                                  -กลุ่มคนงานก่อสร้าง
                                                                                  - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่
                                                                                  -กลุ่มคนงานก่อสร้าง
                                              โรคไม่ติดต่อ                        -กลุ่มคนงานก่อสร้าง
                                                                                  -
                                                                                                     ่
                                                                                  กลุ่มประชาชนที่อยูริมถนนเส้นก่อ
                                                                                  - กลุ่มเด็กนักเรียน



                                                            ั
                                              การบาดเจ็บ/อุบติเหตุ                -กลุ่มคนงานก่อสร้าง
                                                                                  -กลุ่มประชาชนในพื้ นที่


                                                                                                   43
              ระยะโครงกำร        ควำมเสี่ยงต่อสุขภำพ                           ั
                                                             กลุ่มเสี่ยงที่ได้รบผลกระทบ
                                    (Health risk)                                 group )




                            ภาวะโภชนาการ                  -กลุ่มคนงานก่อสร้าง
                                                          - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่
                            สังคมจิตวิทยา/สุขภาวะทางสังคม - กลุ่มคนงานก่อสร้าง
                                                          - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่




3. ระยะดำเนินงำน            โรคติดต่อ                       -กลุ่มเด็ก
(operation)                                                 -กลุ่มประชาชนที่ไปหาของป่ า/คน


                                                            -กลุ่มเด็ก
                                                            -กลุ่มประชาชนในพื้ นที่

                                                            - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่

                                                            - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่


                            2. โรคไม่ติดต่อ                 -กลุ่มประชาชน




                                             ั
                            3. การบาดเจ็บ/อุบติเหตุ         -กลุ่มประชาชนในพื้ นที่
                                                            - นักท่องเที่ยว




                                                                            44
             ระยะโครงกำร                       ควำมเสี่ยงต่อสุขภำพ                           ั
                                                                           กลุ่มเสี่ยงที่ได้รบผลกระทบ
                                                  (Health risk)                                 group )

                                          4. ภาวะโภชนาการ                 - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่

                                          สังคมจิตวิทยา/สุขภาวะทางสังคม - กลุ่มประชาชนในพื้ นที่




                                     ภำคผนวกที่ 6

                   เว็บไซต์แหล่งข้อมูลกำรประเมินผลกระทบต่อสุขภำพ

องค์กำรอนำมัยโลก (WHO)
http://www.who.int/hia/en/
ออสเตรเลีย
http://enhealth.nphp.gov.au/council/pubs/ecpub.htm
http://www.hiaconnect.edu.au/files/Health_Impact_Assessment_A_Practical_Guide.pdf
แคนนำดำ
http://www.hc-sc.gc.ca/ewh-semt/pubs/eval/workshop-demarches-datelier/summary-
sommaire-eng.php
นิวซีแลนด์
http://www.nphp.gov.au/enhealth/council/pubs/pdf/hia_guidelines.pdf
สก็อตแลนด์
http://www.greenspacescotland.org.uk/upload/File/Greenspace%20HIA.pdf
สวีเดน
http://www.who.int/hia/about/en/HIA_sweden.pdf
ไอแลนด์


                                                                                         45
http://www.publichealth.ie/files/file/Health_Impact_Assessment_Guidance.pdf
อังกฤษ
http://www.hiaconnect.edu.au/completed_hia.htm
www.hiagateway.org.uk
www.lho.org.uk
www.londonshealth.gov.uk
www.london.gov.uk
http://www.lho.org.uk/HIA/ReviewingEvidence.aspx
www.lho.org.uk/HIA/ReviewingEvidence.aspx
www.biomedcentral.com/bmcpublichealth
http://www.london.gov.uk/lhc/docs/publications/hia/strategy/hiaguide.pdf
IAIA :
- http://www.iaia.org/modx/assets/files/HIA_Quarterly_September_2008.pdf




                                                                              46

								
To top